จัดจัทำ โดย ซิกมันด์ ฟรอยด์ SIGMUND FREUD นายวงศกร ศรีลาวงษ์ 6622610202
SIGMUND FREUD ซิกมัน มั ด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) จิต จิ แพทย์ช ย์ าวออสเตรีย รี เชื้อ ชื้สายยิว ยิ เกิด กิ เมื่อ มื่ วัน วั ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2399 ในจัก จั รวรรดิอ ดิ อสเตรีย รี ซึ่ง ซึ่ ปัจจุบั จุ น บั คือ สาธารณรัฐ รั เช็ก ช็ เสียชีวิ ชี ต วิ วัน วั ที่ 23 กัน กั ยายน พ.ศ.2482 รวมอายุ 83 ปี ครอบครัว รั มีอ มี าชีพ ชี ขายขนสัตว์ มีฐ มี านะปานกลางซิก ซิ มัน มั ด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) สนใจด้า ด้ นวิท วิ ยาศาสตร์ม ร์ า ตั้ง ตั้ แต่เ ต่ ด็ก ด็ เรีย รี นจบจากมหาวิท วิ ยาลัย ลั เวีย วี นนา สาขา วิท วิ ยาศาสตร์ แล้ว ล้ เรีย รี นต่อ ต่ สาขาแพทยศาสตร์ จากนั้นได้ ไปศึกษาต่อ ต่ ด้า ด้ นโรคทางสมองและประสาทที่ก ที่ รุงปารีสรี กับ กั หมอผู้เ ผู้ ชี่ย ชี่ วชาญด้า ด้ นอัม อั พาต ที่นั่ ที่ นั่ นฟรอยด์ได์ ด้ค้ ด้ ค้ นพบว่า ว่ ความจริง ริ แล้ว ล้ คนไข้บางรายป่วยเป็นอัม อั พาตเนื่องจาก ภาวะทางจิต จิ ใจไม่ใม่ ช่ร่า ร่ งกาย
ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ (FREUD, 1856-1939)
ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) แบ่ง จิตออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้ 3.จิตไร้สำ นึก (UNCONSCIOUS MIND) 2.จิตใต้สํานึก (PRECONSCIOUS) 1.จิตสำ นึก (CONSCIOUS MIND) จิตสํานึก (Conscious) คือส่วนที่เ ที่ป็น ความรู้สึรู้ สึ กและการรู้ตั รู้ ตั วอยู่ต ยู่ ลอดเวลา เช่นช่ ความคิด การรับ รั รู้ และความรู้สึรู้ สึ ก หรือ รื กล่าวได้ว่าเป็นส่วนที่ม ที่ นุษ นุ ย์มี สติสัมปชัญ ชั ญะสมบูร บู ณ์ในการแสดง พฤติกรรม ซึ่งซึ่อาจเกิดขึ้นในช่วช่งระยะ เวลาสั้นๆ แล้วเก็บลงสู่ส่ สู่ส่วนที่เ ที่ป็นจิตใต้ สํานึกหรือ รื จิตไร้สํร้ สํานึก ขึนอยู่กั ยู่ กั บความ ตั้ง ตั้ ใจของบุค บุ คลซึ่งซึ่เปลี่ยนไปตามสิ่งเร้า ร้ จิตใต้สํต้ สํ านึก (Preconscious) เป็นส่วนที่ สามารถจะนําขึ้นมาสู่ร สู่ ะดับจิตสํานึกโดย อัตโนมัติ หรือ รื เมื่อมีสิ่งกระตุ้น ตุ้ เพียงเล็กน้อย เช่นช่เหตุก ตุ ารณ์ที่ผ่ ที่ าผ่นไปเมื่อเช้า ช้ นี้ อาหารที่ ชอบ เบอร์โร์ ทรศัพท์แ ท์ ละรหัสไปรษณีย์ หรือ รื ความจําต่างๆ ที่เ ที่ ราเก็บไว้ จิตใต้สํานึกเป็น สะพานเชื่อชื่มระหว่างจิตสำ นึกและจิตไร้สํร้ สํานึก จิตไร้สํานึก (Unconscious) เป็นระดับ ความรู้ตั รู้ ตั วที่ลึ ที่ ลึ กที่สุ ที่ ดของบุค บุ คล เป็น สภาพที่บุ ที่ ค บุ คลไม่รู้ม่รู้ ตั รู้ ตั ว และเป็นระดับที่มี ที่ มี ปริม ริ าณมาก พฤติกรรมของบุค บุ คลได้รับ รั อิทธิพ ธิ ลจากจิตไร้สํร้ สํานึกด้วย “ฟรอยด์” จึงได้นําบทบาท ของจิตไร้สํร้ สํานึกมา วิเคราะห์พฤติกรรมของบุค บุ คล
Id เป็นส่วนหนึ่งของบุค บุ ลิก ลิ ภาพที่ติ ที่ ด ติ ตัว ตั เรามาตั้ง ตั้ แต่เ ต่ กิด กิ แต่เ ต่ ป็นส่วนที่เ ที่ ป็นจิต จิ ไร้สำร้ สำ นึก มีห มี ลัก ลั การที่จ ที่ ะสนองความ ต้อ ต้ งการของตนเองเท่า ท่ นั้น เอาแต่ไต่ ด้อ ด้ ย่า ย่ งเดีย ดี ว และจุด จุ เป้า หมายก็คื ก็ คื อ หลัก ลั ความพึงพอใจ (Pleasure principle) Id จะผลัก ลั ดัน ดั ให้ Ego ประกอบในสิ่งต่า ต่ งๆ ตามที่ Id ต้อ ต้ งการ นอกจากนี้ ฟรอยด์ ยัง ยัได้ศึ ด้ ก ศึ ษา ถึง ถึโครงสร้า ร้ งทางจิตพบว่า โครงสร้า ร้ งทางจิตประกอบด้ว ด้ ย 1. อิด (Id) 2. อีโก้ (Ego) 3. ซุปเปอร์อี ร์อีโก้ (Superego) Ego เป็นส่วนของบุค บุ ลิก ลิ ภาพที่พั ที่ พั ฒนามาจากการที่ท ที่ ารกได้ติ ด้ ด ติ ต่อ ต่ หรือ รื มีปมี ฏิสัฏิ สั มพันธ์กั ธ์ บ กั โลกภาพนอก บุค บุ คลที่มี ที่ บุ มี ค บุ ลิก ลิ ภาพปกติคื ติ คื อ บุค บุ คลที่ Ego สามารถที่ป ที่ รับ รั ตัว ตั ให้เกิด กิ สมดุล ดุ ระหว่า ว่ งความ ต้อ ต้ งการของ Id โลกภายนอก และ Superego หลัก ลั การที่ Ego ใช้คื ช้ คื อหลัก ลั แห่งความเป็นจริง ริ (Reality Principle) Superego เป็นส่วนของบุค บุ ลิก ลิ ภาพที่เ ที่ กิด กิ ขึ้น ขึ้ ในระยะที่ 3 ของพัฒนาการ ที่ชื่ ที่ อ ชื่ ว่า ว่ Phallic Stage เป็นส่วนของบุค บุ ลิก ลิ ภาพที่ตั้ ที่ ง ตั้ มาตรการของ พฤติก ติ รรมให้แต่ล ต่ ะบุค บุ คล โดยรับ รั ค่านิยมและมาตรฐานจริย ริ ธรรมของ บิด บิ ามารดาเป็นของตน โดยตั้ง ตั้ เป็นมาตรการความประพฤติ มาตรการนี้ จะเป็นเสียงแทนบิด บิ า มารดา คอยบอกว่า ว่ อะไรควรทำ หรือ รื ไม่ค ม่ วรทำ มาตรการของพฤติก ติ รรมโดยมากได้ม ด้ าจากกฎเกณฑ์ต่ ฑ์ า ต่ งๆ ที่พ่ ที่ พ่ อแม่สม่ อน และมัก มั จะเป็นมาตรฐานจริย ริ ธรรมและค่านิยมของพ่อแม่
โครงสร้างทางจิตของซิกมัน ฟรอยด์ อีโก้ (Ego)อิด (Id)ซุปเปอร์อีโก้(Superego) ตัวควบคุมให้แสดงออกไปอย่างถูกต้องตามทำ นองคลองธรรม ประเพณีตัวควบคุมให้เกิดการแสดงออกในทางที่เหมาะสมตามสภาพความเป็นอยู่ความอยาก ความต้องการที่แท้จริงของมนุษย์ที่มีมาแต่กำ เนิด จิตไร้สํร้ สํ านึก (Unconscious)อยู่ทั้ยู่ ทั้งทั้ 3 ระดับดัจิตจิสําสํ นึกนึ (Conscious), จิตจิ ใต้สําสํ นึกนึ (Preconscious) และ จิตจิ ไร้สํร้ า สํ นึกนึ (Unconscious)
ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ของซิกมันต์ ฟรอยด์ แบ่งเรื่อง ของพัฒนาการบุคลิกภาพของมนุษย์ทั้ง 5 ขั้น ซิกมันต์ ฟรอยด์ เชื่อว่า บุคลิกภาพของผู้ใหญ่แตกต่างกัน เนื่องมากจากประสบการณ์ของแต่ละคนเมื่ออยู่ในวัยเด็ก ดังนั้น การที่เรารู้และเข้าใจพฤติกรรมที่เกิดขึ้นของเด็ก จะเป็นการช่วย พัฒนาให้เด็กโตขึ้นมามีพฤติกรรมและบุคลิกภาพที่เหมาะสมได้ เพื่อจะได้เข้าใจและรับมือกับพฤติกรรมของเด็กได้ถูกต้อง ดังนี้
เด็กวัยนี้จะมีความสุขกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับปาก เช่น การดูด การเคี้ยว การกัด ซึ่งถ้าเราเลี้ยงดูและให้ เด็กพัฒนาและมีความสุขกับการใช้ปากอย่างเหมาะสม ก็จะทำ ให้เขามีบุค บุ ลิกภาพที่เหมาะสมในตอนโต คือ รู้จักพูดหรือใช้ปากได้เหมาะกับกาละเทศะ แต่ถ้ ต่ ถ้ าได้รับการตอบสนองที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลต่อ ต่ บุค บุ ลิกภาพในตอนโตได้ เช่น การให้เด็กหย่านมเร็ว เกินไป หรือตีเ ตี ด็กเวลาที่เขาเอาของเข้าปาก เมื่อโตขึ้น อาจทำ ให้เขามีปัญหาบุค บุ ลิกภาพที่เรียกว่า “Oral Personality” คือการชอบใช้ปาก เช่น ชอบดูดนิ้ว พูด มาก ชอบนินทาว่าร้ายคนอื่น ชอบสูบบุห บุ รี่หรือเคี้ยว หมากฝรั่ง รั่ เป็นต้น ต้ ขั้นปาก (Oral Stage) อายุ 0-18 เดือน
บุค บุ ลิกภาพแบบสมบูร บู ณ์ (Perfectionist) จะเกิดกับเด็กที่มี บุค บุ ลิกภาพอ่อนแอ คือ เป็นคนเจ้าระเบียบ จู้จี้ ย้ำ คิดย้ำ ทำ กังวล มากเกินไปโดยเฉพาะในเรื่องความสะอาด บุค บุ ลิกภาพแบบอันธพาล (Anti social) จะเกิดกับเด็กที่มี บุค บุ ลิกภาพเข้มแข็ง คือ เป็นคนไม่ยอมคน ชอบคัดค้านระเบียบ แบบแผนที่วางไว้ ไม่มีระเบียบ เด็กวัยนี้จะได้รับความพึงพอใจจากการขับถ่าย ซึ่งจะตรงกับช่วงที่ ให้เด็กฝึกขับถ่าย หากเข้าใจว่าช่วงนี้กำ ลังอยู่ใ ยู่ นช่วงการพัฒนาก็จะ ค่อยๆ สอนให้เขาถ่ายให้เป็นที่ด้วยวิธีที่นุ่มนวล การพัฒนาขั้นนี้ก็ ไม่มีปัญหา เด็กจะโตขึ้นมามีบุค บุ ลิกภาพที่เหมาะสม แต่ถ้ ต่ ถ้ าไม่เ ม่ ข้าใจ ใช้การบัง บั คับและเขมงวดกับ กั เด็ก ด็ มากไป เช่น ต้อ ต้ ง ถ่ายให้ตรงเวลา ถ้าไม่ทำ ม่ ทำตามจะถูกลงโทษ ความคับข้องใจใน ส่วนนี้ก็จ ก็ ะถูกฝังแน่นไปในจิต จิ ใต้สำต้ สำ นึก เมื่อ มื่โตขึ้นเขาก็จ ก็ ะมีปัมี ปั ญหา ทางบุค บุ ลิก ลิ ภาพที่เ ที่ รีย รี กกว่า ว่ “Anal Personality” มีอ มี ยู่ 2 แบบ ซึ่ง จะแสดงลัก ลั ษณะอย่า ย่ งใดอย่า ย่ งหนึ่งตามความเข้มของบุค บุ ลิก ลิ ภาพ คือ 1. 2. ขั้นทวารหนัก (Anal Stage) อายุ 18 เดือน – 3 ปี
เด็ก ด็ ในวัย วั นี้จะเกิด กิ ความรู้สึรู้ สึ กทางเพศแบบแฝง หมายถึงความ รู้สึรู้ สึ กผูก ผู พันต่อ ต่ พ่อหรือ รื แม่ที่ ม่ ที่ เ ที่ป็นเพศตรงกัน กั ข้ามกับ กั เด็ก ด็ เช่น เด็ก ด็ ผู้ช ผู้ ายจะรัก รั และหวงแหนแม่ เลยอิจ อิ ฉาพ่อเพราะรู้ว่ รู้ า ว่ แม่ รัก รั พ่อ จึง จึ พยายามเลีย ลี นแบบพฤติก ติ รรมของพ่อเพื่อให้แม่รั ม่ ก รั บ้า บ้ ง ในขณะเดีย ดี วกัน กั การที่เ ที่ ด็ก ด็ ผู้ห ผู้ ญิงรัก รั พ่อ เลยอิจ อิ ฉาแม่ และเลีย ลี นแบบแม่เ ม่ พื่อให้พ่อรัก รั นั่นเอง ซึ่งปมอิจ อิ ฉานี้จะช่วย ให้เด็ก ด็ มีพั มี พั ฒนาการทางเพศที่เ ที่ หมาะสม ในช่วงนี้ถือเป็นช่วง สำ คัญมากๆ เพราะเด็ก ด็ จะเริ่ม ริ่ เลีย ลี นแบบพ่อและแม่ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของการ วางตัว ตัให้เหมาะสม ถ้าเกิดเด็กเห็นว่าต้น ต้ แบบของเขามี พฤติก ติ รรมที่ไม่ดี เด็กก็จะไม่ศรัทธา คือเด็กผู้หญิงจะหันไป เลียนแบบพ่อ ส่วนเด็กผู้ชายจะหันไปเลียนแบบแม่ซึ่งเป็น คนที่เขาศรัทธามากกว่า จึงอาจส่งผลให้เด็กมีพฤติก ติ รรมที่ เป็นเหมือนเพศตรงข้ามได้ ขั้นอวัย วั วะเพศหรือ รื ขั้นความรู้สึรู้ สึ กทางเพศแบบแฝง (Phallic Stage) อายุ 3 – 5 ปี
เป็นระยะก่อนที่เด็กจะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยรุ่น เด็กวัยนี้จะ มุ่งความสนใจไปที่พัฒนาการด้านสังคมและสติปัติ ปั ญญา เป็นช่วงที่เด็กๆ จะถูกมองว่า “แสนรู้” หรือ “แก่แดด” ชอบพูดอะไรที่ดูเป็นผู้ใหญ่ เด็กจะสนใจในทุกๆ เรื่อง พร้อมที่จะเรียนรู้การมีเหตุมีผล และผิดชอบชั่วดี ในช่วง นี้เด็กจะเรียนรู้บทบาททางเพศมากขึ้น เริ่มมีเพื่อนสนิท กับเพศเดียวกัน ในเมื่อเด็กวัยนี้มักจะชอบคิด หรือชอบวิเคราะห์ ดังนั้นจึง ควรให้เด็กได้คิดเรื่องหนักๆ บ้างตามความสนใจของเขา เช่น การวางแผนงานบ้าน การบ้าน หรือการสร้างวินัยใน บ้านให้เขาได้มีโอกาสรับรู้ และมีส่วนร่วมในการคิดบ้าง เพื่อช่วยพัฒนาการในด้านนี้ อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องสำ หรับ ผู้ใหญ่ เด็กไม่ควรรู้ ขั้นแฝง (Latent Stage) อายุ 6-12 ปี
ระยะนี้เด็กจะสนใจเรื่องเพศอย่างแท้จริง คือจะเริ่ม สนใจเพศตรงข้าม มีลักษณะที่บ่งถึงวุฒิภาวะทาง อารมณ์หรือความสามารถในการปรับตัว ตัให้เข้ากับสิ่ง แวดล้อมได้อย่างเต็ม ต็ ที่ ดังนั้น จึงควรคอยสังเกตแต่ไต่ ม่ จับผิด ที่สำ คัญต้อ ต้ งคอยรับฟังเขาอยู่เ ยู่ สมอ ขั้นวัยรุ่น (Genital Stage) อายุ 12-18 ปี
ฟรอยด์เชื่อว่า ความคับข้องใจเป็นพื้นฐาน สำ หรับพัฒนาการทางบุค บุ ลิกภาพ แต่ต้ ต่ อ ต้ งมีจำ นวนพอเหมาะที่ จะช่วยพัฒนา Ego แต่ถ้ ต่ ถ้ ามีความคับข้องใจมากเกินไปก็จะเกิดปัญหา ทำ ให้เกิดกลไกในการป้องกันตัว ตั ซึ่งเป็นวิธี การปรับตัว ตัในระดับจิตไร้สำ นึก โดยฟรอยด์และบุต บุ รสาว (แอนนา ฟรอยด์) ได้แบ่งประเภทกลไกการป้องกันตัว ตั ได้แก่ 1. การเก็บกด หมายถึง การเก็บกดความรู้สึกไม่สบายใจ หรือความรู้สึกผิดหวังคับข้องใจ ไว้ในจิตใต้สำต้ สำ นึก 2. การป้ายความผิดให้แก่ผู้อื่น หมายถึง การลดความวิตกกังวล โดยการป้ายความผิดให้แก่ผู้อื่น 3. การหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง หมายถึง การปรับตัว ตัโดยการหาเหตุผล โดยให้คำ อธิบายที่เป็นที่ยอมรับ สำ หรับคนอื่น 4. การถดถอย หมายถึง การหนีกลับไปอยู่ใ ยู่ นสภาพอดีตที่เคยทำ ให้ตนมีความสุข เอาแต่ใต่ จ 5. การแสดงปฏิกิริยาตรงข้ามกับความปรารถนาที่แท้จริง หมายถึง กลไกป้องกันตน โดยการทุ่มเทในการ แสดงพฤติก ติ รรมตรงข้ามกับความรู้สึกของตนเอง ที่คิดว่าเป็นสิ่งที่สังคมอาจจะไม่ยอมรับ
6. การสร้างวิมานในอากาศหรือการฝันกลางวัน เป็นการสร้างจินตนาการหรือมโนภาพ เกี่ยวกับสิ่งที่ตน ต้อ ต้ งการ แต่เ ต่ ป็นไปไม่ได้ 7. การแยกตัว ตั หมายถึง การแยกตนให้พ้นจากสถานการณ์ที่นำ ความคับข้องใจมาให้ โดยการแยกตนออก ไปอยู่ต ยู่ ามลำ พัง 8. การหาสิ่งมาแทนที่ เป็นการระบายอารมณ์โกรธ หรือคับข้องใจต่อ ต่ คน หรือสิ่งของที่ไม่ได้เป็นต้น ต้ เหตุ ของความคับข้องใจ 9. การเลียนแบบ หมายถึง การปรับตัว ตั โดยการเลียนแบบบุค บุ คลที่ตนนิยมยกย่อง
ทฤษฎีขของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ เป็นการศึกษาวิเคราะห์จิตใจของมนุษย์ และเชื่อว่า จิตใจทำ หน้าที่ ควบคุมพฤติก ติ รรมของมนุษย์ เพื่อเรียนรู้และเข้าใจพฤติก ติ รรมต่า ต่ งที่เกิดขึ้นในแต่ล ต่ ะพฤติก ติ รรมที่แสดงออก กับ พฤติก ติ รรมแต่ล ต่ ะช่วงวัย และนำ ไปช่วยพัฒนาให้มีพฤติก ติ รรมและบุค บุ ลิกภาพที่เหมาะสม โดยกล่าวคือ Id เป็น ส่วนหนึ่งของบุค บุ ลิกภาพที่ติด ติ ตัว ตั เรามาตั้ง ตั้ แต่เ ต่ กิด แต่เ ต่ ป็นส่วนที่เป็นจิตไร้สำ นึก ตอบสนองความต้อ ต้ งการของ ตนเองเท่านั้น เอาแต่ไต่ ด้อย่างเดียว และ Id จะผลักดันให้ Ego ประกอบในสิ่งต่า ต่ งๆ ตามที่ Id ต้อ ต้ งการ Ego เป็นส่วนของบุค บุ ลิกภาพที่พัฒนามาจากการที่เด็กได้ติด ติ ต่อ ต่ หรือมีปฏิสัมพันธ์กับโลกภาพนอก บุค บุ คลที่มี บุค บุ ลิกภาพปกติ คือ บุค บุ คลที่ Ego สามารถที่ปรับตัว ตัให้เกิดสมดุลระหว่างความต้อ ต้ งการของ Id โลกภายนอก และ Superego หลักการที่ Ego ใช้คือหลักแห่งความเป็นจริง Superego เป็นบุค บุ ลิกภาพที่ตั้ง ตั้ มาตรการของ พฤติก ติ รรมให้แต่ล ต่ ะบุค บุ คล โดยรับค่านิยมและมาตรฐานจริยธรรม บอกว่าอะไรควรทำ หรือไม่ควรทำ ฟรอยด์ กล่าวว่า พัฒนาการทางบุค บุ ลิกภาพเปลี่ยนแปลงอยู่ต ยู่ ลอดเวลา โดยเฉพาะขั้นวัยทารก วัยเด็ก และวันวัยรุ่น ระบบทั้ง ทั้ สามจะทำ งานประสานกันดีขึ้นเนื่องจากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมหรือโลกภายนอกมากขึ้น ยิ่ง โตขึ้น Ego ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น และสามารถที่จะควบคุม Id ได้มากขึ้น สรุป
1 . โครงสร้างของบุค บุ ลิกภาพข้อใดที่อยู่ใ ยู่ นระดับจิตไร้สำ นึกเป็นส่วนใหญ่ ก. อิด(id) ข. อีโก้(Ego) ค. ซูเปอร์อีโก้(superego) ง. ถูกทุกข้อ 2. เด็กที่ชอบเอาแต่ใต่ จตัว ตั เองจัดอยู่ใ ยู่ นกลไกในการป้องกันตัว ตั ข้อใด ก. การเก็บกด ข. การถดถอย ค. การแสดงปฏิกิริยาตรงข้ามกับความปรารถนาที่แท้จริง ง. การแยกตัว ตั คำ ถาม
เฉลย 1 . โครงสร้างของบุค บุ ลิกภาพข้อใดที่อยู่ใ ยู่ นระดับจิตไร้สำ นึกเป็นส่วนใหญ่ ก. อิด(id) ข. อีโก้(Ego) ค. ซูเปอร์อีโก้(superego) ง. ถูกทุกข้อ 2. เด็กที่ชอบเอาแต่ใต่ จตัว ตั เองจัดอยู่ใ ยู่ นกลไกในการป้องกันตัว ตั ข้อใด ก. การเก็บกด ข. การถดถอย ค. การแสดงปฏิกิริยาตรงข้ามกับความปรารถนาที่แท้จริง ง. การแยกตัว ตั