The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภูมิศาสตร์ม.1 เรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เฟิร์น พรนภัส., 2022-11-21 19:01:23

ภูมิศาสตร์ม.1 เรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ

ภูมิศาสตร์ม.1 เรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

คำนำ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่ิออธิบายภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ในรายวิชาภูมิศาสตร์ม.1 ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ วิธีการ
ปฏิบัติตนและวิธีการป้องกัน

ดิฉันหวังว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลัง
ศึกษาหาข้อมูลในเรื่องนี้ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ดิฉันต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

พรนภัส สนโสก
ผู้จัดทำ

สารบัญ

เรื่อง หน้า

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ 01
ความรู้ทั่วไปภัยพิบัติ 02
03
ภัยด้านสภาพอากาศ 12

ธรณีพิบัติ 22
การจัดการภัยพิบัติ

ธรณีพิบัติ 1

การจัดการภัยพิบัติ

ภัยด้านสภาพอากาศ

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

2

ความรู้ทั่วไปภัยพิบัติ

ภัยพิบัติทางธรรมชาติแบ่งตามลักษณะการเกิดภัยได้ 2 ประเภท ดังนี้

ภัยด้านสภาพอากาศ ธรณีพิบัติ

3




ภัยด้านสภาพอากาศ

4

วาตภัย

วาตภัยหรือพายุลมแรง เป็นภัยที่เกิดจากพายุหมุนเขตร้อน พายุฤดูร้อน และลมงวง ซึ่ง
ทำให้เกิดความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง สิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม

สาเหตุ

พายุหมุนเขตร้อน เป็นพายุหมุนที่เกิดเหนือทะเลหรือ
มหาสมุทรในเขตร้อนเกิดจากน้ำทะเลมีอุณหภูมิสูง มีความ
กดอากาศต่ำในบริเวณใกล้ละติจูดที่ 5-25 องศาเหนือและใต้
ในเขตร้อนพายุเมฆจะก่อตัวและหมุนเข้าสู่แผ่นดิน และเกิด
เป็นพายุฝนฟ้าคะนองร่วมกับกระแสลมแรง

5

การปฏิบัติตน

1.ขณะเกิดพายุควรอยู่ในสถานที่พักที่แข็งแรงและปลอดภัย ไม่ควรออกไปที่โล่ง
2.ปิดกั้นช่องทางลมและช่องทางต่าง ๆ ที่ลมจะเข้าไปทำให้เกิดความเสียหาย
เมื่อลมสงบแล้วต้องรอดูสถานการณ์อย่างน้อย 3ชั่วโมง หากพันระยะนี้แล้ว
ไม่มีลมแรงเกิดขึ้นอีก จึงจะวางใจว่าพายุได้ผ่านพ้นไปแล้ว

การ
ป้องกัน

1.ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศและประกาศคำเตือน
จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2.ตัดกิ่งไม้ โดยเฉพาะกิ่งขนาดใหญ่ที่อาจเป็นอันตราย
3.ดูแลโครงสร้างอาคารบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ
ให้มั่นคงแข็งแรง

อุทกภัย 6

อุทกภัยหรือภัยจากน้ำท่วม เป็นภัยที่เกิดจากการเอ่อลันของน้ำในลำธาร
ที่ราบต่ำ ที่ราบลุ่มแม่น้ำ และชายฝั่ งทะเล โดยเกิดขึ้นหลังจากที่ฝนตกลงมา
อย่างต่อเนื่อง จนไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้

สาเหตุ

1.ฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนไม่สามารถระบายน้ำออก
จากพื้นที่ได้ทัน
2.การตัตไม้ทำลายป้า ทำให้ไม่มีต้นไม้ช่วยดูดซับน้ำฝนไว้
3.การระบายน้ำไม่ดีหรือมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น การสร้างบ้าน
เรือนขวางน้ำถนนไม่มีท่อระบายน้ำ
4.การละลายของหิมะส่งผลให้น้ำทะเลสูงขึ้น และเกิดน้ำทะเลหนุน

7

การปฏิบัติตน

1. ตัดสะพานไฟและปิดแก๊สหุงต้มให้เรียบร้อย
2. อยู่ในอาคารที่แข็งแรงและที่สูงพันจากน้ำที่ท่วม
3. ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะฝากระแสน้ำหลาก
4.ไม่ลงเล่นน้ำหรือว่ายน้ำเล่นในขณะน้ำท่วม
5.ระวังสัตว์มีพิษที่หนีน้ำท่วมขึ้นมาอยู่ในบ้านและหลังดา
6. ติดตามการพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา

การป้องกัน 1.สร้างเส้นทางคมนาคมโดยคำนึงถึงมวลน้ำที่จะไหลผ่าน
ได้สะดวก
2.ใช้ที่ดินให้เหมาะตามกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3.ไม่ตัดไม้ทำลายป่า
4.เตรียมพื้นที่อพยพของชุมชน
5.ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในการวางแผนป้องกันและ
แก้ปัญหาน้ำท่วม

8

ภัยแล้งเป็นภัยที่เกิดในช่วงเวลาที่อากาศแห้งผิดปกติ ทำให้ปริมาณฝน
น้อยหรือฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลเป็นระยะเวลานานกว่าปกติ และครอบคลุม
พื้นที่บริเวณกว้าง ส่งผลให้ขาดแคลนน้ำในการอุปโภค บริโภค และการทำการ
เกษตร

สาเหตุ สาเหตุจากการกระทำของมนุษย์
1การทำลายชั้นโอโซนส่งผลให้เกิด

สาเหตุจากธรรมชาติ ปรากฏการณ์เรือนกระจก
2.จำนวนประชากรเพิ่มขึ้
การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจาก 3.การทำลายป่าต้นน้ำ ทำให้ไม่มีต้นไม้คอย
ปริมาณฝนที่น้อยกว่าปกติ เช่น ดูดซับน้ำ
เอลนีโญ ภาวะโลกร้อน 4.การบริหารจัดการน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ
5.แหล่งกักเก็บน้ำมีน้อย

9

การปฏิบัติตน

1. วางแผนการใช้น้ำและใช้อย่างประหยัด
2. หาแหล่งน้ำ เช่น ขุดเจาะน้ำใต้ดิน ขุดบ่อน้ำในครัวเรือน
3. ลดการปลูกพืชใช้น้ำมากในฤดูแล้ง เช่น การทำนาครั้งที่สอง
4.ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานที่
เกี่ยวข้อง

การป้องกัน

1.ไม่ตัดไม้ทำลายป้า
2.สร้างแหล่งกักเก็บน้ำ เช่น บ่อน้ำ อ่างเก็บน้ำ
3.สำรวจและขุดเจาะน้ำใต้ดินมาใช้เขื่อน
4.นำน้ำมาใช้หมุนเวียนโดยผ่านกระบวนการ
5.แปรสภาพน้ำทะเลเป็นน้ำจืดโดยใช้วิธีการกลั่นปรับปรุงคุณภาพน้ำ
6.ทำฝนเทียมเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำจืด
7.ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศแสดงแหล่งน้ำผิวดินและน้ำใด้ดินเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังภัยแล้ง

10

ไฟป่า

ไฟป่าเป็นภัยที่เกิดในฤดูร้อนและฤดูแล้งที่มี
อุณหภูมิสูงอากาศแห้ง สภาพป่าที่แห้งแล้งทำให้ติดไฟ
ได้ง่ายและลุกลามเป็นบริเวณกว้างส่งผลกระทบต่อพืช
และสัตว์ ทั้งนี้ควันไฟยังทำให้เกิดมลพิษใอากาศเป็น
เวลานาน

สาเหตุ สาเหตุจากการกระทำของมนุษย์
1.การจุดไฟหาของป่า
สาเหตุจากธรรมชาติ 2. การเผาไร่เพื่อกำจัดวัชพืช
1.ฟ้าผ่าในฤดูแล้ง เพื่อเตรียมเพาะปลูก
2.กิ่งไม้เสียดสีกัน 3.การขัดแย้งผลประโยชน์
3.ภูเขาไฟปะทุ
4.ปฏิกิริยาเคมีในดินป่าพรุ

11

การปฏิบัติตน

1.หากพบการจุดไฟขนาดเล็ก ต้องรีบช่วยกันดับไฟทันที
2.เมื่อพบเห็นไฟไหม้ป่า ต้องรีบแจ้งหน่วยงานในพื้นที่
3.ทำแนวกันไฟรอบชุมชน
4.หลีกเลี่ยงการเผาขยะ และการจุดไฟเผาป่า

การป้องกัน

1. ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ ติดตาม และแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนเกี่ยวกับไฟป่า
2. กำจัดเชื้อเพลิงในพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่าและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่พื้นที่
3.ป้องปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
4. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาไฟป่า
5. จัดระเบียบและควบคุมการเผาเศษพืชในพื้นที่เกษตรที่อยู่ติดเขตป่า
6. เตรียมความพร้อมในการดับไฟป่า เช่น จัดตั้งหน่วยงานเฝ้าระวังไฟป่า เตรียมอุปกรณ์ดับไฟป่า

12

ธรณีพิบัติ

แผ่นดินไหว 13

แผ่นดินไหว เป็นภัยที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของโครงสร้างทางธรณีวิทยา
ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและบ้านเรือน

สาเหตุ

1. การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนบริเวณเปลือกโลก
2.การสั่นสะเทือนจากการปะทุของภูเขาไฟ
3. การทดลองระเบิดปรมาณูหรือการปะทุของระเบิดนิวเคลียร์

การปฏิบัติตน 14

1.หากอยู่ในอาคารไห้รีบมุดลงใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรืออยู่ในมุมตึก
2.หากอยู่ใกล้ประตูทางออก ควรรีบออกมาสู่ที่โล่ง เพื่อป้องกัน
สิ่งของหล่นทับ
3.หากอยู่ใกลัชายฝั่ งทะเล ให้รีบขึ้นที่สูงห่างจากชายฝั่ ง
เพราะอาจเกิดคลื่นสึนามิได้

การป้องกัน

1.หากอยู่บริเวณจุดเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวควรจัดเตรียมเครื่องอุปโภค
บริโภค และยารักษาโรคไว้ให้พร้อม
2.เข้าร่วมฝึกซ้อมการอพยพหนีภัยของชุมชนหรือหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย
3.ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวช้อง
4.ตรวจสอบอาคารบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ให้มั่นคงแข็งแรง

ภูเขาไฟ 15

ภูเขาไฟปะทุเกิดจากการปะทุของหินหนืดหรือแมกมา(magma)
หลอมเหลวและแก๊สจากใต้เปลือกโลก ความรุนแรงของการปะทุจะขึ้นอยู่
กับแรงดันที่ปะทุออกมา และการปะทุของภูเขาไฟอาจทำให้เกิดแผ่นดิน
ไหวหรือสึนามิตามมาได้

สาเหตุ

เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก โดยหินหนืดที่อยู่ใต้
เปลือกโลกเกิดการเคลื่อนตัวทำให้มีแรงดันโดยจะปะทุและแทรกขึ้น
มาตามรอยแยกหรือปะทุออกมาจากปล่องภูเขาไฟซึ่งแนวรอยต่อ
ของเปลือกโลกจะมีโอกาสเกิดภูเขาไฟมากที่สุด เช่น แนวภูเขาไฟ
รอบ ๆ มหาสมุทรแปซิฟิก หรือวงแหวนแห่งไฟ

ประเภทของภูเขาไฟ 16

ภูเขาไฟที่มีพลัง คือภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ภูเขาไฟที่สงบ คือภูเขาไฟที่ปะทุแล้วก็สงบอยู่ ภูเขาไฟไม่มีพลัง คือ ภูเขาไฟที่ยังไม่เคย
อาจปะทุเมื่อใดก็ได้ เช่นภูเขาไฟมาโยน ในฟิสิปปินส์ เมื่อมีพลังเพิ่มพูนขึ้นใหม่มากพอก็อาจจะปะทุ ปะทุอีกเลยหลังจากเกิดเป็นภูเขาไฟแล้ว
ขึ้นมาอีกได้ เช่นภูเขาไฟพุจิ ในญี่ปุ่น เช่น ภูเขาไฟแอระแรต ในตุรกี

17

การปฏิบัติตน

1.ให้รีบออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยภูเขาไฟปะทุ
2.ใส่หน้ากากกันฝุ่น แว่นตา ชุดแขนยาว และรองเท้าทนทาน
เพื่อป้องกันเถ้าภูเขาไฟ
3.เชื่อฟังและอพยพหนีตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จนกว่าจะปลอดภัย

การป้องกัน

1.ประชาสัมพันธ์ไห้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยรู้ถึงอันตรายและการหลีกเลี่ยงภัย
2.ติดตามข่าวและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3.เฝ้าสังเกตภูเขาไฟบางลูกเป็นพิเศษ และติดตั้งระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ
4.ซ้อมการอพอพยพหนีภัยตามแนวเส้นทางที่ปลอดภัย
5.สร้างอาคารเพื่อรองรับผู้อพยพให้เพียงพอ พร้อมทั้งการช่วยเหลือด้านต่าง ๆ
6.เตรียมหน้ากากกันฝุ่น แว่นตา ชุดแขนยาว และรองเท้าทนทาน เพื่อป้องกันเถ้าภูเขาไฟ

สึนามิ 18

สึนามิเป็นคลื่นทะเลขนาดใหญ่ที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและ
มีพลังมาก เมื่ออยู่ในทะเลคลื่นจะสูงไม่มาก แต่จะเคลื่อนที่ด้วย
ความเร็วสูง เมื่อเคลื่อนเข้าหาฝั่ งคลื่นจะมีความสูงได้ถึง 30
เมตรจึงมีพลังทำลายล้างอย่างมหาศาล

สาเหตุ

1.แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในทะเล
2.อุกกาบาตตกในทะเล
3.แผ่นดินถล่มใต้ทะเล
4.ภูเขาไฟปะทุบนเกาะหรือใด้ทะเล
5.การทตลองระเบิดนิวเคลียร์ไนทะเล
6.การเคลื่อนตัวของเปลือกโลก/รอยเลื่อน

การปฏิบัติตน 19

1.เมื่อได้ยินสัญญาณเตือนภัยหรือมองเห็นระลอกคลื่นก่อตัวเป็นกำแพงขนาดใหญ่ให้
รีบออกจากบริเวณชายฝั่ งไปยังที่สูงทันที
2.หากอยู่บนเรือที่จอดอยู่ที่ท่าเทียบเรือ ให้นำเรือออกไปกลางทะเล เพราะคลื่นกลางทะเลจะมีขนาดเล็ก
กว่าคลื่นที่อยู่ชายฝั่ ง
3.หากอยู่บนเรือกลางทะเลอยู่ นำเรือเทียบท่าจนกว่าจะได้รับแจ้งจากทางการว่าปลอดภัย
4.กรณีเล่นน้ำอยู่ในทะเล ให้พยายามว่ายน้ำและมองหาสิ่งที่ยึดเกาะได้
5.หลังเกิดคลื่นสึนามิ ควรรอประกาศจากทางการก่อนจึงสามารถลงไปชายหาดได้
เพราะคลื่นสึนามิอาจเกิดขึ้นได้หลายระลอก

การป้องกัน
1.ทำเขื่อน กำแพง เพื่อลดแรงปะทะของน้ำทะเลบริเวณเสี่ยงภัย
2.ให้ความรู้ประชาชนเรื่องการป้องกันและบรรเทาภัยจากสึนามิ
3.หลีกเสี่ยงการก่อสร้างอาคารใกล้ชายฝั่ งที่มีความเสี่ยงภัยสีนามิ
4. ศึกษาเส้นทางการอพยพ และฝึกซ้อมการหนีภัย
5.ติดตามข่าวและการเตือนภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

แผ่นดินถล่ม 20

แผ่นดินถล่มเป็นการเคลื่อนที่ของดินหรือหินตาม
บริเวณฟื้ นที่ลาดชันที่เป็นภูเขาหรือเนินเขา เนื่องจาก
แรงดึงดูดโลก อาจเคลื่อนหลุดออกมาหรือพังทลายลงมา
ก็ให้

สาเหตุ

1.ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ดินและพืชไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้
2.สภาพภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาและมีความลาดชันมาก
3.การตัดถนนผ่านภูเขา
4.การตัดไม้ทำลายป่า
5.การก่อสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ
6.การใช้ที่ดินไม่เหมาะสม เช่น การทำเหมืองการทำการเกษตรในพื้นที่
ลาดชัน

21

การปฏิบัติตน

1.รีบอพยพหรือหนีไปที่สูง และต้องรีบแจ้งให้รู้ทั่วกันโดยเร็ว
2.ถ้าพลัดตกไปในกระแสน้ำ ห้ามว่ายน้ำหนีเป็นอันขาด
เพราะจะโดนซากต้นไม้หรือก้อนหินที่ไหลมากับโคลนกระแทกได้
3.หาต้นไม้ใหญ่ที่ใกล้ที่สุดเกาะเอาไว้ แล้วปืนหนีน้ำให้ได้

การป้องกัน

1.ศึกษาพื้นที่ที่อาศัยว่าเคยเกิดแผ่นดินถล่มมาก่อนหรือไม่
2.จัดทำปฏิทินเตือนภัยพื้นที่เสี่ยงภัย
3.ไม่สร้างบ้านหรือสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำหรือใกล้ลำห้วยมากเกินไป
4.ปลูกพืชเพื่อช่วยยืดหน้าดินและดูดซับน้ำ
5.ติตตามข่าวพยากรณ์อากาศและประกาศแจ้งเตือนน้ำป่าไหลหลาก

22

การจัดการภัยพิบัติ

23

การจัดการภัยพิบัติมีกระบวนการดำเนินการ แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้



1. 1.ก่อนเกิดภัยพิบัติ
เป็นช่วงเวลาของการเตรียมความพร้อมการป้องกันและบรรเทาสถานการณ์ความ

รุนแรงที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ให้ลดระดับความรุนแรงลงได้ โดยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้



การป้องกันและลดผลกระทบ การเตรียมพร้อมด้านทรัพยากร

24

2) ระหว่างเกิดภัยพิบัติ
เป็นขั้นตอนของการบรรเทาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเพื่อลดระดับความรุนแรงลงจนเข้าสู่สภาวะ

ปกติ เช่น




การแจ้งเตือนภัยและการประเมินสถานการณ์ การรักษาพยามาลฉุกเฉินเมื่อมีผู้ประสบภัย

25

3) หลังเกิดภัยพิบัติ
เป็นการดำเนินการเมื่อสถานการณ์ภัยพิบัติได้ยุติลง ซึ่งมีการดำเนินการ ดังนี้

การประเมินความเสียหาย การฟื้ นฟูทางกายภาพของพื้นที่ การฟื้ นฟูทางด้านจิตใจ

จบบทเรียน

จัดทำโดย
นางสาวพรนภัส สนโสก

รหัส018 ปี4 หมู่ที่1
สาขาสังคมศึกษา

อ้างอิง
https://www.aksorn.com/store/2/product-details-69


Click to View FlipBook Version