The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สังคมสงเคราะห์กับการรับมือสถานการณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ntknight478, 2022-10-30 10:55:42

สังคมสงเคราะห์กับการรับมือสถานการณ์

สังคมสงเคราะห์กับการรับมือสถานการณ์

42

สังคมสงเคราะห์กับการรับมือสถานการณ์ความรนุ แรงในสังคมไทย

พงไม้ เดก็ ท้ังเลก็ ทัง้ งว่ งก็นอนหลับบนพ้นื ดิน บางครั้ง ชาวบา้ นขา้ งๆ ได้ยินเสยี งเอะอะ ซ่งึ เกดิ เป็นประจำ
เคยเข้ามาห้ามปราม ขอให้เห็นกับลูก นาง นามีกับคู่นอน ทั้งเมา ทั้งขาดสติต่างอาละวาดรุนแรง ไม่ยอม
ใหเ้ ข้าบ้าน ไม่ยอมฟงั ตะโกนเวา่ เรือ่ งของผัวเมยี คนอ่นื ไม่เกีย่ ว เป็นทีเ่ อือมระอาของชาวบา้ น

เด็กๆ เมื่อถูกปล่อยปละละเลย ก็เร่ร่อนไปตามหมู่เพื่อนและแหล่งมั่วสุมของที่อโคจร เช่น
สถานบันเทิง แหล่งการพนัน ระดับล่าง คือ บริบทที่ชายแดน มีคาสิโนเปิดอยู่หลายแห่ง ซึ่งเป็น
ความเสี่ยงสำหรับเด็กอย่างครอบครัวนี้เด็กๆ รวมทั้ง ด.ช. กอลี ติดเกมส์ มีพฤติกรรมรุนแรง และ
มีความเส่ียงที่จะเขา้ ไปพัวพนั กับยาเสพติด และขบวนการคา้ ยาเสพติด

กอลี เคยเริ่มไปเรียนที่โรงเรียนเพื่อเด็กชายแดน ชื่อโรงเรียนสันทวไมตรี เป็นโรงเรียนเอกชน
สังกัดสังฆมณฑล นครสวรรค์ ซึง่ จัดการศึกษาสำหรับเดก็ ชายแดนที่ อ.แม่สอด โดยการศึกษาที่จัดให้เป็น
แบบการศกึ ษาท่ีไม่ต้องเสียค่าเทอม เพราะมเี ดก็ มากมาย ไม่มบี ัตร แต่สภาพครอบครัวเปน็ แบบนี้ กอลีจึง
ไม่สามารถเรียนต่ออย่างสม่ำเสมอ ไม่มีแรงจูงใจ กลางคืนไม่ค่อยได้นอน ต้องพาน้องหนีแม่ที่เมา
อาละวาด และท้องที่หิวเพราะไม่มีอาหารทาน ดังนั้น เขาเรียนชั้น ป.1 สอบไม่ผ่าน ขาดเรียนประจำ ครู
ตามไปก็ไม่พบเพราะต้องเร่ร่อนไปหาอาหาร และไปกับกลุ่มเด็กที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อยาเสพติด
พูดคำหยาบ และก้าวร้าว จากสิ่งแวดล้อมที่กอลีอยู่ และสภาพครอบครัว ประกอบกับความ
รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เขาได้มีโอกาสไปเล่นเกมส์กับเพื่อน กลุ่มเด็กที่ถูกปล่อยปละละเลย เขาเรียนแบบ
พฤติกรรมจากส่อื ในความรุนแรง และส่ือทางเพศ บางครงั้ ความอดอยากและการด้ินรนเพ่ือเอาชีวิตรอด
เขาก็ทำร้ายน้องๆ แก่งแยง่ กนั

ต้นเหตขุ องการใชค้ วามรุนแรง
พบเหน็ กนั อยู่ทั่วไปสามารถวิเคราะห์ไดจ้ าก 3 ปัจจัยหลกั ดังนี้
1. ความเชอื่ ผใู้ ชค้ วามรนุ แรงมกั จะมคี วามเช่ือทีผ่ ดิ ๆ ว่า
- การทบุ ตดี ่าวา่ เป็นสิง่ ท่ีทำได้
- การใชค้ วามรุนแรงเป็นวิธกี ารแก้ไขปญั หา
- ความรุนแรงควบคุมอีกฝา่ ยหนึ่งได้
- ผมู้ ีอำนาจมีสทิ ธทิ ำอะไรก็ได้กับผู้ทดี่ อ้ ยกวา่
ในครอบครัวเองเกิดความรนุ แรงในการอบรมเลยี้ งดู โดยเดก็ จะไดร้ ับการเลย้ี งดูด้วยวิธีการ

ที่รุนแรงในด้านจิตใจและร่างกาย ที่น่าสนใจคือ ผลการวิจัยพบว่าเกิดการรับรู้ที่ต่างกันระหว่างเด็กกับ
ผปู้ กครอง คอื เด็กจะรบั รู้ว่าถูกเลี้ยงดูด้วยวิธีการรุนแรงมากกวา่ ผปู้ กครองท่รี ับรู้ว่าได้กระทำรนุ แรงกับเด็ก
และผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรงในครอบครัวจะถูกกระทำรุนแรงทางจิตใจมากที่สุด รองลงมาคือทางเพศ
และรา่ งกายส่วนใหญ่ถกู กระทำโดยสามี (Violence in Society, 2022, ออนไลน์)

สิทธเิ ด็ก
ถึงจะเป็นเด็ก แต่ก็ต้องได้รับสวัสดิการด้วยเหมือนกัน ประเทศไทยได้ลงนามเข้าเป็นภาคี

อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2535 จึงได้มีการบังคับใช้สิทธิตามอนุสัญญาว่าด้วย
สิทธิเด็ก (Convention on the Right of the Child) ซึ่งตัวอนุสัญญาฯ มีทั้งหมด 54 ข้อ แต่สาระสำคัญน้ัน
จะครอบคลมุ เรือ่ งสทิ ธขิ องเด็ก 4 ด้านด้วยกนั ตงั้ แต่ลมื ตาดโู ลกจนเติบโต ดงั น้ี

43

เอกสารประกอบการประชมุ วิชาการ
โครงการพฒั นาสมรรถนะนักสงั คมสงเคราะห์เน่ืองในวันสังคมสงเคราะห์แหง่ ชาติ ปี 2565

สทิ ธทิ ี่จะมชี ีวิตรอด เร่ิมตั้งแตเ่ กิดโดยครอบคลมุ ตั้งแต่
- สทิ ธทิ จ่ี ะมชี วี ติ รอดปลอดภยั
- สทิ ธิทจี่ ะได้รบั การแจง้ เกิด
- สทิ ธทิ จ่ี ะมชี ่อื
- สทิ ธทิ ี่จะได้รับสัญชาติ
- สิทธทิ ี่จะได้รบั การเล้ยี งดูจากพอ่ แมแ่ ละไดร้ บั การปกป้องค้มุ ครองอยา่ งเหมาะสม
สทิ ธทิ จ่ี ะไดร้ บั การปกปอ้ งคุม้ ครองไดร้ บั ความคมุ้ ครองจากการทารุณกรรมทกุ รูปแบบ
- การทารุณกรรมทางร่างกาย จติ ใจ
- การทารณุ กรรมทางเพศ รวมถงึ การล่วงละเมดิ ทางเพศ
- การใชป้ ระโยชนจ์ ากเด็กในทุกรปู แบบ เชน่ การค้าประเวณเี ดก็ การขายเดก็ การนำเดก็ ไปใช้
ขอทาน หรือการลักพาเดก็
- การคมุ้ ครองในเรื่องสารเสพติด สารอันตราย สารมีพิษ และสง่ิ เสพติด
สิทธิท่ีจะได้รบั การพฒั นาเด็กมสี ทิ ธทิ ี่จะได้รับการพฒั นาในด้านตา่ งๆ
- การพัฒนาในระดับปฐมวยั
- การศกึ ษาอยา่ งมีคณุ ภาพ หรอื ไดร้ บั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน 12 ปี
- ไดร้ บั ข้อมลู ข่าวสารจากสอื่ ทห่ี ลากหลาย โดยมีพอ่ แมเ่ ปน็ ผคู้ อยชว่ ยแนะนำ
- เด็กที่มีความจำเป็นพิเศษ เช่น เด็กพิการ ต้องได้รับการดูแลให้มชี ีวติ ที่ดี ได้รับโอกาสพัฒนา
และการศึกษาทเี่ หมาะสมจนเติบโตพง่ึ พาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ ตลอดจนมีส่วนร่วมในชมุ ชน
- เดก็ มีสทิ ธิทีจ่ ะไดร้ บั วัคซีนข้นั พืน้ ฐานหรอื ยาเม่ือเจบ็ ป่วย
- สทิ ธิด้านการพัฒนาน้ีนีย้ งั รวมถงึ การตอ่ ยอดไปสู่ทกั ษะเฉพาะต่างๆ
สทิ ธิทีจ่ ะมสี ่วนรว่ ม เป็นสิทธิท่ีให้ความสำคญั กบั
- การแสดงออกดา้ นความคดิ
- การแสดงออกดา้ นการกระทำ
- การตัดสินใจและการปกป้องเรียกร้องผลกระทบที่มีผลกับชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก แต่ต้อง
ไมก่ ระทบสิทธแิ ละเสรีภาพของบคุ คลอน่ื
สิทธิเด็กทั้ง 4 ด้านเป็นสิ่งท่ีประเทศไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงในอนุสัญญามาโดยตลอด และ
ให้การสนับสนุนเด็กเป็นอย่างดี โดยจะเห็นได้จากการมีสวัสดิการและเงินช่วยเหลือดูแลเด็กในช่วงอายุ
ตา่ งๆ ซ่ึงครอบคลุมตง้ั แต่แรกเกดิ จนกระทง่ั เตบิ โตข้นึ
หลักการทำงานสังคมสงเคราะห์ หลักการยอมรับ คือ การยอมรับผู้ใช้บริการว่าเป็นมนุษย์
คนหนึ่ง ยอมรับในตัวของผู้ใช้บริการ เพราะว่ามนุษย์ทุกคนมีคุณค่า มีศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกัน เข้าใจใน
การกระทำและท่าทางที่ผู้ใช้บริการแสดงออกมาอย่างไม่มีอคติ เช่น ผู้ใช้บริการแต่งตัวสกปรก เพราะ
หน้าทก่ี ารงานที่ผใู้ ช้บริการอาจจะต้องแต่งตวั แบบนี้ นักสงั คมสงเคราะหก์ ็ต้องเข้าใจและยอมรับในสภาพ
ที่ผู้ใช้บริการเป็น นักสังคมสงเคราะห์ที่เข้าไปช่วยเหลือเคสนีไ้ ด้ยึดหลกั นีเ้ พื่อสามารถชว่ ยเหลอื ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ และเด็กเอง ค่อยๆ เปิดตัว ต่อความช่วยเหลือจริงๆ แล้วการช่วยเหลือค่อยๆ ดำเนินการ
อยา่ งเปน็ กระบวนการทางสงั คมสงเคราะห์

44

สงั คมสงเคราะหก์ ับการรบั มือสถานการณ์ความรุนแรงในสังคมไทย

นักสังคมสงเคราะห์ได้ใช้ทฤษฎีสังคมสงเคราะห์ยุคหลังสมัยใหม่ โดยการมองปัญหาด้วย
แนวคิดสงั คมสงเคราะหเ์ ชิงวิพากษ์ (Critical Social Work) ซง่ึ จิราลกั ษณ์ จงสถติ มั่น (2545, น. 31-37)
กล่าวว่า คือการทำงานในมิติเสริมสร้างพลังอำนาจบุคคลเพื่อปลดปล่อยผู้คนออกจากสภาพการถูกกดข่ี
ขูดรีด เอารัดเอาเปรียบมุ่งสู่ความอิสระ มีอำนาจในการตัดสินใจ ร่วมมือแก้ปัญหาให้แก่ตนและกลุ่ม
ผู้มีประสบการณ์ร่วมเช่นเดียวกับตน... มีกระบวนการที่เน้นการสร้างสัมพันธภาพเชิงอำนาจ หรือ
กระบวนการที่ครอบงำแสวงหาประโยชน์จากผู้คนในสังคม (Karen Healy, 2000, pp. 2-3, อ้างถึงใน
จิราลักษณ์ จงสถติ มัน่ , 2545, น. 31)

ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมไทย ได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงระดับโลก
สืบเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางดิจิทัล ไร้พรมแดน ครอบครัวเป็นสถานที่ต้องรับผลอย่างหนักตั้งตัว
ไมท่ นั และเม่ือไมม่ หี ลัก กล็ ้มลุกคลุกคลานไปกบั สภาพทเ่ี กดิ ข้นึ

1. การมีบุตรเมื่อยังไม่พร้อม เนื่องจากวัยรุ่นเสพสือ่ และขาดวิจารณญาณ ถูกกระตุ้นเรื่องเพศ
ความฟุ้งเฟ้อ จึงมีความคึกคะนอง ให้กำเนิดบุตรแบบที่ผู้ปกครองไม่พร้อม จึงสร้างปัญหาต่อจากการท่ี
ตนเอง ขาดวฒุ ิภาวะ ไม่พรอ้ มทจี่ ะอบรมบุตร

เมื่อมีบุตรเกิดมาในสภาพครอบครัวที่ไม่เข้มแข็ง จึงไม่มีสภาพพร้อมที่จะสอนให้เท่าทัน
สังคมยคุ ดิจิทลั ทส่ี อ่ื เขา้ มาถึงบ้าน โตะ๊ อาหาร และท่นี อน เดก็ ๆ ตดิ เกม คลปิ หนังไมเ่ หมาะสมท้ังเร่ืองเพศ
และความรนุ แรง

เด็กขาดพฒั นาการที่เหมาะสมตามวัย เม่อื ร้องงอแง เพอ่ื ตดั ความรำคาญ ผปู้ กครองก็ให้อยู่
กับหน้าจอโทรศัพท์แต่เด็กมีความต้องการพื้นฐานคือปัจจัยสี่ คือ อาหาร ยา ที่พักและเครื่องนุ่งห่ม
ส่ือดจิ ทิ ลั ไม่ไดต้ อบโจทยส์ ำหรบั ทุกความตอ้ งการ

2. ปัญหาการใช้สารเสพติด มีสารเสพติดในรูปแบบต่างๆที่แพร่หลายในหมู่วัยรุ่น และวัยน้ี
เห็นผิดเป็นชอบ อยากลองจึงถูกชักจูง หรือบ่อยครั้งถูกหลอกให้ลองใช้เพื่อจะได้เป็นเครื่องมือของ
แก๊งค้ายา เมื่อเข้าสู่กระบวนการยาเสพติด เหล้า ยาบ้า มีปัญหาพัวพันมากและออกมาไม่ได้ ครอบครัว
แตกแยกเพราะตา่ งทนกับปญั หาและความยากลำบากไมไ่ หว

3. ปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อมีครอบครัวไม่พร้อม ยังไม่มีความสามารถในการหาเลี้ยงครอบครัว
ประกอบกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีการแข่งขันสูง เมื่อประสบปัญหาจากการที่ไม่ได้รับ
การศกึ ษาทเ่ี หมาะสม จึงไมส่ ามารถหางานดีๆ ทำ และเมื่อมีความจำเป็นเรื่องความเปน็ อยู่ เร่อื งปากเร่ือง
ท้อง แตไ่ มส่ ามารถหารายได้มาจนุ เจือครอบครวั อย่างเหมาะสม จงึ สร้างปญั หากับสังคม

สำหรับประเด็นของ นาง นามี ด.ช. กอลี และลูกๆ สะท้อนให้เห็นถึงครอบครัวที่มี
ความเปราะบางด้านสังคม มีความรุนแรงในครอบครัว มีการใช้สารเสพติดและเสี่ยงต่อการค้ายาเสพติด
การติดเกม การพนัน การลักขโมย ความรุนแรงระหว่างลูก การขาดโอกาสทางการศึกษาเพราะปัญหา
ของครอบครัว การปลอ่ ยปละละเลย

จากการศึกษาพบว่า แม้กระทั่งเด็กเอง เมื่อได้รับความรุนแรง มักจะสู้กลับ ตอบโต้ด้วย
ความรุนแรง และแนวโน้มเด็กจะใช้ความรุนแรงมากขึ้น เพราะด้วยสื่อที่เสพ เกมส์ ต่างนำเสนอในเรื่อง
ความรนุ แรง การต่อสู้ สงคราม เด็กๆ ซมึ ซับโดยทยี่ งั ไม่มวี ิจารณญาณเพยี งพอ และมีพฤติกรรมเลยี นแบบ
และบ่อยครั้ง พฤติกรรม over acting ทำให้ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ การแก้ปัญหาตรงจุดน้ี
หากเด็กได้รบั ผลกระทบทางจิตใจไปแลว้ นกั สังคมสงเคราะห์ควรรับฟงั และเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่า และ

45

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพฒั นาสมรรถนะนักสงั คมสงเคราะหเ์ น่ืองในวนั สงั คมสงเคราะหแ์ ห่งชาติ ปี 2565

พูดกับบุคคลที่ไว้ใจหรือเด็กรู้สึกปลอดภัยโดยไม่บังคับ และเมื่อเด็กพร้อม ควรให้เด็กมีส่วนร่วมหา
แนวทางแก้ไขเพอ่ื ใหเ้ ด็กรูส้ ึกว่าตนเอง ชว่ ยแกส้ ถานการณไ์ ด้

จากกรณีความรุนแรงที่จ.หนองบัวลำพู ทำให้มองเห็นบทเรียนท่ีชดั เจนวา่ ต้องเร่งการปอ้ งกัน
ความรุนแรง มากกว่าการแก้ที่ปลายเหตุ โดยการอบรม เด็ก เยาวชน การสร้างกิจกรรมจิตอาสา เพ่ือ
ไม่หมกมุ่นกับตัวเอง และสื่อ (อ้างอิงจากราชวิทยาลัยกุมารของอเมริกาและไทย) การเฝ้าระวังการใช้สอ่ื
ดิจิทัลของเดก็ หมายถึง การมีข้อจำกัด การมีตารางเวลา หรือข้อตกลง ที่เป็นรางวัลเมือ่ ทำกิจกรรมเสร็จ
ตัวอย่าง จะต้องทำการบ้าน งานบ้านให้เสร็จ จึงจะได้เล่นโทรศัพท์ 30 นาที ทางผู้ปกครองก็ต้องตดิ ตาม
หากปล่อยปละละเลยหรือใจอ่อน การอบรมจะไม่สัมฤทธิ์ผล จากคำแนะนำการใช้สื่อผ่านจอสำหรับเดก็
(อ้างองิ จากราชวิทยาลัยกมุ ารของอเมริกาและไทย) เดก็ อายุนอ้ ยกว่า 18 เดือน ไมแ่ นะนำให้ใช้

อายุ 2-5 ปี จำกัดเวลาดไู มเ่ กิน 1 ช่ัวโมงต่อวนั
อายุ 5 ปี ขึ้นไปแนะนำใหใ้ ชไ้ มเ่ กนิ 1-2 ช่ัวโมงต่อวนั
ไม่มีโทรศัพท์ ทีวี ในห้องนอน ติดตามว่าเด็กดูหรือใช้สื่ออะไร จะช่วยลดการเสพติดสื่อและ
ปอ้ งกันการใชส้ ือ่ ในทางท่ีผดิ

เราต้องการผู้ใหญใ่ นอนาคตแบบไหน ต้องสรา้ งวนั น้ี
แทนที่จะปล่อยให้เด็กใช้เวลาเกือบ 24 ชั่วโมงต่อวันกับดิจิทัล ควรส่งเสริมกิจกรรม

สาธารณประโยชน์ เช่น การทำจิตอาสาเล็กๆ สมวัยของเขาเช่นการไปเยี่ยม กลุ่มเด็กกำพร้า เด็กพิการ
และทำกิจกรรมเรียนรู้ด้วยกัน เช่น วาดรูป ผลิตอุปกรณ์จากวัสดุเหลือใช้ หรือการทำขนมง่ายๆ ด้วยกัน
และทานดว้ ยกัน หรือเพ่ือตอบต่อนโยบายของความหว่ งใยพ้นื ที่สีเขยี ว ควรจดั นวตั กรรมเรอื่ งการรกั ษ์โลก
กับกลุ่มเยาวชนนี้

การใชศ้ ลิ ปะบำบัด
โสภา อ่อนโอภาส (2565, น. 16) กล่าวว่า ศิลปะบำบัดคือ วิชาชีพที่บูรณาการระหว่าง

สุขภาพจิตกับการบริการสังคมเสริมสร้างชีวิต ของปัจเจกบุคคล ครอบครัว และชุมชนผ่านกระบวนการ
สร้างสรรค์ชิ้นงานศิลปะ ด้วยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีจิตวิทยาและประสบการณ์ของผู้ใช้บริการภายใน
บริบทของความสัมพันธ์แห่งการบำบัด ซึ่งนักศิลปะบำบัดจะเป็นผู้เอื้ออำนวยสนับสนุนให้ผู้ใช้บริการ
บรรลุเป้าหมายของการบำบัดท้งั สว่ นทเี่ กี่ยวขอ้ งกับตัวบคุ คลและชมุ ชน

กิจกรรมศิลปะบำบัดนี้สามารถทำไปพร้อมกันทั้งครอบครัว ด้วยใช้วัสดุสื่อศิลปะ ขีดๆ เขียน
ระบายสี ระบายอารมณอ์ อกมาใหเ้ ห็นภาพสัญลักษณ์และตระหนักรอู้ ะไรบางอยา่ งในแต่ละครง้ั นกั ศลิ ปะ
บำบัดและผู้ใช้บริการจะร่วมกันกำหนดหรือปรับเป้าหมายของการบำบัดให้สอดคล้องกับความต้อง หาร
หรือปัญหาที่เปิดเผยขึ้นมาใหม่ๆ ซึ่งนักศิลปะบำบัดก็จะมีเทคนิคการบำบัดภายใต้ทฤษฎีต่างๆ ตาม
ความตอ้ งการที่จะเปลย่ี นแปลงพฤติกรรม และมุมมองในชีวิต หน้า

จากการนำศิลปะบำบัดไปใช้กับกลุ่มเป้าหมาย ผลตอบรับที่ได้เป็นเชิงบวก เกิดผลดีจาก
รากหญา้ ขน้ึ เป็นดอก ออกผล เพราะศิลปะบำบัด พัฒนาบุคคลในองคร์ วม ทุกมิติของการเยียวยาทย่ี ัง่ ยนื

46

สังคมสงเคราะหก์ ับการรับมือสถานการณ์ความรนุ แรงในสงั คมไทย

จากการศึกษาพบว่า ผู้คนใช้สื่อ และสมอง มากกว่าหัวใจ ดังนั้นควรฝึกทักษะด้านอื่นเพ่ือ
การแก้ปญั หาในแบบบรู ณาการและย่งั ยืน

บทสรปุ
ประเทศไทยเคยเกิดเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำอีกนับหมื่นกรณี เหตุการณ์ที่สะเทือน

ขวัญคนทั้งโลกเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์แรก คือ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2563 เกิดกรณีทหาร
คลุ้มคล่งั ก่อเหตุยงิ ผบู้ ังคบั บญั ชาพร้อมแม่ยายของผู้บังคับบัญชาเสียชวี ิต ท่ีนครราชสีมา จากน้ันได้ขับรถ
ไปยังคลังอาวุธภายในค่ายทหาร นำอาวุธสงครามจำนวนมากหลบหนีเข้าตัวเมือง และระหว่างทางได้ใช้
อาวุธที่ขนมากราดยิงชาวบ้านที่สัญจรไปมาและตำรวจที่เข้าระงับเหตุ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
จำนวนมาก จากน้ันหลบหนีเข้าไปในห้างเทอรม์ ินอล 21 โคราช ทำใหม้ ผี เู้ สยี ชีวติ 20 ราย บาดเจ็บท้ังส้ิน
31 ราย

เหตุการณ์ที่สอง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 อดีตตำรวจที่ถูกไล่ออกจากราชการเพราะ
เสพและครอบครองยาบ้า 1 เม็ด ใชป้ นื ของตนกราดยิงไปท่ีเด็ก ณ ศูนย์พฒั นาเด็กเลก็ ขององคก์ ารบริหาร
สว่ นตำบล (อบต.) อุทยั สวรรค์ อำเภอนากลาง จงั หวดั หนองบวั ลำภู ทำใหม้ ีผู้เสียชีวติ 37 ราย รายต่ำสุด
3 ปี สูงสุด 69 ปี และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 10 คน ก่อนยิงตัวตายพร้อมลูกและภรรยาในเวลาต่อมา
เหตกุ ารณน์ ี้ นบั เป็นโศกนาฏกรรมบาดแผลท่ยี ากจะลมื ของผ้สู ูญเสยี

ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดนโยบายทางสังคมสงเคราะห์ต้องเรียนรู้จาก
กรณีการใช้ความรนุ แรงที่เกิดขึ้นซำ้ แล้วซ้ำอีกในสงั คมไทย ถึงเวลาแล้วที่นกั สงั คมสงเคราะหแ์ ละทุกภาค
สว่ นในสังคมไทย “ต้องเอาจรงิ เอาจังกบั การป้องกนั ปญั หามากกว่าการรอแกไ้ ขเมื่อเกดิ ปญั หาแล้ว”

ข้อเสนอแนะ
จากบทความที่นำเสนอ ต้องการให้เป็นแสงสว่างเล็กๆ เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันความรุนแรง

ผู้เขยี นจงึ มขี ้อเสนอแนะดงั น้ี
1. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรมีนโยบายให้พัฒนาสังคมและ

ความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) กำกับดูแลให้นักสังคมสงเคราะห์ใช้ศิลปะบำบัดนำไปดำเนินการ
อย่างจรงิ จงั ซ่งึ สามารถทำได้ภายในครอบครวั และภายในชมุ ชน

2. นักสังคมสงเคราะห์ควรเสริมพลัง ให้กับผู้เปราะบาง ที่อาจตกเป็นเหยื่อความรุนแรง
ตดิ การพนนั ตดิ สอ่ื การใช้และค้ายาเสพติด

3. นักสังคมสงเคราะห์ควรใช้แนวทางที่กล่าวไว้ใช้ทฤษฎี และวิธีการทางสังคมสงเคราะห์เป็น
กรอบในการทำงานกับกลมุ่ เปราะบางในสงั คม

4. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรมีการติดตามประเมินผลการใช้
มาตรการน้อี ย่างต่อเนื่อง

5. นักสังคมสงเคราะห์ควรเน้นนวัตกรรมด้านศิลปะบำบัด ซึ่งเป็นศิลป์และศาสตร์ที่อ่อนโยน
ดีต่อใจของผู้ใช้บรกิ าร ในการกา้ วออกจากสถานะผเู้ ปราะบางกลายเปน็ ผทู้ ี่สามารถเสรมิ พลังผอู้ น่ื ต่อไป

47

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพฒั นาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะห์เน่ืองในวนั สงั คมสงเคราะห์แห่งชาติ ปี 2565

เอกสารอ้างอิง
โสภา ออ่ นโอภาส, จารดี ี สนั ตจิ ารมี และ เพียงขวญั เมฆาสวัสด์ิ. (2565). ศลิ ปะบำบดั : สัญลกั ษณ์

ซอ่ นเรน้ เยยี วยาใจ. (พมิ พ์คร้ังท่ี 1). กรุงเทพฯ: บริษทั สำนักพมิ พส์ ภุ า จำกัด.
อภิญญา เวชชยั . (2559). แนวทางการเขา้ ถึงจริยธรรมผ่านปฏบิ ตั ิการเสริมพลังอำนาจ: ความรู้พืน้ ฐาน

ด้านสงั คมสงเคราะห์. กรุงเทพฯ: สำนักพมิ พ์ หจก.เทพเพ็ญวานิสย์.
อนสุ ญั ญาวา่ ดว้ ยสทิ ธเิ ด็ก. (2565). สืบค้นจาก https://m.facebook.com/story.php?story_

fbid=pfbid0NPmgQWjLNzVyfhyN5YaVnCunNL8dkFaEKGEPGyFPn83ErQMjckBwqZjA
N2nmQ6xbl&id=115739691112897
Violence in Society. (2022). Riveted from https://sites.google.com/site/violenceinsociety
2233/khwam-runraeng-ni-sangkhm

48

สังคมสงเคราะหก์ ับการรบั มือสถานการณ์ความรุนแรงในสังคมไทย

สงั คมสงเคราะหก์ บั การรบั มือสถานการณ์ความรนุ แรงในสังคมไทย

พทิ พชิ ยั หรรษอดุ ม1

บทนำ
แม้ว่าประเทศไทย ได้มีบทบัญญัติทางกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พ.ศ.2560 ตามมาตรา 71 วรรคสาม ว่า “รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ
ผู้ยากไร้ และผดู้ ้อยโอกาส ให้สามารถดำรงชวี ิตไดอ้ ย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองปอ้ งกันมิให้บุคคลดังกล่าว
ถูกใช้ความรุนแรงหรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมตลอดทั้งให้การบำบัด ฟื้นฟู และเยียวยาผู้ถูกกระทำ
การดังกล่าว” กอปรกับการกำหนดบทลงโทษทางสังคม (Social Sanction) แก่ผู้ที่กระทำความรุนแรง
ผ่านการใช้มาตรการทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาไว้อย่างเข้มงวด และรัดกุมเพียงใดแล้วก็ตาม
สถานการณ์ความรุนแรงในสังคมไทย ก็ยังเกิดเหตุกรณ์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ่อยครั้ง เพิ่มความถี่ขยายพลัง
ความรุนแรงนำไปสู่การสังหารหมู่ ด้วยการกราดยิง ซึ่งสังคมไทยในอดีตไม่เคยเกิดเหตุการณ์เฉกเช่นน้ี
ขึ้นมาก่อน เหตุผลสำคัญประการหนึ่งอันเนื่องมาจากคนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ เป็นศาสนา
ประจำชาติ พระพุทธศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี ละเว้นประพฤติความชั่ว และเช่ือในกฎแห่งกรรม ทำดี
ได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว รวมทั้งเชื่อในภพภูมิ การเวียนว่ายตายเกิด หากทำความดีครั้งยังมีชีวิตอยู่ ก็จะได้ข้ึน
สรวงสวรรค์ แต่หากประพฤติความชั่ว ก็จะตกนรกอเวจี สังคมไทยจึงอยู่ด้วยร่มเยน็ สงบสุข มีสันติสุขมา
โดยตลอด ตรงกันข้ามกับในสังคมไทยปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงอยู่เป็นนิจ สร้างความเสียหาย
อยา่ งรา้ ยแรง และทำให้เกดิ ความสญู เสยี ตอ่ ร่างกาย จิตใจ สขุ ภาพ ทรัพย์สนิ และชีวิตมากยง่ิ ข้นึ ไมว่ ่าจะ
เป็นเหตุการณ์นายทหารชั้นประทวน (จ่าทหารบก) ก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาแล้วยังไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก
กราดยิงผู้คนตามรายทาง และจับผู้คนในห้างสรรพสินค้าเป็นตัวประกัน ทั้งยิงถังแก๊ส ทำให้เกิดระเบิด
และเพลิงไหมใ้ นหา้ งเทอรม์ นิ อล 21 อำเภอเมอื ง จังหวัดนครราชสีมา เมอื่ วันที่ 8-9 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.2563
มีผูเ้ สียชวี ิต 31 คน บาดเจบ็ 58 คน ถือเป็นเหตุการณ์ยงิ ที่เลวร้ายท่สี ุดครัง้ หนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย
หลังจากนั้นอีกสองปีต่อมา ก็มาเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก กับเหตุการณ์นายตำรวจช้ันประทวน (อดีตนาย
สิบตำรวจ) ที่ก่อเหตุใช้มีด และปืนกราดยิงเด็กเล็ก ครูในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์ และ
เจ้าหน้าที่ ในที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ รวมทั้งสังหารภรรยากับบุตรของตน อำเภอ
นากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2565 มีผู้เสียชีวิต 37 คน ในจำนวนน้ี
เป็นเด็กเล็ก 24 คน บาดเจ็บ 10 คน ติดอันดับเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่ร้างแรงที่สุดของโลก (วิกิพีเดีย,
2565, ออนไลน์) จากเหตุการณ์ทั้งสองที่เกิดขึ้นมาแล้ว สร้างความตื่นตระหนก ความหวาดกลัว
ความหวาดผวา จากเหตุสะเทือนขวัญที่ช็อคคนทั้งโลก ซึ่งเชื่อได้ว่าคงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์
ความรุนแรงนี้เกิดขึ้นไม่ใช่แต่เฉพาะประเทศไทย รวมถึงประเทศอื่นๆ ด้วย สร้างผลกระทบทางด้าน
ความรู้สึกมากมาย จนเกิดเป็นบาดแผลทางใจฝึกลึกจนยากเยียวยา (Trauma) คำถามที่ติดตามมา คือ
สิ่งใดเป็นมูลเหตุจูงใจของการก่อเหตุครั้งนี้ ภูมิหลังของผู้ก่อเหตุเป็นเช่นใด มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดบ้างท่ี

1 ศิษย์เก่าคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักสังคมสงเคราะห์ กลุ่มคุ้มครองสวัสดิภาพ
สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (บ้านสองแคว) จังหวัดพิษณุโลก โทรศัพท์ 055-981240
มือถอื 094-6312747 E-mail address: [email protected] ID Line 0946312747

49

เอกสารประกอบการประชมุ วิชาการ
โครงการพัฒนาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะหเ์ น่ืองในวนั สังคมสงเคราะห์แหง่ ชาติ ปี 2565

สามารถมาอธิบายถึงสาเหตุหรือองค์ประกอบของการก่อเหตุร้าย หน่วยงานหลักใดที่จะมารับมือปัญหา
ความรุนแรงในสังคมไทย การบูรณาการของทุกภาคส่วน เพื่อบรรเทาและเยียวยาความรุนแรงใน
สังคมไทย มีแนวทางเช่นใด นักสังคมสงเคราะห์ในฐานะเป็นวิชาชีพที่มีหน้าที่ดูแล ทำงานกับบุคคล
กลุ่มคน ชุมชน และสังคมไทย จะมีบทบาทและเข้ามีส่วนร่วมในการรับมือสถานการณ์ความรุนแรงของ
สังคมไทย อย่างไร สุดท้ายทางและวิธี เพื่อควบคุมและลดสถานการณ์ความรุนแรงในสังคมไทย
ทำอยา่ งไร

ฉายภาพเบอื้ งหลงั ส่เู บอื้ งลึก: ภมู ิหลงั มลู เหตุจงู ใจของผูก้ ระทำความความรุนแรง ซมู ผา่ นแว่นขยาย
ภายใต้ กรอบการประเมนิ

สืบเนื่องมาจากครอบครัวไทยในปัจจุบัน มีประเภทของครอบครัว มีลักษณะโครงสร้างท่ีซับซ้อน
หลากหลาย ขึ้น มีลักษณะเฉพาะ ตามสภาพสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามยุคโลกาภิวัฒน์
โดยสามารถจำแนกครอบครัวตามลักษณะเฉพาะได้ 6 ลักษณะ ดังนี้ 1. ครอบครัวพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว
(พ่อหรือแม่ต้องลี้ยงดูบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยลำพัง 2. ครอบครัวข้ามรุ่น (ครอบครัวที่มีปู่ ย่า ตา
ยาย อยู่กับหลานตามลำพัง) 3. ครอบครัวที่ผู้สูงอายุอยู่ด้วยกันตามลำพัง (ครอบครัว ที่ประกอบด้วย
สมาชิกอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปตั้งแต่สองคนขึ้นไป อยู่ร่วมกันโดยไม่มีสมาชิกช่วงวัยอื่นอาศัยอยู่ด้วย
4. ครอบครัวคู่รักเพศเดียวกัน (ครอบครัวท่ีมีบุคคลเพศเดียวกันใช้ชีวิตอยรู่ ่วมกนั ฉันสามีภริยา) 5. ครอบครัว
ผสม (ครอบครัวที่ชายหญิงฝา่ ยใดฝ่ายหนึ่งหรือทัง้ สองฝา่ ยมีบุตรติดมาและไดส้ มรสหรืออยู่กินกันฉันสามี
ภริยาเป็นครอบครัวใหม่ และบุตรนั้นอาศัยอยู่ด้วยกัน) และ 6. ครอบครัววัยรุ่น (ครอบครัวที่ชายและ
หญิงมอี ายุต่ำกวา่ 20 ปี ใช้ชีวติ รว่ มกันฉันสามีภรยิ า) หากจะดูภูมหิ ลังของผู้กระทำความรุนแรง ให้มุ่งไปที่
การศึกษาภูมิหลังในอดีต โดยอาศัยมิติของรูปแบบประเมินการทำหน้าที่ของครอบครัว (The Family
Assessment model of family functioning) เริ่มจากวัยเด็ก ผ่านการอบรมเลี้ยงดู (Parenting) มาแบบ
ไหน อย่างไร ขั้นพัฒนาการเปลี่ยนผ่านระหว่างช่วงวัย มีจุดพลิกผัน หรือจุดหักเห หรือจุดเปลี่ยน
(Turning Point) มีเหตุการณ์สำคัญใดเข้ามาในชีวิตบ้าง ความผูกพันในครอบครัว (Family alliances)
ระหว่างพ่อแม่ ระหว่างพี่น้อง ระหว่างคู่สมรส ระหว่างพ่อแม่กับลูก เป็นแบบไหน อย่างไร ภาวะอารมณ์
(Emotional lite) ดูบรรยากาศ ความเกี่ยวดองกัน ธรรมชาติของความสัมพันธ์ระหว่างกัน เป็นอย่างไง
มกี ารส่ือสารของครอบครัว (Family Communication) ดกู ารรบั และการส่อื ข้อความ และความต่อเน่ือง
มีมากน้อยแค่ไหน อย่างไร การปรับตัวของครอบครัว (Family adaptation) ดูเมื่อมีปัญหาอุปสรรค
เข้ามา ได้ตัดสินใจและแก้ไขปัญหา อย่างไร บทบาทหน้าที่และการปรับตัวต่อวงจรชีวิตครอบครัว เป็น
เช่นใด มีการจัดการกับความขัดแย้ง หรือไม่ จัดการอย่างไร ครอบครัวขยายกับชุมชน เป็นอย่างไร
อัตลักษณ์ของครอบครัว (Family identity) ดูความเป็นตัวของตัวเองในแต่ละคน ขอบเขตระหว่างรุ่น
เป็นอย่างไร ดูความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของครอบครัว เมื่อเกิดภัย เป็นเช่นใด ปัจจุบัน ดูสุขภาพ
มีปัญหาสขุ ภาพ การเจ็บป่วย โรคประจำตวั หรือไม่ การศึกษา สำเร็จการศึกษาระดบั ไหน หรือไมไ่ ด้เรียน
เพราะเหตุใด สัมพันธภาพในครอบครัว ชุมชน และสังคม เป็นอย่างไร มีทักษะการดูแลตนเอง เสื้อผ้า
ทรงผม เล็บ ความสะอาด เรียบร้อยหรือไม่ การวางตัวและแสดงออกทางอารมณ์ พฤติกรรม และ
ต่อสังคม เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร รู้สึกอบอุ่นและมั่งคง หรือไม่ การเลี้ยงดูของครอบครัวและการทำ

50

สงั คมสงเคราะห์กบั การรบั มือสถานการณ์ความรนุ แรงในสงั คมไทย

หน้าที่ของครอบครัวเดิมและครอบครัวตน ทำได้ดีหรือไม่ อย่างไร ที่พักอาศัย พักอาศัยอยู่ที่ใด
มีสภาพแวดล้อมและบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างไร มีรายได้เท่าไหร่ เพียงพอหรือไม่ ขนาดครอบครัว
เติบโตมาในครอบครัวลักษณะไหน มีปัญหาเรื่องการงาน การเงิน เศรษฐกิจ หรือไม่ ฐานะทางเศรษฐกิจ
เป็นอย่างไร มีทรัพยากรญาติ คนในชุมชน คอยสนับสนุนหรือไม่ อย่างไร ท้ังหมดทั้งมวลนี้ เพื่อจะได้มี
พื้นฐานในการทำความเข้าใจผู้กระทำความรุนแรง ผ่านแวน่ ขยายในกรอบการประเมนิ เบ้อื งต้น

หยั่งสถานการณ์ ตระหนักรปู้ ัญหาความรนุ แรง: แนวคดิ การป้องกันอาชญากรรมเชิงรกุ โดยใช้ทฤษฎี
สามเหลี่ยมอาชญากรรม

การป้องกันอาชญากรรมโดยทั่วไป มีแนวคิด หลักการ ทฤษฎีและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง
มากมาย ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ โดยขอนำเสนอทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรม (Crime
Triangle Theory) เป็นทฤษฎีที่อธิบายถึงสาเหตุหรือองค์ประกอบของการเกิดอาชญากรรมได้อย่าง
ชดั เจน เข้าใจง่าย โดยมีองคป์ ระกอบดา้ นตา่ งๆ ของสามเหล่ยี ม 3 ดา้ น คือ

สรา้ งวิถกี ารป้องกันภัยใหก้ ับชุมชน

เหยอื่ /
เปา้ หมา


อาชญา
กรรม

คนรา้ ย โอกาส =
เวลา +
สถานท่ี

มาตรการในการป้องกนั อาชญากรรมโดย

ตำรวจ โดยเจ้าของพืน้ ท่ี โดยผูใ้ ช้พ้ืนที่ โดยชมุ ชน
โดยหน่วยงานอืน่ ๆ ที่เกย่ี วขอ้ งโดยใช้เทคโนโลยี

ภาพท่ี 1 ทฤษฎีสามเหล่ียมอาชญากรรม
ท่มี า: ชยพล ฉตั รชยั เดช, อา้ งถึงใน กองแผนงานอาชาญากรรม, 2563, น. 17.

51

เอกสารประกอบการประชมุ วิชาการ
โครงการพัฒนาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะห์เนื่องในวนั สงั คมสงเคราะห์แหง่ ชาติ ปี 2565

1. ผู้กระทำผิด/คนร้าย (Offender) คือ ผู้ที่มีความต้องการ (Desire) จะก่อเหตุหรือลงมือ
กระทำความผดิ

2. เหยอ่ื (Victim) / เป้าหมาย (Target) คือ บคุ คล สถานท่ี หรือวตั ถสุ ิ่งของทีผ่ ู้กระทำผิดหรือ
คนร้ายมุ่งหมายกระทำต่อ หรือเป็นเป้าหมายที่ต้องการ ผู้เสียหาย หรือเหยื่อ หรือประชาชนทั่วไป ต้อง
รู้จักการปอ้ งกนั ตนเอง ครอบครวั และชมุ ชนหรือสงั คม

3. โอกาส (Opportunity) หมายถึง ช่วงเวลา (Time) และสถานที่ (Place) ที่เหมาะสมท่ี
ผู้กระทำผิดหรือคนร้าย มีความสามารถจะลงมือกระทำความผิดหรือก่ออาชญากรรม โอกาสที่ผู้กระทำ
ความผิดหรอื คนรา้ ยจะลงมือก่ออาชญากรรมนนั้ จะต้องอาศยั เวลา และสถานที่ท่ีเหมาะสมในการกอ่ เหตุ

ในส่วนนี้ขอเสนอแนวคิดการป้องกันอาชญากรรมเชิงรกุ โดยใช้ทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรม
(Proactive Crime Prevention by Crime Triangle Theory) ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีการบูรณาการ
การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ และการแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานราชการและภาคประชาชน
อย่างมีประสิทธิภาพ มีเหตุและมีผล ง่ายต่อการเข้าใจสามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานได้จริง อันเป็น
การส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานราชการและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกัน
อาชญากรรมไดเ้ ป็นอย่างดี

ขนั้ ตอนท่ี 1 วิเคราะห์ ขนั้ ตอนท่ี 2 หลักการ ช้นั ตอนที่ 3
สามเหลย่ี ม ประเมินผล
สถานภาพอาชญากรรม - อาชญากรรม

รวบรวมข้อมลู - ประชุมวิเคราะห์ เหย่อื /
ข้อมลู - ประมวลผล - กาหนด เปา้ หม
แผน
าย
อาชญ
ากรรม โอกาส

= เวลา
คนร้าย +

สถาน
ท่ี

52

สงั คมสงเคราะหก์ ับการรับมือสถานการณ์ความรุนแรงในสงั คมไทย

สร้างความหวาดก ัลวให้ ักบคนร้าย- เฝ้าระวังบคุ คลพ้ืน- รณรงค์ให้ประชาชนรู้จกั - ปรับสภาพแวดลอ้ มเพือ่ ปอ้ งกัน
โทษทอี่ ยใู่ นพนื้ ท่ี - ปอ้ งกนั ตนเอง อาชญากรรม - จดั ระเบยี บพ้นื ที่
ส ้รางความอบ ุ่อนใจใ ้ห ักบคน ีดควบคมุ แหลง่ อบายมขุ- ตารวจเตอื นภยัเส่ยี ง - ตารวจผรู้ ับใชช้ ุมชน - พ้ืนที่
และสถานบริการ - - ตารวจเคาะประตบู า้ น - ปลอดภัย - เพอ่ื นบ้านเตอื นภยั -
สร้าง ิว ีถการป้อง ักนภัยให้ ักบ ุชมชนการไประงบั เหตดุ ว้ ยสายสัมพันธต์ ารวจกบัทิง้ - จดั สายตรวจ - ต้งั จดุ ตรวจค้น
ความรวดเร็ว - ระดม ประชาชน - ให้ความ
กวาดลา้ งสมา่ เสมอ - คมุ้ ครองเหยอ่ื /เป้าหมาย
สมาชิกแจ้งขา่ ว
อาชญากรรม - จบั กุม - ศูนยก์ าร
ผู้ตอ้ งหาตามหมายจบั เรียนรู้ - ครตู ารวจ
- ยึกรถต้องสงสยั -
มาตราตวี งสรุ า - แผน
เผชญิ เหตแุ ละกา้ วสกดั
จบั คนร้าย

ภาพท่ี 2 แนวคดิ การป้องกันอาชญากรรมเชงิ รุก โดยใชท้ ฤษฎีสามเหลีย่ มอาชญากรรม

ท่มี า: ชยพล ฉตั รชยั เดช, อ้างถงึ ใน กองแผนงานอาชาญากรรม, 2563, น. 18.

เมื่อเหตุการณ์หรือสถานการณ์ครบองค์ประกอบทั้ง 3 ด้านดังกล่าวข้างต้น จะทำให้เกิด
อาชญากรรมข้ึน นอกจากนี้ทฤษฎีดังกล่าวได้เสนอแนวคิดในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม หรือ
การป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรม โดยต้องพยายามทำอย่างไรก็ตามที่จะให้องค์ประกอบของสามเหล่ยี ม
อาชญากรรม ด้านใดด้านหนึ่งหายไปก็จะทำให้อาชญากรรมไม่เกิดขึ้น ดังนั้นประชาชนก็สามารถนำ
ทฤษฎีสามเหลย่ี มอาชญากรรมน้มี าป้องกนั ตนเองไดโ้ ดยงา่ ย ลดความเส่ยี งในการเกิดอาชญากรรมได้ด้วย
ตัวคุณเอง คือ ไม่ทำให้ตนเองเป็นเหยื่อหรือเป้าหมาย ไม่นำพาตนเองไปสู่โอกาสหรือสถานการณ์เสี่ยง
ซึง่ เปน็ การตัดองค์ประกอบด้านใดดา้ นหน่ึงไป กส็ ามารถป้องกันการเกิดอาชญากรรมได้

พม. กบั การรับมือปญั หาความรนุ แรงทุกรปู แบบในยุค Post New Normal
สืบเนื่องจากความเชื่อที่ฝั่งรากลึกมาแต่โบราณกาลของสังคมไทยในอดีต มีคติว่า “ผู้ชาย คือ

ช้างเท้าหน้า ผู้หญิงคือช้างเท้าหลัง” “ผู้หญิงที่ดีพึงกราบไหว้สามีก่อนนอนทุกคืน ครั้งตอนเช้าต้องต่ืน
ก่อน ตอนกลางคืนตอ้ งนอน ทีหลังสามี” “กุลสตรีไทยต้องอยู่กับเหย้า เฝ้ากับเรือน มีหน้าทีห่ ุงหาอาหาร
เลี้ยงลูก ปรนนิบัติสามี เย็บปักถักร้อย ส่วนผู้ชายต้องเป็นนักรบเป็นทหาร มีหน้าที่ร่ำเรียนหมัดมวย
ศาสตราวุธ กลศึก” “มีลูกสาวเหมือนมีกระโถนส้วมอยู่หน้าบ้าน มีลูกชายสร้างชื่อเสียง เกียรติยศให้วง
ตระกูล บวชเรียน ทำให้พอ่ แม่ไดเ้ กาะชายผา้ เหลืองขน้ึ สวรรค”์ เป็นทนุ เดมิ ในบรบิ ทของสังคมไทย

ปัญหาการใช้ความรุนแรงในสังคมไทย เริ่มต้นจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัวระหว่าง
สมาชิกครอบครัวด้วยกัน ชุมชน สถานศึกษา ในที่สาธารณะ การทะเลาะวิวาท ตบตี การยกพวกต่อยตี
ตะลุมบอล การทวงถาม และติดตามหนี้ การใช้สารเสพติด การดื่มแอลกอฮอล์ การก่อเหตุอาชญกรรม

53

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพัฒนาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะห์เนื่องในวนั สงั คมสงเคราะห์แหง่ ชาติ ปี 2565

ลัก วิ่ง ชิง ปล้น การครอบครองอาวุธปืน โดยมีปัญหาสุขภาพจิต การใช้อาวุธปืน การปะทะจาก
การควบคุมฝูงชน การปฏิวัติ การรัฐประหาร โดยใช้กำลังทหาร ภาวะสงครามการเมือง การก่อการร้าย
ความไมส่ งบในจังหวดั ชายแดนภาคใต้ การบลู ล่ี (Bully) เป็นพฤตกิ รรมความรนุ แรงกล่ันแกล้ง รังแกผู้อ่ืน
ทั้งทางการวาจาและร่างกาย มักเป็นการล้อเลียน รูปร่าง หน้าตา สถานะทางสังคม การทำร้ายร่างกาย
การคุกคามทางเพศ หรือการล่วงละเมิด (Sexual harassment) อันได้แก่ การข่มขืน ลวนลาม สัมผัส
ร่างกาย แทะโลมด้วยสายตา คำพูด กิริยาท่าทางต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นแทบจะ
ทุกวันจนเป็นภาพชินตาของทุกคนผ่านการนำเสนอจากภาพข่าวทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อทาง
โซเชียลมีเดีย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือกระทรวงพม. ถือเป็นกระทรวง
หลกั ทีร่ ับผิดชอบเก่ียวกบั การแก้ไข และปอ้ งกันปญั หาทางสงั คม ทำหน้าทเ่ี ป็นองคก์ รและกลไกด้านสังคม
ในการพัฒนาสังคม สร้างความเป็นธรรม ความเสมอภาคในสังคม ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
สถาบันครอบครัว ชุมชนกับทุกกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนสนับสนุนเครือข่ายภาคีทุกภาคส่วน ในทุกระดับ
มีเป้าหมายเพื่อให้คนดำรงชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขในสังคม และพึ่งพาช่วยเหลือตนเองได้อย่างยั่งยืน
มกี ลไกทม่ี สี ่วนช่วยสนบั สนนุ ชว่ ยเหลือบรรเทา และแกไ้ ขปัญหาความรนุ แรงในสังคม อันไดแ้ ก่

1. มีศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 สังกัด สำนักงานปลดั กระทรวงการพฒั นาสังคมและ
ความมั่นคง ของมนุษย์ ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง กับ 10 ปัญหาสังคมเร่งด่วน ซึ่ง 1 ใน 10 ปัญหา คือ
ความรุนแรงในครอบครวั มาเปน็ อนั ดับที่ 1 สว่ นปญั หาทีเ่ หลือ ได้แก่ ปญั หาการตัง้ ครรภ์ไม่พร้อม ปัญหา
การค้ามนุษย์ ปัญหายาเสพติด ปัญหาคนเร่ร่อน/ไร้ที่พึ่ง ปัญหาขอทาน ปัญหาเด็กและเยาวชน ปัญหา
คนสญู หาย ปัญหาผสู้ ูงอายุ และปญั หาคนพกิ าร ตามลำดับ

หนา้ ที่ของศนู ย์
- เป็นศูนย์กลางการให้คำปรึกษาแนะนำปัญหาสังคมทางโทรศัพท์ทุกประเภท ให้บริการ
ทวั่ ประเทศไทย และคนไทยผปู้ ระสบปญั หาสงั คมในต่างประเทศ
- ให้บรกิ ารสายดว่ น 1300 รับแจง้ และช่วยเหลอื ผู้ประสบปัญหาสังคมเบ้ืองตน้ ประสานส่ง
ต่อความช่วยเหลอื ไปยงั หน่วยงานทีเ่ กย่ี วข้องทง้ั ภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
- เฝา้ ระวงั ปญั หาสังคมผา่ นสอื่ ออนไลน์และประสานส่งต่อ
- พัฒนาองค์ความรู้ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำทางโทรศัพท์อย่างมีมาตรฐาน โดย
นกั สังคมสงเคราะห์ และนกั จิตวิทยา
- ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศรองรับกระบวนการรับแจ้ง และคุ้มครองช่วยเหลือผู้ประสบ
ปญั หาสังคม
สว่ นกลาง: ศนู ย์ช่วยเหลือสงั คม ชัน้ 1 อาคารกรมพฒั นาสังคมและสวัสดกิ าร
ส่วนภูมิภาค: ที่ทำการของศูนย์ช่วยเหลือสังคม อยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด
ทง้ั 76 จงั หวดั
2. ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัว สังกัดกรมกิจการสตรีและ
สถาบันครอบครัว (กรม สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ผู้ถูกกระทำ
ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเป็นผู้เสียหายใช้สิทธใิ นการร้องทุกข์ดำเนินคดเี พื่อดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด
ฐานกระทำดว้ ยความรุนแรงในครอบครัว สามารถแยกไดเ้ ป็น 2 กรณี ดงั น้ี

54

สงั คมสงเคราะห์กบั การรบั มือสถานการณ์ความรนุ แรงในสงั คมไทย

ในกรณีผู้ถูกระทำด้วยความรุแรงในครอบครัวประสงค์จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้ร้อง
ทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อพนักงานสอบสวน หรือตำรวจภายใน 3 เดือน
นบั จากผู้ถูกกระทำอยใู่ นวสิ ัย และโอกาสท่จี ะร้องทุกข์ได้ แต่ถา้ ไม่อยใู่ นวสิ ัย หรอื มโี อกาสท่ีจะร้องทุกข์ได้
ด้วยตนเอง ให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงใน
ครอบครวั ท่ีสำนักงาน พมจ. เพ่ือร้องทุกข์แทนโดยต้องแจ้งหรือร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน มิเช่นนั้นคดีเป็น
อนั ขาดอายคุ วาม สว่ นกรณที ่ผี ถู้ กู ระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกบั ผู้กระทำ
ผิด แต่ยังพบว่า มีความเสี่ยงจะถูกกระทำซ้ำ สามารถร้องขอคุ้มครองสวัสดิภาพตามพระราชบัญญัตศิ าล
เยาวชนและครอบครวั และวิธีพจิ ารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553

สว่ นกลาง: ศูนย์ปฏิบตั ิการเพ่ือปอ้ งกนั การกระทำความรนุ แรงในครอบครัวกรงุ เทพมหานคร
ส่วนภูมิภาค: ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัวส่วนภูมิภาค
ใน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (สำนักงาน พมจ.) ทั้ง 76 จังหวัด จะมี
เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัว 1 คน ที่ผ่านการอบรม
พนกั งานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำดว้ ยความรนุ แรงในครอบครวั พ.ศ.2550 จาก
กรมกจิ การสตรีและสถาบันครอบครวั
3. ศนู ยพ์ ัฒนาครอบครวั ในชมุ ชน (ศพค.)
ส่วนภูมิภาค: ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) เป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นอยู่ในการกำกับ
และดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ สำนักงานเทศบาล และที่ทำการองค์การบริหารส่วน
ตำบล (อบต.) เกือบทกุ แห่งท่ัวประเทศ
4. บา้ นพักเด็กและครอบครัว กรมกจิ การเดก็ และเยาวชน (กรม ดย.)
ส่วนกลาง: บา้ นพักเดก็ และครอบครัวกรุงเทพฯ
ส่วนภูมิภาค: บา้ นพกั เด็กและครอบครวั ทง้ั 76 จงั หวัด
5. กรมกจิ การสตรแี ละสถาบันครอบครัว (กรม สค.) มีภารกิจเกย่ี วกบั การพฒั นาศกั ยภาพสตรี
การส่งเสริมความเสมอภาคและความเท่าเทียมระหว่างเพศ การส่งเสริมและพัฒนาครอบครัว การคุ้มครอง
พิทกั ษส์ ิทธสิ ตรี ผ้แู สดงออกที่แตกตา่ งจากเพศโดยกำเนิด และบคุ คลในครอบครวั การสร้างความเข้มแข็ง
ให้แก่สถาบันครอบครัว การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การคุ้มครองสวัสดิภาพ
บุคคลในครอบครัว การตรวจสอบ การชดเชย และเยียวยาเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
ระหว่างเพศ และการคุ้มครองและพัฒนาอาชีพผู้ประสบปัญหาจากการค้าประเวณี โดยมีการคุ้มครอง
ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว มีหลายรูปแบบและในการกระทำหนึ่งเหตุการณ์อาจทำให้เกิด
อันตรายต่อผู้ถูกกระทำหลายด้าน การกระทำที่จะถือว่าเป็นการกระทำความรุนแรงในครอบครัว คือ
การกระทำที่เขา้ กรณใี ดกรณีหนึง่ ไดแ้ ก่
- การกระทำใดที่มีจะประสงค์ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพของบุคคลใน
ครอบครวั
- การกระทำที่มีเจตนาที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพของบุคคลใน
ครอบครวั
- การใชอ้ ำนาจบังคบั ให้บุคคลในครอบครัวอย่างผิดทำนองคลองธรรม มกี ลมุ่ เป้าหมาย คือ
บุคคลในครอบครัวที่อยู่ในข่ายได้รับความคุม้ ครองตามกฎหมายฉบับนี้ ได้แก่ คู่สมรส คู่สมรสเดิม ผู้ที่อยู่

55

เอกสารประกอบการประชมุ วิชาการ
โครงการพฒั นาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะหเ์ น่ืองในวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ปี 2565

กินหรือเคยอยู่กินฉันสามีภรรยา โดยมิได้จดทะเบียนสมรส บุตร บุตรบุญธรรม สมาชิกในครอบครัว
รวมทั้งบุคคลใดๆ ที่ต้องพึ่งพาอาศัย และอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน สำหรับการแสดงออกซึ่งความรุนแรง
มดี งั นี้

- ความรนุ แรงทางร่างกายหรือสุขภาพ เปน็ การทำรา้ ยโดยใชก้ ำลงั เช่น ตบ ตี ทุบ ผลัก กัด
เตะ กกั ขัง ลา่ มโซก่ ารเอาน้ำมนั ราดแลว้ จดุ ไฟเผา การสาดน้ำกรดเพอ่ื ใหเ้ สียโฉม หรือใชก้ ำลงั เพอ่ื ขม่ ขู่

- ความรนุ แรงทางวาจา เปน็ การพูดโดยใช้อารมรณ์ ตะคอก พดู จาหยาบคาย ใช้ถ้อยคำทำ
ร้ายจิตใจ เหยียดหยาม ข่มขู่ ประชดประชัน ทำให้กลัวหรืออับอาย ใช้คำว่ากล่าวทีร่ ุนแรงเมื่ออีกฝา่ ยทำ
ไม่ไดด้ ง่ั ใจ

- ความรุนแรงทางเพศ เป็นการใช้กำลังหรือข่มขู่เพื่อลวนลามทางเพศ เช่น จับของสงวน
หรือสมั ผสั ร่างกายสอ่ ไปในเรื่องทางเพศโดยผู้ถูกกระทำไมเ่ ตม็ ใจ ขม่ ขืน หรอื บังคบั ให้ดูขณะมีเพศสัมพันธ์
กบั คนอืน่ การบังคับใหภ้ ริยามเี พศสัมพันธก์ บั คนอนื่ การบังคบั ให้ถ่ายรปู หรอื คลิดโปเ๊ ปลอื ย

- ความรุนแรงทางจิตใจหรืออารมณ์ ผู้กระทำอาจพยายามใช้อารมณ์เพื่อควบคุมอีกฝ่าย
โดยไม่รู้ตัว เช่น กล่าวหาว่าคนรักนอกใจ พยายามเช็คโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่ายตลอดเวลา
วิพากษ์วิจารณ์การแต่งตัว บุคลิก และลักษณะการใช้ชีวิตโดยห้ามอีกฝ่ายตอบโต้เพื่อให้อยู่ภายใต้
การควบคุม การทำงานข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ความรุนแรงทางอารมณ์ยังรวมไปถึงการเพิกเฉยและ
ไม่สนใจจนทำให้คุณภาพชีวิตของอีกฝ่ายแย่ลง เช่น ไม่ดูแล ไม่ให้กินอาหาร ไม่พาไปพบแพทย์ ไม่ให้ไป
โรงเรียน หรือไปทำงาน ห้ามไปพบผู้อื่น ตัดขาดจากครอบครัวเดิม และไม่แสดงความรักความห่วงใย
ไมย่ อมพดู ดว้ ยเปน็ เวลานาน

6. ทีม One Home พม. จงั หวดั ภายใต้แนวคดิ บ้านเดียวกัน เปน็ การสนธกิ ำลังของทุกหน่วยงานที่
สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (กระทรวง พม.) ในจังหวัด ลักษณะงานที่ถูก
มอบหมายอย่างเร่งด่วน ฉุกเฉิน เป็นความพิเศษ หรืองานนโยบายที่ไม่มีเจ้าภาพ ใช้บุคลากรจำนวนมาก
เช่น โศกนาฏกรรมที่จังหวัดหนองบัวลำภู การเกิดภัยพิบัติ (Disaster) จากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำป่า
ไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน ลมพายุพัดบ้านเรือนเสียหาย ไฟไหม้บ้าน และมักไปร่วมบรู ณา
การกบั สว่ นราชการอ่นื ในพ้ืนท่ี มเี ปา้ หมายเพ่ือบรรเทา เยียวยา ชว่ ยเหลือประชาชน

การบรู ณาการของทุกภาคส่วนเพือ่ บรรเทาและเยยี วยาความรุนแรงในสังคมไทย
การทำงานของทีมสหวชิ าชีพ (Multidisciplinary team) เป็นการทำงานรวมกันของหลายๆ วิชาชีพ

โดยมีเปา้ หมายเดยี วกัน ใช้แนวคิด ทฤษฎีของสาขาวิชาชีพตนเอง เป็นกรอบในการทำงาน มีการประชมุ วางแผน
แบ่งความรับผิดชอบที่ชัดเจน มีการปรึกษาหารือสาขาวิชาชีพของตนเองพร้อมๆ กับการตอบคำถามหรือ
ปัญหาในการดำเนินงาน การจัดทำบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ระหว่าง
หน่วยงาน และการจัดทำบนั ทึกขอ้ ตกลง (Memorandum of Agreement: MOA) ระหวา่ งหนว่ ยงาน

การจัดทำแผนเผชิญเหตุ ซักซ้อมจำลองเหตุการณ์ สถานการณ์จริง อย่างน้อยปีละหนึ่งคร้ัง
มีคู่มือการปฏิบัติงาน (Standard Operation Procedures: SOPs) แผนเผชิญเหตุสาธารณภัย ภัยพิบัติ
และสถานการณ์ฉุกเฉนิ การจัดการในภาวะฉุกเฉิน และแผนบูรณาการการปฏิบตั ิระหวา่ งหน่วยงาน (แผน
บูรณาการหน่วยงาน) และระหว่างภาคส่วนร่วมกัน เป็นแนวทางการบูรณาการการทำงานร่วมงานระหว่าง
หนว่ ยงานรฐั

56

สงั คมสงเคราะหก์ บั การรบั มือสถานการณ์ความรนุ แรงในสงั คมไทย

หนว่ ยงานราชการ
กระทรวงสาธารณสุข: กรมสุขภาพจิต กรมการแพทย์ กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการ
สุขภาพ กระทรวงยุติธรรม: กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 ศาลเยาวชน
และครอบครวั กลาง ศาลเยาวชนและครอบครวั จังหวดั ทัง้ 76 จงั หวดั (สว่ นมาตรการพิเศษและคุ้มครอง
สวัสดภิ าพ)
กระทรวงมหาดไทย: กรมการปกครอง กรมส่งเสรมิ การปกครองส่วนท้องถนิ่
สำนักงานอัยการสูงสุด: สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก้ประชาชน
(ส่วนกลาง) สำนกั งานคดเี ยาวชนและครอบครวั สำนกั งานคดีเยาวชนและครอบครัว สำนกั งานอัยการคดี
เยาวชนและครอบครวั จังหวดั ทั้ง 76 จงั หวดั
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ กองบัญชาการตำรวจนครบาล
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (กก.ปคม.) กองกำกับการ
สวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) ตำรวจภธู ร ภาค 1-9
หน่วยงานเอกชน
- สภาสงั คมสงเคราะห์แหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถมั ภ์
- สมาคมส่งสริมสถานภาพสตรีในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี
พระวรราชาทินันดามาตุ
- สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทรา
บรมราชชนนี
- สมาคมบัณฑติ ทางกฎหมายแหง่ ประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์
- มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว มูลนิธิผู้หญิง มูลนิธิเพื่อนหญิง มูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและ
สตรี มูลนธิ ิศนู ยฮ์ อตไลน์ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนธิ ศิ ูนย์พิทักษส์ ิทธเิ ด็ก มลู นิธสิ ง่ เสริมความเสมอภาค
ทางสงั คม

บทบาทและการเข้ามามีส่วนร่วมของนักสังคมสงเคราะห์ในการรับมือสถานการณ์ความรุนแรงของ
สังคมไทย

ด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ได้กำหนด
หลักเกณฑ์และมาตรการในการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวในขั้นตอนต่างๆ ไว้
ซึ่งทำให้ผู้ถูกกระทำดว้ ยความรนุ แรงในครอบครัวมีสิทธติ ่างๆ ซึ่งนักสังคมสงเคราะหต์ ้องเข้าไปมีบทบาท
และมสี ว่ นรว่ ม ดังน้ี

1. สทิ ธิในการไดร้ บั บรกิ ารตรวจรกั ษาและให้คำปรกึ ษา
ผูถ้ กู กระทำดว้ ยความรนุ แรงในครอบครัว มสี ทิ ธขิ อให้พนักงานเจ้าหน้าทจ่ี ัดให้ตนได้เข้ารับ

การตรวจรักษาจากแพทย์ และขอรับคำปรึกษาแนะนำจากจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์
รวมทงั้ ที่พักท่ีเหมาะสมและปลอดภัย

2. สิทธิในการมีจติ แพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือบุคคลที่ตนรอ้ งขอร่วมอยู่ด้วย
ในขณะสอบปากคำ เพื่อใหค้ ำปรกึ ษา

57

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพัฒนาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะห์เนื่องในวันสังคมสงเคราะห์แหง่ ชาติ ปี 2565

3. การเข้าไปปฏบิ ัติงานชว่ ยเหลือของนักสงั คมสงเคราะห์กับผู้เสยี หาย ผ้ไู ดร้ บั ผลกระทบ หรือ
ผู้ทส่ี ญู เสยี เช่น สามี ภรรยา บุตร บิดามารดา ญาตพิ ่ีน้องของผบู้ าดเจบ็ หรอื เสียชวี ิต นกั สังคมสงเคราะห์
ต้องคำนึงถึงบาดแผลทางใจ (Trauma-Informed Care: TIC) และยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง Victim
centered) โดยบาดแผลทางจิตใจ เป็นสถานการณ์หนึ่งที่ต่อเนื่อง ที่ผู้เสียหายประสบและรับรู้ว่าเป็น
อันตรายต่อร่างกาย จิตใจ ชีวิต และเป็นผลร้ายที่ติดทนต่อการใช้ชีวิตของบุคคลและสุขภาวะทางจิตใจ
ร่างกาย สังคม อารมณ์ จิตวิญญาณ (มูลนิธิไอเจเอ็ม, 2565, น. 9, อ้างถึงใน SAMHSA, 2014)
โดยบาดแผลทางใจนั้น เกดิ จากหลัก 3Es อันไดแ้ ก่

E1 เหตุการณท์ ่กี อ่ ใหเ้ กิดบาดแผลทางจิตใจ (Event) ประกอบดว้ ย
ประเภทของบาดแผลทางจิตใจ
1.1 บาดแผลทางใจแบบฉบั พลนั เปน็ เหตุการณ์คร้ังเดยี ว
1.2 บาดแผลทางใจแบบเรอ้ื รงั เป็นเหตกุ ารณห์ ลายครงั้ สะสมเป็นระยะเวลานาน
1.3 บาดแผลทางใจแบบซำ้ ซ้อน เป็นบาดแผลทางจิตใจแบบเร้ืองรังก่อน ท่ีมสี าเหตุจากบุคคล
ทผ่ี เู้ สยี หายต้องพึ่งพา เพ่ือให้มคี วามปลอดภยั และมชี ีวติ รอด เปน็ เหตุการณ์หลายครงั้ มาซ้ำแล้วซำ้ อกี
เหตกุ ารณบ์ าดแผลทางจติ ใจ มีลกั ษณะทส่ี ำคญั ดังน้ี
1.1.1 ทำใหเ้ หยื่อหมดหนทางโดยการใชก้ ำลังเข้าครอบงำ
1.1.2 อันตรายต่อชีวิตหรือสิทธิความชอบธรรมในร่างกายของตนหรือการเผชิญอย่างใกล้ชิด
กบั ความรุนแรงและการตาย
1.1.3 ทำลายความรสู้ กึ ว่าสามารถกำกับควบคุมเกยี่ วข้อง เช่อื มโยง และมีความหมาย
1.1.4 ทำใหม้ นุษย์เผชิญกับความรู้สึกหมดหนทางสแู้ ละหวาดกลัวอย่างท่ีสดุ
1.1.5 กระตนุ้ ใหเ้ กิดการตอบสนองกับหายนะ
ตัวอย่างเหตุการณส์ ะเทือนขวัญ ได้แก่ ความรุนแรงทางเพศ การถูกล่วงละเมิดทางเพศ ด้วย
การขม่ ขืน ความรนุ แรงทางร่างกาย ถกู ทำร้ายรา่ งกาย ภัยธรรมชาติ เชน่ สนึ ามิ แผน่ ดินไหว การสูญเสีย
อย่างสะเทือนขวัญ อุบัติเหตุร้ายแรง ทางรถยนต์ รถโดยสารสาธารณะ เครื่องบินตก เรือจม โป๊ะล่ม
อาชญากรรมรุนแรง เหตุกราดยิง สังหารหมู่ เห็นความรุนแรง การค้ามนุษย์ ความยากจนยากลำบาก
การถกู ทอดทิง้ ไมไ่ ดด้ แู ลคนในครอบครัว
E2 ประสบการณบ์ าดแผลทางจติ ใจ (Experience) มลี กั ษณะทสี่ ำคญั ดงั น้ี
2.1 บาดแผลทางจติ ใจเปน็ ประสบการณท์ มี่ คี วามเฉพาะตนและมคี วามแตกตา่ งกนั
2.2 เหตุการณ์ที่ก่อให้เกดิ บาดแผลทางจิตใจของบุคคหนึ่ง อาจไม่ก่อให้เกิดบาดแผลทางจิตใจ
ในอกี บุคคลหนง่ึ
2.3 ประสบการณ์นี้ส่งผลจากปัจจัยหลากหลาย รวมทั้งความเชื่อตามกรอบวัฒนธรรม
ความพร้อมของระบบสนับสนุนทางบวก ขั้นการพัฒนาการ และประสบการณ์ทางอารมณ์ระหว่างที่เกิด
เหตุการณ์
โดยมีปัจจัยที่มีผลต่อการตอบสนองต่อบาดแผลทางจิตใจ มี 7 ปัจจัย ดังนี้ อายุและขั้น
การพัฒนาการ นิสัย ความเชื่อเกี่ยวกับระดับอันตรายที่ประสบระหว่างเหตุการณ์ ประวัติบาดแผลทาง

58

สังคมสงเคราะหก์ ับการรบั มือสถานการณ์ความรนุ แรงในสังคมไทย

จิตใจ ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดบาดแผลทางจิตใจ อิทธิพลทางวัฒนธรรม มีระบบ
สนบั สนุนท่ีดที ่ีพร้อมจะดแู ลและให้กำลังใจ

E3 ผลกระทบของบาดแผลทางใจ (Effect) มีลกั ษณะทส่ี ำคัญ ดังนี้
3.1 สามารถเกดิ ข้นึ ทนั ทีทนั ดหรอื เร่ิมมอี าการภายหลงั
3.2 ตดิ ทนเป็นระยะเวลานานหรอื เปน็ ชว่ งเวลาสัน้ ๆ
3.3 สามารถกระทบท้งั พฤติกรรม ความคิด อารมณ์ กาย จติ วิญญาณ
3.4 สามารถเปลี่ยนแปลงความเชื่อพื้นฐานที่ผู้เสียหายมีต่ออัตลักษณ์ ต่อโลกทัศน์ และต่อ
จิตวญิ ญาณ เชน่ ตวั ฉนั เปน็ คนไมด่ ี ? ฉันจะสามารถวางใจใครได้อีกไหม ? โลกนี้เป็นท่ปี ลอดภยั หรอื ไม่ ?
3.5 การตอบสนองทางการคดิ ท่ีมักจะเกิดขน้ึ จากการเผชิญความรุนแรงกับช่วงขวบปีแรกของ
วัยเด็กจะลดศักยภาพ IQ ของเด็กไดถ้ ึง 10% เพิ่มความเปราะบางต่อปัญหาการเรียนรแู้ ละพฤติกรรมเม่ือ
เด็กเขา้ สู่วัยเรยี น (มลู นธิ ไิ อเจเอ็ม, 2565, น. 10-18)
อีกท้งั ผลกระทบของบาดแผลทางจติ ใจตอ่ ผ้เู สียหาย ประกอบดว้ ย
ผลกระทบทางร่ายกาย: พบรอยช้ำ กระดูกหัก ติดโรคติดต่อ ระบบสืบพันธุ์เสียหาย ตั้งครรภ์
หรอื แท้งลกู ปวดศรี ษะ ปวดเม่อื ย มักจะมไี ข้บ่อยๆ เนอ่ื งจา่ กระบบภูมคิ ้มุ กนั ออ่ นแอ
ผลกระทบทางอารมณ์: กลัวผิด โดดเดี่ยว ละอาย บอบช้ำ เศร้าโศก สิ้นหวัง และรู้สึกว่าถูก
หกั หลัง
ผลกระทบทางจิตใจ: มีภาวะซึมเศร้า รู้สึกอับอาย ภาวะตื่นตระหนก หวาดกลัว สูญเสีย
การควบคมุ อารมณเ์ กดิ ความโกรธ เกลียดตวั เอง
ผลกระทบทางการเงิน: ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปพบตำรวจ พบแพทย์ พบนักสังคม
สงเคราะห์ ค่ายา คา่ รกั ษาพยาบาล ทรพั ย์สินเสยี หาย ต้องออกจากงาน เสยี โอกาสการทำงาน
ผลกระทบต่อผู้เสียหายและครอบครัว: มีภาวะความเครียดรุนแรง ครอบครัวแตกแยก
ไม่สามารถไปเรียนได้ หรือไปทำงานได้ ต้องย้ายที่อยู่ ถูกเกลียดชัง ได้รับการตราหน้าโดยสังคม สิ้นสุ ด
ความสัมพนั ธ์
ผลกระทบทั่วไป และระยะยาว: บาดแผลทางจิตใจจากการสืบสวนและการดำเนินคดีใน
ชั้นศาล ความเครียดจากการติดต่อตำรวจ นักสังคมสงเคราะห์ และสื่อมวลชน (ลีชา ลีสเตอร์ และ
ดารล์ นี ปารฮ์ ารโิ ต, 2565, น. 16, อา้ งถึงใน Surviving Court, 2019, Women’s Centre for Change)
สุดท้ายนักสังคมสงเคราะห์ต้องสร้างความสามารถในการฟื้นพลัง และการดูแลตนเอง
ภายหลังสภาพจิตใจของผู้เสียหายเริ่มดีขึ้นแล้ว ผ่านระยะเวลาการพูดคุย การสนทนา รับฟังอย่างตั้งใจ
การบำบดั ฟนื้ ฟู ทงั้ ผไู้ ด้รับผลกระทบจากความรนุ แรงทัง้ รายบคุ คล ครอบครัว และรายกลุม่

มรรควิธี เพอ่ื ควบคมุ และลดสถานการณค์ วามรนุ แรงในสังคมไทย
ขอเสนอแนวทางในการควบคุมและลดสถานการณ์ความรนุ แรงในสงั คม ดังน้ี
1. พนักงานเจ้าหน้าที่ ใช้กฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงใน

ครอบครัว พ.ศ.2550 อย่างเข้มงวด และจริงจัง ได้กำหนดสิทธิในการขอให้เจ้าหน้าที่ออกคำสั่งกำหนด
มาตรการ หรือวิธีการเบาเทาทุกข์เบื้องต้นเป็นการชั่วคราว เพื่อใช้กับผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัว
ดงั น้ี

59

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพฒั นาสมรรถนะนักสงั คมสงเคราะห์เน่ืองในวันสงั คมสงเคราะหแ์ ห่งชาติ ปี 2565

- การให้ผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัวชดใช้เงินช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้นตาม
สมควรแกฐ่ านะ สำหรบั ทรพั ย์สินทเี่ สยี หาย/รายไดท้ สี่ ูญเสีย/ค่ารักษาพยาบาล/ค่าหาที่พกั อาศยั ใหม่

- การออกคำสั่งห้ามกระทำความรุนแรงในครอบครัวเข้าไปในที่พำนักของครอบครัวหรือ
เขา้ ใกลต้ ัวบคุ คลใดในครอบครัว

- การกำหนดวิธีการดแู ลบุตร
- ได้รับความคุ้มครองมิให้ผู้ใดเผยแพร่ภาพ หรือรายละเอียดเกี่ยวกับความรุนแรงใน
ครอบครัวที่ได้มีการร้องทุกข์ตามกฎหมายแล้ว ซึ่งส่งผลน่าจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้กระทำ
ความรนุ แรงในครอบครัวหรือผูถ้ กู กระทำด้วยความรนุ แรงในครอบครวั
- สทิ ธิในการยอมความ หากผู้ถกู กระทำด้วยความรุนแรงในครอบครวั ประสงคจ์ ะยอดความ
ไมเ่ อาผดิ ตอ่ ผู้กระทำผดิ สามารถดำเนินการได้ ถ้ามีเกตุการณ์หรือผู้กระทำผิด มีพฤติการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
ไป และมีการปฏบิ ัตติ ามสญั ญายอมความ
- สิทธิในการยน่ื อุทธรณ์คำสง่ั ของพนักงานเจา้ หน้าท่ีหรือศาลเพ่ือให้ทบทวนคำสั่งท่ีเก่ียวกับ
การกำหนดมาตรการหรือวิธีการบรรเทาทุกข์ได้ภายใน 30 วันนับแต่ทราบคำสั่ง แม้ว่าบทลงโทษของ
ผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัว ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว
พ.ศ.2550 โดยผู้กระทำความผดิ ฐานกระทำความรุนแรงในครอบครวั ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกนิ 6 เดือน
หรอื ปรบั ไม่เกิน 6,000 บาท หรือทัง้ จำทั้งปรับ ตามมาตรา 4 และหากผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัว
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือศาล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือ
ปรับไม่เกิน 3,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 10 วรรค 5 จะเป็นอัตราโทษสถานเบา และเป็น
ความผิดอันยอมความไดก้ ็ตาม เนื่องจากคำนึงถึงความสุขและการอยู่ร่วมกันในครอบครัวเปน็ สำคญั โดย
ศาลพยายามเปรียบเทียบให้คู่ความได้ยอมความกัน โดยคำนึงถึงหลักการ คอื กาค้มุ ครองสิทธขิ องผู้ถูกกร
ทำด้วยความรุนแรง การสงวน และคุ้มครองสถานภาพการสมรมของสามีภริยา หากไม่อาจรักษา
สถานภาพของการสมรสได้ ก็ให้การหย่าเป็นไปได้ด้วยความเป็นธรรม และเสียหายน้อยที่สุด โดย
คำนึงถึงสวัสดิภาพและอนาคตของบุตรเป็นสำคัญ การคุ้มครองและช่วยเหลือครอบครัว โดยเฉพาะ
ครอบครัวท่ีต้องรับผดิ ชอบในการดลู ให้การศึกษาแก่สมาชกิ ทีเ่ ป็นผู้เยาว์ พร้อมกับมีมาตรการต่างๆ เพ่ือ
ช่วยเหลอื สามีภริยาและบุคคลในครอบให้ปรองดองกัน และปรับปรงุ ความสัมพันธ์ระหว่างกันเองและกับ
บตุ ร
2. แก้ไขกฎหมายควบคุมอาวุธปืน และวัตถุระเบิด ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เคร่ืองกระสุนปืน
วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2590 และคู่มือปฏิบัติงาน พ.ศ.2555 เล่มที่ 1
พระราชบัญญัติยกเว้นความผิดทางอาญาให้แก่ผู้นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ให้มี
ความทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย และสังคมโลกอยู่เสมอ โดยมี
กฎหมายฉบบั แกไ้ ขปรับปรุงอย่างน้อยทกุ ๆ 5 ปี
3. ผู้ที่ครอบครองอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธปืน ต้องไปตรวจ
สุขภาพจิต และผ่านการประเมินจากโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านจิตเวช และโรงพยาบาลต้องออก
ใบรับรองว่ามีสุขภาพจิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอต่อใบอนุญาตครอบครอง

60

สังคมสงเคราะหก์ ับการรบั มือสถานการณ์ความรุนแรงในสงั คมไทย

อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธปืนกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ใบอนุญาตน้ี
มีอายุ 1 ปี หมดอายุแลว้ ตอ้ งตอ่ อายใุ หม่

4. จัดทีมงานอาสาสมัคร เช่น ตำรวจบ้าน ผู้นำท้องที่ ให้ความสำคัญ และเพิ่มบทบาทของชดุ
ชรบ. ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน คือ ประชาชน หรือราษฎรอาสาสมัครในพื้นที่ที่ผ่านการฝึกอบรม
และรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน โดยได้รับการแต่งตั้งจากนายอำเภอ ให้ปฏิบัติหน้าที่รักษา
ความปลอดภัยหมู่บ้าน และให้เป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องท่ี
ให้ได้รับค่าตอบแทน และมีสวัสดิการที่ดี เหมือนอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน หรือ อสม. สำรวจกลุ่ม
เส่ียงที่อาจจะกอ่ ความรนุ แรง ขนึ้ ในหมบู่ า้ น ชุมชน เช่น กลุ่มวัยร่นุ กล่มุ ผูม้ ีประวตั ิเสพยาเสพติด กลุ่มเพ่ิง
จะพ้นโทษออกมาจากเรือนจำ ทณั ฑสถาน สถานพนิ จิ

5. ให้อาสาสมัครรักษาดินแดน หรือ อส. กองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง
กระทรวงมหาดไทย ให้มาดูแล สถานที่ที่เป็นจุดเปราะบาง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบล โรงเรียน
โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพประจำตำบล (รพ.สต.) วัด

6. วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี องค์การสหประชาชาติประกาศให้เป็น “วัยยุติความรุนแรง
ต่อเด็กและสตรีสากล” (International Day for the Elimination of Violence against Women)
สำหรับประเทศไทย คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542 เห็นชอบกำหนดให้เดือน
พฤศจิกายนของทุกปีเป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเดก็ และสตรี โดยจะมีติดสญั ลกั ษณ์ริบบิ้นสีขาว
ที่ปกเสื้อ หมายถึง การยอมรับว่าจะไม่ทำร้าย หรือนิ่งเฉยต่อการใช้ความรุนแรงต่อสตรีในทุกรูปแบบ
มีการเดินรณรงค์ให้ครอบครัว และสังคม มีการสื่อสารเชิงบวกเพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว
ให้ตระหนักและร่วมกันป้องกันปัญหาความรุนแรงที่จะเกิดต่อเด็กและสตรีในครอบครัว ซึ่งจะเป็นการดี
หากรัฐบาลประกาศว่าจะต่อต้านความรุนแรงในทุกรูปแบบ ให้เป็นวาระแห่งชาติ (National agenda)
แล้วมีการจัดทำแผนปฏิบัติการว่าด้วยกลไกต่อต้านความรุนแรงระดับชาติ การบริหารจัดการคดี และ
การช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายที่ถูกกระทำจากความรุนแรงทุกรูปแบบ ออกมาเป็นรูปธรรมแล้วนำไปสู่
การปฏิบัติและขยายผลทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ไม่แต่เฉพาะเดือนพฤศจิกายน
อยากให้จัดแคมเปญอีเวนตามโครงการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านความรุนแรงเป็นแพคเกจตาม
ปฏิทินทุกเดือน โดยภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณใน
ลักษณะเป็นหุ้นสว่ นกัน จัดในรูปแบบกจิ กรรมเพอ่ื สังคม (Corporate Social Responsibility: CSR)

7. สื่อมวลชน และสื่อโซเชียลมีเดีย นำเสนอข่าวความรุนแรงซ้ำ หรือถี่มากเกิด หาแง่มุมข่าว
น่ายินดี ข่าวที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และนำเสนอข่าวในเชิงสร้างสรรค์ ไม่ยึดติดกับความนิยม
(Rating) ของผู้ชม ณ ช่วงเวลา ขนาดน้ัน จนเกินไป

8. ส่งเสริม และสนับสนุน แนวคิด “บวร” บ้าน สถาบันครอบครัว วัด หรือโบสถ์คริสต์ หรือ
มัสยิด และโรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย โรงเรียนเปอเนาะ (โรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม) ให้เข้ามามี
บทบาท อบรม สงั่ สอน และขัดเกลาจิตใจมากกวา่ เดมิ

9. เผยแพร่ความรกู้ ฎหมาย ในรปู ของส่อื ออนไลน์ หรอื คลปิ วดิ โี อ การต์ นู ให้เดก็ เยาวชน และ
ประชาชนทว่ั ไป เข้าใจงา่ ย ซึ่งนอกจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำดว้ ยความรนุ แรงในครอบครัว
พ.ศ.2550 แล้ว ยังมีพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562
เป็นกฎหมายฉบับใหม่ ที่ประกาศใช้ในราชกจิ านุเบกษาแล้ว ม่งุ เน้นมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลใน

61

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพฒั นาสมรรถนะนักสงั คมสงเคราะห์เนื่องในวนั สังคมสงเคราะหแ์ ห่งชาติ ปี 2565

ครอบครัว ยังคงบัญญัติเรื่องความรุนแรงในครอบครัว แต่ขยายลักษณะความผิดอาญาที่บุคคลใน
ครอบครัวกระทำต่อกันให้กว้างขึ้น คือ นอกจากคุ้มครองอันตรายที่เกิดจากการกระทำใดๆ ที่บุคคลใน
ครอบครัวได้กระทำต่อกันทางร่างกาย จิตใจ สุขภาพแล้ว ยังครอบคลุมไปถึงอันตรายที่เกิดแก่ชีวิต
เสรีภาพ หรือชอ่ื เสยี งของบคุ คลในครอบครวั ดว้ ย

10. ต้องสร้างและพัฒนาโครงข่ายการคุ้มครองรองรับทางสังคม หรือระบบตาข่าย
ความปลอดภัยทางสังคม (Social Safety Net) ให้มากกว่าเดิม เป็นระบบการจัดบริการเพื่อช่วยเหลือ
ประชาชนผู้ยากจน คนด้อยโอกาส ผู้ได้รับการเสี่ยงภัยต่างๆ ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมั่งคง
โดยได้รับสิทธิพื้นฐานเท่าเทียมกับประชาชนทั่วไป มีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือทางสังคมแก่
ประชาชน เพ่อื บรรเทาภาวะวกิ ฤตตา่ งๆ อาทิ ปญั หาการวา่ งงาน

11. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย และทุกภาคส่วน เข้ามามีบทบาทต่อต้านความ
รุนแรงในท่ที ำงาน สถานศึกษา หมบู่ ้าน และสังคมไทย

เอกสารอา้ งองิ
กจิ การสตรีและสถาบนั ครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย.์ (2563).

พระราชบญั ญัติค้มุ ครองผู้ถกู กระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550. กรงุ เทพฯ:
รำไทยเพลส.
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์, กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, กองส่งเสริม
สถาบันครอบครัว. (2562). สิทธแิ ละสวสั ดิการ สำหรับบุคคลทถี่ กู กระทำดว้ ยความรนุ แรงใน
ครอบครัว. (พิมพ์คร้งั ท่ี 9). กรุงเทพฯ: รำไทยเพลส.
กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์, กรมกิจการสตรแี ละสถาบนั ครอบครวั , กองส่งเสริม
สถาบนั ครอบครัว. (ม.ป.ป). นยิ ามและประเภทครอบครัว. กรงุ เทพฯ: กองส่งเสริมสถาบัน
ครอบครัว.
มลู นิธิไอเจเอ็ม. (2565). การปฏิบตั ติ อ่ ผ้เู สยี หายโดยคำนึงถงึ บาดแผลทางจิตใจ (Trauma-Informer
Care). เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตรการปฏิบตั ติ ่อผูเ้ สยี หายโดยคำนึงถึงบาดแผลทาง
จติ ใจ ผา่ นระบบการเรยี นรู้ออนไลน์ (Trauma-Informed Care E-learning Platform).
ลีชา ลีสเตอร์ และ ดารล์ นี ปารฮ์ ารโิ ต (2565). ประสบการณก์ ารใช้รายงานบาดแผนทางจติ ใจ (Victim
Impact Statement: VIS) ของออสเตรเลีย และประเทศอาเซยี นบางประเทศ. เอกสาร
ประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการเร่ืองแนวปฏิบตั ใิ นช่วงระยะเวลาฟ้ืนฟูไตร่ตรอง ภายใต้กลไก
การส่งต่อแห่งชาติ ระหว่างวันท่ี 20-21 ตุลาคม 2565. อาเซยี นแอท.
วกิ พิ ีเดีย. (2563). เหตกุ ราดยิงทจ่ี ังหวดั นครราชสมี า พ.ศ.2563. สืบคน้ จาก
https://th.m.wikipedai.org
วกิ พิ เี ดยี . (2565). เหตกุ ราดยิงทจี่ ังหวดั หนองบัวลำภู พ.ศ.2565. สบื ค้นจาก
https://th.m.wikipedai.org

62

สงั คมสงเคราะหก์ ับการรับมือสถานการณ์ความรนุ แรงในสังคมไทย

สมาคมบัณฑติ ทางกฎหมายแห่งประเทศไทยในพระบรมราชนิ ูปถัมภ์. (ม.ป.ป). กฎหมายครอบครวั และ
กฎหมายทเ่ี กี่ยวข้องกับบคุ คลในครอบครัว. กรงุ เทพฯ: พิมพ์ดี 39.

สำนกั งานตำรวจแห่งชาติ, สำนกั งานยุทธศาสตร์ตำรวจ, กองแผนงานอาชาญากรรม. (2563). คู่มือ
ประชาชน. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์ตำรวจ.

สำนกั งานปลดั กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์. (ม.ป.ป). สร้างสังคมดี คนมีคณุ ภาพ
กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนษุ ย์. กรงุ เทพฯ: กองเผยแพร่และ
ประชาสมั พนั ธ์.

63

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพัฒนาสมรรถนะนักสงั คมสงเคราะหเ์ นื่องในวันสังคมสงเคราะหแ์ ห่งชาติ ปี 2565

ปญั หาและความรุนแรงในอาชญากรรมทีเ่ กดิ ขึ้นในสงั คมไทย

สามเณร ปวรศิ ร์ จันทอง1

บทนำ
มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ทั้งในเมืองและชนบท มีจำนวนมากขึ้นในทุกๆ ปี

ปัญหาหรือความขัดแย้งจึงมีเพิ่มมากขึ้นเหมือนเงาตามตัว ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม เช่น ปัญหา
ความยากจน ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น ผลเสียหายแก่ประเทศชาติในหลายๆ ด้าน
สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและความเสียหายแก่รัฐเป็นอย่างมากปัญหาที่
สำคัญ อย่างหนึ่งน้ันคอื ปญั หาอาชญากรรม

ความหมายของอาชญากรรม
ความหมายของอาชญากรรม พจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ได้ให้

ความ หมาย อาชญากรรม หมายถึง การกระทำความผิดทางอาญา คาว่าอาชญากรรมเป็นคำสมาส
ระหว่าง คาว่า “อาชญา” กับ “กรรม” ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤต “อาชญา” หมายถึง อำนาจ
หรอื โทษ สว่ นคาวา่ “กรรม” หมายถงึ การกระทำสนองผลร้ายที่ได้ทำมาแตป่ างก่อน บาปหรือความตาย
(พจนานุกรม, 2554, น. 1402)

ความหมายของอาชญากรรมตรองกับคำว่า Crime หรือภาษาละตินใช้คำว่า Crimen
มีความหมาย คลอบคลุมถึงข้อกล่าวหา การกล่าวหา การตำหนิติเตยี น จนถึงการกระทำหรือการ ละเวน้
การกระทำใดๆ ที่กฎหมายบัญญัติไว้ เป็นข้อห้ามและมีการลงโทษ ซึ่งในความหมายนี้ได้นำมา ใช้จนถึง
ปัจจบุ ันน้ี (อ้างถึงใน พงษศ์ ริ ิ สวนแกว้ , 2536, น. 15)

กริช ปัจฉิมสวัสดิ์ (2497) กล่าวว่า อาชญากรรมคือ การกระทำที่สิ่งที่กฎหมายบัญญัติห้ามไว้
หรือละเว้นสิ่งที่กฎหมายในขณะนั้นบัญญัติให้กระทำ และการกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยเจตนา
ที่จงใจหรือคาดหมาย ผลแห่งการกระทำน้ันได้ก็ดี ประมาทก็ดี แต่ในทัศนะของอาชญาวิทยานั้น มีความ
จาเป็นที่จะต้องพิจารณาให้ลึกซึ้งต่อไป การกระทำหรือละเว้นการกระทำนั้น ได้เป็นไปใน ลักษณะ
อยา่ งใด และดว้ ยวิธีการอยา่ งไรบ้าง และการกระทำนั้นเป็นการนาผลรา้ ยโดยตรงและโดยอ้อม มาสูส่ ังคม
มากน้อยเพียงใด

ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ และคณะ (2531, น. 5) ได้ให้ความหมายอาชญากรรม อาจแยก
พิจารณา ไดเ้ ป็น 3 องค์ประกอบซงึ่ ได้แก่ ประการแรกปรากฏการณ์ละเมิดบทบัญญัติของกฎหมายอาญา
ประการท่สี อง มบี ทกำหนดโทษทางอาญา และประการทส่ี าม ทำใหเ้ กิดภยั อันตรายตอ่ สงั คมโดยส่วนรวม
องคป์ ระกอบนัยที่สามวา่ ความสำคญั ยง่ิ ตอ่ การกำหนดนิยามอาชญากรรม

Tappan (อ้างถึงใน บันลือ เขียวชอุ่ม, 2556, น. 6) ได้ให้ความหมายไว้ว่า อาชญากรรม คือ
การ กระทำที่มีเจตนาและละเมิดกฎหมายอาญา หรือมีเจตนาละเว้นไม่กระทำในสิ่งที่กฎหมายอาญา

1 นิสิตสาขาวชิ าสังคมสงเคราะห์ ช้ันปีท่ี 3 คณะสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
Email: [email protected]

64

สังคมสงเคราะหก์ บั การรบั มือสถานการณ์ความรนุ แรงในสังคมไทย

บังคับ ให้กระทำโดยไม่มีข้อแก้ตัวที่สมเหตุสมผล จึงทำให้รัฐต้องดำเนินการลงโทษตามความผิดลักษณะ
อุจฉกรรจแ์ ละความผดิ ลหโุ ทษ

สรุปได้ความหมายว่า อาชญากรรม หมายถึง ปรากฏการณ์อย่างหนึ่งของสังคมที่เกิดขึ้นโดย
การกระทำของบุคคล ซึ่งการกระทำน้ันๆ กฎหมายได้บัญญตั ิเป็นข้อหา้ มและถือเป็นความผิดซ่ึงผูก้ ระทำ
จะต้องได้รับการลงโทษ

แหลง่ อาชญากรรม
แหล่งอาชญากรรม (คู่มือตำรวจหลักสูตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม กองบัญชาการ

ศึกษา สำนกั ตำรวจแห่งชาติ, 2543, น. 1-2) หมายถึง แหล่งทมี่ กั มีการละเมิดกฎหมาย หรอื เป็นเหตุอาจ
กอ่ ใหเ้ กดิ การละเมิดกฎหมายไดง้ ่าย แหลง่ อาชญากรรมแบ่งออกเป็น 4 ประเภท

1. แหล่งที่เกิดจากตัวบุคคล เช่น คนจิตทราม คนวิกลจริต ผู้ค้ายาเสพติดให้โทษ คนเร่ร่อน
เปน็ ต้น

2. แหล่งที่เกิดจากวัตถุหรือทรัพย์สิน เช่น ธนาคาร ร้านค้าทองคา รถยนต์ หรือ ยานพาหนะ
เปน็ ต้น

3. แหลง่ ท่เี กิดจากสถานท่ี เชน่ รา้ นจาหน่ายสรุ า ซ่องโสเภณี โรงแรม ท่ีชุมชน เปน็ ต้น
4. แหล่งท่ีเกิดจากสถานการณ์ เช่น การแข่งขันกีฬา การเดนิ ขบวนหรือตลาด เป็นต้น

ประเภทของอาชญากรรม
เนื่องจากอาชญากรรมกับสังคมมีความสัมพันธ์ต่อกันโดยตรง กล่าวคือ อาชญากรรมเป็น

ปรากฏการณอ์ ยา่ งหนงึ่ ทางสงั คม จะพบว่าในสังคมขนาดใหญม่ ักมีอาชญากรรมเกดิ ขน้ึ มากเปน็ เงาตามตัว
ทงั้ น้หี มายความว่าอาชญากรรมทวีขึ้นทั้งในดา้ นจำนวนและความรนุ แรง ซ่ึงสามารถจาแนกอาชญากรรม
ออกได้ 7 ประเภท

1. อาชญากรรมที่กระทำต่อบุคคลในลักษณะที่รุนแรง เช่น การฆาตกรรม การทำร้ายร่างกาย
จนบาทเจ็บสาหัส การขม่ ขนื กระทำชำเรา การปลน้

2. อาชญากรรมท่ีกระทำต่อทรัพย์ของบคุ คล เช่น การย่องเบา การขโมยตามโอกาส การขโมย
ยานยนต์

3. อาชญากรรมที่ผู้กระทำยอมเป็นเหยื่อตนเอง เช่น โสเภณี การใช้ยาเสพติด การพนัน
การรักร่วมเพศ การทำแท้ง

4. อาชญากรรมทางการเมือง เช่น การก่อการร้าย การทำจรกรรม การกบฏ การแอบแฝง
ฟังการประชุมลับของพรรคตรงกนั ข้าม

5. องค์การอาชญากรรม เชน่ องคก์ ารมาเฟียในอติ าลี
6. อาชญากรรมทางเศรษฐกจิ เชน่ การละเมิดภาษี การรบั สนิ บน การโกงเงนิ ประกนั
7. การกระทำความผิดของเด็กและเยาวาชน เป็นการกระทำผิดของคนที่มีอายุในระท่ี
กฎหมายว่ายงั ไมต่ อ้ งรับผิดชอบตอ่ ความผดิ ทางอาญาแบบผ้ใู หญ่

65

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพัฒนาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะหเ์ นื่องในวนั สงั คมสงเคราะห์แห่งชาติ ปี 2565

ประเทือง ธนิตผล (2538) กล่าวว่า เนื่องจากอาชญากรรมมิได้มีลักษณะแห่งการกระทำผิด
เหมือนกัน หรือเป็นแบบเดียวกันหมด จึงต้องแยกประเภทไว้ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาและก ำหนด
กฎหมายต่างๆ

นักอาชญาวิทยาพยายามแยกประเภทของอาชญากรรมด้วยวิธีต่างๆกันหลายวิธี บางท่าน
ก็แยกประเภทเป็นความผิดต่อบุคคล ต่อทรัพย์และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง บางท่านก็แบ่ง
ตามลักษณะโทษหนัก เบา และความผิดเล็กน้อย บางท่านก็แยกออกเป็นความผิดต่อเอกชน
ต่อสาธารณะ บางท่านก็แบ่งตามกฎหมายโดยถือเอาความร้ายแรงของการกระทำผิดซึ่งดูได้จากโทษ
ที่กำหนด เช่น โทษฐานกบฏ โทษในคดีอุจฉกรรจ์ และโทษสถานเบา บางท่านก็แบ่งออกเป็นการกระทำ
ผิดเกย่ี วกบั เพศ สุรายาเสพติด การพนนั อาชญากรรมผู้ดี อาชญากรที่ร่วมกันกระทำความผิด นอกจากนี้
ก็มีการจำแนกประเภทของอาชญากรรมตามหลักจริยธรรมหรือศีลธรรมซึง่ นัก อาชญาวิทยาส่วนมากมัก
กลา่ วถึง คอื

อาชญากรรมที่มีความผิดในตัวของมันเอง หรือมีความผิดทางศีลธรรม ซึ่งนักอาชญาวิทยา
เรียกว่า “Mala in se” อันได้แก่ ฆาตกรรม ปล้น จี้ ชิงทรัพย์ การทำแท้ง การฆ่าตัวตาย การค้าอาวุธ
ปืนเถอื่ น การลกั ลอบตดั ไม้ทำลายป่า ฯลฯ

อาชญากรรมที่ไม่มีความผิดในตัวของมันเองแต่ถือเป็นความผิดตามที่กฎหมายก ำหนดห้ามไว้
เรียกว่า “Mala prohibita” เช่น การละเมิดกฎหมายแรงงาน การละเมิดลิขสิทธิ์ การลอกเลียน
แบบสนิ คา้ การของหนภี าษี การขบั รถยนต์โดยไมม่ ีใบขับขี่ ฯลฯ

ในปจั จบุ นั นยิ มแบง่ อาชญากรรมออกเปน็ 5 ประเภท (ปุระชยั เป่ียมสมบูรณ์ และคณะ, 2531,
น. 6-10) ตามลักษณะพฤติกรรม คือ (1) อาชญากรรมปราศจากผู้เสียหาย (2) อาชญากรรมพื้นฐาน (3)
อาชญากรรมองคก์ าร (4) อาชญากรรมคอปกขาว (5) อาชญากรรมพิเศษ

ประเภทที่ 1 อาชญากรรมปราศจากผู้เสียหาย หมายความถึง อาชญากรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับ
การละเมิดศีลธรรมจรรยาของบุคคล และการที่เรียกว่า อาชญากรรมปราศจากผู้เสียหายก็เพราะว่า
ผ้กู ระทำความผิดและผเู้ สียหายคือบคุ คลเดียวกนั เชน่ ความผดิ เกี่ยวกบั การพนนั การคา้ ประเวณี การทำ
แท้ง และมีการใช้สิ่งลามกอนาจาร เป็นต้น ตามหลักวิชาอาชญาวิทยา อาชญากรรมปราศจาก ผู้เสยี หาย
เป็นอาชญากรรม ซึ่งเมื่อเปรียบเทยี บกับอาชญากรรมประเภทอืน่ ๆ แล้วจดั ว่าเป็นภยันตราย ต่อสังคมใน
ระดบั ตำ่

ประเภทที่ 2 อาชญากรรมพื้นฐาน หมายความถึง อาชญากรรมเกี่ยวกับการประทุร้าย
ต่อทรัพย์ ร่างกาย หรือชีวิตของบุคคลอื่น เช่น ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ท ำร้าย
ร่างกาย และฆ่าผู้อื่น เป็นต้น นอกจากนี้ อาชญากรรมพื้นฐานยังอาจแยกพิจารณาได้สองชนิด คือ
อาชญากรรมพืน้ ฐานเกิดขน้ึ มาพร้อมๆ กับมนษุ ยชาติและเป็นอาชญากรรมท่ีปรากฏอยู่ทั่วไปในทุก สังคม
โดยอาจแตกต่างกันเพียงความถี่และความรุนแรงเป็นประการสำคัญ ส่วนอาชญากรผู้ประกอบ
อาชญากรรมพ้นื ฐานก็มกั ปรากฏท้งั กลมุ่ ทเ่ี ป็นมืออาชีพ และกลุ่มทไ่ี ม่ใชม้ ืออาชพี

ประเภทที่ 3 อาชญากรรมองค์กร หรืออาชญากรรมร่วมรักกระทำผิด หมายความถึง
อาชญากรรมซึ่งอาชญากรได้รวมตัวเข้าด้วยกัน ตามสายการบังคับบัญชาในรูปแบบขององค์กร
โดยจัดการวางแผนและการดาเนินงานเพื่อประกอบธุรกิจผิดกฎหมายประเภทต่างๆ อย่างมีระบบ

66

สังคมสงเคราะหก์ บั การรบั มือสถานการณ์ความรุนแรงในสงั คมไทย

เป็นขบวนการ บางครั้งก็จาเป็นจะใช้วิธีการรุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอิทธิพลทางการเงิน เศรษฐกิจ และ
การเมือง หนุนหลังหรอื ใหค้ วามร่วมมือ ทำให้สามารถประกอบการทจุ ริตตา่ งๆ ได้สะดวกเชน่ การ ค้ายา
เสพตดิ การคา้ ผู้หญงิ การคา้ อาวุธสงคราม สนิ คา้ หนภี าษี เจา้ มือสลากกินรวบ เปน็ ตน้ ผู้บริหาร ระดับสูง
ของอาชญากรรมประเภทน้ี มกั ถกู เรียกวา่ มาเฟีย หรือเจ้าพ่อ

ประเภทที่ 4 อาชญากรรมคอปกขาว หมายความถึง อาชญากรรมซึ่งผู้กระทำความเป็นบคุ คล
ที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงาน ไม่ว่าในภาคราชการ รัฐวิสาหกิจหรือเอกชน และได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่
ดังกล่าวโดยไม่ชอบ เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน เช่น สมุห์บัญชียักยอกเงินในความรับผิดชอบของตน
ข้าราชการรับเงินคอมมิชชั่นในการประมูลก่อสร้างสถานที่ราชการ และคณะกรรมการสอบคัดเลือก
เพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการรับเงินโดยมิชอบจากบุคคลผู้สมัครสอบ เป็นต้น อาชญากรรม
ประเภทนี้มักถูกขนานนามว่า เป็นอาชญากรรมของชนชั้นสูง ในขณะที่อาชญากรรมพื้นฐาน คือ
อาชญากรรมของชนข้ันตำ่

ประเภทที่ 5 อาชญากรรมพิเศษ หมายความถึง อาชญากรรม ซึ่งมีลักษณะแตกต่างไปจาก
อาชญากรรม ประเภทที่ 1 ที่กล่าวมาแล้ว แต่อาชญากรรมเหล่านี้มีความสำคัญและจำเป็นต้องได้รับ
ความสนใจเป็นกรณีพิเศษ เช่น อาชญากรรมทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ อาชญากรรมก่อการร้าย และ
อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ เป็นตน้ อาชญากรรมเหลา่ นี้ มีความละเอียดอ่อนและสลบั ซบั ซ้อน ซึ่งยาก
แก่การศึกษาและการควบคุมในทานองเดียงกันกับอาชญากรรมคอปกขาว ในการควบคุม อาชญากรรม
พิเศษเหล่านี้ กระบวนการยุติธรรมมักไม่สามารถดำเนินคดีได้โดยตามลำพัง แต่มักจะ เป็นต้องอาศัย
ความรว่ มมอื และประสานงานกบั หน่วยงานอืน่ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั ภายในหรือระหว่าง ประเทศ

สาเหตกุ ารเกิดอาชญากรรม
1. สาเหตุเกี่ยวกับบุคคล การเกิดขึ้นของอาชญากรรมโดยส่วนหนึ่งนั้น สืบเนื่องท่องมาจาก

ความโน้มเอียงตอ่ การกระทำผิดที่ถูกกำหนดโดยบคุ ลิกภาพของแตล่ ะบุคคลที่แตกต่างกันไป ซึ่งเป็นผลที่
ได้จากการศึกษาทางจิตวิทยากายภาพรวมตลอดถึงความไม่สามารถของบคุ คลทีจ่ ะปรับตัวเอง ให้เข้ากบั
สิ่งแวดล้อม และแรงผลักดันของบุคคลที่ตกลงใจจะประกอบอาชญากรรม ซึ่งเป็นผลการศึกษาทางด้าน
สังคมวิทยา

2. สาเหตุเกี่ยวกับกลุ่มของบุคคล อาจสรุปได้ว่า สาเหตุของอาชญากรรมนั้นส่วนหนึ่งเกิด
จากการขาดความสามารถที่จะต่อต้านการกดดันในการกระทำผิด ซึ่งถูกกำหนดโดยอาชญากรรมของ
กลุ่ม เช่น การเลียนแบบความสัมพันธ์กับบุคคลต่างๆ ในแง่ของการเรียนรู้ เป็นผลที่ได้จากการศึกษา
ด้านสภาพแวดลอ้ มของสังคมและวัฒนธรรม

3. สาเหตุเกี่ยวกับระบบของสังคม การเกิดอาชญากรรมย่อมเกี่ยวพันและขึ้นอยู่กับสภาพ
การณ์ต่างๆ ทางสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม สถานะ และชนชั้นทางสังคมของบุคคลที่จะเป็นเครื่อง
กำหนดความโนม้ เอยี งในการกระทำผดิ เป็นผลทไี่ ดจ้ ากการศึกษาทางสงั คมและวฒั นธรรมอีกด้วย

4. บรรดาสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้บุคคลประกอบอาชญากรรม ปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
นับว่ามีอิทธิพลต่อมนุษย์มาก เพราะจะค่อยๆ ซึมเข้า ปรุงแต่งลักษณะจิตใจ อารมณ์ และทัศนคติ
ซึ่ง แสดงออกในรูปของบุคลิกภาพ (Personality) ให้มีแนวโน้มไปตามกฎเกณฑ์ของสังคม หรือฝ่าฝืน
สังคม จนถงึ ระดบั นาไปสู่การประกอบอาชญากรรรม ไดง้ า่ ย หากมปี ัจจยั โอกาสและสถานการณ์ อานวย

67

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพัฒนาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะหเ์ นื่องในวนั สงั คมสงเคราะหแ์ ห่งชาติ ปี 2565

การปอ้ งกันอาชญากรรม
“การป้องกันและควบคมุ อาชญากรรมเป็นหน้าท่ีและความรบั ผิดชอบของตำรวจฝ่ายเดียว โดย

วิธีบังคับใช้กฎหมาย ประชาชนมีสถานภาพเพียงให้การยอมรับกับตำรวจเท่านั้น” เป็นแนวคิดที่ ปฏิบัติ
มาช้านานแล้ว ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาได้มี “การปฏิวัติทางความคิด” เกี่ยวกับบทบาทของ ตำรวจและ
ชุมชนที่เรียนกันว่า “พันธมิตรในเชิงหุ้นส่วน” (Partnership) ในการป้องกันและควบคุม อาชญากรรม
ซึ่งเชื่อกันว่า “การป้องกันอาชญากรรมที่ประสบผลสำเร็จขึ้นอยู่กับชุมชนมากกว่า ตำรวจ” บทบาทของ
ตำรวจและประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมจึงเปลี่ยนแปลงไป จากแนว ความคิดที่ว่าประชาชน
ช่วยเหลือตำรวจมาเป็นตำรวจช่วยเหลือประชาชน ตำรวจจึงมีบทบาทสำคัญ ในการช่วยเหลือชุมชนให้
เข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองและใช้มาตรการควบคุมทางสังคม ในการป้องกัน และควบคุมอาชญากรรม
มากย่งิ ขน้ึ

ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ (2525) ได้กล่าวถึง “การควบคุมอาชญากรรมจากสภาพแวดล้อมหลัก
ทฤษฎีและมาตรการ” ในหนังสือเล่มดงั กล่าว โดยมีจุดมุ่งหมายขอบข่ายการศึกษามุ่งเน้นถึงการ ป้องกัน
อาชญากรรมและควบคุมอาชญากรรมในชุมชนโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการสอดคล้องกับปรัชญา วิทยาดั้งเดิม
กับปรัชญาอาชญาวิทยาเข้าด้วยกัน และเน้นถึงการจัดสภาพแวดล้อม โดยส่งเสริมให้มี การควบคุม
อาชญากรรมซ่ึงจัดว่าเปน็ ภัยต่อสังคม โดยส่วนรวมให้เน้นถึงมาตรการการจัดสภาพ แวดล้อม โดยป้องกัน
อาชญากรรมจากสภาพแวดลอ้ ม โดยใหป้ ระชาชนมคี วามตระหนกั ถงึ การป้องกนั ตนเองจากอาชญากรรม
รวมทั้งการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ Greene (อ้างถึงใน วารสารวิชาการบัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา 2549, น. 31-35) จาแนกแนวทางการป้องกันและปราบปราม
อาชญากรรมของตำรวจ ออกเป็น 4 แนวทาง ไดแ้ ก่

1. การปอ้ งกันปราบปรามอาชญากรรมแบบดง้ั เดิม (Traditional Policing)
แนวคิดการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมตำรวจแบบดั้งเดิม มีลักษณะของการปฏิบัติ

งานที่มีความพยายามที่จะแยกการทำงานของตำรวจออกจากสิ่งแวดล้อมชุมชนและเมือง แนวทาง
ปฏิบตั งิ านในลกั ษณะนี้ ครอบงำการทำงานของตำรวจมานานนับตง้ั แต่ก่อต้ังกรมตำรวจจนมาถึง ปจั จุบัน
และมีแนวโน้มที่จะปฏิบัติต่อไป การปฏิบัติงานเน้นการบังคับใช้กฎหมายและการควบคุม การป้องกัน
ปราบปรามอาชญากรรมตามแนวคิดนี้ ตำรวจมีหน้าที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เท่านั้น กิจกรรม
อื่นนอกเหนือจากนี้ จะไม่ให้ความสนใจ จะสนใจเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับองค์กรตำรวจ ตนเองเท่านั้น
(Inward Looking)

ลักษณะการทำงานของตำรวจในลักษณะนี้จะมีลักษณะตั้งรับ (Reactive) ทำงาน
ตามหน้าที่ของตน มองการทำงานในมุมแคบเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ข้อมูลที่นำมาใช้ใน
การ วางแผนป้องกนั ปราบปรามอาชญากรรม จะมาจากสถติ คิ ดที ี่เกิดขนึ้ ในพนื้ ที่ สถติ ิการรบั แจ้งเหตุผ่าน
ศูนยร์ ับแจ้งเหตุ (เชน่ การโทรหมายเลข 191 ในประเทศไทย) หรือจากคาเรียกร้องของประชาชนที่เข้ามา
มีส่วนเทคนิคที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ได้แก่ การสืบสวนจับกุมในแต่ละคดี การจัดสายตรวจใน พื้นที่ใน
รปู แบบตา่ งๆ อย่างมรี ะบบ ระเบยี บ แต่ในการตรวจ ของสายตรวจนน้ั

68

สังคมสงเคราะหก์ บั การรับมือสถานการณ์ความรนุ แรงในสงั คมไทย

การวัดระดบั ความสำเร็จในการทำงานตามแนวความคิดนี้จะวัดจากตวั เลขสถิติคดีอาญาว่า
ลดลงมากน้อยแค่ไหน ผลการจับกุมเป็นอย่างไร มากขึ้นหรือน้อยลงโดยจะกำหนดเกณฑ์ระดับ
ความสำเร็จไว้ หากผ่านเกณฑ์กำหนด ก็จะถือว่างานบรรลุเป้าหมาย หรือที่ Manning (1979) เรียกว่า
Reflexivity ไว้สำหรับวัดระดับความสำเร็จของความพยายาม โดยมีการกำหนดเกณฑ์จากการวัด
ที่แน่นอน อย่างไรก็ตามแนวทางการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแบบดั้งเดิมนี้ Goldstein (1990)
ใหค้ วามเหน็ ว่าเป็นเพยี งแต่รูปแบบและวธิ ีการทำงาน เทา่ น้นั ไมใ่ ช้การทำงานเพ่ือมุ่งหวังผลลัพธ์ สุดท้าย
(ends) และการวัดความสำเร็จเป็นแต่เพียงการวัดระดับความพยายาม (effort) ไม่ใช้การวัดผลสัมฤทธ์ิ
(results)

2. ตำรวจชุมชน (Community Policing)
แนวคดิ ตำรวจชมุ ชนเกดิ ขน้ึ เพ่ือค้นหาแนวทางสร้างสมดุลระหว่างการทำงานของตำรวจกับ

ชุมชนและสังคม เนื่องจากการทำงานตามแนวความคิดการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแบบดั้งเดิม
ได้รับการวิจารณ์ค่อนข้างมากกว่าเป็นเพียงแค่ความพยายามในการทำงานแต่ผลสัมฤทธิ์ในเรื่อง
ความสงบสุขในสังคมถูกละเลย แนวคิดตำรวจชุมชนจงึ ไดเ้ กิดขึ้นมา เพื่อปรับเปลีย่ นและสร้างบทบาทใน
การทำงานของตำรวจขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะเป็นหุ้นส่วนทางสังคมร่วมกัน (partnership) กับชุมชนใน
การร่วมสร้างสังคม/ชุมชนที่สงบสุข รวมทั้งการกระจายการบริการให้คลอบคลุมพื้นที่มากประชาชนให้
เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน โดยการให้ประชาชนอาสาสมัครมาเป็นตำรวจหมู่บ้าน ร่วมทำงานเคียงคู่
ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ให้ความสำคัญกับแนวคิดตำรวจชุมชนเป็นอย่างมาก โดยจะเห็นได้
จากการกำหนดเป็นยุทธศาสตร์หลักในการทำงาน ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและเชื่อว่าแนวคิด
ตำรวจชมุ ชนจะยังคงมอี ิทธพิ ลต่อการทำงานของตำรวจไทยในกระแสหลกั ไปอีกเวลา

3. การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมตามสภาพปัญหา (Problem-Oriented Policing)
การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของตำรวจไทยในปัจจุบันเป็นไปในลักษณะของ

การเน้นการแก้ปัญหาหาเฉพาะรายมากกว่าเป็นการแก้ไขปัญหาในภาพรวมของสังคม หรือชุมชน
กล่าวคือ เมื่อมีผู้มาแจ้วความร้องทุกข์ หรือเมื่อได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่เดินทางไปตรวจ
สถานทเ่ี กิดเหตุ และสบื สวนติดตามจับกมุ คนร้ายมาดำเนนิ คดี การปอ้ งกันปราบปรามในแนวทางดังกล่าว
นี้ มีลักษณะการทำงานแบบตั้งรับ (Reactive) ตามแนวคิดป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแบบดั้งเดิม
(Traditional Policing) ซึ่งได้ถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องประสิทธิผล (Effectiveness) ของการรักษา
ความปลอดภยั ในชีวติ และทรพั ยส์ นิ ของประชาชนโดยรวมในชมุ ชนและสงั คม

ต่อมาได้เกิดแนวความคดิ ตำรวจชุมชน (Community Policing) เนน้ การสรา้ งหุ้นส่วนร่วม
ทางสังคม (Partnership) ระหว่างตำรวจและทุกภาคส่วนในชุมชน ในการดำเนินกิจกรรมการรักษา
ความสงบเรียบร้อยในชุมชน แต่อย่างไรก็ตามแนวคิดตำรวจชุมชน อาจจะกินความหมายค่อน ข้างกว้าง
รวมความไปถึงกิจกรรมต่างๆ ท้งั ทเ่ี กย่ี วข้องหรอื ไมเ่ ก่ยี วข้องกบั การรักษาความสงบสุขของสงั คม เชน่ การ
ร่วมสร้างอาคารพักผู้มาแจ้งความ การสร้างลานจอดรถในสถานีตำรวจ โดยกำหนด นโยบาย
การพัฒนาบุคลากรตำรวจในสถานีแต่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมตามสภาพปัญหา
(Problem-Oriented Policing) จะมุ่งเน้นที่วัตถุประสงค์เดียวเท่านั้น คือ มุ่งแก้ปัญหาด้านอื่นๆ นั้น
ใหค้ วามสำคัญเปน็ ลำดบั ถดั ไป

69

เอกสารประกอบการประชมุ วิชาการ
โครงการพัฒนาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะห์เนื่องในวนั สงั คมสงเคราะห์แหง่ ชาติ ปี 2565

การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมตามสภาพปัญหา มีแนวคิดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมี
ความตระหนักในสภาพปัญหาให้มากขึ้น สามารถที่จะค้นหาบ่งชี้ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตนเองได้อย่าง
ถูกต้องมีระเบียบและสามารถที่จะค้นหาทางเลือกในการปฏิบัติที่ดีที่สุดส ำหรับแก้ไขปัญหาน้ัน
นั้นหมายความว่า ตำรวจจะต้องมีลักษณะวิเคราะห์มากขึ้น ตำรวจอาจจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร
การทำงานของตำรวจจะมีรูปแบบเช่นใดลักษณะใดขึน้ อยู่กับสภาพปญั หาในพืน้ ท่ีน้ันว่ามีลักษณะอย่างไร
การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมตามสภาพพื้นที่สามารถปิดข้อบกพร่องของการท ำงานตามแนวคิด
การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแบบเดิมที่เน้นแตก่ ระบวนการ วิธีการ และความพยายาม (Means)
โดยตามแนวความคดิ น้เี น้นการปฏบิ ตั ิทั้งกระบวนการ วธิ กี ารความพยายาม (Means) และ ผลสมั ฤทธ์ิขั้น
สุดท้าย คือความสงบสุขของชุมชน (Ends/Results) โดยการหากระบวนการ แนวทางที่ดีที่สุดสำหรับ
แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละชุมชน นอกจากนี้ การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมสำเร็จที่คาดหมาย
อาจเปน็ การชะลอการเกดิ ปญั หาให้ชา้ ลง หรือเมื่อเกิดปัญหาแล้ว จะตอ้ งมีผลกระทบน้อยลง

4. การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมอยา่ งเฉยี บขาด (Zero-Tolerance Poling
ภายใต้แนวคิดการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมอย่างเฉียบขาด เจ้าหน้าที่ตำรวจถูก

คาดหวังว่าจะต้องปฏิบัติการอย่างเฉียบขาดต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
ของผู้ที่จะกระทำความผิด มีความกลัวและไม่กล้าที่จะกระทำความผิด ปรัชญาหลักของแนวคิด คือ
การปฏิบัติการเด็จขาดเพื่อจัดระเบียบชุมชน/สังคม ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนบางครั้งอาจเห็นว่าปัญหา
เล็กน้อย แต่ในอนาคตปัญหาเล็กน้อยเหล่านี้อาจก่อให้เกิดปัญหาที่ยิ่งใหญ่ตามมาได้ เช่น ปัญหาซ่อง
โสเภณี การแพรร่ ะบาดของยาเสพติด ดงั น้ันจำเป็นตอ้ งจดั การขัน้ เด็จขาด

แนวคิดตำรวจชุมชนในมุมองแนวคิดนี้เห็นว่านุ่มนวลเกินไปมุ่งเน้นแต่การสร้างความสัมพันธ์
หากเกิดอาชญากรรมขนึ้ ในพ้ืนท่ีมักจะใช้แนวทางการปรับเปล่ียนภูมิทศั น์ปรบั เปล่ียนสภาพสังคม ซ่ึงอาจ
ไมท่ ันตอ่ เหตุการณ์ในปัจจบุ ัน ประกอบกับชุมชนบางแห่งอ่อนแอเกินกว่าเขา้ มาช่วยตำรวจบริหารจัดการ
อาชญากรรมได้หรือปัญหาการไม่ลงเอยกันระหว่างหน่วยงานในชุมชน หากตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น
แนวคิดนอ้ี าจนาขึ้นมาใชไ้ ม่ได้

ในส่วนของการวัดระดับความสำเร็จของการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมอย่างเฉียบขาด
จะคล้ายกับการวัดระดับความสำเร็จของการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมตามสภาพปัญหา
ผลความสำเรจ็ คล้ายกัน แต่วิธีการนาไปสู่ความสำเรจ็ แตกต่างกนั

แนวคดิ การป้องกนั ปราบปรามอาชญากรรมมีมากมายหลากหลายแนวคิด ไมว่ า่ จะเป็นแนวคิด
แบบดั้งเดิม การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแบบดั้งเดิม (Traditional Policing) แนวคิดตำรวจ
ชุมชนสัมพันธ์ (Community Policing) แนวคิดการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมอย่างเฉียบขาด
(Zero-Tolerance Poling) หรือแนวคิดการปอ้ งกนั ปราบปรามอาชญากรรมตามสภาพปัญหา Problem-
Oriented Policing)แต่ละแนวความคิดมีข้อดี ข้อเสีย และจุดบกพร่องแตกต่างกันออกไป
ซึ่งการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจในปัจจุบันได้มีการดำเนินการครบทุกแนวคิด โดยเฉพาะแบบดั้งเดิม
และแนวคิดตำรวจชุมชนสัมพันธ์ ได้มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและมีอิทธิพลอย่างสูงต่อ
การทำงานของตำรวจในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมตามสภาพปัญหา
ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรและยังขาดการจัดการความรู้อย่างเป็นระบบ จำเป็นที่จะต้องได้รับ

70

สังคมสงเคราะหก์ ับการรบั มือสถานการณ์ความรุนแรงในสงั คมไทย

การศึกษาและพัฒนาอ่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านแนวคิด กระบวนการและบุคลากร ซึ่งจะช่วยสนับสนุน
การทำงานของตำรวจในดา้ นการปราบปรามอาชญากรรมได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

แนวคิดและประวัติของงานสังคมสงเคราะห์ในกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย เมื่อ
พิจารณาลักษณะงานสังคมสงเคราะห์ในกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยพบว่างานสังคมสงเคราะห์
ได้รับอิทธิพลสำคัญจากประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่กระบวนการยุติธรรม
มีการเปลี่ยนแปลงจากแนวคิดการ ลงโทษสู่แนวคิดของการบำบัดและปรบั เปล่ียนพฤติกรรมผู้กระทำผิด
ภาระหนา้ ท่ขี องนกั สังคมสงเคราะหใ์ นกระบวนการยุติธรรมไทยในยุคแรกเริ่มจึงถูกกำหนดให้มหี น้าที่หลัก
ในการช่วยเหลือ สนับสนุน และปกป้องสิทธิของผู้ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาทั้งผู้ที่ตกเป็น
เหยื่อและผู้กระทำผิด นอกจากนี้นักสังคมสงเคราะห์ในการบวนการยุติธรรมของไทยยังมีหน้าที่
จัดโปรแกรมการบำบัดพฤติกรรมและจัดหาบริการและสวัสดิการทางสังคมให้แก่ผู้ที่เข้าสู่กระบวนการ
ยุติธรรมทางอาญาและครอบครัวอีกด้วย งานสังคมสงเคราะห์ในระบบงานยุติธรรมของประเทศไทยมี
จดุ เริ่มต้นทชี่ ัดเจนโดยมลี ักษณะเป็นกองงานในกรมราชทัณฑ์ สงั กดั กระทรวงยุติธรรมและมีตำแหน่งงาน
นักสังคมสงเคราะห์ เมื่อ พ.ศ.2531 โดยแยกตัวมาจากกรมการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ภายใต้
การดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งกองงานสังคมสงเคราะห์ใน
กรมราชทัณฑ์มีภารกิจหลักในการจัดหาสวัสดิการให้กับผู้ต้องขังระหว่างถูกควบคุมตัวในเรือนจำ
และทัณฑสถานทั่วประเทศ นอกจากนี้กองงานฯ ยังเป็นส่วนงานที่ทำหน้าที่จัดโปรแกรมการบำบัดเพ่ือ
เตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้แก่ผู้ต้องขัง และสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานภาคประชาสังคมโดยมี
จุดมุ่งหมายเพื่อเตรียมพร้อมทั้งผู้ต้องขังและชุมชนก่อนที่จะมีการปล่อยตัว ผู้ต้องขังสู่ชุมชนและเป็น
การป้องกันการกระทำผิดซ้ำของผู้พ้นโทษ (กรมราชทัณฑ์, กองงานสังคมสงเคราะห์, 2560; เสาวคนธ์
และคณะ, 2550) นอกจากนี้งานสังคมสงเคราะห์ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศไทย
ยังเป็นส่วนหนึ่งของงาน ฝึกวิชาชีพเด็กและเยาวชนภายใตก้ ารดำเนนิ งานของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและ
เยาวชนทว่ั ประเทศ (กระทรวงยุติธรรม, 2560)

สรุปปัญหาอาชญากรรมในสังคมไทย มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยปกติสุขของสังคม
ทำให้รัฐบาลต้องเพิ่มงบประมาณจำนวนมากในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรและปัญหา
อาชญากรรมนน้ั เปน็ เรอื่ งทค่ี นในสังคมและชุมชน ทุกคน ตอ้ งร่วมมอื รว่ มใจ สามคั คปี รองดอง

เอกสารอา้ งอิง
กริช ปัจฉมิ สวัสด์ิ. (2479). วธิ ปี ฏิบตั เิ พ่ือป้องกันอาชญากรรมโดยทว่ั ไป. วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญามหาบณั ฑิต,

มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์.
กองบัญชาการศึกษา. (2543). คมู่ ือตำรวจหลกั สูตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม. กรงุ เทพฯ:

โรงพมิ พต์ ำรวจ.
เกษมศานต์ โชติชาครพนั ธ์. (2550, 2 กุมภาพนั ธ์). การปอ้ งกันปราบปรามอาชญากรรมตามสภาพปญั หา:

ความท้าทายใหม่ในการปฏิบัติงานระดับสถานี. ราชพฤกษ์ 5(2), 31-35.
โกสิต พมุ่ เกตุแก้ว. (2552). การมีสว่ นรว่ มทางการเมืองของประชาชน: ศึกษาเฉพาะกรณีจงั หวดั

สุพรรณบุร.ี วทิ ยานพิ นธ์ปริญญามหาบัณฑติ , มหาวทิ ยาลยั มหิดล, บัณฑติ วทิ ยาลัย.

71

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพฒั นาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะหเ์ นื่องในวนั สังคมสงเคราะหแ์ ห่งชาติ ปี 2565

จกั รพันธ์ ศักดสิ์ ิทธานภุ าพ. (2552). การมสี ่วนรว่ มในการพัฒนาเทศบาลของคณะกรรมการชุมชน
ในเทศบาล ต.แม่ขะจาน อ.เวียงปา่ เปา้ จ.เชียงราย. รายงานการศกึ ษาอิสระปรญิ ญา
รฐั ประศาสนศาสตรมหาบณั ฑิต, วทิ ยาลัยการปกครองท้องถน่ิ , มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ .

เจิมศกั ด์ิ ปิน่ ทอง. (2526). การระดมประชาชนเพอ่ื พัฒนาชนบท. วารสารเศรษฐศาสตร์ ปริทศั น์, 6(1),
53-68.

ชานาญ คนไว. (2555). การมีสว่ นรว่ มของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารตำรวจ
สถานตำรวจภธู ร อำเภอเมอื งขอนแก่นในการปอ้ งกนั อาชญากรรมของสถานีตำรวจเมือง
ขอนแก่น. การศึกษาคน้ ควา้ อิสระ, มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช.

สำนักงานตรวจแหง่ ชาติ. (2557). การปรบั ปรงุ แบบรายงานคดแี ละการแจง้ หลกั ฐานความผดิ .

72

สงั คมสงเคราะหก์ ับการรับมือสถานการณ์ความรุนแรงในสงั คมไทย

ศูนย์ประสานงานดา้ นเดก็ และสตรีในจงั หวดั ชายแดนภาคใตต้ อ่ การตรวจ
สารพันธกุ รรมเด็ก (DNA) ในพ้นื ทีจ่ ังหวดั ชายแดนภาคใต้

ผศ. ดร. กลั ยา ดาราหะ1

บทนำ
ก่อนอื่นขอทำความเขา้ ใจในความหมายของงานสงั คมสงเคราะห์ในภาพรวม (ณัฏฐณชิ า อมิ่ ไว,

2559) คือ การบริการให้แก่บุคคล เพื่อส่งเสริมให้บุคคลสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข
งานสังคมสงเคราะห์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่มีพลวัต (dynamic) จากการพัฒนาแนวคิดด้านการสังคม
สงเคราะห์ที่เป็นระบบได้เริ่มขึ้นและแพร่ขยายในประเทศที่พัฒนาแล้วก่อนที่จะมีการแพร่ขยายมายัง
ประเทศที่กำลังพัฒนา ในการให้คำจำกัดความของนักวิชาการด้านสังคมสงเคราะห์ของประเทศที่พัฒนา
แลว้ โดยอา้ งจาก จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร (2542) พอสรุปได้ ดงั น้ี

Mary Richmond (1992) ผู้ให้กำเนิดงานสังคมสงเคราะห์เฉพาะราย ให้ความหมายว่า
งานสังคมสงเคราะห์เป็นกระบวนการพัฒนาบุคลิกภาพของคน โดยการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่าง
บุคคลด้วยกัน และระหว่างบุคคลกับสิ่งแวดล้อมทางสังคม รูปแบบที่ปรากฏในขณะนั้นคื อ องค์กร
สาธารณะกศุ ล

Bertha C. Reynolds (1935) ให้คำจำกัดความสังคมสงเคราะห์ว่า หมายถึง เป็นงานที่ช่วยเหลือ
คนในการปรบั ตัวใหส้ อดคล้องกบั ครอบครัว กลมุ่ และชุมชน ฯลฯ

และจากการเกิดสถานการณ์ความไมส่ งบในชายแดนภาคใต้หรือไฟใต้ ของประเทศไทยเร่ิมต้น
ในปลายปี 2544 และเกิดความรุนแรงขึ้นในปี 2547 ในการปล้นปืนเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส และ
เหตกุ ารณค์ วามรุนแรงซง่ึ สว่ นใหญ่อยใู่ นสามจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ปตั ตานี นราธิวาส ยะลาและสอี่ ำเภอ
ในจังหวัดสงขลา อำเภอเทพา อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอนาทวีและอำเภอจะนะ ส่งผลทำให้ผู้คนเสียชีวิต
3,000คน ผู้คนบาดเจบ็ 5,000 คน เกดิ หญงิ หม้ายและเด็กกำพร้า (กลั ยา ดาราหะ, 2016)

และเพ่อื การดูแล ปกปอ้ ง พทิ กั ษค์ ้มุ ครองสิทธิเด็กและสตรีและการพัฒนาคุณภาพชีวิตในส่วน
ของประเทศไทย ในวันที่ 5 กนั ยายน 2555 คณะกรรมการส่งเสริมการพฒั นาสถานภาพสตรี (กสส.) ได้มี
คำสั่งแต่งต้ังคณะอนุกรรมการด้านสตรีกับการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงปลอดภัย ต่อมา 15
ตุลาคม 2558 กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
(พม.) ร่วมกับ UN WOMEN (องค์การเพื่อผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) องค์กรพัฒนาเอกชนด้านผู้หญิง และ
ตัวแทนเครือข่ายผู้หญิงจากภาคประชาสังคมได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนเชิงนโยบาย
โดยมี ดร. สายสุรี จุติกุล ที่ปรึกษาและอนุกรรมการด้านสตรีกับการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง
ปลอดภัยให้ข้อคิดเห็นร่วมกับตัวแทนภาคส่วนต่างๆ สาระสำคัญ คือ การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ
และกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นความสำคัญของมติ 1325 และมติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกำหนด

1 นักวิชาการศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศป.ดส.) ศอ.บต. Email: dkallaya2500
@gmail.com โทร. 087 392 7324 ID:Line dkallaya 2015

73

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพฒั นาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะหเ์ นื่องในวนั สงั คมสงเคราะหแ์ หง่ ชาติ ปี 2565

ทิศทางการนำมติ 1325 มาใช้ในประเทศไทยต่อไปและมีการก่อตั้งศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีใน
จังหวดั ชายแดนภาคใต้ (ศป.ดส.) (ศูนย์อำนวยการบรหิ ารจงั หวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จังหวดั ยะลา)

ศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศป.ดส. จัดตั้งเมื่อวันที่ 10
มิถุนายน 2562 โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และภาคประชาสังคม ร่วมกันปรับปรุงกลไกการทำงานให้เกิดการมี
ส่วนร่วมระหว่างภาคประชาชนสังคมเด็กและสตรี และภาครัฐให้เป็นศูนย์กลางในการประสานและ
ลดช่องว่างเกิดการทำงาน เกิดกระบวนการแก้ไขปัญหาคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและสตรี
อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อันนำไปสู่การกำหนดแนวทางดำเนินงานสอดคล้องตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิ
เด็กเกิดกระบวนการแก้ไขปัญหาคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและสตรีอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
อันนำไปสู่การกำหนดแนวทางดำเนินงานสอดคล้องตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและอนุสัญญาว่าด้วย
การขจัดการเลือกปฏิบตั ติ อ่ สตรใี นทุกรปู แบบ (CEDAW) และมติ UNSCR 1325 ท่ีประเทศไทยนำมาปรับ
ใช้ เรียกว่า มาตรการและแนวทางปฏิบัติด้านสตรีกับการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง) ในงานเปิด
ศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีฯมีท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชามาการทำเปิดพิธีใน
วนั เวลาดงั กล่าว (ศนู ยอ์ ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จงั หวดั ยะลา)

แนวคิด
เป็นศูนย์กลางในการประสานและส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างภาคประชาสังคมด้าน

เด็กและสตรี รวมถึงองค์กรทุกภาคส่วนในรูปแบบของคณะกรรมการ ซึ่งรูปแบบการทำงานที่ประสบ
ความสำเร็จ จำเป็นจะต้องการมีส่วนร่วมจากประชาชนทุกระดับให้เข้ามาร่วมแก้ไขและพัฒนาที่จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ในฐานะผู้มสี ่วนได้เสียใหอ้ ยู่รว่ มดำเนนิ การควบคูก่ ับภาคราชการอยา่ งต่อเนื่องและยง่ั ยืน

ประเดน็ การดำเนนิ งาน
ศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศป.ดส.) เป็นช่องทางการประสาน

และระดมทรัพยากร รับคำร้องและแก้ไขปัญหาเด็กและสตรีที่นำไปสู่ความขัดแย้งและการละเมิดสิทธิ
มนุษยชนและมีเป้าหมาย คือ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมขององค์กรภาคประชาสังคมในการแก้ไขปัญหา
เด็กและสตรีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อพัฒนากลไกกฎหมาย ระเบียบ มาตรการคุ้มครองและ
พัฒนาคุณภาพชวี ิตเด็กและสตรีในจังหวดั ชายแดนภาคใต้ ตามวาระเด็กและสตรี 7 ประการ คอื

1. การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและการเยยี วยา
2. ความรุนแรงทีเ่ กิดตอ่ เด็กและสตรี
3. เด็กและสตรสี ันตภิ าพและความมน่ั คง
4. สุขภาวะของเดก็ และสตรี
5. การเข้าถงึ การบริการภาครฐั ของเด็กและสตรี
6. การมีส่วนรว่ มในการตดั สนิ ใจทกุ ระดบั
7. การยอมรับและความเท่าเทยี มทางเพศ

74

สงั คมสงเคราะหก์ บั การรับมือสถานการณ์ความรุนแรงในสงั คมไทย

บทบาทหน้าที่
1. ประสานและสนับสนุนการทำงานขององค์กรทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ เพ่ือ

สง่ เสริมภารกิจดา้ นการป้องกนั การคมุ้ ครองพิทักษ์สทิ ธ์ิ การฟื้นฟเู ยียวยาแก้ไข การพัฒนาศักยภาพ และ
การมีสว่ นรว่ มของเด็กและสตรใี นทกุ ระดบั ให้นำไปสกู่ ระบวนการแก้ไขในพื้นท่จี งั หวดั ชายแดนภาคใต้

2. ผลักดัน ขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงาน ตามมาตรการและแนวทางปฏิบัติด้านสตรี
กับการสง่ เสริมสนั ตภิ าพและความมน่ั คงและอนุสัญญาวา่ ด้วยสิทธเิ ด็ก รวมทัง้ การแกไ้ ขปัญหาการละเมิด
สิทธิมนุษยชนตอ่ เด็กและสตรีในพ้ืนทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใต้

3. เสนอข้อมูล ปัญหาและข้อเสนอแนะของเด็กและสตรีในมิติทางสังคมตามหลักสิทธิ
มนุษยชนที่อาจนำไปสู่เงื่อนไขความขัดแย้ง เพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางแก้ไขและเสนอหน่วยงานท่ี
เกี่ยวข้อง ฯลฯ และมีนโยบายสาธารณะที่จะผลักดันในประเด็นที่สำคัญ ระเบียบวาระการประชุม
(คณะกรรมการศูนย์ประสานงานด้านเดก็ และสตรีในจังหวดั ชายแดนภาคใต้ (ศป.ดส.), 2564, น. 5)

เรื่องมติการตรวจ DNA ในเด็กในพื้นทีจ่ ังหวัดชายแดนภาคใต้ มติที่ประชุม เห็นชอบที่จะหยบิ
ยกเรื่องนี้ขึน้ มาขับเคลือ่ น และกำหนดพิจารณารายละเอียด จัดเตรียมทำรายละเอียดความเห็น รายงาน
สภาพปญั หา และข้อเสนอในเร่ืองการตรวจ DNA ในเด็กในพืน้ ที่ จชต. เพอ่ื พูดคยุ กับกองอำนวยการรักษา
ความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.) เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องตาม
กรอบวาระเด็กและสตรใี นข้อที่ 1 และเป็นไปตามบทบาทหน้าทขี่ องศูนย์ประสานงานด้านเดก็ และสตรีใน
จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีปรากฏในรายงาน “สถานการณ์เด็กเยาวชนและผู้หญิงชายแดนใต้” พบ
ผลกระทบที่ส่งผลอีกประการที่น่ากังวลในอนาคตอย่างยิ่ง คือ เด็กและเยาวชนคิดเป็นร้อยละ 43 ของ
ประชากรในพน้ื ทีจ่ ังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอสงขลา) เป็นเด็กเล็กถึง
อายุ 17 ปจี ำนวน 720,106 คน หรือคิดเป็น 30% และเยาวชนอายุ 18-25 ปี จำนวน 305,233 คน หรือ
คดิ เป็น 13% ทีเ่ ตบิ โตและใชช้ วี ิตในพ้ืนท่ีเส่ียงความรุนแรง ซงึ่ อาจเกิดขึ้นได้ไมเ่ ลือกเวลาและสถานที่เด็ก
และเยาวชนจึงอยู่ในความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตหรือพิการขึ้น (ดวงหทัย บูรณเจริญกิจ, 2564)
สถานการณเ์ ด็ก เยาวชน และผ้หู ญิงในจงั หวดั ชายแดนใต้

จำนวนเดก็ เยาวชนและประชาชนท่ีอาศยั อยใู่ นสี่จงั หวดั ชายแดนภาคใต้

ที่มา: ระบบสถิติทางการทะเบียน. โดย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน
2564.

75

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพฒั นาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะหเ์ นื่องในวันสังคมสงเคราะหแ์ หง่ ชาติ ปี 2565

นับเป็นเวลา 20 ปี ตั้งแต่สภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติ 1325 ในปี 2543 และ
ประเทศไทยเพิ่งจดั ทำรายงาน “สถานการณ์เดก็ เยาวชนและผ้หู ญิงชายแดนใต้” เป็นผลสำเร็จในปี 2564
และมีข้อคิดเห็นจากงานวิจัยของกัลยา ดาราหะ ภาควิชาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ชี้ให้เห็นว่า การอาศัยอยู่ในพื้นที่ความรุนแรงเด็กอาจต้องเผชิญในสิ่งที่ไม่คาดฝัน เช่น เหตุการณ์เด็ก
นกั เรียน 4 คน เหน็ ครูถูกยิงต่อหนา้ หรอื เหตกุ ารณ์ที่เด็กเห็นแม่ของตนเองถูกชายเอาปืนจ่อศีรษะในบ้าน
ของตนเอง เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพจิตของเด็กอย่างรุนแรง นักจิตวิทยาในพื้นที่ประมาณว่า
บาดแผลทางจิตใจที่เป็นประจักษ์พยานความรุนแรงซึ่งหน้านี้อาจต้องใช้เวลาหลายปีจึงจะ ผ่านพ้นไปได้
และตั้งแต่ปี 2555 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับรายงานว่า (ชนาธิป ตติยการุณวงศ, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม,
การบังคบั เกบ็ สารพนั ธุกรรม (DNA) ในพืน้ ท่ีจังหวดั ชายแดนใต้)

หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ได้ริเริ่มปฏิบัติการบังคับตรวจสารพันธุกรรม
(DNA หรือ “ดีเอ็นเอ”) ซึ่งเป็นสถานการณ์ความรุนแรงที่ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจต่อหน่วยงาน
ความมั่นคงในพื้นที่ และมีการเก็บ DNA ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นจำนวนมาก
โดยพบว่าผู้ถูกเก็บเกือบทุกคนเป็นชาวมลายูมุสลิม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่มักกล่าวอ้างว่าเป็นการเก็บข้อมูล
เพื่อประกอบฐานข้อมูลของหน่วยงานความมั่นคงที่ใช้ในการค้นหาผู้กระทำความผิดในเหตุการณ์
ความรนุ แรงในพน้ื ท่ี

ต่อมาในปี 2562 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากรายงานข่าวและเอกสาร
ราชการ พรอ้ มทั้งลงพ้ืนท่ี สมั ภาษณผ์ ู้ถกู เก็บ DNA จำนวนมากกวา่ 20 คน พบว่า กระบวนการเก็บ DNA
มักใช้วิธีการสุ่มบังคับตรวจ โดยอาศัยวิธีการ เช่น การตั้งด่านตรวจในบางชุมชน การปิดล้อมตรวจค้น
ครัวเรือน หมู่บ้าน หอพัก และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา รวมไปถึง ชุมชนชาวจังหวัดชายแดนใต้
ท่กี รงุ เทพฯ การเก็บมขี ้นั ตอนดงั น้ี

1. เจ้าหน้าที่ (ทหารหรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานความมั่นคงอืน่ ๆ) มักใช้ก้านสำลียาว (ในบาง
กรณี เจา้ หนา้ ทจ่ี ำนำไปชบุ นำ้ ยา) ปา้ ยทีก่ ระพุ้งแก้มสองข้างเพ่ือขูดเอาเย่ือบุกระพงุ้ แก้ม

2. นำตัวอยา่ ง DNA เกบ็ ใส่กลอ่ งทึบสนี ำ้ ตาล รูปร่างคล้ายกลอ่ งยาสฟี ัน
3. เจา้ หน้าท่ีให้เจา้ ของดเี อ็เอเซ็นช่อื ตนเองบนกล่อง
ปฏิบตั ิการดังกล่าวมกั พงุ่ เป้าไปทีห่ มบู่ ้านหรือชุมชนทเี่ จ้าหนา้ ทส่ี งสยั วา่ เกยี่ วข้องกบั เหตุการณ์
ความรุนแรงหรอื มีความเก่ยี วขอ้ งกบั ขบวนการฯ ท้ังนี้ คนที่ถกู ตรวจล้วนเปน็ ประชาชนผูบ้ รสิ ุทธิ์ มิได้เป็น
ผู้ต้องหาตามกฎหมาย (แม้เจ้าหน้าที่อาจมีข่าวกรองว่าเป็นผู้ที่น่าสงสัยก็ตาม) โดยส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่
มักไมไ่ ดข้ อความยนิ ยอมจากผถู้ ูกเก็บและในบางกรณีอาจใหเ้ จ้าของ DNA เซ็นแบบฟอรม์ ยนิ ยอมหลังจาก
กระบวนการตรวจเก็บเสร็จสิ้น ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน 2562 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับ
ข้อร้องเรียนและตรวจสอบ ข้อเท็จจริงว่ามีการบังคับตรวจ DNA ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างน้อย
139 กรณีในพื้นที่ชายแดนใต้ มีตัวอย่างกรณีสำคัญ เช่น การเก็บ DNA เด็กนักเรียนชาวกัมพูชา 30 คน
จากโรงเรียนปอเนาะมัดรอสาตูลฟาละห์ อ.มายอ จ.ปัตตานี1 และ ชาวบ้าน 60 คนจากบ้านแหร
อ.ธารโต จ.ยะลาเปน็ ต้น

76

สังคมสงเคราะหก์ ับการรับมือสถานการณ์ความรนุ แรงในสงั คมไทย

นอกจากการบังคับตรวจ DNA ตามชุมชน ยังมีการบังคับตรวจ DNA ของชายผู้มีภูมิลำเนาอยู่
ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้และสี่อำเภอจังหวัดสงขลาผู้ จำนวนกว่า 19,000 คน ในช่วงเกณฑ์ทหาร
ระหวา่ งวันท่ี 4-11 เมษายน 2563

ในขณะที่ผู้ถูกเก็บ DNA ระหว่างการเกณฑ์ทหารได้เซ็นใบยินยอมก่อนให้เก็บตัวอย่าง DNA
แตส่ ว่ นใหญไ่ ม่ไดร้ บั ข้อมลู อยา่ งเพียงพอว่า DNA น้ันจะถกู นำไปทำอะไร เก็บท่ไี หน ใครเข้าถงึ ได้บ้าง และ
มีกำหนดเวลาในการทำลายตัวอย่างหรือไม่ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าสามารถปฏิเสธการให้ DNA
ได้ในภาพกว้างของสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนใต้ การเก็บตัวอย่าง DNA เป็นหนึ่งใน
กลยุทธ์ของภาครัฐในการปราบปรามความรนุ แรงด้วยวิธีการสอดแนมประชากรในพืน้ ที่เพื่อรวบรวมข่าว
กรอง ซึ่งมาพร้อมกับนโยบายอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน เช่น การเก็บข้อมูลใบหน้าประชากรในพื้นที่ผ่าน
การลงทะเบียนซิมโทรศัพทม์ อื ถอื การถ่ายรปู บตั รประชาชนและทะเบียนรถ เป็นต้น

ส่วนใหญ่ประชาชนไม่ทราบว่าสามารถปฏิเสธได้ และไม่รู้ว่า DNA ที่เก็บไปจะถูกส่งต่อไปที่
ไหนหรือมีผลลัพธ์อย่างไร สะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายความมั่นคงได้รุกหน้าในการเก็บข้อมูลตามแผนปฏิบัติ
ทว่าตามหลักมาตรา 131 และ 131/1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญา ระบุไว้ว่าผู้เก็บต้องเป็น
พนักงานสอบสวน หรือ เจ้าหน้าที่ตรวจชั้นสัญญาบัตร แพทย์และผู้เชี่ยวชาญ และต้องเกี่ยวกับคดี
ความผิดสูงกว่า 3 ปี และต้องได้รับอนุญาตจากผู้ถูกเก็บ หากผู้เสียหายไม่ยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร
ใหส้ นั นษิ ฐานไว้เบ้ืองต้นวา่ ผลตรวจเป็นผลเสียต่อผตู้ อ้ งหาหรือผู้เสียหายนั้นแล้วแตก่ รณี

โดยมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้เสนอให้ต้องเฝ้าระวังการทำงานของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ได้ยึด
หลักการตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อป้องกันการสุ่มเสี่ยงการละเมิดสิทธิไม่ว่าจะเป็นประชาชนในพื้นที่
ชายแดนใตห้ รอื พื้นท่ีอนื่ กไ็ มค่ วรถูกเลือกปฏิบตั โิ ดยไร้มนษุ ยธรรม

นอกจากนี้สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า มีตำรวจแจงปมขอตรวจ DNA ทารก-นักสิทธิโวย
“ละเมิดเด็ก” (สำนักข่าวอิศรา, ตำรวจแจงปมขอตรวจ DNA ทารก-นักสิทธิโวย “ละเมิดเด็ก”, 2565
โดยเจ้าหน้าท่ีที่ไปตรวจค้น เป็นชุดของตำรวจภูธรภาค 9 บ้านที่ไปค้น เป็นบ้านภรรยาของ นายอาหามะ
ยะกี อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง เป็นชาว อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหลบหนี
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม2565ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เข้าทลายฐานพักของกลุ่มก่อความไม่สงบบนภูเขา มีการ
ยิงปะทะกัน ในพื้นที่ ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส แต่กลุ่มก่อความไม่สงบหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าท่ี
เกบ็ หลกั ฐาน DNA ไดจ้ ำนวนหนง่ึ ซึ่งเปน็ ของ นายอาหามะ ยะกี

11 ตุลาคม 2565 เจ้าหน้าที่เข้าค้นบ้าน นางสาว อาเเอเซ๊าะ เพราะทราบว่าเป็นภรรยาของ
นายอาหามะ ยะกี โดยได้เเต่งงานกันเมื่อประมาณ 2 ปีที่เเล้ว มีลูกด้วยกันจำนวน 1 คน เป็นเด็กชาย
อายปุ ระมาณ 11 เดือน แตฝ่ ่ายหญงิ เเจ้งว่า นายอาหมะ ยะกี ผู้เปน็ สามี ไมไ่ ด้กลับบ้านนานเเล้ว ปัจจุบัน
ทำงานอยู่ท่ปี ระเทศมาเลเซยี เจา้ หน้าที่จงึ สงสัยว่าให้การไมต่ รงกบั ความจริงหรือไม่ เพราะมีลกู เล็ก วยั แค่
11 เดือน เหตุการณ์ต่อจากนั้น คือ มีการเชิญไปโรงพัก และพยายามขอเก็บ DNA จากทารก แต่ฝ่ายแม่
เดก็ ไม่ยินยอม

ข้อมูลที่เพิ่มเติม คือ นางสาว อาแอเซ๊าะ ยอมรับว่า ได้ติดต่อกับ นายอาหามะ ยะกี เม่ือ
ประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผ่านทางโทรศัพท์ เเต่เจ้าตัวอ้างว่าโทรศัพท์พังไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเก็บ
ขอ้ มูลคนในบ้าน และเบอร์โทรศัพท์เพ่ือขยายผลตอ่ ไป เจ้าหนา้ ทม่ี องว่า นางสาว อาแอเซ๊าะ ปกปดิ ขอ้ มูล
เพราะระหว่างที่แต่งงานกับ นายอาหามะ ยะกี ฝ่ายชายก็หลบหนีอยู่แล้ว และน่าจะใช้ชีวิตอยู่ในป่า

77

เอกสารประกอบการประชมุ วิชาการ
โครงการพัฒนาสมรรถนะนักสงั คมสงเคราะหเ์ นื่องในวันสงั คมสงเคราะหแ์ ห่งชาติ ปี 2565

จงึ น่าจะลอบกลับมาพบกันจนมีลูก ทางเจ้าหน้าทจ่ี ึงต้องการตรวจดเี อ็นเอ ทารกวัย 11 เดือน เพ่ือยืนยัน
ขอ้ เท็จจริงนี้ แตฝ่ า่ ยหญิงไมย่ ินยอม

“ทมี ข่าวอศิ รา” ไดส้ อบถามเร่ืองน้ีกบั พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผ้บู ัญชาการตำรวจภูธรภาค
9 ระหว่างแถลงผลงานการแก้ไขปัญหาไฟใต้ห้วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดย พล.ต.ท.นันทเดช บอกว่า
ข้อเทจ็ จรงิ เร่อื งน้ี เจ้าหน้าที่ทำไปตามกระบวนการของกฎหมาย และจะเรียกผทู้ ่เี ก่ยี วข้องมาสอบถาม

นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตั้งคำถามกับเรื่องที่เกิดขึ้นว่า
เจ้าหน้าที่จะเก็บ DNA เด็กทารกไปทำไม ในเมื่อเด็กไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เรื่องนี้เป็นปัญหา
การละเมดิ สิทธิความเป็นส่วนตวั และละเมิดสทิ ธเิ ดก็

“สาเหตุที่ต้องการตรวจ ก็เพื่อกดดันให้ฝ่ายหญิงบอกเจ้าหน้าที่ว่าสามีอยู่ที่ไหน เรื่องนี้ขัดต่อ
กฎหมาย และละเมิดสิทธิทั้งแม่ ทั้งเด็กแน่นอน เนื่องจากไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องบอกว่าท้องกับใคร
หรือใครเป็นพ่อเด็ก การเก็บ DNA เด็ก ต้องทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กเท่านัน้ ตามอนุสัญญาว่าด้วย
สิทธิเด็กของสหประชาชาติ และ พ.ร.บ. คมุ้ ครองเด็ก เชน่ ตรวจเพื่อพสิ จู นส์ ัญชาติ ไม่ใช่ตรวจด้วยเหตุผล
แบบนี้” อดีตกรรมการสิทธิฯ กล่าว ทั้งยังมีคำถามเรื่องการเก็บข้อมูล DNA ว่ามีมาตรฐานและรักษา
ความลบั เพยี งใด

อนสุ ัญญาวา่ ด้วยสิทธิเดก็ (Convention on the Rights of the Child: CRC)
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธเิ ดก็ ได้รบั การรับรองโดยสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเมื่อ พ.ศ. 2532 และ

มีผลบังคับใช้ พ.ศ. 2533 อนุสัญญาว่าด้วยสทิ ธิเด็กถือกำเนิดขึ้น ซึ่งอนุสัญญาฯ นี้เป็นข้อตกลงด้านสิทธิ
มนษุ ยชนระหวา่ งประเทศทีไ่ ด้รับการรับรองมากท่ีสุดในโลกถึง 196 ประเทศ ขอ้ ตกลงฉบบั ประวตั ิศาสตร์
นี้คือ การที่ผู้นำทั่วโลกได้มาร่วมให้สัญญากับเด็กๆ ทุกคน ทุกรุ่น ว่าจะให้ความคุ้มครองดูแลอย่างเต็ม
ความสามารถและเท่าเทียมกัน แม้กระนั้น ก็ยังคงมีเด็กๆ และเยาวชนหลายล้านคนทั่วโลกที่ยังตกหล่น
ไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานที่นานาประเทศได้ให้สัญญาไว้จากปัจจัยต่างๆ มากมาย เช่น ความยากจน
ความรุนแรงต่อเด็ก รวมถึงความไม่เท่าเทียม เด็กและเยาวชนเป็นจำนวนมากยังไม่ได้รับโอกาสที่จะมี
บทบาทเขา้ มามีสว่ นร่วม หรือไดร้ ับการรับฟัง แม้จะเปน็ เรอื่ งทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั พวกเขาโดยตรง

“เดก็ ” คือ บคุ คลทม่ี ีอายุต่ำกว่า 18 ปี (เว้นแตก่ ฎหมายของประเทศจะกำหนดไว้เป็นอยา่ งอ่ืน)
เป็นผู้ที่ต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิด้านต่างๆ ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งประเทศไทยลงนาม
ภาคยานุวตั ริ ับรอง เม่ือวันที่ 12 กมุ ภาพันธ์ 2535 นน่ั หมายความวา่ รัฐบาลมพี ันธะผกู พนั ทจ่ี ะดำเนินการ
ใหเ้ ดก็ ๆ ทุกคนในประเทศไมว่ ่าจะเป็นใครก็ตาม ให้ไดร้ บั สทิ ธิเทา่ เทียมกันตามอนุสัญญาฯ รวมท้ังรายงาน
ความก้าวหนา้ การดำเนนิ งานตอ่ คณะกรรมการสทิ ธเิ ด็กแห่งสหประชาชาตดิ ้วย

อนสุ ัญญาฯ ทั้งหมด 54 ขอ้ จะประกอบไปด้วยสาระสำคัญเรื่องสิทธิของเด็ก 4 ด้าน ได้แก่
1. สิทธิที่จะมีชีวิตรอด เริ่มตั้งแต่เมื่อแรกเกิด เด็กๆ มีสิทธิที่จะมีชีวิตรอด ได้รับการจด
ทะเบียนเกิด มีสิทธิที่จะมีชื่อ ได้สัญชาติ และได้รับการเลี้ยงดูจากบิดามารดาของตน ไม่ถูกแยกจาก
ครอบครัว รวมทั้งได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างเหมาะสม โดยรัฐมีหน้าที่ประกันสิทธิเหล่าน้ี และจัดหา
บรกิ ารพ้ืนฐานต่างๆ เพือ่ ใหเ้ ด็กๆ ได้มีชีวติ รอด และเตบิ โตขนึ้ อย่างแข็งแรง ไม่ว่าจะเปน็ การสาธารณสุข

78

สังคมสงเคราะหก์ บั การรับมือสถานการณ์ความรุนแรงในสงั คมไทย

ที่ได้มาตรฐานในยามเจ็บป่วย ในด้านโภชนาการ ก็ต้องมีอาหารที่ดีมีประโยชน์ที่เหมาะสำหรับเด็ก มีน้ำ
ดื่มที่สะอาด ได้อาศยั อยูใ่ นพน้ื ทีช่ ุมชน ที่สะอาด ตลอดจนโอกาสเขา้ ถึงการพฒั นาตอ่ ไปในอนาคต ฯลฯ

2. สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง เมื่อเด็กๆ ได้เกิดและรอดชีวิตมาแล้ว สิ่งต่อมาที่พวก
เขาควรได้รับคือการปกป้องคุ้มครอง คือได้รับความคุ้มครองจากการใช้ความรนุ แรงท้ังร่างกายและจติ ใจ
และยังรวมไปถึงการคุ้มครองจากการใช้แรงงานผิดกฎหมาย การทำงานอันตราย หรือขัดขวางการศึกษา
ในเรื่องสารเสพติด ก็เช่นกัน เด็กๆ จะต้องได้รับการคุ้มครองจากสารอันตราย สารมีพิษ และสิ่งเสพติด
ตา่ งๆ อกี หนงึ่ การใหค้ วามค้มุ ครองทสี่ ำคัญย่ิง ก็คอื คุ้มครองจากการค้ามนษุ ย์ การขายและการลักพาเด็ก
การล่วงละเมิดทางเพศ และการแสวงประโยชน์กับเด็กในทุกรูปแบบ โดยรัฐจะมีหน้าที่ต้องฟื้นฟู
ทั้งร่างกายและจิตใจไดก้ ลบั คนื สู่สงั คมอยา่ งมีศักดิ์ศรอี ีกด้วย

ในแง่ของกระบวนการกฎหมาย แม้จะเป็นเด็กก็มีสิทธไิ ด้รับการช่วยเหลือจากกระบวนการ
ยุติธรรมเช่นกัน และมีลักษณะเฉพาะตัวอีกด้วย นั่นคือ ในทุกขั้นตอนตั้งแต่การให้ปากคำ ตลอดจนถึง
การพิจารณาคดี จะต้องถือประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ สำหรับเด็กที่ถูกพรากจากครอบครัว
จะต้องได้รับการคุ้มครองดูแลอย่างเหมาะสม ตามภูมิหลังทางชาติพันธุ์ ภาษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ของเด็ก ในภาวะสงคราม เด็กๆ ตอ้ งได้รับการคมุ้ ครองจากภัยสงคราม ไมถ่ กู เกณฑ์เป็นทหาร หรือมีส่วน
ร่วมในการสู้รบ ในกรณีที่เด็กเป็นผู้ลี้ภัย จะได้รับการช่วยเหลือ และได้รับการปกป้องคุ้มครองเป็นกรณี
พเิ ศษ

3. สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา เพราะเด็กในวันนี้คืออนาคตของชาติในวันข้างหน้า การศึกษา
และพัฒนาการจึงเป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เริ่มตั้งแต่ที่เด็กๆ จะต้องได้รับบริการพัฒนาปฐมวัย
และได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ได้รับข้อมูลข่าวสารจากสื่อที่หลากหลาย โดยมีพ่อแม่เป็นผู้คอยช่วย
แนะนำ ขณะที่เด็กที่มีความจำเป็นพิเศษ เช่น เด็กพิการ ก็ต้องได้รับการดูแลให้มีชีวิตที่ปกติสุข ได้รับ
โอกาสพัฒนาและการศึกษาที่เหมาะสม ให้สามารถเติบโตพึ่งพาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ ตลอดจน
มีส่วนรว่ มในชุมชน สิทธิด้านการพัฒนานีน้ ี้ยังหมายรวมถงึ การต่อยอดไปสูท่ ักษะเฉพาะตา่ งๆ การพัฒนา
ความสามารถท้ังด้านรา่ งกายและจิตใจ ท่ีจะทำให้เด็กๆ ไดก้ ้าวไปสู่อนาคตทสี่ ดใส และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ตอ่ ไปในอนาคต

4. สิทธิทจ่ี ะมสี ่วนร่วม เด็กๆ ก็คือสมาชกิ คนหนง่ึ ในสงั คม อาจจะตัวเลก็ สักหน่อย แต่ก็มีสิทธิ
ที่จะมีส่วนร่วมอย่างเต็มตัว ทั้งการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี หรือเข้ามามีบทบาทในเรื่องต่างๆ
โดยเฉพาะกบั เรื่องท่สี ่งผลกระทบ หรือมีสว่ นโดยตรงกับตวั เด็กและเยาวชนเอง โดยความคิดเห็นดังกล่าว
ของเดก็ จะตอ้ งไดร้ บั การพจิ ารณาอย่างจริงจังตามสมควรแก่อายุและวฒุ ิภาวะของเด็กคนนน้ั

เด็กและเยาวชนแทบทุกคนมีศักยภาพที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลย ในขณะที่ภาครัฐมีหน้าท่ี
ที่จะเอื้ออำนวยและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนตั้งแต่ระดับชุมชนเป็นต้นไป ทุกภาคส่วน
ก็ควรจะมีบทบาทส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กๆ และเยาวชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม ได้แสดงความคิดเหน็
มีพื้นทีใ่ นการใชศ้ กั ยภาพของตนเอง ท่จี ะสร้างความเปล่ียนแปลงทด่ี สี ู่สังคม

และในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก 2546 หมวด 2 การปฏิบัติต่อเด็ก มาตรา 22 การปฏิบัติ
ต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญและไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็น
ธรรม การกระทำใดเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก หรือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเด็ก
หรอื ไม่ ใหพ้ ิจารณาตามแนวทางที่กำหนดในกฎกระทรวง (พระราชบญั ญัติคุม้ ครองเด็ก, 2546)

79

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพฒั นาสมรรถนะนักสงั คมสงเคราะห์เน่ืองในวนั สงั คมสงเคราะหแ์ ห่งชาติ ปี 2565

ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนางสาวอาแอเซ๊าะ และลูก ซึ่งเป็นเด็กทารกอายุ 11 เดือนน้ัน
คณะกรรมการศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศป.ดส.) ศอ.บต. พร้อม
คณะกรรมการค้มุ ครองสทิ ธิมนุษยชน เจ้าหน้าทยี่ ตุ ิธรรมชมุ ชน ซึง่ เปน็ การทำงานเชิงสหวิชาชีพ ได้เข้าไป
เย่ยี มเยยี นใหก้ ำลงั ใจ สำหรบั ทนายความมุสลมิ ได้เขา้ ไปสอบถามและใหข้ ้อแนะนำเกี่ยวกับสิทธิที่พึงได้รับ
และคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ได้มอบเงิน ของเล่นเด็ก ที่ได้รับการสนับสนุนจาก
UNICEF ผ่านศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะกรรมการคุ้มครอง
สทิ ธมิ นษุ ยชน จะติดตามกรณีขา้ งต้นต่อไป ตำรวจแจงปมขอตรวจ DNA ทารก-นกั สิทธโิ วย “ละเมิดเด็ก”
(สำนักข่าวอศิ รา, 2565)

จากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย
ต่อเด็ก ครอบครัวและบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) ในเด็ก ซึ่งเป็นสถานการณ์
ความรนุ แรงยงิ่ ทำใหเ้ กดิ ความ ไม่ไว้วางใจต่อหน่วยงานความม่นั คงของรฐั มผี ลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ
สังคมของเด็กรวมทั้งผู้ปกครอง ประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ซึ่งมีพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง ที่เด็กควรได้รับ คือ การปกป้อง
คุ้มครองจากการใช้ความรุนแรงทั้งด้านร่างกาย จิตใจและสังคม ซึ่งมีกลไกที่สำคัญในจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ เป็นการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคม คือศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีใน
จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศป.ดส.) ศอ.บต. คือการบริการให้แก่บุคคล เพื่อส่งเสริมให้บุคคลสามารถ
ดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งมีแนวคิดและอำนาจหน้าที่ ที่ทำให้เกิดกระบวนการแก้ไขปัญหา
คุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กต่อเนื่องและยั่งยืน อันนำไปสู่การกำหนดแนวทางดำเนินงาน
ที่สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child: CRC) โดยให้
คำนึงถึงประโยชนข์ องเด็กและการค้มุ ครองให้เด็กปลอดภัยอยา่ งสงู สุด

เอกสารอ้างอิง
ชนาธิป ตติยการณุ วงศ. (2565). มลู นิธิผสานวัฒนธรรม การบังคบั เกบ็ สารพนั ธุกรรม (DNA) ในพน้ื ที่

จังหวดั ชายแดนใต้. สืบคน้ จาก https://voicefromthais.files.wordpress.com/2019/
12/dna1.pdf
ณฏั ฐณิชา อม่ิ ไว. (2559). ความหมายของงานสงั คมสงเคราะหใ์ นภาพรวม. สืบค้นจาก
https://www.gotoknow.org/posts/619859?fbclid=IwAR1UjqS80Z-hDtlom85b-
FrU86LdkvyaXWCJHvGyRCu9kchSam4x0y2BE4M
ดวงหทัย บรู ณเจริญกิจ. (2564). สถานการณเ์ ด็ก เยาวชน และผหู้ ญงิ ในจังหวดั ชายแดนใต้. ศูนย์
ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวดั ชายแดนภาคใต้ (ศป.ดส.) ภายใต้ศูนย์อำนวยการบรหิ าร
จงั หวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ศูนยร์ าชการจังหวดั ชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จงั หวัดยะลา.
พระราชบัญญัติคมุ้ ครองเดก็ 2546. สืบคน้ จาก https://dep.go.th/images/uploads/Downloads/
pdf/888_08.pdf
ศนู ยป์ ระสานงานด้านเด็กและสตรใี นจงั หวัดชายแดนภาคใต้ (ศป.ดส.). (มกราคม 2564). ระเบียบวาระ
การประชมุ , 21. ศนู ย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา.

80

สงั คมสงเคราะหก์ ับการรบั มือสถานการณ์ความรุนแรงในสังคมไทย

สำนกั ข่าวอิศรา. (2565). ตำรวจแจงปมขอตรวจ DNA ทารก-นักสิทธโิ วย “ละเมดิ เด็ก”. สบื คน้ จาก
https://www.isranews.org/article/south-news/south-slide/112781-dnasuspect.
html.

Daraha Kanlaya. (2016). ZAKAT FOR THE ORPHANS IN THE DEEP SOUTH OF THAILAND.
Riveted from https://www.shs-conferences.org/articles/shsconf/pdf/2016/01/
shsconf_psu2016_02002.pdf?fbclid=IwAR2WOKr_YnwsuxmunEruXmJXCDHZFftoSd
6CLJBwvR3teQpsewrYzpJKPU8.

The Active Thai PBS. (2564). 17 ปี เด็กและผูห้ ญิง แบกบาดแผลความรุนแรงชายแดนใต้. สบื ค้นจาก
https://theactive.net/data/women-and-children-in-the-south-border-of-thailand/
?fbclid=IwAR3MumZ39v5LaBsdoifpRLMA6MXTSEUYrThn2vGIHCMmXD3k9Wz1SJQ
ceJQ#.

UNICEF. (2565). อนุสัญญาวา่ ดว้ ยสิทธเิ ด็กคืออะไร. สบื คน้ จาก https://www.unicef.org/thailand/th/
what-is-crc.

81

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพัฒนาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะหเ์ น่ืองในวนั สงั คมสงเคราะห์แหง่ ชาติ ปี 2565

สังคมสงเคราะหก์ บั การรับมอื สถานการณค์ วามรุนแรงในสังคมไทย: บูรณาการทุกฝ่าย
เสริมความแข็งแกรง่ ปอ้ งกันความรุนแรงทวั่ ไทย

สมศรี หาญอนนั ทสขุ 1

บทนำ
หลายปีที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสังคมไทยต้องเผชิญกับความรุนแรงรายวัน รวมถึง

เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐหลายครั้ง มีข่าวสารจำนวนมากบ่งชี้ว่า
ประเทศไทยไม่มีความปลอดภัยได้เหมือนเดิมอีกแล้ว จากผลสำรวจของกระทรวงพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษยร์ ว่ มกับนิด้าโพลแสดงให้เห็นว่าสาเหตุปจั จัยที่ทำใหเ้ กิดความรุนแรง 5 อันดับแรก
(https://www.thailandplus.tv/archives/28698) มาจากสุรายาเสพติด การอบรมเลี้ยงดู การคบเพื่อน
ความเครียด และจากการเหน็ เหตุการณ์บ่อยคร้งั ซึ่งแนน่ อนวา่ พฤติกรรมเรียนแบบในยุคท่ีมีส่ือให้เสพได้
อย่างอิสระงา่ ยดาย 5 อนั ดับแรก ย่อมมาจากสอื่ ออนไลน์ คลิปวีดโี อ ไลฟส์ ด จากการเสพละคร เกมต่อสู้
ยิงปืน และจากข่าวความรุนแรงในปัจจุบัน มิเพียงเป็นการส่งทอดพฤติกรรมการเรียนแบบไปยังเยาวชน
คนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังส่งต่อกันเองในหมู่ผู้ใหญ่ ดังจะเห็นการแสดงออกด้วยการระบายอารมณ์
แสดงอำนาจ ใช้ความรุนแรงทางกาย วาจา ด่าทอ ละเมิดทางเพศ และความขัดแย้งหรือเห็นต่างกนั ทาง
การเมอื ง

นิยามความรนุ แรง (Violence)
หมายถึง การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งอาจจะเกิด

จากธรรมชาติ อุบัติเหตุหรือจากน้ำมือมนุษย์ก็ได้ และยังเป็นตัวสกัดกั้นศักยภาพของชีวิต
(https://www.thailandplus.tv/archives/28698) ....ชะลอการเติบโตทาง สตปิ ัญญา ทำให้ประชาชน
สูญเสียความมั่นใจในการดำรงชีวิต รู้สึกไม่ปลอดภัย และเป็นปัญหาต่อการเจริญพันธุ์อีกด้วย ปฏิเสธ
ไม่ได้ว่าปัญหาที่หมักหมมในชุมชน ส่วนสำคัญมาจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่เข้าไปจัดการปัญหาด้วย
ความรวดเร็ว ปล่อยปละละเลย ได้สร้างภาระให้คนทำงานทางสังคมต้องแบกรับปริมาณงานอันหนัก
หน่วงทั้งก่อนและหลังการเกิดเหตุ เพื่อไม่ให้ครอบครัว ชุมชน และสังคมเข้าสู่สภาวะล่มสลาย และ
ไมเ่ ปน็ การแก้ปัญหาแบบ “วัวหายและล้อมคอก” ผ้เู ขยี นจึงเหน็ ว่าถึงเวลาที่ต้องหยิบยกประเด็นน้ีข้ึนมา
นำเสนอ โดยมีวัตถปุ ระสงค์ ดงั ตอ่ ไปนี้

1. เพื่อเสนอมุมมองการแก้ปัญหาความรุนแรงในเชิงโครงสร้างและในทางปฏิบัติ อย่าง
ตรงไปตรงมา ต่อผู้ทำงานสังคมสงเคราะห์ อาสาสมัคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่รัฐ และ
ฝ่ายการเมือง

1 กรรมการมูลนิธิเพื่อนหญิง ที่ปรึกษาสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และรองประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม
บ้านเลขที่ 101/19 หมู่ 2 หมู่บ้านการจนลักษณ์-เทพศิรินทร์ ถ.กาญจนาภิเษก ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
11130 เบอรม์ ือถอื 081 8105306 Line ID: somsrihan Email: [email protected]

82

สงั คมสงเคราะห์กบั การรับมือสถานการณ์ความรนุ แรงในสงั คมไทย

2. เพื่อนำเสนอการแก้ปัญหา และอุปสรรคที่ส่งผลต่องานสังคมสงเคราะห์ อันเกิดจากการ
ปฏิบัตหิ น้าท่ขี องข้าราชการตำรวจ และทหาร

3. ยกระดับงานสังคมสงเคราะห์ให้มีบทบาทมากไปกว่าการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ขั้นพื้นฐาน โดยมุ่งเน้นการ “ป้องกัน” มากกว่าการปราบปราม แก้ปัญหาที่เหตุ เพื่อไม่ให้เกิด “ความรุนแรง
ซอ้ นความรุนแรง”

ความรนุ แรงในครอบครวั (Domestic Violence)
ขอ้ มลู จากศูนย์ปฏิบตั ิการกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เปดิ เผยวา่ ‘สถติ ิความรุนแรง

ในครอบครัว’ ปีงบประมาณ 2564 ระหว่างเดือน ตุลาคม 2563-พฤษภาคม 2564 มีผู้ถูกกระทำด้วย
ความรุนแรงในครอบครัว 1,492 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง 81% แบ่งเป็น ความสัมพันธ์สามี-
ภรรยา 39 % วัยกลางคน 32.4% และวัยผู้ใหญ่ตอนต้น 32.1% ซึ่งมักไม่ดำเนินคดีสูงถึง 78% (เสวนา
ทัศนะครั้งที่ 12/2564 สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน, ออนไลน์) ปัญหาที่พบ เป็นการทำร้าย
ร่างกายมากที่สุดถึง 64.5% รองลงมาคือ จิตใจ 31.4% และเรื่องเพศ 3.6% ซึ่งมีปัจจัยกระตุ้น คือ ยา
เสพติด สุรา อาการหึงหวง การมีโทสะ การรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจมากกว่า การมีปัญหาสุขภาพทางจิต
และความเครียดทางเศรษฐกิจ

จากข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการฯ เดียวกัน แสดงให้เห็นอีกว่าจำนวนความรนุ แรงจากปี 2561-
2565 จำนวนความรุนแรงในปี 2565 มีมากที่สุด รองลงมาคือ ปีที่แล้วและปีก่อนหน้านี้ตามลำดับ
จึงมีความกังวลอย่างมากว่าความรุนแรงในครอบครัวจะเพิ่มมากขึ้นในปีต่อๆ ไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ
สถานการณ์โรคระบาด ผลกระทบทางเศรษฐกจิ จากสงครามยูเครน-รสั เซีย และจากภยั พิบัตนิ ้ำท่วมใหญ่
ที่กินเวลานาน ปิดช่องทางการทำมาหากิน เครียด-จน-เจ็บ ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป แต่อีกด้านหนึ่ง
มองว่า เป็นเพราะครอบครัวมีขนาดเล็กลง ชนบทเต็มไปด้วยผูส้ ูงวัย ชุมชนมีความอ่อนแอ ติดยาเสพติด
ขาดความอบอุ่น ละเมิดทางเพศกันได้ง่าย ไม่มีคนกลางคอยปกป้องสอดส่องดูแล หรือป้องกันยับยั้งเหตุ
ตา่ งๆ ไดท้ ันท่วงที

จากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อนหญิงระดับจังหวัดของเครือข่ายภาค ทราบว่าขณะนี้
คนในทุกพื้นที่รูส้ ึกไม่ปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเห็นผูป้ ่วยจติ เวชเดินไปมา ปะปนกับคนในหม่บู ้าน
และจากข่าวสารโศกนาฎกรรมในจังหวดั ตา่ งๆ

เมื่อมีกรณีการทำร้ายตนเองและคนในครอบครัวถี่ขึ้น ดังที่พบว่าในปี 2564 คนไทยมีอัตรา
การฆา่ ตวั ตาย สำเร็จอยู่ท่ี 7.8 คนตอ่ แสนประชากร หรอื กว่า 5000 คน (กรงุ เทพธรุ กิจ วันที่ 22 ตุลาคม
2565, ออนไลน์) ทำให้การทำงานของนักสังคมสงเคราะห์และอาสาสมัครถูกเรียกร้องให้หันมาทำงาน
บูรณาการเชิงรุก นอกเหนือจากการทำงานช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ เยียวยาที่ยังเป็นการ คอยตาม
แก้ปัญหากันที่ปลายเหตุ นอกจากกลุ่มเปราะบางที่ถูกทำร้ายดังกล่าวแล้ว ยังมีกลุ่มหลากหลายทางเพศ
ที่มักจะตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อความรุนแรง ดังจะเห็นว่าการเรียกร้องเรื่องความเท่าเทียมของ
กลุ่ม LGBT+ ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ และยังไม่ได้รับการเหลียวแลมาก
เทา่ ทคี่ วร

83

เอกสารประกอบการประชมุ วิชาการ
โครงการพัฒนาสมรรถนะนักสงั คมสงเคราะหเ์ นื่องในวันสงั คมสงเคราะหแ์ ห่งชาติ ปี 2565

นอกจากน้ี ภาคประชาสังคมยังอดหว่ งใยทัศนคติของคนไทยส่วนใหญ่ไม่ไดว้ ่า การไม่ต้องการ
เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหา หรือช่วยกันหยุดยั้งความรุนแรงของบ้านอืน่ บนความเชื่อวา่ “เป็นเรื่องส่วนตัว
หรือเรื่องภายในครอบครัว” เกรงว่าจะได้รับภัยอันตรายในการเข้าไปแทรกแซง หรือแจ้งความไปยัง
ตำรวจแล้วแต่ยังไม่มีการลงไปว่ากล่าว ตักเตือน ดำเนินการทางกฎหมาย จึงเลี่ยงไม่ได้ว่าภาระต้องตก
เปน็ ของนักสงั คมสงเคราะห์ สหวชิ าชีพ NGOs และอาสาสมัคร ท่ีตอ้ งยื่นมือเขา้ ไปชว่ ยเหลอื 2 หาบ้านพัก
ฉุกเฉินเพื่อแยกตัวหลบหลีกไม่ให้ความขัดแย้งพัฒนาไปสู่การเสียชีวิตของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงเห็น
ความจำเปน็ ต้องบูรณาการความชว่ ยเหลือจากหน่วยงานรัฐทเี่ กีย่ วขอ้ งดงั ต่อไปนี้

- อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ทีอ่ ยภู่ ายใตก้ ารดูแลของกระทรวงสาธารณสุข
- อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน (อพม.) และศูนย์
ช่วยเหลือ ของพัฒนาสังคมจังหวัด สายด่วน 1300 ภายใต้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์
- อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร) และศูนย์คัดกรองผู้เสพยาเสพติดระดับตำบล
ภายใต้การดแู ลของกระทรวงมหาดไทย
- อาสาสมัครกระทรวงแรงงาน (อสร.) จากกระทรวงแรงงาน เป็นตน้
นอกจากนั้นจะต้องขอความร่วมมือ ช่วยเหลือจาก นักจิตวิทยา พัฒนาสังคมจังหวัด ตำรวจ
สอบสวน นายอำเภอ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบล กำนนั ผู้ใหญบ่ า้ น เพอื่ ทำงานในเชิงป้องกันความรุนแรง
อยา่ งจรงิ จงั มากขึ้น

ความรุนแรงอนั เกิดจากการกระทำของเจ้าหนา้ ทีร่ ฐั
เป็นที่ทราบกันว่า ภายในแวดวงของตำรวจและทหารซึ่งมีระบบอุปถัมภ์ มีความเหลื่อมล้ำ

เอารัดเอาเปรียบ เล่นพรรคเล่นพวก มักเลือกปฏิบัติ ต่อเจ้าหน้าที่ระดับล่างอยู่แล้วนั้น ยังมีการใช้งาน
ผู้ใต้บังคับบัญชานอกเหนือจากภาระหน้าที่ที่กำหนด และมีการทุจริตประพฤติมิชอบเกิดขึ้นกับทุกกลุ่ม
งาน ทกุ ระดับชัน้ จนกระท่ังขา้ ราชการดีๆ ลาออกจากงานไปไมน่ ้อย ความไมเ่ ป็นธรรมท่เี กิดขึ้นในวงการ
ราชการยังได้บั่นทอนขวัญกำลังใจ สร้างความเคียดแค้น กดดัน ส่งผลต่อสุขภาพจิต ที่อาจหาทางออก
ด้วยการประชดชีวิต ใช้ความรุนแรงต่อตนเอง ต่อผู้บังคับบัญชา หรือต่อคนในสังคม ดังเช่นที่ยกมา 3
กรณีนี้

กรณีท่ี 1 คนร้าย คือ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา กราดยิงประชาชน 31 ศพ บาดเจ็บ 58 คน ท่ี
เมืองโคราช จ. นครราชสีมา เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2563 และวิสามัญฆาตรกรรมเสียชีวิต เป็นเหตุการณ์
สะเทือนขวัญครั้งประวัติศาสตร์ ที่มีสาเหตุจากคำยืนยันจาก พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า
ทหารผู้ก่อเหตุ (https://www.bbc.com/thai/thailand-51454076) "ไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก
ผู้บังคับบัญชาและเครือญาติ" ผู้ก่อเหตุอุกฉกรรจ์รายนี้เป็นนายทหารชั้นประทวนสังกัดกรมสรรพาวุธ
กระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 (บชร.2) ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ชี้ว่า

2 มาตรา 5 ของ พรบ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ระบุว่าผู้ถูกกระทำความรุนแรง
ในครอบครัว หรือผู้ที่พบเห็นหรือทราบการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว มีหน้าที่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ี
เพอื่ ดำเนินการ เมอ่ื กระทำโดยสุจรติ ยอ่ มไดร้ ับความคุ้มครองและไมต่ อ้ งรับผิดทง้ั ทางแพง่ ทางอาญาและทางปกครอง

84

สังคมสงเคราะห์กับการรับมือสถานการณ์ความรนุ แรงในสังคมไทย

มูลเหตุจูงใจมาจากปัญหาขัดแย้งเรื่องค่าซื้อขายที่ดินกับ "นายพัน" ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา และ
"แม่ยาย" อีกทั้งอาวุธที่ใช้ก่อเหตุก็ถูกปล้นจากคลังอาวุธ จนก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วในเรื่อง
มาตรการรักษาความปลอดภัยคลังอาวุธของกองทัพ ความรุนแรงในกองทัพ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ตรวจสอบ
ยาก และมักไม่เป็นข่าว ส่วนใหญ่จะเกิดเหตุจากการลงโทษที่เกินเลย เจ้านายเอารัดเอาเปรียบ
ซ้อมทรมานจากการธำรงวินัย ไปจนถึงการเสียชีวิต และพิการ ในขณะที่พลทหารรับใช้จำนวนมากถูก
ดอ้ ยค่าด้วยการส่งไปรบั ใชค้ รอบครัวผู้บังคับบัญชา และรับใช้ทหารเกษยี ณแล้วไปจนกวา่ นายจะเสียชีวิต
ถือเปน็ ภาระหน้าท่ที ี่ไมเ่ กี่ยวข้องกบั ทหารอาชีพแต่อยา่ งใด

อยา่ งไรกต็ ามกรณีนีเ้ ป็นความรนุ แรงที่ทหารได้ใชอ้ าวธุ ของกองทัพที่ซื้อมาได้ด้วยเงินภาษีของ
ประชาชนไปใช้สังหารประชาชน ที่ถือเป็นความรุนแรงที่โหดร้ายและต้องตรวจสอบอาวุธ ทะเบียน
การเบิกจ่ายยุทโธปกรณ์ หาผู้รับผิดชอบ และตรวจสุขภาพจิตทหารผู้ครอบครองอาวุธทุกคน พร้อม ทั้ง
เรยี กคืนอาวธุ ประจำการของรฐั จากทหารเกษียณดว้ ย

กรณีที่ 2 เป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญในวงการตำรวจเป็นข่าวดังทั้งในประเทศและ
ต่างประเทศเช่นกัน คือเหตุการณ์ผู้ต้องหาคดียาเสพติดถูก พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผู้กำกับโจ้
ประจำ สภ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ และผู้ใต้บังคับบัญชาอีก 5 คน ซ้อมทรมานใช้ถุงดำคลุมหัว
ผู้ต้องหาหลายชั้นจนเสียชีวิตอย่างอนาถ เมื่อ 5 สิงหาคม 2564 แม้ผู้เสียชีวิตมีเพียงคนเดียว ไม่ใช่
การสังหารหมู่ (Mass Killing) แต่พฤติกรรมการใช้ความรุนแรงมีความโหดร้ายทารุณ มีภาพเป็นที่
ประจักษ์จากกล้องวงจรปิดชัดเจน แม้ว่าการซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช่เรื่องใหม่ และตำรวจไทย
ถือวา่ การทรมานเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสอบสวนเพื่อใหผ้ ตู้ ้องหายอมรับสารภาพจนเปน็ เรื่องปกติ
แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำการกล่าวหาตำรวจในเรือ่ งการซ้อมผู้ต้องหาทีเ่ ปน็ รูปธรรม ไม่สามารถที่จะทำ
ให้สำนกั งานตำรวจแหง่ ชาตอิ อกมาปกปอ้ ง หรอื ปฏเิ สธเปน็ อ่นื ไปได้ และยงั เป็นคดีทก่ี ระตนุ้ จติ สำนึกของ
เจ้าหน้าที่ตำรวจถึงการทำงานที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตประชาชน ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นผู้ทำผิดจริงหรือ
ไมก่ ็ตาม

อย่างไรก็ตามคดีผู้กำกับโจ้ได้ทำให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม
การทรมานและการทำให้บุคคลสูญหาย ได้ผ่านสภาทั้งสองสภาได้ด้วยเสียงสนับสนุนที่เป็นเอกฉันท์
คอยเพยี งการลงพระปรมาภิไธยเพ่ือประกาศใชบ้ งั คับเทา่ นนั้

กรณีที่ 3 เป็นเหตกุ ารณส์ ะเทือนขวัญครั้งประวัติศาสตร์ลา่ สุดท่ีเป็นขา่ วไปท่วั โลก เช่นกัน ใน
วันที่ 6 ตลุ าคม 2565 เมื่อ ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ ผ้เู คยรบั ราชการอยทู่ ่ี สภ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู กอ่ เหตุ
สังหารหมู่ในศูนย์เด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์ อ. นากลาง จ.หนองบัวลำภู เสียชีวิต 38 ศพ (เป็นเด็กเล็ก
22 ศพ) ทำให้คนไทยทั่วประเทศและคนทั่วโลกเกดิ ความรู้สึกใจสลาย ตกใจ เหมือนอยากจะบอกกับทุก
คนว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องแตกหักกับความรุนแรง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่เป็นคดีที่น่าเสียดายเมื่อสื่อและ
สังคมได้เชื่อคำสันนิษฐานของฝ่ายตำรวจไปแล้วว่าอดีตตำรวจรายนี้ก่อเหตุเพราะเสพยาเสพติด
จนมุ่งเน้นการรณรงค์ลดความรุนแรงไปที่ประเด็นยาเสพติดเท่านั้น (https://www.ijrforum.org/
content/5427/) ทงั้ ทตี่ รวจจากศพแล้วไม่พบสารเสพตดิ แต่อย่างใด สตช.ยังไม่ไดส้ ืบหาสาเหตุแรงจูงใจ
ที่แท้จริง ส.ต.อ. ปัญญา เป็นคนที่มีการศึกษาดี ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านบอกว่า เมื่อครั้งเขาเป็นเด็กและวัยรุ่น
ก็ดูเปน็ คนเรียบร้อยดี เพิ่งเริม่ เหน็ วา่ มปี ัญหา หลังจากเปน็ ตำรวจแล้ว มีพฤติกรรมก้าวร้าวขึน้ หลังถูกจับ
ข้อหาครอบครองยาเสพติด 1 เมด็ ถกู ดำเนนิ คดีอาญาและถูกไล่ออกจากราชการ กล่าวกนั ว่าเขาวางแผน

85

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพัฒนาสมรรถนะนักสงั คมสงเคราะห์เน่ืองในวนั สังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ปี 2565

จะก่อเหตุใหญ่ใน วันที่ 17 ตุลาคม ซึ่งเป็น วันตำรวจ ที่มีตำรวจผู้ใหญ่ไปชุมนุมทำพิธีในทุกสถานี
แต่ไมท่ ราบว่าเพราะเหตุใดเขาจงึ ไมส่ ามารถรอจนถงึ วนั น้นั ได้

เหตุการณ์นี้จะเป็นอีกกรณีหนึ่ง ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเหมือนไฟไหม้ฟางหรือไม่ นักสังคมสงเคราะห์
ต้องติดตามและร่วมกันถอดบทเรียน ว่าจะหาทางป้องกัน และเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตจำนวน
มากอย่างไร อีกทั้งไม่ทอดทิ้งการเยียวยาจิตใจมารดาของ ส.ต.อ.ปัญญา ที่ถูกสังคมประณามอย่างหนัก
ดว้ ย

เมอื่ ใดกระบวนการยุตธิ รรมฉ้อฉล ความรุนแรงก็จะไดใ้ จ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อใดที่มีคดีความจากความขัดแย้ง ใช้ความรุนแรงกันแล้ว จะเอาใครสัก

คนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้น มันไม่ง่าย หลายกรณีมีความยากพอๆ กับการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ
เพราะเม่อื แจ้งความ ร้องเรียน กนั ไปแลว้ บ่อยคร้ังท่เี จา้ หน้าท่ีรัฐไม่ใส่ใจดำเนนิ คดี ไม่ตดิ ตามนำคนทำผิด
มาลงโทษ หรือแม้กระทั่งไม่รับแจ้งความ ทำเพียงบันทึกประจำวัน ที่ไม่ต้องบันทึกเข้าสู่ระบบ ทำให้
โรงพักมีจำนวนคดีต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อเป็นผลงานเอาใจเจ้านาย รวมทั้งยงั มกี ารค้าคดีความ ยื้อคดี
ให้เนิ่นนาน และเป่าคดีให้ออกไปจากสารบบ โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชน คนยากคนจน
ขณะเดียวกันสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ยังไม่ให้ความมั่นใจกับสังคมเลยว่าต่อจากนี้ไปเจ้าหน้าท่ี
ตำรวจทุกโรงพักจะไม่หาประโยชน์จากการยาเสพติด มีการทำลายยาเสพติดที่ยึดมาอย่างไร จะมี
หน่วยงานอสิ ระตรวจสอบจำนวนทย่ี ดึ มาจริงๆ แคไ่ หน โดยไมถ่ ูกลักลอบเอาไปค้าต่อ เอาไปเสพเอง หรือ
นำไปยัดยาเพื่อรีดไถเงิน กรณีเยี่ยงนี้ย่อมเป็นไปได้ที่ปัญหาความรุนแรงจะเกิดจากเจา้ หนา้ ที่รัฐท่ีเสพยา
และเกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมของประชาชนที่เดือดร้อน ดังนั้นความรุนแรงในลักษณะนี้จึง
ข้ึนอยูก่ บั การปฏบิ ัตหิ น้าทีข่ องตำรวจ จึงมกี ารเรียกร้องรฐั บาลให้ยกเครื่องปฏริ ูปทั้งองคาพยพ ไม่คอยให้
ความรนุ แรงเกิดข้นึ เปน็ ข่าวโด่งดงั เสียก่อนจึงจะขยับตัว หรอื เป็นการแกป้ ญั หาแบบโฉบเฉี่ยวไปมา

บทสรุปและข้อเสนอต่อบทบาทการทำงานสังคมสงเคราะห์เพ่ือลดทอนความรุนแรงในสังคมให้เหลือ
นอ้ ยที่สดุ

หากไม่มองว่างานด้านสังคมสงเคราะห์ และนักสังคมสงเคราะห์เป็นเรื่องของการอำนวย
ความชว่ ยเหลือด้านมนษุ ยธรรม หรอื เปน็ หน่วยงานชว่ ยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กบั ประชาชนเทา่ น้นั ผเู้ ขียน
ขอถือโอกาสนเี้ สนอใหน้ ักสังคมสงเคราะห์ มบี ทบาทเปน็ ส่วนหนึ่งของการแก้ปญั หาในทุกระดับ ไปจนถึง
การแกไ้ ขเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสรา้ งอันเปน็ ตน้ ตอของปญั หาประกอบดว้ ย ดงั นี้

1. เสนอให้นักสังคมสงเคราะห์ติดตามข่าวสารอย่างรอบด้าน ศึกษาบทเรียนที่เกิด ขึ้นใน
ประเทศและต่างประเทศ วิเคราะห์สาเหตุของความรุนแรง การรับมือ ร่วมกับหน่วยงานรัฐและ
ภาคประชาสงั คมทีเ่ กีย่ วขอ้ ง ม่งุ เน้นการทำงานเพอ่ื การ “ปอ้ งกนั ” มากขึ้น

2. นักสังคมสงเคราะห์ต้องเป็นนักสันติวิธี เป็นผู้ฟังที่ดี มีทักษะในการให้คำปรึกษาหารือ
ไม่ดว่ นตดั สนิ พพิ ากษา หรือพดู จาทำร้ายซ้ำเติมความรสู้ ึกของคู่ขัดแย้ง ใช้วธิ กี ารทำงานเสริมพลังชุมชน
ทำการอบรมเชงิ ปฏิบัติการ และหมั่นสร้างกจิ กรรม จัดกลุ่มแลกเปล่ียนระหว่างผู้ประสบปัญหาคลา้ ยกัน
มี group support ให้มากขนึ้

86

สงั คมสงเคราะห์กับการรับมือสถานการณ์ความรนุ แรงในสงั คมไทย

3. ปลุกเร้าให้ทุกคนลุกขึ้นมาดูแลชุมชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง ขอความร่วมมือ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ หน่วยงานทางสังคม หันมาทำงานปกป้องชุมชน สอดส่องดูแล
ความผิดปกติในชุมชน และสร้างกิจกรรมเพื่อเบี่ยงเบนสมาชิกในครอบครัวที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ให้ห่างไกล
อบายมุขทกุ ประเภท

4. ต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมครั้งใหญ่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมได้อย่าง
รวดเร็ว ไม่เลือกปฏิบัติ รับแจ้งความทุกกรณีที่ร้องขอ ทำการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา เริ่มท่ี
การกระจายอำนาจใหต้ ำรวจไปอยู่ใต้บังคับบัญชาของผูว้ า่ ราชการจังหวัด ให้พนักงานตำรวจเป็นคนของ
จังหวัด ที่มีความรักหวงแหนถิ่นฐาน เข้าใจวัฒนธรรมชุมชน ภาษา รากเหง้าของปัญหา ไม่เป็นตำรวจที่
ย้ายมาสงั กดั โรงพกั เปน็ การชวั่ คราวโดยไม่รู้สึกถึงความเปน็ เจา้ ของท้องถ่ินร่วมกัน

5. งานสังคมสงเคราะห์ในยุคใหม่จำเป็นต้องหมายรวมถึงการขอความร่วมมือกับผู้ผลิตสื่อให้
พัฒนา เกม ภาพยนตร์ ละคร และโฆษณา ที่สร้างสรรค์ ไม่ส่งเสริม การบ่มเพาะความก้าวร้าว ปลูกฝัง
ความรุนแรง ละครส่วนใหญ่ของไทยเต็มไปด้วยเรื่องราวของความโลภ โกรธ หลง อาฆาต พยาบาท
มาดร้าย

6. ใช้เทคโนโลยี สื่อโซเชียล ออนไลน์ ทุกแขนง ในการทำงาน เผยแพร่ ข่าวสารข้อมูล
คำขวัญ คู่มือ ที่สามารถเข้าถงึ คนทุกรุ่น ทุกกลุ่มเสี่ยงที่มแี นวโนม้ จะเป็นผู้ก่อเหตุ และผู้ถูกกระทำ ไม่ว่า
จะเกิดข้ึนในครอบครัว หรอื ในทส่ี าธารณะกต็ าม

7. ให้ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน เพื่อให้ทุกคนเคารพสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย
ซึ่งกันและกนั ประเทศไทยลงนามในอนุสัญญาระหวา่ งประเทศของสหประชาชาติ 7 ฉบบั ที่เก่ียวข้องกับ
การสิทธิเด็ก สตรี คนแก่ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส รวมถึงสิทธิในการแสดงออกทางการเมืองอย่างสันติ
และอน่ื ๆ

8. ขอความร่วมมือรัฐบาล องค์กรท้องถิ่น ทบทวนการอนุมัติงบประมาณ ใช้งบให้ตรงจุด
มปี ระสิทธภิ าพ ไมร่ วั่ ไหล ลดขั้นตอนทีย่ งุ่ ยาก เพอ่ื เปดิ ทางให้ผนู้ ำ เครอื ขา่ ย ชมุ ชน เขา้ ถึงงบประมาณได้
ด้วยตนเองมากขึ้น ขณะที่ควรเพิ่มค่าตอบแทนอาสาสมัคร เพิ่มสวัสดิการ เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจให้
คนทำงาน

สุดท้ายนี้ ขอฝากข้อควรระมัดระวังในการถอดบทเรียนทุกครั้งประการหนึ่ง คือ
นักสังคมสงเคราะห์ และอาสาสมัคร จะไม่เป็นผู้ที่รังเกียจผู้ก่อความรุนแรง หรือนักโทษที่ออกจาก
เรอื นจำ จนเกนิ เหตุ อันเป็นการชโี้ ทษไปท่ีคนๆ เดยี ว โดยไม่ดอู งคป์ ระกอบ ปมู หลัง มูลเหตุจูงใจ ช่องว่าง
ทางกฎหมาย และการบิดเบี้ยวของสังคม ควรใช้แนวทางการเยียวยา รักษา เพื่อคืนคนปกติสู่สังคม ไม่
ผลักดันให้ผู้เคยกระทำผดิ ออกไปจากชมุ ชนแบบจนตรอก ไม่มีที่ยนื จนในท่สี ดุ หนั ไปประชดชีวิตด้วยการ
ก่อเหตุซ้ำอีก หรือหนักกว่าเดิม และหาทางเยียวยาผู้เคราะห์ร้ายที่สูญเสียทั้งกายและใจ
ให้กำลังใจเพ่ือให้สามารถดำรงชีวิตอยูไ่ ด้อย่างปกติต่อไป

87

เอกสารประกอบการประชมุ วิชาการ
โครงการพัฒนาสมรรถนะนักสงั คมสงเคราะห์เนื่องในวันสงั คมสงเคราะหแ์ หง่ ชาติ ปี 2565

ภาคผนวก

88

สงั คมสงเคราะห์กับการรับมือสถานการณ์ความรุนแรงในสังคมไทย

โครงการพฒั นาและเสรมิ สมรรถนะกลไกและเครือข่ายการดแู ลทางสงั คมของสหวชิ าชีพ
เพื่อสนบั สนนุ ระบบบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภมู ิ (Social Telecare)

โครงการประชุมวิชาการเนอื่ งในวันสงั คมสงเคราะหแ์ ห่งชาติ ปี 2565
หวั ข้อ “สังคมสงเคราะหก์ บั การรบั มือสถานการณค์ วามรนุ แรงในสังคมไทย”

หลกั การและเหตุผล
จากสถานการณ์การใช้ความรุนแรงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในจังหวัดหนองบัวลำภู โครงการ

พัฒนาและเสริมสมรรถนะกลไกและเครอื ข่ายการดแู ลทางสงั คมของสหวชิ าชพี เพ่ือสนบั สนุนระบบบริการ
สุขภาพปฐมภูมิได้ตระหนักถึงการพัฒนาศักยภาพของนักสังคมสงเคราะห์ร่วมกับสมาคมสภา
การศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมไทย (TASWE) เป็นเครือข่ายสถาบันการศึกษา
สังคมสงเคราะห์ศาสตรแ์ ละสวัสดิการสงั คมไทยจัดตั้งข้ึนเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เกิดขึ้นจาก
การรวมตัวของ 6 สถาบันการศึกษา ปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาที่จัดการเรียนการสอนสังคมสงเคราะห์
ศาสตร์และสวัสดิการสังคมเพิ่มขึ้นเป็น 10 สถาบันการศึกษา ประกอบด้วย 1) มหาวิทยาลัยธรรรมศาสตร์
วิทยาเขตรงั สติ 2) มหาวิทยาลยั ธรรรมศาสตร์ วิทยาเขตลำปาง 3) มหาวทิ ยาลยั หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
4)มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 5) มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต
อยุธยา 6) มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ 7) มหาวิทยาลัยมกุฎราชวิทยาลัย
วิทยาเขตนครปฐม 8) มหาวิทยาลัยมกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น 9) มหาวิทยาลัยราชภัฎ
พิบูลสงคราม พิษณุโลก 10) มหาวิทยาลัยราชภฏั สงขลา สถาบันการศึกษาทั้งหมดผลิตบัณฑิตปีละ 750
คนต่อปี สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย และสมาคมนักศึกษาเก่าสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมมาตรฐาน
การศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม เพื่อสนับสนุนการศึกษา วิจัยและพัฒนาความรู้
เกี่ยวกับงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม และเพื่อส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือการศึกษา
สงั คมสงเคราะหศ์ าสตรแ์ ละสวัสดิการสงั คมระดับชาตแิ ละนานาชาติ

เนื่องจากเมื่อปี 2528 คณะรัฐมนตรีในเวลานั้นได้กำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปีเป็นวัน
สังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
เพื่อเป็นการรำลึกที่พระองค์ได้ทรงอุทิศพระวรกายและสละเวลาให้แก่ประชาชนตลอดมา ดังนั้น
โครงการฯ จงึ ร่วมกับองค์กรวิชาชีพสังคมสงเคราะห์อาทิ 1) สมาคมสภาการศกึ ษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
และสวัสดิการสังคมไทย 2) สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทยและ 3)สมาคมนักศึกษาเก่า

89

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพฒั นาสมรรถนะนักสงั คมสงเคราะห์เนื่องในวันสังคมสงเคราะหแ์ ห่งชาติ ปี 2565

สังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตรจ์ ึงถือโอกาสนีใ้ นการจัดกิจกรรมวันสังคมสงเคราะห์ให้
นักศึกษาของสถาบันการศึกษาที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาและส่งเสริม
มาตรฐานการศึกษาและการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมในสถานการณ์
ความรนุ แรงในสงั คมไทย จงึ ได้จดั ให้มีโครงการประกวดบทความในหวั ข้อ “สงั คมสงเคราะห์กับการรับมือ
สถานการณ์ความรุนแรงในสังคมไทย” เพื่อให้นักศกึ ษา นักสงั คมสงเคราะห์ ผปู้ ฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์
นักวิชาการ ผู้สนใจได้แสดงความคิดเห็นต่องานสังคมสงเคราะห์ที่ตอบสนองต่อบริบทของสังคมไทยใน
การรับมือกับสถานการณ์ความรุนแรงในสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น การใช้ความรุนแรง
ในที่สาธารณะ การใช้ความรุนแรงในครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา ภัยพิบัติ การใช้สารเสพติด การใช้
อาวุธปืน ฯลฯ ในมุมมองและบทเรียนการทำงานที่หลากหลายของนักสังคมสงเคราะห์และสหวิชาชีพ
กิจกรรมนี้ถือเป็นการส่งเสริมให้องค์กรวิชาชีพเปิดพื้นที่การเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน
ร่วมกัน โดยเฉพาะการสนับสนนุ สง่ เสริมให้มีเวทีเรยี นรู้การทำงานใหมๆ่ ของวิชาชีพจากหน่วยงานต่างๆ
และการผลักดันให้เกิดแนวทางการทำงานสังคมสงเคราะห์กับการรับมือสถานการณ์ความรุนแรงใน
สงั คมไทยตอ่ ไปในอนาคต

วัตถปุ ระสงค์
1) เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษา นักสังคมสงเคราะห์ ผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ นักวิชาการ

ผู้สนใจได้แสดงความคิดเห็นต่องานสังคมสงเคราะห์โดยการนำเสนอบทความและเข้าร่วมกิจกรรมของ
โครงการฯ ในการพฒั นาและสง่ เสริมมาตรฐานการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวสั ดิการสังคมไทย

2) เพื่อส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือองค์กรวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการ
สงั คมไทยกบั องคก์ รภาควี ชิ าชพี สังคมสงเคราะห์ใหม้ ีความเข้มแข็งทางวชิ าการ

ผมู้ ีสทิ ธินำเสนอบทความ
1) เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกของสถาบันการศึกษาที่เป็น

สมาชกิ ของสมาคมสภาการศกึ ษาสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์และสวสั ดิการสังคมไทยทยี่ ังไมจ่ บการศกึ ษา
2) เป็นนักสังคมสงเคราะห์ ผ้ปู ฏิบตั ิงานสังคมสงเคราะห์ นักวชิ าการ ผู้สนใจได้แสดงความคิดเห็น

ต่องานสังคมสงเคราะห์โดยการนำเสนอบทความและเข้าร่วมกจิ กรรมของสมาคมฯ ในการพฒั นาและส่งเสริม
งานสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวสั ดกิ ารสงั คมไทย

ประเดน็ และสว่ นประกอบของบทความ
1. เปน็ บทความท่ีเกีย่ วกับประเด็น “สังคมสงเคราะห์กบั การรบั มอื สถานการณ์ความรุนแรง

ในสังคมไทย” ที่ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ท่ีใดหรอื ช่องทางใดมาก่อน หรือไม่อยู่ระหว่างการเสนอลงพิมพ์ใน
สื่อสิ่งพมิ พห์ รอื ในทุกชอ่ งทาง

2. ส่วนประกอบของบทความประกอบด้วย
(1) ชอ่ื เรื่องบทความ
(2) ชื่อ-นามสกลุ ผเู้ ขยี น และสถาบันการศึกษาทส่ี งั กัด

90

สงั คมสงเคราะหก์ บั การรบั มือสถานการณ์ความรนุ แรงในสังคมไทย

(3) สถานทตี่ ดิ ตอ่ /โทรศัพท/์ มอื ถอื /E-mail address/ID line

(4) บทนำ ใหข้ ้อมลู และประเดน็ สำคัญ รวมท้ังวตั ถุประสงค์ของเร่ืองนนั้

(5) เนอ้ื หา ประกอบด้วย ข้อมูลขอ้ เท็จจรงิ ทน่ี ำเสนอ และ ความคดิ เหน็ ของผู้เขยี น

(6) บทสรปุ

(7) หากมกี ารอธบิ ายขอ้ ความของเนอ้ื หาในเน้อื เรื่อง ให้ใชเ้ ชิงอรรถท้ายหนา้ (Footnote)

(8) การอ้างอิงแบบระบบนามปี แทรกในเนื้อหามีรูปแบบดังนี้ (ชื่อ-ชื่อสกุลผู้แต่ง,//

ปที ่พี มิ พ์,//หน้าท่ีใชอ้ า้ งอิง) ตวั อย่าง (ประเวศ วะสี, 2552, หนา้ 100)

(9) เอกสารอ้างอิง ท้ายบทความให้ตรงกับการอ้างอิงในเนื้อหา โดยเขียนในรูปแบบ

การเขียนเอกสารอ้างอิงแบบ APA 6

3. ความยาวของบทความ 5-10 หน้าพิมพ์ (กระดาษพิมพ์ขนาด A4) ต้นฉบับพิมพ์ด้วย

โปรแกรม MS-Words for Windows อักษรภาษาไทย พมิ พด์ ว้ ย TH Sarabun PSK ขนาดตัวอกั ษรดงั น้ี

(1) ช่อื เรอื่ งมขี นาดอักษร 16/ตวั หนา (ไว้ตรงกลางของหน้าพมิ พห์ นา้ แรก)

(2) ชื่อ-นามสกุลผู้เขียน ขนาดอักษร 16/ปกติ (ไว้ชิดขวาของหน้าพิมพ์บรรทัดต่อมาของ

ชอ่ื บทความ)

(3) ที่อยู่ติดต่อ Email address เบอร์โทร มือถือ และ ID line ขนาดอักษร 14/ปกติ (ใช้

เครือ่ งหมายทำเชิงอรรถทา้ ยหน้าแรก (Footnote))

(4) เนือ้ หาของบทความ และการอ้างอิงแทรกในเนื้อหา ขนาดอกั ษร 16/ปกติ

(5) การอ้างอิง (Footnote) ขนาดอักษร 14/ปกติ

(6) เอกสารอ้างอิงหรือบรรณานกุ รมท้ายบทความ ขนาดอักษร 16/ปกติ

(7) พมิ พห์ น้าเดียวแบบ 1 คอลัมน์ กน้ั บน 1.27 ซ.ม. ล่าง 1.27 ซ.ม.-ซ้าย 2 ซ.ม. ขวา 2 ซ.ม.

4. หลกั เกณฑก์ ารพิจารณาบทความ 100 คะแนน

(1) ความถูกตอ้ งทางวชิ าการ 20 คะแนน

(2) การวเิ คราะห์และสังเคราะห์ 20 คะแนน

(3) ความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์ 20 คะแนน

(4) การประยกุ ต์ไปใช้ประโยชน์ 30 คะแนน

(5) การอา้ งอิงทางวิชาการ 10 คะแนน

5. บทความวชิ าการ/บทความวจิ ัย ประกอบด้วย

(1) ชอ่ื เรอ่ื ง บทคดั ย่อ

(2) บทนำ

(3) ขอ้ มูล/ขอ้ เท็จจรงิ

(4) แนวคดิ /ทฤษฎีทเ่ี กี่ยวขอ้ ง

(5) ระเบียบวิธวี ิจัย (กรณบี ทความวจิ ยั )

(6) ผลการศึกษา ความคดิ เห็นของผูเ้ ขยี น

(7) บทสรุปและขอ้ เสนอแนะ

(8) รปู แบบ ตวั อักษร ถกู ตอ้ งตามทีก่ ำหนด

91

เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ
โครงการพฒั นาสมรรถนะนักสงั คมสงเคราะห์เน่ืองในวันสงั คมสงเคราะห์แหง่ ชาติ ปี 2565

6. ผลการพิจารณาเป็นการรวมคะแนนของผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน 300 คะแนน บุคคลที่ได้รับ

คะแนนสูงสุดลดลำดับรองมา โดยมี 5 รางวัลจะได้รับวุฒิบัตร และได้เงินรางวัลรวม 12,000 บาทต่อ

องคก์ ร ดงั น้ี

รางวัลที่ 1 5,000 บาท

รางวลั ท่ี 2 3,000 บาท

รางวลั ที่ 3 2,000 บาท

รางวลั ชมเชย 2 รางวลั ๆ ละ 1,000 บาท

7. เนือ้ หา หรือ ข้อความในบทความถอื เป็นความคดิ เหน็ ส่วนตวั และอยู่ในความรบั ผดิ ชอบของ

ผเู้ ขียน โดยองคก์ รเครือขา่ ย 3 องคก์ ร ได้แก่ สมาคมสภาการศกึ ษาสงั คมสงเคราะหศ์ าสตรแ์ ละสวสั ดิการ

สังคมไทย ร่วมกับสมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย และสมาคมนักศึกษาเก่า

สงั คมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตรผ์ ทู้ รงคุณวฒุ ไิ ม่จำเปน็ ตอ้ งเห็นพอ้ งด้วย

8. สมาคมสภาการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมไทย สมาคมนักสังคม

สงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย และสมาคมนกั ศึกษาเก่าสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์

ขอสงวนสทิ ธใ์ิ นการเผยแพร่บทความทส่ี ่งเข้าประกวด ท้งั ทางสอื่ สง่ิ พิมพแ์ ละทุกช่องทาง

9. ผู้เขียนที่ได้รับรางวัลต้องมานำเสนอบทความผ่านออนไลน์ในวันที่มีการประชุมของ

คณะกรรมการสมาคมสภาการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมไทย สมาคมนักสังคม

สงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย และสมาคมนักศกึ ษาเก่าสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์

ซ่งึ จะแจ้งใหท้ ราบภายหลัง

10. การสง่ บทความเข้าประกวด ให้สง่ เปน็ ไฟล์ Words และ PDF

มาท่ี Email: [email protected] ภายในวันที่ 21 ตลุ าคม 2565

11. ผทู้ รงคุณวฒุ ิประเมินบทความวันที่ 22-28 ตุลาคม 2565

12. ประกาศผลวนั ท่ี 29 ตุลาคม 2565

13. กิจกรรมวันงานวนั ที่ 31 ตุลาคม 2565

องคก์ รรบั ผดิ ชอบโครงการ
1) โครงการพัฒนาและเสริมสมรรถนะกลไกและเครือข่ายการดูแลทางสังคมของสหวิชาชีพ

เพอ่ื สนบั สนุนระบบบรกิ ารสุขภาพปฐมภมู ิ
2) สมาคมสภาการศกึ ษาสงั คมสงเคราะหศ์ าสตรแ์ ละสวสั ดิการสงั คมไทย
3) สมาคมนกั สังคมสงเคราะหท์ างการแพทย์ไทย
4) สมาคมนักศกึ ษาเกา่ สงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์

ผ้รู ับผิดชอบและผู้ประสานงาน รศ.ดร. จตุรงค์ บณุ ยรัตนสนุ ทร มือถือ: 089-0571755
Email: [email protected]


Click to View FlipBook Version