The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เรื่องการลำเลียงสารเข้าออกเซลล์ สมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aomlinee2214, 2022-03-18 09:54:47

บทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เรื่องการลำเลียงสารเข้าออกเซลล์ สมบูรณ์

บทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เรื่องการลำเลียงสารเข้าออกเซลล์ สมบูรณ์

บทปฏบิ ัตกิ ารวทิ ยาศาสตร์
สาหรับนักเรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้

เรื่อง การลาเลยี งสารเขา้ ออกเซลล์

นางสาวสาลนิ ี เตง็ นอ้ ย
นางสาววรัญญา แก้วคา
หลักสูตรการศึกษาบณั ฑติ สาขาวทิ ยาศาสตรท์ ั่วไป
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ





คานา

บทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ เรื่อง การลาเลียงสารเข้าออกเซลล์
เป็นส่ือการเรียนรู้สาหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เน้นให้นักเรียน
ได้เรียนรู้ผ่านการทดลอง สังเกต บันทึกผล สรุป และอภิปรายร่วมกับใบ
ความรู้ และตอบคาถามท้ายบทปฏิบัติการเพ่ือตรวจสอบความรู้ความเข้าใจ
และการนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันโดยมีครูผู้สอนเป็นผู้อานวยความ
สะดวก สาธิต และแนะนาระหว่างการทาปฏิบตั กิ าร

เนื้อหาภายในบทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการลาเลียงสาร
เข้าออกเซลล์ นักเรียนจะได้เรียนรู้ (1) เซลล์และองค์ประกอบของเซลล์โดย
ใช้กล้องจุลทรรศน์ในรูปแบบสื่อวิดีทัศน์ ตัวอย่าง เซลล์พืช และเซลล์สัตว์
เป็นตัวแทนของเซลล์ชนิดยูคาริโอตและเซลล์ไซยาโนแบคทีเรียเป็นตัวแทน
ของเซลล์ชนิดโพรคาริโอต (2) การลาเลยี งสารเข้าออกเซลล์ ได้แก่ การแพร่
และ ออสโมซิสและ (3) ประโยชน์ของการลาเลยี งสารเข้าออกเซลล์

ค ณ ะ ผู้ จั ด ท า ห วั ง เ ป็ น อ ย่ า ง ยิ่ ง ว่ า บ ท ป ฏิ บั ติ ก า ร วิ ท ย า ศ า ส ต ร์
เรื่อง การลาเลียงสารเข้าออกเซลล์ จะเป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอน นักเรียน
และผู้ท่ีสนใจในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สุดท้ายนี้หากมีข้อเสนอแนะ
คณะผูจ้ ดั ทาน้อมรบั เพอื่ นาไปปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป

คณะผจู้ ดั ทา



คาชี้แจง

บทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ เร่ือง การลาเลียงสารเข้าออกเซลล์
มี 3 ตอน

1. เซลล์และองคป์ ระกอบของเซลล์
2. การลาเลยี งสารเขา้ ออกเซลล์
3. ประโยชนข์ องการลาเลียงสารเขา้ ออกเซลล์
สว่ นประกอบของบทปฏบิ ัติการ ประกอบด้วย

1) จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2) ระยะเวลาในการทาปฏบิ ัตกิ าร
3) วัสดุอปุ กรณ์และสารเคมี 4) ขน้ั ตอนการทาปฏบิ ตั กิ าร
5) บนั ทกึ ผลการทาปฏบิ ตั กิ าร 6) สรปุ ผล
7) คาถามทา้ ยการทาปฏบิ ตั กิ าร 8) ใบความรู้

ขอ้ ตกลงในการทาปฏบิ ตั ิการ
1. เหมาะสาหรับผูเ้ รยี นจานวน 4-6 คนต่อกลุม่
2. สามารถใช้ไดท้ ั้งในหอ้ งเรียน นอกหอ้ งเรยี น และออนไลน์
3. ผู้เรียนศึกษาตามบทปฏิบัติการ ออกแบบ วางแผน และแบ่งหน้าที่
ในการทาปฏบิ ัตกิ าร
4. ผู้สอนเป็นผู้อานวยความสะดวก แนะนาหรือสาธิตการทา
ปฏบิ ตั ิการ



สารบญั

คานา ก
คาช้แี จง ข
สารบัญ ค
ภาพรวมบทปฏบิ ตั ิการ ง
ปฏบิ ัตกิ ารที่ 1 เซลลแ์ ละองคป์ ระกอบของเซลล์ 1
2
ปฏิบัติการท่ี 1.1 สงั เกตตัวอยา่ งสิง่ มชี ีวิต 4
ปฏิบัติการท่ี 1.2 กล้องจลุ ทรรศน์ 7
ปฏิบตั กิ ารที่ 1.3 การใชก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ 12
ปฏบิ ตั กิ ารที่ 1.4 ผลของความเค็มต่อลักษณะของส่ิงมชี ีวิต 27
ปฏิบตั กิ ารที่ 2 การลาเลยี งสารเข้าออกเซลล์ 28
ปฏบิ ัติการที่ 2.1 การแพร่แบบธรรมดา 37
ปฏบิ ัตกิ ารท่ี 2.2 การลาเลียงสารเขา้ ออกแบบจาลองเซลล์ 63
ปฏบิ ตั กิ ารท่ี 3 ประโยชน์ของการลาเลยี งสารผ่านเข้าออก
78
แบบจาลองเซลล์
บรรณานุกรม



ภาพรวมบทปฏบิ ตั กิ าร

ปฏิบัติการที่ 1 1) เรียนรสู้ ว่ นประกอบ และหนา้ ที่
เซลล์และองค์ประกอบ ของกล้องจลุ ทรรศน์

ของเซลล์ 2) เรียนรู้เซลล์ของสิง่ มชี ีวติ

ปฏบิ ตั กิ ารที่ 2 1) เรียนร้กู ารแพร่แบบธรรมดา
การลาเลยี งสาร 2) เรยี นรู้การแพรแ่ บบออสโมซสิ
เข้าออกเซลล์

ปฏิบัตกิ ารท่ี 3 1) เรยี นรู้การนาประโยชน์ของการ
ประโยชนข์ องการลาเลยี ง แพร่และการออสโมซิสไปใชใ้ น
ชวี ติ ประจาวัน
สารเขา้ ออกเซลล์

1

ปฏิบัตกิ ารท่ี 1
เซลลแ์ ละองคป์ ระกอบของเซลล์

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรยี นสามารถระบุส่วนประกอบของกลอ้ งจุลทรรศน์
2. นักเรียนสามารถอธิบายหนา้ ท่ีของสว่ นประกอบของกลอ้ ง

จุลทรรศน์
3. นกั เรยี นสามารถอธิบายวธิ กี ารใชก้ ล้องจุลทรรศนส์ ่องดตู วั อย่าง

สิง่ มชี วี ติ
4. นกั เรยี นสามารถบอกประโยชน์และวิธีการเกบ็ รักษากลอ้ ง

จลุ ทรรศน์

2

ปฏบิ ตั กิ ารท่ี 1.1
สังเกตตัวอย่างสง่ิ มชี ีวิต

ระยะเวลาในการปฏบิ ตั กิ าร : 10 นาที
วสั ดุอปุ กรณ์และสารเคมี : สอื่ ภาพตัวอย่างสิง่ มีชวี ติ
ข้ันตอนการปฏิบัตกิ าร
1. สงั เกตภาพตัวอยา่ งสง่ิ มชี ีวิต แลว้ บันทึกลงในใบกิจกรรมท่ี 1.1

ตัวอย่างส่งิ มชี วี ติ ที่ 1 ตวั อยา่ งส่ิงมชี วี ิตท่ี 2 ตวั อย่างสิ่งมีชีวิตที่ 3

สาหร่ายหางกระรอก พารามีเซียม สาหรา่ ยสเี ขยี วแกมน้าเงนิ

3

ใบกจิ กรรมที่ 1.1

สงั เกตตวั อยา่ งส่งิ มชี ีวติ

คาส่ัง ใหน้ กั เรยี นสังเกตภาพตวั อยา่ งสิ่งมีชีวติ ทก่ี าหนดให้ แลว้

บนั ทกึ ผลการสังเกตแลว้ สรุป

ตัวอยา่ งสงิ่ มชี วี ติ ท่ี 1 : สาหรา่ ยหางกระรอก

มองเห็น มองไมเ่ ห็น

สี : ……สเี ขียว…………………………………..

ลักษณะท่ปี รากฏ : ……ใบเรียวยาว…….

ตวั อยา่ งส่งิ มชี วี ติ ท่ี 2 : พารามเี ซยี ม

มองเหน็ มองไมเ่ ห็น

สี : …………สนี า้ ตาล……………………………

ลกั ษณะทป่ี รากฏ : ………นา้ สีนา้ ตาล ใส…

ตวั อยา่ งส่ิงมีชีวิตที่ 3 : สาหร่ายสเี ขยี วแกมนา้ เงนิ

มองเห็น มองไมเ่ ห็น

สี : ………สีเขียว……………………………..

ลกั ษณะที่ปรากฏ : …………นา้ สเี ขยี ว….

…………………………..………………………….

สรปุ 1) ส่งิ มชี ีวิตทส่ี ามารถมองเหน็ ไดด้ ้วยตาเปล่า คอื ……………...
………สาหรา่ ยหางกระรอก………………………………………………
2) สง่ิ มชี วี ติ ท่ีไมส่ ามารถมองเหน็ ไดด้ ว้ ยตาเปล่า คือ …………..
………พารามีเซยี ม………สาหร่ายสีเขยี วแกมนา้ เงิน………………
3) ทาอยา่ งไรจึงมองเหน็ สิ่งมชี วี ิตที่ตามองไมเ่ หน็ ………………..
………ใช้กล้องจุลทรรศน…์ ……………………………………………….

4

ปฏบิ ตั กิ ารท่ี 1.2
กล้องจุลทรรศน์

ระยะเวลาในการปฏิบตั ิการ : 20 นาที
วสั ดอุ ปุ กรณ์และสารเคมี : สอ่ื วีดีทศั น์ เรอื่ ง สว่ นประกอบและหนา้ ที่
ของส่วนประกอบกลอ้ งจลุ ทรรศน์
ขั้นตอนการปฏบิ ตั ิการ
1. นกั เรยี นชมสอื่ วดี ที ัศน์ เร่อื ง สว่ นประกอบและหน้าที่ของ

ส่วนประกอบกลอ้ งจลุ ทรรศน์ จาก QR Code ทก่ี าหนดให้

2. นักเรยี นบันทึกผลการชมในใบกจิ กรรมท่ี 1.2.1 เรื่อง
สว่ นประกอบของกลอ้ งจุลทรรศน์ ระหว่างการชมสอื่ วีดทิ ศั น์

3. นกั เรียนทาใบกิจกรรมท่ี 1.2.2 เร่ือง หนา้ ทขี่ องส่วนประกอบ
กล้องจุลทรรศน์ เมอื่ ชมสื่อวดี ทิ ศั น์จบแลว้

5

ใบกิจกรรมท่ี 1.2.1
สว่ นประกอบของกลอ้ งจุลทรรศน์

คาสง่ั ให้นกั เรยี นนาคาท่กี าหนดให้ เติมลงในชอ่ งวา่ งและเขยี นช่อื
เปน็ ภาษาองั กฤษใหถ้ กู ต้อง

แหล่งกำเนดิ แสง ฐำนกล้อง เลนส์ใกล้วัตถุ
แทน่ วำงสไลด์ ปุ่มปรับภำพหยำบ เลนสใ์ กล้ตำ
แขนกลอ้ ง ปุม่ ปรบั ภำพละเอยี ด ไอรสิ ไดอะแฟรม

เลนส์ใกลต้ ำ แขนกลอ้ ง ปมุ่ ปรบั ภำพหยำบ
(Eyepiece lens) ( Arm )
(Coarse adjustment knob)

เลนสใ์ กล้วตั ถุ ป่มุ ปรับภำพละเอยี ด
(Objective lens)
(Fine adjustment knob)

แท่นวำงสไลด์ แหล่งกำเนิดแสง ฐำนกล้อง
( Stage ) ( Light source ) ( Base )

ไอรสิ ไดอะแฟรม
( Iris diaphragm )

6

ใบกิจกรรมที่ 1.2.2
หน้าทขี่ องสว่ นประกอบกล้องจลุ ทรรศน์

คาสงั่ ใหน้ ักเรยี นนาตัวอักษรหนา้ ขอ้ ความทางด้านขวามือ มาเตมิ
หน้าขอ้ ความทางซ้ายมอื ให้ถกู ตอ้ ง

…ค….. 1.เลนส์ชุดที่อยู่ส่วนบนสดุ ของกล้อง ขยำยภำพให้ ก. ไอรสิ ไดอะแฟรม
เป็นภำพเสมือนหัวกลบั และกลับซ้ำยเป็นขวำ ข. แทน่ วำงสไลด์
กบั วัตถุ ค. เลนส์ใกล้ตำ
ง. ปมุ่ ปรับภำพหยำบ
…ฌ….. 2.ส่วนทยี่ ึดลำกล้องและสว่ นฐำนเขำ้ ด้วยกนั เปน็ จ. ปุม่ ปรบั ภำพละเอยี ด
ตำแหน่งท่ใี ชจ้ บั เมอ่ื ทำกำรเคลอ่ื นย้ำยกล้อง ฉ. ฐำนกลอ้ ง
ช. เลนส์ใกลว้ ัตถุ
…ง….. 3. ใชเ้ ล่ือนตำแหนง่ ของแท่นวำงวตั ถขุ น้ึ ลง เมอ่ื อยู่ ซ. แหล่งกำเนดิ แสง
ในระยะโฟกสั ก็จะมองเห็นภำพได้ ปมุ่ มีขนำด ฌ. แขนกล้อง
ใหญ่อยทู่ ดี่ ำ้ นขำ้ งของตัวกลอ้ ง

…จ….. 4.ป่มุ ขนำดเลก็ ปรับให้เห็นภำพคมชัดยงิ่ ขึ้น
…ช….. 5. เลนส์ทตี่ ดิ อยูบ่ นแผน่ หมุน ตำมปกตจิ ะมี 3 หรือ

4 อนั แตล่ ะอนั จะมตี ัวเลขแสดงกำลังขยำย
กำกบั ไว้ เช่น x4, x10, x40 หรือ x100
…ฉ….. 6. ส่วนลำ่ งของกล้องสำหรับวำงกบั โต๊ะ ท่ีฐำนอำจ
มีสวิทช์เปดิ ปิดกลอ้ ง และสำยไฟตดิ อยูด่ ว้ ย
…ซ….. 7.หลอดไฟฟำ้ ใหแ้ สงสว่ำงติดอยู่ทฐี่ ำนกลอ้ งและมี
สเกลปรบั ปริมำณแสงสวำ่ ง
…ก….. 8. ใช้ปรับปริมำณแสงใหเ้ ข้ำสู่ลำกลอ้ งในปริมำณที่
เหมำะสม
…ข….. 9. แทน่ สำหรบั วำงสไลดต์ ัวอยำ่ งทตี่ ้องกำรศกึ ษำ

7

ปฏบิ ตั กิ ารท่ี 1.3
การใชก้ ลอ้ งจุลทรรศน์

ระยะเวลาในการปฏิบัตกิ าร : 20 นาที
วสั ดอุ ุปกรณแ์ ละสารเคมี : สื่อวดี ีทศั น์ เรื่อง การใชก้ ลอ้ งจุลทรรศน์
ขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ิการ
1. นกั เรียนชมสือ่ วีดที ัศน์ เรอ่ื ง วิธกี ารใช้กลอ้ งจุลทรรศนจ์ าก QR

Code ทีก่ าหนดให้

2. นักเรยี นทาใบกจิ กรรมท่ี 1.3. เร่ือง การมองเหน็ ภายใต้กลอ้ ง
จุลทรรศนร์ ะหวา่ งการชมสอ่ื วีดิทัศน์

8

ใบกิจกรรมท่ี 1.3

การมองเหน็ ภายใต้กลอ้ งจุลทรรศน์

คาส่ัง ใหน้ กั เรยี นบนั ทกึ ผลการสังเกตลักษณะของตวั อยา่ งสง่ิ มชี ีวติ ภายใต้

กลอ้ งจลุ ทรรศน์จากส่อื วดี ีทศั น์ เรื่อง วิธกี ารใชก้ ล้องจุลทรรศน์

ตารางที่ 1 ลักษณะของตวั อยา่ งสิ่งมีชีวติ ภายใต้กลอ้ งจลุ ทรรศน์

(สาหร่ายหางกระรอก)

ตวั อย่าง วาดภาพส่งิ มีชีวิตทีส่ งั เกต ลักษณะของสงิ่ มชี วี ิต

สิง่ มีชวี ติ

เลนสใ์ กล้ตาขนาด...10x..... สี : .......สเี ขียว..................

เลนสใ์ กล้วตั ถุขนาด..4x...... รูปร่างและส่ิงท่ีสังเกตเห็น

: .....เป็นแผ่น เรียว ยาว

ภ า ย ใ น มี ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น

ห้องๆส่เี หลย่ี ม………..........

กาลงั ขยายขนาด...40เท่า... ……………………………………

เลนส์ใกลต้ าขนาด.....10x... สี : .......สเี ขยี ว..................

เลนส์ใกลว้ ตั ถุขนาด...10x.. รูปร่างและสง่ิ ทส่ี ังเกตเห็น

สาหร่ายหาง :..มลี กั ษณะเปน็ ห้องๆ…….
กระรอก
ส่เี หลย่ี ม และเหน็ .............
คลอโรพลาสต์...................

กาลังขยายขนาด..100เท่า. ..........................................

เลนสใ์ กลต้ าขนาด....10x... สี : .......สีเขียว..................

เลนส์ใกลว้ ัตถุขนาด...40x... รูปร่างและสิง่ ทีส่ ังเกตเหน็

: ....เปน็ หอ้ งๆสเ่ี หลี่ยม

เหน็ ผนังเซลล์เยอ่ื หมุ้ เซลล์

ไซโทพลาสซึมและคลอ

กาลังขยายขนาด..400เท่า. โรพลาสต์ ชัดเจน…………..

9

ตารางท่ี 2 ลกั ษณะของตัวอยา่ งส่ิงมชี วี ติ ภายใตก้ ลอ้ งจุลทรรศน์

(พารามีเซยี ม)

ตัวอยา่ ง วาดภาพสง่ิ มชี วี ติ ที่ บรรยายลักษณะของ
สง่ิ มชี ีวิต สงั เกต สงิ่ มีชีวติ

เลนสใ์ กลต้ าขนาด..10x.. สี : .......ใส ไมม่ สี .ี .............
เลนสใ์ กลว้ ตั ถุขนาด..4x... รปู ร่างและสง่ิ ท่สี ังเกตเห็น :

.........มีลกั ษณะลาตวั แบน

รูปไข่ เคลอ่ื นทีไ่ ด้...............

..........................................
กาลังขยายขนาด..40เท่า.. ..........................................

เลนสใ์ กลต้ าขนาด....10x... สี : .......ใส ไมม่ สี .ี .............

เลนสใ์ กลว้ ตั ถุขนาด..10x.. รปู รา่ งและส่งิ ท่สี ังเกตเหน็ :

พารามีเซียม .........มลี กั ษณะลาตวั แบน
รูปไข่ เคล่ือนที่ได้ และเห็น

เย่ือหมุ้ เซลล์ชดั เจน..........

........................................
กาลังขยายขนาด.100เท่า. ........................................

เลนส์ใกล้ตาขนาด....10x... สี : .......ใส ไม่มีส.ี ..........

เลนสใ์ กล้วัตถขุ นาด...40x. รปู รา่ งและส่งิ ท่ีสังเกตเห็น :
.........มีลักษณะลาตัวแบน

รูปไข่ เคลือ่ นที่ได้ เหน็ เย่อื

หุม้ เซลล์ ออรแ์ กเนลล์ และ

ไซโทพลาสซมึ ชัดเจน.........
กาลงั ขยายขนาด.400เท่า. ...........................................

10

ตารางท่ี 3 ลักษณะของตวั อยา่ งสง่ิ มีชีวติ ภายใต้กล้องจุลทรรศน์

(สาหร่ายสีเขยี วแกมน้าเงิน)

ตวั อยา่ ง วาดภาพส่ิงมชี วี ิตทีส่ ังเกต บรรยายลักษณะของ

สิ่งมีชวี ติ ส่ิงมีชวี ติ

เลนสใ์ กลต้ าขนาด......10x.... สี : .......สีเขียว..................

เลนสใ์ กลว้ ตั ถุขนาด......4x.... รูปรา่ งและสง่ิ ทส่ี ังเกตเห็น :

......มลี ักษณะเป็นเสน้ ๆ ยาว

..........................................

..........................................

กาลังขยายขนาด....40เทา่ ..... ..........................................

เลนส์ใกล้ตาขนาด.......10x.... สี : .......สเี ขยี ว..................

เลนส์ใกล้วตั ถุขนาด...10x..... รูปรา่ งและสิ่งทส่ี ังเกตเห็น :

สาหรา่ ยสี กาลังขยายขนาด...100เท่า... .........มลี ักษณะเปน็ เสน้ ๆ
เขียวแกม ยาว เป็นปล้อง...................
นา้ เงนิ ..........................................
..........................................

เลนสใ์ กลต้ าขนาด......10x..... สี : .......สเี ขยี ว..................

เลนส์ใกลว้ ัตถขุ นาด.....40x... รูปร่างและสิง่ ที่สังเกตเห็น :

.........มลี กั ษณะเป็นเส้นๆ

ยาวเปน็ ปลอ้ งๆ เหน็ ผนงั

เซลล์และโพรโทพลาสซึม

กาลังขยายขนาด...400เท่า... .............................................

11

สรุปผล เมื่อใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องลักษณะของสิ่งมีชีวิตท่ีกาลังขยาย

แตกต่างกันได้แก่ 4X , 10X และ 40X ลักษณะของส่ิงมีชีวิตท่ีได้จะมีขนาด
แตกตา่ งกนั ตามกาลงั ขยาย โดยทก่ี าลงั ขยายสูงสุด สาหรา่ ยหางกระรอก จะ
สังเกตเห็นผนังเซลล์เยื่อหุ้มเซลล์และเม็ดคลอโรพลาสต์ได้ชัดเจนขึ้น พารามี
เซียมจะสังเกตเห็นลักษณะเย่ือหุ้มเซลล์ชัดเจนขึ้นและสามารถมองเห็นถุงแว
คิวโอลภายในได้และ สาหร่ายสีเขียวแกมน้าเงิน สามารถเห็นผนังเซลล์และ
โพรโทพลาสซึมได้ชดั เจน

TIPs

ประโยชน์ของกลอ้ งจลุ ทรรศน์
1. ช่วยในการมองเหน็ ส่งิ มีชีวิตขนาดเล็ก ท่ีตาไมส่ ามารถ

มองเหน็ ได้
2. ชว่ ยในการศกึ ษาหาข้อมลู หลักฐานทางชวี วิทยา

12

ปฏบิ ตั กิ ารท่ี 1.4
ผลของความเคม็ ต่อลกั ษณะของส่ิงมชี วี ติ

ระยะเวลาในการปฏบิ ตั กิ าร : 20 นาที
วัสดอุ ปุ กรณ์และสารเคมี : สอ่ื วีดที ศั น์เรอื่ ง ผลของความเคม็ ตอ่
สิง่ มชี ีวิต
ขัน้ ตอนการปฏิบัตกิ าร
1. นกั เรยี นชมส่ือวดี ที ัศน์ เรอ่ื ง ผลของความเคม็ ตอ่ ส่ิงมีชีวติ จาก

QR Code ทก่ี าหนดให้

2. นักเรียนบันทกึ ผลลงในใบกิจกรรมที่ 1.4 เร่อื ง ผลของความเค็ม
ต่อส่งิ มีชวี ิตระหวา่ งการชมสอื่ วดี ทิ ศั น์

3. นักเรยี นทาคาถามทา้ ยบทปฏบิ ัติการท่ี 1

13

ใบกจิ กรรมท่ี 1.4

ผลของความเคม็ ตอ่ สง่ิ มชี วี ิต

คาสั่ง ใหน้ กั เรียนบนั ทกึ ผลการสังเกตลกั ษณะของตวั อย่างสง่ิ มีชีวิตภายใต้

กลอ้ งจุลทรรศนจ์ ากสอ่ื วีดที ัศน์ เรื่อง ผลของความเคม็ ตอ่ สงิ่ มชี ีวติ

ตารางท่ี 1 ลักษณะของตวั อย่างสงิ่ มีชีวติ ภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์

(สาหรา่ ยหางกระรอก)

ตัวอย่าง วาดภาพส่งิ มีชีวิตที่สังเกต บรรยายลักษณะของ

สง่ิ มชี ีวิต สิ่งมีชีวติ

เลนสใ์ กลต้ าขนาด....10x... รูปรา่ งและส่ิงทส่ี ังเกต

ภาวะปกติ เลนส์ใกล้วัตถุขนาด..40x... เห็น : มีลักษณะเป็นห้องๆ

ของ ส่ีเหลี่ยม เห็นผนังเซลล์

สาหร่ายหาง เ ย่ื อ หุ้ ม เ ซ ล ล์ แ ล ะ มี

กระรอก คลอโรพลาสต์กระจายอยู่

กาลังขยายขนาด..400เท่า. ทัว่ ไซโทพลาสซึม

เลนสใ์ กลต้ าขนาด...10x.... รูปรา่ งและสิ่งที่สังเกต

ภาวะกระตุน้ เลนสใ์ กลว้ ัตถขุ นาด..40x... เห็น : มีลักษณะเป็นห้องๆ

ท่แี ชใ่ นนา้ เกลือ ส่ีเหลี่ยม เห็นผนังเซลล์

ของ เ ย่ื อ หุ้ ม เ ซ ล ล์ ชั ด เ จ น

สาหร่ายหาง คลอโรพลาสต์เห่ียว และ

กระรอก ไซโทพลาสซึมหดเข้ามาอยู่
กาลงั ขยายขนาด..400เท่า. กลางเซลล์

14

ตารางที่ 2 บันทึกลกั ษณะของตวั อย่างสิง่ มีชวี ติ ภายใตก้ ลอ้ งจลุ ทรรศน์

(พารามเี ซียม)

ตวั อยา่ ง วาดภาพส่ิงมีชวี ิตทส่ี ังเกต บรรยายลักษณะของสงิ่ มชี วี ติ

สิ่งมีชีวติ

เลนสใ์ กล้ตาขนาด 10x รปู รา่ งและส่ิงทส่ี ังเกตเห็น :

ภาวะปกติ เลนสใ์ กล้วตั ถุขนาด 40x มีลักษณะลาตัวแบน รูปไข่

ของ เคลื่อนที่ได้ เห็นเย่ือหุ้มเซลล์

พารามีเซยี ม ออร์แกเนลล์ และ ไซโทพลาสซึม

ชัดเจน

กาลงั ขยายขนาด 400เท่า รูปรา่ งและสิ่งท่ีสังเกตเหน็ :
มีลักษณะลาตัวแบน รูปไข่
ภาวะกระตนุ้ เลนสใ์ กลต้ าขนาด 10x
ท่แี ช่ใน เลนส์ใกล้วตั ถุขนาด 40x เห่ียวและหดเล็กลง ไม่เคลื่อนท่ี
น้าเกลือ เห็นออรแ์ กเนลล์ไม่ชดั เจน
ของ

พารามเี ซยี ม

กาลงั ขยายขนาด 400เท่า

สรุปผล ภาวะปกติสาหร่ายหางกระรอกที่ส่องภายใต้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกาลังขยาย

400 เท่าจะเห็นเซลล์เป็นห้องสี่เหลี่ยม มีผนงั เซลล์ เย่ือหุ้มเซลล์ และมีคลอโรพลาสต์ก

ระจายอยู่ท่ัวไซโทพลาสซึม แต่เมื่อแช่ในน้าเกลือ จะเห็นคลอโรพลาสต์เห่ียวและไซ

โทพลาสซึมหดเขา้ มาอยูท่ ่ีกลางเซลลจ์ นเห็นเยอื่ หุ้มเซลลแ์ ละผนังเซลล์ชัดเจน

ภาวะปกติพารามีเซียมท่ีส่องภายใต้กล้องจุลทรรศน์ท่ีมีกาลังขยาย 400 เท่า

จะเห็นเซลลใ์ ส ไมม่ ีสี ลาตวั แบน รูปไข่ เคล่ือนที่ได้ เห็นเยื่อหมุ้ เซลล์ ออรแ์ กเนลลต์ ่างๆ

และไซโทพลาสซึมชัดเจน แต่เมื่อนาพารามีเซียมอยู่ในภาวะกระตุ้นที่แช่ในน้าเกลือจะ

สังเกตเห็นพารามีเซียม เหี่ยว และหดเล็กลงไม่เคล่ือนที่และเห็นออร์แกเนลล์ต่างๆ

ภายในเซลล์ไมช่ ดั เจน

15

ใบความรู้ เรอ่ื ง กล้องจุลทรรศน์

ส่วนประกอบกลอ้ งจุลทรรศน์

เลนส์ใกล้ตำ แขนกลอ้ ง ปมุ่ ปรับภำพหยำบ
(Eyepiece lens) (Arm)
(Coarse adjustment knob)

เลนสใ์ กล้วตั ถุ ปมุ่ ปรับภำพละเอยี ด
(Objective lens)
(Fine adjustment knob)
แทน่ วำงสไลด์
(Stage) แหล่งกำเนิดแสง ฐำนกล้อง
(Light source) (Base)
ไอรสิ ไดอะแฟรม
(Iris diaphragm)

16

หนา้ ทขี่ องส่วนประกอบกล้องจลุ ทรรศน์

 เลนส์ใกล้ตา (Eyepiece lens) เลนส์ชุดท่ีอยู่ส่วนบนสุดของกล้อง
ขยายภาพให้เปน็ ภาพเสมอื นหวั กลับ และกลับซา้ ยเป็นขวากบั วัตถุ

 เลนส์ใกล้วัตถุ (Objective lens) เลนส์ที่ติดอยู่บนแผ่นหมุน ตามปกติ
จะมี 3 หรือ 4 อัน แต่ละอันจะมีตัวเลขแสดงกาลังขยายกากับไว้ เช่น x4,
x10, x40 หรอื x100

 ปุ่มปรับภาพหยาบ (Coarse adjustment knob) ใช้เล่ือนตาแหน่ง
ของแท่นวางวัตถุข้ึนลง เม่ืออยู่ในระยะโฟกัส ก็จะมองเห็นภาพได้ ปุ่มมี
ขนาดใหญอ่ ย่ทู ่ดี า้ นข้างของตัวกลอ้ ง

 ป่มุ ปรับภาพละเอียด (Fine adjustment knob) ปุ่มขนาดเล็ก ปรับให้
เห็นภาพคมชัดย่งิ ขนึ้

 แหล่งกาเนิดแสง (Light source) หลอดไฟฟ้าให้แสงสว่างติดอยู่ที่ฐาน
กลอ้ งและมสี เกลปรบั ปริมาณแสงสวา่ ง

 ไอรสิ ไดอะแฟรม (Iris diaphragm) ใช้ปรับปริมาณแสงให้เข้าสลู่ ากล้อง
ในปรมิ าณที่เหมาะสม

 แทน่ วางสไลด์ (Stage) แท่นสาหรบั วางสไลด์ตวั อยา่ งทีต่ อ้ งการศกึ ษา
 แขนกล้อง (Arm) ส่วนท่ียึดลากล้องและส่วนฐานเข้าด้วยกัน เป็น

ตาแหนง่ ที่ใชจ้ บั เมอ่ื ทาการเคลือ่ นย้ายกล้อง
 ฐานกล้อง (Base) ส่วนล่างของกล้องสาหรับวางกับโต๊ะ ท่ีฐานอาจมี

สวิทช์เปดิ ปดิ กล้อง และสายไฟติดอย่ดู ว้ ย

17

วิธีการใชก้ ล้องจุลทรรศน์กลอ้ งจุลทรรศน์

1. เสียบปลั๊ก เปิดสวิตช์
2. ปรับความสว่างของหลอดไฟ ตรวจเช็คตาแหน่งของเลนส์

ใกล้วตั ถใุ หม้ กี าลงั ขยายตา่ ทส่ี ดุ
3. ตรวจระดับของแทน่ วางสไลดใ์ ห้อยใู่ นระดับตา่ สุดโดยหมุนปุ่มปรับ

ภาพหยาบ
4. ปรับระยะห่างของเลนส์ใกลต้ าใหเ้ หมาะสมกับผ้ใู ช้
5. นาสไลด์ตัวอย่างวางบนแท่นวางสไลด์และปรับตาแหน่งของ

ตัวอย่างให้ภาพอยตู่ าแหนง่ ของลากลอ้ ง
6. ส่องดูภาพจากเลนส์ใกล้ตาและหมุนปุ่มปรับภาพหยาบเพื่อหา

ระยะโฟกัสของภาพ
7. ปรับภาพให้ชดั เจนขึ้นโดยหมุนปมุ่ ปรับภาพละเอียด
8. ปรับจานหมนุ ใหเ้ ลนสท์ ีม่ ีกาลังขยายสงู ข้ึนมาอยู่บริเวณลากล้อง

เพ่อื ใหภ้ าพขยายใหญข่ ้ึนจากนัน้ ปรบั ป่มุ ปรับภาพละเอียดเพือ่ ให้
เห็นภาพชดั เจน
9. ปรบั ทกุ อยา่ งให้เหมือนการใช้งานเริ่มต้น ปดิ สวิตช์และถอดปล๊ัก

18

ใบความรู้ เรือ่ ง เซลล์

เซลล์ คือ หน่วยชีวิตท่ีเล็กท่ีสุด (ราชบัณฑิตยสถาน. 2554)
โดยเซลล์จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ 1) เซลล์ยูคาริโอต
(Eukaryote) เช่น เซลล์พืชและ เซลล์สัตว์ 2) เซลล์โพรคาริโอต
(Prokaryote) เช่น แบคทีเรีย และไซยาโนแบคทีเรียสาหรับเซลล์พืช
และเซลล์สัตว์ มีโครงสร้างพื้นฐานท่ีประกอบไปด้วย เยื้อหุ้มเซลล์
(cell membrane) ไซโทพลาซึม (cytoplasm) ไมโทคอนเดรีย
(mitocondria) และนิวเคลียส (nucleus) ส่วนในเซลล์พืชจะพบ
โครงสร้างท่ีแตกต่างจากเซลล์สัตว์ คือ ผนังเซลล์ (cell wall)
และคลอโรพลาสต์ (chloroplast)

เซลล์ชนิดยูคาริโอตเป็นเซลล์ทีอ่ งค์ประกอบภายในเซลล์มีเยื้อ
หุ้มและไม่มีเยื่อหุ้ม ถ้ามีเย่ือหุ้มเรียกว่า ออแกเนลล์ (organelle)
เช่น นิวเคลียส คลอโรพลาสต์ และไมโทรคอนเดรีย ดังภาพที่ 1-1
เซลลช์ นิดโพรคาริโอตเปน็ เซลล์ทีอ่ งคป์ ระกอบภายในไมม่ เี ยอ่ื หุม้ เช่น
ไรโบโซม ดังภาพที่ 1-2

19

เซลล์สตั ว์ (Animal cell) เซลลพ์ ืช (Plant cell)

ภาพที่ 1-1 เซลลย์ คู าริโอต

ภาพท่ี 1-2 เซลล์โพรคำรโิ อต

20

คาถามทา้ ยปฏบิ ัติการที่ 1

ตอนท่ี 1 ให้นกั เรยี นเตมิ คาให้สมบรู ณแ์ ละอธิบายหนา้ ทพี่ อสงั เขป

Light source

เป็นหลอดไฟฟา้ ใหแ้ สงสวา่ งติดอยูท่ ่ฐี านกลอ้ งและมีสเกลปรับ
ปริมาณแสงสวา่ ง…………………………………………………………………..…

E y e p i e ce l e n s

เลนส์ชุดท่อี ยู่สว่ นบนสดุ ของกลอ้ ง ขยายภาพใหเ้ ป็นภาพเสมือนหวั
กลับ และกลบั ซ้ายเป็นขวากบั วัตถุ………………………………………..……

I r i s d i a p h r a gm

ใช้ปรบั ปรมิ าณแสงใหเ้ ขา้ สลู่ ากลอ้ งในปรมิ าณทเ่ี หมาะสม…………..
……………………………………………………………………………………………..

F i n e a d j u s t me n t k n o b

ปมุ่ ขนาดเล็กปรบั ใหเ้ ห็นภาพคมชัดยิง่ ขึ้น…………………………………
……………………………………………………………………………………………..

O b j e c t i v e l e ns

เลนสท์ ีต่ ิดอยู่บนแผ่นหมนุ ตามปกติจะมี 3 หรือ 4 อัน แต่ละอันจะ
มีตัวเลขแสดงกาลงั ขยายกากบั ไว้ เช่น x4, x10, x40 หรือ x100 …

21

ตอนท่ี 2 ใหน้ ักเรยี นทาเคร่ืองหมายกากบาท (X) หน้าข้อทถี่ ูกตอ้ ง

ทีส่ ดุ

1. อปุ กรณท์ ่ีใชใ้ นการศกึ ษา สว่ นประกอบของเซลลห์ รอื สงิ่ มีชวี ิต

เล็ก ๆ คอื ขอ้ ใด

ก. Camera ข. Microscope

ค. Telescope ค. Magnifying glass

2. ถา้ ภาพในกล้องจลุ ทรรศนเ์ หน็ ไม่ชดั เจนควรทาอยา่ งไร

ก. หมุนปุม่ ปรับภาพหยาบ ข. หมนุ ปุ่มปรบั ภาพละเอียด

ค. เล่ือนสไลด์ไปมา ง. หมนุ กระจกเพอ่ื ใหแ้ สงเขา้

3. ภาพท่เี กดิ จากเลนส์ใกล้ตา เปน็ ภาพชนดิ ใด

ก. ภาพเสมอื นหัวกลบั ข. ภาพเสมือนหัวต้ัง

ค. ภาพจริงหัวกลับ ง. ภาพจรงิ หวั กลบั

ใชข้ อ้ มลู ต่อไปน้ีตอบคาถามข้อ 4 -5

1
2

22

4. จากภาพส่วนประกอบของกล้องจลุ ทรรศนห์ มายเลข 1 คือ

ก. Eyepiece lens ข. Fine adjustment knob

ค. Objective lens ง. Coarse adjustment knob

5. จากภาพส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์หมายเลข 2 มีหน้าท่ีอะไร

ก. ตาแหน่งของแทน่ วางวัตถขุ น้ึ ลง

ข. เล่อื นวางสไลด์ตัวอย่างท่ีตอ้ งการศกึ ษา

ค. ปรับปริมาณแสงใหเ้ ขา้ สู่ลากลอ้ งในปริมาณที่เหมาะสม

ง. หลอดไฟฟ้าใหแ้ สงสว่างตดิ อยทู่ ฐ่ี านกล้องและมีสเกลปรับ

ปริมาณแสงสวา่ ง

TIPs

การใช้เลนส์ใกล้วัตถุท่ีกาลังขยาย 100X
ต้องเพิ่มความระมัดระวังมาก เน่ืองจากระยะห่าง
ระหวา่ งวัตถุกับเลนสช์ ิดกันมาก เวลาใชจ้ ึงต้องหยด
น้ามัน (immersion oil) บนสไลด์และให้เลนส์ใกล้
วัตถุสัมผัสกับน้ามัน เพื่อให้แสงเดินทางผ่านเป็น
เส้นตรงเข้าสู่เลนส์วัตถุได้ ถ้าไม่ใช้น้ามัน แสงที่ผ่าน
จากแก้วสไลด์เข้าสู่อากาศ จะหักเหออกไปมากทา
ใหแ้ สงเขา้ สเู่ ลนส์น้อย ภาพจงึ ไม่ชัด

23

ตอนที่ 3 ให้นักเรยี นเรยี งลาดับวธิ กี ารใช้กลอ้ งจลุ ทรรศน์กลอ้ ง
จุลทรรศนใ์ หถ้ กู ตอ้ ง

…6….. ส่องดูภาพจากเลนส์ใกล้ตาและหมุนป่มุ ปรบั ภาพหยาบเพอ่ื หาระยะ
โฟกัสของภาพ

…1….. เสยี บปล๊กั เปิดสวติ ช์
…3….. ตรวจระดับของแทน่ วางสไลดใ์ หอ้ ยูใ่ นระดบั ตา่ สดุ โดยหมุนปุ่มปรับ

ภาพหยาบ
…8….. ปรับจานหมนุ ให้เลนส์ที่มีกาลังขยายสงู ขึ้นมาอยบู่ ริเวณลากล้อง

เพือ่ ใหภ้ าพขยายใหญ่ข้นึ จากน้ันปรับปมุ่ ปรบั ภาพละเอียดเพ่ือให้
เห็นภาพชัดเจน
…9….. ปรับทกุ อยา่ งใหเ้ หมือนการใชง้ านเริ่มตน้ ปิดสวิตชแ์ ละถอดปล๊ัก
…4….. ปรบั ระยะหา่ งของเลนสใ์ กล้ตาให้เหมาะสมกับผู้ใช้
…5….. นาสไลด์ตัวอยา่ งวางบนแท่นวางสไลด์และปรับตาแหนง่ ของตวั อย่าง
ใหภ้ าพอยตู่ าแหนง่ ของลากล้อง
…2….. ปรบั ความสวา่ งของหลอดไฟ ตรวจเช็คตาแหน่งของเลนส์ใกล้วัตถุ
ใหม้ ีกาลงั ขยายตา่ ทสี่ ดุ
…7….. ปรับภาพใหช้ ัดเจนขึน้ โดยหมนุ ปมุ่ ปรับภาพละเอยี ด

24

ตอนที่ 4 ใหน้ ักเรียนเขยี นแผนผงั มโนทัศน์การจาแนกส่งิ มชี ีวติ ที่
ศึกษาจากการชมสือ่ วดี ทิ ัศน์

สาหร่ายหางกระรอก พารามีเซียม
มีผนงั เซลล์ เยือ่ หมุ้ เซลล์ มีเย่ือหุ้มเซลล์ และ
และออร์แกเนลล์ท่ีมเี ยอ่ื ออรแ์ กเนลลท์ ม่ี ีเยอื่ หมุ้
หมุ้ คือ คลอโรพลาสต์

เซลลพ์ ชื ยูคารโิ อต เซลลส์ ตั ว์

สิง่ มชี วี ิต

โพรคาริโอต

สาหร่ายสีเขียวแกมน้าเงนิ
มผี นงั เซลล์และโพรโทพลาสซมึ แต่ไม่

พบออรแ์ กเนลล์ที่มีเยอ่ื หุ้ม

25

ตอนที่ 5 ให้นักเรยี นตอบคาถามให้ถูกตอ้ ง
1. จากภาพเป็นลักษณะของสาหร่ายหางกระรอกภายใต้กล้อง
จลุ ทรรศนท์ ีแ่ ชใ่ นสารละลายชนิดใด

นา้ เปล่า นา้ เกลือ ไม่ไดแ้ ช่

2. ภาพใดเป็นภาพพารามีเซยี มทแี่ ชใ่ นนา้ เกลอื

3. เพราะเหตใุ ดเซลล์ในนา้ ธรรมดากับในน้าเกลอื จงึ แตกต่างกัน
ความเขม้ ข้นภายนอกเซลลม์ ากกว่าภายในเซลล์

4. จงยกตัวอย่างประโยชน์ของกลอ้ งจลุ ทรรศน์
ชว่ ยในการมองเห็นส่งิ มีชวี ิตขนาดเลก็ ที่ตาไมส่ ามารถ

มองเห็นได้

26

บนั ทกึ

27

ปฏิบัตกิ ารที่ 2
การลาเลียงสารเข้าออกเซลล์

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสามารถอธิบายความหมายของการแพร่แบบธรรมดา
2. นกั เรียนสามารถอธิบายปจั จัยท่มี ีผลต่อการแพรแ่ บบธรรมดา
3. นกั เรยี นสามารถทดลองและลงความเห็นผลของการแพรท่ สี่ ภาวะ

สมดลุ
4. นกั เรียนสามารถนาปัจจยั ทม่ี ผี ลตอ่ การไปไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น

ชีวติ ประจาวัน

28

ปฏบิ ตั กิ ารท่ี 2.1
การแพร่แบบธรรมดา

ระยะเวลาในการปฏบิ ตั ิการ : 30 นาที
วสั ดุอปุ กรณ์และสารเคมี :
1. แก้วพลาสตกิ ใส ขนาด 30 มลิ ลลิ ติ ร
2. ผงสีผสมอาหารสแี ดง
3. ไมจ้ ้มิ ฟันยาว 4 cm
4. นา้ อณุ หภูมิหอ้ ง
5. นา้ อณุ หภมู ิต่า (≈ 4 °C)
6. น้าอณุ หภมู สิ งู (≈ 70 °C)
ขนั้ ตอนการปฏบิ ัตกิ าร
1. ใส่น้าอณุ หภูมหิ อ้ งลงในแกว้ พลาสตกิ ปริมาตร 20 มลิ ลลิ ติ ร

จานวน 2 ใบ
2. นาไม้จ้มิ ฟนั จุ่มลงไปในผงสีผสมอาหารสีแดงประมาณ 0.5 cm

ของไมจ้ ้มิ ฟัน แลว้ จมุ่ ลงในไปแก้วพลาสติกใสใบท่ี 1

0.5 cm

29

3. นาไมจ้ ิ้มฟันจุ่มลงไปในผงสีผสมอาหารสีแดงประมาณ 1 cm ของ
ไมจ้ ิ้มฟนั แลว้ จ่มุ ลงในไปแกว้ พลาสตกิ ใสใบที่ 2

1 cm

4. สังเกตการเปลีย่ นแปลงของแกว้ พลาสตกิ ใสใบที่ 1 และ 2 ทเ่ี วลา
0, 5 และ 10 นาที บันทกึ ผลลงในตารางท่ี 1 โดยใชแ้ ถบสีและ
รูปแบบการกระจายสีที่กาหนดให้ดา้ นลา่ ง

แถบสี
ใสไมม่ สี ี สีแดง* สีแดง**

รปู แบบการกระจายสี

ไม่กระจาย กระจาย กระจาย กระจาย
1/3 ของแกว้ 2/3 ของแก้ว ทวั่ แกว้

5. ทาซา้ ข้อที่ 1, 3 และ 4 โดยเปลยี่ นตวั อยา่ งนา้ เป็นอุณหภมู ิตา่
(≈ 4 °C) และน้าอุณหภูมิสูง (≈ 70 °C) ตามลาดับ บันทึกผลใน
ตารางท่ี 2

30

ตารางท่ี 1 ผลของความเขม้ ข้นของสารต่อการแพรข่ องสผี สมอาหาร

กระจายของผงสี สีของผงสี

สารละลาย 0 5 10 (นาทีที่ 15)
นาที นาที นาที

นา้ ผงสี 0.5 cm ไม่กระจาย กระจาย กระจาย สีแดง*
อุณหภูมิ ของไม้จิ้มฟนั ไมก่ ระจาย 2/3 ของ ท่ัวแก้ว สีแดง**

หอ้ ง ผงสี 1 cm แก้ว กระจาย
ของไม้จ้มิ ฟนั กระจาย 2/3 ของ
1/3 ของ
แกว้
แกว้

ตารางท่ี 2 ผลของอณุ หภมู ิต่อการแพร่ของสผี สมอาหาร

กระจายของผงสี สีของผงสี
(นาทีที่ 15)
สารละลาย 1 cm ของไมจ้ ิ้มฟัน
สีแดง**
0 5 10
นาที นาที นาที สีแดง**

ไม่กระจาย กระจาย กระจาย สีแดง**

น้าอณุ หภมู ติ า่ (≈ 4 °C) 1/3 ของ 2/3 ของ
แกว้ แก้ว

นา้ อุณหภมู ิหอ้ ง ไมก่ ระจาย กระจาย กระจาย
1/3 ของ 2/3 ของ

แกว้ แก้ว

ไมก่ ระจาย กระจาย กระจาย

นา้ อุณหภมู ิสูง (≈ 70 °C) 2/3 ของ ทว่ั แก้ว
แก้ว

31

สรุปผลการทดลอง
เม่ือผงสีละลายน้า ผงสีกระจายจากบริเวณที่มีความเข้มข้นมากไปสู่

บริเวณที่มีความเข้มข้นน้อย เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า การแพร่ และเมื่อผงสี
กระจายออกไปทั่วแก้วอย่างสม่าเสมอจนเห็นน้าเป็นสีเดียวสม่าเสมอทั่วทั้งแก้ว
เรียกปรากฏการณ์นี้วา่ สมดลุ การแพร่

ปริมาณสารมีผลต่อการแพร่ของผงสี โดยสารปริมาณน้อยจะ
แพร่กระจายไดเ้ ร็วและมสี อี อ่ นกว่าสารปริมาณมาก

อุณหภูมิมีผลต่อการแพร่ของผงสี โดยน้าอุณหภูมิสูงทาให้เกิดการ
กระจายของผงสีให้เข้าสู่สมดุลการแพร่ได้เร็วกว่าน้าอุณหภูมิห้องและน้า
อุณหภมู ติ ่า

TIPs
TIPs การคนหรือกวนสารเปน็ ปัจจัยที่ทาให้การแพร่เรว็ ขน้ึ

เช่น การคนผงสีแดงดว้ ยจานวนครงั้ ต่างกนั ดงั รูป

คนครั้งท่ี 1 คนคร้ังท่ี 2 คนครง้ั ท่ี 3

32

ใบความรู้ เรื่อง การลาเลียงสารผ่านเข้าออกเซลล์

ส่ิงมีชีวิตจะดารงชีวิตอยู่ได้ ต้องมีการนาสารอาหาร น้า แก๊ส
ออกซิเจน เพ่ือใช้ในกิจกรรมต่างๆภายในเซลล์ พร้อมทั้งนาของเสีย
เช่น แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ และสารอนื่ ๆ ออกจากเซลล์

การลาเลียงสารผ่านเข้าออกเซลล์ เป็นการแพร่ของสารผ่าน
เยือ่ หมุ้ เซลล์ซึ่งมีสมบัติเป็นเย่อื เลอื กผา่ นทยี่ อมใหส้ ารบางชนิดผ่าน

เยื้อหุ้มเซลล์ (cell membrane) เป็นส่วนท่ีห่อหุ้มเซลล์
แบ่งขอบเขตภายในเซลล์กับสิ่งแวดล้อมภายนอกเซลล์ (ภาพที่ 2-1)
มีลักษณะเป็นเย่ือบางๆ ประกอบด้วยสารประเภทลิพิด โปรตีน และ
ค า ร์ โ บ ไ ฮ เ ต ร ต เ ย่ื อ หุ้ ม เ ซ ล ล์ มี ส ม บั ติ เ ป็ น เ ยื่ อ เ ลื อ ก ผ่ า น
(semipermeable membrane) คือ ยอมให้สารบางชนิดผ่านได้
และไม่ยอมให้สารบางชนิดผ่านอย่างอิสระ ซ่ึงสมบัติน้ี ช่วยในการ
ควบคมุ ปรมิ าณและชนดิ ของสารทีผ่ ่านเขา้ และออกจากเซลล์

ภาพที่ 2-1 เยอื่ ห้มุ เซลล์

33

สารละลาย (Solution)

การลาเลียงสารผ่านเข้าออกเซลล์จะเกี่ยวข้องกับเซลล์และ
สง่ิ แวดลอ้ มท่อี ยู่ในรปู ของสารละลาย (Solution)

สารละลาย เป็นของผสมท่ีประกอบไปด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิด
ข้ึนไปมาผสมเป็นเน้ือเดียวกันประกอบด้วยตัวละลาย (Solute )และ
ตัวทาละลาย (Solvent) เช่น น้าเชื่อมเป็นสารละลายท่ีมีน้าตาลเป็น
ตวั ละลายและนา้ เปน็ ตวั ทาละลาย ดงั ภาพท่ี 2-2

น้าเชือ่ ม น้าตาลทราย น้า

ภาพท่ี 2-2 ตัวอยา่ งสารละลายน้าตาลทราย (นา้ เชอื่ ม)

ความเข้มข้นของสารละลาย (Concentration) เป็นการ

ระบุปริมาณของตัวละลายท่ีละลายอยู่ในตัวทาลายน้ัน การท่ี

สารละลายมีปริมาณตัวละลายหรือตัวทาละลายต่างกันทาให้

สารละลายมคี วามเข้มข้นแตกต่างกัน ดงั ภาพท่ี 2-3

ภาพที่ 2-3 สารละลายทม่ี ีความเขม้ ข้นมากและความเขม้ ข้นนอ้ ย

34

สารละลาย A และ B มีปริมาณตัวทาละลายเท่ากัน แต่
สารละลาย A มีปริมาณของตวั ละลายน้อยกวา่ สารละลาย B จงึ ทาให้
สารละลาย A มีความเขม้ ขน้ นอ้ ยกวา่ สารละลาย B
รูปแบบการลาเลยี งสารผ่านเข้าออกเซลล์ ไดแ้ ก่

1. การลาเลียงสารแบบไม่ใช้ใช้พลังงาน (Passive transport)
ได้แก่ การแพร่แบบธรรมดา (Simple diffusion ) การออสโมซิส
(Osmosis) และฟาซิลิเทต (Facilitated diffusion)

2. การลาเลยี งสารแบบใช้พลงั งาน (Active transport)
3. การลาเลยี งสารแบบถงุ vesicle (Bulk transport)

การลาเลยี งสารแบบไม่ใช้พลงั งาน

การแพร่แบบธรรมดา (Simple Diffusion)
การแพร่ เปน็ การเคลื่อนทขี่ องสารจากบรเิ วณท่ีมีความเข้มข้น

ของสารสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารต่า การแพร่แบบ
ธรรมดา (Simple Diffusion) จะมอี ัตราคงทเ่ี มื่อความเขม้ ข้นของสาร
ในบริเวณต่างๆ เท่ากัน อัตราการแพร่สุทธิของตัวถูกละลายเม่ือคงที่
เรียกว่า จุดสมดุลของการแพร่ (equilibrium point) เช่น การแพร่
ของด่างทับทิม ดังภาพท่ี 2-4

35 10 นาที
0 นาที 50นาที

ภาพที่ 2-4 การแพร่ของดา่ งทบั ทมิ ทเี่ วลาตา่ งกนั
สารจะแพร่เข้าสู่เซลล์เมื่อมีขนาดเหมาะสม ความเข้มข้นของ
สารภายนอกเซลล์มากกว่าภายในเซลล์ ในทางกลับกันถ้าความ
เข้มข้นของสารภายในเซลล์มากกว่าภายนอกสารก็จะแพร่ออกจาก
เซลล์ ดังภาพที่ 2-5

ภาพท่ี 2-5 การแพรข่ องสารผ่านเยอื่ หมุ้ เซลล์

ปจั จยั ทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั การแพร่ ได้แก่
1. ความเข้มข้น โดยบริเวณท่ีมีความเข้มข้นของสารแตกต่าง

กันมากจะเกิดการแพร่ได้เร็ว
2. อุณหภูมิ โดยบริเวณท่ีมีอุณหภูมิสูง อนุภาคของสาร

จะเคล่ือนท่ไี ด้เร็ว

36

บนั ทกึ

37

ปฏบิ ตั กิ ารท่ี 2.2
การลาเลียงสารเขา้ ออกแบบจาลองเซลล์

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรียนอธบิ ายผลของการแชน่ ้าตอ่ การเปล่ยี นแปลงของน้าหนกั

แบบจาลองเซลลช์ นิดตา่ งๆ
2. นักเรยี นอธิบายผลของ NaCl ตอ่ การเปล่ียนแปลงของนา้ หนกั

แบบจาลองเซลลช์ นิดตา่ งๆ
3. นักเรียนอธิบายผลของความเขม้ ข้นของสารละลายตอ่ การ

เปลี่ยนแปลงของนา้ หนกั แบบจาลองเซลล์
4. นักเรียนอธบิ ายผลของความเขม้ ข้นของสารละลายต่อการ

เปลย่ี นแปลงปรมิ าตรแบบจาลองเซลล์
5. นักเรียนอธิบายผลของชนดิ ของสารละลายต่อการเปล่ียนแปลง

นา้ หนกั รปู รา่ งแบบจาลองเซลล์

38

ปฏบิ ัตกิ ารท่ี 2.2.1
ผลของน้าและเกลอื ต่อการเปลีย่ นแปลงของ

นา้ หนกั แบบจาลองเซลลช์ นิดต่างๆ

ระยะเวลาในการปฏิบตั ิการ : 60 นาที
วัสดอุ ุปกรณ์และสารเคมี :
1. แก้วพลาสตกิ ใส ขนาด 30 มิลลิลิตร
2. นา้ เปลา่
3. สารละลายโซเดียมคลอไรด์ความเขม้ ข้น 30 %(w/v)
4. มนั ฝรง่ั
5. แครอท
6. หวั ไชเทา้
7. แม่พมิ พห์ นั่ ลูกบาศก์
8. ไม้บรรทดั
9. มดี
10. เครอ่ื งชง่ั สาร
11. กระดาษทิชชู่

39

ข้นั ตอนการเตรียมแบบจาลองเซลล์
นาพืชตัวอย่าง ไดแ้ ก่ มันฝรง่ั แครอท และหวั ไชเท้า มาห่ันให้

มขี นาด กว้างxยาวxสงู เทา่ กบั 1 cm

สูง 1 cm

ลักษณะของแบบจาลองเซลล์

แบบจาลองเซลล์มนั ฝรัง่ แบบจาลองเซลล์แครอท แบบจาลองเซลลห์ วั ไชเทา้

40

ข้ันตอนการปฏบิ ัติการ
1. ใสน่ ้า ปริมาตร 20 มิลลลิ ิตร ในแกว้ พลาสติกใส
2. ชงั่ นา้ หนักแบบจาลองเซลล์มันฝรัง่ จานวน 2 เซลล์
3. ใสแ่ บบจาลองเซลลม์ นั ฝร่งั จานวน 2 เซลล์ ทไี่ ดช้ ่ังนา้ หนักมาใส่

ในแก้วพลาสตกิ ใส
4. แช่แบบจาลองเซลลม์ นั ฝรงั่ ระยะเวลาที่ 0, 10 และ 20 นาที

แบบจาลองเซลล์มันฝรง่ั ทั้ง 2 เซลล์ขึ้นมาแล้วซับนา้ ออกและชง่ั
น้าหนัก บนั ทึกผลลงในตารางท่ี 1
5. ทาซา้ ขอ้ ท่ี 1-4 โดยเปล่ียนจากมนั ฝร่ังเปน็ แครอทและหวั ไชเท้า
6. ทาซ้าขอ้ ท่ี 1-5 โดยเปล่ียนจากนา้ เป็นสารละลายโซเดียมคลอไรด์
ความเขม้ ขน้ 30% (w/v) บันทึกผลในตารางที่ 2
7. สรปุ ผลการศกึ ษา และ ตอบคาถามทา้ ยบทปฏิบัตกิ ารท่ี 2.2

41

ตารางที่ 1 ผลของน้าต่อการเปลย่ี นแปลงของนา้ หนักแบบจาลอง

เซลลช์ นิดต่างๆ

ชนิดของ นา้ หนักเฉลย่ี ของแบบจาลองเซลล์ ผลต่างของ
แบบจาลอง ท่ีเวลา น้าหนัก (g)

เซลล์ 0 10 20 ΔX
นาที นาที นาที

มันฝร่งั 3.13 3.36 3.46 0.41

แครอท 3.09 3.36 3.40 0.35

หัวไชเท้า 3.07 3.52 3.54 0.62

ตารางท่ี 2 ผลของ NaCl ต่อการเปลีย่ นแปลงของนา้ หนักแบบ

จาลองเซลล์ชนิดตา่ งๆ

ชนิดของ นา้ หนกั เฉล่ยี ของแบบจาลองเซลล์ ผลต่างของ
แบบจาลอง ทเ่ี วลา นา้ หนัก (g)

เซลล์ 0 10 20 ΔX
นาที นาที นาที

มนั ฝรงั่ 3.10 2.55 2.46 0.72

แครอท 3.13 2.86 2.84 0.34

หัวไชเท้า 3.00 2.49 2.28 0.79

สรปุ ผลการทดลอง

จากการทดลองผลของน้าและสารละลาย NaCl เข้มข้น 30% (w/v) ต่อการ
เปล่ียนแปลงรูปร่างชนดิ ของแบบจาลองเซลล์ พบว่า รูปร่างของแบบจาลองเซลล์หัวไช
เทา้ มกี ารเปลีย่ นแปลงมากที่สดุ รองลงมา คือ มนั ฝรง่ั และแครอท ตามลาดับ

42

ปฏบิ ัตกิ ารที่ 2.2.2
ผลของความเข้มข้นของสารละลายตอ่ การ
เปลี่ยนแปลงน้าหนักและปริมาตรแบบจาลองเซลล์

ระยะเวลาในการปฏิบตั กิ าร : 60 นาที
วสั ดุอุปกรณ์และสารเคมี :
1. แกว้ พลาสติกใส ขนาด 30 มลิ ลิลติ ร
2. น้าเปลา่
3. สารละลายโซเดียมคลอไรด์ความเข้มขน้ 0.5% (w/v)
4. สารละลายโซเดียมคลอไรดค์ วามเขม้ ขน้ 1% (w/v)
5. สารละลายโซเดยี มคลอไรดค์ วามเขม้ ขน้ 10% (w/v)
6. สารละลายโซเดียมคลอไรด์ความเขม้ ขน้ 20% (w/v)
7. สารละลายโซเดียมคลอไรดค์ วามเข้มขน้ 30% (w/v)
8. แบบจาลองเซลลห์ ัวไชเท้า
9. เคร่ืองชง่ั สาร
10. กระดาษทชิ ชู่
11. ไมบ้ รรทัด

43

ข้ันตอนการปฏบิ ัติการ
1. ใสน่ า้ ปรมิ าตร 20 มิลลลิ ิตร ในแก้วพลาสตกิ ใส
2. ชั่งนา้ หนักแบบจาลองเซลลห์ ัวไชเทา้ จานวน 2 เซลล์
3. ใสแ่ บบจาลองเซลล์หวั ไชเท้า จานวน 2 เซลล์ ท่ไี ดช้ งั่ น้าหนกั มา

ใสใ่ นแกว้ พลาสติกใส
4. แช่แบบจาลองเซลลห์ วั ไชเทา้ ระยะเวลา 0, 10 และ 20 นาที

นาแบบจาลองเซลลห์ วั ไชเทา้ ทั้ง 2 เซลลอ์ อกมาซบั น้า และช่ัง
นา้ หนัก บันทึกผลในตารางท่ี 1
5. นาแบบจาลองเซลลห์ วั ไชเท้าที่ไดช้ ่ังน้าหนกั ในข้อ 4 มาวดั ความ
กว้าง ยาว และสูง บนั ทกึ ผลในตารางท่ี 2

สงู

6. ทาซา้ ข้อท่ี 1-5 โดยเปลี่ยนจากนา้ เป็นสารละลายโซเดยี มคลอไรด์
ความเข้มขน้ 0.5% 1% 10% 20% และ 30% (w/v) ตามลาดบั

44

ตารางท่ี 1 ผลของความเข้มขน้ ของสารละลายตอ่ แบบจาลองเซลล์

ชนดิ ของสาร นา้ หนกั ของแบบจาลองเซลล์ ผลตา่ งของ

ละลาย แช่ในสารละลาย (กรมั ) นา้ หนกั (กรัม)

0 นาที 10 นาที 20 นาที ΔX

น้า 3.05 3.24 3.33 0.28

NaCl 0.5% 3.18 3.20 3.19 0.01

NaCl 1% 3.16 3.03 3.00 0.16

NaCl 10% 3.08 2.36 2.30 0.78

NaCl 20% 3.19 2.53 2.48 0.71

NaCl 30% 3.09 2.33 2.25 0.84

ตารางที่ 2 ผลของความเขม้ ขน้ ของสารละลายต่อการเปลีย่ นแปลง

ขนาดแบบจาลองเซลล์

ขนาด ชนิดของสารละลาย

แบบจาลอง นา้ NaCl NaCl NaCl NaCl NaCl
เซลล์ 0.5% 1% 10% 20% 30%
(mm)

กว้าง 11 10 10 10 9 9

ยาว 11 10 10 10 10 9

สูง 12 10 10 10 10 9

ปริมาตร 1450 1000 1000 1000 900 729

หมายเหตุ แบบจาลองเซลลก์ อ่ นทาการทดลองมขี นาด กวา้ งXยาวXสูง
คอื 10X10X10 มิลลิเมตร ปริมาตร 1000 ลกู บาศกม์ ลิ ลิเมตร


Click to View FlipBook Version