อารยธรรมอิน อิ เดีย
2.3. ยุคประวัติ วั ติ ศาสตร์สมัย มั ใหม่ เริ่ม ริ่ ตั้ง ตั้ แต่ราชวงศ์โมกุลจนถึงการได้รับ รั เอกราชจากอัง อั กฤษ 1. สมัย มั ก่อนประวัติ วั ติ ศาสตร์ พบหลัก ลั ฐานเป็นซากเมืองโบราณ 2 แห่งในบริเ ริ วณลุ่มแม่น้ำ สินธุ คือ - เมืองโมเฮนโจดาโร ทางตอนใต้ของประเทศปากีสถาน - เมืองฮารับ รั ปา ในแคว้นปันจาป ประเทศปากีสถานในปัจจุบัน บั 2. สมัย มั ประวัติ วั ติ ศาสตร์ เริ่ม ริ่ เมื่อ มื่ มีการประดิษฐ์ตัว ตั อัก อั ษรขึ้น ขึ้ ใช้ โดยชนเผ่าอิน อิ โด-อารยัน ยั ซึ่ง ซึ่ ตั้ง ตั้ ถิ่น ถิ่ ฐานบริเ ริ วณแม่น้ำ คงคา แบ่ง ได้ 3 ยุค 2.1. ยุคประวัติ วั ติ ศาสตร์สมัย มั โบราณ เริ่ม ริ่ ตั้ง ตั้ แต่กำ เนิดตัว ตั อัก อั ษร บรามิ ลิปิ สิ้น สิ้ สุดสมัย มั ราชวงศ์ คุป ตะ เป็นยุคที่ศ ที่ าสนาพราหมณ์ ฮินดู และพุทธศาสนา ได้ถือกำ เนิดแล้ว 2.2. ยุคประวัติ วั ติ ศาสตร์สมัย มั กลาง เริ่ม ริ่ ตั้ง ตั้ แต่ราชวงศ์คุปตะสิ้น สิ้ สุดลง จนถึง ราชวงศ์โมกุลเข้าปก ครองอิน อิ เดีย ยุคสมัย มั ทางประวัติ วั ติ ศาสตร์
ผสมผสานความเจริญ ริ ของชนชาติต่างๆที่เ ที่ ข้าครอบครองบริเ ริ วณนี้จ นี้ นเกิดเป็นอารยธรรมของอิน อิ เดียที่ เป็นเอกลัก ลั ษณ์ และเป็นต้นแบบของอารยธรรมในภูมิภาคอื่น อื่ ๆของเอเชีย ชี อารยธรรมอิน อิ เดียเริ่ม ริ่ กำ เนิดขึ้น ขึ้ ในบริเ ริ วณที่อ ที่ ยู่ระหว่างแม่น้ำ สินธุและแม่น้ำ คงคา จึง จึ เรีย รี กว่า อารยธรรมสินธุ ซึ่ง ซึ่ เรีย รี กกัน กั ทั่วไปว่า “อนุทวีปวี ”หรือ รื เอเชีย ชี ใต้ อารยธรรมเกิดจากการหล่อหลอม พวกดราวิเ วิ ดรีย รี น ชนชาติที่มี ที่ บ มี ทบาทสำ คัญ คั ในการพัฒ พั นาอารยธรรมของอิน อิ เดีย ได้แก่ พวกดราวิเ วิ ดียน (Dravidian)หรือ รื ทราวิฑ วิ หรือ รื มิลัก ลั ขะ เป็นชนพื้น พื้ เมืองเจ้าถิ่น ถิ่ เดิม อาศัย ศั อยู่ก่อน มีผิ มี ผิ วดำ รูปร่างเตี้ย ตี้ จมูกกว้าง ริม ริ ฝีปากหนา ภาษาที่ใ ที่ ช้คือ ภาษาทมิฬ เชื่อ ชื่ ว่าเป็น เจ้าของอารยธรรมสมัย มั สินธุ ต่อมาพ่ายแพ้ต่อผู้รุกรานชาว อารยัน ยั จึง จึ ถูกนำ ลงเป็นทาส ที่ใ ที่ นภาษาสัน สั สกฤต เรีย รี กว่า “ทัส ทั ยุ”
โดยแบ่งแยกที่ทำ ที่ ทำการและอาคารสาธารณะออกจากที่พั ที่ ก พั อาศัย ศั มีก มี ารตัด ตั ถนนเป็นตารางและสร้างด้วยอิฐอิ อย่างแข็ง ข็ แร็ง ร็ ทำ ท่อท่อระบายน้ำ อย่างเป็นระบบ จากการวางผัง ผั เมืองทำ ให้ทราบว่าชนเผ่าดราวิเ วิ ดียนมีค มี วามรู้ด้าน เรขาคณิต มีก มี ารควมคุมระบบที่อ ที่ ยู่อาศัย ศั และระบบสุขาธิบ ธิ าล ซึ่ง ซึ่ จัด จั ว่ามีค มี วาม ก้าวหน้ามากกว่าเมืองขนาดเดียวกัน กั ในยุโรป ดำ รงชีวิ ชี ต วิ ด้วยการค้าและการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม อารยธรรมของชาวดราวิเ วิ ดียน มีจุ มี จุ ดเด่นที่ก ที่ ารวางผัง ผั เมือง
อารยธรรมของชนเผ่าดราวิเ วิ ดียนในแถบลุ่มแม่น้ำ สินธุเริ่ม ริ่ ค่อยๆเสื่อ สื่ มลงก่อนสูญหายไป สัง สั เกตได้จากการก่อสร้าง บ้านเรือ รื นที่ไ ที่ ม่ได้มีร มี ะเบียบแบบแผนอย่างสมัย มั ที่รุ่ ที่ รุ่ งเรือ รื ง อาจ เนื่องมาจากภัย ภั พิบัติ บั ติ และจากการรุกรานของชนเผ่าอารยัน ยั ที่ เข้ามาครอบครองดินแดนอัน อั สมบูรณ์ของชนเผ่าดราวิเ วิ ดียน ในแถบลุ่มแม่น้ำ สินธุ และขยายไปจนถึงแม่น้ำ คงคา
อารยัน ยั (Aryan) หรือ รื อริย ริ กะ เป็นพวกอิน อิ โด-ยุโรเปี้ยน ผิวขาว รูปร่างสูงใหญ่ จมูกโด่ง เป็นกลุ่มที่มี ที่ ส มี ถานะทางสัง สั คมสูง ชำ นาญการขี่ม้ ขี่ ม้ ายิง ยิ ธนูข้ามเทือกเขาหิมาลัย ลั เเละถูกฮินดูกูเข้า มาไล่จนร่นถอยไป อยู่ปลายแดนแถบ คาบสมุทรเดคคานและเขตทมิฬ แล้วตนเองเข้ายึด ยึ ครองดินแดนตอนกลางไว้แทน พวกอารยัน ยั
1.ภาษาสัน สั สกฤต เป็นภาษาที่ใ ที่ ช้เขีย ขี นวรรณกรรมสําคัญ คั ส่วนใหญ่จะเกี่ย กี่ วข้องกับ กั ศาสนาฮินดู เป็นภาษากลางของ ชนเผ่าอารยัน ยั จัด จั ว่าเป็น ภาษาชั้น ชั้ สูง 2.ภาษาปรากฤต คือภาษาถิ่น ถิ่ ต่าง ๆ ในตระกูลภาษาอารยัน ยั เป็น ภาษาที่ใ ที่ ช้ในชีวิ ชี ต วิ ประจําวัน วั ซึ่ง ซึ่ พัฒ พั นาขึ้น ขึ้ และมีค มี วามสําคัญ คั มากขึ้น ขึ้ ตามลําดับ ดั เนื่องจากภาษาสัน สั สกฤตนั้น นั้ ผู้คนไม่นิยมพูดกัน กั ภาษา ปรากฤตท่ี่สํ ท่ี่ สํ าคัญ คั ก็ได้แก่ ภาษาบาลี ภาษาที่ค ที่ นกลุ่มอารยัน ยั ใช้
แม่น้ำ อจิร จิ วดี แม่น้ำ สำ คัญ คั 5 สาย แม่น้ำ คงคา แม่น้ำ ยมุนา แม่น้ำ สรภู แม่น้ำ มหิ อายธรรมอิน อิ เดียจะเชิดชูความเป็นธรรมชาติต่างๆ และเเม่น้ำ เป็นเรื่อ รื่ งของการให้ชีวิ ชี ต วิ การชำ ระล้าง จึง จึ เชิดชูให้แม่น้ำ แต่ละสายขึ้น ขึ้ เป็นเทพเจ้าและเทพี
บ้านเมืองในลุ่มแม่น้ำ สินธุมีร่ มี ร่ องรอยของการปกครองแบบรวมอำ นาจเข้าสู่ศูนย์ก ย์ ลาง เห็นได้จากรูปแบบการ สร้างเมืองฮารัปรั ปาและเมืองโมเฮนโจดาโร ที่มี ที่ ก มี ารวางผัง ผั เมืองเป็นระเบียบการสร้างบ้านใช้อิฐอิ ขนาดเดียวกัน กั ตัว ตั เมืองมัก มั สร้างอยู่ในป้อมซึ่ง ซึ่ ต้องมีผู้ มี ผู้ นำ ที่มี ที่ อำ มี อำนาจแบบรวมศูนย์ ผู้นำ มีส มี ถานภาพเป็นทั้ง ทั้ กษัต ษั ริย์ ริ ย์ และเป็นนัก นั บวชจึง จึ มีอำ มี อำนาจทั้ง ทั้ ทางโลกและทางธรรม ต่อมาเมื่อ มื่ พวกอารยัน ยั เข้ามาปกครองดินแดนลุ่มแม่น้ำ สินธุแทนพวกดราวิเ วิ ดียน จึง จึได้ เปลี่ย ลี่ นแปลงการ ปกครองเป็นแบบกระจายอำ นาจ โดยแต่ละเผ่ามีหั มี ว หั หน้าที่เ ที่ รีย รี กว่า “ราชา” ปกครองกัน กั เองต่อมาแต่ละเผ่ามีก มี ารรบกัน กั เอง ทำ ให้ราชาได้ขึ้น ขึ้ มามีอำ มี อำนาจ สูงสุดในการปกครอง การปกครองและกฎหมาย
ด้านการปกครองมีก มี ารเขีย ขี นตำ ราเกี่ย กี่ วกับ กั การเมืองการปกครอง ชื่อ ชื่ อรรถศาสตร์ ระบุหน้าที่ข ที่ อง กษัต ษั ริย์ ริ ย์ในด้านกฎหมาย มีพ มี ระธรรมศาสตร์และต่อมามีก มี ารเขีย ขี นพระธรรมนูญธรรมศาสตร์ขึ้น ขึ้ ต่อมามีค มี ติความเชื่อ ชื่ ว่า ราชาทรงเป็นสมมติเทพ คือ พระมหากษัต ษั ริย์ ริ ท ย์ รงเป็นเทพอวตารลงมาเพื่อ พื่ ปกครองมวลมนุษย์ การปกครองและกฎหมาย (ต่อ)
พวกดราวิเ วิ ดียนนับ นั ถือสัต สั ว์บ ว์ างชนิด ได้แก่ โค ช้าง และแรด นอกจากนี้ยั นี้ ง ยั นับ นั ถือเทพ เจ้าต่างๆและพระแม่ธรณี ซึ่ง ซึ่ เป็น เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ พวกอารยัน ยั รับ รั ความเชื่อ ชื่ ของพวก ดราวิเ วิ ดียนบางอย่างมานับ นั ถือ ได้แก่ การนับ นั ถือโค พระศิวะ และศิวลึงค์ นอกจากนี้ยั นี้ ง ยั นับ นั ถือเทพเจ้าหลายองค์ ด้านวัฒ วั นธรรม
ศาสนา อารยธรรมอิน อิ เดียเป็นอารยธรรมที่มี ที่ ศ มี าสนาหลากหลาย แต่ศาสนาที่นั ที่ บ นั ถือหลัก ลั ๆคือศาสนา พราหมณ์-ฮินดู มีเ มี ทพเจ้าที่สู ที่ สู งที่สุ ที่ สุ ด 3 องค์ 2.พระนารายณ์ หรือ รื พระวิษ วิ ณุ 3.พระพรหม 1.พระศิวะ หรือ รื พระอิศ อิ วร
ศาสนาอิส อิ ลาม มีก มี ารเปลี่ย ลี่ นแปลงการปกครอง มีราชวงศ์อิส อิ ลามเข้ามาปกครอง ศาสนา นอกจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และ ศาสนาอิส อิ ลาม ยัง ยั มีอี มี ก อี หลายศาสนาที่เ ที่ กี่ย กี่ วข้องกับ กั อารยธรรมอิน อิ เดีย เพราะอารยธรรมอิน อิ เดียเป็นแหล่งกำ เนิดศาสนาต่างๆ เช่น ศาสนาพุทธ ศาสนาเชน ศาสนาซิกซ์
ศิลปะของอารยธรรมอิน อิ เดียจะเกี่ย กี่ วข้องกับ กั ความเชื่อ ชื่ ทางศาสนา ศิลปะ รูปปั้นพระกฤษณะ รูปปั้นพระพุทธ วัด วั บริห ริ าดีสวาราร์ รูปปั้นพระ
ศิลปะ สุสานทัช ทั มาฮาล ด้านในของทัล ทั วา ฑามณเทียร รูปปั้นสกัด กั หิน วัด วั อัก อั ชาร์ดัม ดั
วรรณกรรม วรรณกรรมในยุคสมัย มั เเรกจะเกี่ย กี่ วข้องกับ กั ศาสนาและธรรมเนียมกษัต ษั ริย์ ริ เ ย์ ริ่ม ริ่ จากการเล่าปากเปล่า แล้วมีก มี ารจดบัน บั ทึก วรรณกรรมอิน อิ เดียที่มี ที่ ชื่ มี ชื่ อ ชื่ เสียงเช่นนิทานชาดกต่างๆ มหากาพย์ แ ย์ ละคัม คั ภีร์ ภี ร์ ทาง ศาสนา นิทานชาดกเรื่อ รื่ ง”กวางทอง” มหากาพย์ร ย์ ามายณะ
”กวางแห่งต้นไทร”นิทานชาดกเรื่ มหากาพย์ อรื่ง คัมคัภีร์ภี ร์พระเวท มย์หาภารตะ คัมคั ภีร์ภี ร์ปุราณะ
ซากเมืองฮารับ รั ปาและโมเฮนโจดาโร ทำ ให้เห็นว่ามีก มี ารวางผัง ผั เมือง อย่างดี มีส มี าธารณูประโภคอำ นวยความสะดวกหลาย อย่าง เช่น ถนน บ่อน้ำ ประปา ซึ่ง ซึ่ เน้นประโยชน์ใช้สอยมากกว่าความสวยงาม ซากพระราชวัง วั ที่เ ที่ มืองปาฏลีบุตรและตัก ตั ศิลา สถูปและเสาแปด เหลี่ย ลี่ มที่สำ ที่ สำคัญ คั คือสถูปเมืองสาญจี (จี สมัย มั ราชวงศ์โมริย ริ ะ) ด้านสถาปัตยกรรม สุสานทัช ทั มาฮาล สร้างด้วยหินอ่อน เป็นการผสมระหว่างศิลปะอิน อิ เดียและ เปอร์เชีย ชี
พระพุทธรูปแบบคัน คั ธาระ ด้านประติมากรรม ภาพสลั พระพุทธรูปแบบมถุรา พระพุทธรูปแบบอมราวดี ก ลั นูนที่ม ที่ หาพลิปุรัม รั
ด้านจิต จิ รกรรม สมัย มั คุปตะ และหลัง ลั สมัย มั คุปตะ เป็นสมัย มั ที่รุ่ ที่ รุ่ งเรือ รื ง ที่สุ ที่ สุ ดของอิน อิ เดียพบงานจิต จิ รกรรมที่ ผนัง นั ถ้ำ อชัน ชั ตะ เป็นภาพเขีย ขี นในพระพุทธศาสนาแสดงถึงชาดก ต่างๆ ที่ง ที่ ดงามมาก ความสามารถในการวาดเส้นและ การอาศัย ศั เงามืดบริเ ริ วณขอบภาพ ทำ ให้ภาพ แลดู เคลื่อ ลื่ นไหว ให้ความรู้สึกสมจริง ริ
เกี่ย กี่ วกับ กั การฟ้อนรำ เป็นส่วนหนึ่ง นึ่ ของพิธีก ธี รรมเพื่อ พื่ บูชาเทพเจ้าตามคัม คั ภีร์ ภี ร์ พระเวท นาฏศิลป์ บทสวดสรรเสริญ ริ เทพเจ้าทั้ง ทั้ หลาย ถือเป็นแบบแผนการร้องที่เ ที่ ก่า แก่ที่สุ ที่ สุ ดใน สัง สั คีตศิลป์ของอิน อิ เดีย แบ่งเป็นดนตรีศ รี าสนา ดนตรี ในราชสำ นัก นั และดนตรีท้ รี ท้ องถิ่น ถิ่ เครื่อ รื่ งดนตรีสำ รี สำคัญ คั คือ วีณ วี า หรือ รื พิณ ใช้สำ หรับ รั ดีด เวณุ หรือ รื ขลุ่ย และกลอง สัง สั คีตศิลป์
เมื่อ มื่ พวกอารยัน ยั เข้ามาปกครองทำ ให้มีก มี ารเปลี่ย ลี่ นแปลงทาง สัง สั คม คือฝ่ายดราวิเ วิ ดียนถูกลดฐานะลงเป็นทาส ความสัม สั พัน พั ธ์ของคนในสัง สั คมระยะแรกมีก มี ารแต่งงาน ระหว่างชนสองเผ่าพัน พั ธุ์ แต่ต่อมาพวกอารยัน ยั เกรงว่าจะ ถูกกลืนทางเชื้อ ชื้ ชาติ จึง จึ ห้ามการแต่งงานระหว่างชนสองกลุ่ม ทำ ให้เกิดการแบ่งแยกระหว่างเผ่าพัน พั ธุ์ จนกลาย เป็นระบบชนชั้น ชั้ ที่แ ที่ บ่งหน้าที่ชั ที่ ด ชั เจน ด้านสัง สั คมและวัฒ วั นธรรม
สมัย มั ประวัติ วั ติ ศาสตร์
เป็นอารยธรรมชนเผ่าอารยัน ยั ที่เ ที่ ข้ายึด ยึ ครอง ดราวิเ วิ ดียนที่ถู ที่ ถู กขับ ขั ไล่ให้ถอยร่นลงทางใต้ ชาวอารยัน ยั ให้กำ เนิดศาสนาพราหมณ์ และ ระบบวรรณะ 4 เชื่อ ชื่ ว่าคนเกิดจากอวัย วั วะต่างๆ ของพระพรหมณ์ สมัย มั พระเวท พราหมณ์ กษัต ษั ริย์ ริ ย์ แพศย์ ศูทร นักนับวช นักนัวิชวิาการ กษัตษัริย์ริ ย์ ขุนนาง นักนัรบ ข้าราชการ พ่อค้า นักนัธุรกิจ ประชาชน ผู้ใช้แรงงาน ชาวนา คือลูกที่เ ที่ กิดจากพ่อแม่ต่างวรรณะกันกัเป็นวรรณะที่ต่ำ ที่ ต่ำที่ จัณ จั ฑาล สุ ที่สุด
สมัย มั พุทธกาล เกิดศาสนาพุทธ มีก มี ารใช้ภาษาบาลี เกิดศาสนาเชน ผู้ก่อตั้ง ตั้ คือ วรรธมาน มหาวีร วี ะ
พระเจ้าจัน จั ทรคุปต์ ได้รวบรวมแว่นแคว้นในดินแดนชมพู ทวีปวี ให้เป็นปึกแผ่น เริ่ม ริ่ การปกครองโดยรวบอำ นาจไว้ที่ก ที่ ษัต ษั ริย์ ริ แ ย์ ละเมืองหลวง พระเจ้าอโศกมหาราช ส่งสมทูตไปเผยแผ่พุทธศาสนาใน แว่นแคว้นต่างๆ หลัง ลั ราชวงศ์เมารยะล่มสลาย เกิดการแตกแยกเป็นแว่น แคว้น สมัย มั ราชวงศ์เมารยะ พระเจ้าจัน จั ทรคุปตเมารยะ
สมัย มั ราชวงศ์กุษาณะ พวกกุษาณะเป็นชนต่างชาติที่เ ที่ ข้ามารุกราน และตั้ง ตั้ อาณาจัก จั ร ปกครองอิน อิ เดียทางตอนเหนือ ด้านการแพทย์เ ย์ จริญ ริ มากในสมัย มั พระเจ้ากนิษกะ ส่งสมทูตไปเผยแผ่พุทธศาสนานิกายมหายานที่จี ที่ น จี และธิเ ธิ บต มีก มี ารสร้างพระพุทธรูปที่มี ที่ ศิ มี ศิ ลปะงดงาม และสร้างเจดีย์ใย์ หญ่ที่เ ที่ มืองเปชะวาร์ บรมพุทโธ มหัศ หั จรรย์ เจดีย์แ ย์ ห่งชวา
สมัย มั ราชวงศ์คุปตะ พระเจ้าจัน จั ทรคุปต์ที่ 1 ทรงรวบรวมอิน อิ เดียให้เป็นจัก จั รวรรดิอีก อี ครั้ง รั้ หนึ่ง นึ่ เป็นยุคทองของอิน อิ เดียทั้ง ทั้ ด้านศิลปวัฒ วั นธรรม การเมือง ปรัช รั ญา ศาสนา
สมัย มั จัก จั รวรรดิโมกุล พระเจ้าบาบูร์ ผู้ก่อตั้ง ตั้ ราชวงศ์โมกุล นับ นั ถือศาสนาอิส อิ ลาม เป็นราชวงศ์สุดท้ายของอิน อิ เดีย พระเจ้าอัก อั บาร์มหาราช ทรงทะนุบำ รุงอิน อิ เดียให้มีค มี วามเจริญ ริ รุ่งเรือ รื งทุกด้าน และทรงให้เสรีภ รี าพในการนับ นั ถือศาสนา สร้างสามัค มั คีให้เกิดขึ้น ขึ้ ในชาติ พระเจ้าซาร์ เจฮัน ฮั ทรงเป็นมุสลิมที่เ ที่ คร่งครัด รั และศรัท รั ธาใน ศาสนาอิส อิ ลาม เป็นผู้สร้าง ทัช ทั มาฮาล ที่มี ที่ ค มี วามงดงามยิ่ง ยิ่ พระเจ้าอัก อั บาร์มหาราช
สมัย มั อาณานิคมอัง อั กฤษ ปลายสมัย มั อาณาจัก จั รโมกุล กษัต ษั ริย์ ริ ท ย์ รงใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ต้องเพิ่ม พิ่ ภาษีและเพิ่ม พิ่ การเกณฑ์แรงงานทำ ให้ราษฎร อดอยากและ ยัง ยั กดขี่ทำ ขี่ ทำลายล้างศาสนาฮินดูและชาวฮินดู อย่างรุนแรง เกิดความแตกแยกภายในชาติ เป็นเหตุให้อัง อั กฤษค่อยๆ เข้าแทรกแซงและครอบครองอิน อิ เดียทีละเล็กละน้อย ในที่สุ ที่ สุ ดอัง อั กฤษล้มราชวงศ์โมกุลและครอบครองอิน อิ เดียใน ฐานะอาณานิคมอัง อั กฤษ
สมัย มั เอกราช หลัง ลั สงครามโลกครั้ง รั้ ที่ 2 ขบวนการชาตินิยมอิน อิ เดียนำ โดยมหาตมะ คานธีแ ธี ละเยาวราลห์ เนห์รูเป็นผู้นำ เรีย รี กร้องเอกราช มหาตมะ คานธี ใช้หลัก ลั อหิงสา (ความไม่เบียดเบียน ความสงบ) ในการเรีย รี กร้องเอกราชจน ประสบความสำ เร็จ ร็ หลัง ลั จากได้รับ รั เอกราชอิน อิ เดียปกครองด้วยระบอบประชาธิปธิ ไตย จากความแตกแยกทางเชื้อ ชื้ ชาติและศาสนาทำ ให้อิน อิ เดียต้องแตกแยกเป็นอีก อี 2 ประเทศคือ ปากีสถาน(เดิมคือปากีสถาน ตะวัน วั ตก)และบัง บั คลาเทศ (ปากีสถานตะวัน วั ออก)
การแพร่ขยายและการ ถ่ายทอดอารยธรรมอิน อิ เดีย
ภูมิภาคเอเชีย ชี กลาง เมื่อ มื่ พวก มุสลิมอาหรับ รั ซึ่ง ซึ่ มีอำ มี อำนาจใน ตะวัน วั ออกกลางนำ วิท วิ ยาการ หลายอย่างของอิน อิ เดียไปใช้ ได้แก่ การแพทย์ คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ อารยธรรมอิน อิ เดีย แพร่ ขยายออกไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วทวีปวี เอเชีย ชี โดยผ่าน ทางการค้า ศาสนา การเมือง การทหาร และได้ ผสมผสานเข้ากับ กั อารยธรรมของแต่ละ ประเทศจนกลายเป็นส่วน หนึ่ง นึ่ ของอารยธรรม สัง สั คมนั้น นั้ ๆ ในเอเชีย ชี ตะวัน วั ออก พระพุทธ ศาสนามหายานของอิน อิ เดียมี อิท อิ ธิพ ธิ ลอย่างลึกซึ้ง ซึ้ ต่อชาวจีน จี ทั้ง ทั้ ในฐานะศาสนาสำ คัญ คั และ ใน ฐานะที่มี ที่ มี อิท อิ ธิพ ธิ ลต่อการ สร้างสรรค์ศิลปะของจีน จี
ภูมิภาคที่ปรากฏอิทธิพลของอารยธรรม อินเดียมากที่สุดคือ เอเชียตะวัน วั ออก เฉียงใต้ พ่อค้า พราหมณ์ และภิกษุสงฆ์ ชาว อินเดียเดินทางมาและนำ อารยธรรม มาเผยแพร่ อารยธรรมที่ปรากฏอยู่มี แทบทุกด้าน ได้หล่อหลอมจนกลายเป็น รากฐานสำ คัญ คั ที่สุด ขณะเดียวกัน กั อินเดียก็ รับ รั อารยธรรม บางอย่างทั้ง ทั้ ของเปอร์เชียและกรีก รี โดย เฉพาะด้านศิลปกรรม ประติมากรรม เช่น พระพุทธรูปศิลปะคัน คั ธาระซึ่งเป็น อิทธิพลจากกรีก รี ส่วนอิทธิพลของเปอร์ เชีย ปรากฏในรูปการปกครอง สถาปัตยกรรม เช่น พระราชวัง วั การเจาะ ภูเขาเป็นถ้ำ เพื่อ สร้างศาสนสถาน
อ้างอิง อิ https://www.gotoknow.org/posts/696159 http://www.digitalschool.club/digitalschool/social2_1_1/m6_1/content/lesson3/3_22.php http://www.human.cmu.ac.th/courseonline/course/004233/pdf/doc01.pdf https://dltv.ac.th/utils/files/download/32915
สมาชิก น.ส.ปานโสฬส ทรัพ รั ย์ปย์ ระเดิมชัย ชั ม.6/1 เลขที่ 13 น.ส.ณัฐชา บุญลือ ม.6/1 เลขที่ 24 น.ส.ศุภนุช สมบูรณ์ ม.6/1 เลขที่ 26 น.ส.กนกวรรณ วงษ์วาลย์ ม.6/1 เลขที่ 28