ตะเข็บและการทาตะเข็บ
ตะเขบ็ คือแนวของฝเี ขม็ ซง่ึ ยึดผ้าสองช้ินหรอื มากกว่านัน้ เข้าด้วยกนั ตะเข็บจะใหค้ วามคงทนแก่
รูปทรงของเสือ้ ผ้าและบรเิ วณทีจ่ ะทาให้เส้ือผา้ มีเสน้ ตะเขบ็ เยบ็ ตอ่ ผ้ากัน โดยความเรยี บรอ้ ยของตะเข็บ
จะขน้ึ อย่กู ับเทคนคิ และความชานาญในการเย็บตะเขบ็ ซง่ึ แบง่ เป็น 2 ชนดิ คือ ตะเข็บเยบ็ ดว้ ยมือ
ตะเข็บเย็บดว้ ยจกั ร
ชนิดของตะเขบ็ ที่เยบ็ ด้วยมือ
1. ตะเข็บเนา เป็นตะเข็บท่ีเยบ็ หลวมๆ มองเห็นเส้นดา้ ยของผา้ ท้งั ทางดา้ นผิด(ด้านผดิ คือดา้ นใน)และดา้ นถูก
(ดา้ นถูกคือดา้ นนอก)ชัดเจน การเยบ็ ตะเขบ็ เนามีหลายวิธี เลือกใช้ไดต้ ามความเหมาะสมของเนื้อผ้า
และลกั ษณะของช้ินงานท่จี ะเย็บจริงตะเข็บเนามีหลายชนิด ไดแ้ ก่
1.1 ตะเข็บเนาเท่า คือการเนาให้ฝีเข็มเสมอกันท้งั สองด้าน ทัง้ ดา้ นผดิ และด้านถกู ในแตล่ ะฝเี ข็มของ
การเนาจะใชค้ วามหา่ งประมาณ ¼ กับ ½ นิว้ ถ้าฝีเขม็ ห่างกว่านีเ้ ส้นดา้ ยจะบังคับผ้าไมไ่ ด้ เริม่ การเนาทาง
ขวามอื การเนาเขม็ จะอยู่ดา้ นบนเสมอ
1.2 ตะเขบ็ เนาไม่เทา่ คอื การเนาใช้ฝีเข็มถแี่ ละฝเี ข็มหา่ งสลบั กนั โดยฝเี ขม็ หา่ งจะอยู่ดา้ นถูก สว่ นฝเี ขม็
ถ่จี ะอย่ดู า้ นผิด การทฝ่ี ีเขม็ อยู่ขา้ งลา่ งนนั้ จะช่วยทาใหเ้ นอ้ื ผา้ แน่น ส่วนฝีเขม็ ห่างซึง่ อยู่ดา้ นบนจะช่วยให้เห็น
เส้นยาว ทาให้เป็นแนวทีจ่ ะเย็บจกั รตามได้งา่ ย
1.3 ตะเข็บเนาเฉยี ง คือการเนาฝเี ขม็ ทแยงไปตามเนื้อผ้า โดยใช้เนาผ้าสองช้นั ใหอ้ ยดู่ ว้ ยกนั เชน่ ผา้
ช้นั นอกกบั ผ้ารองปก สาบเสอ้ื
1.4 ตะเขบ็ เนาแบบเทเลอร์ คือการเนาที่ท้ิงดา้ ยให้หลวมเป็นห่วง 1 ฝเี ข็มสลับกับฝีเข็มดงึ ดา้ ยตึง
1 ฝเี ขม็ ตามแนวทต่ี ้องการเย็บตะเขบ็ ใช้เนาผา้ สองชัน้ ท้ีเป็นผ้าเน้ือหนา ผ้าทก่ี ลง้ิ กดรอยไมไ่ ด้ เนาแลว้ แยกผา้
สองชิ้นออกจากกัน พอด้ายตึงตดั ดา้ ยเนากลางระหว่างผา้ สองชนั้ แยกผา้ ออกรอยดา้ ยเนาใช้แทนการกลงิ้ รอย
บนผา้
2. ตะเขบ็ สอย เป็นสว่ นประกอบของตะเข็บอน่ื ๆ บนเส้ือผ้า เชน่ ปกเสอ้ื สาบตัวเสอื้ ปลายแขน
เสอ้ื ชายกระโปรง ชายกางเกง ขอบกางเกง หรือสอยริมผา้ เพ่อื กนั ลยุ่ ตะเข็บท่ใี ชท้ ว่ั ไปในงานตัดเย็บไดแ้ ก่
2.1 ตะเข็บสอยซอ่ นด้าย คือการใชฝ้ ีเข็มแทงสอดเข้าไปในสันทบผ้า ดนั เข้มไปด้านหน้าประมาณ
1/4 หรอื 1/8 น้ิว ดึงเข็มขนึ้ แทงสะกิดบนผ้าผนื ล่างเพยี ง 1-2 เสน้ ดา้ ย แล้วสอดเขม็ เข้าสันทบผ้าตอ่ ไป
ทางดา้ นถูก จะเห็นฝีเขม็ เป็นจุดๆ และเสน้ ด้ายทางดา้ นผิดจะซ่อนในสันทบมอง ไม่เห็น
2.2 ตะเขบ็ สอยพันริม คอื การสอยทมี่ องเห็นดา้ ยทางด้านผิดใช้วิธีแทงเขม็ สะกดิ เสน้ ด้าย สองเสน้ บนผืน
ผ้า แลว้ แทงเข็มยึดริมผ้าก้าวฝีเขม็ ไปสะกดิ ด้ายที่ผืนผ้าต่อไป
2.3 ตะเข็บสอยหักมุมไขว้กลับ คือตะเข็บสอยอยา่ งหลวมแตย่ ดึ อย่ตู ามแนว ตะเข็บด้านทีผ่ ิดจะเห็นเป็น
เสน้ ดา้ ยเย็บไขว้ โดยแนวสอยตดิ ริมผา้ พับชายนั้นเสน้ ดา้ ยจะไขวแ้ บบขวาทบั ซ้าย ส่วนด้านที่สอยติดผืนผา้
นนั้ เสน้ ดา้ ยจะไขวแ้ บบซ้ายทับขวา
2.4 ตะเขบ็ สอยคล่อมรมิ ผ้า คือการเยบ็ ริมผา้ ใหเ้ ปน็ สันทบโดยไมต่ ้องพับริมผา้ จับรมิ ผา้ สองริมซ้อนกนั
แล้วสอยรมิ ผ้าท้งั สองเข้าด้วยกนั โดยแทงเข็มเฉยี งเล็กนอ้ ยใหล้ กึ ลงในเน้อื ผา้ หา่ งจากริมผ้าประมาณ 3 มม.
ใชฝ้ ีเข็มถีๆ่ สอยคลอ่ มรมิ ผา้ ตลอดแนวด้วยตะเข็บหลวม
3. ตะเข็บเย็บ เปน็ ตะเข็บเย็บด้วยมอื ท่ีใชแ้ ทนตะเข็บท่ีเย็บดว้ ยจกั ร ได้แก่
3.1 ตะเขบ็ ด้นตะลยุ เปน็ ฝีเย็บดว้ ยมอื ทาได้งา่ ย คือ แทงเขม็ ลง-ข้ึนบนผา้ ทีละหลายๆฝีเข็ม แล้วจึงดงึ
เขม็ ขนึ้ ครงั้ หน่ึง ตะเขบ็ ด้นที่ใชแ้ ทนตะเข็บจกั รควรใช้ฝเี ขม็ ถๆ่ี
3.2 ตะเข็บดน้ ถอยหลัง ลักษณะฝเี ข็มดา้ นถูกจะเหมอื นเย็บด้วยจักร แตด่ า้ นผิดจะมีเส้นด้ายข้ามโยง
ซอ้ นกัน คือ เย็บไป 1 ฝเี ข็ม ฝีเข็มต่อไปจะแทงเขม็ ย้อนหลังมาตรงฝเี ข็มคร้งั แรก และจะไม่มเี นื้อผา้ ระหว่าง
ฝีเข็ม โดยทั่วไปใชเ้ ยบ็ ดา้ ยฝีเขม็ ถๆ่ี ฝเี ข็มหา่ งท่ีสดุ จะหา่ งประมาณ 1/8 น้ิว
3.3 ตะเข็บด้นถอยหลงั แบบดานา้ เป็นการเย็บด้นถอยหลงั อีกวิธีหนง่ึ ฝเี ขม็ ถอยหลงั จะถีม่ าก
เพียง 1-2 เส้นด้ายของผา้ ท่ีเย็บ เมอ่ื ดงึ ด้ายลงใตผ้ า้ ให้ตึงจะเหน็ ฝีเขม็ เป็นจดุ ตรึงเทา่ น้นั ความยาวของฝีเขม็
เดินหนา้ จะขึน้ อยู่กับชนดิ ของผ้าและบรเิ วณท่ีเยบ็ น้นั ๆ
ชนดิ ของตะเข็บท่เี ย็บด้วยจกั ร
1. ตะเขบ็ เย็บ ตะเข็บที่เย็บด้วยจักรและใช้ทวั่ ไปในงานตดั เย็บไดแ้ ก่
1.1 ตะเขบ็ ธรรมดา คือ การเยบ็ ผา้ 1 หรือ 2 ชิ้นใหต้ ิดกนั ด้วยฝีจักรธรรมดาเป็นเส้นตรง
1.2 ตะเขบ็ รูดยน่ คือ การเยบ็ ผ้าชิ้นเดยี วหรือ 2 ชน้ิ โดยใชฝ้ เี ข็มห่างขนาดกลาง หรอื ใช้เย็บผ้าท่ีมี
ความยาวมากกว่าอีกชิ้นหน่งึ เม่ือดึงด้ายเย็บรดู ให้ย่นเลก็ น้อย ความยาวของผ้าจะสนั้ ลงแต่ไม่มจี ีบเม่ือนาไป
เย็บตดิ กบั ผา้ อีกชิน้ หน่ึง ผา้ ท้ัง 2 ช้นิ จะตอ่ กนั โดยผา้ ท่ีรดู ย่นจะมสี ่วนโคง้ พองน้อยๆ
1.3 ตะเขบ็ เขา้ ถ้า คือการเย็บตะเขบ็ ธรรมดา 2 ครั้ง โดยตะเขบ็ เยบ็ คร้ังที่ 1 ใหว้ างผา้ ทางดา้ นผิด
ประกบกนั แลว้ เยบ็ ทางด้านถูกของผา้ ดา้ ยตะเข็บกว้าง 3/8 น้ิว เสร็จแลว้ ขรบิ ริมผ้าเผอื่ ตะเข็บใหเ้ หลอื
1/8 นิว้ แล้วกลบั ผา้ หุ้มตะเข็บด้านผดิ ออกมาไวด้ า้ นนอก รีดใหต้ ะเข็บเรียบแล้วเย็บตะเข็บท่สี องทางด้านผดิ
1.4 ตะเข็บล้ม คอื การเย็บดว้ ยตะเขบ็ ธรรมดาทางด้านถกู 1 คร้งั แล้วตัดผา้ ริมตะเขบ็ ชน้ิ ทีเ่ รา
ต้องการลม้ ตะเข็บใหเ้ หลือประมาณ1/8 นว้ิ ส่วนตะเขบ็ ช้ินท่เี หลอื พบั ริมให้กวา้ งประมาณ ¼ น้ิว หรือตาม
ต้องการ แลว้ รีดลม้ ปดิ ตะเข็บด้านท่ีตัดทงิ้ จากนัน้ เย็บตะเขบ็ ทับรมิ ผา้ สันทบทีพ่ บั ริมน้ัน ตะเข็บทเ่ี ยบ็ เสร็จ
แลว้ จะมีลักษณะเป็นตะเข็บคู่ขนานกับตะเขบ็ เย็บเดิม
1.5 ตะเขบ็ ทาค้วิ คือการนาผ้าเฉลียงสนั ทบมาแทรกรอยเย็บใหเ้ กดิ แนวตะเข็บออกมาทางด้าน
ถูก ทาเป็นคิว้ เสน้ เลก็ ๆ ตลอดตะเขบ็ โดยท่วั ไปใช้ตกแต่งตะเข็บใหส้ วยงาม และเพม่ิ ความแขง็ แรงทนทาน
2. การทาตะเขบ็ ให้สาเร็จ
ตะเขบ็ ต่างๆ บนเส้ือผ้าจะเรียบร้อยคงทนนน้ั ต้องอาศยั ขน้ั ตอนการเย็บอีกขัน้ ตอน
หนึง่ คอื หลงั จากเย็บตะเข็บแลว้ ควรทาตะเข็บเหล่านน้ั ใหเ้ รียบรอ้ ยโดยวิธีกนั ลุ่ยแบบต่างๆ หรอื ทเ่ี รียกวา่ ทา
ตะเข็บใหส้ าเรจ็ ซ่ึงมีหลายแบบสามารถเลอื กใชใ้ หเ้ หมาะสมกับผ้าและชนดิ ของตะเขบ็ ดงั นี้
2.1 ตะเขบ็ กันลยุ่ โดยวิธีเดินจกั รสองแถว
2.2 ตะเข็บกนั ลุ่ยโดยวิธเี ดินจักรแล้วตดั ด้วยกรรไกรซกิ แซก
2.3 ตะเข็บกนั ล่ยุ โดยวธิ ตี ัดริมผา้ ดว้ ยกรรไกรซกิ แซก
2.4 ตะเข็บกันลุ่ยโดยวิธีพับริมแลว้ เดนิ จักรทบั
2.5 ตะเข็บกนั ลุ่ยโดยเยบ็ ตะเขบ็ ลม้
ลกั ษณะของตะเขบ็ ทดี่ ี
งานตัดเยบ็ เส้อื ผ้าจะสวยงามและดูมรี าคาสูง ถ้าหากผู้ตัดเย็บมคี วามปราณีตเรอื่ งการเยบ็ ตะเขบ็
และทาตะเข็บให้สาเรจ็ โดยวิธีทถ่ี กู ต้องและเหมาะสมกบั ลักษณะหรือองคป์ ระกอบตา่ งๆ
ในการเย็บดงั นี้
1. ความตงึ หยอ่ นของด้ายและความถหี่ า่ งของฝเี ข็ม ตอ้ งปรบั ให้เหมาะสมกบั ลักษณะของผ้า
เชน่ - ผ้าแก้ว ใชฝ้ เี ขม็ 20 ฝเี ขม็ ตอ่ ความยาว 1 นวิ้
- ผา้ หนาหรือผา้ ขนสัตว์ ใชฝ้ เี ขม็ 6-8 ฝเี ข็มตอ่ ความยาว 1 นวิ้
2. ใช้ด้ายและเข็มให้เหมาะกบั ผ้า ดังนี้
ขนาดของดา้ ย เข็มเบอร์มาตรฐานของ ชนดิ ของผ้าทเ่ี ย็บ
เบอร์ 36, 40 ประเทศอังกฤษ
เบอร์ 50 เบอร์ 16 ผา้ ทม่ี ีน้าหนกั มากหรือผา้
เบอร์ 60 หนา
เบอร์ 14 ผ้าทมี่ ีน้าหนักปานกลาง
หรือผา้ เนื้อปานกลาง
เบอร์ 11 ผา้ ทม่ี นี า้ หนกั น้อยหรือผ้า
บาง
ตะเข็บและการทาตะเข็บ
ตะเข็บคือแนวของฝีเข็มซ่ึงยึดผา้ สองชนิ้ หรือมากกวา่ นน้ั เข้าดว้ ยกนั ตะเขบ็ จะใหค้ วามคงทนแก่รปู
ของเส้ือผา้ และบรเิ วณทจี่ ะทาให้เส้ือผา้ มีเส้นตะเข็บเย็บต่อผ้ากันโดยความเรยี บร้อยของตะเข็บจะขึน้ อยู่กบั
เทคนคิ และความชานาญในการเย็บตะเข็บ ซึ่งแบง่ เปน็ 2 ชนิด คอื ตะเขบ็ เย็บด้วยมือ และตะเขบ็ เย็บดว้ ย
จกั ร
ชนิดของตะเข็บท่ีเยบ็ ด้วยมือ
1. ตะเขบ็ เนา คอื ตะเข็บที่เย็บหลวม ๆ มองเห็นเส้นดา้ ยของผา้ ทั้งทางด้านถูก(ด้านถูกคอื ดา้ นนอก)และด้าน
ผิด(ด้านผดิ คือดา้ นใน)ชัดเจน การเย็บตะเขบ็ เนามีหลายวธิ ี เลอื กใชไ้ ด้ตามความเหมาะสมของเน้ือผา้ และ
ลกั ษณะของช้ินงานทจ่ี ะเย็บจริง ตะเข็บเนามหี ลายชนดิ ไดแ้ ก่
1.1 ตะเข็บเนาเทา่ คือ การเนาให้ฝเี ข็มเสมอกนั ท้ังสองดา้ น ท้งั ดา้ นผิดและด้านถูก ในแตล่ ะฝีเข็ม
ของการเนาจะใชค้ วามหา่ งประมาณ 0.7 เซนติเมตร หรอื 1.5 เซนตเิ มตร ถ้าฝีเขม็ ห่างกว่านเ้ี สน้ ดา้ ยจะ
บังคับผา้ ไม่ได้ เรมิ่ การเนาทางขวามือ การเนาเข็มจะอยู่ด้านบนเสมอ
การเนาเท่าเร่ิมเนาจากทางขวาไปทางซา้ ยฝเี ข็มดา้ นถูก(ดา้ นนอก)และดา้ นผดิ (ด้านใน)จะเท่ากัน
ตะเข็บเนาเท่า
การนาไปใช้ สาหรบั เนาตะเข็บกอ่ นเยบ็ เนาชายเสอื้ และชายกระโปรงก่อนสอย
1.2 ตะเขบ็ เนาไมเ่ ท่า คอื การเนาใชฝ้ ีเข็มถ่ีและฝเี ข็มหา่ งสลับกัน โดยฝีเข็มหา่ งจะอยู่ด้านถูก (ดา้ น
นอก)ส่วนฝเี ข็มถีจ่ ะอยดู่ า้ นผดิ (ด้านใน) การท่ีฝเี ขม็ ถ่อี ยูด่ ้านผิด(ด้านใน)น้นั จะชว่ ยทาให้เน้ือผ้าแนน่ สว่ นฝีเขม็
ห่างซึง่ อยูด่ ้านถูก(ดา้ นนอก)จะชว่ ยใหเ้ ห็นเส้นยาว ทาให้เป็นแนวทจ่ี ะ เยบ็ จักรตามได้งา่ ย โดยท่วั ไปฝีเข็ม
หา่ งจะมีความห่างประมาณ 1.5 เซนติเมตร และฝเี ข็มถี่จะมีความห่างประมาณ 0.7 เซนติเมตร
การเนาไมเ่ ท่า เรมิ่ การเนาทางด้านขวา ใหฝ้ เี ข็มถแี่ ละห่างสลับกนั
ฝีเขม็ หา่ งจะอยู่ดา้ นถูก(ดา้ นนอก) ฝีเขม็ ถ่ีจะอยู่ดา้ นผดิ (ด้านใน)
ตะเขบ็ เนาไมเ่ ทา่
การนาไปใช้ สาหรับเนาเป็นเสน้ นา เนาชายเส้ือ หรอื ใช้เนาเพอ่ื ประกอบตัวเสอ้ื สาหรบั การลองตวั
1.3 ตะเขบ็ เนาเฉยี ง คอื การเนาฝเี ขม็ ทแยงไปตามเนอ้ื ผ้า โดยใชเ้ นาผ้าสองช้นั ให้อย่ดู ้วยกัน เชน่ ผา้
ช้นั นอกกบั ผา้ รองปก สาบเสือ้ หรอื ใชเ้ นายึดสว่ นท่กี าลงั เย็บ เชน่ เนายดึ รังดุมกนุ๊ ดว้ ยผ้าเพอื่ ไมใ่ ห้แยกเสยี
รูป
การเนาเฉยี ง เริ่มทางดา้ นขวามอื ฝเี ขม็ ทแยงไปตามเนื้อผ้า
ตะเข็บเนาเฉียง ใชเ้ นาผ้าสองชิ้นให้อยดู่ ้วยกนั
ตะเข็บเนาเฉียง
การนาไปใช้ สาหรบั เนาผ้ารองปกให้ตดิ กบั ช้ินปกเสอื้ เนาปากกระเป๋าเจาะ ในขณะท่ีจะทาการเยบ็
ซึง่ ช่วยไมใ่ หเ้ สยี รูป
1.4 ตะเข็บเนาแบบเทเลอร์ คอื การเนาท่ีทิง้ ด้ายให้หลวมเปน็ ห่วง 1 ฝเี ข็มสลับกับฝเี ข็มดึง ดา้ ย
ตงึ 1 ฝเี ขม็ ตามแนวทต่ี ้องการเยบ็ ตะเขบ็ เนาแล้วแยกผ้าสองช้ินออกจากกัน พอด้ายตงึ ตัดดา้ ยเนากลาง
ระหว่างผ้าสองชนั้ แยกผ้าออกรอยด้ายเนาใชแ้ ทนการกลิง้ รอยบนผา้
การเนาแบบเทเลอร์ จะเรม่ิ เนาทางด้านขวา
การเนาจะต้องทิ้งดา้ ยใหห้ ลวมเป็นหว่ ง 1 ฝีเข็มสลบั กับฝเี ข็มดงึ ด้ายตึง 1 ฝีเขม็
ตะเข็บเนาแบบเทเลอร์
การนาไปใช้ สาหรบั เนาผา้ สองช้ินทเ่ี ป็นผ้าเน้ือหนา ผา้ ที่กล้งิ กดรอยไม่ได้ รอยดา้ ยเนาใชแ้ ทนการ
กลิ้งรอยบนผ้า
2. ตะเขบ็ สอย คอื การเยบ็ ดว้ ยมือทมี่ องเหน็ รอยเย็บดา้ นถกู (ด้านนอก)นอ้ ยทสี่ ดุ นิยมใชส้ อย
ชายเสอื้ ชายกระโปรง ปลายขากางเกง หรอื ชายผ้าอ่นื ๆ ทต่ี อ้ งการความสวยงามประณตี การสอยมหี ลาย
ชนิด ทน่ี ยิ มใชท้ ั่วไป ได้แก่
2.1 ตะเขบ็ สอยซอ่ นด้าย คือ การใช้ฝีเขม็ แทงสอดเข้าไปในสันทบผ้า ดนั เขม้ ไปดา้ นหนา้
ประมาณ 0.4 เซนตเิ มตร หรือ 0.7 เซนตเิ มตร ดึงเข็มข้ึนแทงสะกดิ บนผ้าผืนลา่ งเพียง 1-2 เส้นด้าย แล้ว
สอดเขม็ เข้าสันทบผา้ ต่อไปทางด้านถูก(ด้านนอก) จะเห็นฝีเขม็ เป็นจุด ๆ และเส้นดา้ ยทางด้านผิด(ด้านใน)จะ
ซ่อนในสันทบมองไมเ่ หน็ เส้นด้าย
การสอยจะเริ่มสอยทางด้านขวาไปทางด้านซา้ ย เส้นดา้ ยจะซอ่ นอยูใ่ นสนั ทบของด้านผิด(ดา้ นใน)
ตะเขบ็ สอยซอ่ นด้าย ดา้ นถูก(ดา้ นนอก)จะเหน็ ฝเี ข็มเป็นจุดเล็ก ๆ
การนาไปใช้ สาหรบั สอยชายเสือ้ ชายกระโปรง ปลายขากางเกง
2.2 ตะเข็บสอยพนั ริม คือ การสอยที่มองเห็นดา้ ยทางดา้ นผิด(ด้านใน) ใช้วิธแี ทงเข็มสะกดิ เส้นดา้ ยสอง
เส้นบนผืนผา้ แล้วแทงเข็มยึดรมิ ผา้ ก้าวฝีเข็มไปสะกิดดา้ ยที่ผืนผา้ ตอ่ ไป ตะเข็บสอยพนั รมิ เป็นตะเขบ็ ทม่ี ฝี ีเข็ม
แขง็ แรง นิยมใชส้ อยชายเสอ้ื และปลายขากางเกงชาย
ตะเข็บสอยพนั ริมจะเรม่ิ จากทางดา้ นขวาไปทางด้านซ้าย
ตะเข็บสอยพนั ริมเข็มจะสะกิดเสน้ ดา้ ยสองชน้ิ เข็มทามุมประมาณ 45 องศา ระยะห่าง
ประมาณ 0.3 เซนติเมตร
ตะเขบ็ สอยพันริม ดา้ นถูก(ด้านนอก)จะเหน็ ฝีเข็มเปน็ จุดเล็ก ๆ
การนาไปใช้ สาหรับสอยปลายขากางเกงชาย
2.3 ตะเข็บสอยหักมุมไขว้กลับ คอื ตะเข็บสอยอยา่ งหลวมแต่ยึดอยู่ตามแนว ตะเข็บด้านผดิ (ด้านใน)จะเหน็
เป็นเส้นด้ายเย็บไขว้ โดยแนวสอยตดิ ริมผา้ พับชายนัน้ เสน้ ดา้ ยจะไขว้แบบขวาทบั ซา้ ย สว่ นดา้ นที่สอยติดผนื
ผา้ น้นั เสน้ ด้ายจะไขว้แบบซ้ายทบั ขวา
การสอยหกั มมุ ไขวก้ ลับเริ่มทางด้านซ้าย สะกดิ เสน้ ดา้ ยด้านผิด(ด้านใน) เสน้ ด้ายจะไขว้แบบซ้ายทับ
ขวา
การแทงเขม็ สะกดิ ด้ายด้านถูก(ดา้ นนอก) ติดรมิ ผา้ เข็มเอียงประมาณ 45 องศา เสน้ ดา้ ยจะไขว้
แบบขวาทบั ซา้ ย
ตะเขบ็ สอยหกั มุมไขวก้ ลบั ดา้ นถกู (ด้านนอก)จะเห็นเปน็ จุด
การนาไปใช้ สาหรับสอยชายกระโปรงหรอื สอยสาบเส้ือ
2.4 ตะเขบ็ สอยคลอ่ มรมิ ผา้ คอื การเยบ็ ริมผา้ ใหเ้ ป็นสนั ทบโดยไมต่ อ้ งพับริมผ้า จบั ริมผา้ สองริมซ้อนกนั แลว้
สอยรมิ ผ้าทงั้ สองเข้าดว้ ยกันโดยแทงเข็มเฉียงเล็กนอ้ ยใหล้ กึ ลงในเนอื้ ผ้าห่างจากริมผา้
ประมาณ 0.3 เซนตเิ มตร ใชฝ้ เี ข็มถี่ ๆ สอยคลอ่ มริมผา้ ตลอดแนว
ตะเข็บสอยคล่อมริมผ้า คอื การแทงเข็มเฉยี งเลก็ น้อยใหล้ ึกลงในเนอื้ ผ้า
ตะเข็บสอยคลอ่ มรมิ ผา้
การนาไปใช้ สาหรับสอยริมผ้าเพื่อกนั ล่ยุ หรอื สอยริมผา้ เพื่อถกั รังดมุ เป็นการสอยทม่ี ีความ
ทนทาน แขง็ แรง ใช้เยบ็ ทนี่ อน หมอนองิ เบาะ
ชนดิ ของตะเขบ็ ทเี่ ยบ็ ด้วยจกั ร
1. ตะเขบ็ เย็บ ตะเขบ็ ท่ีเยบ็ ดว้ ยจกั รและใช้ทว่ั ไปในงานตัดเย็บ ได้แก่
1.1 ตะเขบ็ ธรรมดา คือ การเยบ็ ผ้าให้ต่อกนั เปน็ ผืนหรือเป็นรูปร่าง โดยการเย็บ 1 คร้ัง และแบะ
ตะเขบ็ ใช้สาหรบั เย็บตะเข็บเสอื้ สตรี และเย็บผ้าอนื่ ๆ
ตะเข็บธรรมดา เปน็ พื้นฐานของตะเขบ็ อน่ื ๆ
การนาไปใช้ สาหรับการเย็บตะเข็บธรรมดาเม่อื เยบ็ แล้วรดี แบะตะเข็บ จะได้ตะเข็บ ที่
แขง็ แรง ทนทาน เรยี บรอ้ ย สวยงาม
1.2 ตะเข็บรดู ยน่ คือ การเย็บผา้ ชิน้ เดยี วหรือ 2 ชิน้ โดยใช้ฝเี ขม็ หา่ งขนาดกลาง หรือใช้ เยบ็ ผา้ ท่มี ี
ความยาวมากกวา่ อีกชิน้ หนึ่งเมื่อดึงด้ายเยบ็ รดู ให้ยน่ เลก็ น้อย ความยาวของผา้ จะสัน้ ลงแตไ่ ม่มีจีบเมือ่ นาไป
เย็บตดิ กับผ้าอีกช้ินหน่งึ ผา้ ทั้ง 2 ชนิ้ จะตอ่ กนั โดยผา้ ทร่ี ูดย่นจะมีสว่ นโคง้ พองน้อย ๆ
ตะเขบ็ รูดย่น
การนาไปใช้ สาหรบั เยบ็ ย่นหัวแขนเสือ้ ใหม้ ีส่วนโคง้ พองเลก็ นอ้ ยเพ่ือใหพ้ อดีกับรูปปลายไหล่
1.3 ตะเขบ็ เข้าถา้ คอื การเยบ็ ตะเข็บธรรมดา 2 ครั้ง โดยตะเขบ็ เย็บครง้ั ท่ี 1 ใหว้ างผา้ ทางดา้ นผิด(ดา้ น
ใน)ประกบกนั แล้วเยบ็ ทางด้านถูก(ด้านนอก)ของผา้ ดา้ ยตะเขบ็ กวา้ งประมาณ 0.5 เซนตเิ มตร เสร็จแล้ว
ขรบิ ริมผา้ เผ่อื ตะเข็บให้เหลือประมาณ 0.3 เซนตเิ มตร แล้วกลบั ผ้าหุ้มตะเข็บด้านผิด(ด้านใน)ออกมาไวด้ ้าน
ถูก(ด้านนอก) รดี ให้ตะเขบ็ เรียบแลว้ เยบ็ ตะเขบ็ ทสี่ องทางด้านผิด(ด้านใน)
การเย็บตะเขบ็ เข้าถ้า ครง้ั ที่ 1 วางผา้ ด้านผิด(ด้านใน)ประกบกนั เย็บทางดา้ นถูก(ด้านนอก)
การเยบ็ ตะเข็บเข้าถา้ ครัง้ ที่ 2 เย็บตะเขบ็ ทางด้านผิด(ด้านใน)
ตะเขบ็ เขา้ ถา้
การนาไปใช้ เหมาะสาหรบั ผ้าเน้ือบาง เสื้อผ้าเด็ก ปลอกหมอน กางเกงนอน
1.4 ตะเขบ็ ลม้ คอื การเย็บด้วยตะเข็บธรรมดาทางดา้ นถูก 1 ครั้ง แล้วตัดผ้ารมิ ตะเข็บชิ้นทเี่ ราต้องการล้ม
ตะเข็บให้เหลอื ประมาณ 0.3 เซนตเิ มตรสว่ นตะเข็บช้นิ ที่เหลือพบั รมิ ให้กว้างประมาณ 0.7 เซนตเิ มตร หรือ
ตามต้องการ แลว้ รีดล้มปิดตะเขบ็ ดา้ นท่ตี ดั ทิ้ง จากนน้ั เย็บตะเขบ็ ทับริมผ้าสันทบที่พบั รมิ นั้น ตะเขบ็ ที่เย็บ
เสร็จแล้วจะมลี ักษณะเป็นตะเข็บคขู่ นานกบั ตะเข็บเย็บเดิม
ตะเข็บลม้ คอื การเยบ็ ดว้ ยตะเขบ็ ธรรมดาทางดา้ นถกู (ด้านนอก)
การเยบ็ ตะเข็บธรรมดาทับริมผ้าสันทบตะเขบ็ คู่ขนานกบั ตะเขบ็ เดิม
การเย็บตะเขบ็ ล้ม
การนาไปใช้ สาหรบั เยบ็ ตะเขบ็ เสอ้ื เชติ้ หรอื ตะเขบ็ ตอ่ ผา้ เช่น ตะเข็บผ้าปทู ่ีนอน
1.5 ตะเข็บทาคว้ิ คือ การนาผา้ เฉลียงสนั ทบมาแทรกรอยเย็บให้เกิดแนวตะเขบ็ ออกมาทางดา้ นถูก(ด้าน
นอก)ทาเปน็ ควิ้ เสน้ เลก็ ๆ ตลอดตะเขบ็ โดยทวั่ ไปใช้ตกแต่งตะเข็บใหส้ วยงาม และเพิ่มความแขง็ แรงทนทาน
ตะเขบ็ ทาคิ้ว คอื การนาผ้าเฉลียงสนั ทบมาแทรกรอยเย็บ
การเย็บตะเขบ็ ทาค้วิ
การนาไปใช้ สาหรบั ใชต้ กแต่งเพอื่ ความสวยงาม เพ่มิ ความแข็งแรง ทนทาน
2. การทาตะเขบ็ ให้สาเรจ็
ตะเข็บต่าง ๆ บนเส้ือผา้ จะเรียบรอ้ ยคงทนน้นั ต้องอาศัยขั้นตอนการเย็บอีกขัน้ ตอนหนง่ึ
คอื หลังจากเย็บตะเข็บแล้วควรทาตะเขบ็ เหลา่ นน้ั ใหเ้ รยี บร้อยโดยวธิ ีกนั ลุย่ แบบตา่ ง ๆ หรือท่เี รยี กว่า ทา
ตะเขบ็ ให้สาเรจ็ ซ่งึ มีหลายแบบสามารถเลือกใช้ใหเ้ หมาะสมกับผา้ และชนิดของตะเขบ็ ดังนี้
2.1 ตะเข็บกนั ล่ยุ โดยวธิ ีเดนิ จักรสองแถว
ตะเขบ็ กนั ลุย่ คือการเย็บตะเข็บธรรมดาสองแถว
การเยบ็ ตะเข็บกันล่ยุ โดยวธิ เี ดินจักรสองแถว
การนาไปใช้ ใชส้ าหรับผ้าทรี่ ิมไมล่ ยุ่
2.2 ตะเขบ็ กนั ลุ่ยโดยวธิ เี ดนิ จักรแล้วตัดดว้ ยกรรไกรซกิ แซก
การเยบ็ ตะเข็บธรรมดาทางด้านผิด(ดา้ นใน)
การเดนิ จักรท่ีตะเขบ็ ทั้งสองด้านแล้วตัดด้วยกรรไกรซิกแซก
ตะเขบ็ กันลยุ่ โดยวิธีเดินจกั รแล้วตดั ด้วยกรรไกรซิกแซก
การนาไปใช้ สาหรับผ้าทีล่ ุ่ยเล็กนอ้ ยและไม่ต้องการให้เห็นรอยเม่ือรีดดา้ นนอก
2.3 ตะเข็บกันลุ่ยโดยวธิ ตี ดั ริมผา้ ดว้ ยกรรไกรซิกแซก
การเยบ็ ตะเขบ็ ธรรมดาทางดา้ นผิด(ด้านใน)
การใชก้ รรไกรซิกแซกตดั รมิ ผ้า
ตะเขบ็ กนั ล่ยุ โดยวธิ ีตัดด้วยกรรไกรซิกแซก
การนาไปใช้ สาหรับผ้าที่ทอเนือ้ แนน่ หรือผา้ ที่ซักแหง้
2.4 ตะเขบ็ กนั ลุ่ยโดยวธิ พี ับริมแล้วเดินจกั รทับ
การเยบ็ ตะเข็บธรรมดาดา้ นผิด(ดา้ นใน)
พับริมตะเขบ็ แลว้ เดินจักรท่ตี ะเข็บ
ตะเข็บกนั ลุ่ยโดยวธิ ีพับรมิ แล้วเดนิ จกั รทบั
การนาไปใช้ สาหรับผา้ ทร่ี ดี แล้วไม่ข้นึ รอยออกมาดา้ นถูก(ด้านนอก)
2.5 ตะเข็บกันลยุ่ โดยเยบ็ ตะเขบ็ ล้ม
การเยบ็ ตะเขบ็ ธรรมดาทางดา้ นถูก(ด้านนอก)
การรดี ล้มตะเขบ็ แล้วเย็บตะเขบ็ ธรรมดาทับรมิ ผา้
ตะเข็บกนั ลุ่ยโดยเย็บตะเขบ็ ล้ม
การนาไปใช้ สาหรับเส้อื เชิ้ตชาย