The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by akgunner477, 2022-09-03 05:14:12

WR00075

WR00075

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๕ เรือ่ ง พระไตรปิฎก พทุ ธศาสนสภุ าษิต
กล่มุ สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม รหสั ส๒

๒๑๐๑ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒ เวลา ๓ ชัว่ โมง

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด
สาระที่ ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสนา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ

ศาสนาท่ีตนนบั ถอื และศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาทีถ่ ูกต้อง ยดึ มน่ั และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมเพ่ืออยู่รว่ มกันอย่างสนั ติสุข
ตัวช้ีวดั ส ๑.๑ ม.๒/๗ อธิบายโครงสร้างและสาระโดยสังเขปของพระไตปิฎก หรอื คัมภรี ์ของ

ศาสนาท่ตี นนบั ถือ
ตัวชวี้ ัด ส ๑.๑ ม.๒/๘ อธบิ ายธรรมคณุ และข้อธรรมสำคญั ในกรอบอริยสัจ 4 หรอื หลักธรรมของ

ศาสนาท่ีตนนบั ถือตามที่กำหนดเหน็ คุณค่าและนำไปพัฒนาแก้ปัญหาของชุมชนและสังคม

๒. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
สง่ิ ทพี่ ุทธศาสนิกชนยึดถือและปฏิบตั นิ อกเหนือจากหลกั ธรรมแลว้ พระไตรปิฎกและพุทธศาสนสุภาษติ

มสี ่วนในการหลอ่ หลอมจิตใจ เป็นแนวใหป้ ระพฤตปิ ฏิบตั ิตนอยใู่ นศีลธรรมทดี่ ีงาม ในการดำเนินชวี ิตประจำวัน
กจ็ ะส่งผลให้ใช้ชีวิตอยู่รว่ มกันอย่างสงบสุข

๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
๑) โครงสรา้ งและสาระสงั เขปของไตรปฎิ ก
- พระวินยั ปิฎก
- พระสุตตันตปฎิ ก
- พระอภิธรรมปิฎก
- เรอ่ื งน่ารู้จากพระไตรปฎิ ก : จูฬกมั มวภิ งั คสูตร
๒) พทุ ธศาสนสภุ าษติ
- กมฺมุนา วตฺตติ โลโก
- กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ
- สุโข ปญุ ฺญสฺส อจุ ฺจโย
- ปูชโก ลภเต ปชู ํ วนฺทโก ปฎวิ นทฺ นํ
๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ
๑) กระบวนการกลมุ่
๒) กระบวนการสบื เสาะหาความรู้
๓) แยกหมวดและสืบค้นหลกั ธรรมพระพุทธศาสนาในพระไตรปิฎกตามที่กำหนดให้
๔) วิเคราะห์ผลของกฎแห่งกรรมจากจูฬกัมมวิภงั คสตู รในพระไตรปฎิ ก

1 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสุภาษติ

๕) วิเคราะห์ถึงสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางแก้ไขของการปฏิบัติตนตามพุทธศาสนสภุ าษติ :
กมมฺ นุ า วตตฺ ตี โลโก , กลยฺ าณการี กลยฺ าณํ ปาปการี จ ปาปกํ , สุโข ปญุ ฺญสสฺ อุจจฺ โย , ปชู โก ลภเต ปชู ํ
วนฺทโก ปฏวิ นทฺ นํ เปน็ หนทางในการดบั ทุกข์ได้

๖) แกป้ ัญหาจากกรณีตัวอย่างทก่ี ำหนดให้ได้
๓.๓ เจตคติ

เหน็ คณุ คา่ การปฏิบัติตนตามหลกั ธรรมของศาสนาทน่ี ับถือไดอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
๔. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น

ความสามารถในการแก้ปญั หา เป็นความสามารถในการแก้ปญั หาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชญิ ได้
อยา่ งถูกต้องเหมาะสม บนพืน้ ฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมลู สารสนเทศ

๕. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง ม่งุ มน่ั ในการทำงาน รักความเป็นไทย

มีจติ สาธารณะ

๖. ช้ินงาน/ภาระงาน
ภาระงาน
- นกั เรียนเขยี นเรียงความ เร่ือง กฎแห่งกรรม
ช้นิ งาน
- เรยี งความ “กฎแห่งกรรม”

๗. การวัดผลและประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑ์
- แบบทดสอบประจำหน่วยการ - ผ่านเกณฑ์คะแนน ๘-๑๓
วิธีการ เรียนรทู้ ่ี ๕ เร่อื ง พระไตรปฎิ ก คะแนน ในระดับคณุ ภาพพอใช้
- ทดสอบประจำหน่วยการเรียนรู้ พทุ ธศาสนสภุ าษติ
ท่ี ๕ เรือ่ ง พระไตรปิฎก พุทธ - เรียงความ “กฎแห่งกรรม” - ผ่านเกณฑค์ ะแนน ๕-๗ คะแนน
ศาสนสภุ าษิต ในระดับคุณภาพพอใช้
- วดั จากการเขียนเรียงความเรื่อง
“กฏแหง่ กรรม”

2 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสภุ าษติ

เกณฑก์ ารประเมนิ การสอบประจำหนว่ ยการเรียนรู้

ประเดน็ การประเมิน ดี ระดบั คุณภาพ ปรับปรุง
พอใช้

ทดสอบประจำหนว่ ยการ ทำแบบทดสอบประจำ ทำแบบทดสอบประจำ ทำแบบทดสอบประจำ
เรยี นรทู้ ่ี ๕ เร่อื ง หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๕ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๕ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๕
พระไตรปฎิ ก พุทธศาสน เรอ่ื ง พระไตรปิฎก พุทธ เร่ือง พระไตรปิฎก พุทธ เรอื่ ง พระไตรปฎิ ก พทุ ธ
สุภาษติ ศาสนสภุ าษิต คะแนน ศาสนสุภาษิต คะแนน ศาสนสภุ าษติ คะแนน
๑๖-๒๐ คะแนน ๑๐-๑๕ คะแนน ตำ่ กวา่ ๑๐ คะแนน

เกณฑก์ ารประเมนิ เขยี นเรียงความ “กฎแหง่ กรรม”

ประเด็นการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมนิ
ดี (๘-๑๐ คะแนน) พอใช้ (๕-๗ คะแนน) ปรับปรงุ (๑-๔ คะแนน)
๑) เน้ือหา
- เน้อื หาถกู ตอ้ ง - เนอ้ื หาตรงตามหวั ข้อเรื่อง - เน้อื หาตรงตามหัวข้อเร่ือง
๒) รูปแบบ - เน้ือหาตรงตามหัวข้อเรื่อง - มีการยกตวั อยา่ งประกอบ - เนอ้ื หาสอดคล้องการ
- มีการยกตัวอยา่ งประกอบ - เนื้อหาสอดคล้องการทำดีได้ ทำดีได้ดี ทำช่วั ได้ชว่ั
- เนอ้ื หาสอดคล้องการทำดีได้ ดี ทำชว่ั ไดช้ ว่ั
ดี ทำชัว่ ได้ชัว่

- รูปแบบการเขยี นเรียงความ - รูปแบบการเขยี นเรยี งความ - ขาดรปู แบบการเขียน

ถูกต้องประกอบด้วยขัน้ นำ ขาดขัน้ สรปุ เรยี งความขนั้ นำ และสรปุ

เนอื้ หา สรุป - เขยี นตัวหนังสือสวย - เขยี นตัวหนังสือไม่เปน็

- เขยี นตวั หนังสือสวย อา่ นง่ายและชัดเจน ระเบยี บอา่ นยากและ

อา่ นง่ายและชดั เจน - การสะกดคำและการเขียน ไม่ชัดเจน

- การสะกดคำและการเขียนถูก ผิด ๕ คำ - การสะกดคำและการเขียน

ทุกคำ - มีรอยลบขดี จำนวน ๑-๓ ท่ี ผิด ๖-๑๐ คำ

- สะอาดไม่มีรอยลบขีด - มีรอยลบขีดจำนวน

๓-๕ ที่

3 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสุภาษติ

๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ช่วั โมงที่ ๑ เรอ่ื ง โครงสรา้ งพระไตรปิฎก

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. อธบิ ายความหมายของพระไตรปฎิ กและโครงสร้างพระไตรปิฎกได้
๒. แยกหมวดและสบื ค้นหลกั ธรรมพระพุทธศาสนาในพระไตรปฎิ กตามท่ีกำหนดได้อย่างถกู ต้อง
๓. ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ความสำคญั ของพระไตรปฎิ กเป็นหลกั ฐานสำคญั ให้เรียนร้หู ลักธรรมในการ

นำมาประยุกตใ์ ช้ในการดำเนินชีวิตได้

กิจกรรมการเรยี นรู้
ใช้รูปแบบรว่ มมอื เทคนิค STAD (Student Teams-Achievement Divisions) ซ่ึงมขี ้ันตอน/

กระบวนการจดั การเรยี นการสอน ดงั นี้
๑. ขัน้ นำเสนอบทเรียนต่อทง้ั ชนั้
๒. ขั้นศกึ ษากล่มุ ย่อย
๓. ขน้ั ทดสอบยอ่ ยรายบุคคล
๔. ขั้นคดิ คะแนนความกา้ วหนา้ รายบคุ คล
๕. ขัน้ ยกยอ่ งความสำเรจ็ ของกลุ่ม

ข้ันนำเสนอบทเรียนต่อทั้งชั้น
ข้ันนำเข้าสู่บทเรียน
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ ๕-๗ คน โดยที่สมาชิกมีจำนวนที่เท่ากันและมีความสามารถทาง

การเรียนแตกต่างกัน เก่ง : ปานกลาง : อ่อน และครูให้นักเรียนทดสอบก่อนเรียนประจำหน่วยที่ ๕
เรอ่ื ง โครงสรา้ งพระไตรปิฎก

๒. ครเู ลา่ ประวัตคิ วามเปน็ มาของพระไตรปิฎก
สมัยพทุ ธกาล
การรวบรวมคำสอนของพระพุทธศาสนาเริ่มมีขึน้ เม่ือคร้ังท่นี ิครนถนาฏบุตร ศาสดาของศาสนาเชน
สน้ิ ชีวิตลง และสาวกของท่านไม่ได้เกบ็ รวบรวมคำสอนไว้ ทำใหเ้ หล่าผู้นบั ถือศาสนาเชนจงึ เกดิ การแตกแยก
และถกเถียงกันวา่ แท้จรงิ แลว้ ศาสดาของตนสอนไว้เช่นไร พระจุนทเถระทราบเรื่องจึงนำความข้ึนกราบทูล
พระพทุ ธเจา้ พระองคจ์ งึ ได้ตรัสแนะนำให้พระสงฆ์ท้งั ปวงร่วมกันทำสังคายนา เพื่อรกั ษาคำสอนท่ีแทจ้ ริงของ
พระพทุ ธศาสนาให้คงอย่สู บื ไป
เมอื่ พระสารบี ตุ รทราบถงึ เร่อื งราวปัญหาของศาสนาเชน ก็ไดแ้ สดงวธิ สี ังคายนาไว้เปน็ ตัวอย่างตอ่ หนา้ ท่ี
ประชุมคณะสงฆ์ โดยรวบรวมข้อธรรมต่างๆ ให้อยตู่ ามลำดับหมวด ตั้งแต่หมวดหน่งึ ไปจนถึงหมวดสบิ เมอ่ื

4 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสภุ าษติ

พระสารีบุตรแสดงธรรมจบแล้ว พระพุทธเจ้ากท็ รงประทานสาธุการแก่หลักธรรมที่พระสารบี ุตรแสดงไว้
ทั้งน้ี ในสมัยพทุ ธกาลยังไม่มีการรวบรวมคำสอนของพระพทุ ธเจ้าเปน็ พระไตรปิฎก แต่ก็มีคำเรียก

พระธรรมคำสอนของพระพทุ ธเจา้ วา่ พฺรหมฺ จริย หรือพรหมจรรย์ และ ธมฺมวนิ ัย หรอื ธรรมวนิ ยั
๓. ครตู ้ังประเดน็ คำถาม ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั ตอบคำถามของครู
- สง่ิ ทีส่ ำคัญท่สี ดุ ของพระพทุ ธศาสนาคอื อะไร
- ในสมยั พุทธกาลการรวบรวมคำสอนของพระพุทธเจา้ ใช้วธิ ีการสืบทอดอยา่ งไร
- ปจั จบุ นั การรวบรวมหลักธรรมคำส่งั สอนของพระพุทธเจา้ ใชว้ ธิ แี บบใดในการรวบรวมรกั ษา
๔. หลังจากน้นั ครูสรุปเชอ่ื มโยงใหเ้ ห็นการรวบรวมหลกั ธรรมคำส่ังสอนของพระพุทธเจ้าไวใ้ น

พระไตรปิฎก
ขน้ั สอน
๕. ครแู ละนักเรียนรว่ มอภปิ ราย พระไตรปฎิ กเปน็ หลักฐานทรี่ วบรวมคำสอนของพระพุทธเจา้ ไว้

เป็นมรดกสบื ทอดพระพทุ ธศาสนาตลอดไป
๖. ครแู จกใบความรู้ เรื่อง โครงสร้างพระไตรปิฎกให้นักเรียนทุกคนทุกกลุ่มศึกษา
ขั้นสรุป
๗. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปโดยการอภปิ รายในประเด็น โครงสร้างพระไตรปฎิ ก เปน็ หลักฐาน

อา้ งองิ หลักคำสอนของพระพุทธศาสนาและใชเ้ ป็นขอ้ สรุปข้อยตุ เิ มื่อมีความเหน็ ขัดแย้งกันในเร่อื ง
หลกั ธรรม
ขัน้ ศึกษากลุ่มย่อย

๑. ครดู ำเนินกจิ กรรม โครงสรา้ งพระไตรปฎิ ก โดยมขี ั้นตอนดังต่อไปน้ี
- แตล่ ะกลุม่ รับซองกจิ กรรมกลมุ่ ละ ๑ ซอง
- ในซองกิจกรรมมบี ัตรคำเป็นบตั รโครงสร้างพระไตรปฎิ ก คือ บตั รคำพระวนิ ัยปิฎก บัตรคำ

พระสุตตนั ตปิฎก บัตรคำพระอภิธรรมปิฎก และบตั รคำหมวดของแต่ละบตั รคำพระวนิ ัยปิฎก บัตรคำพระ
สุตตันตปิฎก บัตรคำพระอภิธรรมปิฎก กระดาษ A๔ กลมุ่ ละ ๓ แผ่น

- ให้แต่ละกล่มุ รว่ มกนั แลกเปล่ียนความรรู้ ่วมกนั ก่อนทำกิจกรรม เปน็ เวลา ๓ นาที
- ใหแ้ ต่ละกลุม่ ช่วยกันจดั หมวดหมู่พระไตรปฎิ ก ๓ โครงสรา้ ง คอื พระวนิ ยั พระอภธิ รรม
พระสุตตนั ตปิฎก ตดิ ลงในกระดาษ A๔ ท่ีแจกให้ ๓ แผน่ ให้ถกู ต้องในเวลา ๑ นาที
- เม่อื หมดเวลาครเู กบ็ กระดาษ A๔ ของแต่ละกลุม่ เพื่อเปล่ียนกนั ตรวจคำตอบกลุ่มใดที่
เรียงลำดับได้คะแนนมากทสี่ ุดเป็นกล่มุ ชนะ ครูชมเชยกลุ่มท่ีชนะ
ขัน้ ทดสอบย่อยรายบคุ คล
๑. ครแู จกแบบทดสอบที่ ๑ เรื่อง โครงสร้างพระไตรปฎิ ก ให้กบั นักเรียนทำเป็นรายบุคคล เปน็
เวลา ๑๐ นาที
ขั้นคิดคะแนนความกา้ วหน้ารายบคุ คล
๑. ครูใหน้ กั เรียนผลัดกนั ตรวจคำตอบแบบทดสอบที่ ๑ แลว้ นำคะแนนของสมาชิกทกุ คนมา
รวมกนั และหารเฉลยี่ เพ่ือหาค่าคะแนนเป็นคะแนนของกลุม่
กลุ่มใดมีคะแนนเฉลย่ี มากทสี่ ุดเปน็ ผชู้ นะ

5 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสภุ าษติ

ข้นั ยกย่องความสำเรจ็ ของกลุ่ม
๑. ครชู มเชยกลมุ่ นักเรยี นทมี่ ีคะแนนเฉลย่ี สงู สดุ และทำการตดิ ประกาศหน้าชน้ั เรยี น
๒. ครูแจกแบบฝึกหดั ท่ี ๑ เรื่อง โครงสร้างพระไตรปฎิ ก ทำเปน็ การบา้ น นำมาส่งในช่วั โมงตอ่ ไป

ส่อื และแหล่งเรยี นรู้
สอ่ื การเรยี นรู้
- ใบความรู้ เรื่อง โครงสร้างพระไตรปฎิ ก
- หนังสือเรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน พระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒
- ซองกิจกรรมโครงสร้างพระไตรปฎิ ก จำนวน ๕-๗ ซอง
- บตั รคำโครงสรา้ งพระไตรปิฎก จำนวน ๕-๗ ชดุ
- บตั รคำหมวดของพระวินัยปฎิ ก พระอภิธรรมปิฎก พระสตุ ตนั ตปิฎก จำนวน ๕-๗ ชุด
- แบบฝึกหดั ท่ี ๑ เรื่อง โครงสรา้ งพระไตรปฎิ ก
- ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื ง โครงสร้างพระไตรปฎิ ก
- กระดาษ A๔
แหล่งเรียนรู้
- หอ้ งสมดุ
- แหล่งข้อมลู สารสนเทศ

การวดั และประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑ์
วธิ ีการ - แบบฝกึ หัดที่ ๑ ตอนท่ี ๑ - นกั เรยี นตอบคำถามไดร้ ้อยละ ๗
(๑๐ ข้อ) ทำแบบฝึกหัดตอนที่ ๑ ได้ ๕ ข้อ
- ตรวจแบบฝกึ หัดที่ ๑ ตอนท่ี ๑ ขนึ้ ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
(๑๐ ขอ้ ) - ตรวจแบบฝึกหดั ที่ ๑ ตอนที่ ๒ - นกั เรียนทำแบบฝึกหัดตอนท่ี ๒
(๑๐ คะแนน) ได้ ๕ คะแนนข้ึนไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
- การอภปิ รายกลุ่ม - ตรวจใบงานท่ี ๑ (๑๕ คะแนน) - นกั เรียนทำใบงานท่ี ๑ ได้ ๗
- สังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ ม คะแนนขนึ้ ไป ถือว่าผา่ นเกณฑ์
- การตอบคำถาม - แบบบันทึกสงั เกตพฤติกรรม - มีพฤติกรรมการปฏิบัตติ นตาม
หลักธรรมของศาสนาทน่ี บั ถือได้
- สังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ัติ อย่างถูกต้องและเหมาะสม
กิจกรรมในชน้ั เรยี น
- การมีส่วนร่วมในการปฏบิ ัติ
กิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ ในกลุม่

6 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสุภาษติ

ช่วั โมงที่ ๒ เร่อื ง เร่ืองนา่ รู้จากพระไตรปฎิ ก : จูฬกัมมวภิ งั คสตู ร

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. อธบิ ายกฎแหง่ กรรมจากจฬู กัมมวิภงั คสูตรในพระไตรปิฎกได้
๒. วเิ คราะห์ผลของกฎแห่งกรรมจากจฬู กัมมวภิ ังคสูตรในพระไตรปฎิ กได้
๓. ตระหนกั และเหน็ คุณคา่ คติสอนใจกฎแหง่ กรรมจากจูฬกมั มวภิ ังคสตู รในพระไตรปฎิ กและและ

สามารถนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชวี ติ ได้
กจิ กรรมการเรียนรู้

ใช้รูปแบบการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนแบบซิปปา (Cippa Model) ซึ่งได้กำหนดขั้นตอนการจัด
กิจกรรมดงั น้ี

๑. ข้ันทบทวนความรู้เดมิ
๒. ขน้ั แสวงหาความรใู้ หม่
๓. ขน้ั การศกึ ษาทำความเข้าใจขอ้ มลู /ความรู้ใหม่ และเชอื่ มโยงความรู้ใหม่กบั ความรเู้ ดิม
๔. ขน้ั แลกเปลยี่ นความรู้ ความเขา้ ใจกบั กลุ่ม
๕. ข้ันการสรปุ และจัดระเบยี บความรู้
๖. ขนั้ การแสดงผลงาน
๗. ขั้นการประยุกต์ใชค้ วามรู้
ขั้นนำ
ข้นั ท่ี ๑ ข้นั ทบทวนความรเู้ ดิม

๑. ครูและนักเรียนร่วมสนทนากฎแห่งกรรม : ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มีผลต่อการดำเนิน
ชีวิตประจำวัน ครูยกตัวอย่างประกอบ เช่น นักค้ายาเสพติด ผลกรรมมักตกอยู่ที่ลูกหลาน ผลสุดท้ายก็ต้อง
ถูกจบั ถกู ยึดทรัพย์ ถกู ประหารชวี ิต เพราะยาเสพติดทำลายชวี ติ คน ครตู ้ังประเด็นถามนกั เรยี น

- กฎแหง่ กรรม : ทำดีไดด้ ี ทำช่ัวได้ชวั่ มผี ลต่อตนเอง ครอบครัว หรือไม่
- ยกตัวอยา่ งทม่ี ผี ลต่อตนเอง ตอ่ ครอบครัว
ขั้นสอน
ขน้ั ที่ ๒ ข้ันการแสวงหาความร้ใู หม่
๑. ให้นักเรยี นเขา้ กลุ่มตามที่ได้จัดไวแ้ ล้ว จำนวน ๕ กลมุ่
๒. ให้นกั เรยี นร่วมกันศึกษาใบความรู้ เรอ่ื ง เรื่องนา่ รู้จากพระไตรปฎิ ก : จูฬกมั มวภิ ังคสูตร
ข้นั ท่ี ๓ ข้ันการศึกษาทำความเข้าใจข้อมูล / ความร้ใู หม่และเชอื่ มโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม
๑. เมอ่ื นักเรยี นศึกษาใบความรูแ้ ล้ว ให้นักเรียนมารบั ใบงานท่ี ๒ เรอ่ื ง กฎแหง่ กรรม โดยให้
นกั เรียนร่วมกันอภิปราย และตอบคำถามลงในใบงานตามประเด็นคำถาม กลุ่มละ ๑ ตัวอย่าง ดังนี้
- กรณตี วั อยา่ งมีความสอดคล้องกบั กฎแห่งกรรมใน จฬู กมั มวิภงั คสูตร ได้อยา่ งไร
- มีผลต่อตนเอง ครอบครัว อยา่ งไร
- มีวธิ ีอย่างไรใหต้ ัวเอง ครอบครวั พน้ จากกรรมช่ัว
๒. ในระหว่างที่นักเรยี นทำกจิ กรรมครเู ดนิ ดนู ักเรยี นทำงานเพอื่ ให้คำปรึกษาแนะนำ

7 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสุภาษติ

ขัน้ ที่ ๔ ขนั้ การแลกเปล่ียนความรูค้ วามเข้าใจกับกลุ่ม
๑. นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายซักถาม เพอ่ื แลกเปล่ยี นความรู้ซงึ่ กันและกัน ในประเด็นเก่ียวกับกฎ

แหง่ กรรมในจูฬกัมมวิภงั คสตู ร ตามกรณีตัวอยา่ ง ๕ ตัวอย่าง
ขั้นท่ี ๕ ข้ันการสรุปและจดั ระเบยี บความรู้
๑. นกั เรียนและครูช่วยกนั อภิปรายและสรปุ ผล ในประเด็นต่อไปนี้
- นักเรยี นเหน็ ดว้ ยหรือไม่กบั คำกลา่ วทว่ี า่ กรรมท่ีบุคคลกระทำ สามารถจำแนกให้บคุ คล

เกดิ มาแตกตา่ งกนั
- แนวทางในการนำไปปฏิบตั ิเรือ่ งอะไร
- ผลท่ีเกดิ ข้นึ จากการนำแนวทางท่ีได้จากการศึกษาจูฬกมั มวิภงั คสตู ร ใช้ปฏบิ ัติคอื อะไร

ขน้ั ท่ี ๖ ข้ันการแสดงผลงาน
๑. ครูสุ่มนักเรียน ๑-๒ กลุ่ม ออกมานำเสนอผลงาน ที่ได้จากการทำใบงานที่ ๒ เรื่อง กฎแห่ง

กรรม จากนั้นให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันในแต่ละข้อคำถามที่ระบุในใบงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกัน
และกนั

ขั้นที่ ๗ ขั้นการประยุกต์ใชค้ วามรู้
๑. ครูกระตุ้นทักษะการคิดวิเคราะห์โดยให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์และอภิปรายในประเด็น

ตอ่ ไปน้ี
- นักเรียนไดข้ ้อคดิ จากการศกึ ษาจูฬกัมมวิภังคสูตรในเร่ืองใด และนำข้อคดิ ดังกลา่ วไปปฏิบัติ

อย่างไร
๒. ใหน้ กั เรยี นเขียนเรยี งความในหัวข้อ “กฎแหง่ กรรม” อย่างนอ้ ย 1 หน้ากระดาษ A๔ ใหเ้ วลา

ทำงาน ๑ หนึง่ สัปดาห์

สื่อและแหล่งเรยี นรู้
สือ่ การเรียนรู้
- ใบความรู้ เรอ่ื ง เร่ืองน่ารู้จากพระไตรปฎิ ก : จูฬกัมมวิภงั คสตู ร
- หนงั สือเรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน พระพทุ ธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๒
- ใบงานที่ ๒ เรื่อง กฎแหง่ กรรม จากกรณีศึกษา ๕ ตัวอย่าง
แหล่งเรยี นรู้
- หอ้ งสมุด
- แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ

8 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสุภาษติ

การวัดและประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑ์
- คำถาม/ใบงาน - นกั เรยี นตอบคำถามได้ร้อยละ ๗๐
วิธีการ
- การตอบคำถาม

- การอภิปรายกลุม่ - ใบงาน - สามารถระดมความคดิ ตอบ
- สงั เกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วม - แบบบนั ทึกการสงั เกต ประเดน็ คำถาม
- การตอบคำถาม พฤติกรรม และสรุปองค์ความรู้ไดถ้ ูกต้องรอ้ ยละ
๗๐
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบบนั ทกึ สงั เกตพฤตกิ รรม - มีพฤติกรรมการปฏบิ ัติ กจิ กรรมใน
การรว่ มกิจกรรม การให้ความ ระดับพอใช้ข้นึ ไป ถือว่าผ่านเกณฑ์
ร่วมมือกบั กลุ่มเพื่อน

ช่ัวโมงที่ ๓ เรื่อง พทุ ธศาสนสุภาษติ

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. อธบิ ายความหมายพุทธศาสนสภุ าษติ : กมมฺ นุ า วตตฺ ตี โลโก , กลฺยาณการี กลยฺ าณํ

ปาปการี จ ปาปกํ , สโุ ข ปุญญฺ สฺส อจุ ฺจโย , ปชู โก ลภเต ปชู ํ วนทฺ โก ปฏิวนทฺ นํ ได้
๒. วิเคราะหถ์ งึ สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางแก้ไขของการปฏบิ ตั ติ นตามพุทธศาสนสภุ าษติ

: กมมฺ นุ า วตฺตตี โลโก , กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ , สโุ ข ปุญญฺ สสฺ อจุ ฺจโย , ปูชโก ลภเต ปูชํ วนฺท
โก ปฏวิ นฺทนํ เปน็ หนทางในการดับทุกข์ได้

๓. วิเคราะหแ์ กป้ ัญหาจากกรณตี วั อย่างที่กำหนดให้ได้
๔. ตระหนกั และเห็นคุณค่าพุทธศาสนสภุ าษติ : กมฺมุนา วตฺตตี โลโก , กลฺยาณการี กลยฺ าณํ
ปาปการี จ ปาปกํ , สโุ ข ปญุ ญฺ สฺส อจุ จฺ โย , ปูชโก ลภเต ปชู ํ วนทฺ โก ปฏวิ นฺทนํ นำมาประยกุ ต์ใช้ในการเป็น
หนทางในการดำเนนิ ชีวติ ได้

กิจกรรมการเรยี นรู้
ใชร้ ูปแบบปญั หาเป็นฐาน (PBL) โดยกำหนดขัน้ ตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ดังนี้
๑. ขน้ั ทำความเขา้ ใจพทุ ธศาสนสภุ าษิต
๒. ขั้นระบุปัญหา หรอื ข้อมูลสำคญั
๓. ขัน้ ระดมสมอง
๔. ข้นั วเิ คราะหป์ ญั หา
๕. ข้นั กำหนดประเดน็ การเรยี นรู้
๖. ขนั้ เรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
๗. ขั้นรายงานผล

9 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสุภาษติ

ขน้ั ทำความเข้าใจพุทธศาสนสุภาษติ
๑. ครทู ักทายนักเรียนสรา้ งความสมั พันธโ์ ดยใชเ้ พลงสรา้ งสมาธดิ อกไม้บานและทำทา่ ทาง

ประกอบเพลง
๒. ครูนำคลปิ You Tube คมธรรมประจำวัน – ทำดไี ดด้ ีมีทีไ่ หน ทำช่ัวไดด้ ีมีถมไป จริงหรอื ใน

รายการเชา้ น้ีทีห่ มอชิต กับท่าน ว. วชริ เมธี ครตู ัง้ ประเดน็ ต่อไปน้ี
- ใน You Tube คมธรรมประจำวัน – ทำดีไดด้ ีมที ี่ไหน ทำชวั่ ได้ดมี ีถมไป จรงิ หรอื นักเรียน

เชอ่ื ในการทำความดี ความช่วั อยา่ งไร
๓. ครูใหน้ ักเรยี นตัวแทน ๑-๒ คน ออกมาตอบประเด็นคำถาม จากน้นั ครูเชอ่ื มโยง พุทธศาสน

สภุ าษิตเรอื่ งกรรม
ขั้นระบุปัญหาหรอื ข้อมูลสำคัญ
๑. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น ๔ กล่มุ คละนักเรยี นเก่ง ปานกลาง อ่อน ใหม้ ีจำนวนสมาชกิ เทา่ กัน
๒. ใหต้ วั แทนกลมุ่ มาจบั ฉลากหมายเลขปญั หาที่ได้รบั ไปศึกษาเป็นกรณีศึกษา ๔ ตัวอยา่ ง
- กรณศี ึกษาที่ ๑ “ความฝนั ที่รอการสานต่อ”
- กรณีศึกษาที่ ๒ ลอ่ จบั ครูพเี่ ล้ียงเด็กคา้ ยาบ้า อา้ งรายได้ไมพ่ อใช้
- กรณีศกึ ษาท่ี ๓ ชาวเนปาลยม้ิ ได้!ทมี แพทย์กองทัพไทยเยียวยา
- กรณศี กึ ษาที่ ๔ ชื่นชมลกู กตญั ญู พาพ่ออัมพาตไปดูแลท่มี หาวทิ ยาลัย
ขน้ั ระดมสมอง
๑. หลังจากนกั เรียนได้รบั มอบหมายไปศึกษากรณีศกึ ษา ๕ ตวั อย่าง ครู

แจกใบความรู้ เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต : กมฺมุนา วตฺตตี โลโก , กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ , สุโข
ปุญฺญสสฺ อุจฺจโย , ปูชโก ลภเต ปูชํ วนฺทโก ปฏวิ นฺทนํ โดยมีประเดน็ ที่ตอ้ งร่วมกนั วิเคราะห์รว่ มกนั คอื

- จากกรณีศึกษาตรงกับพุทธศาสนสุภาษิตเรื่องใด และเกี่ยวข้องกับใครมากที่สุดและควร
ปฏิบตั อิ ย่างไร

- จากกรณีศึกษาการกระทำสอดคล้องกบั พทุ ธศาสนสุภาษิตให้ข้อคิดอะไร
- ผลดีหรอื ประโยชนท์ ่ไี ด้รับของการปฏิบตั ิอย่างไรต่อตนเอง สงั คม และประเทศชาติ
- ให้นักเรียนยกตัวอยา่ งจากการดำเนินชีวติ ประจำวนั ทีส่ อดคล้องกับพุทธศาสนสุภาษิตท่ี
นกั เรียนได้ศกึ ษา
ขั้นวเิ คราะห์ปญั หา
๑. ครแู จกกระดาษปรู๊ฟให้กบั นักเรียนกลมุ่ ละ ๑ แผ่น
๒. ใหน้ ักเรียนทำแผนผังความคดิ เร่อื งที่กลมุ่ ตนเองรับผดิ ชอบประกอบไปด้วยประเดน็ ดงั น้ี
- จากกรณีศึกษาตรงกบั พุทธศาสนสุภาษติ เรอ่ื งใด และเกย่ี วขอ้ งกบั ใครมากทีส่ ดุ และควร
ปฏิบัติอย่างไร
- จากกรณศี ึกษาการกระทำสอดคล้องกบั พุทธศาสนสภุ าษิตให้ขอ้ คิดอะไร
- ผลดีหรือประโยชน์ทีไ่ ดร้ บั ของการปฏบิ ัติอยา่ งไรต่อตนเอง สงั คม และประเทศชาติ
- ใหน้ กั เรียนยกตวั อย่างจากการดำเนินชวี ิตประจำวนั ท่สี อดคล้องกับพทุ ธศาสนสภุ าษติ ท่ี
นกั เรยี นได้ศึกษา

10 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสภุ าษติ

ขน้ั กำหนดประเด็นการเรียนรู้
๑. ระหวา่ งการทำแผนผังความคดิ ใหน้ ักเรยี นภายในกลุม่ อภิปรายแลกเปลย่ี นความรู้ เพ่ือเพิ่มเตมิ

ข้อมูลสว่ นทีย่ ังไมค่ รบถ้วนและใหเ้ กิดความรู้ความเข้าใจระหว่างกันเพิม่ มากขน้ึ
ขน้ั เรยี นรู้ดว้ ยตนเอง
๑. ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรยี น
๒. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปและอภิปรายความรู้เพิ่มเตมิ ร่วมกัน
ขน้ั รายงานผล
๑. ครนู ำแผนผงั ทง้ั หมดของแตล่ ะกลมุ่ ไปติดเพือ่ แสดงผลงานของแตล่ ะกลุ่ม
๒. ครใู ห้นกั เรยี นลงความเห็นว่ากลุ่มใดมีผลงานดีที่สุดโดยพิจารณาจากประเด็นดังนี้
- ความถูกต้อง/ครบถ้วนของเนอ้ื หาสาระ
- ความสวยงามและความดึงดูดความสนใจ
- รปู แบบของแผนผงั ความคิดมคี วามคิดสรา้ งสรรค์
๓. ครูมอบแบบฝึกหัด เร่ือง พุทธศาสนสุภาษติ : กมฺมนุ า วตตฺ ตี โลโก , กลยฺ าณการี กลยฺ าณํ

ปาปการี จ ปาปกํ , สุโข ปญุ ญฺ สฺส อุจฺจโย , ปชู โก ลภเต ปชู ํ วนฺทโก ปฏวิ นทฺ นํ ใหน้ กั เรยี นเปน็ การบา้ น

สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
สื่อการเรยี นรู้
- ใบความรู้ เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต : กมฺมนุ า วตฺตตี โลโก , กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี

จ ปาปกํ , สโุ ข ปญุ ญฺ สฺส อจุ ฺจโย , ปูชโก ลภเต ปูชํ วนทฺ โก ปฏิวนฺทนํ มรรค (ธรรมท่คี วรเจริญ)
- หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน พระพุทธศาสนา ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒
- ใบงาน เรือ่ ง พุทธศาสนสภุ าษิต : กมฺมนุ า วตฺตตี โลโก , กลฺยาณการี กลยฺ าณํ ปาปการี จ ปาปกํ

, สโุ ข ปุญญฺ สสฺ อจุ จฺ โย , ปชู โก ลภเต ปชู ํ วนทฺ โก ปฏวิ นฺทนํ จากกรณีศกึ ษา ๕ ตวั อย่าง
- แบบฝกึ หัด เรื่อง พุทธศาสนสภุ าษิต : กมฺมุนา วตฺตตี โลโก , กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี

จ ปาปกํ , สโุ ข ปญุ ฺญสฺส อุจฺจโย , ปูชโก ลภเต ปูชํ วนฺทโก ปฏิวนฺทนํ
- กระดาษปรู๊พเขียนแผนภาพความคดิ
- You Tube คมธรรมประจำวนั – ทำดีได้ดมี ีทไ่ี หน ทำช่ัวไดด้ มี ถี มไป จริงหรือ ในรายการ

เชา้ น้ีที่หมอชติ กับท่าน ว. วชริ เมธี
แหลง่ เรียนรู้
- หอ้ งสมุด
- แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ

11 พระไตรปิฎก พุทธศาสนสภุ าษิต

การวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ์
- คำถาม/ใบงาน - นักเรียนตอบคำถามไดร้ ้อยละ
วิธีการ - แผนผังมโนทัศน์ ๗๐
- การตอบคำถาม - สร้างแผนผังมโนทัศนแ์ ละ
- การสร้างแผนผังมโนทศั น์ บรรยายได้อย่างเหมาะสม
- สามารถระดมความคิดตอบ
- การอภิปรายกลุ่ม - ใบงาน ประเด็นคำถาม
- สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นรว่ ม - แบบบันทึกการสงั เกต และสรุปองคค์ วามรู้ดว้ ยแผนผัง
- การตอบคำถามยกตวั อย่าง พฤติกรรม มโนทศั นแ์ ละบรรยายได้อย่าง
ประกอบใบงานและสร้างแผนผัง เหมาะสม
มโนทศั น์ - แบบบนั ทึกสงั เกตพฤตกิ รรม - มีพฤติกรรมการปฏิบตั ติ นตาม
- สังเกตพฤติกรรม หลักธรรมของศาสนาทีน่ บั ถอื ได้
อย่างถูกต้องและเหมาะสม

12 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสภุ าษติ

๙. บนั ทกึ ผลหลังสอนชวั่ โมงที่…………
ผลการเรียนรู้

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………………………………………….ผสู้ อน
(………………………………………………………)

วนั ท่ี……..…เดอื น……………………………พ.ศ……………….

๑๐. ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของผ้บู ริหาร หรือผ้ทู ่ีไดร้ ับมอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………………………………………….ผ้สู อน
(………………………………………………………)

วันที่……..…เดือน……………………………พ.ศ……………….

13 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสภุ าษิต

ภาคผนวก
แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลังเรยี น หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๕

เรอื่ ง พระไตรปิฎก พุทธศาสนสุภาษิต
คำชี้แจง ให้นกั เรียนเลือกคำตอบท่ีถกู ต้องท่สี ุดเพียงข้อเดียว
๑. คมั ภรี ท์ ี่สำคัญทส่ี ุดของพระพุทธศาสนาคือ

ก. สามเวท
ข. อถรรพเวท
ค. พระไตรปฎิ ก
ง. พระเวสสนั ดรปิฎก
๒. สง่ิ ท่ีเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าหลงั จากพระองคป์ รนิ ิพพานแลว้ คือ
ก. พระธรรม
ข. พระพุทธรูป
ค. พระธรรมวินยั
ง. พุทธสาวก พทุ ธสาวิกา
๓. คมั ภรี ท์ ่ีรวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าในสว่ นที่เป็นพระธรรมเทศนาที่พระองค์ได้ตรสั ไวแ้ กบ่ คุ คลต่างๆ
คือคัมภรี ์ใด
ก. พระวนิ ัยปฎิ ก
ข. พระธรรมวนิ ัย
ค. พระสุตตันตปิฎก
ง. พระอภิธรรมปฎิ ก
๔. นทีต้องการค้นหาพระสูตรหรือพระธรรมเทศนาทเี่ ปน็ เนื้อหายาว จะต้องไปค้นในพระสตุ ตนั ตปฎิ กนกิ ายใด
ก. ทฆี นิกาย
ข. ขุททกนิกาย
ค. มชั ฌิมนกิ าย
ง. สงั ยตุ ตนิกาย
๕. จดุ เร่มิ ตน้ ของการจดั หมวดหมู่หลักคำสอนทางพระพทุ ธศาสนามาเป็นพระไตรปิฎก
ก. การนสังคายนา
ข. การแสดงธรรม
ค. การปาฐกถาธรรม
ง. การประชุมสงฆ์
๖. หากตอ้ งการศกึ ษาเร่อื งของอรยิ สัจ 4 ควรค้นคว้าจากพระไตรปิฎกหมวดใด
ก. วินยั ปิฎก
ข. สุตตันตปฎิ ก
ค. ปรมตั ถปิฎก
ง. อภธิ รรมปฎิ ก

14 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสภุ าษติ

๗. ศีล ๓๑๑ ขอ้ ของภิกษุณี จัดอยใู่ นหมวดใดของพระวนิ ยั ปฎิ ก
ก. มหาวภิ งั ค์
ข. ภกิ ขนุ ีวภิ ังค์
ค. อังคตุ ตรนิกาย
ง. ปรวิ ารวรรค

๘. หมวดธรรมในขอ้ ใดเปน็ การบัญญตั คิ วามหมายของบคุ คลประเภทต่างๆ ตามคุณธรรมทม่ี ีอยู่ในบคุ คลนนั้ ๆ
ก. ยมก
ข. วภิ งั ค์
ค. ปฏั ฐาน
ง. ปคุ คลบญั ญตั ิ

๙. จฬู กมั มวิภงั คสตู ร มเี นื้อหาเกี่ยวกบั เรอื่ งใด
ก. การบวช
ข. การพูดจา
ค. การจำแนกกรรม
ง. การแสดงความกตญั ญู

๑๐. ถ้าตอ้ งการให้ตนเองเกดิ มามีสตปิ ัญญามาก ควรปฏิบตั ิตนอย่างไร
ก. อจิ ฉารษิ ยาผู้อ่นื
ข. เขา้ หาผมู้ ปี ญั ญา
ค. ไม่ฆา่ สตั ว์ตัดชวี ิต
ง. ไมม่ อี ารมณโ์ กรธ

๑๑. ความมีเมตตากรุณาสัมพันธก์ ับข้อใดตอ่ ไปน้ี
ก. ขโ้ี รค
ข. อายยุ ืน
ค. อายุสั้น
ง. ผวิ พรรณดี

๑๒. บุคคลใดทไี่ ด้ทูลถามเร่ือง จูฬกมั มวิภังคสตู รกับพระพุทธเจ้า
ก. พระเจา้ พมิ พสิ าร
ข. สุภมาณพ โตเทยยบุตร
ค. ประชาชนชาวเมืองสาวัตถี
ง. พระสารบี ตุ รและพระโมคคัลลานะ

๑๓. ผลทีเ่ กดิ จากพทุ ธศาสนสุภาษติ ที่ว่า “การสั่งสมบุญนำสขุ มาให”้ ข้อใดตอ่ ไปนี้มีความสมั พนั ธก์ นั
ก. ภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นเพราะมนุษย์ตัดไม้ทำลายปา่
ข. โจรปล้นธนาคารถูกตำรวจจบั ไดข้ ณะหลบหนี
ค. รุน่ พมี่ หาลัยมีความเมตตาจงึ ทำใหร้ ่นุ นอ้ งยกมือไหว้
ง. ผปู้ ฏิบัติธรรมเปน็ ประจำทำใหจ้ ิตใจสงบหนา้ ตาผอ่ งใส

15 พระไตรปิฎก พทุ ธศาสนสภุ าษติ

๑๔. ข้อใดกลา่ วถงึ เร่ืองกรรมได้ถกู ต้อง

ก. กรรมดีให้ผลในชาติน้ี

ข. กรรมชั่วใหผ้ ลในชาตหิ น้า

ค. กรรมทีบ่ คุ คลทำแลว้ ท้ังดีและช่วั ยอมมผี ล

ง. กรรมยอ่ มรักษาผูก้ ระทำให้ต้งั อยู่ในความดี

๑๕. การทำบุญคอื การทำใหเ้ กดิ ความสุขความเจรญิ ซ่งึ สมั พนั ธก์ บั ข้อใด

ก. เหตุของบุญ ข. ผลของบญุ

ค. ภาวะทางจิตใจ ง. บุคลกิ ทางกาย

๑๖. ขอ้ ใดจดั เปน็ ผลของการทำบุญในทางธรรม

ก. ผ้คู นยกย่องสรรเสริญ

ข. ประสบความสำเร็จในชวี ติ

ค. ทำใหฐ้ านะความเปน็ อย่ดู ีขึ้น

ง. เกดิ ความอิ่มเอมใจ จิตใจสงบ

๑๗. พุทธสุภาษติ ทวี่ ่า “กมมฺ ุนา วตตฺ ตี โลโก” มคี วามหมายตรงกับข้อใดมากท่สี ุด

ก. เหน็ กงจักรเปน็ ดอกบวั

ข. วา่ แตเ่ ขาอเิ หนาเปน็ เอง

ค. บัวไมใ่ ห้ชำ้ น้ำไมใ่ ห้ขุ่น

ง. หวา่ นพชื เช่นไร ไดผ้ ลเชน่ น้นั

๑๘. สุพรไปบริจาคโลหิตทุกปีใหก้ บั สภากาชาดไทย การปฏิบัตแิ บบนตี้ รงกบั พุทธศาสนสภุ าษิตใดมากท่สี ดุ

ก. กมฺมนุ า วตตฺ ตี โลโก

ข. สุโข ปญุ ญฺ สฺส อจุ ฺจโย

ค. ปชู โก ลภเต ปูชํ วนทฺ โก ปฏิวนฺทนํ

ง. กลยฺ าณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ

๑๙. “สตั ว์โลกย่อมเปน็ ไปตามกรรม” สัมพันธก์ บั ข้อใด

ก. ความช่ัวไม่ทำเสยี เลยดีกวา่

ข. กรรมให้ผลเฉพาะในชาตหิ นา้

ค. กรรมทที่ ำแลว้ จะดหี รอื ชัว่ ขน้ึ อยู่ทผ่ี ลของกรรม

ง. เรามีกรรมเปน็ ของตน เป็นผู้รับผลของกรรม

๒๐. น้ำทิพยเ์ ปน็ เดก็ เรยี บร้อย มีสมั มาคารวะ สภุ าพ อ่อนน้อมถ่อมตนต่อต่อผ้ใู หญ่ จึงเป็นทีร่ กั ของทุกคน

แสดงวา่ นำ้ ทิพยป์ ฎิบัตติ นตามพุทธศาสนสภุ าษิตบทใด

ก. กมมฺ นุ า วตฺตตี โลโก

ข. สุโข ปุญฺญสสฺ อุจจฺ โย

ค. ปชู โก ลภเต ปชู ํ วนทฺ โก ปฏวิ นฺทนํ

ง. กลยฺ าณการี กลยฺ าณํ ปาปการี จ ปาปกํ

16 พระไตรปิฎก พุทธศาสนสภุ าษติ

แบบทดสอบก่อนเรยี น – หลังเรียน หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๕
เรอ่ื ง พระไตรปิฎก พุทธศาสนสภุ าษิต

ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
๑ ๑๑ 
๒ ๑๒ 
๓ ๑๓ 
๔ ๑๔ 
๕ ๑๕ 
๖ ๑๖ 
๗ ๑๗ 
๘ ๑๘ 
๙ ๑๙ 
๑๐  ๒๐ 

17 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสภุ าษติ

แบบฝกึ หดั ท่ี ๑ เร่ือง โครงสร้างพระไตรปิฎก
ตอนที่ ๑ คำชี้แจง ให้นักเรียนเติมคำหรือข้อความลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ( ๑๐ คะแนน )
๑. คัมภรี ์ที่รวบรวมหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาทั้งหมดไว้ เรียกว่า .............................................................
๒. สาเหตทุ พ่ี ระไตรปิฎกมี ๔๕ เล่ม เพราะไดจ้ ัดพมิ พ์ตามจำนวน ..................................................................
................................................................................................................................. .............................................
๓. พระไตรปิฎก แบ่งออกเปน็ ๓ ส่วน คอื .......................................................................................................
....................................................................................................................... .......................................................
๔. ประมวลพระพุทธพจน์เกี่ยวกับความประพฤติของพระภิกษุ จัดอยู่ในโครงสรา้ ง ............................................
๕. ประมวลหลักธรรมและคำอธบิ ายเป็นหลักวิชาลว้ นๆ จดั อยูใ่ นโครงสร้าง ........................................................
๖. ประมวลคำเทศนาธรรม รวมถงึ ชาดกต่างๆ จัดอยใู่ นโครงสรา้ ง ......................................................................
๗. พระสตุ ตนั ตปฎิ กแบ่งออกเป็น ๕ นิกาย คอื ..............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
๘. พระสูตร จะอยู่ในโครงสรา้ งคัมภีร์ .................................................................................... ของพระไตรปฎิ ก
๙. หมวด .................................................... ของพระสุตตนั ตปิฎกท่ีวา่ ดว้ ยพระสตู ร หรือพระธรรมเทศนา
ขนาดกลางไม่ยาวหรือส้ันเกินไป
๑๐. .............................................................................. เปน็ คมั ภีร์การประมวลพระธรรมเทศนาทพ่ี ระพุทธเจ้า
ทรงแสดงแกบ่ คุ คลต่างๆ ในสถานการณ์และในระยะเวลาต่างกัน

ตอนท่ี ๒ คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นอ่านสถานการณ์ แลว้ ตอบคำถาม ( ๑๐ คะแนน )

สถานการณ์ที่ ๑ สธุ ตี อ้ งการค้นหาพระสตู รหรือพระธรรมเทศนาทีเ่ ปน็ เนื้อหายาว
สธุ ีควรศึกษาจากพระไตรปฎิ กส่วนใดและหมวดใด .............................................................................................

สถานการณ์ท่ี ๒ ศริ พิ รตอ้ งการศึกษาพธิ กี รรมต่างๆ ประวัติทำสงั คายนา
ศริ พิ รควรศึกษาจากพระไตรปิฎกส่วนใดและหมวดใด .......................................................................................

สถานการณท์ ่ี ๓ ธาดาได้เข้ารว่ มอปุ สมบทภาคฤดูร้อนจำเปน็ จะตอ้ งเรอื่ งวินัยสงฆ์
ธาดาควรศกึ ษาจากพระไตรปิฎกสว่ นใดและหมวดใด .........................................................................................

สถานการณ์ที่ ๔ ประสทิ ธ์ติ ้องการหาหวั ข้อธรรมเพอ่ื นำมาจดั สัมมนาพระพทุ ธศาสนากับการสร้างสันติภาพ
ประสทิ ธ์ิควรศึกษาจากพระไตรปฎิ กสว่ นใดและหมวดใด ....................................................................................

สถานการณท์ ่ี ๕ ปองพลต้องการนำการวินจิ ฉยั ทัศนะของนิกายต่างๆ สมัยสังคายนาครั้งที่ 3 มาเล่าให้
นกั เรยี นฟงั
ปองพลควรศึกษาจากพระไตรปิฎกสว่ นใดและหมวดใด ......................................................................................

18 พระไตรปิฎก พทุ ธศาสนสภุ าษติ

ใบงานที่ ๑ เรื่อง โครงสร้างพระไตรปิฎก
คำชแ้ี จง นำตวั เลขหน้าข้อความด้านล่างมาใสใ่ นช่องว่างใต้โครงสร้างพระไตรปิฎกให้สมั พนั ธ์กนั (๑๕ คะแนน)

พระวินยั ปฎิ ก พระอภิธรรมปฎิ ก พระสุตตันตปฎิ ก

............................................. …………………………………………. ………………………………………………..

๑. ชาวบา้ นเฝ้าติดตามพฤตกิ รรมเจา้ อาวาส ทราบว่าเอาผหู้ ญงิ ขน้ึ ไปนอนบนกุฏิในตอนกลางคนื
๒. วิไลต้องการทำรายงานเก่ียวประวตั ิความเป็นมาของกฐนิ และพิธีถวายกฐินท่ีถูกตอ้ ง
๓. กำนันแสงทองเข้ารว่ มโครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษเุ ฉลิมพระเกยี รติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๔. เสาวลักษณต์ อ้ งการศึกษาพุทธศาสนสุภาษติ เพ่ือนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั
๕. สิทธชิ ัยตอ้ งการศึกษาเรอื่ งของอรยิ สจั ๔ เพอื่ เตรยี มสอบปลายภาค
๖. นพิ นธ์ตอ้ งการค้นหาพระสูตรทเ่ี กีย่ วข้องกับบุคคล สถานท่ี และข้อธรรมทเี่ รยี กวา่ “สังยุตต์”
๗. คมั ภีร์ทรี่ วบรวมคำสง่ั สอนของพระพทุ ธเจ้าในสว่ นทเ่ี ป็นพระธรรมเทศนาท่ีพระองค์ตรัสไวก้ บั บุคคลต่างๆ
๘. ชาญชัยสงสัยการบวชเป็นพระฤาษีของเณรทองคำ
๙. สุนียม์ ขี ้อสงสยั ทำไมในปัจจุบันไมม่ ีภิกษุณี จึงทำให้ต้องศกึ ษาประวัตคิ วามเป็นมาของภกิ ษุณี
๑๐. ขอ้ สงสยั ของครูชาติชายทำไมจึงจัดหมวดธรรมเปน็ ธรรมท่คี วรรู้ ธรรมที่ควรละ ธรรมท่คี วรบรรลุ

ธรรมท่คี วรเจรญิ
๑๑. ขนั ธ์ อายตนะ ธาตุ สจั จะ อินทรยี ์ เก่ียวกบั บุคคล
๑๒. คำถามคำตอบในหลักธรรม ๕๐๐ ขอ้ เก่ียวกับความเห็นในนิกายตา่ งๆ ของพระพุทธศาสนา ๑๘ นกิ าย

เพือ่ เปน็ ตัดสินพระธรรม
๑๓. หมวดรวบรวมขอ้ หลักธรรมเบ็ดเตลด็
๑๔. เรื่องการทำสงั คายนาครั้งท่ี ๑ และการทำสงั คายนาคร้งั ท่ี ๒
๑๕. วา่ ด้วยการจำพรรษา อโุ บสถ และปวารณา

19 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสภุ าษิต

ใบความรู้ เร่ือง โครงสรา้ งพระไตรปิฎก
ความหมาย

พระไตรปิฎก แปลตามศัพท์ ว่า กระจาดหรือตะกรา้ เป็นคัมภีรข์ องพระพทุ ธศาสนาทีร่ วบรวมพระ
ธรรมคำสอนของพระพุทธเจา้
ความสำคญั

พระไตปฎิ ก เปน็ คัมภรี ์สงู สุดของพระพทุ ธศาสนา ประมวลหลักคำสอนต่างๆ ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง
ไว้ตลอด ๔๕ ปี เปน็ บอ่ เกิดแห่งวทิ ยาการ วฒั นธรรม จารีตประเพณี และแนวปฏบิ ตั เิ พอื่ แก้ปัญหา พัฒนาตน
พฒั นาคณุ ภาพชีวติ และสังคม
โครงสร้างพระไตรปฎิ ก

พระไตรปฎิ ก มี ๔๕ เล่ม แบง่ ออกเปน็ หมวด คือ เลม่ ท่ี ๑-๘ ว่าดว้ ยพระวนิ ยั เล่มท่ี ๙-๑๓ วา่ ด้วย
พระสตู ร เล่มท่ี ๓๔-๓๕ วา่ ดว้ ยพระอภธิ รรม ซงึ่ อาจจำแนกรายละเอยี ดได้ดังน้ี

๑. พระวินยั ปฎิ ก เป็นคมั ภีร์ที่ว่าด้วยระเบียบวนิ ัยข้อบังคับของภกิ ษุและภิกษณุ ี รวมถึง
ขนบธรรมเนยี มประเพณีและข้อปฏบิ ตั ิท่ีดีงามสำหรับการอยูร่ ่วมกนั ของหมคู่ ณะ แบ่งออกเป็น ๘ หมวด

๑) มหาวภิ ังค์ ภาค ๑ ว่าดว้ ยศีลของภิกษทุ ี่มโี ทษหนัก
๒) มหาวภิ ังค์ ภาค ๒ วา่ ด้วยศีลของภิกษุท่ีมีโทษเบา มรรยาทอันดงี าม และวรี ะงบั คดีความ
๓) ภกิ ขนุ วี ิภังค์ ภาค ๑ วา่ ด้วยศลี ๓๑๑ ขอ้ ของภิกษณุ ี
๔) มหาวรรค ภาค ๑ ว่าดว้ ยการอปุ สมบท อุโบสถ จำพรรษา และปวารณา
๕) มหาวรรค ภาค ๑ วา่ ด้วยเรือ่ งเคร่ืองหนัง ยารักษาโรค กฐิน จวี ร การลงโทษ และการ
ระงบั คดีความ
๖) จฬู วรรค ภาค ๑ วา่ ดว้ ยการลงโทษ กรณีภิกษุชาวเมืองจำปา ระเบยี บวิธปี ฏบิ ัตสิ ำหรับการ
เปลื้องตนจากอาบตั ิ และการระงับคดีความ
๗) จฬู วรรค ภาค ๒ วา่ ด้วยขอ้ ปฏบิ ตั เิ ร่อื งเสนาสนะ การทำลายสงฆ์ใหแ้ ตกกัน (สงั ฆเภท)
ระเบยี บตา่ งๆ การงดสวดปาติโมกข์ เร่ิองภกิ ษุณี เรอื่ งการทำสังคายนาครง้ั ท่ี ๑ และการสงั คายนาครั้งที่ ๒
๘) ปริวารวรรค ว่าดว้ ยคำถามและคำตอบเร่ืองพระวินัย
๒. พระสุตตันตปิฎก สว่ นทีเ่ ปน็ พระธรรมคำสอนท่ีทรงแสดงแก่พระสาวก บุคคลท้ังหลาย ในโอกาส
และสถานทีต่ ่างๆ กันมีทงั้ เปน็ รอ้ ยแก้ว ร้อยกรอง ในรูปของคำบรรยาย นิทานเร่ืองเลา่ แบง่ ออกเป็น ๕ หมวด
๑) ทฆี นิกาย เป็นหมวดพระสตู รขนาดยาว ทัง้ หมด 3 เล่ม
๒) มัชฌมิ นิกาย เป็นหมวดพระสตู รขนาดกลาง ท้งั หมด 3 เล่ม
๓) สงั ยุตตนิกาย เป็นหมวดพระสูตรท่ีจัดกลมุ่ ตามเร่ืองท่ีเก่ียวข้องกนั ทัง้ หมด ๕ เล่ม
๔) องั คตุ ตรนิกาย เป็นหมวดพระสตู รทจี่ ัดกลุ่มตามจำนวนข้อธรรม ทง้ั หมด ๕ เลม่
๕) ขทุ ทกนกิ าย เปน็ หมวดพระสตู ร ภาษิต คำอธบิ าย และเร่อื งราวเบด็ เตลด็ ทง้ั หมด ๙ เลม่
๓. พระอภธิ รรม สว่ นทเ่ี ป็นหลักธรรมและคำอธิบายทเี่ ปน็ หลักวชิ าการล้วนๆ ไมเ่ กยี่ วกับบุคคล
เหตุการณ์ สถานท่ี และกาลเวลา แบง่ ออกเป็น ๗ หมวด
๑) ธมั มสังคณี คือ ข้อธรรมที่รวมไว้เปน้ หมวดหมู่ แลว้ อธิบายทีละประเภท
๒) วิภังค์ คือ ยกหมวดธรรมสำคญั ๆ ขึ้นตงั้ เป็นหวั เรอ่ื ง แล้วแยกแยะออกอธิบายโดยละเอียด
๓) ธาตุกถา คือ สงเคราะห์ข้อธรรมตา่ งๆ เข้าในขันธ์ อายตนะ และธาตุ ๔
๔) ปคุ คลบัญญัติ คือ บัญญตั ิความหมายของบุคคลประเภทตา่ งๆ ตามคุณธรรมท่ีมีอยู่ในบุคคลน้ันๆ
๕) กถาวัตถุ คือ แถลงและวินิจฉัยทัศนะของนิกายต่างๆ สมัยสังคายนาคร้งั ที่ ๓
๖) ยมก คือ ยกหัวข้อธรรมข้นึ วินจิ ฉยั ดว้ ยวิธถี ามและตอบ
๗) ปัฏฐาน คอื อธบิ ายปัจจัย ๒๔ แสดงความสัมพนั ธเ์ นื่องอาศยั กันแหง่ ธรรมทั้งหลายโดย
พิสดาร

20 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสภุ าษติ

ใบงานท่ี ๒ เรื่อง กฎแห่งกรรม
คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนวเิ คราะห์จากขา่ วและภาพมีความสมั พนั ธ์ เรอื่ งนา่ รู้จากพระไตรปิฎก : จฬู กัมมวภิ ังคสตู ร

กรณตี ัวอยา่ งท่ี ๑ เรื่อง กฎแห่งกรรม

http://talk.mthai.com/topic/422142
เจอคณุ ยายตาบอดนั่งขอทานอยู่ขา้ งทาง จากการสอบถามคณุ ยาย ชอ่ื ยายน้อย ไพรไธสง อายุ ๘๒ ปี
อาศัยอยู่ชุมชนบ้านสามเหลี่ยม สามียายเสียชีวิตแล้วหลายปี มีลูกชายหนึ่งคน ป่วยไม่สบายไม่สามารถ
ช่วยเหลือตัวเองได้ คุณยายเลยต้องมานั่งขอทานเลี้ยงตัวและลูกชาย โดยให้เพื่อนบ้านมาส่งที่หน้า
ปากซอยขา้ งโรงพยาบาลกรงุ เทพ วอนผใู้ จบญุ หรือหนว่ ยงานราชการทร่ี บั ผดิ ชอบดา้ นสวสั ดิการสงั คมของ
เทศบาลนครขอนแก่นโปรดช่วยสอดส่องดูแลผยู้ ากไร้
กรณตี ัวอยา่ งมีความสอดคล้องกับกฎแหง่ กรรม จูฬกมั มวภิ ังคสตู ร ได้อยา่ งไร
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................. ............................
........................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
มผี ลต่อตนเอง ครอบครัว อยา่ งไร
............................................................................................................................................................................. .
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................... ...........
มวี ิธอี ยา่ งไรให้ตวั เอง ครอบครวั พน้ จากกรรมชว่ั
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................... .........................................................
............................................................................................................................. .................................................

21 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสภุ าษติ

กรณตี วั อย่างท่ี ๒ เรื่อง กฎแห่งกรรม
คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนวิเคราะหจ์ ากขา่ วและภาพมีความสัมพันธ์ เร่ืองน่ารจู้ ากพระไตรปิฎก : จฬู กัมมวภิ งั คสตู ร

http://talk.mthai.com/topic/420335
ทำไมคุณครูสมัยน้มี แี ตห่ ล่อๆนะ!?

เห็นหน้าหล่อตี๋สไตล์เกาหลีแบบน้ี ครูพี่หมุ่ยเขาเป็นติวเตอร์สอนวิชาไทย-สังคมนะคะนักเรียน ซึ่ง
ตอนนี้เขาสอนอยู่ที่โรงเรียน SociThai (โซไซไทย) ค่ะ และไม่ได้มีเพียงแค่หล่อเท่านั้นนะ โปรไฟล์
ความสามารถนั้นเลิศมากจริงๆ ค่ะ ได้รับเกียรตินิยมอันดับ ๑ รัฐศาสตร์บัณฑิต สาขาความสัมพันธ์ระหว่าง
ประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,ได้รับทุนจากสหภาพยุโรปให้บินไปเรียนถึง University of Vinnea และ
ปรญิ ญาโทท่ี London School of Economics and Political Science ท่ีอังกฤษ
กรณีตัวอยา่ งมีความสอดคล้องกับกฎแห่งกรรม จูฬกมั มวิภังคสตู ร ได้อยา่ งไร
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
มผี ลต่อตนเอง ครอบครวั อย่างไร
.................................................................................................................................................. ............................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................ ......................................
มีวธิ ีอยา่ งไรให้ตัวเอง ครอบครวั พน้ จากกรรมช่วั
......................................................................................................................................................................... .....
.............................................................................................................................. ................................................
..................................................................................................................... .........................................................
............................................................................................................................................................... ...............

22 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสภุ าษติ

กรณตี วั อย่างท่ี ๓ เรอื่ ง กฎแห่งกรรม

คำชี้แจง ให้นักเรียนวเิ คราะหจ์ ากข่าวและภาพมีความสัมพนั ธ์ เรือ่ งนา่ รู้จากพระไตรปิฎก : จฬู กัมมวภิ ังคสูตร

http://talk.mthai.com/topic/418885

หนุ่มเมาคลี
บรเิ วณท้ายหมู่บา้ นหนองกวาง หมู่ ๒ ต.นายาง อ.พิชัย จ.อุตรดติ ถ์ มี ๓ ชวี ติ อาศยั อยใู่ นเพงิ เก่าๆ มี
หญิงวัย ๔๖ ปี เป็นผ้ดู แู ลหาเล้ยี งครอบครัว ยายอายุ ๘๓ ปี ท่พี ิการ และเดก็ ชายอายุ ๑๕ ปี ซ่ึงเป็นเด็กพเิ ศษ
(ดาวซนิ โดมหรอื ออทสิ ติก) ตงั้ แต่กำเนดิ โดยเดก็ ชายถูกพอ่ แม่ทง้ิ เพราะเห็นลกู เป็นออทสิ ติก ยายผู้ดแู ลจึงต้อง
รับเลี้ยง ทั้งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองแม้จะยากจนแต่ไม่เคยคิดทิ้ง เลี้ยงดูมาตลอด ตัวเองต้องทำงาน
จงึ ปลอ่ ยให้อยกู่ ับยายพิการ ตงั้ แตเ่ ดก็ จนโตเปน็ หนุ่ม มสี นุ ัขบ้าน ๓ ตวั เป็นเพอ่ื นเลน่ พดู คุย และปัจจบุ นั กย็ ัง
อยดู่ ้วยกันเนื่องจากมีสุนัขเป็นเพ่ือนเล่น ตอน ๗ ขวบ จงึ สังเกตเห็นพฤติกรรมหลายอย่างคล้ายสุนัขอย่างเดินสี่
ขา น้อยครั้งที่จะเห็นเดินเหมือนคน พอเดินได้สักพัก จะนั่ง นอนเล่นไปกับพื้นดิน กลิ้งไปมาจนตัวเปื้อนฝุ่น ใช้
มือ ๒ ข้างเขี่ยดินเล่น และเลือกเดิน วิ่ง ๔ ขา กระโจนแทนการเดิน ๒ ขาเหมือนคนปกติ และวิ่งได้รวดเร็ว
คล่องแคลว่ มาก หากเหน่ือยจะหยุดเดินช้า ๆ มองไปรอบข้าง หากไมพ่ อใจจะส่งเสยี งขู่ เพราะไม่สามารถพูดได้
ตวั จะมอมแมม ไมช่ อบใสเ่ สอื้ พฤตกิ รรมคลา้ ยสนุ ัข จนถูกชาวบ้านเรียกว่า หนุ่มเมาคลี ยายคนดูแลบอกว่า เขา
ไม่ชอบเข้าไปในหมู่บ้าน เพราะมักถูกรังแก จึงวิ่งเล่นซุกซนตามประสา กับสุนัขที่โตมาด้วยกัน จึงเป็นห่วง
อารมณ์ที่เริ่มโกรธง่าย เริ่มดุ บางครั้งขู่คล้ายจะกัดคนแปลกหน้า แต่หากคุ้นเคยจะขี้อ้อน และกังวลมาก คือ
ชอบวิง่ เลน่ เข้าปา่ ไปกบั ฝงู สนุ ัข กลัวจะหายไป เลย้ี งมาก็รักเหมือนลูก ผูกพนั กนั วันไหนเหน่อื ย ไมส่ บาย เขาจะ
เข้ามาอ้อน คลอเคลีย แค่นี้ก็สุขใจ ตนเองมีอาชีพ หาผักป่ามาส่งขาย ทำแบบนี้มา ๑๘ ปี มีรายได้วันละ ๒๐๐
บาท หาเลี้ยง ๓ ชวี ิต

23 พระไตรปิฎก พทุ ธศาสนสภุ าษติ

กรณีตวั อยา่ งมีความสอดคล้องกบั กฎแห่งกรรม จฬู กัมมวภิ ังคสูตร ได้อยา่ งไร
................................................................................................................................................... ...........................
............................................................................................. .................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
..............................................................................................................................................................................
มผี ลตอ่ ตนเอง ครอบครัว อย่างไร
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................... ....................................................
..................................................................................................................................................................... .........
มีวธิ ีอยา่ งไรให้ตัวเอง ครอบครัว พน้ จากกรรมช่ัว
..............................................................................................................................................................................
................................................................ ............................................................................................ ..................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
...................................................... ............................................................................................ ............................
............................................................................................................................. .................................................

24 พระไตรปิฎก พุทธศาสนสภุ าษิต

กรณตี วั อย่างที่ ๔ เรื่อง กฎแห่งกรรม
คำชแี้ จง ใหน้ กั เรียนวิเคราะห์จากขา่ วและภาพมีความสมั พนั ธ์ เรอ่ื งน่ารูจ้ ากพระไตรปิฎก : จูฬกมั มวภิ งั คสตู ร

http://talk.mthai.com/topic/413595
ขึ้นชื่อว่าลูกซุปตาร์ต้องไมธรรมดาแน่ๆ เพราะความน่ารักของบรรดาลูกซุปตาร์แต่ละคน ว่าแต่ว่าถ้า
ออกงานกันแตล่ ะครั้งค่าตัวน้องๆเหล่านั้น แทบจะสง่ เสียเปน็ คา่ เทอมไดเ้ บาๆ เลยทีเดียว ไปดกู ันเลยดกี วา่ วา่ ๕
อันดับลูกดาราซุปสตาร์วัยกระเตาะ ค่าตัวแพงเว่อร์มีใครกันบ้าง น้องลียาลูกสาวแสนรักแสนหวงของ
ธัญญ่า กับ เป็ก สัญชัย บ้านนี้เค้ามักจะแพ็คสามออกอีเว้นท์รับทรัพย์กันเสมอ มางานแต่ละครั้งก็มักจะได้รับ
ความสนใจ และมีประเด็นให้พูดถึง งานนี้น้องลียาเลยได้รับอานิสงค์รับเงินค่าตัว ๓๐,๐๐๐ – ๕๐,๐๐๐บาท
ช่วยพ่อแมเ่ บาๆ ไดอ้ กี แรง
กรณตี ัวอย่างมีความสอดคล้องกับกฎแหง่ กรรม จฬู กัมมวิภังคสตู ร ได้อย่างไร
........................................................................................................................................ ......................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................. ................................................
มีผลตอ่ ตนเอง ครอบครวั อย่างไร
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................................
มีวธิ ีอย่างไรให้ตวั เอง ครอบครัว พ้นจากกรรมชั่ว
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................ ..................
.......................................................................................................................... ....................................................
..............................................................................................................................................................................

25 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสภุ าษิต

กรณตี วั อยา่ งท่ี ๕ เร่ือง กฎแห่งกรรม
คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นวเิ คราะหจ์ ากข่าวและภาพมีความสัมพันธ์ เร่อื งน่าร้จู ากพระไตรปิฎก : จูฬกัมมวภิ งั คสูตร

http://talk.mthai.com/topic/411478
เรามีนายกแลว้ คุณอยากให้นายกแกอ้ ะไรเป็นอยา่ งแรก..
ตอนน้เี รามนี ายกแลว้ คือ ประยทุ ธ์ จันทรโ์ อชา นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๙ เพอื่ นๆ คดิ ว่าอยากได้รับ
การแก้ไขอะไรเป็นอยา่ งแรกบ้าง ไมต่ ้องพดู ถงึ ภาพรวมก็ได้ เอาใกลต้ ัว อยา่ งผมตอนน้ี อยากให้ โฟกสั แก้ไข
ปญั หายาเสพตดิ ตรงวัดไผโ่ รงวัว หน่อย เพราะมีเกลื่อนเลย แต่ ตำรวจ ไมร่ จู้ ะทำอยา่ งไรมง้ั
กรณีตวั อย่างมีความสอดคล้องกบั กฎแห่งกรรม จฬู กมั มวิภังคสูตร ได้อยา่ งไร
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................... .........................................................
........................................................................................................................................ ......................................
..............................................................................................................................................................................
มผี ลต่อตนเอง ครอบครัว อยา่ งไร
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................ ..................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
มวี ธิ อี ยา่ งไรให้ตวั เอง ครอบครวั พ้นจากกรรมช่วั
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................... ...........................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

26 พระไตรปิฎก พุทธศาสนสภุ าษติ

ใบความรู้ เรื่อง เรื่องนา่ รู้จากพระไตรปฎิ ก : จูฬกัมมวิภงั คสูตร

จฬู กมั มวิภังคสูตร เปน็ พระสตู รท่อี ยู่ในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ มัชฌมิ นกิ าย (วิภังควรรค) กลา่ วถึง
กฎแหง่ กรรมท่วี า่ คนทเ่ี กิดมาตา่ งกัน เพราะแตล่ ะคนทำกรรมมาไม่เหมือนกนั พระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงเรื่อง
ให้กับสุภมาณพ ขณะประทับท่ีพระเชตวันมหาวหิ าร พระสูตรได้กลา่ วถงึ คนท่ีต่างกนั เพราะกรรมเป็นคู่ ดังน้ี

คู่ท่ี ๑ คนที่มีอายุขัยส้ันเพราะชอบการฆา่ สตั ว์ คนท่ีมอี ายุขัยทยี่ ืนยาวเพราะมีเมตตากรุณาต่อสัตว์
คทู่ ี่ ๒ คนมโี รคมากเพราะชอบรังแกและทารุณตอ่ สตั ว์ คนมโี รคน้อยสุขภาพแขง็ แรงเพราะมีเมตตา
กรุณาต่อสัตว์
คทู่ ี่ ๓ คนทมี่ ผี วิ พรรณทรามเพราะเป็นคนมักโกรธ คนทม่ี ีผวิ พรรณงามเพราะไม่มกั โกรธ
คู่ที่ ๔ คนขาดคนนับถือเพราะเป็นผมู้ ักอจิ ฉาริษยา คนมแี ต่คนนบั ถือเพราะไม่รษิ ยา
ค่ทู ่ี ๕ คนมที รัพยส์ นิ เงินทองนอ้ ยเพราะไม่ชอบให้ทาน คนมเี งินทองมากเพราะชอบให้ทาน
คทู่ ี่ ๖ คนเกดิ ในตระกูลตำ่ เพราะมักถือตวั หยงิ่ ยโส คนเกิดในตระกลู สูงเพราะเปน็ คนอ่อนนอ้ ม
คู่ที่ ๗ คนมปี ัญญาต่ำเพราะไม่ชอบเขา้ ไปหาครูอาจารย์ คนมปี ัญญาดีเพราะชอบเขา้ ไปหาครอู าจารย์
นกั ปราชญ์ราชบัณฑิต
พระสูตรนีส้ อนเรือ่ งกรรม มีสาระสำคญั มุ่งแสดงใหเ้ ห็นว่าการท่ีคนแต่ละคนมีสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
เพราะการกระทำในอดีตชาติ หรือกรรมเก่าในชาติก่อน ซึ่งแนวคิดนี้คนในสังคมปัจจุบันที่เจริญด้วย
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาจเป็นการลำบากที่จะเชื่อเรื่องนี้ได้อย่างสนิทใจ แต่อย่างไรก็ตามการสอนเรื่อง
กรรมเก่าในชาติก่อน อย่างน้อยที่สุดก็ช่วยให้มนุษย์ได้หยุดฉุกคิดก่อนจะทำความชั่วอะไรลงไป และเป็นการ
ปลกู ฝังคุณธรรมและคา่ นิยมทดี่ งี ามใหส้ งั คมมนุษย์ เพือ่ การอยรู่ ว่ มกันอย่างสงบสุขสนั ติในสังคม
นอกจากนั้นแล้ว คำว่า ชาติก่อน เราอาจอธิบายได้ในสองลักษณะ คือ ชาติก่อนที่เป็นอดีตชาติล่วง
มาแล้วจริงๆ แระการหนึ่ง หรืออธิบายได้ว่าชาติก่อนหมายถึงช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาแต่ละช่วงในชาติน้ี
กล่าวคือ วันก่อน สัปดาห์ก่อน ปีก่อน สิบปีก่อน ยี่สิบปีก่อน หลายๆ ปีก่อน การกระทำของบุคคลที่ผ่านมาใน
วันกอ่ นๆ มผี ลต่อสภาพขณะปจั จบุ ัน หรอื ส่งผลให้บุคคลนัน้ ได้รับผลสอดคล้องสัมพันธ์กันกับการกระทำที่ผ่าน
มา สามารถสรปุ เหตกุ ารณ์ตา่ งๆ ในจฬู กมั มวิภังคสตู รได้ตามตัวอยา่ งดังน้ี
กรณที ่ี ๑ คนเจ้าอารมณ์ มกั โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแมเ้ ร่ืองเลก็ นอ้ ย ส่งผลให้ใบหนา้ ไมผ่ อ่ งใส
ผลคอื ใบหน้าไมผ่ อ่ งใส แสดงใหเ้ หน็ วา่ คนมกั โกรธย่อมมผี วิ พรรณไม่สดใส ไม่สวยงาม เพราะ
สขุ ภาพจิตไม่ดี
กรณีท่ี ๒ บุคคลทมี่ ีอารมณ์ มีความยบั ยัง้ ช่งั ใจ ไมม่ ักโกรธ
ผลคือ ใบหนา้ ผอ่ งใส มีผวิ พรรณงดงามเพราะสขุ ภาพจติ ดี
กรณีท่ี ๓ คนทีช่ อบอจิ ฉาริษยาคนอน่ื เหน็ ใครดีมักทนอยู่ไม่ได้ แสดงความริษยาออกนอกหนา้
ผลคอื เป็นคนไม่มีอำนาจเพราะขาดคนเกรงใจ ไม่มใี ครใหเ้ กียรตอิ ยา่ งจริงใจ
กรณที ี่ ๔ คนที่ไม่อิจฉาริษยาคนอื่น ยนิ ดกี บั ความสำเร็จ ความกา้ วหน้าของคนอืน่ ดว้ ยความจริงใจ
ผลคอื มีคนเกรงใจ ใหเ้ กียรติ นบั ว่าเป็นคนมีอำนาจในตวั เอง

27 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสภุ าษติ

ใบงานท่ี ๓ เรอ่ื ง พุทธศาสนสภุ าษติ
คำช้ีแจง ให้นกั เรยี นศึกษากรณศี กึ ษาแลว้ ตอบคำถามและทำแผนผงั ความคิด

กรณศี กึ ษาท่ี ๑ “ความฝันท่ีรอการสานตอ่ ”

"ความยากจน" ไม่เคยทำให้ เด็กชายปาณัสม์ คล้ายกับคำ หรือ น้องนัท อายุ ๑๒ ปี เด็กนักเรียน
ชั้นป.๖ โรงเรียนบ้านหมากหญ้า จ.อุดรธานี รู้สึกท้อแท้ในโชคชะตา แต่เขากลับรู้สึกว่า ต้องพยายามมากกว่า
คนอ่นื ๆ น้องนทั จึงขยนั และตั้งใจเรียน จนสอบได้เกรด ๔ ในทุกวชิ า นอกจากนี้ยังใช้เวลาว่างหลังเลิกเรยี น และ
ในวนั หยดุ เพื่อ ช่วยพ่อแมส่ านหวดน่ึงข้าวเหนียว เพอ่ื หารายไดเ้ สรมิ ให้แกค่ รอบครวั อีกทางหน่งึ

ปัจจุบัน น้องนัทอาศัยอยู่กับ พ่อ แม่ และพี่ชาย ในบบ้านไม้หลังเก่า ใต้ถุนสูง ครอบครัวมีฐานะ
ยากจน มีเพียงมอเตอร์ไซค์เก่าๆ ที่พ่อกับแม่ใช้ในการเดินทางไปทำงาน รับจ้างรายวัน ตามสถานที่ต่างๆ เช่น
ตัดอ้อย ตัดมันสำปะหลัง เป็นต้น ส่วนพี่ชายของน้องนัทต้องลาออกจากโรงเรียน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ
คา่ ใชจ้ ่ายของครอบครัวและช่วยพอ่ แม่ทำงานรับจา้ งอีกแรงหนึง่

แต่งานรับจ้างก็ไม่แน่นอน หากวันไหนไม่มีงาน พ่อแม่และพี่ชาย ก็จะนำไม้ไผ่มาลอกเป็นเส้น เพื่อ
สานเปน็ หวดนง่ึ ข้าวเหนียวเพ่อื สง่ ขายให้แม่ค้าในตลาด

โดยหลังเลิกเรียนและในวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ น้องนัทจะช่วยที่บ้านสานหวดอยู่เสมอ โดยในวัน
หน่ึงๆจะสานหวดได้ประมาณ ๑๐ อนั โดยหลังจากหกั ตน้ ทนุ แลว้ จะไดก้ ำไรประมาณอนั ละ ๓ บาท
ทุกๆวัน น้องนัทจะเดินเท้าไป-กลับ โรงเรียนที่อยู่ห่างจากบ้านไปประมาณ ๑ กิโลเมตร โดยคุณครูบอกว่า
น้องนัท เป็นเดก็ ขยัน ตัง้ ใจเรียน และสอบไดเ้ กรด ๔ ในทกุ วชิ า นอกจากน้ี ยังเปน็ เดก็ ที่มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ

นอ้ งนทั ฝนั อยากเปน็ ครูสอนคณติ ศาสตร์ เพราะชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และมักไดร้ บั คัดเลือกเป็น
ตัวแทนโรงเรียนไปสอบแข่งขันคณิตศาสตร์อยู่เสมอ เขาจึงได้สมัครขอรับทุนการศึกษาจากมูลนิธิ EDF ในปี
การศึกษา ๒๕๕๘ นเ้ี พ่ือเรียนต่อในระดบั ที่สงู ขึน้ และสานตอ่ ความฝันให้เป็นจริงตอ่ ไป

http://www.edfthai.org/?page=Feature_Stories&id=280

28 พระไตรปิฎก พุทธศาสนสภุ าษติ

- จากกรณีศึกษาตรงกับพุทธศาสนสุภาษติ เรือ่ งใด และเก่ียวขอ้ งกับใครมากท่สี ุดและควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
- จากกรณีศึกษาการกระทำสอดคล้องกบั พุทธศาสนสภุ าษิตให้ข้อคิดอะไร
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................ ........................................................ ..............
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................. ........................................................ ........................
- ผลดหี รือประโยชนท์ ่ไี ด้รบั ของการปฏิบัติอย่างไรตอ่ ตนเอง สงั คม และประเทศชาติ
.................................................................................................. ............................................................................
.................................................................................................................................... ..........................................
......................................................................................... .....................................................................................
........................................................................................ ................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................. ................................................................................... ..............
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
- ให้นักเรียนยกตวั อยา่ งจากการดำเนินชวี ติ ประจำวนั ทีส่ อดคลอ้ งกับพุทธศาสนสภุ าษติ ที่นกั เรียนได้ศกึ ษา
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................................... .........
................................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................................... .....................
.................................................................................................... ..........................................................................
............................................................................................................................. .................................................

29 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสภุ าษติ

กรณีศึกษาท่ี ๒ ลอ่ จับครพู ่ีเล้ยี งเด็กค้ายาบ้า อา้ งรายได้ไม่พอใช้

ครสู าวพีเ่ ลย้ี งประจำศูนยอ์ บรมเด็กก่อนเกณฑ์ อ้างรายได้ไม่พอใช้ เลยรบั ยาบา้ มาขายใหว้ ัยรนุ่ เอากำไร
เล็กๆ น้อยๆ ตำรวจสืบรูล้ ่อจับได้คาของกลาง

เมื่อคืนวานนี้ พ.ต.ท.ปวรชัย บุรกรณ์ รอง ผกก.สส.สภ.พบิ ูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี พร้อมด้วยพ.ต.ต.พีระศักดิ์
สรุ ะมะณี สว.สส. และ พ.ต.ต.พลสันต์ คมขาว ผบ.ร้อย ตชด.๒๒๖ สนธิกำลงั เจ้าหน้าที่ เขา้ จับกมุ น.ส.วาสนา สามทอง
หรอื ครูวาส อายุ ๒๙ ปี อยู่บา้ นเลขท่ี ๑๓๑ บา้ นจนั ทัย ม.๗ ต.วาริน อ.ศรเี มอื งใหม่ จ. อบุ ลราชธานี ครูพี่เล้ียงประจำศูนย์
อบรมเด็กก่อนเกณฑว์ ัดขวัญมงคล บา้ นจนั ทัย อบต.วาริน ต.วารนิ อ.ศรเี มืองใหม่พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน ๖๑ เม็ด ใน
ตลับหมากฝรั่งยห่ี อ้ ดบั เบ้ิลมน้ิ ท์ สีดำ และเงินสดท่ใี ช้ ล่อซ้อื จำนวนหนง่ึ

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิบูลมังสาหาร ได้จับกุมกลุ่มวัยรุ่นผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ เมื่อนำมา
สอบสวนขยายผล กลุ่มผู้เสพสารภาพว่าซื้อยาบ้ามาจาก ครูวาส ครูพี่เลี้ยงเด็กในวัดขวัญมงคล ซึ่งใช้เวลาว่างหลงั เลกิ เรียน
เปิดบ้านพักขายยาบ้าให้กลุ่มผู้เสพ ทางตำรวจ สภ.พิบูลมังสาหาร จึงทำการล่อซื้อ โดยนัดส่งมอบยาบ้ากันหน้าบา้ นเลขท่ี
๑๓๑ ม.๗ ต.วาริน อ.ศรีเมืองใหม่ กระทั่งถึงเวลานัดหมาย ครูวาสได้เดินนำยาบ้ามาส่งให้ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม
ไดพ้ ร้อมของกลาง

สอบสวนเบื้องต้น ครูวาส อ้างว่า รายได้จากการเป็นครูพี่เลี้ยง ไม่พอสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จึงรับยาบา้
จากเพ่ือนมาขายต่อทำกำไรเล็กๆ น้อยๆ ในราคาเม็ดละ ๑๕๐ บาท จนมาถูกจับดังกล่าว ซึ่งเจ้าหนาที่ได้แจ้งข้อหา
‘จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑ (ยาบ้า) และมียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อ
จำหน่ายโดยผิดกฎหมาย’ ก่อนนำตวั ผตู้ อ้ งหาพรอ้ มของกลางสง่ พงส.สภ.ศรเี มืองใหม่ เจ้าของพน้ื ที่ดำเนินคดีต่อไป.

http://thairath.co.th/content/461724

30 พระไตรปิฎก พุทธศาสนสภุ าษติ

- จากกรณศี ึกษาตรงกับพุทธศาสนสุภาษิตเรือ่ งใด และเกีย่ วขอ้ งกบั ใครมากท่ีสดุ และควรปฏบิ ตั ิอย่างไร
..................................................................................................................................................... .........................
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................. ............................................................
.......................................................................................................................................... ....................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................ ......................................................................
............................................................................................................................... ...............................................
..............................................................................................................................................................................
- จากกรณศี ึกษาการกระทำสอดคล้องกบั พทุ ธศาสนสภุ าษิตให้ขอ้ คดิ อะไร
...................................................................................................... ........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
............................................................................................ ..................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................... ..........................................
- ผลดหี รอื ประโยชน์ที่ไดร้ ับของการปฏิบัติอย่างไรต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ
............................................................................................ ..................................................................................
...................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
- ให้นกั เรียนยกตัวอย่างจากการดำเนนิ ชีวติ ประจำวนั ท่ีสอดคลอ้ งกับพทุ ธศาสนสุภาษติ ท่ีนักเรยี นได้ศกึ ษา
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................... ..........................
........................................................................................................................ ......................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................... ....................................
............................................................................................................. .................................................................
......................................................................................................................................................................... .....

31 พระไตรปิฎก พทุ ธศาสนสภุ าษติ

กรณศี ึกษาท่ี ๓ ชาวเนปาลยิ้มได้!ทีมเแพทยก์ องทพั ไทยเยียวยา
ชาวเนปาลย้ิมได!้ ทีมเแพทย์กองทัพไทยเยียวยา : สำราญ สมพงษร์ ายงาน

หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ๗.๘ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ ๘๐ ปี ที่เขตภักตะปุร์ กลางกรุง
กาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล สร้างความเสียหายในวงกว้าง อาคารบ้านเรอื นตลอดจนโบราณสถานในเมือง
หลวงพงั ทลาย ส่งผลใหม้ เี สยี ชวี ติ คาดว่าประมาณหม่ืนคน

ทางกองทัพไทย โดยกรมแพทย์ทหารบก ได้จัดกำลังแพทย์ พยาบาล จำนวน ๑๖ นาย พร้อม
เวชภัณฑ์ เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหว ณ ศูนย์อพยพสนามกีฬาดูลิเขต เมืองกาฐมาณฑุ
ประเทศเนปาล โดยมียอดผู้มาเข้ารับการรักษา จำนวน ๓๐๐ คน ส่วนใหญ่เป็นโรคหวัด และระบบทางเดิน
อาหาร ซึ่งประชาชนที่เข้ารับการรักษารู้สึกดีใจและประทับใจมากที่มี แพทย์ทหารจากกองทัพไทย ที่มา
ให้บรกิ ารในวันน้ี ซึ่งภารกจิ ดังกลา่ วกองทพั ไทยจะยงั คงเปิดให้บริการรกั ษาผ้ปู ระสบภยั ในพื้นท่อี น่ื ๆ

ทัง้ นจี้ ากการสังเกตผทู้ ่ีเขา้ รบั การรกั ษาต่างมีใบหน้ายม้ิ แย้มแจ่มใยเปน็ กนั เองกบั ทีมแพทยข์ องไทย
และไดร้ ับความสนใจจากสือ่ มวลชนประเทศเนปาลเป็นอย่างมาก

พร้อมกันนี้ชุดค้นหาและกู้ภัยจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ใน
ภารกจิ ช่วยเหลือผปู้ ระสบภยั แผ่นดินไหวในประเทศเนปาล ดำเนินการสถาปนาทตี่ ั้งหนว่ ย พรอ้ มทั้งเชิญธงชาติ
ขึ้นสู่ยอดเสา ณ ศูนย์ค้นหาและกู้ภัยนานาชาติ เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล นำโดยมี พ.อ.ณัฐพล สุขกก
สงั ค์ เปน็ หวั หน้า พร้อมกำลังพลอีก ๑๖ นาย

โดยนายกรัฐมนตรีเนปาลพร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารบกเนปาล ตรวจเยี่ยมหน่วยแพทย์กองทัพ
ไทยที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว ณ สนามกีฬาทหาร เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล โดยได้
กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทย กองทัพไทยและประชาชนชาวไทยที่ให้ความช่วยเหลือเนปาลในขณะนี้ พร้อมทั้ง
กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู วั ด้วย

ในโอกาสนี้กองทัพไทยยังลำเลียงสิ่งของประทานจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริ
วัฒนาพรรณวดี เพื่อนำไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยสิง่ ของ ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรปู
อาหารกระป๋อง และน้ำดื่ม ซึ่งทางสถานทูตไทย จะทำการส่งมอบให้กับรัฐบาลเนปาล เพื่อให้ส่งถึงมี
ผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า ภารกิจดังกล่าวรัฐบาลโดย
กระทรวงกลาโหมได้สั่งการให้กองทัพไทยจัดส่งชุดช่วยเหลือและชุดประเมินผล พร้อมสิ่งของ ในการช่วยเหลอื

32 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสภุ าษิต

บรรเทาทุกข์เดินทางไปยังประเทศเนปาลโดยเครื่องบินลำเลียงแบบที่ ๘ (C-๑๓๐H) ออกเดินทางจาก ท่า
อากาศยานทหาร ๒ กองบิน ๖ เมือ่ เวลา ๐๙.๔๐ น. วันท่ี ๒๘ เมษายนท่ีผ่านมา

http://www.komchadluek.net/detail/20150430/205560.html
- จากกรณีศึกษาตรงกับพุทธศาสนสุภาษติ เร่อื งใด และเกีย่ วขอ้ งกบั ใครมากท่สี ดุ และควรปฏบิ ัตอิ ยา่ งไร
..................................................................... ................................................................................................ .........
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................... ................................................................................................ ....................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
- จากกรณีศึกษาการกระทำสอดคล้องกับพุทธศาสนสุภาษิตใหข้ ้อคดิ อะไร
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
- ผลดหี รือประโยชน์ท่ีได้รับของการปฏบิ ตั ิอยา่ งไรต่อตนเอง สงั คม และประเทศชาติ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................ ......
.......................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................ ..................
- ใหน้ ักเรยี นยกตัวอยา่ งจากการดำเนนิ ชวี ิตประจำวนั ทีส่ อดคลอ้ งกับพุทธศาสนสุภาษิตท่ีนกั เรียนได้ศึกษา
.......................................................................................................................................... ....................................
............................................................................................... ...............................................................................
...................................................................................... ........................................................................................
................................................................................................................................ ..............................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................ ........................................................................................... .......
............................................................................................................................. .................................................

33 พระไตรปิฎก พุทธศาสนสภุ าษติ

กรณศี ึกษาท่ี ๔ ชน่ื ชมลกู กตัญญู พาพ่ออัมพาตไปดแู ลท่ีมหาวิทยาลัย
นักศึกษาหญิงยอดกตัญญู พาพ่อเป็นอัมพาตจากเหตุความไม่สงบในภาคใต้ ขึ้นรถจักรยานยนต์
พ่วงข้างไปเรียนหนังสือด้วยทุกวัน เพื่อจะได้ดูแลใกล้ชิด ด้านมหาวิทยาลัยหาดใหญ่มอบทุนช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๗ รายการเรื่องเล่าเช้าน้ี ทางช่อง ๓ รายงานว่า ได้รับแจ้งจากอาจารย์
ชัยรัตน์ จุสปาโล คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอาจารย์นที เหมันต์
อาจารย์ที่ปรึกษา ว่ามีนักศึกษาหญิงชั้นปี ๑ เป็นเด็กกตัญญู พาบิดาที่ป่วยเป็นอัมพาตจากเหตุการณ์ความไม่
สงบในภาคใต้นั่งรถจักรยานยนต์พ่วงข้างไปเรียนหนังสือ เพื่อจะได้ ดูแลพ่ออย่างใกล้ชิด
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบ นางสาวสุนิดา อาลีน๊ะ อายุ ๑๙ ปี นักศึกษาชั้นปีที่ ๑
สาขาวชิ าการบัญชี คณะบรหิ ารธุรกจิ เด็กสาวยอดกตัญญูคนดังกล่าว โดยทราบวา่ นางสาวสุนิดาต้องดูแลพ่อท่ี
เป็นอัมพาตเพียงลำพัง เพราะมารดาเสียชีวิตไปตั้งแต่ที่เธอยังอายุได้เพียง ๔ ขวบ ส่วนพี่น้องคนอื่นก็แยก
ยา้ ยกันไปมีครอบครวั มีแวะเวยี นมาเย่ยี มบ้างเป็นครง้ั คราว

ทั้งนี้นางสาวสุนิดาได้เช่าบ้านอยู่ในอำเภอหาดใหญ่ ทุกครั้งที่มาเรียนหนังสือต้องพาพ่อขึ้น
รถจักรยานยนต์พ่วงขา้ งมาทมี่ หาวิทยาลยั ด้วย เมอ่ื เรียนไปสกั ๒ ชั่วโมงก็จะขออนญุ าตอาจารยล์ งมาดูแลพ่อ
เม่อื พักกลางวนั ก็จะหาข้าวหาน้ำให้พ่อทาน ทำเช่นนี้เป็นประจำ จนคนท่ีพบเห็นต่างพดู เป็นเสียงเดียวกันว่า
เป็นเดก็ กตัญญมู าก

ดา้ นนางสาวสุนิดา เลา่ วา่ ตอนน้เี ธอต้องกเู้ งินมาเรียน แต่ทราบมาวา่ ทางมหาวทิ ยาลัยจะใหเ้ งินจำนวน
หนง่ึ ไวเ้ ป็นทนุ การศกึ ษา ซง่ึ เธอก็หวงั จะเรียนให้จบ เพ่ือจะไดท้ ำงาน หาเงินมาดแู ลพอ่

ขณะที่อาจารย์ชัยรัตน์ จุสปาโล คณบดีคณะบริหารธุรกิจ กล่าวว่า นางสาวสุนิดาเป็นเด็กที่ดีมาก ไม่
ทอดทงิ้ ผ้ปู กครองท่ีได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไมส่ งบ นำผู้ปกครองมาดูแลในชว่ งท่ีเรียนหนงั สือด้วย ซึ่ง
ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยจะช่วยประสานงานกับกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.)
ให้ช่วยเหลือเร่ืองทนุ การศึกษาให้ ส่วนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทางมหาวิทยาลัยก็จะจัดสรรทุนให้ เพื่อเติมเต็มให้ครบ
จำนวนจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยไม่ถือว่าเป็นภาระอะไร แต่คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี
งามทีเ่ กดิ ข้ึนกับมหาวิทยาลยั หาดใหญเ่ สยี ดว้ ยซำ้

http://hilight.kapook.com/view/108821

34 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสภุ าษิต

- จากกรณศี ึกษาตรงกับพทุ ธศาสนสภุ าษิตเรอื่ งใด และเก่ียวขอ้ งกับใครมากที่สดุ และควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................ ..
- จากกรณีศึกษาการกระทำสอดคล้องกบั พุทธศาสนสุภาษิตใหข้ ้อคดิ อะไร
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
- ผลดีหรอื ประโยชน์ทีไ่ ดร้ บั ของการปฏบิ ตั ิอยา่ งไรตอ่ ตนเอง สังคม และประเทศชาติ
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
.............................................................................................................. ................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................. ................................
- ใหน้ ักเรียนยกตัวอยา่ งจากการดำเนนิ ชีวิตประจำวันที่สอดคล้องกับพุทธศาสนสภุ าษติ ที่นักเรยี นได้ศกึ ษา
...................................................... .............................................................................................................. ..........
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................... ...............................
.................................................................................................................. ............................................................

35 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสภุ าษิต

ใบความรู้ เรอ่ื ง พุทธศาสนสุภาษติ

พทุ ธศาสนสุภาษติ เปน็ ภาษติ หรอื ถ้อยคำที่พระพุทธเจา้ ตรัสไว้ เปน้ คตธิ รรมท่ีมคี วามหมายลกึ ซ้ืง
สามารถนำไปเปน็ ข้อเตอื นใจเพือ่ เป็นแนวทางในการดำเนินชวี ิต

กมฺมนา วตฺตตี โลโก สตั วโ์ ลกย่อมเป็นไปตามกรรม
สตั วโ์ ลก คือ ผทู้ ่ีเกดิ มาในโลก หรือในภพภูมิต่างๆ
กรรม คอื การกระทำ หมายถึง การกระทำท่ปี ระกอบดว้ ยเจตนา และลงมอื ปฏิบัติ อาจจะเป็นทาง
กาย ทางวาจา และทางใจ ทีเ่ รียกวา่ กายกรรม วจกี รรม และมโนกรรม ตามลำดับ
ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จอุบัติขึ้นในโลก มนุษย์มีความเชื่อถือกันว่า วิถีชีวิตของคนเราจะเป็นไป
อย่างไรนั้นเทพเจ้าเท่านั้นจะเป็นผู้บันดาล แต่เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น พระองค์ทรงค้นพบว่า ชีวิตของ
คนจะเปน็ อยา่ งไรนนั้ คอื ดี เลว ประณตี ยากจน รำ่ รวย หรอื อบั เฉา ทงั้ หมดขน้ึ อยู่กับผลของกรรมทีต่ นเอง
กระทำไว้คนอื่นจะทำความดี ความชั่ว และรับผลของกรรมดีกรรมชั่วแทนกันไม่ได้ทางพระพุทธศาสนาถือว่า
กรรมเปน็ ผตู้ กแต่งวา่ จะใหใ้ ครเป็นอย่างไร คือจะให้ดีหรือเลว มใิ ชพ่ ระเจา้ หรือเทพเจ้าเป็นผู้แต่ง ท่ีว่า สัตว์โลก
ย่อมเป็นไปตามกรรมนั้น หมายความว่า คนเราจะเป็นอย่างไร แรงกรรมเท่าสนั้นเป้นผู้พาไป มิใช่ใครคอยดล
บันดาลให้ฉะนั้น พุทธศาสนิกชนควรประกอบกรรมดี คือ กุศลกรรม หลีกเลี่ยงกรรไมดี คือ อกุศลธรรม การ
ประพฤติปฏิบัติดี ย่อมส่งผลให้ผู้ประพฤติปฏิบัติได้รับผลแห่งดกรรมดีนั้น ดังพุทธศาสนาสุภาษิตว่า กมฺมนา
วตฺตตี โลโก สัตวโ์ ลกย่อมเปน็ ไปตามกรรม
กลยฺ าณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ ทำดไี ดด้ ี ทำชัว่ ไดช้ ่วั
เปน็ การกลา่ วถงึ “กฎแห่งกรรม” ผลของการกระทำวา่ ผู้ท่ีประพฤติปฏบิ ัตติ นเช่นใดย่อมได้ผลเช่นนั้น
คือ ถ้าประพฤติปฏิบัติดี ย่อมได้รับผลดีตอบแทน แต่ถ้าประพฤติปฏิบัติชั่ว ย่อมได้รับผลชั่วตอบแทน
เช่นเดียวกับพุทธศาสนสุภาษิตแรกที่ว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เช่น ผู้ที่มีความขยันหมั่นเพียร ตั้งใจ
ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ย่อมได้รับความรู้และประสบผลสำเร็จในการเรียน ต่างจากผู้ที่มีความเกียรคร้าน ไม่
ตั้งใจศึกษา ย่อมจะทำให้เป็นผู้ที่มีสติปัญญาน้อย ผลการเรียนตกต่ำ เป็นต้น ดังนั้นเราจึงควรประกอบกรรมดี
ละเวน้ กรรมชัว่ เพราะกระทำเชน่ ใดยอ่ มได้รับผลเชน่ น้นั
สโุ ข ปุญฺญสฺส อจุ ฺจโย การสั่งสมบญุ นำสุขมาให้
บุญ หมายถึง เครื่องชำระจิตใจ ความดี กุศล ความสุข ความประพฤติชอบทางกาย วาจา และใจ
เป็นกุศลกรรม การสั่งสมบุญ จึงเป็นการทำให้ใจเกิดความสุข ทำใจให้เป็นกุศล สิ่งที่เป็นที่ตั้งแห่งการสั่งสม
บุญหรอื การทำบุญ มี ๓ ทาง หรือที่เรียกวา่ บุญกริ ิยาวัตถุ ๓ ได้แก่

๑. การส่งั สมบุญด้วยการบริจาคทาน เรียกวา่ ทานมัย
๒. การสั่งสมบุญด้วยการรกั ษาศีลและประพฤติดี เรยี กว่า ศลี มัย
๓. การส่ังสมบุญดว้ ยการเจริญภาวนา เรยี กวา่ ภาวนามยั
การสั่งสมบุญแม้เพียงทีละเล็กทีละน้อย ย่อมนำความสุขความเจริญมาสู่ผุ้ประพฤติปฏิบัติ ประดุจ
นำ้ ฝนทต่ี กลงมาทีละหยาดๆ ตกนานๆ เข้า กย็ ่อมเต็มภาชนะ บุญกศุ ลแห่งการทำความดีก็เฉกเชน่ เดียวกัน ผู้ที่
หมั่นทำความดีสรา้ งกุศลทีละเล็กทีละน้อย บุญกุศลก็เพิ่มพูนขึ้นเปน็ ลำดับ และนำความสุข ความอิ่มเอิบใจมา
ใหแ้ กผ่ ูป้ ฏิบัติ

36 พระไตรปิฎก พุทธศาสนสภุ าษิต

ปชู โก ลภเต ปชู ํ วนทฺ โก ปฏวิ นทฺ นํ
ผู้บูชาเขา ยอ่ มไดร้ บั การบูชาตอบ ผ้ไู หว้เขา ยอ่ มไดร้ ับการไหว้ตอบ
บชู า หมายถึง การให้ด้วยความนับถือ การแสดงความเคารพเทิดทนู มี ๒ ลกั ษณะ ไดแ้ ก่ อามิสบูชา คือ การ
บชู าดว้ ยส่งิ ของ และปฏิบัตบิ ชู า คอื การบชู าดว้ ยการประพฤติปฏบิ ตั ิตามคำสอนหรือส่ิงดีงาม
ไหว้ หมายถงึ การทำความเคารพโดยการยกมอื ขน้ึ ประนม
การบชู าและการไหว้ เปน้ การแสดงถึงความเคารพ ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความมสี ัมมาคารวะท่ีเรามีต่อผู้อื่น
พุทธศาสนสุภาษิตบทนี้เป็นหลักแห่ง “เหตุ” และ “ผล” ทำเช่นใดย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ที่ทำความเคารพ และกราบไหว้
บูชาผู้อื่น ย่อมได้รับการแสดงความเคารพและกราบไหว้บูชาตอบเช่นเดียวกัน เมื่อต้องการสิ่งใด ต้องรู้จักกระทำสิ่งน้ัน
ให้แก่ผู้อื่นก่อน เช่น ต้องการเป็นรักของผู้อื่น ต้องรู้จักมอบความรักให้เขากอ่ น ต้องการได้รับการยกย่อง ต้องรู้จักยกย่อง
ให้เกยี รตเิ ขาก่อน

37 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสภุ าษติ

แบบฝกึ หดั เรื่อง พุทธศาสนสภุ าษิต
ตอนท่ี ๑ คำชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นเตมิ คำหรือข้อความลงในช่องว่างใหถ้ กู ต้อง ( ๑๐ คะแนน )
๑. พทุ ธศาสนสุภาษิต “สัตว์โลกยอ่ มเปน็ ไปตามกรรม” และ “ทำดีได้ ทำชัว่ ไดช้ ่ัว” มีความแตกต่างหรอื

คล้ายคลึงกนั อย่างไร .......................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................

๒. กรรมในทางพระพทุ ธศาสนา หมายถึง ............................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
.......................................................................................................................................................... ....................

๓. มนษุ ยส์ ามารถกระทำกรรมไดก้ ี่ทาง อะไรบ้าง ...............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................... ....................

๔. การทำบุญมีความสำคญั ต่อชีวิต คือ ................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................... ....................

๕. การบชู าคนที่ควรบชู า หมายถึง ......................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................

๖. การไหวผ้ ู้อ่ืน นอกจากจะไดร้ ับการไหวต้ อบแลง้ ยกั ่อให้เกดิ ผลดี คือ ...............................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
.......................................................................................................................................................... ....................

๗. การทำบุญมี 3 ประเภท คือ ............................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................... ....................

๘. การทำดีได้ดี ทำชั่วไดช้ ัว่ ในทางพระพุทธศาสนามีชื่อเรียกว่า ........................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................

38 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสภุ าษติ

๙. คนเราจะเปน็ อยา่ งไร ดหี รือเลว ยากจนหรอื ร่ำรวย กรรมเทา่ นัน้ เปน็ ตวั กำหนด ตรงกับพุทธศาสนสุภาษิต
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................

๑๐. ลกู ๆ ต้องเคารพนับถือบูชาพอ่ แมข่ องตนในฐานะผู้ให้กำเนดิ และอุปการะเลยี้ งดตู นมา พ่อแม่จึงจะปลาย
ปลื้มมองเห้นความเป็นลูกท่ีน่ารัก จงึ จะยกมรดกมอบทรัพย์สนิ เปน็ ทีไ่ ว้วางใจ ตรงกับพทุ ธศาสนสุภาษติ
....................................................................................................................... .......................................................
.......................................................................................................................................................... ....................

ตอนที่ ๒ คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นวิเคราะหก์ รณตี ัวอยา่ งต่อไปนีต้ รงให้สัมพันธ์กับพทุ ธศาสนสภุ ษิตท่ีกำหนดให้
กมฺมุนา วตตฺ ตี โลโก , กลยฺ าณการี กลยฺ าณํ ปาปการี จ ปาปกํ , สุโข ปุญฺญสฺส อจุ ฺจโย , ปชู โก ลภเต ปชู ํ
วนทฺ โก ปฏวิ นฺทนํ (๑๐ คะแนน)
กรณตี วั อย่างที่ ๑ ทุกปีจำปีจะตอ้ งไปเยยี่ มคุณครสู มหมาย เธอรำลกึ เสมอว่าท่ีมีวันนไ้ี ด้เพราะการอบรมส่งั
สอน การเอาใจใสข่ องครูทใี่ ห้ความรู้ แนะนำช้แี นะการดำเนนิ ชีวติ ...................................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................

กรณีตวั อย่างท่ี ๒ สมุ าลเี ปน็ เด็กที่มีความขยนั หม่ันเพียรศึกษาหาความรู้ ใฝเ่ รยี น ใฝ่รู้ เอาใจใส่ต่อการเรยี น มี
ความรบั ผิดชอบในหน้าท่ขี องตนเอง ใครเหน็ ใครไดย้ ินกย็ กยอ่ งช่ืนชมว่าเป็น นักเรียนดี ....................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
.......................................................................................................................................................... ....................

กรณตี วั อย่างท่ี ๓ ถงึ วนั เขา้ พรรษาและวันสงกรานตส์ มชัยจะพาครอบครัวไปทำบุญด้วยการปล่อยนกปล่อย
ปลาเป็นการปล่อยชีวิตของสรรพสัตว์ .................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................

กรณตี ัวอยา่ งท่ี ๔ นายเลากอได้ขุดหลุมดักจับสตั วป์ า่ หายาก เพ่ือไปขายท่ีตลาดมืดค้าของปา่ แต่นายเลากอ
เผลอเดินไปเหยยี บกับดกั จึงตกลงไปเสียชีวติ ......................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................

กรณตี วั อย่างท่ี ๕ นายประกิจรว่ มกับเพื่อนๆ ในชมรมพุทธศาสตรไ์ ปแจกส่งิ ของและขนมให้กับเด็กๆ ใน
สถานสงเคราะห์อยู่เสมอ ทำใหเ้ ดก็ ในสถานสงเคราะห์มคี วามผกู พนั กับนายประกจิ และเพอ่ื นๆ .........................
............................................................................................................................. .................................................

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน

39 พระไตรปิฎก พุทธศาสนสภุ าษติ

กจิ กรรมทปี่ ระเมิน ............................................................................................................................. ...
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ........ / ............ วชิ า ........................................................... รหัสวิชา .................
ชอ่ื ผู้ประเมิน ........................................................................................................................................
วนั ทท่ี ำกิจกรรม วันท่ี ........... เดือน ............................. พ.ศ. ................ คาบเรยี นที่ .................

คำชแ้ี จง : ให้ผปู้ ระเมนิ ใสเ่ คร่ืองหมาย ✓ลงในชอ่ งว่างตามความเป็นจรงิ

๓ = ตรงกับการกระทำมากที่สุด ๒ = ตรงกับการกระทำปานกลาง ๑ = ตรงกบั การกระทำน้อย

ชือ่ - สกลุ ความกระตือรือร้น ความสนใจใน ปฏิกริ ยิ าโต้ตอบ รวม
ในการเรียน การเรียน กบั ครผู สู้ อน คะแนน
๓ ๒๑ ๓๒๑
๓๒๑

ลงชอ่ื ……………………………………………….ผูป้ ระเมนิ
(.......................................................)
.......... / ................. / .........

40 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสภุ าษติ

เกณฑ์การประเมนิ การสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นร้ขู องนกั เรียน

ประเดน็ การประเมนิ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
๓๒๑

๑. ความกระตือรอื ร้น มีความพร้อม ตื่นตัว มีความพร้อม ตื่นตัว ไม่มีความพร้อม ไม่

ในการเรยี น กระชับกระเฉงในการ กระชับกระเฉงในการ ตื่นตัวและไม่กระชับ

เรียนรตู้ ลอดเวลาโดย เรียนรบู้ างเวลาครูต้อง กระเฉงในการเรียนรู้

ครไู ม่ต้องกระต้นุ กระตุ้นเป็นบางคร้งั ตลอดเวลาโดยครูต้อง

กระต้นุ เป็นประจำ

๒. ความสนใจในการ มคี วามตัง้ ใจเรยี นและ มคี วามต้ังใจเรยี นและ มีการหยอกลอ้ พูดคยุ

เรียน ตั้งใจปฏิบตั ไิ ม่หยอกล้อ ตงั้ ใจปฏิบตั เิ ป็น เสียงดงั รบกวนเพ่ือน

พดู คยุ เสียงดังในเวลา บางคร้งั มีการหยอกล้อ และครผู ้สู อน

เรยี น พูดคุยเสียงดังเป็น

บางครั้ง

๓. ปฏิกริ ยิ าโต้ตอบกับ ผเู้ รียนโตต้ อบกบั ผเู้ รยี นโตต้ อบกับ นานๆ คร้ังผูเ้ รยี นจะ

ครูผ้สู อน ครผู ู้สอนอยู่เปน็ ประจำ ครผู ้สู อนอยู่เป็น โตต้ อบกบั ครูผู้สอนบ้าง

ในการถาม-ตอบ บางครั้งในการถาม- ในการถาม-ตอบ

คำถาม ตอบ คำถาม คำถาม

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ระดับคุณภาพ
ช่วงคะแนน 3 หมายถงึ ดี
7-9 2 หมายถงึ พอใช้
4-6 1 หมายถึง ปรบั ปรุง
1-3

41 พระไตรปฎิ ก พุทธศาสนสภุ าษติ

แบบประเมินการปฏิบัติงานกลุ่ม

กิจกรรมท่ปี ระเมนิ ...............................................................................................................................
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ........ / ............ วชิ า ........................................................... รหัสวิชา .................
วนั ท่ีทำกิจกรรม วันที่ ........... เดือน ............................. พ.ศ. ................ คาบเรยี นท่ี .................
รายชือ่ สมาชิกกลุ่ม

๑. .................................................................................... เลขที่ ....................
๒. .................................................................................... เลขที่ ....................
๓. .................................................................................... เลขท่ี ....................
๔. .................................................................................... เลขท่ี ....................
๕. .................................................................................... เลขท่ี ....................
๖. .................................................................................... เลขท่ี ....................
๗. .................................................................................... เลขท่ี ....................
๘. .................................................................................... เลขท่ี ....................
๙. .................................................................................... เลขท่ี ....................
๑๐. .................................................................................. เลขท่ี ....................

คำชีแ้ จง : ให้ผู้ประเมนิ ใสเ่ ครื่องหมาย ✓ลงในช่องวา่ งตามความเปน็ จริง
เกณฑ์การประเมิน ๔ = ดีมาก ๓ = ดี ๒ = พอใช้ ๑ = ปรบั ปรุง

ท่ี รายการประเมนิ ๔๓๒๑
๑ การวางแผนการทำงาน
๒ การปรึกษาและรว่ มมือกนั ทำงาน
๓ ความรบั ผิดชอบต่อหนา้ ที่
๔ ผลงานเสรจ็ ตามกำหนดเวลา
๕ การนำเสนอผลงาน

ลงชอื่ ……......................................... ผ้ปู ระเมิน
(……….......................................)
......... / .................. / ..........

42 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสภุ าษิต

เกณฑ์การประเมินการปฏิบตั ิงานกลุ่ม

ประเดน็ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
การประเมนิ
๑. การวางแผน ๔ ๓๒ ๑
การทำงาน ไม่มีการวางใน
มกี ารวางแผนในการ มีการวางแผนการ มกี ารวางแผนใน การทำงานทุก
๒. การปรึกษา ขนั้ ตอน
และรว่ มมือกัน ทำงานทุกขั้นตอน ทำงานทุกขัน้ ตอน การทำงานบาง ไมม่ ีการปรึกษา
ทำงาน พูดคุยแลกเปลีย่ น
ตัง้ แต่เริ่มกิจกรรม ขณะทำกจิ กรรม ข้นั ตอน ซักถามข้อสงสัย
๓. ความ เลย
รบั ผดิ ชอบต่อ มกี ารปรกึ ษาพูดคยุ มีการปรกึ ษา มีการปรกึ ษา
หนา้ ท่ี ไมป่ ฏบิ ัตงิ านทุก
แลกเปลยี่ นซกั ถาม พูดคยุ แลกเปล่ยี น พดู คยุ กันบา้ ง อย่างตามท่ไี ด้รบั
๔. ผลงานเสร็จ มอบหมายอย่าง
ตามกำหนดเวลา ข้อสงสยั ในการ ซกั ถามข้อสงสัย เล็กนอ้ ย เต็มศกั ยภาพ

๖. การนำเสนอ ทำงานทุกข้ันตอน ขณะทำกจิ กรรม ไมป่ ฏบิ ัตงิ านตาม
ผลงาน ระยะเวลาที่
ตัง้ แต่เริม่ กจิ กรรม กำหนดผลงาน
ออกมาไมม่ ี
ปฏิบัติงานทุกอยา่ ง ปฏบิ ตั งิ านทุก ปฏบิ ตั งิ านตามท่ี คณุ ภาพ

ตามท่ีไดร้ บั อยา่ งตามทีไ่ ดร้ บั ไดร้ บั มอบหมาย มผี ลการทำงาน
เน้อื หาถูกตอ้ ง
มอบหมายอยา่ งเตม็ มอบหมาย ได้เปน็ ส่วนใหญ่ ครบถว้ นเสรจ็ ไม่
ทนั เวลา
ศักยภาพ แตไ่ ม่ครบทุก

อยา่ ง

สามารถปฏิบตั ิงานได้ ปฏิบัตงิ านตาม ปฏบิ ตั งิ านตาม

ตรงตามระยะเวลาท่ี ระยะเวลาท่ี ระยะเวลาท่ี

กำหนดผลงาน กำหนดแต่ กำหนดแต่

ออกมามีคุณภาพ เสยี เวลาเลก็ น้อย เสียเวลาเล็กนอ้ ย

ผลงานออกมามี ผลงานออกมาไม่

คณุ ภาพ มีคุณภาพ

มีผลการทำงาน มีผลการทำงาน มผี ลการทำงาน

เนอ้ื หาถูกต้อง เน้อื หาถูกตอ้ ง เน้อื หาถูกตอ้ ง

ครบถ้วนสมบรู ณ์ ครบถ้วนเสรจ็ ครบถว้ นเสรจ็

สมาชกิ ทกุ คนมีส่วย ทันเวลา ทันเวลาบางคร้ัง

ร่วมเสรจ็ ทนั เวลา

เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ระดับคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ๔ หมายถึง ดมี าก
๓ หมายถึง ดี
รอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป ๒ หมายถึง พอใช้
ร้อยละ ๗๐ – ๗๙ ๑ หมายถงึ ปรับปรุง
ร้อยละ ๖๐ - ๖๙
ต่ำกวา่ รอ้ ยละ ๖๐ 43 พระไตรปิฎก พทุ ธศาสนสภุ าษติ

เกณฑก์ ารประเมินใบงาน

รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ
๑) การตอบคำถามตรง
ประเด็น ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรับปรุง)

๒) เนื้อหาสาระถูกต้อง ตอบคำถามไดอ้ ยา่ ง ตอบคำถามไดอ้ ยา่ ง ตอบคำถามไมต่ รง

๓) ทำงานเรยี บร้อยงาน ถกู ต้องครบถว้ นตรง ถูกต้องครบถว้ นตรง ประเดน็
สำเรจ็ ตรงเวลา
ประเด็นพร้อม ประเด็นแต่ขาดการ

ยกตวั อยา่ งประกอบได้ ยกตวั อยา่ งประกอบ

เนอื้ หาสาระถูกต้อง เน้อื หาสาระถูกต้องแต่ไม่ เนื้อหาสาระไมถ่ ูกต้อง

ครบถ้วน ครบถว้ น

ทำงนไดเ้ รยี บร้อยและ ทำงานเรยี บรอ้ ยไมต่ รง ทำงานไมเ่ รยี บรอ้ ยและ

งานสำเร็จตรงเวลา เวลา ไมต่ รงเวลา

เกณฑ์การประเมินแผนผงั มโนทัศน์

ประเด็น ระดบั คุณภาพ
การประเมนิ
๑) เนือ้ หา ๓ (ด)ี ๒ (พอใช้) ๑ (ปรบั ปรุง)
- เนอื้ หาเปน็ ไปตามท่ี
๒) รูปแบบ - เน้ือหาถกู ต้อง - เนอ้ื หาตรงตามหวั ข้อ กำหนด
- รายละเอียดครอบคลมุ
- เน้ือหาตรงตามหวั ข้อเรอ่ื ง เรือ่ ง - เน้ือหาสอดคล้อง

- เนอ้ื หาเปน็ ไปตามท่ี - เนอื้ หาเปน็ ไปตามท่ี - รูปภาพมีสสี ันสวยงาม
- รปู ภาพสัมพนั ธก์ ับ
กำหนด กำหนด เน้อื หา

- รายละเอยี ดครอบคลมุ - รายละเอียดครอบคลุม

- เนือ้ หาสอดคล้อง - เนอื้ หาสอดคล้อง

- รูปแบบถูกต้องตามท่ี - รปู แบบแปลกใหม่

กำหนด - รปู ภาพมีสีสนั สวยงาม

- รูปแบบแปลกใหม่ - รูปภาพสมั พนั ธ์กับ

- รูปภาพมสี สี ันสวยงาม เน้ือหา

- รูปภาพสมั พันธ์กับเน้ือหา

44 พระไตรปฎิ ก พทุ ธศาสนสภุ าษติ


Click to View FlipBook Version