๑
การศกึ ษาดูงานในสถานประกอบการ
โครงการพฒั นาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษากอ่ นแต่งตั้ง
ใหด้ ารงตาแหนง่ รองผอู้ านวยการสถานศึกษา ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕
นายไมตรี ภูหดั การ
กลมุ่ ที่ ๑๓ เลขท่ี ๔
วทิ ยาลัยเทคนิคกาฬสินธ์ุ
วทิ ยากรพ่เี ลี้ยง ผอ.นยิ ม แสงวงศ์
สานักงานพฒั นาสมรรถนะครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
กระทรวงศึกษาธิการ
๒
แบบบันทกึ การศกึ ษาดงู าน
ชื่อสถานประกอบการ อซี ูซุ รอ้ ยเอด็ บริษทั โค้วยฮู่ ะมอเตอร์ จากดั (สาขาโพนทอง)
ชื่อ – สกุล นายไมตรี ภหู ดั การ กล่มุ ที่ ๑๓ เลขท่ี ๔ สาย จังหวดั รอ้ ยเอด็
ประเด็นการศกึ ษาดูงาน
ข้อมูลพ้นื ฐานของบริษทั
สถานประกอบการแห่งที่ ๑ อีซูซุ ร้อยเอ็ด บริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จากัด (สาขาโพนทอง) ๒๒ หมู่ ๑๒
ตาบลสระนกแก้ว อาเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ๔๕๑๑๐ ผู้แทนจาหน่ายรถยนต์อีซูซุ ประกอบด้วย รถหัว
ลาก รถบรรทุก รถโดยสาร รถปิกอัพขับเคลื่อน ๒ ล้อ และ ๔ ล้อ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขับเคลื่อน ๒
ล้อและ ๔ ล้อ ตลอดระยะเวลา ๖๐ ปีที่ผ่านมา รถอีซูซุได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในประเทศไทย โดย
สามารถครองความเป็นผูน้ าตลาดรถเพ่อื การพาณิชยไ์ ดอ้ ย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ด้วยคุณภาพที่
ดีเยี่ยม ตรงต่อความต้องการของตลาด รวมท้ังขอบข่ายการจาหน่ายและการบริการท่ีดีเลิศครอบคลุมอยู่ท่ัว
ประเทศ อีซูซุ มุ่งม่ันสร้างสรรค์ส่ิงท่ีดีท่ีสุดแก่สังคมไทย อย่างไม่หยุดยั้ง โดยเป็นผู้ริเริ่มคิดค้น และพัฒนา
เทคโนโลยียานยนตต์ ่างๆ อันเป็นปรากฏการณใ์ หมใ่ นวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยตลอดมา
สถานประกอบการแห่งที่ ๒ บริษัท ไอทีทูเดย์ สาขาร้อยอ็ด ๔๖/๑ หมู่ ๑๘ ตาบลเหนือเมือง อาเภอ
เมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ๔๕๐๐๐ ประกอบธุรกิจขายส่งคอมพิวเตอร์ พรินเตอร์ โปรเจคเตอร์ และ
อปุ กรณต์ ่อพว่ งทกุ ชนิด
๑. ดา้ นการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร
ท้ังสองบริษทั มีการการสร้างภาพลักษณข์ ององค์กร ดังนี้
๑. เสนอจุดขายของบริษัท เช่น อธิบายเก่ียวกับสวัสดิการของพนักงาน ตลอดจนภาระหน้าท่ีของแต่ละ
ตาแหน่ง การจัดอบรมพัฒนาทกั ษะต่าง ๆ
๒. สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง การให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ เป็นการเร่ิมต้น
สรา้ งวฒั นธรรมองค์กรท่ดี ี
๓. เผยแพรว่ ฒั นธรรมองคก์ รใหเ้ ป็นท่ีรูจ้ กั ผ่านโซเชียลมเี ดีย สรา้ งภาพลักษณท์ ่ีดใี ห้กบั บริษทั
๔. ให้วัฒนธรรมสรา้ งภาพองคก์ ร เสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ ท่ีหาในบริษทั อน่ื ไมไ่ ด้
๕. นาเสนอส่งิ ทแ่ี ตกต่าง ภาพลักษณอ์ งค์กรทีแ่ ตกต่างทจ่ี ะทาให้องคก์ รโดดเด่น
๒. ด้านการบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์
๑. การสรรหาทรัพยากรบคุ ล และการจัดการด้านแรงงาน คอื การสรรหาบุคลากร และจัดการด้านแรงงาน
โดยเร่ิมต้ังแต่การวางแผนด้านแรงงาน ประเมินกาลังคน จัดสรรกาลังพลให้เหมาะสม เพ่ือให้การทางานของ
องคก์ รราบรื่นไม่ตดิ ขดั
๓
๒. อบรม และพัฒนาบุคลากรอยู่เสมอ การอบรมพัฒนาบุคคลากรให้มีศักยภาพสูงข้ึน ท้ังในด้านทักษะ
ใหม่ องค์ความรู้ท่ีเกดิ ข้ึน และทนั ต่อการเปลีย่ นแปลง
๓. การบริหารจัดการด้านอัตราการจ้างงาน รวมไปถึงการประเมินงบประมาณอัตราจ้าง การบริหาร
งบประมาณ การประเมินเงนิ เดือนใหแ้ ต่ละตาแหน่ง ตามโครงสร้างทีก่ าหนด
๔. การบรหิ ารจดั การด้านประสิทธภิ าพของการทางานและการประเมนิ ผลการทางาน เพื่อตรวจสอบว่าได้
คดั สรรบคุ คลเขา้ มาทางานไดต้ รงตามท่ีองค์กรต้องการหรือไม่ มีประสิทธิภาพในการทางานเพียงใด สมควรจะ
จา้ งต่อหรอื ไม่
๕. การแก้ปัญหาและลดความขัดแย้ง ทั้งความขัดแย้งในเรื่องส่วนตัวไปจนถึงความขัดแย้งในเรื่องงาน ลด
ปัญหา และช่วยแกป้ ัญหาไดเ้ มอ่ื เกดิ วิกฤติตา่ งๆ
๖. การสร้างแรงงานสมั พนั ธ์ การเชื่อมความสมั พันธ์ในองคก์ รให้เกดิ ความรกั สามัคคีในการทางาน ซ่ึงหาก
พนักงานเกดิ ความรว่ มมือกนั อย่างดีเยย่ี มองคก์ รย่อมมีโอกาสประสบความสาเรจ็ สงู ตามไปด้วย
๓. ดา้ นการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีในการบริหาร
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ โดยใช้แนวทางการบริหารจัดการที่ยึดวัตถุประสงค์เป็น
หลัก ผู้บริหารจะต้องทาหน้าท่ีอานวยการ และประสานงานให้กิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กรให้ดาเนินไปด้วยดี
และบรรลุวัตถุประสงค์ที่กาหนดเอาไว้ เทคนิคการบริหารจัดการโดยยึดวัตถุประสงค์เป็นหลักจะมุ่งเน้นให้
ความสาคัญกับพฤติกรรมของพนักงานทุกคน เน้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการกาหนดวัตถุประสงค์ขององค์กร
และให้ทุกคนปฏิบัติงานโดยยึดวัตถุประสงค์ และเป้าหมายขององค์กรเป็นหลักสาคัญที่สุด จัดให้มีระบบ
ฐานข้อมูลสาหรับการบริหารจัดการท่ีเป็นมาตรฐานเดียวกัน และสอดรับกับทุกระดับมีคลังข้อมูล (Data
Warehouse) เพอื่ การตัดสินใจ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องโดยผ่านระบบเครือข่าย
มีระบบเครือข่ายภายในองค์กร (Intranet) เพื่อใช้ในการบริหารงาน หน่วยงานมี Software ที่ ถูกกฎหมาย
สาหรับการบริหารจัดการ และพัฒนาระบบและมีโปรแกรมประยุกต์ท่ีใช้ในการบริหารงานด้านบุคลากร ด้าน
บริหารท่ัวไป ด้านงบประมาณ ด้านติดตามประเมินผล มีระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ( Geographic
Information System :GIS) และมเี วบ็ ไซตเ์ พอ่ื การประชาสมั พนั ธแ์ ละใหบ้ ริการขอ้ มลู ข่าวสารของหนว่ ยงาน
๔. ดา้ นอาคารสถานท่ี และการจดั สภาพแวดลอ้ ม
การบริหารจัดการอาคารสถานท่ี (Facility Management) ถือเป็นงานบริหารจัดการสมัยใหม่ที่เข้ามา
ทดแทนการดูแลอาคารสถานท่ีแบบเดิม อันได้แก่ งานดูแลรักษาอาคาร (Building Operation and
Maintenance) งานจัดการอาคาร (Building Management) ซ่ึงการบริหารจัดการอาคารสถานที่มิได้มี
จุดมุง่ หมายเพียงแค่ดูแลอาคารให้เหมาะกับการใช้งานเพียงอย่างเดียว หากแต่ครอบคลุมถึงประสิทธิภาพของ
การปฏิบัติงาน การลงทุน สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ตามลักษณะงานของการบริหารจัดการสถานที่ซ่ึงมี
ภารกจิ ตั้งแต่ การวางแผน ควบคุม ประเมินผล รวมท้ังการจัดระบบฐานข้อมูลและการตรวจสอบ ด้วยภารกิจ
ดังกล่าวท่ีเกิดข้ึน การบริหารจัดการอาคารสถานที่ จึงต้องมีบุคลากร และทีมงานที่มีความเช่ียวชาญและมี
ประสบการณ์มาดาเนินการในทุกๆ ด้าน เพ่ือตอบสนองต่อการใช้งานอาคาร ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
๔
เหมาะสม และสอดคล้องต่อนโยบายขององค์กรให้มากท่ีสุด มีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมด้วยวิธีการ
เปรียบเทียบมาตรฐานกับคู่แข่ง หรือ Benchmarking คือ วิธีหรือกระบวนการเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศของ
องคก์ าร โดยการวเิ คราะหแ์ นวปฏบิ ตั ขิ องคแู่ ข่งอยา่ งละเอียด แลว้ นามาประยุกต์ใชก้ บั องค์การของตัวเอง
๕. สรุปแนวทางการนาไปประยกุ ต์ใช้ในสถานศกึ ษาครอบคลุม ๓ สมรรถนะหลัก
สมรรถนะหลักที่ ๑ การดารงตนของรองผู้อานวยการสถานศึกษาอาชีวศึกษายุคชีวิตวิถีอนาคต (Next
Normal)
การทางานยุค Next Normal จะเป็นการทางานที่มนุษย์ต้องทางานร่วมร่วมกับเทคโนโลยี (Human-
Technology Partnership) มากขึ้น แต่เดิมใช้คนทาจะถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติหรือปัญญาประดิษฐ์
(AI) แต่ท่ีสาคัญมนุษย์ยังเป็นศูนย์กลาง (People Centricity) ในการทางาน มีความสาคัญ มีความจาเป็น ต่อ
องค์กรมากข้ึน เพราะ AI และ Machine Learning ต่าง ๆจะมาช่วยมนุษย์ทางานเพื่อลดภาระ ลดเวลา ใน
การทางานง่าย ๆท่ีไม่ต้องใช้ปัญญามากนัก ทาให้มนุษย์มีเวลาเหลือเพ่ิมข้ึน มนุษย์จะได้มีอิสระ มีสมาธิมาก
พอที่จะไปโฟกัสกับงานท่ีต้องใช้ความคิดวิเคราะห์ จินตนาการ สร้างนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพ่ิม สร้างความ
ได้เปรียบในการแข่งขันซึ่งจะส่งผลต่อความสาเร็จขององค์กรในระยะยาว เพราะฉะน้ันจึงมีความจาเป็นที่
องค์กรจะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการดูแลคน โดย Mindset หลัก จะต้องมองคนในแง่บวก เปล่ียนจากการ
ควบคุมคนใหท้ างาน มาเป็นการสร้างบรรยากาศ อานวยความสะดวก และสนับสนุนส่งเสริม ให้คนได้ใช้สมาธิ
ทางานได้อย่างเต็มศักยภาพ การทางานในอนาคตจะเป็นการทางานลักษณะ Hybrid Workplace ท่ีมีความ
ยืดหยุ่น ผสมผสานกันระหว่างการทางานท่ีสานักงาน และการทางานนอกสานักงาน ( Work From
Anywhere) ท้ังการทางานประจา งานคร้ังคราว งานลักษณะ Freelance หรือ ใช้วิธียืมตัว ( Borrow) มา
ทางานเป็นการชั่วคราว เพราะฉะน้ันองค์กรต้องเตรียมพร้อมในเรื่องของกระบวนการจ้างงานที่จะต้อง
หลากหลาย หยืดยุ่น มากขึ้น เตรียมพร้อมในการสนับสนุนเทคโนโลยี และอุปกรณ์ เพ่ือตอบสนองความ
ต้องการของคนท่ตี อ้ งการทางานท่ีไหน เมื่อไหร่ ก็ได้ ให้สามารถทางานได้อย่างเต็มศักยภาพ เม่ือโลกทัศน์ของ
คนทางานจะเปลยี่ นไป เดมิ คนจะทางานอาชีพเดียวเรียนอะไรมาก็จะประกอบอาชีพตามท่ีเรียนมา แต่อนาคต
จากการวิจัยบ่งช้ีว่า วิชาชีพหลักตามที่เรียนอยู่ในสถาบันการศึกษาน้ันจะใช้ได้เพียงแค่ ๑–๒ ปีแรกของการ
ทางานเทา่ น้ัน ด้วยเทคโนโลยีท่เี ปลยี่ นไปรวดเรว็ มากงานทส่ี อง สาม สี่ ห้า และต่อ ๆไป จะอาศัย Soft Skill ท่ี
คนทางานพัฒนา (Upskill และ Reskill) ตนเองข้ึนมา Mindset ของคนทางานจะเปลี่ยนไป จากอดีตทางาน
อาชพี เดียว แต่เปล่ียนองค์กรไปเรื่อย ๆ อนาคตจะเปน็ การย้ายตนเองไปสู่งานอ่ืน (ไม่ตรงสายวิชาชีพที่เรียนมา
ในสถาบันการศึกษา) วงการอ่ืนตามทักษะใหม่ที่ตนเองมี การพัฒนาให้คนทางานมีความสามารถ ทักษะ
ศักยภาพ ท่ีทางานด้วยตนเองได้ (Employability) เท่าทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของความรู้และ
เทคโนโลยี และการเขา้ ใจ ยอมรบั ตอบสนองความคาดหวังส่วนบุคคล (Personalize) ถ้าองค์กรใดทาได้ดี จะ
ส่งผลใหค้ นมคี วามศรทั ธาต่อองค์กร
สมรรถนะหลกั ที่ ๒ ภาวะผู้นาทางวิชาการและวิชาชีพอาชีวศึกษา
๕
ความรู้ที่ใช้ประกอบอาชีพในปัจจุบันจะถูกทดแทนด้วยความรู้ชุดใหม่อย่างรวดเร็ว ( Knowledge
Disruption) ปี ค.ศ. ๒๐๒๐ สภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ทาการสารวจคนรุ่นใหม่ในอาเซียน (อายุ ๑๕-๓๕ ปี)
จานวนกว่า ๕๖,๐๐๐ คน เพ่ือหาคาตอบว่า คนรุ่นใหม่คิดอย่างไรกับอนาคตของงานและการเรียนรู้ พบว่าคน
รุ่นใหม่เห็นว่า ทักษะที่ตัวเองมีจะมีอายุใช้งานได้ประมาณ ๙ ปี หลังจากน้ันจะต้องได้รับการพัฒนาทักษะชุด
ใหม่ทั้งในรูปแบบของ Upskill และ Reskill เพ่ือที่จะสามารถทางานต่อไปในอนาคตได้ โดยภาพรวม WEF
สรุปว่าคนทางานในยุค Post Covid-๑๙ จะต้องมีลักษณะท่ีเรียกว่า “Multipotentialites” เป็นพฤติกรรม
ของคนที่มีความสนใจและมีความสามารถหลายอย่างแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญ เพ่ือนาความรู้ ความสามารถที่
หลากหลาย มาแก้ไขในสง่ิ เก่า ๆ พร้อมกับสร้างสิ่งใหม่ ๆ เพ่ือรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน เพราะอนาคตที่ไม่
แน่นอนน้ันเกิดขึ้นแน่นอน โดยควรจะต้องมี Core Skills (Hard และ Soft) สาคัญ ๆจึงจะทางานได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธผิ ล ดงั นี้
Hard Skills: ติดตามความก้าวหน้าในความรู้ทางวิชาชีพที่ใช้ในการประกอบอาชีพตลอดเวลา
(Learnability) มีทักษะในการบริหาร วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนามาต้ังคาถาม หาคาตอบ สร้างทางเลือกในการ
ตัดสินใจท่ีดี (Big Data Literacy) เพราะ Data คืออานาจใหม่ที่สามารถสร้างการเปล่ียนแปลงให้กับธุรกิจ มี
ทักษะเรอื่ งดิจิทลั และใช้เทคโนโลยเี ปน็ (Digital Literacy)
Soft Skills: มที กั ษะทางภาษาท่ีดีเพอื่ ใช้เปน็ กญุ แจไขหาความรู้ใหม่ ๆ สามารถสื่อสารใช้ตรรกะอย่างเป็น
เหตุเป็นผลได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพพูดแลว้ ทาใหผ้ ฟู้ งั เขา้ ใจตรงกับสิ่งที่ต้องการจะสื่อ เนื่องจากปัจจุบันคนมีการ
ใส่หน้ากากกันตลอดเวลา บางองค์กรเริ่มพัฒนาพนักงานให้สื่อสารด้วยภาษากายเพิ่มเติมอีกด้วย มีทักษะใน
การใช้ความคิดรูปแบบต่าง ๆ (Thinking Ability) เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ การคิดอย่างเป็นระบบการคิดอย่าง
สร้างสรรค์ เป็นต้น มีทักษะในการเรียนรู้ และใช้ความคิดที่ยืดหยุ่น (Cognitive Flexibility) และต้องเป็นการ
เรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong Learning) สุดท้ายมนุษย์จะต้องพัฒนาทักษะในการทางานร่วมกับมนุษย์ให้มี
ประสิทธิภาพยิ่งข้ึน (People Management) ด้วยการพัฒนาให้มี Mindset ในลักษณะของ Growth
Mindset ท่ีมองคนในแง่ดี มีความสามารถที่สมองของมนุษย์พัฒนาได้ขึ้นอยู่กับอัตราการเรียนรู้ ยอมรับให้
เกียรตซิ ่งึ กันและกนั เปน็ ตน้ เพือ่ การทางานร่วมกันในการรงั สรรคน์ วัตกรรม และสรา้ งอนาคตท่ดี ีกวา่ เดมิ
สมรรถนะหลักท่ี ๓ การบริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา
๑. ผู้นายคุ ใหม่ต้องปรบั ตัว ผนู้ าทปี่ ระสบความสาเรจ็ อาจไม่ใช่คนท่ีมีความคดิ บรรเจิด แตเ่ ป็นคนท่ีสามารถ
ปรับตัวและแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ตลอดเวลา ที่สาคัญ สามารถกระจายอานาจให้บุคลากร ที่เป็น forward
thinker คนที่คิดไปข้างหน้า มากกว่า old school คนที่มีความคิดแบบเก่า และต้องหาวิธีก้าวข้ามความท้า
ทายได้
๒. เรียนรู้เท่าทันการเปล่ียนแปลง การเปลี่ยนแปลงจะเกิดข้ึนอย่างรวดเร็ว ไม่มีความสาเร็จใด ๆ ที่จะอยู่
ย่ังยืน เทคโนโลยีจะก้าวไปข้างหน้าเร็วจนอาจจะตามไม่ทัน ดังน้ัน ผู้นาต้องตั้งคาถาม และหาวิธีช่วยให้
บคุ ลากรสามารถเรียนรใู้ ห้เท่าทนั กับการเปล่ียนทม่ี ีความรวดเรว็
๓. ปรบั วัฒนธรรมทางความคดิ การจะไปสูก่ ารสร้างองคก์ รให้คล่องตวั (workforce agility) จะต้อง
๖
ทรานส์ฟอร์ม วัฒนธรรมทางความคิดของคนในองค์กร เพราะคนส่วนใหญ่เวลาคิดมักยึดติดกับหลายอย่างที่
เคยถกู ต้องในอดีต และมกั สร้างเครอื ข่ายรวมคนทสี่ นับสนุนความคดิ ท่ีเหมือนกัน และการกระทาทเ่ี หมือนกนั
๗
ภาพประกอบการศึกษาดูงานในสถานประกอบการ
ณ อีซูซุ ร้อยเอด็ บริษัท โค้วยูฮ่ ะมอเตอร์ จากัด (สาขาโพนทอง)
๘
ภาพประกอบการศกึ ษาดูงานในสถานประกอบการ
ณ บรษิ ทั ไอทีทูเดย์ สาขาร้อยอด็