๑
ผลวเิ คราะหบ์ รบิ ทของสถานศึกษา (SWOT Analysis)
โครงการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษากอ่ นแตง่ ต้งั
ใหด้ ารงตาแหน่งรองผอู้ านวยการสถานศึกษา ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕
นายไมตรี ภหู ดั การ
กลมุ่ ที่ ๑๓ เลขท่ี ๔
วิทยาลัยเทคนคิ กาฬสินธุ์
วทิ ยากรพีเ่ ลยี้ ง ผอ.นิยม แสงวงศ์
สานกั งานพัฒนาสมรรถนะครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
๒
ใบงานการฝกึ ประสบการณใ์ นสถานศึกษา
ช่อื วิทยากรพี่เลย้ี ง ผอ.นิยม แสงวงศ์
ช่ือ – สกลุ นายไมตรี ภูหดั การ กลุ่มท่ี ๑๓ เลขที่ ๔
ผลวิเคราะห์บรบิ ทของสถานศึกษา (SWOT Analysis)
วิทยาลัยการอาชีพโพนทอง
๑.ขอ้ มูลพน้ื ฐานของสถานศกึ ษา
วิทยาลัยการอาชีพโพนทอง สถาบันการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ต้ังอยู่ท่ี ๖๐ หมู่ ๑๑ ตาบล
แวง อาเภอโพนทอง จงั หวดั รอ้ ยเอ็ด รหัสไปรษณยี ์ ๔๕๑๑๐ มีเนื้อที่ ๖๒ ไร่ ข้อมูลท่ีใช้ติดต่อ เบอร์โทรศัพท์
๐๔๒-๕๗๑-๑๔๔ Fax. ๐๔๓-๕๗๑-๐๒๖ Website:www.pticec.ac.th E-mail Address: pticec
๑๐๑@gmail.com
วสิ ัยทัศน์ วทิ ยาลัยการอาชีพโพนทอง มุ่งเนน้ การผลติ และพัฒนากาลงั คน อาชีวศกึ ษาถงึ ระดับปริญญา
ดว้ ยเทคโนโลยที ีท่ ันสมัย ได้มาตรฐานอาชีวศกึ ษา ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน
เอกลักษณ์ บรกิ ารวิชาชพี เด่น เน้นทกั ษะ สรา้ งผูป้ ระกอบการ
อัตลกั ษณ์ คณุ ธรรมดี ฝีมือเด่น เนน้ นวตั กรรมเทคโนโลยี
๒. ข้อมูลค่านิยม วัฒนธรรมทอ้ งถิ่น
วิทยาลัยการอาชีพโพนทอง ห่างจากตัวอาเภอโพนทองประมาณ ๑ กิโลเมตร สภาพเศรษฐกิจ ประชากร
ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทานา ทาไร่ ทาสวน ทาสวนยางพารา สภาพสังคม มีจานวน
นักเรยี นนกั ศึกษา สว่ นมากมาจาก ๕ อาเภอ คือ อาเภอโพนทอง อาเภอเสลภูมิ อาเภอหนองพอก อาเภอโพธ์ิ
ชัย อาเภอเมยวดี
วิทยาลยั อาชีวศึกษาร้อยเอ็ด
๑.ขอ้ มูลพืน้ ฐานของสถานศึกษา
วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด ๑๑๕ ถนนสุริยเดชบารุง ตาบลในเมือง อาเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด
รหัสไปรษณีย์ ๔๕๐๐๐ โทรศัพท์ ๐๔๓-๕๑๑-๔๓๐ โทรสาร ๐๔๓-๕๑๒-๙๙๑ E-mail [email protected]
Website http://www.rvc.ac.th
วสิ ัยทัศน์ มุ่งพฒั นาผ้เู รียนให้มีความเปน็ เลิศทางวิชาชีพควบคู่คณุ ธรรมจริยธรรมเพ่ือเปน็ พลังขบั เคลื่อน
เศรษฐกิจ และสังคมให้ไดม้ าตรฐานระดบั สากล
ปรชั ญา ทกั ษะฝมี ือดี มีคณุ ธรรม นาชุมชนพัฒนา กา้ วหนา้ ทนั เทคโนโลยี
อัตลักษณ์ ผูเ้ รยี นเป็นคนดี มจี ติ บริการ
คณุ ธรรมอัตลกั ษณ์ รบั ผดิ ชอบ ตรงต่อเวลา มสี ัมมาคารวะ
เอกลักษณ์ เปน็ สถานศึกษาสร้างคนดี บริการวชิ าชีพส่ชู ุมชน
๒. ขอ้ มูลค่านิยม วฒั นธรรมทอ้ งถ่ิน
๓
จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นจังหวัดในบริเวณลุ่มแม่น้าชีในภาคอีสานของไทย ท่ีอดีตเคยเป็นเมืองที่มีความ
เจรญิ รงุ่ เรอื งมาก่อนยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ โดยปรากฏชื่อในตานานอุรงั คธาตวุ า่ สาเกตนคร หรือ เมืองร้อยเอ็ด
ประตอู นั เนือ่ งมาจากเปน็ เมืองที่มีความเจรญิ รุ่งเรืองโดยท่ีมเี มืองขึน้ จานวนมาก
รายได้ของประชากร โครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดร้อยเอ็ดข้ึนอยู่กับภาคการค้าส่ง และการค้าปลีก
ภาคการเกษตรกรรม และภาคการศึกษาเป็นสาคัญตามลาดับ โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด (GPP) ปี
๒๕๕๗ จานวน ๖๖,๖๙๓ ล้านบาท มีรายได้ประชากรตามผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อคน ปี ๒๕๕๗ จานวน
๖๑,๙๓๓ บาท/คน
๓. วเิ คราะหบ์ ริบทของสถานศกึ ษา จุดเดน่ จุดดอ้ ย และ ๔ ประเด็น ดังนี้
จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งสองสถานศึกษา และทาการศึกษาจาก แผนประจาปี แผนปฏิบัติการของ
สถานศึกษา SAR สถานศึกษา การสัมภาษณ์ การนาเสนอข้อมูลของคณะครู และบุคลากรทางการศึกษา จน
ทาใหไ้ ด้รับขอ้ มลู และขอ้ สรุปได้ตามตารางทแ่ี สดงดังต่อไปน้ี
จดุ แข็ง (Strengths) จุดออ่ น (Weaknesses)
๑. บุคลากรมีความรดู้ ้านวิชาชีพ ๑. ครุภณั ฑ์ไม่เพียงพอในการเรยี นการสอน
๒. มอี าคารเรียนทเ่ี พยี งพอตอ่ การเรียนการสอน ๒. ครผู ูส้ อนไม่เพยี งพอในบางสาขาวชิ า
๓. มีครุภณั ฑเ์ พียงพอในการจดั การเรยี นการสอน ๓. สือ่ การเรยี นการสอนไมท่ นั สมัย
๔. มีการบรกิ ารและการจดั กิจกรรมรว่ มกับชุมชน ๔. การเปลีย่ นงานของบคุ ลากร
๕. มีโครงการบรกิ ารวิชาชพี อย่างตอ่ เนือ่ ง ๕. สวัสดกิ ารบา้ นพกั ไม่เพียงพอ
๖. กระบวนการเรียนการสอนและหลักสูตรมีความ
หลากหลาย
๗. สถานศึกษามภี มู ิทัศนท์ ่ีดี
โอกาส (Opportunities) อปุ สรรค (Threats)
๑. สถานศกึ ษาตง้ั อยูใ่ นเขตพน้ื ทีท่ ี่เหมาะสม ๑. นักเรยี นมฐี านะยากจน
๒. รฐั บาลสนบั สนุนด้านการจดั การเรียนการสอน ๒. เกิดอุบตั ิเหตใุ นการเดนิ ทาง
๓. ผู้ปกครองมีความเช่ือมั่นต่อการจัดการเรียนรู้ของ ๓. การหย่ารา้ งทสี่ ่งผลกระทบต่อผเู้ รยี น
สถานศึกษา ๔. โรงเรียนมัธยมสนับสนุนให้นักเรียน เรียนต่อสาย
๔. สามารถพัฒนาหลักสูตรในระดับ ปวช.ปวส. ถึง สามัญ
ปรญิ ญา ที่สนองความตอ้ งการของสถานประกอบการ ๕. โรงเรียนมัธยมบางแห่งไม่เปิดโอกาสให้เข้าแนะ
๕. ผเู้ รยี นไดร้ บั การศกึ ษาวชิ าชพี ใกลบ้ ้าน แนว
๖. สถานศึกษาได้รับความเชื่อม่ันจากชุมชนและ ๖. ขาดการสนบั สนนุ ครุภัณฑท์ ีท่ ันสมยั
หนว่ ยงานภายนอก
๗. จดั ระบบทุนการศึกษาให้ผเู้ รยี น
๘. สะดวกในการเดินทาง
๔
๓.๑ กลยทุ ธ์ในการขบั เคลอื่ น Future Skill ของสถานศกึ ษา
สถานศกึ ษามพี ฒั นาสมรรถนะอาชพี ในอนาคต Future Skill โดยการเปน็ ผู้ประกอบการ ภายใต้ศูนย์พัฒนา
อาชพี และการเป็นผู้ประกอบการ และใช้กระบวนการ PDCA ในการดาเนินโครงการของสถานศกึ ษา ดงั นี้
การวางแผนกลยทุ ธ์ของสถานศกึ ษา (Plan)
สถานศกึ ษาไดก้ าหนดวสิ ยั ทศั น์ และพัฒนาแนวทางการปฏิบัติท่ีจาเป็น และดาเนินการให้บรรลุผลสัมฤทธ์ิ
ในอนาคต มีการวางแผนกลยุทธ์เพ่ือองค์การได้กาหนดอนาคตของสถานศึกษา สถานศึกษามีแนวทางการ
วางแผนกลยทุ ธ์ในการขับเคล่อื น Future Skill ของสถานศึกษา ๙ ขั้นตอน เพ่อื นาไปปฏบิ ัติ ดงั น้ี
การปฏบิ ัติ/การดาเนินการ (Do)
สถานศึกษามีการกาหนดภารกิจ และเป้าหมาย การวิเคราะห์สถานการณ์ และการพัฒนาการปฏิบัติการ
เพอื่ ใหบ้ รรลเุ ป้าหมาย เพ่ือให้เกิดการทางาน และปฏิบัติตามกลยุทธ์ โดยมีการประสานงานภายใต้กลยุทธ์ ให้
ประสบความสาเร็จ โดยสถานศกึ ษามกี ารประยกุ ต์ใช้ ๔ หนา้ ที่ ในกระบวนการจัดการ ดงั น้ี
๑. การวางแผน (Planning)
๒. การจัดองค์การ (Organization)
๓. การชักนา (Leading)
๔. การควบคุม (Controlling)
การตรวจสอบ (Check)
สถานศึกษามีการตรวจสอบ เมื่อมีการเริ่มลงมือปฏิบัติไปได้ระยะหนึ่ง เริ่มทาการตรวจสอบความคืบหน้า
ของสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติไปนั้นว่าเป็นไปตามแผนงานหรือไม่ ซึ่งส่ิงที่จะบ่งบอกได้ก็คือตัวช้ีวัดท่ีสถานศึกษา
กาหนด (KPI) ถา้ จุดทส่ี ถานศึกษาตรวจสอบได้ผลลพั ธ์ตามตวั ช้วี ดั ท่ีสถานศกึ ษาตั้งไว้หรอื ดีกว่าแสดงว่าวิธีการที่
๕
เลือกใช้นั้นยงั คงถูกตอ้ ง แต่ถ้าตรวจสอบออกมาแล้วผลปรากฏว่าต่ากว่าตัวช้ีวัดท่ีต้ัง ถือเป็นสัญญาณเตือนว่ามี
ความผิดปกตบิ างอย่างเกี่ยวกบั แผนงาน หรอื วธิ ีการทสี่ ถานศกึ ษากาหนดไว้ในตอนแรก
การติดตามและประเมินผล/ปรบั ปรุงแกไ้ ข (Action)
สถานศึกษามีการประเมินโครงการ ประเมินการปฏิบัติงานตามโครงการ เป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิด
สารนิเทศในการปรับปรุงโครงการ และสารนิเทศในการตัดสินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ การจัดการประเมิน
โครงการเพื่อใหท้ ราบวา่ โครงการน้ันบรรลุผลตามเป้าหมายที่กาหนดไว้เพียงใด มีปัญหาอุปสรรคอย่างไร จะได้
เป็นข้อมลู ในการปรับปรงุ โครงการ การประเมินโครงการในสถานศึกษา แบ่งการประเมนิ เป็น ๔ ระยะ ดงั นี้
๑. ประเมนิ ก่อนดาเนนิ โครงการ (Ex-ante’ Evaluation)
๒. ประเมนิ ระหวา่ งดาเนินโครงการ (Formative Evaluation)
๓. ประเมนิ เสร็จส้นิ โครงการ(Summative Evaluation)
๔. ประเมินหลงั เสรจ็ สน้ิ โครงการ (Follow – up)
๓.๒ การสรา้ งความเขม้ แข็งของระบบความรว่ มมอื กับสถานประกอบการ
สถานศึกษามีการสรา้ งความเข้มแข็งของระบบความรว่ มมือกบั สถานประกอบการดังน้ี
การวางแผน (Plan)
ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการ ของบุคลากรในสถานประกอบการในการ รับนักเรียนนักศึกษาเข้า
ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และสอบถามความ คิดเห็นจากบุคลากรในสถานศึกษา จากน้ันพัฒนาระบบความ
รว่ มมือในการจัดการเรียนรจู้ ากประสบการณจ์ ริงระหวา่ งสถานศึกษากับสถานประกอบการ
การปฏบิ ัติ/การดาเนินการ (Do)
สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมในการจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงระหว่างสถานศึกษากับ
สถานประกอบการ จากนั้นทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรมระบบความร่วมมือในการจัดการเรียนรู้จาก
ประสบการณ์จริง ระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ นาหลักสูตรฝึกอบรมระบบความร่วม มือในการ
จัดการเรียนรู้จากประสบการณจ์ ริงระหว่างสถานศกึ ษากบั สถานประกอบการไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูล
การตรวจสอบ (Check)
สถานศึกษาได้มีการการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลระบบความร่วมมือในการจัดการเรียนรู้จาก
ประสบการณ์จริงระหว่าง สถานศึกษากับสถานประกอบการ เพ่ือเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทางาน การ
ประเมนิ ผลการทางานจะทาใหบ้ คุ ลากรในองคก์ รเข้าใจถึงศกั ยภาพของตัวเองและรู้ถึงประสิทธิภาพขององค์กร
ด้วย หากไม่มีการประเมิลผลการทางานเราอาจไม่รู้ว่าความสามารถของแต่ละคนนั้นเป็นอย่างไร เม่ือเห็นผล
แล้วก็จะย่ิงช่วยกระตุ้นการพัฒนาศักยภาพให้สูงยิ่งขึ้นต่อไปได้ด้วย และยังเป็นการแก้ไขจุดบกพร่อง พัฒนา
จุดเดน่ การประเมินผลการทางานก็คอื การทีท่ าให้ได้เห็นจุดด้อยในส่วนต่างๆ ตั้งแต่เร่ืองของประสิทธิภาพการ
ทางาน ไปจนถึงเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในองค์กร ซึ่งเราสามารถนาปัญหาเหล่านี้มาแก้ไข
จุดบกพร่องให้ดีข้ึนได้ หรือหากพบจุดเด่นก็อาจช่วยส่งเสริมศักยภาพให้ดีข้ึนไปอีก อย่างเช่น การจัดอบรม
พิเศษ, คอรส์ เสรมิ ทักษะ, หรือแม้แตก่ ารส่งไปศึกษาตอ่ เป็นตน้
๖
การติดตามและประเมนิ ผล/ปรบั ปรงุ แกไ้ ข (Action )
สถานศึกษามีการยกระดบั องคก์ รอย่างสร้างสรรค์ และให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยการให้ความสาคัญกับ
บุคลากรทุกระดับ โดยการพัฒนาองค์กรน้ันยังต้องควรตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ (Mission)
ตลอดจนคา่ นิยม (Core Value) ขององค์กรด้วย การพฒั นาองค์กรควรมีเป้าหมายที่ชัดเจน และการปฏิบัติการ
เชิงกลยุทธใ์ หเ้ กดิ ความสาเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ หากมีอุปสรรคต้องดาเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็ว แก้ไขตรง
จุดที่มอี ปุ สรรค และแกไ้ ขอยา่ งเป็นระบบ ซึง่ นั่นจะทาใหอ้ งค์กรพัฒนาได้อย่างตอ่ เนื่อง และย่ังยนื ตลอดไป
๓.๓ ระบบการบรหิ ารจัดการสู่คุณภาพ
การวางแผน (Plan)
การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของสถานศกึ ษาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาในรอบปีการศึกษามี
การจดั ทารายงานผลการประเมินตนเอง ดังตอ่ ไปนี้
๑. สถานศึกษามีการส่งเสริมสนับสนุนให้ ผู้เรียนร่วมกันจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร เพ่ือให้ผู้เรียนมี
คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ โดยเฉพาะความรับผดิ ชอบ ความซ่อื สตั ย์ และการเสยี สละเพือ่ สว่ นรวม มีความเปน็
ประชาธปิ ไตย ทางานรว่ มกบั ผูอ้ ื่นไดอ้ ย่างเป็นกัลยาณมิตร มภี าวะผ้นู า กล้าแสดงออก ภูมใิ จในความเปน็ ไทย
เห็นคณุ ค่าและรว่ มพฒั นาภมู ปิ ัญญาไทย
๒. สนบั สนนุ และพัฒนาผเู้ รียนให้ มสี มรรถนะในการเป็นผู้ประกอบการ และการประกอบอาชพี อิสระ
๓. ผูเ้ รียนมคี วามรูต้ ามระดับการศึกษาผ่านการประเมนิ มาตรฐานวชิ าชพี ทกุ คน
๔. ผูส้ าเรจ็ การศึกษามที ักษะความรู้ ความสามารถตรงกบั ความต้องการของสถานประกอบการ ส่งผลให้
มีงานทา ศกึ ษาต่อ และประกอบอาชีพอิสระทุกคน
๕. สง่ เสรมิ นวัตกรรมการบรกิ ารชมุ ชน การบริการวชิ าการ การบรกิ ารวิชาชพี และจิตอาสา
การปฏบิ ตั ิ/การดาเนินการ (Do)
สถานศึกษามีการจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา โดยมีการแสดงแผนงาน
โครงการ กจิ กรรม วิธีการ งบประมาณ และผ้รู ับผิดชอบอย่างชัดเจน สอดรับกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมายท่ี
สถานศกึ ษากาหนดไว้ โดยมกี ารกาหนดกรอบเวลาของการดาเนินงานอยา่ งนอ้ ย ๔ ปี เพ่ือใช้เป็นกรอบทิศทาง
ในการดาเนินงาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ร่วมกันคิด วิเคราะห์ และพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และมี
การนาแผนส่กู ารปฏบิ ตั ติ ามกรอบระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ เอกสารแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาและแผนปฏิบัติ
การประจาปีของสถานศึกษา คาส่ังมอบหมายงานให้บุคลากรปฏิบัติงานตามแผนงานโครงการกิจกรรม ท่ี
กาหนดไว้ และมีการรายงานการพฒั นาคุณภาพของสถานศกึ ษาประจาปี
การตรวจสอบ (Check)
สถานศึกษามกี ารติดตามตรวจสอบระบบบริหารจัดการสู่คุณภาพของสถานศึกษา ตามกฎกระทรวงว่าด้วย
ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา มุ่งเน้นใน
เร่ืองของผลการดาเนินการตามแผนปฏิบัติการประจาปี และมีบทบาทเพื่อการปรับปรุงและพัฒนา ซึ่งในการ
ดาเนินการน้ัน สถานศึกษามีการติดตาม ตรวจสอบผลการดาเนินงานตามแผนปฏิบัติประจาปีที่สถานศึกษาได้
กาหนด เพื่อนาผลจากการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาไปปรับปรุง และพัฒนาการดาเนินงานให้มี
ประสิทธิภาพ เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มูลทส่ี ะทอ้ นให้เหน็ ถงึ ความสาเร็จในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และประสิทธิผล
๗
ของระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา และสถานศึกษา นาแนวคิดเชิงระบบมาใช้ในการ
ติดตามคุณภาพการศึกษา ซึ่งมีองค์ประกอบของการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาในเชิงระบบ
ท้ัง ๓ ด้าน ได้แก่ ปัจจัย กระบวนการ ผลผลิตและผลลัพธ์ สามารถสรุปประเด็นสาคัญของการติดตาม
ตรวจสอบคุณภาพการศึกษาของสถานศกึ ษา เป็น ๗ ประเด็นหลัก ได้แก่ ด้านทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรด้าน
เทคโนโลยีและงบประมาณ ด้านการบริหารจัดการ ด้านกระบวนการเรียนรู้ ด้านการประกันคุณภาพ ด้าน
ผู้เรียน และด้านสถานศึกษา ดังน้ันขอบข่ายและประเด็นการตรวจสอบจึงประกอบด้วยการปฏิบัติงานตาม
แผนปฏิบัติการประจาปี การดาเนินงานตามโครงการ กิจกรรมท่ีกาหนดไว้ได้ตามแผน มีการปรับแผน มีการ
สรุปผลการดาเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ การติดตามตรวจสอบมีการให้ข้อสังเกต ให้
ข้อเสนอแนะเพือ่ ดาเนินการตอ่ ไป ตามท่สี ถานศกึ ษากาหนด
การติดตามและประเมินผล/ปรับปรงุ แกไ้ ข (Action )
สถานศึกษาได้ติดตามและประเมินผลการดาเนินงาน และมีการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับการบริหาร
จัดการ และการประเมนิ ผลการดาเนินงานของสถานศึกษา การปรบั ปรงุ ในด้านที่สาคัญ ได้แก่ ผลลัพธ์ด้านการ
เรียนรู้ของผู้เรียน (Student Learning Outcomes) ผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้นผู้เรียน และผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย
(Customer-Focused Outcomes) ผลลัพธ์ด้านงบประมาณ และการเงิน (Budgetary and Financial,
Outcomes) ผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้น บุคลากร (Workforce Outcomes) ผลลัพธ์ด้านประสิทธิผลของ
กระบวนการ (Process Effectiveness Outcomes) ผลลัพธ์ด้านการนาองค์กร (Leadership Outcomes)
นอกจากนั้นยังเป็นการตรวจประเมินระดับผลการดาเนินการ เมื่อเปรียบเทียบกับสถานศึกษา และ
สถาบันการศึกษาอื่นท่ีจัดการศึกษา และบริการในลักษณะเดียวกัน โดยจะแสดงข้อมูลสาคัญของระดับ
(Levels) แนวโน้ม (Trends) ผลิตภาพ (Productivity) ประสิทธิผล (Effective) ในรอบเวลา (Cycle Time)
ของการดาเนินงานของสถานศึกษาในปัจจุบัน ผลลัพธ์ท่ีได้จากการตรวจประเมินจะเป็นสารสนเทศ ตัวชี้วัด
ความก้าวหน้า เพื่อประเมิน ปรับปรุงกระบวนการจัดการศึกษา และบริการ โดยมีความสอดคล้อง ไปใน
แนวทางเดยี วกันกบั กลยทุ ธข์ องสถานศึกษา
๓.๔ การขบั เคล่อื นระบบงานวชิ าการ
สถานศกึ ษามีการขบั เคลื่อนระบบวิชาการ ดงั น้ี
การวางแผน (Plan)
สถานศึกษามุ่งผลิตกาลังคนด้านอาชีวศึกษาให้ตอบสนองต่อความต้องการ ของตลาดแรงงาน การพัฒนา
เศรษฐกิจความเจริญก้าวหน้า ของประเทศ และการเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ ทั้งน้ี
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นหน่วยงานหลักในการผลิตและพัฒนากาลังคน ด้าน
วิชาชีพที่หลากหลาย ผู้เรียนที่สาเร็จการศึกษาแล้ว สามารถนาความรู้ไปประกอบอาชีพท่ีตอบสนองความ
ตอ้ งการของสถานประกอบการ และความต้องการพฒั นาของประเทศได้ เป้าหมายเชิงคุณภาพของสถานศึกษา
เป็นการพัฒนาให้คนมี ความสามารถในการแก้ปญั หา มีทกั ษะในการประกอบอาชีพ ส่วนเป้าหมายเชิงปริมาณ
น้นั เปน็ การเพ่มิ แรงงาน ระดับกลางทม่ี คี ณุ ภาพไมต่ า่ กว่าร้อยละ ๖๐ ของกาลังแรงงานท้ังประเทศ นอกจากน้ี
คุณภาพด้านสมรรถนะพื้นฐาน และวิชาชีพท่ีจาเป็นในการทางานในสถานประกอบการ โดยสถานศึกษามีการ
วางแผนดังนี้
๘
๑. พฒั นากาลังคนอาชีวศึกษาเพ่อื ใหม้ ีทักษะ และสมรรถนะดา้ น เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยสร้างความ
ร่วมมือกับ ภาคเอกชนในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา และสถานประกอบการ ด้วยการให้เรียนรู้
จากการฝึกปฏิบัติจริง และเรียนรู้โลกการทางาน และให้มีการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งข้อมูลทางอาชีพและ
แสดงใหเ้ หน็ ถงึ เส้นทางความกา้ วหน้าทางอาชีพเพอื่ สร้างความมัน่ ใจ และจูงใจในการเรยี นอาชวี ศึกษา
๒. พัฒนายกระดบั ทักษะแรงงานใน ๒ กลมุ่ ดังนี้
๒.๑ กลุ่มแรงงานใหม่ โดยให้มุ่งการพัฒนา แนวทาง การเรียนรู้ในระบบการศึกษากับการปฏิบัติ
เพ่ือให้เกิดการปฏิบัติงานได้จริง มีการสร้างความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถานศึกษาเพ่ือให้เกิด
การร่วมออกแบบหลักสูตร และฝึกอบรมให้เหมาะ กับแต่ละคลัสเตอร์อุตสาหกรรม อีกท้ังมีการเพิ่มทักษะ
และความรู้ ความเช่ยี วชาญด้านเทคโนโลยี และนวตั กรรมใหม่
๒.๒ กลุ่มแรงงานเดมิ โดยควรให้มกี ารอบรม ให้เกิดทกั ษะใหม่ มกี ารเพิม่ ทักษะท่ีหลากหลาย ทั้งทักษะ
ด้านภาษาอังกฤษ และทักษะด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตควบคู่กับพัฒนา
คุณลักษณะด้านการทางาน เช่น การผสมผสานระหว่าง การใช้เทคโนโลยีกับการลงพ้ืนท่ีจริงอย่างเหมาะสม
ยดื หยุ่น และพฒั นาทักษะการสรา้ งทมี
การปฏิบตั ิ/การดาเนินการ (Do)
สถานศึกษาได้มีการขับเคล่ือนระบบวิชาการ ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ให้บรรลุวัตถุประสงค์
ตามจุดมุ่งหมาย หลักสูตร และการบริหารจัดการศึกษาตามหลักสูตร ถือเป็นเคร่ืองมือสาคัญในการผลิต และ
พัฒนากาลังคน โดยมีการดาเนินการให้สอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ
มาตรฐานการศกึ ษา ของชาติ เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแตล่ ะระดับ รวมทั้งมาตรฐานอาชีพตามระดับ
คุณวุฒิ เพ่ือให้ผู้สาเร็จการศึกษาทุกระดับคุณวุฒิมีคุณภาพท้ังด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะท่ีพึง
ประสงค์ ด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านความสามารถในการประยุกต์ใช้ และความรับผิดชอบ เป็นไปตาม
มาตรฐานการศึกษาวิชาชีพของประเภทวิชา สาขาวิชา และสาขางาน ที่ศึกษา และสถานศึกษามีการประกัน
คุณภาพของหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้สังคมมีความเช่ือม่ันต่อคุณภาพผู้สาเร็จการศึกษา
อาชีวศกึ ษา สถานศกึ ษามแี นวทางการขบั เคลือ่ นระบบวชิ าการดังน้ี
๑. จัดการศึกษาให้มีความทันสมัย ยืดหยุ่น สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน สถาน
ประกอบการ และการประกอบอาชีพอิสระ เพื่อการดารงชีวิตตามสภาพเศรษฐกิจ สังคม ท้องถิ่น วัฒนธรรม
เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม มุ่งเน้นการปฏบิ ตั งิ านจรงิ ตามความพร้อม และศกั ยภาพของสถานศกึ ษา
๒. จัดการศึกษาโดยประสานความร่วมมือกับสถานศึกษาและหน่วยงานอ่ืน ทั้งในด้านการจัดการวิชาการ
การใชบ้ ุคลากรและทรพั ยากรร่วมกัน
๓. จัดการศึกษาโดยการระดมทรัพยากรด้านการเงิน ทรัพย์สิน และบุคลากร ท้ังจากรัฐ องค์การปกครอง
ส่วนท้องถิ่น บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์การชุมชน เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา
สถานประกอบการ สถาบันสังคมอื่น รวมทั้งความร่วมมือในการจัดกิจกรรม และการจัดการทุนเพื่อพัฒนา
การศึกษา
๔. จัดการศกึ ษาใหผ้ เู้ รยี นเป็นผูม้ ีสมรรถนะทางวิชาชพี สามารถประกอบอาชพี เปน็ พลเมอื งดี ของสังคม มี
ความสามารถในการคดิ เรียนรู้ วางแผน และพฒั นาตนเอง
๙
๕. สถานศกึ ษาเปน็ ศูนยก์ ารเรยี นรดู้ ้วยตนเอง และการให้การบริการวิชาชีพแก่ชุมชน และทอ้ งถิน่
๖. เปน็ ศูนย์วจิ ยั เพอ่ื พัฒนาองคค์ วามรู้ เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม
๗. ทานุบารุงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี สง่ เสรมิ การกฬี าพลานามยั และอนรุ กั ษส์ ่งิ แวดล้อม
๘. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิงธุรกิจ การรับงานการค้า และการรับจัดทา รับบริการ รับจ้าง ผลิตเพ่ือ
จาหน่ายท่สี อดคล้องกับการเรียนการสอน
การตรวจสอบ (Check)
สถานศกึ ษามีการตรวจสอบเพือ่ ใหเ้ กดิ ประสิทธภิ าพในการขับเคลื่อนระบบงานวิชาการ ดงั นี้
๑. ระบบโครงสร้างงานวิชาการ และระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัวชัดเจน และ
สามารถตรวจสอบได้
๒. ระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลส่งผลต่อคุณภาพ และมาตรฐาน
การศึกษา
๓. ทุกภาคสว่ นมสี ว่ นร่วมในการจดั การศกึ ษาท่ีตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน และพน้ื ท่ี
๔. กาหนดแผนประจาปี แผนปฏิบัติการ และรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับ
ลักษณะท่ี แตกตา่ งกันของผูเ้ รียน และความต้องการดา้ นแรงงานของประเทศ
๖. จัดระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา มีความเป็นธรรม สร้างขวัญ
กาลงั ใจ และส่งเสริมให้ปฏบิ ัติงานไดอ้ ย่างเต็มตามศักยภาพ
การตดิ ตามและประเมินผล/ปรบั ปรุงแก้ไข (Action )
สถานศกึ ษาไดด้ าเนนิ การ ดงั นี้
๑. ผู้เรียนสามารถช้ีนาการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีทักษะ การเรียนรู้ รู้ทันการเปลี่ยนแปลงปรับตัวในโลกยุค
ดิจิทัลได้ มีทักษะชีวิต ฟันฝ่าอุปสรรค ได้ มีความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ และสามารถ นาไปประยุกต์ใช้ใน
การพัฒนาสขุ ภาวะ การศึกษา การทางาน อาชพี เพอ่ื พฒั นาคุณภาพ ชีวติ ตนเอง
๒. ผูเ้ รียนสามารถแก้ปัญหา สื่อสารเชิงบวก ทักษะข้ามวัฒนธรรม ทักษะการสะท้อนคิด การวิพากษ์ เพ่ือ
สร้างนวัตกรรม และสามารถเป็นผู้ประกอบการ
๓. มีความเชื่อมั่นในความเท่าเทียมเป็นธรรมทางสังคม มีจิตอาสา มีความกล้าหาญทางจริยธรรม เป็น
พลเมอื งทก่ี ระตือรือรน้ ในการ มีความซอ่ื สัตยใ์ นการทางานเพือ่ สว่ นรวม
๔. ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต รู้เท่าทันการ เปลี่ยนแปลง ปรับตัว ยืดหยุ่น สามารถเผชิญการ
เปล่ียนแปลงในโลกดจิ ทิ ลั และโลกอนาคตได้ มีความเปน็ ผูน้ า มคี วามรู้ ความรู้ด้านต่างๆ มีปัญญาคิด สามารถ
ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้ และทักษะต่าง ๆ ในการสร้างงาน สัมมนาอาชีพ ความม่นั คง และคุณภาพชีวิตท่ีดีต่อตนเอง
ครอบครัวและสังคม
๕. ผเู้ รยี นสามารถสร้างสรรคน์ วัตกรรม เพ่มิ โอกาส และมูลคา่ แก่ตนเอง สังคม และประเทศ
๑
การศกึ ษาดูงานในสถานประกอบการ
โครงการพฒั นาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษากอ่ นแต่งตั้ง
ใหด้ ารงตาแหนง่ รองผอู้ านวยการสถานศึกษา ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕
นายไมตรี ภูหดั การ
กลมุ่ ที่ ๑๓ เลขท่ี ๔
วทิ ยาลัยเทคนิคกาฬสินธ์ุ
วทิ ยากรพ่เี ลี้ยง ผอ.นยิ ม แสงวงศ์
สานักงานพฒั นาสมรรถนะครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
กระทรวงศึกษาธิการ
๒
แบบบันทกึ การศกึ ษาดงู าน
ชื่อสถานประกอบการ อซี ูซุ รอ้ ยเอด็ บริษทั โค้วยฮู่ ะมอเตอร์ จากดั (สาขาโพนทอง)
ชื่อ – สกุล นายไมตรี ภหู ดั การ กล่มุ ที่ ๑๓ เลขท่ี ๔ สาย จังหวดั รอ้ ยเอด็
ประเด็นการศกึ ษาดูงาน
ข้อมูลพ้นื ฐานของบริษทั
สถานประกอบการแห่งที่ ๑ อีซูซุ ร้อยเอ็ด บริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จากัด (สาขาโพนทอง) ๒๒ หมู่ ๑๒
ตาบลสระนกแก้ว อาเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ๔๕๑๑๐ ผู้แทนจาหน่ายรถยนต์อีซูซุ ประกอบด้วย รถหัว
ลาก รถบรรทุก รถโดยสาร รถปิกอัพขับเคลื่อน ๒ ล้อ และ ๔ ล้อ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขับเคลื่อน ๒
ล้อและ ๔ ล้อ ตลอดระยะเวลา ๖๐ ปีที่ผ่านมา รถอีซูซุได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในประเทศไทย โดย
สามารถครองความเป็นผูน้ าตลาดรถเพ่อื การพาณิชยไ์ ดอ้ ย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ด้วยคุณภาพที่
ดีเยี่ยม ตรงต่อความต้องการของตลาด รวมท้ังขอบข่ายการจาหน่ายและการบริการท่ีดีเลิศครอบคลุมอยู่ท่ัว
ประเทศ อีซูซุ มุ่งม่ันสร้างสรรค์ส่ิงท่ีดีท่ีสุดแก่สังคมไทย อย่างไม่หยุดยั้ง โดยเป็นผู้ริเริ่มคิดค้น และพัฒนา
เทคโนโลยียานยนตต์ ่างๆ อันเป็นปรากฏการณใ์ หมใ่ นวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยตลอดมา
สถานประกอบการแห่งที่ ๒ บริษัท ไอทีทูเดย์ สาขาร้อยอ็ด ๔๖/๑ หมู่ ๑๘ ตาบลเหนือเมือง อาเภอ
เมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ๔๕๐๐๐ ประกอบธุรกิจขายส่งคอมพิวเตอร์ พรินเตอร์ โปรเจคเตอร์ และ
อปุ กรณต์ ่อพว่ งทกุ ชนิด
๑. ดา้ นการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร
ท้ังสองบริษทั มีการการสร้างภาพลักษณข์ ององค์กร ดังนี้
๑. เสนอจุดขายของบริษัท เช่น อธิบายเก่ียวกับสวัสดิการของพนักงาน ตลอดจนภาระหน้าท่ีของแต่ละ
ตาแหน่ง การจัดอบรมพัฒนาทกั ษะต่าง ๆ
๒. สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง การให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ เป็นการเร่ิมต้น
สรา้ งวฒั นธรรมองค์กรท่ดี ี
๓. เผยแพรว่ ฒั นธรรมองคก์ รใหเ้ ป็นท่ีรูจ้ กั ผ่านโซเชียลมเี ดีย สรา้ งภาพลักษณท์ ่ีดใี ห้กบั บริษทั
๔. ให้วัฒนธรรมสรา้ งภาพองคก์ ร เสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ ท่ีหาในบริษทั อน่ื ไมไ่ ด้
๕. นาเสนอส่งิ ทแ่ี ตกต่าง ภาพลักษณอ์ งค์กรทีแ่ ตกต่างทจ่ี ะทาให้องคก์ รโดดเด่น
๒. ด้านการบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์
๑. การสรรหาทรัพยากรบคุ ล และการจัดการด้านแรงงาน คอื การสรรหาบุคลากร และจัดการด้านแรงงาน
โดยเร่ิมต้ังแต่การวางแผนด้านแรงงาน ประเมินกาลังคน จัดสรรกาลังพลให้เหมาะสม เพ่ือให้การทางานของ
องคก์ รราบรื่นไม่ตดิ ขดั
๓
๒. อบรม และพัฒนาบุคลากรอยู่เสมอ การอบรมพัฒนาบุคคลากรให้มีศักยภาพสูงข้ึน ท้ังในด้านทักษะ
ใหม่ องค์ความรู้ท่ีเกดิ ข้ึน และทนั ต่อการเปลีย่ นแปลง
๓. การบริหารจัดการด้านอัตราการจ้างงาน รวมไปถึงการประเมินงบประมาณอัตราจ้าง การบริหาร
งบประมาณ การประเมินเงนิ เดือนใหแ้ ต่ละตาแหน่ง ตามโครงสร้างทีก่ าหนด
๔. การบรหิ ารจดั การด้านประสิทธภิ าพของการทางานและการประเมนิ ผลการทางาน เพื่อตรวจสอบว่าได้
คดั สรรบคุ คลเขา้ มาทางานไดต้ รงตามท่ีองค์กรต้องการหรือไม่ มีประสิทธิภาพในการทางานเพียงใด สมควรจะ
จา้ งต่อหรอื ไม่
๕. การแก้ปัญหาและลดความขัดแย้ง ทั้งความขัดแย้งในเรื่องส่วนตัวไปจนถึงความขัดแย้งในเรื่องงาน ลด
ปัญหา และช่วยแกป้ ัญหาไดเ้ มอ่ื เกดิ วิกฤติตา่ งๆ
๖. การสร้างแรงงานสมั พนั ธ์ การเชื่อมความสมั พันธ์ในองคก์ รให้เกดิ ความรกั สามัคคีในการทางาน ซ่ึงหาก
พนักงานเกดิ ความรว่ มมือกนั อย่างดีเยย่ี มองคก์ รย่อมมีโอกาสประสบความสาเรจ็ สงู ตามไปด้วย
๓. ดา้ นการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีในการบริหาร
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ โดยใช้แนวทางการบริหารจัดการที่ยึดวัตถุประสงค์เป็น
หลัก ผู้บริหารจะต้องทาหน้าท่ีอานวยการ และประสานงานให้กิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กรให้ดาเนินไปด้วยดี
และบรรลุวัตถุประสงค์ที่กาหนดเอาไว้ เทคนิคการบริหารจัดการโดยยึดวัตถุประสงค์เป็นหลักจะมุ่งเน้นให้
ความสาคัญกับพฤติกรรมของพนักงานทุกคน เน้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการกาหนดวัตถุประสงค์ขององค์กร
และให้ทุกคนปฏิบัติงานโดยยึดวัตถุประสงค์ และเป้าหมายขององค์กรเป็นหลักสาคัญที่สุด จัดให้มีระบบ
ฐานข้อมูลสาหรับการบริหารจัดการท่ีเป็นมาตรฐานเดียวกัน และสอดรับกับทุกระดับมีคลังข้อมูล (Data
Warehouse) เพอื่ การตัดสินใจ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องโดยผ่านระบบเครือข่าย
มีระบบเครือข่ายภายในองค์กร (Intranet) เพื่อใช้ในการบริหารงาน หน่วยงานมี Software ที่ ถูกกฎหมาย
สาหรับการบริหารจัดการ และพัฒนาระบบและมีโปรแกรมประยุกต์ท่ีใช้ในการบริหารงานด้านบุคลากร ด้าน
บริหารท่ัวไป ด้านงบประมาณ ด้านติดตามประเมินผล มีระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ( Geographic
Information System :GIS) และมเี วบ็ ไซตเ์ พอ่ื การประชาสมั พนั ธแ์ ละใหบ้ ริการขอ้ มลู ข่าวสารของหนว่ ยงาน
๔. ดา้ นอาคารสถานท่ี และการจดั สภาพแวดลอ้ ม
การบริหารจัดการอาคารสถานท่ี (Facility Management) ถือเป็นงานบริหารจัดการสมัยใหม่ที่เข้ามา
ทดแทนการดูแลอาคารสถานท่ีแบบเดิม อันได้แก่ งานดูแลรักษาอาคาร (Building Operation and
Maintenance) งานจัดการอาคาร (Building Management) ซ่ึงการบริหารจัดการอาคารสถานที่มิได้มี
จุดมุง่ หมายเพียงแค่ดูแลอาคารให้เหมาะกับการใช้งานเพียงอย่างเดียว หากแต่ครอบคลุมถึงประสิทธิภาพของ
การปฏิบัติงาน การลงทุน สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ตามลักษณะงานของการบริหารจัดการสถานที่ซ่ึงมี
ภารกจิ ตั้งแต่ การวางแผน ควบคุม ประเมินผล รวมท้ังการจัดระบบฐานข้อมูลและการตรวจสอบ ด้วยภารกิจ
ดังกล่าวท่ีเกิดข้ึน การบริหารจัดการอาคารสถานที่ จึงต้องมีบุคลากร และทีมงานที่มีความเช่ียวชาญและมี
ประสบการณ์มาดาเนินการในทุกๆ ด้าน เพ่ือตอบสนองต่อการใช้งานอาคาร ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
๔
เหมาะสม และสอดคล้องต่อนโยบายขององค์กรให้มากท่ีสุด มีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมด้วยวิธีการ
เปรียบเทียบมาตรฐานกับคู่แข่ง หรือ Benchmarking คือ วิธีหรือกระบวนการเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศของ
องคก์ าร โดยการวเิ คราะหแ์ นวปฏบิ ตั ขิ องคแู่ ข่งอยา่ งละเอียด แลว้ นามาประยุกต์ใชก้ บั องค์การของตัวเอง
๕. สรุปแนวทางการนาไปประยกุ ต์ใช้ในสถานศกึ ษาครอบคลุม ๓ สมรรถนะหลัก
สมรรถนะหลักที่ ๑ การดารงตนของรองผู้อานวยการสถานศึกษาอาชีวศึกษายุคชีวิตวิถีอนาคต (Next
Normal)
การทางานยุค Next Normal จะเป็นการทางานที่มนุษย์ต้องทางานร่วมร่วมกับเทคโนโลยี (Human-
Technology Partnership) มากขึ้น แต่เดิมใช้คนทาจะถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติหรือปัญญาประดิษฐ์
(AI) แต่ท่ีสาคัญมนุษย์ยังเป็นศูนย์กลาง (People Centricity) ในการทางาน มีความสาคัญ มีความจาเป็น ต่อ
องค์กรมากข้ึน เพราะ AI และ Machine Learning ต่าง ๆจะมาช่วยมนุษย์ทางานเพื่อลดภาระ ลดเวลา ใน
การทางานง่าย ๆท่ีไม่ต้องใช้ปัญญามากนัก ทาให้มนุษย์มีเวลาเหลือเพ่ิมข้ึน มนุษย์จะได้มีอิสระ มีสมาธิมาก
พอที่จะไปโฟกัสกับงานท่ีต้องใช้ความคิดวิเคราะห์ จินตนาการ สร้างนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพ่ิม สร้างความ
ได้เปรียบในการแข่งขันซึ่งจะส่งผลต่อความสาเร็จขององค์กรในระยะยาว เพราะฉะน้ันจึงมีความจาเป็นที่
องค์กรจะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการดูแลคน โดย Mindset หลัก จะต้องมองคนในแง่บวก เปล่ียนจากการ
ควบคุมคนใหท้ างาน มาเป็นการสร้างบรรยากาศ อานวยความสะดวก และสนับสนุนส่งเสริม ให้คนได้ใช้สมาธิ
ทางานได้อย่างเต็มศักยภาพ การทางานในอนาคตจะเป็นการทางานลักษณะ Hybrid Workplace ท่ีมีความ
ยืดหยุ่น ผสมผสานกันระหว่างการทางานท่ีสานักงาน และการทางานนอกสานักงาน ( Work From
Anywhere) ท้ังการทางานประจา งานคร้ังคราว งานลักษณะ Freelance หรือ ใช้วิธียืมตัว ( Borrow) มา
ทางานเป็นการชั่วคราว เพราะฉะน้ันองค์กรต้องเตรียมพร้อมในเรื่องของกระบวนการจ้างงานที่จะต้อง
หลากหลาย หยืดยุ่น มากขึ้น เตรียมพร้อมในการสนับสนุนเทคโนโลยี และอุปกรณ์ เพ่ือตอบสนองความ
ต้องการของคนท่ตี อ้ งการทางานท่ีไหน เมื่อไหร่ ก็ได้ ให้สามารถทางานได้อย่างเต็มศักยภาพ เม่ือโลกทัศน์ของ
คนทางานจะเปลยี่ นไป เดมิ คนจะทางานอาชีพเดียวเรียนอะไรมาก็จะประกอบอาชีพตามท่ีเรียนมา แต่อนาคต
จากการวิจัยบ่งช้ีว่า วิชาชีพหลักตามที่เรียนอยู่ในสถาบันการศึกษาน้ันจะใช้ได้เพียงแค่ ๑–๒ ปีแรกของการ
ทางานเทา่ น้ัน ด้วยเทคโนโลยีท่เี ปลยี่ นไปรวดเรว็ มากงานทส่ี อง สาม สี่ ห้า และต่อ ๆไป จะอาศัย Soft Skill ท่ี
คนทางานพัฒนา (Upskill และ Reskill) ตนเองข้ึนมา Mindset ของคนทางานจะเปลี่ยนไป จากอดีตทางาน
อาชพี เดียว แต่เปล่ียนองค์กรไปเรื่อย ๆ อนาคตจะเปน็ การย้ายตนเองไปสู่งานอ่ืน (ไม่ตรงสายวิชาชีพที่เรียนมา
ในสถาบันการศึกษา) วงการอ่ืนตามทักษะใหม่ที่ตนเองมี การพัฒนาให้คนทางานมีความสามารถ ทักษะ
ศักยภาพ ท่ีทางานด้วยตนเองได้ (Employability) เท่าทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของความรู้และ
เทคโนโลยี และการเขา้ ใจ ยอมรบั ตอบสนองความคาดหวังส่วนบุคคล (Personalize) ถ้าองค์กรใดทาได้ดี จะ
ส่งผลใหค้ นมคี วามศรทั ธาต่อองค์กร
สมรรถนะหลกั ที่ ๒ ภาวะผู้นาทางวิชาการและวิชาชีพอาชีวศึกษา
๕
ความรู้ที่ใช้ประกอบอาชีพในปัจจุบันจะถูกทดแทนด้วยความรู้ชุดใหม่อย่างรวดเร็ว ( Knowledge
Disruption) ปี ค.ศ. ๒๐๒๐ สภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ทาการสารวจคนรุ่นใหม่ในอาเซียน (อายุ ๑๕-๓๕ ปี)
จานวนกว่า ๕๖,๐๐๐ คน เพ่ือหาคาตอบว่า คนรุ่นใหม่คิดอย่างไรกับอนาคตของงานและการเรียนรู้ พบว่าคน
รุ่นใหม่เห็นว่า ทักษะที่ตัวเองมีจะมีอายุใช้งานได้ประมาณ ๙ ปี หลังจากน้ันจะต้องได้รับการพัฒนาทักษะชุด
ใหม่ทั้งในรูปแบบของ Upskill และ Reskill เพ่ือที่จะสามารถทางานต่อไปในอนาคตได้ โดยภาพรวม WEF
สรุปว่าคนทางานในยุค Post Covid-๑๙ จะต้องมีลักษณะท่ีเรียกว่า “Multipotentialites” เป็นพฤติกรรม
ของคนที่มีความสนใจและมีความสามารถหลายอย่างแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญ เพ่ือนาความรู้ ความสามารถที่
หลากหลาย มาแก้ไขในสง่ิ เก่า ๆ พร้อมกับสร้างสิ่งใหม่ ๆ เพ่ือรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน เพราะอนาคตที่ไม่
แน่นอนน้ันเกิดขึ้นแน่นอน โดยควรจะต้องมี Core Skills (Hard และ Soft) สาคัญ ๆจึงจะทางานได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธผิ ล ดงั นี้
Hard Skills: ติดตามความก้าวหน้าในความรู้ทางวิชาชีพที่ใช้ในการประกอบอาชีพตลอดเวลา
(Learnability) มีทักษะในการบริหาร วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนามาต้ังคาถาม หาคาตอบ สร้างทางเลือกในการ
ตัดสินใจท่ีดี (Big Data Literacy) เพราะ Data คืออานาจใหม่ที่สามารถสร้างการเปล่ียนแปลงให้กับธุรกิจ มี
ทักษะเรอื่ งดิจิทลั และใช้เทคโนโลยเี ปน็ (Digital Literacy)
Soft Skills: มที กั ษะทางภาษาท่ีดีเพอื่ ใช้เปน็ กญุ แจไขหาความรู้ใหม่ ๆ สามารถสื่อสารใช้ตรรกะอย่างเป็น
เหตุเป็นผลได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพพูดแลว้ ทาใหผ้ ฟู้ งั เขา้ ใจตรงกับสิ่งที่ต้องการจะสื่อ เนื่องจากปัจจุบันคนมีการ
ใส่หน้ากากกันตลอดเวลา บางองค์กรเริ่มพัฒนาพนักงานให้สื่อสารด้วยภาษากายเพิ่มเติมอีกด้วย มีทักษะใน
การใช้ความคิดรูปแบบต่าง ๆ (Thinking Ability) เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ การคิดอย่างเป็นระบบการคิดอย่าง
สร้างสรรค์ เป็นต้น มีทักษะในการเรียนรู้ และใช้ความคิดที่ยืดหยุ่น (Cognitive Flexibility) และต้องเป็นการ
เรียนรู้ตลอดชีวิต (lifelong Learning) สุดท้ายมนุษย์จะต้องพัฒนาทักษะในการทางานร่วมกับมนุษย์ให้มี
ประสิทธิภาพยิ่งข้ึน (People Management) ด้วยการพัฒนาให้มี Mindset ในลักษณะของ Growth
Mindset ท่ีมองคนในแง่ดี มีความสามารถที่สมองของมนุษย์พัฒนาได้ขึ้นอยู่กับอัตราการเรียนรู้ ยอมรับให้
เกียรตซิ ่งึ กันและกนั เปน็ ตน้ เพือ่ การทางานร่วมกันในการรงั สรรคน์ วัตกรรม และสรา้ งอนาคตท่ดี ีกวา่ เดมิ
สมรรถนะหลักท่ี ๓ การบริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา
๑. ผู้นายคุ ใหม่ต้องปรบั ตัว ผนู้ าทปี่ ระสบความสาเรจ็ อาจไม่ใช่คนท่ีมีความคดิ บรรเจิด แตเ่ ป็นคนท่ีสามารถ
ปรับตัวและแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ตลอดเวลา ที่สาคัญ สามารถกระจายอานาจให้บุคลากร ที่เป็น forward
thinker คนที่คิดไปข้างหน้า มากกว่า old school คนที่มีความคิดแบบเก่า และต้องหาวิธีก้าวข้ามความท้า
ทายได้
๒. เรียนรู้เท่าทันการเปล่ียนแปลง การเปลี่ยนแปลงจะเกิดข้ึนอย่างรวดเร็ว ไม่มีความสาเร็จใด ๆ ที่จะอยู่
ย่ังยืน เทคโนโลยีจะก้าวไปข้างหน้าเร็วจนอาจจะตามไม่ทัน ดังน้ัน ผู้นาต้องตั้งคาถาม และหาวิธีช่วยให้
บคุ ลากรสามารถเรียนรใู้ ห้เท่าทนั กับการเปล่ียนทม่ี ีความรวดเรว็
๓. ปรบั วัฒนธรรมทางความคดิ การจะไปสูก่ ารสร้างองคก์ รให้คล่องตวั (workforce agility) จะต้อง
๖
ทรานส์ฟอร์ม วัฒนธรรมทางความคิดของคนในองค์กร เพราะคนส่วนใหญ่เวลาคิดมักยึดติดกับหลายอย่างที่
เคยถกู ต้องในอดีต และมกั สร้างเครอื ข่ายรวมคนทสี่ นับสนุนความคดิ ท่ีเหมือนกัน และการกระทาทเ่ี หมือนกนั
๗
ภาพประกอบการศึกษาดูงานในสถานประกอบการ
ณ อีซูซุ ร้อยเอด็ บริษัท โค้วยูฮ่ ะมอเตอร์ จากัด (สาขาโพนทอง)
๘
ภาพประกอบการศกึ ษาดูงานในสถานประกอบการ
ณ บรษิ ทั ไอทีทูเดย์ สาขาร้อยอด็