การเมืมื มื อมื องการปกครอง สมัมั มั ยมั ยอยุยุ ยุ ธ ยุ ธยาตอนต้ต้ ต้ น ต้ นและตอนกลาง
การเมืองการปกครอง สมัยอยุธยาตอนต้น 1893 - 1991
การปกครองแบบสมบูบู บู ร บู รณาญาสิสิ สิ ทสิ ทธิธิ ธิรธิาชย์ย์ ย์ย์ " พระบรมราชานุภาพของพระเจ้าแผ่นดิน กรุงสยามนี้ไม่ได้ปรากฏในกฎหมายอันหนึ่งอันใด ด้วยเหตุที่ถือว่าเป็นที่ล้นพ้น ไม่มีข้อสั่งอันใดจะเป็นผู้บังคับขัดขวางได้ " สถาบันพระมหากษัตริย์สำ คัญที่สุดในการปกครองประเทศ กษัตริย์มีสิทธิ์ขาดในการบริหารประเทศ กษัตริย์จะถูกคาดหวังว่าจะปฏิบัติตามธรรมเนียม
ดูแลทุกข์สุขของราษฎร ความสงบเรียบร้อย การปกครองแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่ส่ ส่ส่ วนกลาง จตุสดมภ์ วัง ดูแลกิจกรรมที่เกี่ยวข้องก้บพระราชสำ นัก และพิจารณพิพากษาคดี ดูแลการรักษาพระราชทรัพย์ และผลประโยชน์ของอาณาจักร เช่น การเก็บภาษี ดูแลรายได้ค่าใช้จ่ายของ อาณาจักร และการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ ดูแลการทำ ไรทำ นาของราษฎร การจัดหารสะสมเสบียงอาหาร สำ หรับใช้ในราชการ คลัง เวียง นา
การปกครองหัวเมือง เมืองลูกหลวง 4 ระดับ อยู่รอบราชธานี 4 ทิศ ห่างจากราชธานีใช้เวลาเดินทาง 2 วัน พระมหากษัตริย์แต่งตั้งพระราชโอรสหรือเจ้านายชั้นสูงไปปกครอง (เมืองหน้าด่าน) หัวเมืองชั้นใน เมืองที่อยู่รายรอบพระนคร ถัดจากเมืองหน้าด่าออกไป ผู้ปกครองเป็นเจ้านาย ขุนนางที่ได้รับการแต่งตั้งจากกษัตริย์ ลพบุรี สุพรรณบุรี นครนายก พระประแดง เมืองพรหมบุรี อินทร์บุรี ปราจีนบุรี ชลบุรี เพชรบุรี ราชบุรี
หัวเมืองชั้นนอก เมืองขนาดใหญ่อยู่ห่างไกลจากราชธานี โดยผู้ปกครองอาจสืบมาจาก เชื้อสายเดิมหรือเจ้านาย หรือขุนนางที่ราชธานีส่งมา เมืองประเทศราช เมืองที่ให้เจ้าต่างชาติต่างภาษาปกครองกันเองอย่างอิสระ แต่มีหน้าที่ส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวายตามกำ หนด และต้องส่งไพร่พลมาช่วยเมื่อเกิดสงคราม (เมืองพระยามหานคร) เมืองนครราชสีมา ตะนาวศรี สงขลา ถลาง เขมร สุโขทัย
เมืองลูกหลวง หัวเมืองชั้นใน ราชธานี ลพบุรี นครนายก พระประแดง สุพรรณบุรี หัวเมืองชั้นนอก เมืองประเทศราช
คัคั คั มคั มภีภี ภีร์ภีร์ ร์ พร์ พรระะมมนูนูนู ธ นู ธรรรรมมศศาาสสตตร์ร์ ร์ร์ เป็นตัวบทกฎหมายที่มาจากอินเดียที่กำ หนดหลักเกณฑ์ ความประพฤติปฏิบัติสำ หรับประชาชนและพระเจ้าแผ่นดิน เดิมเป็นคัมภีร์ในศาสนาพราหมณ์ เมื่อเข้ามาในประเทศไทยก็ถูกดัดแปลง ให้เป็นคัมภีร์ในศาสนาพุทธ โดยเหตุนี้คัมภีร์พระธรรมศาสตร์ จึงมีลักษณะเทียบได้กับกฎหมายรัฐธรรมนูญ กกฎฎหหมมาายย
ปรากฏร่องรอยการรับอิทธิพลวัฒนธรรมอินเดียอย่างชัดเจน กฎหมายแม่บทในสมัยอยุธยาคือ คัมภีร์พระธรรมศาสตร์ เข้ามาใช้เป็นหลักในการบัญญัติกฎหมายตั้งแต่เมื่อครั้งแผ่นดินสมเด็จพระมหาธรรมาธิราช ช่วงปี 2112-2133 ครั้งที่กรุงศรีอยุธยาเกี่ยวข้องกับกรุงหงสาวดี ในลักษณะที่เป็นภาษารามัญ และมีผู้แปลพระธรรมศาสตร์จากภาษารามัญมาเป็นภาษาไทย
การเมืองการปกครอง สมัยอยุธยาตอนกลาง การเมืองการปกครอง สมัยอยุธยาตอนกลาง 1991-2231
สมเด็ด็ ด็ จ ด็ จพระบรมไตรโลกนาถทรงปฏิฏิ ฏิรูฏิรู รู ป รู ประเบีบี บี ยบี ยบการปกครองใหม่ม่ ม่ จัดการรวมอำ นาจเข้าสู่ส่วนกลาง แยกกิจการฝ่ายพลเรือนกับฝ่ายทหารออกจากกันอย่างชัดเจน แต่งตั้งอัครมหาเสนาบดี ปรับปรุงขอบเขตและอำ นาจหน้าที่ของกรมจตุสดมภ์
มีอัครมหาเสนาบดีตำ แหน่งสมุหพระกลาโหมเป็นผู้ดูแลทหาร ยามศึกสมคราม ทำ การรบ และยามปกติทำ หน้าที่รวบรวมไพร่พล อาวุธ สัตว์พาหนะ และเสบียงอาหาร มีอัครมหาเสนาบดีตำ แหน่งสมุหนายกเป็นผู้ดูแลข้าราชการฝ่ายพลเรือน ดูแลรับผิดชอบกรมกองต่างๆ รวมทั้งจตุสดมภ์ กรมย่อยในสังกัด ได้แก่ กรมอาสา กรมทวนทอง ฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน การปกครองส่ส่ ส่ ว ส่ วนกลาง
ธรรมมาธิกรณ์ จตุตุ ตุ ส ตุ สดมภ์ภ์ ภ์ภ์ เวียง วัง คลัง นา รักษาความสงบเรียบร้อย และตัดสินคดี ควบคุมกรมกองตระเวน รับผิดชอบงานทั้งหมด ในราชสำ นัก ดูแลงานความยุติธรรม ควบคุมกรมภูษามาลา กรมกรรมการ รับผิดชอบรายรับ รายจ่าย เก็บภาษี ต้อนรับทูตชาวต่างชาติ และควบคุมกรมพระคลังสินค้า กรมท่า ดูแลและส่งเสริมการทำ ไร่ ทำ นา พิพากษาคดีที่เกี่ยวกับนา ควบคุมกรมฉาง นครบาล โกษาธิบดี เกษตราธิการ
กำ หนดฐานะไว้เป็นเมืองชั้นเอก ชั้นโท ชั้นตรี ตามขนาดและความสำ คัญของเมืองนั้นๆ มีการปกครองอย่างใกล้ชิด โดยมีการส่งขุนนางตำ แหน่งหลวงกระบัตร ไปสอดส่องดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าเมือง การปกครองหัหั หั ว หั วเมืมื มื อ มื อง หัวเมืองชั้นใน หัวเมืองชั้นนอก ประเทศราช เมืองต่างชาติต่างภาษา ยอมอยู่ใต้อำ นาจอยุธยา ยกเลิกเมืองลูกหลวง หรือเมืองหน้าด่าน อยู่รอบราชธานีจัดเป็นเมืองจัตวา มีผู้ปกครองเรียกว่า ผู้รั้ง ราชธานี
สมุหพระกลาโหม สมุหนายก พระคลังหรือโกษาธิบดี ดูแลทหารและพลเรือน หัวเมืองฝ่ายใต้ ดูแลทหารและพลเรือน หัวเมืองฝ่ายเหนือ ดูแลทหารและพลเรือน หัวเมืองชายทะเลตะวันออก สมัยพระเจ้าปราสาททอง ทรงให้มีการแบ่งหัวเมือง ปรากฎหลักฐานในกฎหมายตรา 3 ดวง
กฎหมาย กฏมณเฑียรบาล กฏหมายลักษณะอาญาขบญศึก พ.ศ. 2000 พระไอยการตำ แหน่งพลเรือน พ.ศ. 1998 ประกอบด้วยแบบแผนการประกอบพระราชกิจ การจัดตำ แหน่งหน้าที่ราชการ และพระราชวงศ์ และระเบียบปกครองในราชสำ นัก ตราขึ้นเพื่อป้องกันและคุ้มครองพระมหากษัตริย์ กำ หนดศักดินาของเจ้านาย ขุนนาง ไพร่ ทาส ตามตำ แหน่ง หน้าที่และรับผิดชอบ