บทท่ี 2
องค์ประกอบสำคญั ของมคั คุเทศก์
องคป์ ระกอบท่ีสำคญั สิ่งหนงึ่ ในธรุ กิจกำรท่องเท่ยี วที่ขำดไม่ได้คือ มัคคเุ ทศก์ เพรำะมคั คเุ ทศกเ์ ป็นผู้ที่มี
ควำมใกล้ชิดกับนักท่องเท่ียวมำกที่สุด และเป็นผู้ท่ีนักท่องเท่ียวให้ควำมไว้วำงใจซ่ึงจะทำให้นักท่องเที่ยว
ประทับใจหรือไม่ประทับใจในกำรเดินทำงท่องเที่ยวได้ อีกทั้งมัคคุเทศก์ยังเป็นตัวแทนของประเทศชำติ และ
ประชำชนชำวไทย ดงั นัน้ หำกมมี คั คุเทศก์ทมี่ ีคุณสมบตั ิ จรรยำบรรณ มำรยำทและคณุ ธรรม กำรทอ่ งเที่ยวของ
ประเทศย่อมดีด้วย เมื่อนักท่องเที่ยวมีควำมพึงพอใจ และประทับใจในกำรท่องเท่ียวทำให้เกิดภำพลักษณ์ที่ดี
ต่อประเทศ มัคคุเทศก์จึงต้องมีหลำยบทบำทเพื่อทำให้กำรปฏิบัติงำนสำเร็จลุล่วงด้วยดี ในที่นี้จะกล่ำวถึง
คณุ สมบตั ิ บทบำท มำรยำท และจรรยำบรรณของมัคคเุ ทศก์
2.1 คุณสมบัติของมคั คุเทศก์
มัคคุเทศก์ควรมีคุณสมบัติท่ีดีเพรำะมัคคุเทศก์คือ ผู้นำเที่ยวซ่ึงมีควำมใกล้ชิดนักท่องเท่ียวตลอดเวลำ
กำรนำเที่ยวมัคคุเทศก์เปรียบเสมือนตัวแทนของประเทศในกำรสร้ำงภำพลักษณ์ที่ดีทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึก
ประทับใจ เข้ำใจในภำพรวมของประเทศ ดังนั้นมัคคุเทศก์จึงจำเป็นต้องมีคุณสมบัติท่ีดีเพ่ือทำให้นักท่องเท่ียว
เกิดควำมเช่ือถือและไว้วำงใจยินดีให้เป็นผู้นำเท่ียว มัคคุเทศก์ท่ีดีต้องมีคุณสมบัติดังน้ี (ฉันทัช วรรณถนอม,
2551: 37-57)
1) มีนุษยสมั พันธด์ ี คือ ควำมสำมำรถในกำรสร้ำงควำมประทบั ใจ กำรผูกมิตรกับนักท่องเที่ยวได้อย่ำง
ดี ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกผ่อนคลำยให้ควำมเป็นกันเอง และทำให้คนทั้งกลุ่มมีควำมสนิทสนม ซ่ึงกำรสร้ำง
มนุษยสมั พันธ์กับนักท่องเที่ยวนั้นอำจมแี นวปฏบิ ตั ิดังนี้
1.1) ต้องมองโลกในแง่ดีมีควำมเข้ำใจในควำมต่ำงระหว่ำงบุคคลไม่ว่ำจะเป็นเพื่อนร่วมงำน
หรือนกั ท่องเท่ยี ว
1.2) มีศิลปะในกำรเข้ำหำคนให้ชนะใจคนและสำมำรถครองใจคน เพ่ือนักท่องเที่ยวให้ควำม
ร่วมมอื และฟังคำแนะนำ ปฏบิ ัตติ ำมผู้นำเทยี่ วด้วยควำมเตม็ ใจ
1.3) เป็นคนย้ิมแย้มแจ่มใสไม่ว่ำจะพบเหตุกำรณ์ใดๆ เพรำะกำรย้ิมทำให้นักท่องเที่ยวอบอุ่น
ใจสบำยใจ
1.4) มีน้ำใจพร้อมท่ีจะชว่ ยเหลือนักทอ่ งเท่ยี วให้ไดร้ ับควำมสะดวกสบำย
1.5) มีควำมเอ้ือเฟ้ือเผอื่ แผ่ รู้จักหว่ งใยผอู้ ่ืน
1.6) มอี ธั ยำศัยไม่กำ้ วร้ำว ไม่สำคัญตนว่ำมีควำมรูเ้ หนือกวำ่ ผู้อน่ื
1.7) ต้องเป็นผู้เริ่มแนะนำตัวเองให้นักท่องเท่ียวรู้จักก่อน โดยกำรกล่ำวทักทำยด้วยน้ำเสียง
กิริยำท่ำทำงท่ีเป็นมิตร แสดงควำมจริงใจในกำรต้อนรับแสดงควำมเป็นกันเองกับนักท่องเที่ยวและเพื่อน
รว่ มงำน
1.8) พยำยำมให้ควำมสนใจในตวั นักท่องเทยี่ วอยำ่ งจรงิ ใจ นบั ตัง้ แต่เขำเร่มิ พบเรำ
1.9) มัคคเุ ทศก์ต้องมีควำมจำแม่นยำ ตอ้ งจำชอ่ื นักท่องเที่ยวให้ได้มำกท่สี ุด จะเป็นวธิ ีท่ีทำให้
นักท่องเท่ียวเกิดควำมประทับใจรู้สึกว่ำตัวเขำมีควำมสำคัญ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งกำรนำเท่ียวเป็นเวลำหลำยๆ
วนั มคั คเุ ทศก์ยง่ิ ต้องจำช่ือนักท่องเท่ยี วให้ได้
1.10) ต้องเป็นผู้พูด และผู้ฟังที่ดี ควรพูดให้ควำมรู้ในเร่ืองแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเท่ียว
ทรำบ รูจ้ ักสังเกตว่ำนักท่องเทยี่ วอยำกให้เรำพดู เรื่องอะไรเปน็ พิเศษหรือไม่ และอีกแง่หน่ึงมัคคุเทศก์ก็ต้องเป็น
ผู้ฟงั ทีด่ ดี ว้ ย กลำ่ วคอื มัคคุเทศก์ควรเปดิ ใจกวำ้ งสำหรับคำแนะนำจำกนักท่องเที่ยว ไมค่ วรยดึ ติดควำมรู้ตนเอง
มำกเกินไป เปิดโอกำสให้นักท่องเที่ยวได้ซักถำม ท้ังนี้กำรพูดคุยกับนักท่องเท่ียวต้องแสดงควำมสนใจกำรถำม
จำกนกั ท่องเท่ยี วด้วยกำรผงกศีรษะหรือตอบรบั ด้วยเสยี งสุภำพทุกครั้ง
2) มีบุคลิกภำพดี บุคลิกภำพท่ีดีของมัคคุเทศก์น้ันควรเร่ิมต้นจำกกำรให้ควำมสนใจต่อร่ำงกำยเป็น
อันดับแรก โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งในเร่ืองควำมสะอำดและควำมเป็นระเบียบของส่วนต่ำงๆ ของร่ำงกำย กำรแต่ง
กำย ถ้ำพจิ ำรณำจำกศรี ษะจรดปลำยเทำ้ กพ็ อแยกเป็นประเดน็ ได้ดังตอ่ ไปน้ี
2.1) ร่ำงกำย ควรได้รับกำรเอำใจใส่เป็นอย่ำงดี ซ่ึงนอกจำกกำรอำบน้ำแล้วควรคำนึงถึงส่วน
อนื่ ๆ ดังน้ี
2.1.1 ผมบนศีรษะควรอยู่ในสภำพเรียบร้อย ควรรวบผมให้เรียบร้อยเพื่อควำม
สะดวกในกำรทำงำน ควรดูแลผมให้สะอำด ไม่ตอ้ งตกแต่งใหส้ วยงำมจนเกินพอดี
2.1.2 ควรฝึกตนให้เป็นคนท่ีมีหน้ำตำแจ่มใส ไม่ยู่ย่ี ง่วงเหงำหำวนอน สุภำพสตรีไม่
ควรแตง่ หนำ้ มำกจนเกนิ ไป
2.1.3 หู ตำ จมกู ฟนั ควรดูแลใหเ้ รียบรอ้ ยกอ่ นออกปฏบิ ัติงำน ไมค่ วรแกะแคะตำ หู
จมูก ฟนั ในที่สำธำรณะหรือตอ่ หน้ำนกั ท่องเทย่ี ว
2.1.4 เล็บควรตัดให้ส้ันสะอำด ท้ังเล็บมือและเล็บเท้ำเพรำะหลำยโอกำสจะต้อง
เสริ ์ฟอำหำร และต้องใส่รองเท้ำแตะในกำรทำงำน
2.1.5 รำ่ งกำยควรแขง็ แรงสมบูรณ์ สมสว่ น มคี วำมกระฉบั กระเฉงคล่องแคลว่ ว่องไว
มีควำมกระตือรือรน้ สงู
2.2) กำรแต่งกำย ควรได้รับกำรดูแลอย่ำงใกล้ชิด เพรำะเป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกภำพ ควร
คำนึงถึงควำมสะอำดเรียบร้อย เหมำะสมกับกำลเทศะและสภำพแวดล้อม ไม่แต่งกำยฉูดฉำดเลิศหรูเพรำะจะ
ทำงำนไมส่ ะดวก และมคั คุเทศก์ต้องไปทำงำนบริกำรผู้อ่ืน จงึ ไม่เหมำะสมอย่ำงยิ่งทจี่ ะต้องทำตัวรักสวยรักงำม
จนเกินพอดีอำจเปน็ ท่นี ่ำหม่นั ไส้ของนกั ท่องเท่ียวได้ ควรแต่งตัวใหด้ ดู สี ุภำพ แต่ไมใ่ ช่หรูหรำ
3) มีควำมรู้ดี มคั คเุ ทศกค์ วรเปน็ ผมู้ ีควำมรอบรู้ รกู้ ว้ำงและรลู้ ึกไดย้ ่ิงดี เพรำะจะช่วยให้นักท่องเที่ยวได้
ควำมรู้จำกกำรท่องเที่ยว ทำให้เขำเกิดควำมรู้สึกว่ำกำรท่องเท่ียวในครั้งนั้นๆ ได้รับประโยชน์ เกิดควำมรู้
เพิ่มเติมนอกเหนือจำกควำมเพลิดเพลินและควำมสวยงำมจำกสถำนท่ีท่องเทยี่ ว และมัคคุเทศก์ไม่ควรลืมวำ่ ใน
บำงจดุ ของแหล่งท่องเทีย่ วถำ้ ดูเผนิ ๆ ผ่ำนตำเหมือนจะเปน็ แหล่งท่องเท่ียวธรรมดำ ๆ ไม่มีอะไรนำ่ สนใจ แต่คน
ท่ีจะทำให้แหล่งท่องเที่ยวธรรมดำๆ เปน็ ท่ีน่ำสนใจไดก้ ็คือ มัคคเุ ทศกน์ ่นั เอง มคั คุเทศก์ต้องมคี วำมรู้ดีอยำ่ งน้อย
ควรมีมำกกวำ่ ข้อมลู จำกปำ้ ยทตี่ ิดในแหลง่ ท่องเทีย่ ว เนื่องจำกปำ้ ยข้อมูลตำ่ งๆ นนั้ นักทอ่ งเทีย่ วท่ัวไปก็สำมำรถ
อ่ำนเองได้แต่หำกมัคคุเทศก์มีควำมรู้อ่ืนๆ เพิ่มเติมก็จะทำให้มัคคุเทศก์ผู้นั้นได้รับควำมชน่ื ชมจำกนักท่องเทยี่ ว
ซึง่ มัคคุเทศกท์ ี่จะมีควำมรู้ดไี ด้นั้น ต้องสนใจใฝ่รใู้ นส่ิงรอบตวั ตอ้ งเป็นนักอ่ำนทร่ี กั กำรค้นควำ้ หำควำมรเู้ พิ่มเติม
ปะตดิ ปะต่อควำมรู้เร่ืองรำวอยู่เสมอ นอกจำกนม้ี ัคคเุ ทศก์ควรมีทักษะในกำรถำ่ ยทอดท่สี ำมำรถเรำ้ ควำมสนใจ
จำกนักท่องเท่ียวอย่ำงได้ผล โดยตอ่ ไปนีจ้ ะกล่ำวถึงควำมรู้ท่ีมัคคุเทศก์ควรมีเพ่ือทจ่ี ะสำมำรถทำหน้ำท่ีนำเท่ียว
ไดอ้ ยำ่ งมีประสิทธภิ ำพ ไดแ้ ก่
3.1) ควำมรู้เกี่ยวกับภำษำ กำรนำเที่ยวชำวต่ำงประเทศ มัคคุเทศก์ต้องสำมำรถสื่อสำร
กับชำวต่ำงประเทศได้โดยเฉพำะมัคคุเทศก์ Inbound ท่ีต้องใช้ภำษำต่ำงประเทศในกำรสื่อสำรเต็มรูปแบบ
ส่วนกำรนำเท่ียวOutbound อย่ำงน้อยมัคคุเทศก์ต้องใช้ภำษำสำกลหรือภำษำอังกฤษในกำร Check–In
Check-Out กำรผ่ำนเข้ำออกตรวจคนเข้ำเมือง กำรกรอกแบบฟอร์มต่ำงๆ กำรช่วยต่อรองรำคำสินค้ำแทน
นักท่องเท่ียว ดังน้ันมัคคุเทศก์จึงควรศึกษำภำษำอังกฤษที่เป็นคำศัพท์ที่เก่ียวกับกำรเดินทำงท่ีจำเป็นไว้เพื่อ
ควำมสะดวกและควำมเข้ำใจอย่ำงถูกต้องในทุกขั้นตอนของกำรเดินทำง แม้แต่คำหรือประโยคง่ำยๆ ท่ีควรรู้
ของภำษำท้องถน่ิ ที่ไป มัคคุเทศกก์ ค็ วรต้องทรำบด้วยเพอ่ื ควำมเป็นมืออำชีพในกำรทำงำน
3.2) ข้อมูลควำมรู้เก่ียวกับสถำนที่ท่องเท่ียว สถำนท่ีเข้ำชมโบรำณสถำนโบรำณคดี
โบรำณวัตถุต่ำงๆ มัคคุเทศก์ควรอธิบำยเล่ำประวัติควำมเปน็ มำจดุ เด่นท่ีสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวเหล่ำนั้น ให้
นักท่องเท่ียวทรำบ รวมไปถึงข้อควรปฏิบัติ ข้อห้ำมในแต่ละสถำนท่ีโดยละเอียด ข้อมูลเหล่ำน้ีมัคคุเทศก์ต้อง
ศึกษำและเตรยี มกำรมำใหพ้ ร้อมด้วยตนเอง แหลง่ ทอ่ งเท่ยี วเข้ำชมใดมหี ลกั ฐำนกำรคน้ พบน้อยมคั คเุ ทศก์ก็ต้อง
หำทฤษฎีเร่ืองเล่ำจำกแหล่งต่ำงๆ มำกหน่อย แต่หำกแหล่งท่องเที่ยวใดมีหลักฐำนอ้ำงอิงควำมเป็นมำมำก
มัคคุเทศกก์ อ็ ำจมีเร่อื งพดู คยุ ตำมหลักฐำนที่มีไมต่ ้องตัง้ ทฤษฎีเปน็ ของตนเอง เปน็ ต้น
3.3) ควำมรู้เก่ียวกับสภำพภูมิศำสตร์ ประวัตศิ ำสตร์ วฒั นธรรมประเพณี ของแตล่ ะท้องถิ่นท่ี
ไปนำเที่ยว จะทำให้นักท่องเท่ียวเกิดกำรเรียนรู้ สำมำรถปฏิบัติในกำรท่องเที่ยวได้อย่ำงถูกต้องศึกษำเวลำท่ี
แตกต่ำงกนั ของแต่ละประเทศ เพอ่ื ให้นักท่องเที่ยวได้ต้ังเวลำท้องถิ่นให้ตรงกัน จะได้มีกจิ กรรมต่อเน่ืองได้อย่ำง
เหมำะสม
3.4) ควำมรู้เกี่ยวกับอุตสำหกรรมท่องเท่ียว เน่ืองจำกมัคคุเทศก์ต้องประกอบอำชีพอยู่ใน
อุตสำหกรรมน้ีจึงจำเป็นต้องติดตำมข่ำวสำรอย่ำงสม่ำเสมอ เพื่อให้ตัวเองไม่ตกข่ำวและได้มีแนวทำงปรบั ตัวใน
กำรทำงำนให้เขำ้ กบั สภำพของอุตสำหกรรมท่องเที่ยวในปัจจบุ ันได้
3.5) ควำมรู้ในเร่ืองกำรปกครอง เศรษฐกิจ กำรเมือง ศำสนำ กำรศึกษำ กำรประกอบอำชีพ
ของคนในประเทศ ควำมแตกต่ำงทำงวัฒนธรรม เช่น อิสรำเอลห้ำมล่ำนกและสัตว์ป่ำเป็นอำหำร ห้ำมทำร้ำย
สัตว์เล้ียง มิเช่นน้ันอำจมีโทษตำมกฎหมำยและจะถูกส่งตัวกลับประเทศไทย สิงคโปร์ห้ำมไม่ให้พวกฮิปปี้เข้ำ
ประเทศ หรือประเทศมุสลิมที่เคร่งครัดจะบังคับให้สตรีแต่งกำยอย่ำงมิดชิด และเน่ืองจำกในแต่ละท้องถ่ินแต่
ละประเทศมีควำมแตกต่ำงในเร่ืองดังกล่ำว กำรอธิบำยให้นักท่องเท่ียวได้เข้ำใจถึงสิ่งเหล่ำนี้จะเป็นกำรช่วยให้
เขำมีควำมเขำ้ ใจถึงพ้ืนฐำนของท้องถนิ่ ไดด้ ขี นึ้ ซงึ่ จะทำใหเ้ ขำเข้ำใจสืบเนื่องตอ่ ไปถึงเรือ่ งอน่ื ดว้ ย
3.6) ควำมรู้เกี่ยวกับอัตรำแลกเปลี่ยนเงินตรำ โดยเฉพำะกำรนำเท่ียวในลักษณะของ
Inbound และOutbound มัคคุเทศก์ควรทรำบอัตรำแลกเปล่ียนระหว่ำงเงินบำทกับเงินสกุลของชำติ
นักท่องเที่ยว หรือเงินบำทกับเงินสกุลของชำติท่ีพำนักท่องเที่ยวไปเที่ยว ควรเปรียบเทียบรำคำให้เห็นว่ำถ้ำซ้ือ
ของช้นิ หนึ่งซอ้ื เปน็ เงินสกลุ ชำตเิ ขำรำคำเทำ่ น้ี ถ้ำซื้อเป็นเงนิ สกุลของชำตเิ รำจะซ้อื ไดใ้ นรำคำประมำณเท่ำไร
3.7) มีควำมรู้เก่ียวกับสถำนท่ีพักแรม สำมำรถอธิบำยถึงวิธีกำรใช้ส่ิงอำนวยควำมสะดวก
ต่ำงๆ ภำยในโรงแรมและห้องพักได้
3.8) มีควำมรู้เกี่ยวกับสถำนท่ีท่องเที่ยวใกล้เคียงกับตัวโรงแรมไม่ว่ำจะเป็นสถำนท่ีบันเทิง
ยำมค่ำคนื สถำนท่แี สดงโชว์ต่ำงๆ หรอื จุดทเ่ี ป็นย่ำนตลำดกำรคำ้ เพือ่ ท่ีจะได้แนะนำนกั ทอ่ งเทย่ี ว
3.9) มีควำมรู้เก่ียวกับร้ำนจำหน่ำยของที่ระลึกท่ีน่ำเชื่อถือ กำรดูลักษณะสินค้ำท่ีมีคุณภำพ
รำคำไมแ่ พง เทคนิคในกำรต่อรองรำคำสินค้ำ
3.10) มีควำมรู้ในเร่ืองกฎหมำย ขั้นตอนกำรเข้ำออกประเทศ รู้ระเบียบพิธีกำรเข้ำออก
ประเทศ พิธีทำงศุลกำกร ระเบียบข้ันตอนกำรกรอกเอกสำรต่ำงๆ รู้เก่ียวกับเครื่องบิน กำรอ่ำนต๋ัวเคร่ืองบิน
มีควำมรู้เก่ียวกับท่ำอำกำศยำนที่จะไป สำมำรถแนะนำนักท่องเท่ียวในเร่ืองกำรนำสินค้ำเข้ำหรือออกประเทศ
ได้อย่ำงถูกต้อง เพรำะแต่ละประเทศจะมีกฎหมำยระเบียบพิธีปฏิบัติท่ีต่ำงกัน เช่น ประเทศออสเตรเลีย และ
นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกำ จะห้ำมนำพืช ผัก ผลไม้ เนย เน้ือสัตว์เข้ำประเทศโดยเด็ดขำดเพ่ือป้องกันกำรแพร่
เช้ือไปยังกำรเกษตรกรรม เป็นต้น
3.11) มัคคุเทศก์ต้องรู้จักท่ีต้ังของสถำนท่ีสำคัญๆ ใกล้โรงแรม เช่น โรงพยำบำลในกรณี
นักท่องเที่ยวเจ็บป่วย สถำนีตำรวจกรณีต้องแจ้งควำม สถำนทูต กรณีนักท่องเท่ียวทำพำสปอร์ตหำย หรือรู้จัก
จุดที่น่ำสนใจ เช่น ห้ำงสรรพสินค้ำ แหลง่ ชอ็ ปปง้ิ เปน็ ตน้
3.12) มัคคุเทศก์ควรมีควำมรู้เก่ียวกับเหตุกำรณ์โลกปัจจุบันในทุกๆ เร่ือง เน่ืองจำกจะได้
มคี วำมรูส้ ำมำรถสนทนำกับนักท่องเที่ยวได้ เพรำะนักทอ่ งเทยี่ วแต่ละคนกส็ นใจในเร่ืองท่ีแตกต่ำงกัน
3.13) มัคคุเทศก์ควรมีควำมรู้เบื้องต้นในกำรถ่ำยภำพด้วยกล้องDigital หรือกล้อง Manual
กำรเปลี่ยนถอดหรอื ใสฟ่ ิล์ม รจู้ ักแนะนำมมุ กล้องหรือจุดถ่ำยภำพใหไ้ ด้อย่ำงสวยงำมแก่นักทอ่ งเทีย่ ว
3.14) มีควำมรู้ด้ำนกำรปฐมพยำบำลโดยเฉพำะกำรปฐมพยำบำลเบ้ืองต้น เช่น เป็นลม
เมำรถ เมำเรอื สัตว์มีพิษกดั เปน็ ตน้ เพ่อื ทีจ่ ะได้ช่วยเหลอื นักทอ่ งเทย่ี วได้ทันทว่ งที
4) มีวำทศิลป์ มัคคุเทศก์เป็นอำชีพท่ีต้องอำศัยกำรพูดเป็นเคร่ืองมือในกำรนำพำไปสู่ควำมสำเร็จ
ดังนนั้ มัคคเุ ทศกจ์ งึ ควรใส่ใจในกำรฝึกฝนกำรพูดของตนอยเู่ สมอ เพอ่ื ใหน้ กั ทอ่ งเทย่ี วตดิ ตำมสนใจ นักท่องเท่ียว
ฟังแล้วเกิดบรรยำกำศที่ดีในกำรท่องเท่ียว ยอมรับเชื่อถือ และปฏิบัติตำมเม่ือมัคคุเทศก์ขอควำมร่วมมือ
กำรพูดของมัคคุเทศก์อำจมีหลำยลักษณะข้ึนอยู่กับสถำนกำรณ์หรือเนื้อหำที่จะพูด โดยมำกจะพูดในลักษณะ
บรรยำยข้อมูลให้ควำมรู้เพ่ือให้นักท่องเที่ยวได้รับควำมรู้ สนใจติดตำมฟัง หรือพูดสร้ำงบรรยำกำศให้สดชื่น
สนุกสนำน เพื่อเป็นกำรผ่อนคลำยสร้ำงควำมเป็นกันเองและขจัดเวลำอันน่ำเบื่อ พูดขอควำมร่วมมือเพ่ือให้
นกั ท่องเท่ียวให้ควำมรว่ มมือปฏิบัติตำมข้อควรปฏิบัติของกลุ่มคณะ นกั พูดท่ีเก่งจะพูดจำกประสบกำรณเ์ พรำะ
จะพดู ได้เห็นภำพชดั เจน ตอ้ งร้จู กั ใชถ้ ้อยคำทีไ่ มเ่ ป็นคำสง่ั โดยยึดหลักบัวไมใ่ หช้ ำ้ น้ำไม่ใหข้ ุ่นพูดในแงส่ ร้ำงสรรค์
มำกกว่ำพูดในแง่ทำลำย และถึงแม้ว่ำปัจจุบันเคร่ืองมือส่ือสำรจะก้ำวหน้ำทันสมัยช่วยในกำรนำเที่ยวได้มำก
แต่ควำมสำคัญของกำรพูดก็มิได้ลดน้อยลงไป ตรงข้ำมกลับทวีควำมสำคัญมำกขึ้นโดยเฉพำะอย่ำงย่ิงอำชีพ
มคั คุเทศกเ์ ป็นอำชพี ทต่ี ้องเกีย่ วข้องใกลช้ ดิ กับนักท่องเท่ยี วทีเ่ ปน็ คนแปลกหนำ้ ไมม่ ีควำมคนุ้ เคยกันมำก่อน กย็ ่ิง
จำเป็นที่จะต้องใช้ศิลปะในกำรพูด มำเปน็ สื่อสรำ้ งควำมสมั พนั ธภำพให้ได้อย่ำงรวดเร็ว ตอ้ งสำมำรถโนม้ น้ำวให้
นักท่องเท่ียวมีควำมตื่นตัวพร้อมรับฟังข้อมูลและแนวปฏิบัติร่วมกันของหมู่คณะ เพ่ือให้กำรท่องเท่ียวเป็นไป
อยำ่ งรำบรื่น
5) มีจิตวิญญำณรักและต้ังใจในงำนกำรเป็นมัคคุเทศก์ คุณสมบัติข้อนี้ถือว่ำสำคัญมำกเพรำะต้องเป็น
ผู้มีควำมรักและเต็มใจท่ีจะบริกำรแก่ผู้อื่นอย่ำงมีควำมสุข ไม่ใช่ทำด้วยควำมฝืนใจหรือเพ่ือแสวงหำ
ผลประโยชน์อื่นใด คิดเอำตัวรอดทำงำนให้พ้นไปวันๆ เพรำะถ้ำทำงำนอย่ำงไม่มีควำมสุขไม่มีควำมเต็มใจ
มันจะแสดงออกทำงสีหน้ำท่ำทำง มัคคุเทศก์ต้องมีจิตวิญญำณควำมรู้สึกที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของ
นักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลำ ท้ังน้ีจิตวิญญำณของควำมเป็นมัคคุเทศก์ก็คล้ำยกับจิตวิญญำณของควำมเป็นครู
คอื พอใจและพยำยำมท่ีจะถำ่ ยทอดควำมรู้ให้แกผ่ ู้อ่นื มนี ำ้ ใจให้อภยั แก่ผอู้ ื่นเมื่อทำผดิ พลำดขึ้นมำ ควรเป็นผู้ที่
ตั้งใจจริงที่จะเอำดีทำงด้ำนนี้ ทำงำนอย่ำงเต็มกำลังควำมสำมำรถ และมุ่งที่จะสร้ำงควำมก้ำวหน้ำ มิใช่เข้ำมำ
เพ่ือหำประสบกำรณ์ช่ัวครำว หรือเพียงเพื่อเป็นทำงผ่ำนรอไปทำงำนอื่น เพรำะจะก่อให้เกิดควำมเสียหำย
ตอ่ อตุ สำหกรรมท่องเท่ียว
6) มีควำมรับผิดชอบสูงตรงต่อเวลำ เน่ืองจำกบำงครั้งผู้เป็นมัคคุเทศก์ต้องดูแลนักท่องเท่ียว
ครำวละหลำยสิบหรือหลำยร้อยชีวิต คงไม่มีควำมรับผิดชอบใดยิ่งใหญ่ไปกว่ำกำรต้องรับผิดชอบในควำม
ปลอดภัยและชีวิตของคน ในกำรเดินทำงนักท่องเที่ยวต้องกำรควำมปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นอันดับ
แรก ฉะนั้นมัคคุเทศก์จึงต้องแสดงหรือจัดกำรกับเหตุกำรณ์ต่ำงๆ ให้นักท่องเท่ียวได้เห็นว่ำกำรเดินทำงในครั้ง
นั้นๆ มีควำมปลอดภัยไร้กังวลมัคคุเทศก์ต้องไม่ทอดทิ้งนักท่องเที่ยวไม่ว่ำจะเกิดเหตุกำรณ์ใดต้องพยำยำม
ชว่ ยเหลอื นกั ทอ่ งเทยี่ ว ทำงำนให้เตม็ กำลังควำมสำมำรถไม่เกย่ี งงำน ควำมรับผิดชอบอกี อย่ำงหนึ่งทส่ี ำคัญมำก
ของกำรเป็นผู้นำเที่ยวคือเรื่องของเวลำต้องเป็นคนตรงต่อเวลำ เพรำะถ้ำมัคคุเทศก์ไม่ตรงต่อเวลำ ก็จะเป็น
แบบอย่ำงที่ไม่ดีแก่นักท่องเที่ยวให้เขำได้ปฏิบัติตำม และอำจทำให้กำรนำเท่ียวในคร้ังนั้นมีควำมคลำดเคล่ือน
จำกโปรแกรมจนอำจถูกตัดโปรแกรมอ่ืนออกไป อันจะนำไปสู่ควำมไม่พึงพอใจของนักท่องเท่ียวในท่ีสุด
ทำงตรงขำ้ มมคั คุเทศกก์ ็ต้องคอยเตอื นให้นกั ท่องเท่ียวรกั ษำเวลำด้วย
7) มีควำมอดทนอดกลั้นรับได้ทุกสถำนกำรณ์ จำกลักษณะงำนที่ต้องเจอกับนักท่องเที่ยวที่มำจำก
พื้นฐำนทำงควำมคิดพื้นฐำนครอบครัวกำรเลี้ยงดู ควำมต้องกำรท่ีต่ำงกัน ทำให้มัคคุเทศก์ต้องมีขันติ มีควำม
อดทนอดกล้ันท้ังควำมคิด กำรกระทำที่จะนำไปสู่ควำมขัดแย้ง อดทนต่อเสียงตำหนิติเตียนดุด่ำว่ำกล่ำวจำก
นักท่องเท่ียว อดทนต่อปัญหำควำมไม่รำบรื่นในกำรทำงำน เช่น ปัญหำของหำย ปัญหำนักท่องเที่ยวไม่พอใจ
ในกำรบริกำรท่ีไดร้ ับจำกโรงแรม ห้องพักไม่สะอำด ปัญหำร้ำนอำหำร และปัญหำอ่ืนๆ อีกนำนำสำรพัดปญั หำ
ซึ่งปัญหำทุกสิ่งทุกอย่ำงเหล่ำนี้สุดท้ำยก็จะมำลงท่ีตัวมัคคุเทศก์ทั้งๆ ท่ีควำมผิดพลำดต่ำงๆ อำจไม่ได้มำจำก
มัคคุเทศก์ แต่มัคคุเทศก์ต้องเป็นคนดูแลรับผิดชอบไกล่เกล่ีย มัคคุเทศก์จึงต้องเป็นผู้ท่ีมีควำมอดทนอดกล้ันสูง
ไม่ว่ำจะเป็นฝ่ำยผิดหรือถูกมัคคุเทศก์ต้องควบคุมตนเองให้ใจเย็น และต้องพยำยำมทำให้นักท่องเท่ียวใจเย็น
โดยใช้เหตุผล ขอควำมเห็นใจเพื่อให้เขำอยู่ในควำมสงบให้ได้ และพึงระลึกอยู่เสมอว่ำบริษัทเสียค่ำจ้ำง
เพื่อให้เรำมำทำงำนแก้ไขปัญหำแทน ไม่ได้จ้ำงเรำมำเพื่อให้น่ังๆ กินๆ นอนๆ หรือให้มำเท่ียวกับนักท่องเท่ียว
คิดได้อย่ำงน้ีแล้วจะสบำยใจ ต้องช่วยเหลือสะสำงปัญหำให้ผ่ำนพ้นไปก่อนถึงจะปลกี ตัวไปทำภำรกิจสว่ นตวั ได้
ตอ้ งย้ิมสู้ถึงแม้รสู้ ึกไม่พอใจ ไมแ่ สดงอำรมณเ์ กร้ียวกรำด อำรมณเ์ สียใส่นักท่องเท่ียวแม้เขำจะเป็นฝำ่ ยผิดก็ตำม
ทั้งน้ีเม่ือเจอปัญหำต่ำงๆ มัคคุเทศก์นอกจำกต้องอดทนอดกล้ันแล้วก็ควรเก็บอำกำร ไม่แสดงออกถึง
ควำมต่ืนกลัว ตกใจ ลนลำนจนทำอะไรไม่ถูก เพรำะจะเป็นกำรแสดงถึงควำมไม่เป็นมืออำชีพ และยังส่งผลให้
นักทอ่ งเทีย่ วขำดควำมม่ันใจต่ืนกลวั ตำมไปด้วย
8) มีสติปัญญำและไหวพริบดี คุณสมบัติข้อน้ีอำจต้องใช้ควบคู่กับกำรท่ีต้องเป็นคนช่ำงสังเกตด้วย
มัคคุเทศก์ต้องทำงำนทุกอย่ำงด้วยสติสัมปชัญญะและไหวพริบที่ดี ทำงำนโดยมีกำรไตร่ตรองวำงแผนล่วงหน้ำ
ทุกขั้นตอน มีกำรวำงแผนเพ่ือเผื่อควำมผิดพลำดไว้ด้วยย่ิงดี มัคคุเทศก์ที่มีสติและไหวพริบดีน้ัน แม้ว่ำเจอ
เหตุกำรณ์ใดๆ ก็จะไม่หวั่นไหวอะไรง่ำยๆ แต่กำรไม่หว่ันไหวอะไรง่ำยๆ น้ันยังไม่พอมัคคุเทศก์ต้องสำมำรถ
ใช้สติและไหวพริบที่ดีกว่ำบุคคลอื่นด้วยกำรแก้ไขปัญหำหรือหำทำงออกให้ได้อย่ำงรวดเร็วด้วย ทั้งนี้ผู้มี
สติปัญญำไหวพริบดี โดยมำกมักจะเกิดจำกกำรส่ังสมประสบกำรณ์ในกำรนำเท่ียวมำมำกพอตัวเป็น
สว่ นประกอบทสี่ ำคญั ด้วย
9) มคี วำมสำมำรถสร้ำงอำรมณ์ขัน กอ่ นกำรสร้ำงอำรมณ์ขนั มัคคเุ ทศกต์ ้องสร้ำงมนุษยสมั พันธ์ ให้
นักท่องเที่ยวได้รู้จักคุ้นเคยเป็นกันเองกับมัคคุเทศก์เสียก่อน เพรำะจะเป็นบันไดก้ำวแรกท่ีจะนำไปสู่กำรสร้ำง
อำรมณข์ นั อำรมณข์ ันจะมสี ว่ นช่วยให้กำรเดินทำงเป่ียมไปดว้ ยรอยยิ้มและควำมสุข มัคคเุ ทศกท์ ่ีมีพรสวรรค์ใน
กำรสร้ำงสรรค์อำรมณ์ขันให้กับผู้อ่ืนมักจะได้เปรียบ เพรำะบำงครั้งนักท่องเที่ยวก็ไม่ชอบข้อมูล ท่ีเป็น
วิชำกำรมำกเกินไป แต่ถ้ำมีกำรสร้ำงควำมสนุกสนำนปนเปด้วยเรื่องตลกขบขันนักท่องเท่ียวอำจกลับ มี
ควำมชื่นชอบมำกกวำ่ ทัง้ น้อี ำรมณข์ ันอำจไม่ใช่เป็นเร่อื งตลกไรส้ ำระท้งั หมด มคั คเุ ทศก์อำจนำเอำเร่ืองวชิ ำกำร
มำเสริมเติมแต่งให้ฟังดูสนุกสนำนก็ได้ กำรสร้ำงอำรมณ์ขันนั้นอำจสร้ำงได้หลำยวิธี เช่น กำรเล่ำเร่ืองหรือ
ประสบกำรณ์ที่ตลกๆ สนุกสนำนให้นักท่องเที่ยวฟัง หรือกำรให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรมสันทนำกำร กำร
เล่นเกมบนรถ เล่นมำยำกลให้นักท่องเท่ียวดู หรืออำจใช้สื่ออื่นๆช่วย เช่น เปิดวีดีโอตลก เปิดเพลง เป็นต้น
ท้ังนี้กำรสร้ำงรอยยิ้มหรืออำรมณ์ขันให้เกิดข้ึนกับนักท่องเท่ียวนั้น ต้องคำนึงถึงควำมถูกต้อง สถำนท่ี
ควำมเหมำะสมของวัย และกำรสนองตอบจำกนักท่องเท่ียวด้วย ที่สำคัญควรระมัดระวังไม่ให้เป็นกำรสร้ำง
และเกดิ อำรมณ์ขันจำกผใู้ หแ้ ตเ่ พียงฝำ่ ยเดยี ว
10) มีสุขภำพจิตและสุขภำพกำยที่ดี เพรำะมัคคุเทศก์ต้องพบกับผู้คนที่หลำกหลำย ต้องพบกับ
กำรทำงำนท่ีค่อนข้ำงหนัก มีเวลำพักน้อยกว่ำคนอื่น ดังน้ันถ้ำมัคคุเทศก์มีพื้นฐำนทำงด้ำนสุขภำพจิต และ
สุขภำพกำยที่ไมด่ แี ล้วก็จะทำงำนได้ไม่เต็มที่ ทำงำนโดยมขี อ้ ผิดพลำด ท่สี ำคัญกำรมีสขุ ภำพจติ และสขุ ภำพกำย
ไม่ดี จะส่งผลต่อกำรแสดงออกทำงสีหน้ำ แววตำ บุคลิกท่ำทำงว่ำไม่เต็มร้อย อำจทำให้นักท่องเท่ียวขำดควำม
ม่ันใจในตัวผู้นำ ดูแล้วไม่เจริญหูเจริญตำ ดังนั้นมัคคุเทศก์มืออำชีพ ต้องหม่ันดูแลสุขภำพกำยให้แข็งแรง
ทำจิตใจให้สดใสร่ำเริงอยู่เสมอ ถ้ำรู้ตัวว่ำตนเองไม่พร้อมก็ไม่ควรรับงำน เพรำะจะทำให้งำนเสีย นักท่องเที่ยว
ก็จะไมไ่ ด้รบั ควำมประทบั ใจจำกผนู้ ำเที่ยว
11) มคี วำมจำที่ดี ผูท้ ีม่ ีควำมจำดีจะเป็นพ้นื ฐำนนำไปสู่กำรมีควำมรู้ดีได้อย่ำงงำ่ ยดำย กำรมีควำมจำดี
นั้นสำคัญท่ีสุดคือต้องจดจำเน้ือหำสำระข้อมูลในแหล่งท่องเที่ยวท่ีจะต้องนำพำนักท่อ งเท่ียวไปชมมัคคุเทศก์
ที่จะประสบควำมสำเร็จจะต้องสำมำรถบันทึกควำมเข้ำใจเป็นควำมทรงจำท่ีย่ังยืนยำวนำนให้ได้เพรำะนั่น
หมำยถึงท่ำนจะประกอบอำชีพน้ีได้อย่ำงม่ันใจ นอกจำกนี้ควำมจำที่ดีหมำยรวมถึงควำมสำมำรถในกำรเรียก
หรือทักทำยชื่อนักท่องเที่ยวได้อย่ำงถูกต้อง จะสร้ำงควำมภูมิใจแก่นักท่องเที่ยวหรือผู้ถูกเรียก ซ่ึงจะส่งผลให้
กำรสร้ำงมนษุ ยสัมพันธเ์ กิดขึน้ ไดอ้ ยำ่ งรวดเรว็ มัคคุเทศกท์ ีด่ จี งึ ควรจำชื่อนักท่องเท่ียวให้ได้ทุกคนเพื่อประโยชน์
ในกำรทำงำน ควำมจำที่ดีอำจรวมถึงต้องจดจำว่ำเขำชอบหรือไม่ชอบอะไร จำไปถึงเร่ืองต่ำงๆ ที่จะเ ป็น
ประโยชน์และเอื้ออำนวยต่อกำรทำงำนด้วย เช่น จำเส้นทำงไปสถำนที่ต่ำงๆ ได้แก่ โรงแรม ร้ำนอำหำร
แหล่งท่องเที่ยว ท่ีสำคัญที่สุดคือกำรจดจำข้อมูลประวัติควำมเป็นมำของแหล่งท่องเท่ียวหรือจุดท่ีน่ำสนใจ
เพ่อื จะได้บรรยำยใหค้ วำมร้แู กน่ กั ทอ่ งเทีย่ วได้
12. มีควำมสำมำรถในกำรใช้ภำษำ โดยเฉพำะภำษำของประเทศท่ีไปเยือน หลำยครั้งที่มัคคุเทศก์
ต้องสอนกำรใช้คำอย่ำงง่ำยในชีวิตประจำวันแก่นักท่องเท่ียวเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ทรำบและสำมำรถนำไปใช้
ประโยชน์ได้ในเบ้ืองต้น เพ่ือกำรพูดคุยหรือต่อรองรำคำในกำรซ้ือสินค้ำ หรือกำรทักทำยกับคนในท้องถ่ิน
ส่วนตัวมัคคุเทศก์เองน้ัน ถ้ำมีภำษำดีก็จะมีควำมมั่นใจในกำรทำงำนตำมไปด้วย หลำยคร้ังที่มัคคุเทศก์
ต้องทำหน้ำท่ีเป็นล่ำมคอยแปลภำษำท่ีมัคคุเทศก์ท้องถ่ินหรือคนในท้องถ่ินพูดมำให้นักท่องเที่ยวของตนทรำบ
ทั้งน้ีภำษำอังกฤษนับเป็นภำษำที่หัวหน้ำทัวร์หรือมัคคุเทศก์ควรสำมำรถที่จะพูดได้ เพรำะเป็นภำษำสำกล
ของคนท่ัวโลก ส่วนรำชกำรหน่วยงำนรัฐวิสำหกิจที่เก่ียวข้องกับกำรท่องเที่ยว แหล่งท่องเท่ียวต่ำงๆ ทั่วโลก
ก็มักใช้ภำษำอังกฤษเป็นภำษำกลำงในกำรสื่อสำร เพื่ออำนวยควำมสะดวกแก่นักท่องเที่ยวภำษำอังกฤษ
จึงนับว่ำเป็นภำษำกลำงที่มัคคุเทศก์ทุกคนควรฝึกฝนให้ควำมสำคัญ นอกจำกน้ีมัคคุเทศก์ที่ดีควรฝึกฝน
กำรใช้ภำษำของตนให้สำมำรถอธบิ ำยนักทอ่ งเทยี่ วแล้วเขำเกิดมโนภำพ ควำมรูส้ กึ ทค่ี ล้อยตำมไดอ้ ยำ่ งน่ำท่ึง ก็
จะทำให้กำรนำเทย่ี วในคร้ังนน้ั เกิดควำมประทับใจจำกนักท่องเท่ียวผูใ้ ช้บริกำรมำกยิ่งข้นึ
13. มคี วำมกระตอื รือร้นใฝ่ร้อู ยตู่ ลอดเวลำ มัคคเุ ทศกต์ อ้ งมที ่ำทีกระฉับกระเฉง วอ่ งไว กระตือรอื รน้ ท่ี
จะช่วยเหลืออำนวยควำมสะดวกนักท่องเท่ียวอยู่ตลอดเวลำ ไม่ว่ำจะเป็นเวลำในกำรนำเที่ยวหรือ
นอกเหนือจำกกำรนำเท่ียว ถ้ำมัคคุเทศก์ขำดควำมกระตือรือร้น นักท่องเที่ยวก็จะเฉ่ือยชำตำม ทำให้อำจ
กระทบกระเทือนเวลำในกำรท่องเท่ียวยังที่ถัดไป พึงสังเกตได้ว่ำมัคคุเทศก์คนใดท่ีมีควำมกระตือรือร้นในกำร
ทำงำน มักจะเป็นผู้ที่ยังมีจิตใจเต็มเปี่ยมและรักที่จะทำงำนทำงด้ำนน้ี ที่สำคัญมัคคุเทศก์ต้องรักที่จะเรียนรู้
ใฝ่หำข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ในกำรนำเท่ียวอยู่ตลอดเวลำ มัคคุเทศก์ที่ขำดควำมกระตือรือร้นจะทำให้เป็นคน
ท่ไี มท่ นั ยคุ ทนั สมัย จะพูดคุยกบั นกั ทอ่ งเทย่ี วไมร่ ูเ้ รอื่ ง ตำมนักท่องเทยี่ วไมท่ ัน
14. มีควำมสำมำรถด้ำนนันทนำกำร นอกเหนือจำกควำมรู้ทำงวิชำกำรที่มัคคุเทศก์จะต้องถ่ำยทอด
แล้ว ควำมสำมำรถด้ำนกำรสร้ำงบรรยำกำศในกำรเดินทำงให้เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มควำมสนุกสนำน ก็มี
ควำมสำคัญไม่ย่ิงหย่อนไปกว่ำกัน โดยเฉพำะกำรไปในสถำนท่ีท่ีเอ้ืออำนวยหรือนักท่องเท่ียวมีควำมต้องกำรท่ี
จะให้จัดกิจกรรม ผู้ท่ีมีประสบกำรณ์ทำงด้ำนน้ีจะได้เปรียบเพรำะได้เรียนรู้และเตรียมกำรเกี่ยวกับกำรจัด
กิจกรรมมำแล้ว สำหรับผู้ท่ีไม่มีประสบกำรณ์ในกำรทำกิจกรรม ไม่เคยร้องเพลง ไม่เคยเอ็นเตอร์เทนใคร
ก็จะต้องฝึกฝนให้เกิดควำมชำนำญ อย่ำงไรก็ตำมกำรจัดกิจกรรมส่ิงที่ต้องคำนึงถึงอย่ำงมำกคือเร่ืองอำยุ เพศ
ควำมต้องกำรหรือควำมเต็มใจของนักท่องเท่ียวด้วย ควรจัดกิจกรรมให้เหมำะสมกับสถำนที่ เช่น ถ้ำพักใน
ตัวเมืองกำรจัดกิจกรรมคงไม่จำเป็น เพรำะนักท่องเท่ียวคงอยำกใช้เวลำว่ำงตอนกลำงคืนเท่ียวชมตัวเมือง
มำกกวำ่ ทจ่ี ะมำสนใจในกำรทำกิจกรรมทวั ร์
15. มีจรรยำบรรณในวิชำชีพ ผู้ประกอบอำชีพนี้จะมีช่องทำงหำผลประโยชน์ได้ง่ำยโดยเฉพำะจำก
ร้ำนค้ำสินค้ำที่ระลึกหรือจำกตัวนักท่องเท่ียว มัคคุเทศก์ต้องระมัดระวังเรื่องควำมละโมบ ไม่เอำรัดเอำเปรียบ
นักท่องเที่ยว ด้วยกำรพำไปซ้ือของตำมร้ำนค้ำที่ให้ผลประโยชน์สูง ๆ โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ และ
ควำมรู้สึกของนักท่องเท่ียว ไม่บังคับขู่เข็ญให้นักท่องเที่ยวอยู่ในภำวะจำยอมที่จะต้องซื้อสินค้ำหรือจ่ำย
ค่ำบริกำรแก่ทำงร้ำนค่ำหรือแก่มัคคุเทศก์ บำงคร้ังมัคคุเทศก์ก็จำใจต้องยอมสูญเสียผลประโยชน์ เพื่อให้
ภำพลักษณ์ของตนดีข้ึน ต้องซื่อสัตย์ต่อหน้ำที่ จริงใจ และมีน้ำใจต่อนักท่องเที่ยว คำพูดท่ีว่ำ “ซ่ือกินไม่หมด
คดกินไม่นำน” น้ัน ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย กำรกระทำสิ่งใดท่ีคิดว่ำทำแล้วเกิดควำมไม่สบำยใจแก่ตน และ
แก่นกั ท่องเทย่ี วกไ็ มค่ วรกระทำ
16. มีควำมสรรค์สร้ำงแต่สิ่งที่ดี ให้แก่นักท่องเที่ยวในทุกวิถีทำง ไม่ว่ำจะเป็นเร่ืองกำรทำให้กำร
เดินทำงมีชีวิตชีวำไม่น่ำเบื่อ เพิ่มสีสันในกำรเดินทำงด้วยวิธีกำรต่ำงๆ ท่ีนักท่องเท่ียวชื่นชอบ สร้ำงศรัทธำต่อ
นักท่องเท่ียวในควำมรอบรู้ของมัคคุเทศก์ สร้ำงจินตนำกำรจำกกำรพูดหรือกำรกระทำให้นักท่องเท่ียวได้มี
ควำมสุข สนุก และได้รับควำมประทับใจ พยำยำมช่วยเหลือตำมโอกำสต่ำงๆ ท่ีเห็นว่ำเหมำะสม ไม่ว่ำเขำจะ
เรยี กรอ้ งหรือไมก่ ็ตำม คิดและทำในสง่ิ ท่ีดี สร้ำงควำมรกั ควำมสำมัคคใี ห้เกิดขน้ึ ในหมคู่ ณะ
นอกจำกคุณสมบัติดังกล่ำวข้ำงต้นแล้วมัคคุเทศก์ต้องมีคุณสมบัติตำ มพระรำชบัญญัติธุรกิจนำเท่ียว
และมัคคุเทศก์ จึงจะสำมำรถประกอบอำชีพมคั คเุ ทศก์ได้ ซ่ึงมีรำยละเอยี ดดงั น้ี
ในพระรำชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 หมวดที่ 3 มำตรำ 50 ว่ำด้วยเร่ือง
มคั คุเทศก์ ไดก้ ำหนดให้ผู้ทขี่ อรบั ใบอนญุ ำตเปน็ มัคคุเทศกต์ อ้ งมคี ุณสมบตั ิดังน้ี
(ก) มีอำยไุ มต่ ่ำกวำ่ สิบแปดปีบริบูรณใ์ นวนั ยื่นคำขอรับใบอนญุ ำตเปน็ มัคคเุ ทศก์
(ข) มีสัญชำติไทย
(ค) สำเรจ็ กำรศึกษำระดับปริญญำตรีหรือเทยี บเทำ่ ในสำขำมัคคเุ ทศก์หรือสำขำกำรท่องเท่ียว
ที่มวี ิชำเกี่ยวกับมัคคุเทศก์ หรือสำเร็จกำรศึกษำระดบั อนุปริญญำในสำขำมัคคุเทศก์หรือสำขำกำรท่องเท่ียวที่มี
วิชำเก่ียวกับมัคคุเทศก์ไม่น้อยกว่ำท่ีคณะกรรมกำรกำหนด หรือได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสือรับรองว่ำได้ผ่ำนกำร
ฝกึ อบรมวิชำมคั คุเทศกต์ ำมหลักสูตรที่คณะกรรมกำรกำหนด
นอกจำกน้ตี อ้ งไม่มีลักษณะต้องห้ำมดังต่อไปนี้
(ก) เปน็ โรคพษิ สรุ ำเร้อื รงั หรือติดยำเสพติดใหโ้ ทษ หรือเป็นโรคติดตอ่ ท่คี ณะกรรมกำรกำหนด
(ข) เป็นผู้อยู่ในระหว่ำงถูกสั่งพักใช้ใบอนุญำตเป็นมัคคุเทศก์หรือใบอนุญำตประกอบธุรกิจ
นำเทยี่ ว
(ค) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญำตประกอบธุรกิจนำเท่ียวตำมมำตรำ๔๖ (๑) (๒) (๓) หรือ(๔)
หรือใบอนุญำตเป็นมัคคุเทศก์ตำมมำตรำ๖๓ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) และยังไม่พ้นกำหนดห้ำปี นับถึงวันยื่นคำ
ขอรับใบอนญุ ำตเปน็ มัคคุเทศก์
(ง) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญำตประกอบธุรกิจนำ เท่ียวตำมมำตรำ๔๖ (๕) หรือใบอนุญำตเป็น
มัคคุเทศก์ตำมมำตรำ๖๓ (๕)
(จ) เคยถกู เพิกถอนทะเบียนเป็นผนู้ ำเทย่ี วมำแลว้ ยังไม่ถงึ หำ้ ปนี ับถึงวันยื่นคำขอรับใบอนุญำต
เป็นมัคคุเทศก์
2.2 บทบำทของมัคคเุ ทศก์
กำรปฏิบัติงำนในกำรนำเท่ียว มัคคุเทศก์จะต้องสวมบทบำทหลำยอย่ำงเปรียบเหมือนคนสวมหมวก
หลำยใบ แต่ละบทบำทมัคคเุ ทศก์จะใช้ในวำระและโอกำสต่ำงๆ กัน จะมำกน้อยเพียงใดขึ้นอย่กู ับธรรมชำติของ
นักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มรวมทั้งสถำนกำรณ์ในขณะนั้นด้วย ซ่ึงมัคคุเทศก์จะต้องดึงควำมสำมำรถในแต่ละ
บทบำทมำใช้ให้ไดอ้ ย่ำงมปี ระสิทธิภำพตำมสถำนกำรณ์ตำ่ งๆ ดงั ต่อไปนี้
1) บทบำทของครู เป็นบทบำทท่ีสำคัญอย่ำงหน่ึงของกำรเป็นมัคคุเทศก์ และถือได้ว่ำเป็นหน้ำที่ที่
สำคัญที่สุดของอำชีพนี้ด้วย ตัวมัคคุเทศก์เองส่วนใหญ่ก็มักจะภูมิใจกับบทบำทนี้ กำรสวมบทบำทครูจะต้องมี
ควำมสำมำรถดังน้ี คือมีควำมรู้ ควำมชำนำญ ในเร่ืองรำวของท้องถ่ิน เช่นประวัติศำสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ชีวิต
ควำมเปน็ อยขู่ องผู้คน ภมู ศิ ำสตร์ ศำสนำ สถำปัตยกรรม กำรเมอื งกำรปกครอง เรอ่ื งของบุคคลและสถำนที่
นอกจำกน้ัน ยังต้องให้ควำมรู้แก่นกั ท่องเท่ียวในเร่ืองของกฎ ระเบียบและข้อควรปฏิบัติสถำนท่ีน้ันๆ ด้วย เช่น
กำรเข้ำอุทยำน วนอุทยำนแห่งชำติ ห้ำมเด็ดดอกไม้ ใบไม้ เก็บของป่ำ เก็บหิน ล่ำสัตว์ ทำเสียงดัง เมือก่อไฟ
แล้วต้องดับ เป็นต้น หรือกำรเข้ำไปในหมู่บ้ำนชำวเขำควรทำตำมข้อห้ำม ข้อนิยมของแต่ละเผ่ำ เช่น อย่ำแต่
ต้องหิ้งผี หรือควรขออนุญำตก่อนถ่ำยรูปโดยเฉพำะคนแก่ หรือเม่ือไปในโบสถ์ในวิหำร ควรปฏิบัติตัวให้
เรียบร้อยและแต่งกำยสุภำพ เป็นต้น มีควำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอดควำมรู้ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพและมี
เนื้อหำสำระ และสำมำรถตอบคำถำมได้ อย่ำงไรก็ตำม มัคคุเทศก์ต้องสวมบทบำทครูอย่ำงพอเหมำะพอควร
อย่ำให้มำกเกินไปจนกลำยเป็นกำรอวดภูมิรู้หรือให้ควำมรู้มำกจนเหมือนว่ำนักท่องเท่ียวเป็นนักเรียน คนที่มำ
เที่ยวด้วยเหตุผลหลำยอย่ำง ไม่ใช้มำเพื่อเรียนรู้เพียงอย่ำงเดียว และแต่ละคนก็สนใจเรื่องต่ำงๆ ไม่เหมือนกัน
ถ้ำเป็นเรื่องที่เขำไม่มีควำมสนใจเขำจะเบื่อ และทำให้เสียบรรยำกำศของกำรท่องเท่ียวด้วย แต่ในกรณีท่ีเป็น
นกั ทอ่ งเที่ยวที่มำเที่ยวเป็นเฉพำะเรื่องที่เขำสนใจ (Special tour) มัคคุเทศก์จะต้องอธิบำยและให้ควำมรู้อย่ำง
ละเอยี ดฉะน้นั จึงจำเปน็ ต้องหำขอ้ มูลเก่ียวกับนกั ทอ่ งเทีย่ วล่วงหนำ้
2) บทบำทของผูน้ ำ เป็นอกี บทบำทหน่ึงของมัคคเุ ทศก์ เพรำะมคั คุเทศก์ต้องมีควำมสำมำรถในกำรนำ
และควบคุมกลุ่มนักท่องเที่ยว คอยดูแลเอำใจใส่ให้อยู่ในระเบียบและกฎเกณฑ์ สำมำรถโน้มน้ำวให้
นักท่องเที่ยวรู้สึกคล้อยตำมและชักชวนให้สมำชิกของกลุ่มร่วมกิจกรรมในระหว่ำงกำรนำเท่ียวได้ นอกจำกนี้
กำรเปน็ ผนู้ ำยงั ตอ้ งเป็นผู้ท่รี ทู้ ศิ ทำงทจ่ี ะนำไปยังแหล่งท่องเทีย่ ว สำมำรถบอกทำงใหค้ นขบั รถได้
3) บทบำทของนักจิตวิทยำ มัคคุเทศก์ต้องมีจิตวิทยำในกำรที่จะทำให้นักท่องเที่ยวพอใจ ต้องรู้ว่ำ
เม่ือใดควรจะปฏิบัติตัวอย่ำงไร เช่น ถ้ำรู้สึกว่ำนักท่องเท่ียวอึดอัดในหัวข้อที่สนทนำอยู่ ก็ต้องพยำยำมเปลี่ยน
หัวข้อ หรือกิจกรรมที่ทำอยู่รู้สึกว่ำเบื่อแล้วก็ควรจะเปล่ียน หรือหลังจำกอธิบำยส่ิงต่ำงๆ ในสถำนท่ีเสร็จแล้ว
ควรมีเวลำให้นักท่องเที่ยวถ่ำยรูป บำงท่ีก็มีเทคนิคในกำรเรียกร้องควำมสนใจ เช่น อธิบำยอะไรท่ีต่ืนเต้นแล้ว
หยุดสักครู่เพื่อให้ผู้ฟังกระหำยใคร่รู้ และสิ่งสำคัญคือเวลำอธิบำยต้องสังเกตด้วยว่ำนักท่องเท่ียวสนใจหรือไม่
ถ้ำสนใจก็อธิบำยอย่ำงละเอียด ถ้ำเห็นสีหน้ำไม่สนใจก็อธิบำยอย่ำงรวบรัดข้ึน อีกประกำรหนึ่งที่จะช่วยให้รู้
ควำมต้องกำรของนักท่องเที่ยว คือ ต้องศึกษำพฤติกรรมของคน เช่น ควำมตอ้ งกำรทแี่ ตกตำ่ งระหว่ำงเพศหญิง
กบั เพศชำยระหว่ำงวัยรนุ่ วยั กลำงคน และวัยชรำ รวมถงึ พฤติกรรมท่แี ตกต่ำงกนั ของคนแต่ละชำติด้วย
4) บทบำทของนักแสดง มัคคุเทศก์ต้องรู้จักสร้ำงบรรยำกำศให้นักท่องเที่ยวมีควำมสุข สนุกสนำน
โดยเฉพำะเม่ือเดินทำงไกลต้องนั่งรถเป็นระยะทำงยำวนำน ทำให้เกิดควำมเบื่อหน่ำย นอกจำกมัคคุเทศก์จะ
บรรยำยส่ิงต่ำงๆ ท่ีผ่ำนไปในระหว่ำงทำงแลว้ ก็ควรจะมีกิจกรรมนนั ทนำกำรบนรถด้วย เพ่ือเป็นกำรผ่อนคลำย
เช่นร้องเพลง เล่นดนตรี เล่ำนิทำนหรือเล่ำเร่ืองขำขัน เล่นเกมส์ต่ำงๆ หรือถ้ำถึงที่พักประเภทท่ีมี
สภำพแวดล้อมเป็นธรรมชำติ เช่น พวกรีสอร์ท ก็อำจจะจัดกิจกรรม เช่น แคมป์ไฟ นอกจำกสวมบทบำท
นักแสดงให้นักท่องเที่ยวเกิดควำมเพลิดเพลินแล้วมัคคุเทศก์ก็ยังต้องเป็นนักแสดงในกรณีที่เกิดเหตุกำรณ์
ร้ำยแรง คือต้องควบคุมอำรมณ์ให้ได้ ถึงแม้จะตกใจแต่ต้องแสดงออกว่ำไม่มีอะไรน่ำเป็นห่วงเพื่อไม่ให้
นกั ทอ่ งเทีย่ วตกใจ
5) บทบำทของนักกำรทูต เป็นบทบำทสำคัญในกำรที่จะสร้ำงควำมเข้ำใจอันดีระหว่ำงผู้มำเยือนกับ
เจ้ำของถิ่น มัคคุเทศก์ต้องมีชั้นเชิงในกำรพูดจำท่ีเรียกว่ำ “ล้ินกำรฑูต” รู้ว่ำอะไรควรพูด อะไรไม่ควร เช่น
อธิบำยเก่ียวกับประเทศไทยก็ควรจะพูดในแง่ท่ีทำให้เขำเกิดควำมนิยมชมชอบ ไม่ใช่เกิดควำมรู้สึกดูหมิ่น แต่ก็
อย่ำพูดโอ้อวดจนเขำรำคำญ บำงเร่ืองอย่ำพยำยำมเอำควำมเห็นส่วนตัวเข้ำไปปะปน ควรพูดเป็นกลำง
โดยเฉพำะเร่ืองศำสนำและกำรเมืองนอกจำกนั้นก็ยังต้องมีมนุษยสัมพันธ์และประสำนงำนกับผู้เกี่ยวข้องได้ดี
รวมทั้งเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมท้องถ่ิน เช่น กำรแสดงกิริยำมำรยำทแบบไทยๆ แต่งกำยอย่ำงมีเอกลักษณ์
ไทย เป็นต้น
6) บทบำทของนักอนุรักษ์ มัคคุเทศก์ควรมีควำมรับผิดชอบและเป็นแบบอย่ำงในกำรอนุรักษ์
ทรัพยำกรทำงกำรท่องเที่ยวทั้งทำงธรรมชำติ ส่ิงแวดล้อมและวัฒนธรรม และโน้มน้ำวให้นักท่องเที่ยวมีควำม
อยำกท่จี ะอนุรักษด์ ้วย เชน่ เมือ่ พำไปเท่ียวตำมป่ำเขำกใ็ ห้ควำมรู้เก่ียวกับพชื สตั ว์และกำรใชพ้ ืน้ ที่ทำกิน รวมถึง
สำเหตุควำมเสื่อมโทรมของป่ำ อันเน่ืองมำจำกกำรทำไร่เลื่อนลอย หรือไฟไหม้ ซ่ึงอำจเกิดจำกำรก่อไฟแล้วไม่
ดบั หรือกำรดดี บุหรี่ทงิ้ โดยท่ียงั ไม่ได้ดับ มคั คเุ ทศกค์ วรโน้มน้ำวและชกั ชวนให้นกั ท่องเท่ียวชน่ื ชมธรรมชำติและ
สนใจที่จะอนุรักษ์และปกปักรักษำโดยกำรไม่เด็ดดอกไม้ ใบไม้ เด็ดหินงอกหินย้อย หรือท้ิงขยะเกล่ือนกลำด
นอกจำกน้ีควรนำนักท่องเท่ียวไปเที่ยวชมหมู่บ้ำนในชนบทหรือบ้ำนชำวเขำ ชวนให้ร่วมกิจกรรมกับคนใน
หมู่บ้ำน เช่น เต้นรำ เล่นดนตรี ทำอำหำร ทำหัตถกรรมพื้นบ้ำน หรืออกไปทำไร่ ซึ่งนอกจำกจะทำให้
นักท่องเที่ยวได้ประสบกำรณ์แปลกๆ ท่ีประทับใจแล้วยังทำให้คนในท้องถิ่นตระหนักและภูมิใจในคุณค่ำของ
ศิลปวัฒนธรรมทม่ี ีอยู่ จะไดช้ ว่ ยกนั รกั ษำไวใ้ หย้ งั่ ยืนตอ่ ไป
7) บทบำทของนักบริกำร มัคคุเทศก์ต้องสวมบทบำทนักบริกำรเพรำะงำนของมัคคุเทศก์เป็นงำน
บรกิ ำรประเภทหน่ึง ซงึ่ ตอ้ งคอยบริกำรและคอยใหค้ วำมช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตลอดเวลำในขณะปฏบิ ัติหน้ำที่
เชน่ บริกำรนำเที่ยว บริกำรอำหำร บรกิ ำรของวำ่ งบนรถและอื่นๆ
8) บทบำทของพยำบำล มัคคุเทศก์ต้องสวมบทบำทพยำบำลเพรำะถ้ำนักท่องเทีย่ วปว่ ยมคั คุเทศก์ต้อง
มีควำมรู้เบือ้ งต้นเก่ยี วกับกำรปฐมพยำบำลเพอ่ื ดูแลนกั ท่องเทีย่ วให้ได้รับควำมปลอดภยั
9) บทบำทของผู้รักษำควำมปลอดภัย มัคคุเทศก์ต้องสวมบทบำทผู้รักษำควำมปลอดภัยเพรำะ
มัคคุเทศก์ต้องคอยให้ควำมช่วยเหลือนักท่องเท่ียว คอยอำนวยควำมสะดวกและดูแลควำมปลอดภัยให้กับ
นักท่องเท่ียวในทุกเร่ือง เช่นแนะนำในกำรปฏิบัติตัวขณะเดินทำงท่องเท่ียวเพ่ือให้ปลอดภัยแก่ชีวิตและ
ทรัพย์สินของนกั ท่องเที่ยว
2.3 มำรยำท และจรรยำบรรณของมคั คุเทศก์
บุญเลิศ จิตต้ังวัฒนำ (2558: 47) กล่ำวว่ำ มำรยำท หมำยถึง กิริยำ วำจำ ท่ำทำง กำรแสดงออก ข้อ
ควรประพฤติและไม่ควรประพฤติของมัคคุเทศก์ เพื่อดำรงไว้ซ่ึงเกียรติภูมิของสถำนภำพแห่งวชิ ำชพี มัคคุเทศก์
โดยกำรปรบั ตวั ใหเ้ ขำ้ กับสถำนกำรณ์ กำลเทศะ อนั เปน็ หลกั กำรประพฤตปิ ฏบิ ตั ทิ ่ีดีงำมท่ีมัคคเุ ทศก์พึงปฏิบัติ
กำรวำงตัว หมำยถึง พฤติกรรม กำรปฏิบัติ กำรทำตัวที่แสดงออกให้เห็น ฉะน้ันมำรยำทและกำร
วำงตัวของมัคคุเทศกืก็คือ กิริยำ วำจำ ท่ำทำง กำรแสดงออก ข้อควรประพฤติและไม่ควรประพฤติของ
มัคคุเทศก์ เพื่อดำรงไว้ซ่ึงเกียรติภูมิของสถำนภำพแห่งวิชำชีพมัคคุเทศก์ ทั้งนี้กำรวำงตัวของมัคคุเทศก์อำจ
หมำยถงึ กำรปรบั ตัวให้เขำ้ กบั สถำนกำรณ์ กำลเทศะ ซง่ึ เปน็ หลกั อันควรประพฤติและเป็นคุณสมบัติอันดีงำมท่ี
มคั คเุ ทศก์พงึ ปฏิบัติ ซง่ึ หลักเกณฑด์ งั กลำ่ วมีประเด็นทีส่ ำคญั ๆ ดงั นี้ (บุปผำ คมุ มำนนท์, 2528: 19)
1. มัคคุเทศก์ต้องผสมผสำนระหว่ำงมำรยำทไทยกับมำรยำทแบบต่ำงประเทศให้ได้ในลักษณะที่
สอดคลอ้ งกลมกลนื ไม่ขัดกัน และควรเน้นกำรแสดงออกถึงเอกลักษณ์ไทยให้นักท่องเทยี่ วเกิดควำมประทบั ใจ
2. พูดจำสภุ ำพ ไมเ่ กรีย้ วกรำดกบั นกั ท่องเท่ยี ว พยำยำมเก็บอำรมณ์โกรธไมท่ ำให้งำนเสีย
3. ไม่พดู คยุ เรื่องทุกขร์ อ้ นหรือเรื่องสว่ นตัวให้นักทอ่ งเที่ยวฟงั เพื่อขอควำมเห็นอกเหน็ ใจ
4. ให้ปฏิบัติในกำรพูดกับนักท่องเท่ียวทั้งกลุ่มอย่ำงเท่ำเทียมไม่เลือกอธิบำยกับนักท่องเท่ียวบำงคนท่ี
ตนชอบเท่ำนน้ั
5. ปฏิบัติตนใหน้ ักท่องเที่ยวเกดิ ควำมไว้วำงใจ และรสู้ กึ อบอุน่ ใจในกำรเดินทำงทอ่ งเท่ยี ว
6. ไมแ่ สดงควำมสนิทสนมกับนักทอ่ งเท่ยี วจนเกนิ สมควรโดยเฉพำะในด้ำนชสู้ ำว
สิ่งที่มัคคุเทศกพ์ งึ ปฏบิ ัติ (คมู่ ือมคั คเุ ทศ, 2541 อ้ำงใน ฉนั ทชั วรรณถนอม, 2551: 52-54 )
1.ตอ้ งรูจ้ ักขอโทษเม่ือเกิดควำมไมส่ ะดวกสบำย หรือเกดิ เหตุขัดข้องบำงประกำรในกำรท่องเที่ยว และ
ควรรู้จักให้อภัยนกั ทอ่ งเท่ียวเมอื่ เขำทำผิดไปบ้ำง เชน่ มำไมต่ รงตอ่ เวลำ
2. หน้ำตำยม้ิ แย้มแจม่ ใส รักษำควำมสะอำดและสขุ นสิ ยั สว่ นตัวไมใ่ ห้นำ่ รังเกยี จ
3. กอ่ นพูดทกุ คร้ังตัองดูว่ำนกั ทอ่ งเทย่ี วส่วนใหญพ่ รอ้ มทีจ่ ะรบั ฟังส่ิงท่เี รำจะพูดหรือยัง
4. ต้องให้เวลำเป็นส่วนตัวกับนักท่องเท่ียวเพื่อให้เขำถ่ำยรูป ซ้ือของท่ีระลึก หำของว่ำงรับประทำน
โดยมคั คุเทศกตอ้ งนัดเวลำ จดุ ที่ข้นึ รถให้ชดั เจน
5. ต้องรักษำกริ ิยำมำรยำททด่ี ีงำมแบบไทย เช่น ไมห่ ยิบ โยน ตะโกนขำ้ มศรี ษะนกั ทอ่ งเที่ยว
6. ต้องเป็นคนถ่อมตนเสมอไม่ควรอวดรู้ทุกเร่ือง เพรำะนักท่องเท่ียวบำงคนอำจมคี วำมรอบรู้มำกกว่ำ
มคั คเุ ทศก์ก็ได้
7. ช่วยเหลือนักท่องเท่ียวทุกครั้งเม่ือมีโอกำสโดยไม่ต้องให้เขำเอ่ยปำกขอ อย่ำละเลยเด็กเล็ก และ
คนชรำ ผพู้ ิกำร โดยเฉพำะกำรเดินขึน้ ลงบนั ได ขำ้ มถนน เป็นตน้
8. เม่ือมีคนถำมคำถำมง่ำยๆ โดยที่เขำอำจลองภมู ิหรืออำจไม่รู้จริงๆ มัคคุเทศก์ควรตอบตำมควำมรทู้ ่ี
มี ไมค่ วรตอบอย่ำงเยำะเย้ย หรอื ตอบแบบขอไปที
9. ในขณะที่อยู่บนรถถ้ำนักท่องเที่ยวยังต่ืนตัว มัคคุเทศก์ไม่ควรปล่อยให้บรรยำกำศเงียบเหงำโดย
เปล่ำประโยชน์ ควรเล่ำเรื่องรำวต่ำงๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อกำรท่องเท่ียว หรือหำกิจกรรมเพ่ือสร้ำงบรรยำกำศ
ของกำรท่องเที่ยว รู้จักวิธีกำรสร้ำงบรรยำกำศให้อบอุ่นเป็นกันเอง ให้นักท่องเที่ยวรู้สึกผ่อนคลำยสนุกสนำน
เปน็ กนั เอง
10. พยำยำมจำช่ือและเรียกช่ือนักท่องเท่ียวให้ได้จะทำให้เขำรู้สึกภูมิใจ และเป็นกำรช่วยสร้ำงมนุษย
สัมพนั ธ์ใหเ้ ป็นไปอยำ่ งรวดเรว็
11. สอดแทรกควำมรู้ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับกำรท่องเท่ียว ให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวตลอด
ระยะเวลำกำรเดนิ ทำง จะทำให้เขำมีควำมร้สู กึ คมุ้ คำ่ ในกำรเดินทำงท่องเท่ียว
12. จำหลักปฏิบัติไว้เสมอว่ำ “มัคคุเทศก์ ควรต้องตื่นก่อนนอนที่หลัง และกินทีหลังแต่ต้องอิ่มก่อน”
นกั ท่องเท่ยี วทุกครง้ั
13. มีไมตรีจติ สภุ ำพ ออ่ นโยน อ่อนนอ้ มถ่อมตน
14. มวี ินยั ในตนเอง เก็บอำรมณ์ ควำมรูส้ กึ ไมห่ วนั่ ไหวง่ำยเมอ่ื พบปัญหำ
15. เป็นคนช่ำงสงั เกตรจู้ ักแยกแยะกำรทำงำนใหไ้ ด้อย่ำงเป็นระบบและรวดเร็ว มไี หวพรบิ แกไ้ ขปัญหำ
เฉพำะหนำ้ ได้ดี
16. มีทัศนคตทิ ดี่ ตี อ่ อำชีพมคั คเุ ทศก์ และต่ออตุ สำหกรรมทอ่ งเทย่ี ว
17. มคี วำมเป็นตวั ของตวั เอง เชอ่ื มัน่ ในตวั เอง สำมำรถตดั สนิ ใจในปัญหำโดยไม่ลงั เลใจกล้ำในส่งิ ทค่ี วร
กล้ำ ไม่หลีกหนปี ญั หำท่เี กิดขึ้นในขณะอยใู่ นหน้ำท่ี
18. มคี วำมซ่ือสัตย์ไม่เรียกร้องผลประโยชน์จำกนักท่องเท่ยี ว
19. รักและเตม็ ใจที่จะให้บรกิ ำร ทนต่อสภำพกดดันต่ำงๆ ได้
20. ให้ขอ้ มลู ทถ่ี กู ต้องเป็นประโยชนต์ ่อนักท่องเที่ยว
21. ตรงตอ่ เวลำ และต้องควบคมุ ใหน้ กั ท่องเทยี่ วตรงต่อเวลำดว้ ย
22. แตง่ กำยเหมำะสมเปน็ แบบอยำ่ งท่ดี ี
23. มีควำมประพฤติ และกิริยำมำรยำทที่ดี กำรแสดงออกทำงสีหน้ำท่ำทำง ควรอยู่ในลักษณะของ
ควำมเปน็ ผ้นู ำท่นี ่ำเชอื่ ถอื ต้องมีควำมสำรวมไมโ่ ลดโผนจนเกนิ งำม
24. เป็นแบบอยำ่ งท่ีดตี ่อรุ่นนอ้ ง ทำงำนให้ฉับไว จำ่ ยงำนใหผ้ ชู้ ว่ ยทีมงำนอย่ำงทวั่ ถงึ ไม่ลำเอียง
25. นำนักท่องเที่ยวไปตำมรำยกำรต่ำงๆ ที่ระบุไว้ในโปรแกรมอย่ำงเคร่งครัด ถ้ำมีกำรเปล่ียนแปลง
ต้องอธิบำยเหตุผลใหน้ ักท่องเท่ยี วเข้ำใจ หรอื อำจขอคำปรึกษำบรษิ ทั กอ่ นกำรตดั สินใจ
26. ตอ้ งเชื่อฟงั และให้เกยี รติมัคคุเทศก์ร่นุ พี่ แต่กำรเชือ่ ฟังนัน้ ตอ้ งอย่บู นขอบเขตของควำมถกู ต้อง
27. หมนั่ ศกึ ษำหำควำมรู้จำกส่งิ ต่ำงๆ รอบตวั เพื่อจะไดเ้ ป็นมคั คุเทศก์ท่ีทันสมัยตลอดเวลำ
28. กำรพูดคุยกับนักท่องเท่ียวต้องวำงตัวเหมำะสม ปฏิบัติต่อทุกคนอย่ำงเท่ำเทียมกันไม่ว่ำเด็ก
คนชรำ ลูกจ้ำง คนทำงำน นำยจำ้ ง ตอ้ งไม่เลือกปฏิบตั ิ
29. หลังกลับจำกนำเท่ียว ต้องรีบจัดกำรเคลียร์บัญชีค่ำใชจ้ ่ำยและคืนอุปกรณ์ที่ยืมมำให้เรียบร้อย ไม่
ดองงำนหรอื นำคำ่ ใชจ้ ่ำยท่ีเหลอื ไปหมุนใช้สว่ นตัว
ส่ิงที่มคั คุเทศกไ์ มค่ วรปฏิบตั (ิ (คมู่ ือมัคคเุ ทศ, 2541 อ้ำงใน ฉันทัช วรรณถนอม, 2551: 54-56)
1. ไมต่ ะโกน ปรบมอื ดงั ๆ เพอื่ เรยี กใหน้ กั ท่องเทย่ี เขำ้ มำหำตน
2. ไม่พูดดุด่ำว่ำกล่ำวหรือแสดงควำมไม่พอใจออกทำงสีหน้ำต่อนักท่องเท่ียวเม่ือเขำทำผิดพลำด เช่น
มำผดิ เวลำ หรอื ไมใ่ ห้ควำมร่วมมอื แตค่ วรพดู โดยขอควำมร่วมมืออย่ำงสภุ ำพ
3. ไม่สบู บหุ ร่ี หรือเสพของมนึ เมำและมวั่ สมุ อบำยมขุ โดยเฉพำะกับนักท่องเทย่ี วขณะปฏิบตั หิ นำ้ ท่ี
4. ไม่ทำตัวเป็นผู้รู้เพียงผู้เดียว อย่ำตั้งหน้ำต้ังตำพูด ในลักษณะเป็นกำรสอนมำกเกินไป ควรมี
บรรยำกำศของกำรแลกเปลี่ยนควำมคิดเห็นบ้ำง
5. ไม่ไล่ต้อนจ้ีเร่งนักท่องเท่ียวใหร้ ีบท่องเท่ียวและให้ขึ้นรถโดยเรว็ โดยไม่มีเวลำหยุดพักและส่วนใหญ่
ยงั ไม่ได้สมั ผัสบรรยำกำศจำกสถำนท่ที อ่ งเท่ียวไดอ้ ยำ่ งเต็มท่ี
6. ไม่ควำตีตนเสมอนักท่องเที่ยว เช่น ไม่ควรน่ังโต๊ะอำหำรโต๊ะเดียวกับนักท่องเที่ยว นอกจำกถูกร้อง
ขอ และใหจ้ ำไวเ้ สมอว่ำเรำมำเปน็ ผ้ใู หบ้ ริกำรไม่ควรทำตัวสนินสนมกับนักท่องเทย่ี วเกดิ ขอบเขตโดยเฉพำะเร่ือง
ชสู้ ำว
7. ไม่ควรตอบว่ำไม่รู้เมื่อนักท่องเที่ยวถำม เพรำะจำทำให้นักท่องเท่ียวขำดควำมเช่ือถือ แต่ควรตอบ
แบบสงวนท่ำทีในทำนองว่ำไม่แน่ใจในคำตอบ แต่จะไปหำคำตอบใหใ้ นภำยหลัง
8. ไม่ควรปล่อยให้นักท่องเที่ยวท่องเท่ียวเองโดยไร้จุดหมำยปลำยทำง ปรำศจำกคำแนะนำท่ีดีจำก
มคั คเุ ทศก์
9. ไมค่ วกั ล้วง จิ้ม แกะ เกำ ร่ำงกำยส่วนใดส่วนหนึ่งหรือไป จำม ตอ่ หนำ้ นักท่องเทีย่ ว หำกกล้นั ไม่ได้
กค็ วรหนั เหควำมสนใจไปท่อี น่ื เสียก่อน หรือไมก่ ็ทำให้แนบเนยี น
10. ไม่หลอกลวงนำนักท่องเท่ียวไปซื้อของที่มีคุณภำพต่ำรำคำแพง ต้องมีควำมซ่ือสัตย์ พำ
นักท่องเที่ยวไปเลือกซื้อสินค้ำในร้ำนท่ีมีคุณภำพ ไม่คะย้ันคะยอให้นักท่องเที่ยวซื้อของจนออกนอกหน้ำต้อง
คำนึงถึงประโยชน์ของนักท่องเท่ียวเป็นหลักมำกกว่ำประโยชน์ที่ตนจะได้รับ เวลำรับค่ำนำยหน้ำควรปฏิบัติ
อยำ่ งแนบเนยี นอย่ำใหน้ กั ท่องเทีย่ วเห็น
11.ไม่ส่งเสริมกำรท่องเท่ียวในเชิงทำลำยศิลปวัฒนธรรมประเพณีท่ีดีงำม ทำลำยธรรมชำติแต่ต้อง
ส่งเสริมใหม้ ีกำรท่องเที่ยวอย่ำงย่งั ยนื
12. ไม่ควรพดู หรอื เล่ำเรือ่ งตลกลำมก หรอื เร่อื งทเี่ ก่ยี วกับชำติ ศำสนำ ควำมเช่อื ในทำงลบ มัคคเุ ทศก์
ควรหลกี เล่ียงคำพูด กำรกระทำในเรือ่ งท่ีอำจขดั ต่อควำมคดิ ควำมรู้สกึ ของนักท่องเทยี่ ว
13. ไม่กลำ่ วตำหนิ โยนหรอื โทษควำมผิดพลำดให้ผู้อื่น ไมว่ ่ำเป็นควำมผิดของใครมัคคุเทศก์ตอ้ งเข้ำไป
มสี ว่ นแกไ้ ขปัญหำเสมอ
14. ไมโ่ ต้เถียง ประชดประชัน หรอื ทะเลำะกบั นักทอ่ งเทยี่ ว
15. ไม่เลอื กปฏบิ ตั ใิ ห้กบั นกั ทอ่ งเท่ียวเฉพำะรำย
16. ไม่เล่ำเรื่องส่วนตัวหรือบ่นควำมทุกข์ยำกเศร้ำโศกเสียใจให้นักท่องเที่ยวฟัง เพ่ือเรียกร้องบำงสิ่ง
บำงอยำ่ ง
17. ไมโ่ กงหรือบอกรำคำขำยแก่ทำงร้ำนค้ำหรอื แหลง่ เข้ำชมตำ่ งๆ เพอื่ ให้ทำงร้ำนหรือแหล่งเขำ้ ชมนั้น
เรยี กเก็บจำกนกั ทอ่ งเทยี่ วแพงกวำ่ ปกติ เพ่ือประโยชนข์ องตน เปน็ สง่ิ ที่ไมค่ วรกระทำเปน็ อยำ่ งยิ่ง
18. ไมช่ กั จงู ให้นักท่องเท่ียวทำส่ิงผิดกฎหมำย เช่น เล่นกำรพนัน กำรเสพสง่ิ เสพตดิ ตอ้ งห้ำม
19. ไม่แสดงใหเ้ หน็ ถึงควำมออ่ นแอตอ่ ลมฟ้ำอำกำศ ควำมยำกลำบำกในกำรเปน็ ผนู้ ำเที่ยว
20. ไม่ทะเลำะกับนักท่องเที่ยว ต้องรับฟังปัญหำก่อนแล้วค่อยช้ีแจงเหตุผล หลังจำกนักท่องเที่ย
อำรมณ์เยน็ แล้ว
21. ไม่ขอยืมเงนิ จำกนกั ทอ่ งเท่ียวไมว่ ำ่ กรณีใด
22. ไม่ใชค้ ำพูดเชงิ ส่ังกำรหรือกระทำเชงิ บงั คบั ใหน้ ักท่องเท่ยี วอย่ภู ำยใต้กำรควบคุมของตน แตค่ วรใช้
คำพดู ในเชงิ ขอควำมร่วมมือ
23. ไม่บรรยำยข้อมูลมำกเกินไปจนเกินกว่ำนักท่องเที่ยจะรับได้ ควรดูอำกำรของนักท่องเที่ยวเป็น
หลกั และควรใหน้ ักท่องเทีย่ วไดท้ ำควำมเขำ้ ใจในสถำนทท่ี ่องเทย่ี วบำงแหง่ ดว้ ยตนเองบำ้ ง
24. ไม่ควรฉวยโอกำสเอำรัดเอำเปรียบนักท่องเที่ยว โดยกำรทำตัวเป็นตัวแทนในกำรรับแลกเปลี่ยน
เงนิ ตรำใหก้ บั นักท่องเทยี่ วโดยคิดรำคำแลกเปล่ยี นเพ่ือใหต้ นไดป้ ระโยชน์อย่ำงนำ่ เกลียด
จรรยำบรรณมัคคุเทศก์ หมำยถึง ข้อพึงประพฤติปฎิบัติของมัคคุเทศก์ เพ่ือธำรงไว้ซึ่งเกียรติภูมิของ
สถำนภำพแห่งวิชำชีพ ทำให้อำชีพมัคคุเทศก์เป็นอำชีพท่ีมีเกียรติได้รับกำรยกย่องนับถือในฐำนะเป็นตัวแทน
ของประเทศและประชำชนชำวไทย เป็นทูตวัฒนธรรมและทูตสันติภำพมิใช่นักฉวยโอกำสหรือนักต้มตุ๋นท่ีมี
นักท่องเท่ียวเป็นเหยื่ออันโอชะ จรรยำบรรณท่ีสำคัญของมัคคุเทศก์มีดังนี้ (บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนำ, 2558:
52-55)
1) ควำมประพฤติและกิริยำมำรยำทดีงำม มัคคุเทศก์จะต้องมีควำมประพฤติดี และมีกิริยำมำรยำท
สุภำพ ไม่ควรเสพของมึนเมำ หรือสูบบุหรี่ขณะปฏิบัติหน้ำที่ แสดงควำมเป็นต่อนักท่องเท่ียวทุกคนท่ีอยู่ใน
ควำมดูแลของตน แต่ให้อยู่ภำยในขอบเขตท่ีเหมำะสม โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งต้องไม่ประพฤติตนในเชิงชู้สำวกับ
นกั ท่องเที่ยวอยำ่ งเด็ดขำด หรือไมท่ ะเลำะกับนกั ทอ่ งเที่ยวโดยเดด็ ขำด ในกรณที ่มี เี รอื่ งขัดแขง้ ตอ้ งหำคำอธิบำย
2) ควำมซ่ือสัตย์สุจริต มัคคุเทศก์ต้องมีควำมซื่อสัตย์สุจริตต่อนักท่องเที่ยวไม่เรียกร้องผลประโยชน์
ตอบแทนใดๆ จำกนักท่องเท่ียว รวมท้ังรับและเรียกร้องผลประโยชน์ตอบแทนจำกร้ำนค้ำต่ำงๆ ท่ีจำหน่ำย
สินค้ำให้แก่นักท่องเท่ียว โดยวิธีกำรที่มิชอบ เช่นพำนักท่องเท่ียวไปซ้ือของจำกร้ำนจำหน่ำยสินค้ำท่ีด้อย
คณุ ภำพหรอื มรี ำคำสงู เกินไปเพือ่ จะไดร้ บั คำ่ ตอบแทนเป็นจำนวนมำกจำกร้ำนคำ้ เป็นต้น
3) ควำมเอำใจใส่ในกำรปฏิบัติหน้ำท่ี มัคคเุ ทศก์ต้องปฏบิ ัติหน้ำทด่ี ว้ ยควำมกระตือรือรน้ และควำมเอำ
ใจใส่ในภำรกิจที่ได้รับมอบหมำย ไม่ท้ิงงำนหรือมอบให้ผู้อื่นปฏิบัติหน้ำที่แทนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ไม่
แสดงกริ ิยำอำกำรเบือ่ หน่ำยหรอื เฉื่อยชำ แต่ตอ้ งยม้ิ แย้มแจ่มใสขณะปฏิบัตหิ นำ้ ท่ไี มแ่ สดงสีหนำ้ บ้งึ ตงึ หรือแสดง
อำรมณ์โกรธเกร้ียวกรำดแม้จะไม่พอใจส่ิงหน่ึงส่ิงใดก็ตำม และท่ีสำคัญคือต้องไม่ทะเลำะหรือโต้เถียงกับ
นักทอ่ งเท่ยี วอยำ่ งเด็ดขำด
4) ควำมรู้จักประมำณตนมัคคุเทศก์พึงเข้ำใจว่ำตนอยู่ในฐำนะผู้ให้บริกำรนักท่องเท่ียวเป็นผู้บริกำร
เปรียบเสมือนนำยจ้ำง จึงไม่ควรตีตนเสมอกับนักท่องเที่ยวท้ังด้วยกิริยำท่ำทำง ควำมประพฤติ และวำจำ เช่น
ไมต่ ะโกน หรือตบมือดังๆ เพ่ือเรียกนกั ท่องเทีย่ ว ไมแ่ สดงอำกำรขดั เคืองหรือเบ่ือหน่ำย เมอื่ นกั ท่องเทย่ี วพลำด
เวลำนัดหมำย ไม่เกรี้ยวกรำดเอำแต่ใจ เมื่อนักท่องเที่ยวไม่ปฏิบัติตำมกำหนดกำรที่วำงไว้ ท้ังไม่ร่วมโต๊ะ
รับประทำนอำหำรหรือเครื่องด่ืมกับนักท่องเท่ียวโดยท่ีไม่ได้รับกำรเช้ือเชิญ เป็นต้น หำกเกิดปัญหำเหล่ำน้ีข้ึน
มคั คเุ ทศก์ควรสำมำรถหำทำงออกอยำ่ งละมนุ ละม่อมไมก่ ่อให้เกิดควำมหมำงใจแกน่ กั ท่องเทยี่ ว
5) ควำมเข้ำใจเพ่ือนมนุษย์ มัคคุเทศก์พึงเข้ำใจว่ำมนุษย์ทุกคนปรำรถนำควำมรัก เอำใจใส่ดูแล
ต้องกำรให้เห็นว่ำตนเป็นคนสำคัญ จึงควรปฏิบัติตนต่อนักท่องเท่ียวอย่ำงเสมอหน้ำ เอำใจใส่ดูแลอย่ำงทั่วถึง
ไม่เลอื กทีร่ ักมกั ทช่ี งั ระมัดระวังท่ีจะไม่กอ่ ใหน้ ักท่องเทยี่ วเกิดควำมกระทบกระเทือนใจ โดยมไิ ด้เจตนำ เชน่ กำร
เล่ำเรื่องตลกของชำตติ ่ำงๆ ท่ีอำจกลำยเป็นกำรดหู ม่ินเจำ้ ของชำตนิ ้นั ได้ เปน็ ต้น
6) ควำมเมตตำกรุณำปรำรถนำให้ผู้อื่นมีควำมสุข มัคคุเทศก์พึงเข้ำใจจุดประสงค์ของนักท่องเท่ียวว่ำ
ต้องกำรควำมสุขและควำมเพลิดเพลินจำกกำรท่องเท่ียว ทั้งน้ีมัคคุเทศก์เป็นผู้สำมำรถสนองควำมประสงค์ได้
โดยกระตือรือร้นและเต็มใจ ไม่ก่อทุกข์ให้แก่นักท่องเท่ียวเช่น กำรเล่ำเรื่องส่วนตัวหรือควำมทุกข์ร้อนเพื่อขอ
ควำมเหน็ ใจ
7) กำรให้ขอ้ มลู ที่ถูกต้อง สิ่งทีม่ คั คเุ ทศก์อธบิ ำยแก่นักท่องเท่ยี วต้องเปน็ ข้อมลู ท่ีถูกต้อง มใิ ชเ่ ป็นข้อมูล
ที่ผิดๆ อันเกิดจำกกำรเดำหรือกำรรับฟังมำจำกผอู้ ื่นที่มิใช่เป็นผ้ทู รงคุณวฒุ ิ ท้ังน้ีเพรำะนักท่องเที่ยวมีแนวโนม้
ท่ีจะเชื่อถือข้อมูลที่ได้จำกคำอธิบำยำของมัคคุเทศก์อยู่แล้ว หำกให้ข้อมูลผิดๆ อำจก่อให้เกิดควำมเสียหำยแก่
อำชพี มคั คเุ ทศก์เปน็ สว่ นรวมได้
8) กำรตรงต่อเวลำ กำรตรงต่อเวลำถือเป็นมำรยำทท่ีสำคัญอย่ำงหนึ่งและมัคคุเทศก์ก็ควรจะต้องตรง
ต่อเวลำในกำรปฏิบัติหน้ำท่ี ไม่ว่ำในกำรไปรับนักท่องเที่ยวจำกสนำมบินหรือโรงแรมท่ีพัก กำรกำหนดเวลำ
เดินทำงไปเทีย่ วชมสถำนทีต่ ่ำงๆ กำรสง่ นักท่องเท่ียวกลับโรงแรมท่ีพัก หรอื จุดหมำยปลำยทำง หรือที่สนำมบิน
รวมทั้งกำรนัดหมำยเวลำกับนักท่องเที่ยวในกรณีอ่ืนๆ กำรผิดนัดหรือไม่ตรงต่อเวลำ นอกจำกจะเป็นกำรเสีย
มำรยำทแลว้ ยังอำจเกิดผลเสยี ในกำรปฏิบตั ิงำนดว้ ย
9) กำรไม่กล่ำวตำหนิหรือให้ร้ำยป้ำยสีผู้อื่น มัคคุเทศก์พึงไม่กล่ำวตำหนิติเตียน หรือให้ร้ำยป้ำยสีต่อ
กำรปฏบิ ัตงิ ำนของมัคคเุ ทศก์คนอน่ื ๆ รวมทั้งกำรดำเนินงำนของบริษัทนำเทยี่ วใดๆ ให้กับนักท่องเท่ยี วฟังอย่ำง
เด็ดขำด รวมทง้ั ไมพ่ ูดวจิ ำรณต์ ำหนิประเทศของตนและประเทศอนื่ ใหไ้ ดร้ ับควำมเสียหำย
10) กำรมีศีลธรรมอันดีงำม มัคคุเทศก์จะต้องเป็นผู้ท่ีมีควำมประพฤติที่ดีที่ชอบไม่ฝ่ำฝืนศีลธรรมและ
ผดิ ต่อขนบธรรมเนยี มประเพณีทด่ี ีงำมของชำติ เพ่อื เปน็ ภำพลกั ษณท์ ด่ี ขี องคนไทยในสำยตำชำวต่ำงประเทศ
สำหรับคณะกรรมกำรธุรกิจนำเท่ียวและมัคคุเทศก์ได้ใช้อำนำจตำมพระรำชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและ
มัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 กำหนดพฤตกิ รรมของมคั คุเทศก์ทถ่ี ือว่ำเป็นกำรกระทำทีน่ ำมำซ่งึ ควำมเสอ่ื มเสยี ช่ือเสียง
เกยี รตยิ ศและจรรยำบรรณแห่งวิชำชีพไวด้ งั น้ี
1) อธิบำยหรือบอกกลำ่ วเร่ืองรำวแก่นักท่องเท่ียว อันจะนำมำซึ่งควำมไม่ถูกต้องและเส่อื มเสยี แกช่ ำติ
ศำสนำ และพระมหำกษตั รยิ ์ รวมท้งั ภำพลกั ษณ์ของอุตสำหกรรมท่องเทีย่ วไทย
2) ไม่รบั ผดิ ชอบงำนในหน้ำที่ของมัคคเุ ทศก์ซ่ึงจะต้องคำนึงถงึ ประโยชน์ของนักท่องเที่ยวตำมข้อตกลง
เก่ยี วกบั รำยกำรนำเทีย่ วเปน็ สำคญั หรือละทงิ้ หนำ้ ท่กี ำรงำน
3) ปฏิบัติหน้ำที่โดยไม่ซื่อสัตย์สุจริต แสวงหำประโยชน์โดยมิชอบหรือกระทำกำรใดๆ เพ่ือให้
นักท่องเที่ยวอยใู่ นสภำพท่ีต้องปฏบิ ัตติ ำมโดยไม่สมัครใจ เชน่ กำรบังคับ หรือหลอกลวง หรือขู่ขวัญ หรอื กระทำ
กำรใดๆ เพ่ือให้นักท่องเที่ยวอยู่ในสภำพท่ีต้องปฏิบัติตำมโดยไม่สมัครใจในกำรซื้อรำยกำรนำเท่ียวพิเศษที่
มัคคุเทศก์เสนอขำย นอกเหนือจำกที่ได้ตกลงกันไว้กับผู้ประกอบกำรนำเท่ียว หรือกำรนำนักท่องเท่ียวไปซื้อ
สนิ ค้ำทเี่ ป็นกำรหลอกลวง หรอื มรี ำคำสงู ผิดปกติเพอ่ื ให้ตนเองไดร้ บั ค่ำบำเหน็จจำกร้ำนค้ำทเ่ี ก่ียวข้อง เปน็ ตน้
4) ปฏบิ ตั ิตนฝ่ำฝืนศีลธรรม
5) ปฏิบัติตนขดั ต่อขนบธรรมเนยี มประเพณอี ันดงี ำมของท้องถ่นิ และกฎระเบยี บของสถำนทที่ ่องเที่ยว
แตล่ ะแหง่
ส่วนสมำคมมัคคุเทศกอ์ ำชีพแหง่ ประเทศไทย( ส.ม.อ.) ได้กำหนดจรรยำบรรณของมคั คเุ ทศกไ์ ว้ดังนี้
1) เทดิ ทนู ชำติ ศำสนำ พระมหำกษตั ริยด์ ว้ ยควำมบริสุทธิ์ใจ
2) เลอ่ื มใสกำรปกครองระบอบประชำธิปไตย
3) ยึดมั่นในศำสนำทีต่ นนับถอื ไม่ลบหลดู่ หู ม่นิ ศำสนำอืน่ ๆ
4) มีควำมรับผิดชอบและต้ังใจปฏิบตั ิหน้ำที่ของตนตำมท่ีได้รบั มอบหมำยด้วยควำมเสียสละ และอุทิศ
เวลำของตนโดยคำนงึ ถึงประโยชนข์ องนกั ทอ่ งเที่ยวเปน็ สำคญั
5) รักษำช่ือเสียงของตนโดยกำรปฏิบัติหน้ำท่ีด้วยควำมสุจริต และไม่แสวงหำประโยชน์โดยมิชอบ
หรือปฏิบตั ิอันเป็นกำรฝ่ำฝืนศลี ธรรมอันดี หรอื เป็นกำรเส่ือมเสียตอ่ ศักด์ิศรแี ละเกยี รตคิ ุณของวิชำชพี มัคคเุ ทศก์
6) พงึ มีทัศนคติทด่ี ี พฒั นำตนเองให้มีคุณภำพ คณุ วุฒิ คุณธรรมและทักษะในกำรปฏิบตั ิงำนในวิชำชีพ
มคั คุเทศก์
7) พึงเป็นแบบอย่ำงในกำรอนุรักษ์ทรัพยำกรกำรท่องเท่ียวให้ย่ังยืนท้ังทำงธรรมชำติ สิ่งแวดล้อมและ
ศิลปวัฒนธรรม
8) ถือปฏิบัติตำมคำสั่ง กฎระเบียบแบบแผน ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงำมของสถำนที่ท่องเที่ยว
ทกุ แห่ง ตลอดจนกำรปฏิบตั ติ ำมกฎหมำยและระเบียบของทำงรำชกำร
9) ประพฤติตนด้วยควำมสุภำพ รู้รักสำมัคคีต่อผู้ร่วมวิชำชีพอุตสำหกรรมท่องเที่ยว และบุคคลทั่วไป
โดยปรำศจำกอคตใิ ดๆ ท้ังสน้ิ
นอกจำกนี้ในกฎกระทรวงตำมพระรำชบัญญัติธุรกิจนำเท่ียวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ก็ได้กล่ำวถึง
ข้อควรปฏบิ ตั ิทมี่ คั คเุ ทศก์ตอ้ งปฏบิ ัตถิ ้ำไม่ปฏบิ ตั ิถือว่ำผิดจรรยำบรรณของมัคคเุ ทศก์ดังน้ี
มำตรำท่ี 57 มำตรฐำนในกำรปฏิบัติหน้ำท่ี กำรแต่งกำย กำรรักษำมำรยำท ควำมประพฤติและกำร
ตรวจสุขภำพของมัคคุเทศก์ให้เป็นไปตำมระเบียบที่คณะกรรมกำรกำหนด และต้องติดบัตรประจำตัว
ตลอดเวลำทีท่ ำหนำ้ ทม่ี ัคคเุ ทศก์
มำตรำที่ 58 ในกำรับทำงำนเป็นมัคคุเทศก์ ห้ำมไม่ให้มัคคุเทศก์จ่ำยเงินหรือให้ประโยชน์อ่ืนใดแก่ผู้
ประกอบธุรกิจนำเท่ียวหรือบุคคลอ่ืนใด หรือยอมตนเข้ำรับผิดชอบในค่ำใช้จ่ำยท้ังหมดหรือบำงส่วนเพ่ือให้
ไดม้ ำซึ่งกำรนำนกั ท่องเทีย่ วไปท่องเท่ยี ว
มำตรำที่ 59 มคั คเุ ทศกต์ ้องปฏบิ ัตหิ น้ำท่ีตำมรำยกำรนำเที่ยวท่ีได้ตกลงไว้กับผู้ประกอบธุรกจิ นำเท่ียว
และจะดำเนนิ กำรใดให้เกดิ ควำมเสยี หำยแกน่ ักท่องเทย่ี วมิได้
มำตรำที่ 60 มัคคุเทศก์ต้องไม่ให้หรือยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งไม่มีใบอนุญำตเป็นมัคคุเทศก์ทำหน้ำที่
เปน็ มคั คุเทศกแ์ ทนตน
หลกั ควำมประพฤตติ ำมจรรยำบรรณทมี่ ัคคเุ ทศก์พงั ปฏบิ ัติดังน้ี
1) ตรงต่อเวลำ
2) แต่งกำยสภุ ำพเหมำะสม ถูกกำลเทศะ
3) มที ่ำทำงทีด่ ี อยใู่ นอำกำรท่ีสำรวม ไม่ ลว้ ง แคะ แกะ เกำ ควัก ตำ่ งๆ ในท่ีชมุ ชน
4) ปฏิบตั หิ นำ้ ท่ดี ้วยควำมซื่อสตั ย์ ไม่คดโกง
5) มคี วำมยตุ ธิ รรมและรักษำผลประโยชนใ์ ห้ ท้ังนกั ท่องเท่ียวและบริษทั ผูป้ ระกอบกำรทวี่ ่ำจ้ำง
6) ใหก้ ำรเอำใจใส่ ในกำรปฏบิ ัตหิ น้ำทเี่ ป็นอยำ่ งดี อยเู่ สมอ
7) ดูแลเอำใจใสน่ กั ท่องเทย่ี วด้วยควำมเสมอภำค ไมเ่ ลอื กปฏบิ ตั ิ
8) ไมแ่ สดงกริยำอำกำรดถู กู นักท่องเทย่ี วไมว่ ่ำจะกรณใี ดก็ตำม
9) ไม่ตะโกน หรือปรบมอื เพ่อื เรียกนกั ทอ่ งเท่ียว
10) นำเสนอขอ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง ไม่คิดมัว่ ซัว่ ข้ึนมำเอง
11)ไมก่ ล่ำววำจำใดๆ ทเี่ ป็นกำรเสียดสี ดูหมนิ่ นกั ทอ่ งเทีย่ ว
12) ไมก่ ล่ำวตำหนิ ดุดันนกั ทอ่ งเทยี่ ว
13) ไม่กลำ่ วคำนินทำวำ่ รำ้ ยนักท่องเท่ียว ใหน้ ักทอ่ งเทย่ี วคนอ่นื ฟัง
14) ไม่เล่ำเรอื่ งตลกทเ่ี ป็นเรอื่ ง ลำมก
15) ไมค่ วรเลำ่ เรอื่ งขำขนั ทีม่ ีเร่อื งรำวเสียดสี ชำติ และศำสนำใดๆ
16) ไม่ควรนำเสนอเรื่องรำว ท่กี อ่ ชนวนใหเ้ กดิ กำรโต้เถยี งขดั แยง้ ในเรอ่ื ง กำรเมือง ศำสนำ และ
คำ่ นยิ มตำมสมัยแฟรช์ น่ั
17) ต้องใชค้ ำพดู ทีส่ ุภำพอยูเ่ สมอๆ และควรระวังคำหยำบทอ่ี ำจเกิดข้ึนโดยมิไดต้ ง้ั ใจ
18) ไม่แสดงอำกำรโศกเศรำ้ เสยี ใจ และอำกำรโกรธ กระแทกกระทนั ตอ่ หน้ำนกั ท่องเท่ยี ว
19) ไม่ควรคดิ หรือปฏบิ ัติตวั ใหอ้ ยูเ่ หนือ นกั ท่องเท่ียว
สรุป
อำชีพมัคคุเทศก์นับว่ำเป็นอำชีพที่ผู้คนสนใจและอยำกทำแต่ทุกคนที่อยำกทำไม่สำมำรถทำได้ทุกคน
เนื่องจำกคนที่จะประกอบอำชพี มคั คุเทศกต์ ้องมคี ุณสมบตั ิ คณุ ลักษณะที่เพียบพร้อมในหลำยๆ ดำ้ น ได้แก่ กำร
มีมนุษยสัมพันธ์ดี กำรมีบุคลิกภำพดี มีควำมรู้ดี มีควำมจำดี ใช้วำทศิลป์ให้เกิดประโยชน์ในกำรทำงำนร่วมกบั
อืน่ และคณุ สมบตั ิดำ้ นอนื่ ๆ อีกมำกมำย แตส่ ง่ิ ท่ที กุ คนต้องปฏิบตั ริ ่วมกนั คือ มคี วำมสำนกึ ในหน้ำท่ี หม่ันศึกษำ
หำควำมรู้และพัฒนำทักษะของตนเองใหด้ ี มีมำรยำทที่ดีแสดงออกถึงควำมเป็นไทย รวมท้ังกำรมีจรรยำบรรณ
คำนึงถึงประโยชน์ของนักท่องเที่ยวชื่อเสียงของประเทศชำติเป็นสำคัญ และสร้ำงภำพลักษณ์ท่ีดีของ
ประเทศชำติต่อไป