The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วัดสุวรรณาราม ตำบลบ้านเป้า่
อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pupeakakong, 2021-05-11 01:02:19

วัดสุวรรณาราม

วัดสุวรรณาราม ตำบลบ้านเป้า่
อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์

Keywords: วัดสุวรรณาราม

แหล่งเรียนในท้องถ่ิน
“วัดสุวรรณาราม”

ตา บ ล บ้ า น เ ป้ า อา เ ภ อ พุท ไ ธ ส ง จั งห วั ดบุ รี รัม ย์

ก ศ น . ตา บ ล บ้ า น เ ป้ า

ศู น ย์ ก า ร ศึ ก ษ า น อ ก ร ะ บ บ แ ล ะ ก า ร ศึ ก ษ า ต า ม อั ย ศั ย อา เ ภ อ พุ ท ไ ธ ส ง

แหล่งเรยี นร้ใู นทูองถิน่ ตำบลบำู นเปูำ อำเภอพทุ ไธสง จังหวัดบรุ รี ัมย์ “วัดสวุ รรณำรำม”

แหลง่ เรยี นในทอ้ งถนิ่ “วดั สวุ รรณาราม”

ตาบลบา้ นเปา้ อาเภอพทุ ไธสง จงั หวดั บรุ ีรมั ย์

จดุ ประสงค์
เพอ่ื ใหผ้ รู้ ่วมกิจกรรมมีความรู้ ความเขา้ ใจ ปลูกฝงั การอ่าน การอนุรักษไ์ วซ้ ่ึงวฒั นธรรมประเพณี ท่สี ามารถ

แสวงหาความรูจ้ ากแหลง่ เรียนรใู้ น ตาบลบ้านเปา้ อาเภอพุทไธสง จังหวดั บรุ ีรัมย์

สาระสาคญั
หลักเส (ธาตไุ ม)้ โบราณวดั สวุ รรณาราม ตาบลบา้ นเปา้ อาเภอพทุ ไธสง

เจ้าของแหลง่ เรยี นรู้

พระครสู ุตวรรณาภรณ์ (ประยงค์ สทุ ธฺ ญิ าโณ)

ประวตั วิ ดั สวุ รรณาราม
วดั สวุ รรณาราม ตั้งอยูท่ บ่ี ้านแฮด หมู่ที่ 5 ปจั จุบัน เปน็ บา้ นส้มโฮง หมู่ 11 ตาบลบา้ นเป้า อาเภอพุทไธสง

จังหวดั บรุ รี มั ย์ สังกดั คณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตง้ั วดั เนือ้ ที่ 11 ไร่ 3 งาน 56 ตารางวา
อาณาเขต ทิศเหนอื จดถนนสาธารณะ

ทิศใต้ จดหนองนา้ รังกา
ทิศตะวนั ออก จดถนนสาธารณประโยชน์
ทิศตะวันตก จดทด่ี นิ ท่ีทาสภาตาบลบ้านเป้า

จดั ทำโดย กศน.ตำบลบูำนเปูำ ๑ | ห นู ำ

แหล่งเรียนรใู้ นทอู งถิน่ ตำบลบำู นเปูำ อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ “วดั สุวรรณำรำม”

อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 26 เมตร ยาว 34 เมตร สร้างเม่ือ พ.ศ. 2472 (บูรณะใหม่
พ.ศ. 2534) ศาลาการเปรียญ กวา้ ง 12 เมตร ยาว 20 เมตร สร้างเมือ่ พ.ศ. 2512 เป็นอาคารไม้ และกุฎิ 1 หลัง
เปน็ อาคารไม้

ภาพ อโุ บสถ (หลงั เก่ากอ่ นบรู ณะ)

ภาพ อโุ บสถ (หลงั ใหม)่

จดั ทำโดย กศน.ตำบลบำู นเปูำ ๒ | ห นู ำ

แหล่งเรียนรใู้ นทูองถนิ่ ตำบลบำู นเปูำ อำเภอพุทไธสง จังหวัดบรุ รี ัมย์ “วัดสวุ รรณำรำม”

วัดสุวรรณาราม ต้ังเมื่อ พ.ศ. 2452 สร้างข้ึนจากความร่วมมือกันของชาวบ้านแฮด และบ้านโสกบก
ชว่ ยกนั บรจิ าคทุนทรัพย์ในการสร้างวัดขน้ึ ไดร้ ับพระราชทานวิสุงคามสีมา เม่ือ พ.ศ. 2460 เขตวิสงุ คามสีมา กวา้ ง
26 เมตร ยาว 34 เมตร การบริหารและการปกครอง มเี จา้ อาวาสเทา่ ทที่ ราบนามคือ

ที่ ช่อื -ฉายา ปี พ.ศ.
1 พลวงพ่อเงาะ 2385 – 2395
2 หลวงพอ่ ปะแดงออ่ น 2395 – 2400
3 หลวงพ่ออ๊าก 2435 – 2468
4 พระอาจารยพ์ วง 2468 – 2472
5 พระอาจารยโ์ บก 2472 – 2478
6 พระอาจารยบ์ ง 2478 – 2481
7 พระอาจารยเ์ หมอื ย 2481 – 2482
8 พระอาจารยส์ ร้อย 2482 – 2484
9 พระอาจารยห์ วด 2484 – 2486
10 พระอาจารย์อินทร์ 2486 – 2493
11 พระอาจารย์แดง 2493 – 2494
12 พระอาจารย์สุเทพ 2494 – 2495
13 พระอาจารย์บญุ มา 2495 – 2496
14 พระอาจารยส์ งั วรณ์ 2496 – 2497
15 พระอาจารย์บุญเตมิ 2497 – 2498
16 พระอาจารยก์ ณั หา 2498 – 2499
17 พระอาจารย์ประพันธ์ 2499 – 2505
18 พระอาจารยท์ องสขุ 2505 - 2508
19 พระอาจารย์ทอง 2508 – 2522
20 หลวงพ่อหนู 2522 – 2523
21 หลวงพอ่ อ้วน 2523 – 2528
22 พระประทปี ธมมฺ ปทโี ป 2528 – 2529
23 พระอุดร เขมโก 2529 – 2534
24 พระอธกิ ารแสงจนั ทร์ ญาณโสภโณ 2534 – 2536
25 พระครูสตุ วรรณาภรณ์ (ประยงค์ สทุ ฺธญิ าโณ) 2542 – ปัจจบุ นั

ปัจจบุ ัน วัดสุวรรณาราม ได้พัฒนาปรับให้มี ศาลาการเปรียญ หอระฆัง กุฎิ เมรุ ศาลาท่าน้า และอื่นๆ

อีกหลายอย่าง เพ่ือไว้สาหรับแสดงธรรม จัดกิจกรรมทางสงฆ์และวันสาคัญต่างๆ ทางพระพุทธศาสนา ศาลาการ
เปรียญ นั้นสร้างแล้วเสร็จ ปี พ.ศ. 2515 และ ได้นาพระพุทธรูป “หลวงพ่อพระพุทธศรีสุวรรณอุดมมงคลมุณี”
(หลวงพอ่ สายฝน) มาประดษิ ฐานเม่อื พ.ศ. 2557

จัดทำโดย กศน.ตำบลบูำนเปูำ ๓ | ห นู ำ

แหล่งเรยี นรูใ้ นทอู งถิน่ ตำบลบำู นเปูำ อำเภอพทุ ไธสง จังหวดั บุรีรัมย์ “วดั สุวรรณำรำม”

จดั ทำโดย กศน.ตำบลบำู นเปูำ ๔ | ห นู ำ

แหลง่ เรยี นรใู้ นทูองถิน่ ตำบลบูำนเปูำ อำเภอพทุ ไธสง จังหวดั บุรีรัมย์ “วัดสวุ รรณำรำม”

โบราณวตั ถทุ ี่สาคญั

หลกั เส (ธาตไุ ม)้

ถึงแม้ว่ากลุ่มไทย-ลาวส่วนใหญต่ ่างนบั ถือศาสนาพุทธ แต่ในความเป็นจริง วิธีการปฏิบัติและประเพณีการ
จัดการศพ อาจได้รับแบบแผนปฏิบตั ิจากคติพุทธศาสนาบางอย่างเท่าน้นั เช่นการเผาศพแล้วเก็บอัฐิบรรจุไว้ในเจดีย์
หรือทช่ี าวบา้ นทว่ั ไปเรียกว่า ทาด (ธาต)ุ แตย่ ังมีวธิ อี ่ืนๆ ทีเ่ ป็นประเพณกี ารศพ และการเก็บอัฐิตามแบบเดิมแต่ก่อน
การนับถอื ศาสนาพทุ ธด้วย

สจุ ิตต์ วงศเ์ ทศ (2547:75,79) หลักเสหรอื ธาตไุ ม้บรรจุอัฐใิ นภาคอสี านรวมทง้ั การเอากระดกู คนตายไปไว้
ตามกาแพงวัด เป็นการสืบทอดพิธีศพคร้ังที่สองเมื่อ 3,000 ปีมาแล้วก่อนรับพุทธศาสนา ซึ่งพิธีศพครั้งที่สองเริ่ม
จากครัง้ แรกเอาคนตายไปฝังดินไวใ้ ห้เน้ือหนงั เนา่ เป่ือยสลายไปเหลือแตก่ ระดูก แลว้ จงึ ทาครงั้ ที่สองโดยขุดขน้ึ มาเอา
กระดูกในภาชนะ เช่น ไหหินและบรรจุใส่หม้อกระดูก อย่างไรกาม แม้ว่าธาตุไม้อาจเป็นพิธีศพครั้งท่ีสอง แต่คติ
สาคัญที่มีผลอย่างสงู ต่อการเกิดธาตไุ ม้ก็คือ การเก็บอฐั จิ ากการเผาตามแบบพระพุทธศาสนาและการเปลย่ี นแปลงท่ี
สาคญั อย่างยิง่ ก็คือ การย้ายสถานที่เก็บจากป่าชา้ มาอยูใ่ นเขตวดั

กอ่ สวสั ด์พิ าณิชย์ (2546:210) บนั ทกึ ประเพณีการเผาศพของชาวไทยอีสานว่า เม่ือมีคนตายก็อาจจะเผา
หรือฝงั ไว้ ในรายทฝ่ี งั จะฝังไวเ้ ปน็ ปี เมอ่ื เหลือแตก่ ระดกู จึงขดุ ข้ึนมาเผา ในการฝังศพจะเอาดา้ ยขาวโยงจากโลงข้ึนมา
ปากหลมุ ให้ด้ายโผล่พน้ ดนิ ประมาณคืบหนง่ึ ด้ายขาวน้ีทาไวเ้ ปน็ ทางขึ้นลงของผี

เม่อื เก็บกระดูกแลว้ ก็อาจจะเอาไปฝากไว้ทีว่ ัด มหี ลายวธิ คี อื เอาหมอ้ กระดูกฝงั ลงดิน เอาเสาต้นเลก็ ๆฝังลง
ตรงท่ีวางหม้อให้เสาโผล่พ้นดินขึ้นมาสูงประมาณแค่เอว ส่วนเถ้าถ่านและกระดูกที่ไม่ต้องการก็ฝังดิน เวลาฝังก็เอา
ด้ายขาวโยงจากกน้ หลุมใหโ้ ผลพ่ น้ หลมุ เหมอื นกบั การฝงั ศพ บางคนก็เอาไม้ไผ่ปักบนหลุม เอาธงท่ีทาดว้ ยกระดาษติด
ไว้ บางคนก็เอาหม้อกระดูกไปฝากไว้กับพระท่ีสนิท และเกรงใจท่านก็จะเก็บไว้บนกุฏิ สว่ นใหญ่ก็เอาเกบ็ ไวบ้ นศาลา
วดั นานๆเข้าเม่อื ไมพ่ บญาติ ท่านก็ใหเ้ อาไปฝากไวต้ ามตน้ โพธิ์หรอื เอาไปฝงั ดนิ

เสาท่ปี กั ลงดนิ ตรงตาแหน่งท่ฝี ังกระดกู ก็คอื หลกั แสนนั่นเองประเพณีการปักหลกั เส ไม้ที่ฝงั ศพในปจั จบุ ันนี้ก็

คงพบได้ในหมู่บ้านตามชนบทในประเทศ สปป.ลาว นอกจากน้ัน ตามประเพณีศพของผู้ไทยแต่เดิมเม่ือคนตายไป

แล้ว จะเอาไปฝังไว้ในป่าช้า ทาพิธีเผาแล้วเอากระดูกใส่หม้อดินฝังไว้ในป่าช้าน้ัน เอาหลักเสปักไว้ พร้อมทั้งมีถ้วย

ชามเครื่องใชว้ างไว้ใกล้ๆ กบั หลกั นั้น เช่นป่าช้าของชาวบา้ นบ้านคาชะอแี ละบา้ นโนนยาง ในเมอื งพีน แขวง

สะหวันนะเขต กย็ ังคงถอื ปฏบิ ตั อิ ยู่ ถึงแมว้ า่ บางส่วนจะนาอฐั บิ างสว่ นใสป่ นู ไว้ทว่ี ดั แลว้ ก็ตาม หลักเส พบวา่ มกี ารทา

หลักไมท้ ัง้ ทเ่ี ปน็ หนา้ ตัดกลมและหนา้ ตัดสเ่ี หลยี่ มจตั ุรัสปะปนกนั ไป

หลกั เส ที่ปักตาแหน่งทฝ่ี งั ผีหรอื อัฐนิ ี้นอกจะเปน็ เคร่ืองหมายตาแหน่งที่ฝังแลว้ ในเชิงพฤติกรรมหลักสียังเป็น
สัญลักษณ์ของการเช่ือมโยงพ้นื ที่ของคนตายซึ่งในที่น้ีคือใต้พ้ืนดินกับพ้ืนท่ีคนเป็น นอกจากหลักเสแล้วประเพณศี พ
ของคนไทยบางกลุ่มยังทาเรือนให้แก่ผู้ตายด้วย การติดต่อระหว่างคนกับคนตายต้องกระทาผ่านตาแหน่งและ
สัญลักษณ์เหล่านี้ เช่น การนาอาหารหรือของใช้ส่วนตัว ถ้วยชามไปวางไว้บริเวณหลักเส และบริเวณเรือนผีเพ่ือให้
คนตายหรือผมี ขี า้ วของเครอ่ื งใช้สาหรับใช้

จดั ทำโดย กศน.ตำบลบูำนเปูำ ๕ | ห นู ำ

แหล่งเรยี นรู้ในทูองถิน่ ตำบลบูำนเปูำ อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรรี มั ย์ “วัดสวุ รรณำรำม”

ทรงยศ วีระทวีมาศ (2548:51) หลักเส (ธาตุไม้) การที่หลักเสปักหมายฝังอัฐิของชาวไทย-ลาวมาแต่เดิม
น้ัน เสาหลักเสอาจมีหน้าตัดเป็นส่ีเหล่ียมจัตุรัส หรือหน้าตัดกลม เสี้ยมปลายหลักเป็นหยักแหลมแล้วปักดิน น่าจะ
เป็นสัญลักษณ์ หรือลักษณะ ที่ต่อมามีนัยยะ เชิงสัญลักษณ์ที่ปรากฏในรูปลักษณะของธาตุไม้และธาตุปูนของชาว
ไทยลาวในระยะแรกๆ ด้วย เมอ่ื ชาวบ้านยอมรบั ปกตกิ ารเกบ็ อัฐิไวท้ ่ีพนื้ ของวัดแล้ว ธาตุไม้ ซึง่ นา่ จะเปน็ รูปแบบของ
ธาตุบรรจุอัฐิของชาวบ้านแบบแรกๆซ่ึงเป็นที่น่าสงสัยว่า การทาถาดไม้เก็บอัฐิน้ัน ส่วนมากจะพบในเขตภาคอีสาน
ของประเทศไทย ซ่ึงมีความเป็นไปได้ว่า คติการเก็บอัฐิตามแบบพระพุทธศาสนา เช่นนี้ แพร่เข้าสู่ภาคอีสาน และ
ปฏิบัติโดยชาวบ้านมาเม่อื ไมน่ านน้ี เพิ่งจะมีการนาอัฐิธาตุของคนตาย เข้ามาไว้ในวัดครงั้ แรก ใน พ.ศ. 2503 มาน้ี
เอง ก่อนหน้าน้ันจะฝังอัฐิไว้ท่ีป่าช้าเท่านั้น และเห็นว่าการเอาอัฐิเก็บไปธาตุไวใ้ นวดั ไม่นา่ จะผิดอะไรซึ่งก็คงจะเหน็
ตัวอยา่ งได้จากวดั ในเมืองจานวนมาก ทน่ี าอฐั บิ รรจธุ าตุไว้ในวดั และในภายหลงั ต่อมา จึงมีคนทาตาม

“ธาตุ” ในครง้ั แรกนิยมใชไ้ ม้จงึ เรียกว่า “ธาตไุ ม้” หรอื “หลักเส” โดยใชไ้ มถ้ ากให้เป็นทอ่ น 4 เหลีย่ มจตุรัส
กว้างยาว ไม่เกินด้านละ ๓๐ ซม. แล้วตกแต่งบัวหวั เสาให้วิจิตรพิสดาร ต่อมาได้พัฒนามาใช้การก่ออิฐถือปูน ซึ่ง
สามารถทาได้ใหญโ่ ตและแขง็ แรงย่งิ ข้ึน เรียกวา่ “ชะทาย” ซงึ่ ทาขน้ึ จากปูนขาวผสมทราย ยางบงและนา้ หนังเป็น
ตวั ประสาน

ธาตปุ นู จาแนกออกไดต้ ามความสาคัญของผตู้ ายดังน้ี

ธาตุปูนบุคคลสามญั ได้แก่ ธาตใุ ส่กระดูกของชาวบา้ นธรรมดาทัว่ ๆไป มักทาขนาดไม่สูงใหญ่มีทง้ั แบบเรียบ
และป้นั ปนู ประดับเปน็ ลวดลายบริเวณเรือนธาตุ

ธาตปุ ูนบุคคลสาคัญ ได้แก่ ธาตขุ องนายบ้าน กานนั ครูใหญ่ หรือ บคุ คลท่ีเป็นท่ีเคารพนับถือในหมู่บ้าน
ตลอดจน ธาตุของเจ้าเมืองหรือลูกหลานผู้สืบทอดในวงศ์ตระกูล การก่อสร้างธาตุให้บุคคลเหล่านี้จะประณีต
แตกตา่ งกวา่ ธาตขุ องบคุ คลสามญั

ธาตุปูนพระสงฆ์ ได้แก่ ธาตุของพระเถระผู้ใหญ่ เจ้าอาวาส ญาคูหรือญาท่าน เป็นต้น มักก่อสร้างสูง
ใหญ่มคี วามซับซ้อนมากขึ้น ต้ังอยูใ่ นตาแหน่งทด่ี เู ดน่ เปน็ สงา่ ในวัด รองมาจาก “พระธาตุ”

นอกจากรปู แบบของ “ธาตุ” และ “พระธาตุ” แลว้ ยังมรี ูปแบบของ “บอื บา้ น” หรอื “หลกั บา้ น” (ส่วนมาก
ทาด้วยไม้) ของอสี านท่มี ีลักษณะใกล้เคียงกับ “ธาตุไม้” หรือ “หลกั เส” ของสามัญชน ตา่ งกันแต่วา่ ไม่มีช่องบรรจุ
อฐั เิ ทา่ นั้น นบั เปน็ ศิลปกรรมพื้นบ้านอีกอย่างหนึ่งท่ีนา่ สนใจอยา่ งยงิ่

สรุป หลักเส (ธาตุไม้)

หลักเสหรือเสาเสหรอื ธาตุไม้ เปน็ ธาตสุ าหรบั บรรจอุ ัฐธิ าตขุ องคนอสี านโบราณ ทาด้วยไมเ้ น้ือแข็ง ปจั จบุ ันมี
ไม่มากแล้ว เน่ืองจากผุพังไปตามกาลเวลา หลักเสที่มีอัฐิบรรจุยิ่งหายาก เกือบทั้งหมดจะเห็นย้ายอัฐิไปไว้ท่ีธาตุที่
สร้างด้วยปูนตามยุคสมัย

ปญั หาท่ีพบเจอของวดั

หลักเสส่วนหน่ึงถูกขโมยไปขายร้านของเก่า และขายให้กับคนต่างชาติ เพ่ือนาไปสะสม และนาไปตกแต่ง
ประดบั บา้ นเรือน โรงแรม และรีสอรท์

จดั ทำโดย กศน.ตำบลบูำนเปูำ ๖ | ห นู ำ

แหล่งเรียนร้ใู นทูองถนิ่ ตำบลบูำนเปูำ อำเภอพทุ ไธสง จังหวัดบุรรี มั ย์ “วัดสวุ รรณำรำม”

ภาพหลกั เส (ธาตไุ ม)้ ณ วดั สวุ รรณาราม

จัดทำโดย กศน.ตำบลบูำนเปูำ ๗ | ห นู ำ

แหล่งเรยี นรู้ในทูองถิน่ ตำบลบำู นเปูำ อำเภอพุทไธสง จังหวดั บุรรี มั ย์ “วัดสุวรรณำรำม”

ภาพปจั จบุ นั ณ วดั สวุ รรณาราม

จดั ทำโดย กศน.ตำบลบูำนเปูำ ๘ | ห นู ำ

แหล่งเรียนร้ใู นทูองถิน่ ตำบลบูำนเปูำ อำเภอพทุ ไธสง จังหวัดบุรรี ัมย์ “วัดสวุ รรณำรำม”

ภาพการจดั กจิ กรรมตา่ งๆ ณ วดั สวุ รรณาราม

จดั ทำโดย กศน.ตำบลบำู นเปูำ ๙ | ห นู ำ

แหล่งเรยี นรู้ในทูองถนิ่ ตำบลบูำนเปูำ อำเภอพทุ ไธสง จังหวดั บรุ รี ัมย์ “วัดสุวรรณำรำม”

แบบทดสอบกอ่ น-หลงั การจัดกจิ กรรม
เรอื่ ง แหลง่ เรยี นรู้ วดั สวุ รรณาราม ตาบลบา้ นเปา้

1. วดั สวุ รรณารามต้งั อยภู่ าคใดของประเทศไทย ข. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
ก. ภาคเหนือ ง. ภาคกลาง
ค. ภาคใต้

2. วดั สวุ รรณารามต้งั อยู่ตาบลใดของอาเภอพุทไธสง จงั หวดั บุรีรมั ย์

ก. ตาบลบ้านเปา้ ข. ตาบลหายโศก

ค. ตาบลบ้านแวง ง. ตาบลพทุ ไธสง

3. เจา้ ของแหล่งเรยี นรู้ วัดสวุ รรณาราม ข. พระครปู ระจกั ษ์ธรรมโกวทิ
ก. พระสมหุ ์นอ้ ยญาณวโร ง. พระอธกิ าร สา ยโสธโร
ค. พระครสู ุตวรรณาภรณ์ (ประยงค์ สุทธฺ ญิ าโณ)
ข. บ้านโสกบก
4. วดั สวุ รรณาราม เดมิ ต้ังอยู่ที่บา้ นใด ง. บ้านแฮด
ก. บ้านหนองตาไก้
ค. บา้ นสระแกว้ ข. กวา่ 200 ปี
ง. กวา่ 400 ปี
๕. วัดสุวรรณาราม มปี ระวัตศิ าสตรค์ วามเปน็ ช้านานกีร่ ้อยปี
ก. กวา่ 100 ปี
ค. กว่า 300 ปี

๖. วัดสุวรรณารามได้รบั พระราชทานวสิ งุ คามสีมาเมื่อวันทเ่ี ท่าไหร่ ปี พ.ศ.ใด

ก. 15 มิถุนายน 2560 ข. 25 มิถุนายน 2560

ค. 15 พฤศจิกายน 2560 ง. 25 พฤศจกิ ายน 2560

๗. วดั สวุ รรณารามไดร้ ับพระราชทานวสิ ุงคามสีมา จากสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัวรัชกาลท่ี...........

ก. รัชกาลท่ี 7 ข. รัชกาลที่ 8

ค. รัชกาลที่ 9 ง. รัชกาลที่ 10

๘. เขตวิสุงคามสมี า ของวดั สวุ รรณาราม มีขนาด กวา้ งและยาว กี่เมตร

ก. กวา้ ง 24 เมตร ยาว 32 เมตร ข. กว้าง 25 เมตร ยาว 33 เมตร

ค. กว้าง 26 เมตร ยาว 34 เมตร ง. กว้าง 27 เมตร ยาว 35 เมตร

จัดทำโดย กศน.ตำบลบำู นเปูำ ๑๐ | ห นู ำ

แหล่งเรียนรใู้ นทูองถิน่ ตำบลบำู นเปูำ อำเภอพทุ ไธสง จังหวัดบุรรี ัมย์ “วัดสุวรรณำรำม”

๙. อุโบสถว์ ัดสุวรรณารามบูรณะแล้วเสร็จเม่อื ปี พ.ศ. ใด ข. พ.ศ. 2534
ก. พ.ศ. 2524 ง. พ.ศ. 2554
ค. พ.ศ. 25๔4

๑๐. วัดสุวรรณารามมเี จ้าอาวาสมาแลว้ จานวนกี่รปู (นบั ถงึ ปัจจบุ นั ) ง. 25
ก. 22 ข. 23 ค. 24

๑๑. ศาลาการเปรยี ญไดส้ ร้างใหม้ กี ารประดษิ ฐานของพระพทุ ธรูปใด
ก. หลวงพอ่ พระพทุ ธศรีสวุ รรณอดุ มมงคลมุณี (หลวงพอ่ สายฝน)

ข. สมเด็จพระพฒุ าจารย์ (โต พรหมฺรังส)ี
ค. พระครูภาวนาภริ ตั อิสริโก
ง. พระครพู ศิ ิษฐ์อรรถการ

๑๒. หลกั เส หรอื เสาเส หมายถงึ อะไร ข. หลักเสาตง้ั อุโบสถ
ก. ใบเสมา ง. เสาในวดั
ค. ทเี่ ก็บอัฐิ

๑๓. หลักเส ทาจากสง่ิ ใด ข. ไม้ ค. ปนู ง. ทองแดง
ก. พลาสติก

๑4. หลักเส ของวดั สุวรรณาราม มีประวัตศิ าสตร์ความเปน็ ช้านานก่รี อ้ ยปี

ก. กวา่ 100 ปี ข. กวา่ 150 ปี

ค. กวา่ 200 ปี ง. กวา่ 250 ปี

15. หลักเส ของวัดสุวรรณาราม ทีค่ งเหลอื อยู่และสมบรู ณ์ทสี่ ุดมีกหี่ ลัก

ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. ไมม่ คี งเหลอื

16. วัดสุวรรณารามไดน้ า “หลวงพอ่ สายฝน” มาประดษิ ฐานเม่ือปี พ.ศ.ใด

ก. 2527 ข. 2537

ค. 2547 ง. 2557

17. อาณาเขตทางทิศใต้ของวัดสุวรรณารามจดกับสถานท่ีใด ข. จดหนองน้ารงั กา
ง. จดทด่ี นิ ทที่ าสภาตาบลบ้านเป้า
ก. จดถนนสาธารณะ
ค. จดถนนสาธารณประโยชน์

จดั ทำโดย กศน.ตำบลบูำนเปูำ ๑๑ | ห นู ำ

แหล่งเรยี นรู้ในทอู งถิน่ ตำบลบูำนเปูำ อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรรี มั ย์ “วดั สวุ รรณำรำม”

18. รูปในภาพใดเปน็ หลกั เส ข.
ก.

ค. ง.

19. ปัญหาสาคญั ท่ีพบเจอในการรักษาวัตถโุ บราณ (หลักเส) ไว้ไดน้ อ้ ยคือ

ก. ถูกขโมย ข. พุพัง

ค. กรมศิลปไ์ มไ่ ด้ขนึ้ ทะเบยี น ง. ไม่มคี นดแู ล

20. วดั สวุ รรณารามเป็นแหล่งเรียนรู้ประเภทใด ข. ประเภททรพั ยากรธรรมชาติ
ก. ประเภทบคุ คล ง. ประเภทสง่ิ ทมี่ นุษย์สรา้ งขึ้น
ค. ประเภทกิจกรรมทางสังคม ประเพณแี ละความเชอ่ื

จัดทำโดย กศน.ตำบลบูำนเปูำ ๑๒ | ห นู ำ

ก ศ น . ตำ บ ล บ้ ำ น เ ป้ ำ

ศู น ย์ ก ำ ร ศึ ก ษ า น อ ก ร ะ บ บ แ ล ะ ก ำ ร ศึ ก ษ า ต ำ ม อั ย ศั ย อำ เ ภ อ พุ ท ไ ธ ส ง

ข อ ข อ บ คุ ณ แ ห ล่ ง ที่ม า
พ ร ะ ค รู สุ ต ว ร ร ณ า ภ ร ณ์ ( ป ร ะ ย ง ค์ สุ ทฺ ธิ ญ า โ ณ )

เ จ้ ำ อ ำ ว ำ ส วั ด สุ ว ร ร ณ า ร ำ ม

ข อ ข อ บ คุ ณ
น า ง มั ณ ฑ ก ำ น ต์ เ ส มี ย น รั ม ย์ ผู้ อำ น ว ย ก ำ ร ก ศ น . อำ เ ภ อ พุ ท ไ ธ ส ง

อำ น ว ย ก ำ ร ผ ลิ ต / ป ร ะ ธ ำ น ค ณ ะ จั ด ทำ / ที่ป รึ ก ษ า

น า ง ณั ฐ พ ร ก อ ง ไ ธ ส ง
ผู้ ป ร ะ ส ำ น ง ำ น / ผู้ ช่ ว ย ร ว ม ร ว บ ข้ อ มู ล

น า ง บุ น ย นุ ช ส อ น ไ ธ ส ง
ผู้ ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล / เ รี ย บ เ รี ย ง / จั ด ทำ

ติดตำมผลงำนได้ที่ :


Click to View FlipBook Version