รายงานการศึกษาค้นคว้าอิสระ เรื่อง การเรียนออนไลน์ โดย 1.นายกฤตยชณ์ อินทรชูติ เลขที่ 6 ม.5/8 2.นายกฤษฎากรณ์ ยานะวิมุติ เลขที่ 8 ม.5/8 3.นายณัฐชนน ศรีเพชรทอง เลขที่ 9 ม.5/8 4.นายวิศรุต บุญสุข เลขที่ 10 ม.5/8 5.นางสาวจันทิมา มณีโชติ เลขที่ 18 ม.5/8 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.8 รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของ รายวิชา I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (IS1) ตามหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนพัทลุง จังหวัดพัทลุง ภาคเรียนที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2565
รายงานการศึกษาค้นคว้าอิสระ เรื่อง การเรียนออนไลน์ โดย 1.นายกฤตยชณ์ อินทรชูติ เลขที่ 6 ม.5/8 2.นายกฤษฎากรณ์ ยานะวิมุติ เลขที่ 8 ม.5/8 3.นายณัฐชนน ศรีเพชรทอง เลขที่ 9 ม.5/8 4.นายวิศรุต บุญสุข เลขที่ 10 ม.5/8 5.นางสาวจันทิมา มณีโชติ เลขที่ 18 ม.5/8 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.8 รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของ รายวิชา I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (IS1) ตามหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนพัทลุง จังหวัดพัทลุง ภาคเรียนที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2565
ก คำนำ รายงานเล่มนี้่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา I30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อให้ได้ศึกษาหา ความรู้ในเรื่่องการเรียนออนไลน์และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียน คณะผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่กำลัง หาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดทำ วันที่ 15 กันยายน 2565
ข สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญ 1 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1 1.3 สมมติฐาน 2 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2 1.5 ขอบเขตของการศึกษา 2 1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ 2 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 3 2.1.1 การจัดการเรียนรู้ออนไลน์ วีถีที่เป็นไปทางการศึกษา 3 2.1.2 การจัดการเรียนรู้ทางออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล 5 2.1.3 การบริหารจัดการการเรียนการสอน ภายใต้สถานการณ์ COVID - 19 6 2.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 6 บทที่ 3 วิธีดำเนินการศึกษา 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 8 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 8 3.3 การสร้างเครื่องมือ 9 3.4 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 9 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 9 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 10 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศึกษา 11 5.2 อภิปรายผลการศึกษาค้นคว้า 11 5.3 ข้อเสนอแนะ 11 บรรณานุกรม 12 ภาคผนวก 13
1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญ แนวคิด ของการจัดการเรียนออนไลน์มาจากแนวคิด ของการเรียน การสอนทางไกล (Distance learning) ซึ่ง มีมากกว่า 100 ปี เริ่มจากการเรียนทางไปรษณีย์เมื่อ ปีค.ศ.1840 มีการรับส่งบทเรียนผ่าน ระบบไปรษณีย์เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่ห่างไกลได้เรียน แต่ประสบปัญหาในการติดต่อที่ใช้เวลานานและ บางครั้งเอกสารสูญหายระหว่างทาง ต่อมามีการเปิด Home-study program ทาง ไปรษณีย์สำหรับผู้ที่ ต้องการเรียนนจากบ้านหรือ ผู้ที่อยู่ห่างไกล สถานศึกษา จนถึงปัจจุบัน มีการเปิดสอนในลักษณะ มหาวิทยาลัยเปิดที่ผู้เรียนไม่ต้องมาเรียนในห้องเรียน การเรียนผ่านระบบเครือข่ายออนไลน์มีการใช้คำว่า Online training หรือ Online learning ซึ่ง Online training เป็นส่วนนหนึ่ง ของ e-Learning eLearning มาจากคำ ว่า Electronic learning หรือ Online learning เป็นการทำงานในลัก ษณะ Technology-based learning เป็นกระบวนการเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต เสมือนกการเรียน ในห้องเรียนแต่ เป็นการส่งเนื้อหาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งรวมถึงอินเทอร์เน็ต จึงเป็นการผสมผสานการเรียนรู้และ เทคโนโลยีเข้าด้วยกัน มีการติดต่อโดยตรงระหว่างผู้เรียนและผู้สอน ซึ่งการติดต่อหรือการ ปฏิสัมพันธ์(Interactivity) ระหว่างผู้เรียนและผู้สอน นี้เป็นหัวใจของ e-Learning ดังนั้น การใช้เทคโนโลยี e-Learning จึงเป็นการถ่ายทอดเนื้อหาผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่า จะเป็นคอมพิวเตอร์เครือข่าย อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต หรือ ทางสัญญาณโทรศัพท์หรือ สัญญาณดาวเทียม(Satellite) ก็ได้ ซึ่งเนื้อหาบทเรียนได้บันทึกไว้ในรูปแบบใหม่ ลักษณะของ e-Learning เป็นการเรียนรู้อย่างไม่เป็นทางการ ช่วยให้ผู้เรียนเลือกเรียนในเวลาที่สะดวก มีความรวดเร็วและประหยัดค่า ใช้่จ่ายในการเรียนรู้หรือฝึกอบรมเป็นการ แลกเปลี่ยน ความรู้ระหว่างผู้เรียนและผู้สอนและประหยัดเวลา ทำให้เกิดความสะดวกในการเรียนรู้หรือฝึกอบรมในระหว่างการทำงาน เป็นการเรียนนรู้ที่สามารถพัฒนา ประสิทธิทภาพของตนเองได้ดียิ่งขึ้น แต่เนื่องจากไม่สามารถจำกัดและควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนทุกคน ได้หรือนักเรียนมีความไม่พร้อมทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1.2.1 เพื่อศึกษาปัญหาของการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ 1.2.2 เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาให้เข้ากับสถานการณ์การเรียนการสอนออนไลน์
2 1.3 สมมติฐาน 1.3.1 เนื่องจากสถานการณ์ของโรคระบาดโควิด-19 จึงทำให้การจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน อาจจะทำให้ เกิดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรคได้จึงจำเป็นต้องจัดการเรียนการสอนออนไลน์และ อาจเกิดปัญหาในการเรียน 1.3.2 หาวิธีแก้ปัญหาที่เกิดจากการเรียนออนไลน์ 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.4.1 ทราบสาเหตุและปัญหาการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ 1.4.2 สามารถแก้ไขปัญหาในการเรียนออนไลน์ได้ 1.4.3 สามารถนำข้อมูลที่ค้นคว้ามาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ 1.5 ขอบเขตของการศึกษา 1.5.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1.5.1.1 ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ ประชากรนักเรียนโรงเรียนพัทลุง 1.5.1.2 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนโรงเรียนพัทลุง ชั้นม.5.8 จำนวน 25 คน 1.5.2 ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา 1.5.2.1 ตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้น คือ รูปเเบบการเรียนการสอน 1.5.2.2 ตัวแปรตาม คือ ความรู้และทักษะที่นักเรียนได้รับ 1.5.3 รูปแบบการศึกษา คือ การวางแผนและดำเนินการ 1.5.4 ระยะเวลาการดำเนินการศึกษา เดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม ปี2565 1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ 1.6.1การเรียนออนไลน์หมายถึง การจัดการเรียนการสอนจากทางอินเทอร์เน็ตจากระยะไกล
3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง การเรียนออนไลน์ คณะผู้ศึกษาได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่ เกี่ยวข้อง ดังนี้ 2.1 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 2.1.1 ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเรียนออนไลน์ของเด็กไทย ในช่วงการระบาดของโรคโค-วิด-19 2.1.2 การจัดการเรียนรู้ทางออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล 2.1.3 การบริหารจัดการการเรียนการสอน ภายใต้สถานการณ์ COVID - 19 ระดับมัธยมศึกษา พื้นที่โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต เขตพระโขนกรุงเทพมหานคร 2.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.2.1 รายงานวิจัยปัจจัยที่มีผลต่อการเรียนออนไลน์ในสถาณการณ์วิกฤตCOVID-19 2.1 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 2.1.1 ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเรียนออนไลน์ของเด็กไทย ในช่วงการระบาดของโรคโค-วิด-19 นรรัชต์ ฝันเชียร เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอม กลายเป็นรูปแบบการเรียนกรสอนที่หลายโรงเรียนจำใจต้องนำมาใช้ เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาด ของโรคโควิด 19 ที่ยังไม่มีทีท่าจะลดความรุนแรงลง จากจุดที่เริ่มต้นการระบาดระลอกนี้ในช่วงเดือนเมษายน จนมาถึงเดือนนี้ หลายโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงก็ยังไม่สามารถเปิดเรียนได้ตามปกติ และเพื่อไม่ให้การจัดการด้าน การศึกษาต่าง ๆ ต้องชะงักเหมือนเช่นที่ผ่านมา หลายโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง และรวมถึงโรงเรียนที่มีความ กังวล จึงได้ใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนออนไลน์แทนการจัดการเรียนการสอนแบบเดิมเพื่องานของโรงเรียน สามารถการดำเนินการไปได้ และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นจนนักเรียนสามารถมาเรียนที่โรงเรียนได้เมื่อไหร่ ก็จะ สามารถจัดการเรียนการสอนต่อไปได้เลย โดยไม่ต้องมาเริ่มต้นใหม่ อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าเราจะมีประสบการณ์ ในการเรียนการสอนออนไลน์มาแล้ว ตั้งแต่การระบาดในครั้งแรก ๆ แต่การมีประสบการณ์มาก่อนก็ไม่ได้ หมายความว่า การจัดการเรียนการสอนออนไลน์จะไม่มีปัญหา เพราะถึงอย่างไร สิ่งนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องใหม่ สำหรับการศึกษาไทยที่ยังคงยึดติดกับการเรียนรู้ในห้องเรียน ซึ่งหลังจากที่ดำเนินการจัดการเรียนการสอน ออนไลน์มาได้สักพัก ก็พบปัญหการเรียนออนไลน์ของเด็กไทยที่น่ากังวลหลายอย่าง
4 #1 ขาดแคลนอุปกรณ์ในการเรียนรู้ ภาพการศึกษาออนไลน์ที่หลายคนมองเห็นในอุดมคติคือการที่นักเรียนนั่งเรียนกับอุปกรณ์สื่อสารส่วนตัว ไม่ว่า จะเป็นสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต อย่างตั้งใจและขะมักเขม้น แต่ความเป็นจริงแล้ว นักเรียนทุกคนไม่ได้มี อุปกรณ์สื่อสารเป็นของตัวเอง และซ้ำร้ายบางครอบครัวที่มีบุตรหลานหลายคน พวกเขาอาจจะต้องแบ่งกันใช้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สะดวกอย่างมากในการเรียนรู้ #2 สัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่ดี ประเทศไทย แม้จะเป็นประเทศที่มีการเติบโตในเรื่องของเทคโนโลยีการสื่อสารที่ค่อนข้างสูง แต่หลายพื้นที่ โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดารกลับเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้น้อยกว่าในเมืองหรือชุมชนใหญ่มาก ทำให้นักเรียนหรือ แม้แต่ครูผู้สอนที่อยู่ในถิ่นทุนกันดาร หรือแม้แต่นักเรียนบางคนที่อยู่ในพื้นที่อับสัญญาณ ไม่สามารถใช้งาน อินเตอร์เน็ตได้ และส่งผลให้ไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ด้วย #3 สัญญาณอินเตอร์เน็ตมีราคา ประเทศไทยเราถึงจะมีสัญญาณไวไฟฟรีเพื่อประชาชน แต่นั่นไม่เพียงพอสำหรับการเรียนออนไลน์ นักเรียนจึง จำเป็นต้องใช้บริการอินเตอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์สื่อสารจากผู้ให้บริการเครือข่ายการสื่อสารต่าง ๆ ถึงแม้ว่าแต่ละ ค่ายจะออกโปรโมชั่นเพื่อสนับสนุนการเรียนออนไลน์ ในราคาที่ไม่สูงนัก แต่ก็อย่าลืมว่าการใช้จ่ายออกไปก็คือ ภาระที่เพิ่มขึ้นมาของครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ #4 การขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้เครื่องมือสำหรับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ สิ่งนี้เกิดขึ้น ทั้งฝั่งครูสอน และรวมถึงฝั่งของนักเรียนด้วย เพราะตั้งแต่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดมา ทั้ง ครูผู้สอนและนักเรียน ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รับการฝึกอบรมในการเรื่องการเรียนการสอนออนไลน์กันอย่างจริงจัง เลย ไม่มีแม้แต่การเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ ซึ่งความจริง โรงเรียนควรมีการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ควบคู่กับการเรียนการสอนตามปกติได้แล้ว เพื่อให้ทั้งครูผู้สอนและนักเรียนมีประสบการณ์ในเรื่องนี้อย่าง จริงจัง สิ่งนี้นับเป็นเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้การศึกษาออนไลน์ของไทยยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร #5 ไม่ได้รับความร่วมมือที่ดีจากผู้ปกครอง ในกรณีของนักเรียนชั้นเล็ก การเรียนออนไลน์จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ปกครองจะต้องช่วยเหลือและให้การ สนับสนุนนักเรียนในการเรียนรู้ แต่ด้วยสภาพปัญหาและความจำเป็นหลายอย่าง ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็มักจะ ไม่มีเวลาดูแล เพราะต้องทำงาน ยิ่งสถานการณ์ในช่วงนี้ผู้ปกครองก็ต้องลำบากกว่าปกติ มันจึงเป็นปัญหาที่น่า เห็นใจเป็นอย่างยิ่ง #6 นักเรียนไม่ให้ความร่วมมือในการเรียนออนไลน์ เป็นเรื่องธรรมดาที่นักเรียนบางคนอาจละความสนใจจากการเรียน แต่ด้วยความที่เป็นการเรียนการสอน ออนไลน์ ทำให้ครูผู้สอนกวดขันและติดตามนักเรียนได้ยาก บางคนไม่เข้าคลาส หรือเข้าคลาสแต่ก็ปิดการ สื่อสารต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน #7 ขาดสื่อการเรียนการสอนที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการสอนของครูผู้สอน สื่อการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอออนไลน์และมีประสิทธิภาพนั้นมีน้อย และถึงจะมี ส่วนใหญ่ก็เป็นสื่อที่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าบริการในการใช้งาน ซึ่งทำให้ครูผู้สอนทั่วไปไม่มีโอกาสนำมาใช้ ครั้น4
5 พอจะสร้างขึ้นเอง ทักษะของครูผู้สอนในการสร้างสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพนั้นก็อาจไม่ เพียงพอ ทำให้ได้สื่อการเรียนการสอนที่ไม่สามารถจูงใจนักเรียนได้เท่าที่ควร #8 กิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนไม่สอดคล้องกับการเรียนออนไลน์ หลายวันมานี้ นักเรียนส่วนใหญ่มักประสบปัญหากับกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูผู้สอนบางท่านให้ทำหลังจากการ เรียนออนไลน์ ซึ่งบางกิจกรรมนั้น เป็นกิจกรรมที่ทำได้ยากและไม่เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาด เช่น ให้เด็กทำงานกลุ่มร่วมกัน หรือ ให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ให้นักเรียนต้องออกจากบ้าน ซึ่งส่งผลให้นักเรียนมี ความเสี่ยงและทำให้พวกเขารู้สึกไม่อยากเรียนออนไลน์มากขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเรียนออนไลน์เหล่านี้ เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรหาแนวทางในการ ส่งเสริมและแก้ไขอย่างเหมาะสม เพื่อพัฒนาให้การเรียนการสอนออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพและสามารถใช้ ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ซึ่งในอนาคตการเรียนการสอนออนไลน์ควรจะเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ ตามปกติควบคู่กับการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน ซึ่งจะช่วยให้การศึกษาไทยพัฒนาสอดคล้องกับ กระแสสังคมโลกมากขึ้น อย่างไรก็ดี การเรียนการสอนออนไลน์แบบครูผู้สอนพบนักเรียนนั้น ไม่ใช่รูปแบบเดียวสำหรับการจัด การศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะมีทั้งการให้นักเรียนรับใบงานไปทำที่บ้าน การเรียน ผ่านสื่อทางไกล หรือแม้แต่การเรียนกับบทเรียนออนไลน์สำเร็จรูป ให้โรงเรียนได้เลือกใช้เพื่อส่งเสริมการ เรียนรู้ให้กับนักเรียนในความดูแลตามบริบทที่เหมาะสม ซี่งก็ขึ้นอยู่กับว่าโรงเรียนจะจัดเช่นไรให้เหมาะสมกับ นักเรียนและบริบทของโรงเรียน 2.1.2 การจัดการเรียนรู้ทางออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล โดย... ดร. เจริญ ภูวิจิตร์ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ การจัดเรียนการเรียนรู้ทางออนไลน์ในยุคดิจิทัล เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงวิธีเรียนที่ เป็นอยู่เดิมเป็นการเรียนที่ใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าสำหรับการจัดการเรียนการสอน แบบออนไลน์อย่างมี ประสิทธิภาพอันจะส่งผลให้ผู้เรียนเกิดผลลัพธ์การเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ซึ่งการสอนแบบออนไลน์มี องค์ประกอบ ได้แก่ ผู้สอน ผู้เรียน เนื้อหาสื่อการเรียนและแหล่งเรียนรู้กระบวนการ จัดการเรียนรู้ ระบบการ ติดต่อสื่อสารระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ การวัดและ การประเมินผลโดยรูปแบบการเรียนการสอนมี หลากหลายวิธี ที่จะทำให้ผู้สอนและผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันได้การ พิจารณาองค์ประกอบและรูปแบบ ที่ สอดคล้อง เหมาะสมกับลักษณะวิชาและบริบทของผู้เรียนจะนำไปสู่ การจัดการเรียนรู้ทางออนไลน์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลงพื้นที่การเรียนรู้เป็นเรื่องที่เห็นได้ ชัดเจนที่สุดด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันและ นวัตกรรมที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ (Content) อำนวยความสะดวกการสอนได้แค่ปลายนิ้ว ทำให้เราสามารถ เรียนรู้ทุกเนื้อหาได้จากทุกคน ทุกที่ ทุกเวลาเพื่อไปสู่ เป้าหมายเดียวกันในการเรียนรู้วิถีใหม่ (New Normal) เป้าหมายของการศึกษาอาจยังคงเดิมแต่ผู้เรียนสามารถใช้วิธีที่แตกต่างในการไปให้ถึงจุดหมายได้นักศึกษาบาง คนอาจเรียนรู้ได้เร็วกว่าหากได้ดูภาพ หรือคลิปวิดีโอ แต่นักศึกษาบางคนอาจชอบการฟังอาจารย์บรรยาย เพราะรูปแบบการเรียนรู้ของแต่ละ คนไม่เหมือนกันการกำหนดแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถดำเนินการเรียนการสอนให้ไปได้ย่อมแสดงให้เห็นถึงการบริหารรูปแบบการเรียนการสอนหลัง4
6 โควิด-๑๙ (Social Distancing) และการบริหารจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความปกติใหม่ (New Normal)มี ความสำคัญต่อ การบริหารจัดการทั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการจัดการเรียนการสอนนั้นต้องการการปรับเปลี่ยน รูปแบบการเรียนรู้(Change Learning) เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด๑๙ ที่เกิดขึ้น1 และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ (โควิด-๑๙)ในปัจจุบัน ส่งผลต่อการเลื่อนเปิดสถานศึกษาและเกิดการแพร่หลายของแนวทางจัดการเรียนรู้ออนไลน์ผ่าน เครือข่าย อินเทอร์เน็ตและสารสนเทศขึ้นอย่างมากมาย ดังนั้น ครูผู้สอนในฐานะผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้แก่นักเรียน ต่างก็มีการปรับตัว และเตรียมทักษะเพื่อรับมือกับแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบใหม่อย่างทันท่วงทีพร้อมรับ กับสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ ฉะนั้นการเตรียมการและการฝึกฝนทักษะของครูไม่ว่า จะพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี การสื่อสาร การถ่ายทอดและการเป็น ผู้ให้คำปรึกษาที่ดีรวมทั้งความ กระตือรือร้นในการบริหารจัดการปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้และประเมินผลที่เหมาะสมกับ สถานการณ์ให้ได้มากที่สุดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ครูส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ ที่มีประสิทธิภาพให้แก่นักเรียน 2.1.3 การบริหารจัดการการเรียนการสอน ภายใต้สถานการณ์ COVID - 19 ระดับมัธยมศึกษา พื้นที่โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร วิธีดำเนินการวิจัย การศึกษาครั้งนี้ใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ จากข้อมูลเอกสาร(documentary data) และการสัมภาษณ์ (interview) การสัมภาษณ์จากผู้ให้ข้อมูลหลัก (key informant) ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยตรงและมี ความรู้ความเข้าใจในเรื่องและประเด็นต่างๆเป็นอย่างดีประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียนวชิร ธรรมสาธิต รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการและครูผู้สอน รวม 10 คน ผลการวิจัย การนำานโยบายไปสู่ การปฏิบัติ นโยบายของรัฐ การวางแผน การประชุมและการมอบหมาย กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนด แนวทางรวมถึงมาตรการเพื่อจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคCOVID – 19 แบ่ง ออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ มาตรการการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนและแนวปฏิบัติสำหรับสถานศึกษา ระหว่างเปิดภาคเรียน ซึ่งสามารถแบ่งระยะการดำเนินงาน ออกเป็น 4 ระยะ 2.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่องรายงานวิจัยปัจจัยที่มีผลต่อการเรียน ออนไลน์ในสถาณการณ์วิกฤต COVID-19 มีผู้ศึกษาไว้ดังนี้ผลการวิจัย ศึกษาพฤติกรรมและปัจจัยความสำเร็จ การเรียนออนไลน์ ในช่วงวิกฤตCOVID-19ผู้วิจัยนำเสนอผลการวิจัย เป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ของผู้ตอบแบบสอบถามตอนที่ 2 พฤติกรรมการเข้าเรียนและปัจจัยความสำเร็จ ของการเรียนออนไลน์ 4 ด้าน ผู้สอน ผู้เรียนเนื้อหาบทเรียนและเทคโนโลยีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/9 โรงเรียนหอวังปทุมธานีภาค เรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี3 ตอนที่ 1ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบ แบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 19 คน(ร้อย ละ 57.58) และเพศชาย จำนวน 14 คน (ร้อยละ 42.42) ตอนที่2 แสดงการศึกษาพฤติกรรมการเข้าเรียนออนไลน์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3/9 โรงเรียนหอวังปทุมธานีภาค 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 รายวิชาการออกแบบ และเทคโนโลยี3พฤติกรรมการเรียนออนไลน์โดยเฉลี่ย จะมีพฤติกรรมในด้านการเข้าเรียนออนไลน์ที่มีความรู้6
7 บ้างในร้อยละ 71.70 แต่โดยส่วนใหญ่ จะใช้การติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นในรูปแบบการใช้งานเครือข่ายสังคม ออนไลน์บนโทรศัพท์มือเป็นอันดับแรก เช่น Facebook,Line ที่ต้องการความ บันเทิง ผ่อนคลาย (สอดคล้อง กับแนวคิดของ ลิขิต กาญจนกรณ์, 2525)แต่เมื่อเข้าสู่การเรียนออนไลน์ยังคงเป็นการใช้ Google meet ถึง ร้อยละ 85และตามด้วยแอปพลิเคชัน ZOOM Cloud Meetings ร้อยละ 81.70 สำหรับชั่วโมงการ เรียน ออนไลน์พบว่าจำนวนชั่วโมงของการเรียนออนไลน์จำนวน 40 นาที ถึงร้อยละ 60ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ ระบุ ไว้ว่า ไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมงหรือ 60 นาที(Landry Lauren, 2014) ที่สอดคล้องกับสมาธิของชั้นเรียนเป็น พฤติกรรมหมู่ (อุดมศิลป์ ปิ่นสุข, 2559)อาจเชื่อมโยงกับสมาธิส่วน บุคคล ที่อาจเพิ่มตามอายุ วุฒิภาวะและ ความรับผิดชอบ โดยกลุ่มปริญญาตรี อาจมีสมาธิประมาณ 20 – 30 นาที เท่านั้นและยิ่งการสอนออนไลน์ต้อง พิจารณาระยะเวลาการเรียน ออนไลน์อาจต้องมีการแบ่งการเรียนการสอนเป็นตอนที่ 1 – 2 – 3 ตามเนื้อหา ของบทเรียน ในด้านปัจจัยแห่งความสำเร็จต่อการเรียนออนไลน์ผู้ตอบแบบสอบถามภาพรวมอยู่ในระดับเมื่อ พิจารณารายละเอียดแต่ ละด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน สรุปผลการวิจัย ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบ แบบสอบถามผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 19 คน (ร้อยละ 57.58) และเพศชาย จำนวน 14คน (ร้อยละ 42.42) การศึกษาพฤติกรรมการเข้าเรียนออนไลน์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3/9โรงเรียนหอวัง ปทุมธานีภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี3พฤติกรรม การเรียนออนไลน์โดยเฉลี่ยจะมีพฤติกรรมในด้านการเข้าเรียนออนไลน์ที่มีความรู้บ้างในร้อยละ 71.70 แต่ โดยส่วนใหญ่จะใช้การติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นในรูปแบบการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์บนโทรศัพท์มือเป็น อันดับแรก เช่น Facebook, Line ที่ต้องการความ บันเทิงผ่อนคลายแต่เมื่อเข้าสู่การเรียนออนไลน์ยังคงเป็น การใช้Google meet ถึงร้อยละ 85และตามด้วยแอปพลิเคชัน ZOOM Cloud Meetings ร้อยละ 81.70 สำหรับชั่วโมงการเรียน ออนไลน์พบว่าจำนวนชั่วโมงของการเรียนออนไลน์จำนวน 40 นาที ถึงร้อยละ 60ใน ด้านปัจจัยแห่งความสำเร็จต่อ การเรียนออนไลน์ผู้ตอบแบบสอบถามภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณา รายละเอียดแต่ละด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้านมุมมองการเรียนออนไลน์ พบว่าคำตอบส่วนใหญ่เป็น เรื่องการได้ลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าอาหารค่าเดินทางแต่อาจต้องมีค่าใช้จ่ายการอัพเกรดอินเตอร์เน็ต ความเร็วสูงและผู้สอนมีความเป็นกันเองและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เรียนจึงเกิดความสนุกสนานในการเรียน แต่ถ้าเป็นวิชาที่ยากต่อการ เข้าใจการเรียนออนไลน์อาจ ลดประสิทธิภาพของการเรียนลดลง
8 บทที่ 3 วิธีดำเนินการศึกษา การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรื่อง ปัญหาการเรียนออนไลน์ คณะผู้ศึกษาได้ดำเนินการศึกษา ดังนี้ 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 3.3 การสร้างเครื่องมือ 3.4 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.1.1 ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนโรงเรียนพัทลุง 3.1.2 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียน ห้อง 5.8 จำนวน 25 คน คือ นักเรียนห้อง 5.8 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับปัญหาการเรียนออนไลน์โดยการสร้าง แบบสอบถามใน Google Drive / Google Form https://forms.gle/zY4dXCu31qVMXUnf6
9 3.3 การสร้างเครื่องมือ สร้างแบบสอบถามในGoogle Drive/Google Form 3.4 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบผ่าน Google Form ด้วยอุปกรณ์อิเล็กโทรนิก 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล ปัญหาที่ประชากรกลุ่มตัวอย่างพบเจอมากที่สุดจากการทำแบบทดสอบผ่าน Google Form ด้วย อุปกรณ์อิเล็กโทรนิก คือ การขาดแคลนอุปกรณ์ หรืองบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการ อำนวยความสะดวกในการเรียนออนไลน์
10 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาเรื่อง ปัญหาในการเรียนออนไลน์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อหาวิธีปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์การเรียนการสอนออนไลน ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า ปัญหาที่ประชากรกลุ่มตัวอย่างพบเจอมากที่สุด คือ การขาดแคลนอุปกรณ์ การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์ ร้อยละ 62.1 ปัญหาสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 24.7 ปัญหาด้านสุขภาพ ร้อยละ 13.2
11 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ สรุป อภิปรายผลและมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ 5.1 สรุปผลการศึกษาค้นคว้า ผลของการศึกษาปัญหาในการเรียนออนไลน์ ได้ผลการค้นคว้าดังนี้ 1.ปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ หรืองบประมาณ 2.ปัญหาด้านสภาพแวดล้อม 3.ปัญหาด้านสุขภาพ อภิปรายผลการศึกษาค้นคว้า จากผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏว่าตรงกับสมมติฐานที่กำหนดไว้ เพราะคณะผู้จัดทำเองได้ สอบถามพูดคุยและได้ประสบพบเจอกับประสบการณ์และปัญหาดังที่ที่กล่าวมา ข้อเสนอแนะ สามารถใช้ข้อมูลผลการศึกษาปัญหาในการเรียนออนไลน์ไปต่อยอด ในการศึกษาค้นคว้าครั้ง ต่อไปในอนาคต
12 บรรณานุกรม การเรียนการสอนแบบออนไลน์คืออะไร.สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2565 จาก เว็บไซต์:https://www.educatorroundtable.org เพราะการศึกษาหยุดไม่ได้ ต่างประเทศเรียนกันอย่างไรในช่วงโควิด-19.สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2565 จากเว็บไซต์:https://www.eef.or.th/education-abroad-covid/ ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเรียนออนไลน์ของเด็กไทย ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19.สืบค้นเมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2565 จากเว็บไซต์ :https://www.trueplookpanya.com/education/content/89915 .
13 ภาคผนวก -แบบสอบถามและสำรวจhttps://forms.gle/zY4dXCu31qVMXUnf6
ประวัติผู้จัดทำ ชื่อ...นาย กฤตยชญ์ อินทรชูติ……………… วัน/เดือน/ปี............. 25 กันยายน พ.ศ. 2549.................................. ประวัติการศึกษา. มัธยมศึกษาตอนต้น : โรงเรียนพัทลุง ประถมศึกษา:โรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ ชื่อ...นาย วิศรุต บุญสุข................. วัน/เดือน/ปี....... 4 ตุลาคม พ.ศ. 2548.......... ประวัติการศึกษา. มัธยมศึกษาตอนต้น : โรงเรียนพัทลุง ประถมศึกษา:โรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ ชื่อ...นาย กฤษฎากรณ์ ยานะวิมุติ …………….. วัน/เดือน/ปี........... 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2548................... ประวัติการศึกษา. มัธยมศึกษาตอนต้น : โรงเรียนพัทลุง ประถมศึกษา: โรงเรียนอนุบาลบางแก้ว ชื่อ...นาย ณัฐชนน ศรีเพชรทอง…………. วัน/เดือน/ปี.............16 ธนวาคม พ.ศ.2548............. ประวัติการศึกษา. มัธยมศึกษาตอนต้น : โรงเรียนพัทลุง ประถมศึกษา:โรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ ชื่อ...นางสาว จันทิมา มณีโชติ............................ วัน/เดือน/ปี........... 5 เมษายน พ.ศ. 2548............................................ ประวัติการศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น : โรงเรียนพัทลุง ประถมศึกษา:โรงเรียนบ้านตรอกแค