The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รู้รับภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเตรียมตัวป้องกันและรับมือภัยพิบัติต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นัท เดะนิ, 2023-02-25 10:10:13

รู้รับภัยพิบัติทางธรรมชาติ

รู้รับภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเตรียมตัวป้องกันและรับมือภัยพิบัติต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน

คำ นำ บทเรียนสำ เร็จรูปเรื่อง รับรู้....ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นสื่อที่จะช่วยส่งเสริม ประสิทธิภาพการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน 2551 ได้เป็นอย่างดี ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นักเรียนจะได้รับความรู้ความเข้าใจและได้รับประโยชน์จาก บทเรียนสำ เร็จรูป


สารบัญ เรื่อง คำ นำ ก ภัยพิบัติและการรับมือ 1 สึนามิ อุทกภัย วาตภัย ภัยแล้ง ดินโคลนถล่ม แผ่นดินไหว อ้างอิง 2-3 4-5 หน้า 6-7 8-9 10-11 12-13 14


เรื่อรื่ ง ภัยภัพิบัพิ ติ บั แติ ละการรับ รั มือ มื ภัยพิบัติ เป็นเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้างทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่เกิดภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ซึ่งภัย พิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ และภับพิบัติที่เกิดจากการกระทำ ของมนุษย์ ประเทศไทยประสบปัญหาภัยพิบัติเป็นประจำ ทุกปีและมีระดับความ รุนแรงที่แตกต่างกันออกไป ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ได้แก่ อุทกภัย สึนามิ วาตภัย ภัยแล้ง ดินโคลนถล่มและแผ่นดินไหว


อุทกภัย เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการเอ่อล้นของน้ำ ในแม่น้ำ ลำ ธาร เกิดขึ้น หลังจากฝนตกต่อเหนื่องยาวนานจนไม่สามารถระบายน้ำ ออกจากพื้นที่ได้ ทันที อุทกภัยมีทั้งแบบฉับพลันเนื่องจากฝนตกหนักบริเวณที่สูงทำ ให้มีน้ำ ไหลบ่าลงมาอย่างรวดเร็ว และอุทกภัยที่เกิดขึ้นช้าๆจากน้ำ ล้นตลิ่ง สาเหตุ อุทกภัยในประเทศไทยมีสาเหตุหลักมาจากสภาพพื้นที่และปริมาณน้ำ ฝน หากปีใดประเทศไทยมีปริมาณน้ำ ฝนมากกว่าปกติหรือมีพายุพัดเข้าสู่ ประเทศไทยหลากหลายลูกก็ก่อให้เกิดอุทกภัยขึ้นได้ ผลกระทบ อุทกภัยสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างทำ ให้ทรัพย์สินอาคารบ้านเรือน เส้นทางคมนาคม พื้นที่การเกษตรและผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย รวมทั้ง ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพของผู้ประสบภัยในกรณีที่เกิดน้ำ ท่วมขังเป็นเวลานาน เช่น ก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหาร โรคผิวหนังหรือก่อให้เกิดไฟฟ้ารั่ว ไฟ ดุดถึงแก่ชีวิตได้


ไม้ตัดไม้ทำ ลายป่า ฝึกซ้อมและเตรียมพร้อมรับมือรวมทั้งวางแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน ติดตามเฝ้าระวังภัยและติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและประกาศ เตือนภัยอยู่เสมอ เช่น กรมอุตุวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ และศูนย์เตือน ภัยพิบัติแห่งชาติ เตรียมข้าวของเครื่องใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อเกิดอุทกภัย เช่น น้ำ ดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค ไฟฉายแบตเตอรี่ให้พร้อม ใช้แผนที่รูปถ่ายทางอากาศ ภาพจากดาวเทียมในการป้องกันและแก้ไข ปัญหาอุทกภัย 1. 2. 3. 4. 5. การเตรียมตัวป้องกันและรับมืออุทกภัย


สึนามิมีต้นกำ เนิดจากแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทร ดินถล่มใต้มหาสมุทร ภูเขาไฟระเบิดใต้มหาสมุทรหรือมีอุกาบาตตกลงกลางมหาสมุทร ทำ ให้มวลน้ำ ในมหาสมุทรได้รับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เกิดเป็นคลื่นขนาดใหญ่ กระจายไปทุกทิศทางก่อให้เกิดความเสียหายขั้นรุนแรงและมีผู้เสียชีวิตเฉพาะ ในประเทศไทย 5,395 คน สึนามิ เป็นภัยธรรมชาติ เป็รคลื่นทะเลขนาดใหญ่พัดเข้าหาชายฝั่งด้วย ความเร็วและรุนแรง สาเหตุ ผลกระทบ สึนามิสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนที่อาศัยอยู่ชายฝั่ง ทะเล ประเทศไทยเคยเกิดเหตุการณ์สึนามิครั้งแรก เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงบริเวณนอกชายฝั่งของ เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ทำ ให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่ กระจายไปทุก ทิศทาง ก่อให้เกิดความเสียหายขั้นรุนแรง และมีผู้เสียชีวิตเฉพาะใน ประเทศไทย 5,395 คน


การสังเกตการณ์สึนามิ การเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมหาสมุทรเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลต่อ การเกิดสึนามิ ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่าเกิดแผ่นดินไหวหรือได้รับประกาศข่าวแผ่นดิน ไหวรุนแรงต้องรีบอพยพออกจากบริเวณชายหาดและหากระดับน้ำ ริมชายหาด ลดลงอย่างรวดเร็วให้รีบอพยพขึ้นที่สูงให้เร็วที่สุดเพราะเมื่อเวลาผ่านไประดับ น้ำ ที่ลดลงไปนั้นจะกลายเป็นคลื่นยักษ์ย้อนกลับขึ้นมายังชายฝั่ง การเตรียมตัวป้องกันและรับมือเหตุสึนามิ 1.ปัจจุบันประเทศไทยมีระบบแจ้งเตือนสึนามิประชาชนในพื้นที่จึงควร ติดตามข่าวประกาศแจ้งเตือนและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 2. รู้จักสังเกตสิ่งบอกเหตุก่อนเกิดสึนามิเช่นน้ำ ทะเลลดลงอย่างผิดปกติ 3. ศึกษาข้อมูลและฝึกซ้อมแผนอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน 4. จัดตั้งสถานที่กักเก็บน้ำ สะอาดไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน 5. ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ควรศึกษาและจดจำ เส้นทางการอพยพไม่ได้ 6. การสร้างสิ่งปลูกสร้างบริเวณใกล้ชายหาดคนสร้างให้มีความมั่นคงแข็ง แรง มีการสร้างเขื่อน กำ แพง หรือวางวัสดุเพื่อลดแรงปะทะของน้ำ ทะเล


วาตภัยมีสาเหตุมาจากการเกิดพายุฤดูร้อน ประเทศไทยตั้งอยู่ใกล้ เส้นศูนย์สูตรส่งผลให้มีอุณหภูมิเฉลี่ยค่อนข้างสูงในฤดูร้อน เมื่อมวลอากาศ ร้อน ยกตัวสูงขึ้น มวลอากาศเย็นจะพัดเข้ามาแทนที่ และเมื่ออากาศร้อนและ อากาศเย็นเคลื่อนที่มาปะทะกันทำ ให้เกิดความแปรปรวนของอากาศก่อให้ เกิดพายุฝนฟ้าคะนองมีลมกระโชกแรงและบางครั้งอาจเกิดลูกเห็บตกลงมา วาตภัย เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดจากลมพัดอย่างรุนแรงจนสร้างความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของผู้ประสบภัย สาเหตุ ผลกระทบ วาตภัยเป็นภัยที่เกิดจากลมพัดอย่างรุนแรง เช่น พายุฤดูร้อนจน ทำ ให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน อาคารบ้านเรือน และสิ่ง ก่อสร้างต่างๆ การเกิดพายุฤดูร้อนมักเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมและเดือน เมษายน โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


การเตรียมตัวป้องกันและรับมือเหตุวาตภัย 1.หมั่นติดตามข่าวสภาวะอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นประจำ 2. ดูแลโครงสร้างอาคารบ้านเรือนให้แข็งแรงและปลอดภัยอยู่เสมอ 3. เมื่อเกิดพายุควรอยู่ในอาคารหรือสถานที่ที่มีความแข็งแรงและปลอดภัย 4. ไม่ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและไม่สวมเครื่องประดับโลหะขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง รวมทั้งไม่ควรอยู่กลางแจ้งในช่วงที่เกิดฝนฟ้าคะนอง 5. หากเกิดฝนฟ้าคะนองไม่ควรอยู่ใกล้ต้นไม้สูงเพราะอาจได้รับอันตรายจากการ ถูกฟ้าผ่าได้


1.ภาวะฝนไม่ตกตามฤดูกาล 2.การตัดไม้ทำ ลายป่าจนทำ ให้ไม่มีความชื้นหรือไอน้ำ เพื่อก่อตัวเป็นเมฆฝนใน พื้นที่ 3.การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิทำ ให้เกิดภาวะโลกร้อน 4.ลักษณะพื้นที่ที่มีสภาพเป็นดินทรายไม่สามารถกักเก็บน้ำ บนผิวดินได้ดีเท่าที่ควร 5.บริเวณเขตเงาฝนที่มีบริเวณน้ำ ฝนตกลงมาน้อย ภัยแล้ง เป็นภัยธรรมชาติ ที่ก่อให้เกิดความแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ ในพื้นที่ใด พื้นที่หนึ่งเป็นเวลานานจนก่อให้เกิดปัญหาความแห้งแล้ง ส่งผลกระทบต่อการ ดำ รงชีวิตของประชาชนในพื้นที่และการทำ เกษตรกรรม สาเหตุ ผลกระทบ ภัยแล้งส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ขาดแคลนน้ำ ในการ อุปโภคบริโภค ทำ ให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย ดินขาดความชุ่มชื้นจน เสื่อมสภาพ เกิดการพังทลายของดิน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า


การเตรียมตัวป้องกันและรับมือเหตุภัยแล้ง 1.ไม่ตัดไม้ทำ ลายป่า 2. รวมทั้งปลูกป่าทดแทนให้มากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่บนภูเขาเพื่อให้เกิด ความชุ่มชื้นและช่วยให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล 3. ควรจัดหาพื้นที่กักเก็บน้ำ ไว้ใช้นอกฤดูฝน เช่น การสร้างเขื่อน การสร้าง ฝายกักเก็บน้ำ การขุดลอกคลองส่งน้ำ ไม่ให้ตื้นเขิน 4. ทำ ฝนเทียมเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคนน้ำ จืด


ดินโคลนถล่ม เป็นภัยธรรมชาติที่มักจะเกิดควบคู่กับฝนตกหนักหรือฝนตกติดต่อกัน เป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้ดิน หรือหินหลุด หรือพังทลายลงมา สาเหตุ ดินโคลนถล่ม มีสาเหตุมาจากการมีฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน มี ปริมาณน้ำ ฝนมาก ทำ ให้ดินและ พืช ไม่สามารถอุ้มน้ำ ได้ทั้งหมด ส่งผลให้ดิน กลายสภาพเป็นดินโคลน ไหลถล่มลงมาตามความลาดชันของพื้นที่ ลงมายัง พื้นที่เบื้องล่าง ผลกระทบ ดินโคลนถล่มที่มีความรุนแรง จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สิน อาคาร บ้านเรือนของผู้ ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ประสบภัย


1. ไม่ปลูกบ้านเรือนหรือสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ หรือใกล้ลำ ห้วยมากจนเกินไป 2. ไม่ตัดไม้ทำ ลายป่าและพยายามช่วยกันปลูกต้นไม้เพื่อช่วยยึดหน้าดินและ ดูดซับน้ำ 3. ในบริเวณที่ลาดเชิงเขา หากเกิดเหตุฝนตกหนักต่อเนื่องติดต่อกันเป็น เวลานาน ควรที่จะอพยพ ผู้คนออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุดินโคลนถล่มลง มาทับซึ่งอาจทำ ให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตได้ 4. หากพลัดตกลงไปในกระแสน้ำ ห้ามว่ายน้ำ ทวนกระแสน้ำ เพื่อหนีเป็นอัน ขาดเพราะจะถูกต้นไม้ และก้อนหินที่ไหลมาประเทศทำ ให้ได้รับอันตรายได้ การเตรียมตัวป้องกันและรับมือเหตุดินโคลนถล่ม


แผ่นดินไหว เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก ทำ ให้ บริเวณรอยเลื่อนต่างๆ ของเปลือก โลกเกิดการเคลื่อนตัว จนเกิดแรงสั่นสะเทือน สาเหตุ แผ่นดินไหวเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางธรณีวิทยา ทำ ให้ เกิดการสั่นสะเทือน จุดเริ่มต้น ของแผ่นดินไหวมักจะอยู่ลึกลงไปใต้ดินหรือ ใต้มหาสมุทร ผลกระทบ แผ่นดินไหวสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของ การสั่นสะเทือน ก่อให้เกิด แผ่นดินถล่ม บ้านเรือน อาคาร สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ถล่มหรือแตกหักเสียหาย และก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของผู้คนในพื้นที่


1. ควรเตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเครื่องอุปโภคบริโภคเลยยามฉุกเฉิน ให้พร้อม 2. ฝึกซ้อมการอพยพเพื่อเตรียมรับมือกับเหตุแผ่นดินไหว 3. ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขณะเกิดแผ่นดินไหว 4. หากอยู่ในอาคารให้หลบอยู่ใต้โต๊ะที่มีความแข็งแรงเพื่อป้องกันสิ่งของ ตกลงใส่ศีรษะและส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่วิ่งลงบันไดไม่ใช้ลิฟท์ 5. หากอยู่นอกอาคารให้รีบไปยังที่โล่งห่างๆตัวอาคาร แนวกำ แพงหรือเสา ไฟฟ้า 6. หากกำ ลังขับรถให้หยุดขับรถและรออยู่ในรถจนกว่าเหตุการณ์แผ่นดิน ไหวจะสงบลง 7. ให้ยกสะพานไฟเพื่อตัดการจ่ายไฟฟ้าและป้องกันเหตุไฟฟ้ารั่ว การเตรียมตัวป้องกันและรับมือแผ่นดินไหว


อ้างอิง http://www.dla.go.th/work/e_book/eb1/std210550/6/6.pdf


Click to View FlipBook Version