บทเรยี นสาํ เรจ็ รูป
กลไกการทํางานของอาํ นาจอธิปไตย
ตามรัฐธรรมนูญ
ร า ย วิ ช า ห น้ า ที พ ล เ มื อ ง วั ฒ น ธ ร ร ม
แ ล ะ ก า ร ดํา เ นิ น ชี วิ ต ใ น สั ง ค ม
อํานาจอธิ ปไตย
อํานาจอธปิ ไตยในระบอบประชาธปิ ไตย
อาํ นาจอธิปไตย ໹ÍíÒ¹Ò¨Ê§Ù Ê´Ø ã¹¡Òû¡¤Ãͧ»ÃÐà·È
໹ÍÒí ¹Ò¨ÊÙ§ÊØ´¢Í§»Ç§ª¹ªÒÇä·Â
ประชาชนเปนผกู้ มุ อาํ นาจอธปิ ไตยกจ็ รงิ แตป่ ระชาชน
ไมไ่ ดเ้ ปนผใู้ ช้อาํ นาจนันโดยตรง แตใ่ ช้ทางออ้ ม
ดว้ ยการใช้อาํ นาจในการเลอื กผแู้ ทนราษฎร
การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยนั น ประกอบดว้ ยองค์ประกอบทสี ําคัญ
3 ฝาย คือ ฝายนิ ตบิ ญั ญตั ิ ฝายบรหิ าร และฝายตลุ าการ ซงึ ทงั 3 ฝายถว่ งดลุ
ซงึ กนั และกนั
แผนภาพแสดงโครงสรา้ งของการใชอ้ ํานาจอธิปไตยตามรฐั ธรรมนุญ
รฐั ธรรมนูญ
นติ ิบญั ญตั ิ พระมหากษัตรยิ ์ ตลุ าการ
ใช้อาํ นาจ
ผา่ นทาง ผา่ นทาง
บรหิ าร
รฐั สภา ศาล
ผา่ นทาง
ออกกฎหมาย พพิ ากษาคดี
คณะรฐั มนตรี
บรหิ ารประเทศ
อํานาจนติ ิบญั ญตั ิ
อํานาจในการออกกฎหมาย
ผทู้ มี อี ํานาจนิ ตบิ ญั ญตั คิ ือรฐั สภา
โดยรฐั สภามอี ํานาจในการออก
กฎหมาย รวมทงั หน้ าทสี ําคัญอกี
ประการหนึ งของรฐั สภา คือ การ
เลอื กนายกรฐั มนตรี
ประเทศไทยปกครองในระบอบ
ประชาธปิ ไตยระบบรฐั สภา
ประกอบดว้ ยสภาผแู้ ทนราษฎร
สมาชกิ จํานวน 500 คน
มาจากการเลอื กตงั แบบแบง่ เขต
เลอื กตงั 350 คน
มาจากบญั ชรี ายชอื ของพรรคการเมอื ง
150 คน
อํานาจหน้ าทขี องรฐั สภา ทสี ําคัญมดี งั นี
สมาชกิ วฒุ สิ ภา จํานวน 200 คน 1. ออกกฎหมาย และแกไ้ ขเพมิ เตมิ กฎหมาย ไดแ้ ก่ การ
แกไ้ ขเพมิ เตมิ รฐั ธรรมนญู พระราชาบญั ญตั ปิ ระกอบ
รฐั ธรรมนญู และพระราชบญั ญตั ิ
2. จดั ตงั ฝายบรหิ าร คอื คณะรฐั มนตรี
3.ตรวจสอบควบคมุ การบรหิ ารแผน่ ดนิ ของรฐั บาลดว้ ย
การตงั กระทถู้ ามการเปดอภปิ รายทวั ไปโดยไมม่ กี ารลงมติ
และถอดถอนฝายบรหิ ารดว้ ยการเปดอภปิ รายทวั ไปเพอื ลง
มตไิ มไ่ วว้ างใจเชน่ ถอดถอนนายกรฐั มนตรี นกั การเมอื ง
เปนตน้
4. รบั ฟงและสะทอ้ นความตอ้ งการของประชาชน
ใหผ้ ทู้ มี หี น้าทรี บั ผดิ ชอบหาทางสนองตอบหรอื
แกไ้ ขปญหาของประเทศและประชาชน
อํา น า จ บ ริ ห า ร
อํานาจในการบรหิ าร
อํานาจในการบรหิ ารประเทศใหเ้ ปนไปตามกฎหมาย พระมหากษัตรยิ ท์ รงใช้
อํานาจบรหิ ารผา่ นทางคณะรฐั มนตรโี ดยมนี ายกรฐั มนตรเี ปนหวั หน้ารฐั บาล
ในคณะรฐั มนตรปี ระกอบดว้ ยนายกรฐั มนตรี 1 คนและรฐั มนตรอี กี 35 คน
มาจากสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรทมี าจากการเลอื กตงั โดยไดร้ บั การเสนอชอื
จากนายกรฐั มนตรี เพอื กราบบงั คมทลู พระมหากษัตรยิ เ์ พอื ทรงแตง่ ตงั หาก
สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรผู้ใดได้รบั แต่งตังเปนนายก
รฐั มนตรหี รอื รฐั มนตรสี มาชกิ สภาผู้แทนราษฎรผู้นั น
จะต้องลาออกจากการเปนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร
เพือเปนการแยกอํานาจบรหิ าร และอํานาจนิ ติบัญญัติ
ออกจากกัน
อํา น า จ ตุ ล า ก า ร
อํานาจในการพจิ ารณาตัดสนิ พพิ ากษา
เปนอํานาจในการรกั ษาความศักดสิ ิทธขิ องกฎหมาย มอี ํานาจใน
การวนิ ิจฉัยตดั สินคดคี วามตา่ งๆ หรอื ตดั สินลงโทษผกู้ ระทําความ
ผดิ เพอื รกั ษาสิทธเิ สรภี าพของประชาชน และใหค้ วามยตุ ธิ รรมแก่
ทกุ ฝาย พระมหากษัตรยิ ท์ รงใชอ้ ํานาตลุ าการทางศาล
ศ า ล ยุ ติ ธ ร ร ม
ศาลยตุ ธิ รรม มหี น้าทพี จิ ารณาพพิ ากษาคดแี พง่ และคดอี าญาทงั ปวง
ยกเวน้ คดที รี ฐั ธรรมนญู หรอื กฎหมายบญั ญตั ใิ หอ้ ยใู่ นอํานาจของศาลอนื
สิ น สุ ด
ไ ม่ พ อ ใ จ คํา ตั ด สิ น
ร้อ ง เ รีย น ต่ อ
ไ ม่ พ อ ใ จ คํา ตั ด สิ น
ร้อ ง เ รีย น ต่ อ
เ ริ ม ต้ น
1. ศาลชันต้น เปนศาลทีรับฟองเริมดํานิ นคดีทุกประเภท
2. ศาลอุทธรณ์ เปนศาลทีคู่ความได้อุทธรณ์ มาจากศาลชันต้น
3. ศาลฎีกา เมือศาลอุทธรณ์ พิพากษาคดีแล้ว แต่คู่ความยังไม่
พอใจและฎีกาขึนมา ซึงคดีทีศาลฎีกาพิพากษาแล้วนั นให้ถือเปน
ทีสิ นสุด
ศ า ล รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ
องค์กรสูงสุดทมี ีอํานาจในการวินิ จฉัยชขี าดว่าบทกฎหมาย กฎ
ข้อบังคับ ระเบียบ หรอื การกระทําใดๆทงั ของรฐั และของบุคคลขัด
หรอื แย้งต่อรฐั ธรรมนญู หรอื ไม่
อํานาจหน้าทที สี ําคญั ดงั นี
1. ควบคุมกฎหมายมิให้ขัดหรอื แย้งกับรฐั ธรรมนญู
ไ ม่ พ อ ใ จ คํา ตั ด สิ น 2. อํานาจหน้ าทใี นการวินิ จฉัยชขี าดการสินสุด
ร้อ ง เ รีย น ต่ อ
สมาชกิ ภาพของสมาชกิ รฐั สภา
3. วินิ จฉัยความเห็นของสภาผแู้ ทนราษฎรหรอื วุฒสิ ภา
ว่าพระราชกําหนดนั นๆตราขึนเพือรกั ษาความปลอดภัย
ของประเทศชาติหรอื สาธารณะหรอื ไม่
4. วินิ จฉัยคํารอ้ งของบุคคลทถี ูกละเมิด
สิทธเิ สรภี าพทรี ฐั ธรรมนญู คุ้มครอง
** คําวินิ จฉัยของรฐั ธรรมนญู ถือเปนเด็ดขาด**
จะโต้แย้งไม่ได้ และมีผลให้รฐั สภา คณะรฐั มนตรี ศาล และองค์กรอืนของรฐั
ต้องปฏิบัติตาม แต่ถ้าหากรฐั สภา คณะรฐั มนตรี ศาล และองค์กรอืนของรฐั
ไม่เห็นพ้องด้วยกับคําวินิ จฉัยของรฐั ธรรมนญู ก็ต้องให้มีการแก้ไขรฐั ธรรมนญู
ศาลปกครอง
ศาลทมี ีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครองตามทกี ฎหมายบัญญัติอัน
ได้แก่ คดีพิพาททเี กิดจากการกระทําทางปกครองไม่ว่าจะเปนคดีทเี ปน
ข้อพิพาทระหว่างหน่ วยราชการ หน่ วยงานของรฐั รฐั วิสาหกิจ หรอื
ราชการส่วนทอ้ งถินหรอื เจ้าหน้ าทขี องรฐั ทอี ย่ใู นบังคับบัญชาหรอื ใน
กํากับดูแลของรฐั บาลกับเอกชนหรอื ระหว่างหน่ วยราชการหน่ วยงาน
ของรฐั รฐั วิสาหกิจ หรอื ราชการส่วนทอ้ งถิน หรอื เจ้าหน้ าทขี องรฐั ทอี ยู่
ในบังคับบัญชาหรอื ในกํากับดูแลของรฐั บาลด้วยกัน
ศาลทหาร
ศาลในสังกัดกระทรวงกลาโหมซงึ มีอํานาจพิจารณาพิพากษาวางบทลงโทษ ผกู้ ระทํา
ผดิ ต่อกฎหมายทหารหรอื กฎหมายอืน ในทางอาญา ในคดีซงึ ผกู้ ระทําผดิ เปนบุคคลที
อย่ใู นอํานาจศาลทหารในขณะกระทําผดิ และมี อํานาจสังลงโทษบุคคลใด ๆ ทกี ระทํา
ผดิ ฐานละเมิดอํานาจศาลตามทบี ัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความแพ่ง.