The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ท่องเที่ยวตามรอยคำขวัญจังหวัดลำปาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by niab_chayanin, 2022-03-01 02:25:31

เที่ยวไปในลำปาง

ท่องเที่ยวตามรอยคำขวัญจังหวัดลำปาง

ท่ อ ง เ ที่ ย ว ต า ม ร อ ย คำ ข วั ญ จั ง ห วั ด ลำ ป า ง

เที่ยวไปในลำปาง

เรื่อง | ภาพ โดย ชญานิน สดชื่น



ความนา

นครลำปาง หรือ จังหวัดลำปาง นั้นมีประวัติความเป็นมายาวนานนับตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
ว่าเป็นที่ตั้งของถิ่นฐานของมนุษย์และเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมหลายยุคหลายสมัย ดังปรากฏหลักฐาน
การตั้งถิ่นฐานของคนลุ่มน้ำวัง หรือชาวลำปางจากการขุดค้นพบโครงกระดูกของมนุษย์โฮโมอิเร็กตรัส
(Homo erectus) ที่มีอายุราว ๕๐๐,๐๐๐ ปี บริเวณลุ่มน้ำวังตอนกลาง โดยเรียกโครงกระดูกมนุษย์ที่พบน้ี
ตามบริเวณที่ค้นพบว่า “มนุษย์เกาะคา” ซึ่งอยู่ร่วมสมัยกับมนุษย์ปักกิ่ง และมนุษย์ชวา นอกจากนี้
ยังสันนิษฐานว่าในอดีตจังหวัดลำปางอาจเคยเป็นทะเลสาบมาก่อนจากการขุดค้นพบชั้นของถ่านหิน
อันเกิดจากการสลายและสะสมตัวของซากพืชซากสัตว์ในแอ่งตะกอนน้ำตื้น หรือบริเวณลุ่มน้ำต่างๆ
และการขดุ พบชนั้ หอยขมน้ำจืดท่ีหนาที่สุดในโลก มอี ายุประมาณ ๑๓ ลา้ นปี ท่บี รเิ วณเหมืองถ่านหิน อำเภอแม่เมาะ
จังหวัดลำปาง

จากที่กล่าวมาน้ันเปน็ หลกั ฐานการเกิดเมอื งลำปางในยุคทีย่ ังไม่มกี ารบนั ทึกเป็นลายลักษณ์อักษร
ลำปางได้เข้าสู่ยุคประวัติศาสตรจ์ ากอารยธรรมทางทะเลที่เข้ามาจากละโว้ ตามตำนานชิลกาลบาลีปกรณ์
กล่าวว่าชื่อของจังหวัดลำปางนั้น ปรากฏตั้งแต่สมัยอาณาจักรหริภุญชัย ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ ก่อนที่พญามังราย
จะยึดครองและสถาปนาอาณาจักรใหม่เป็นอาณาจักรล้านนา ซึ่งลำปางในขณะนั้นลำปางมีชื่อว่า ‘เขลางค์นคร’
เมื่อพญามังรายยึดครองสำเร็จ ก็แต่งตั้งขุนไชยเสนาให้เป็นผู้ปกครองเขลางค์นคร ต่อมาขุนไชยเสนา
ได้รวบรวมผู้คนไปสร้างเมืองใหม่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเขลางค์นคร รู้จักกันในชื่อ ‘เวียงลคร’ (ภาษาถิ่น
จะเรยี กว่า ‘เวียงละกอน’) หรอื ‘เมอื งนคร’ มสี ถานะเปน็ เมอื งหน้าด่าน จนกระท่งั พ.ศ.๒๑๐๑ อาณาจักรล้านนา
ก็ล่มสลายลงจากการยึดครองของพระเจ้าบุเรงนอง เป็นผลให้ผู้ปกครองเมืองต่างๆ รวมทั้งเวียงละกอน
ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของพม่า เป็นเวลานานกว่า ๒๐๐ ปี และในปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๓ หนานทิพย์ช้าง
(ต้นตระกูลเจ้าเจ็ดตน) ได้กำจัดท้าวมหายศ เจ้าเมืองลำพูน ออกจากวัดพระธาตุลำปางหลวง หนานทิพย์ช้าง
จึงไดร้ ับการยอมรับจากชาวเมืองให้เป็นเจ้าเมือง กษัตริยพ์ ม่าท่ีปกครองล้านนาได้พระราชทานนามให้องค์ใหม่
ว่า “พระยาไชยสงคราม” จนเมื่อพระองค์ถึงแก่พิราลัย ก็มีตระกูลของเจ้าเจ็ดตนขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองนคร
ลำปางต่อไปอีก ๑๐ พระองค์ จนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในสมัยเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต ซึ่งถือเป็นเจ้าหลวง
องค์สุดท้ายของจังหวัดลำปาง และถือเป็นการล่มสลายของระบบเจ้าหลวงในทุกเมือง แต่ถึงกระน้ัน
เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต ก็มีคุณูปการต่อจังหวัดลำปาง กล่าวคือ เป็นผู้ทำให้ ‘รถม้า’ เข้ามามีบทบาท
ในลำปางครั้งแรก ในปี พ.ศ. ๒๔๕๐ จนมีการอนุรักษ์ไว้ถึงปัจจุบันโดยการปรับให้การนั่งรถม้า
เป็นหนึ่งในการทัศนาจรชมเมือง จังหวัดลำปางจึงเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่มีรถม้าวิ่งบนท้องถนน
ได้อย่างถกู กฎหมาย ถือเปน็ เอกลักษณอ์ ย่างหนง่ึ ทท่ี ำให้จังหวดั ลำปางได้ชื่อว่า ‘เมืองรถมา้ ’

นอกจากนั้น การเข้ามาของต่างชาติอย่างชาติตะวันตก และจีน มีบทบาทอย่างยิ่ง
ต่อประวัติศาสตร์ลำปาง ทำให้เกิดศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย และเซรามิคจากแร่ดินขาวอันเป็นเอกลักษณ์

ของจังหวดั ลำปาง กล่าวคือ การเขา้ มาทำกิจการป่าไม้ในจงั หวดั ลำปาง โดยนายหลุยส์ โทมัส ลีโอโนเวนส์
เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๒ ทำให้ธุรกิจการค้าไม้ของล้านนาเจริญรุ่งเรืองมาก จนบริษัทข้ามชาติอื่นๆ เข้ามาร่วม
ดำเนินกจิ การไมส้ ักในเขตลำปาง ลำพูน เชยี งใหม่ กอ่ นจะขยายกิจการไปสู่แพร่ และนา่ น เป็นเหตใุ หเ้ กดิ การจัดตั้ง
ศูนย์ฝึกลูกช้างขึ้นที่บ้านปางหละ อำเภองาว จังหวัดลำปางเพื่อฝึกช้างให้เชื่อฟังคำสั่ง และมีความชำนาญ
ในการทำไม้ขณะที่แม่ช้างไปทำงานในป่า ถือเป็นศูนย์ฝึกลูกช้างแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก ซึ่งปัจจุบัน
ได้ปรับเปลี่ยนเป็นสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ ฯ หรือ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ดูแลรักษาช้างไทยมิให้สูญพันธุ์ และเป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลช้าง
ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งการเข้ามาของชาวจีน ในปี พ.ศ.๒๔๘๐ ก็ถือเป็นจุดกำเนิด
เครื่องปั้นดินเผาในจังหวัดลำปาง และยังคงมีผลิตอยู่แห่งเดียวในประเทศไทย จากการค้นพบแร่ดินขาว
ครั้งแรกในจังหวัดลำปาง โดยอาปาอี้ หรือ นายซิมหยู แซ่ฉิน จนเกิดเป็นโรงงานผลิตชามตราไก่โรงงานแรก
ของลำปาง คอื “โรงงาน ร่วมสามัคคี” ทำให้ชามตราไก่กลายเป็นเอกลักษณ์ของจงั หวัดลำปางในท่ีสดุ

จากการอพยพย้ายถิ่นของผู้คนหลากหลายชนชาติ และพัฒนามาเป็นเมืองลำปาง ทำให้จังหวัดลำปาง
เป็นเมอื งที่มีมรดกทางวัฒนธรรมจำนวนมาก กอปรไปดว้ ยโบราณสถาน โบราณวัตถุ วัสดสุ ิ่งของอนั เป็นข้าวของ
เครื่องใช้ในวิถีชีวิต สถาปัตยกรรม และมรดกทางธรรมชาติ ดังที่กล่าวไปข้างต้น ปรากฏเป็นเอกลักษณ์
ของจังหวัดลำปาง ผ่านคำขวัญประจำจังหวัด “ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล
อนุรกั ษ์ช้างไทยลอื โลก”

ท้งั หมดขา้ งต้นทำให้เห็นวา่ จังหวัดลำปางนนั้ เต็มไปด้วยเร่ืองราวทางประวัติศาสตร์ หลกั ฐาน ทางโบราณคดี
ที่สำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่ของวิถีชีวิต วัฒนธรรม ตลอดจนสถาปัตยกรรมและโบราณสถานต่างๆ
เอาไว้มาก ข้าพเจ้าเห็นถึงความสำคัญ และหลงใหลในเสน่ห์ความเก่าแก่ของจังหวัดลำปาง
ต้องการจะถา่ ยทอดเรื่องราววิถีชวี ิต และประวตั ศิ าสตร์ของจังหวัดลำปางผ่านการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม
จงึ เกิดเป็นหนงั สือ “เที่ยวไปในลำปาง : ทอ่ งเท่ียวตามรอยคำขวัญจังหวัดลำปาง” เลม่ นขี้ ึ้น เป็นจุดเริม่ ต้นเล็กๆ
ของข้าพเจ้าที่ตั้งใจจะรวบรวม และเผยแพร่ ‘ประวัติ’ และ ‘ศาสตร์’ อนั อยคู่ ูบ่ ้านคู่เมืองลำปางมาช้านาน
ผ่านสถานที่สำคัญที่ปรากฏอยู่ในคำขวัญจังหวัดลำปาง อันได้แก่ เหมืองแม่เมาะ รถม้าลำปาง พิพิธภัณฑ์เซรามิค
ธนบดี วดั พระธาตุลำปางหลวง และศูนยอ์ นรุ กั ษช์ ้างไทย

ชญานิน สดชืน่
นักศกึ ษาภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์

มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่
22 กมุ ภาพันธ์ 2565

สารบัญ

อดตี และปจั จุบัน ของเหมืองแม่เมาะ ...............................................................1
“ประวัต”ิ และ “ศาสตร”์ รถมา้ ลำปาง ............................................................5
ชามไก่ทใี่ ครใครกร็ จู้ ัก.......................................................................................10
พระธาตลุ ำปางหลวง : สถานที่มากตำนาน กบั การสร้างวรี บรุ ษุ ......................17
วิถชี น คนกบั ช้าง .............................................................................................23

“ ถา่ นหินลือชา
รถม้าลือล่นั
เครื่องปนั้ ลือนาม
งามพระธาตลุ ือไกล
อนุรกั ษ์ช้างไทยลือโลก ”

อดีต และปั จจุ บัน
ของเหมืองแม่เมาะ

ใ น ปี พ . ศ . 2460 ใ น ร ั ช ส ม ั ย ข อ ง ต่อมาในปีพ.ศ. 2493 กรมโลหกิจ หรือกรมทรัพยากรธรณี
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพลเอก ในปัจจุบัน จึงได้รื้อฟื้นโครงการขึ้นมาดำเนินการอีกคร้ัง
พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอคั รโยธิน โดยการสำรวจได้ดำเนินไปจนถึง ปี พ . ศ . 2496
ขณะทรงดำรงตำแหน่งอธบิ ดกี รมรถไฟหลวงมีพระประสงค์ จึงพบแหล่งถ่านลิกไนต์มีแนวชั้นติดต่อกัน
สงวนป่าไม้ จึงโปรดฯให้มีการสำรวจหาเชื้อเพลิง ยาวไปตามลำห้วยในแอ่งแม่เมาะ และในปีถัดมา
ชนิดอื่นนำมาใช้แทนฟืนสำหรับหัวรถจักรไอน้ำรถไฟ รัฐบาลได้ตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ
การสำรวจโดยวา่ จา้ งผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศสทำการ พลังงานไฟฟ้าลิกไนต์ขึ้น เพื่อดำเนินกิจการลิกไนต์
สำรวจรายแรก และมีผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกัน อย่างจริงจัง จากนั้นจึงเปิดการทำเหมืองแม่เมาะข้ึน
มาดำเนินการสำรวจอีก ได้พบถ่านหินลิกไนต์ และสามารถผลิตถ่านลิกไนต์ออกจำหน่ายให้แก่โรงงาน
บรเิ วณอำเภอแมเ่ มาะ จังหวัดลำปาง และทคี่ ลองขนาน ผลิตปุ๋ยท้องถิ่น โรงบ่มยาสูบในภาคเหนือ รวมทั้ง
โรงไฟฟา้ วดั เลยี บ
จงั หวัดกระบ่ี

พอดีกับเป็นช่วงที่รัฐบาลไทยอนุญาต ปัจจุบนั เหมืองแม่เมาะได้ทำการขดุ ถ่านหิน

ให้บริษัทเอกชนเปดิ การทำเหมืองลกิ ไนต์ที่อำเภอบา้ นดอน ประมาณ15-17ลา้ นตันสง่ ใหโ้ รงไฟฟ้าแม่เมาะ 13 หนว่ ย
จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่เมื่อประทานบัตรหมดอายุลง ซึ่งจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั้งภาคเหนือ
ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2470 พระบาทสมเด็จ ตอนบนและล่าง เชื่อมต่อไปยังภาคกลางจนถึง
พระปกเกล้าเจ้าอยหู่ ัวรัชกาลที่ 7 ได้ทรงมีพระราชโองการ กรุงเทพมหานคร และเชื่อมโยงกับภาคตะวันออก
ให้สงวนแหล่งถ่านหินที่มีอยู่ในประเทศไว้ใช้ เฉียงเหนือ โดยกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ
ปัจจุบันคิดเป็นประมาณ 20 % ของกำลังผลิต
ในราชการเท่าน้นั
ของทัง้ ประเทศ

1

ใ น ป ี พ . ศ . 2546 ก า ร ในส่วนพิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหิน จักรวาล โลก และถ่านหิน,
ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแม่มาะ ได้จัด ลิกไนต์ศึกษา จัดตั้งขึ้นเพ่ือ จากพนื้ นำ้ และแผ่นดิน, พลังงาน
กิจกรรม “ท่องเที่ยวแม่เมาะ” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ ขับเคลื่อนไทย, มุ่งสู่อนาคต,
ขึน้ เปน็ ครัง้ แรกภายในกฟผ.แม่เมาะ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายใน จุดเปลี่ยนโลก และวิทยาศาสตร์
ซึ่งพัฒนามาจากการทำกิจกรรม พิพิธภัณฑ์ให้ความรู้เกี่ยวกับ พ้ืนฐาน และโซนสดุ ท้าย แม่เมาะ
ของเหมืองและโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เหมืองและโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และชุมชนที่อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน
มีการเปิดพิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหิน จัดแสดงด้วยเทคโนโลยที ี่ทนั สมัย ทั้งแสงสีที่สวยงามทันสมัย และ
ลิกไนต์ศึกษา (เหมืองแม่เมาะ) ภายในแบ่งเป็นทั้งหมด 7 โซน ความรู้ที่อัดแน่นภายในพิพิธภัณฑ์
พพิ ธิ ภณั ฑ์กลางแจ้ง สวนพฤกษชาติ การเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ได้แก่ แห่งน้ีรอทกุ ทา่ นเข้าไปคน้ หา
และสวนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาฯ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และ

ร า ช ป ร ะ ว ั ต ิ พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ

พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว

2



ด้านนอกจะพบกับพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่นำเครื่องจักรที่เคยใช้งานจริงนการทำเหมืองแม่เมาะมาจัดแสดงให้ได้ชม
ซ่งึ แตล่ ะชน้ิ นัน้ มขี นาดใหญ่มหึมามาก ราวกับอยใู่ นเมืองจักรกล หรอื ไม่ก็ภาพยนตร์ Mad Max ถนนโลกนั ตร์

เมื่อเต็มอิ่มกับความรู้ในพิพิธภัณฑ์แล้ว
ออกมารับแสงแดด และลมจากธรรมชาติ
กันตอ่ ท่ีสวนพฤกษชาติ อยถู่ ดั จากอาคาร
พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา
เป็นบริเวณที่ทิ้งดินเดิม ซึ่งได้รับการ
พัฒนาปรับปรุง ให้เป็นสถานท่ี
พักผ่อนหย่อนใจและมีกิจกรรมไฮไลท์
ท ี ่ น ั ก ท ่ อ ง เ ท ี ่ ย ว ต ้ อ ง ม า เ พ ื ่ อ ส ิ ่ ง นี้
คอื การเล่นสไลดเดอรล์ งเนนิ หญ้าสดุ ฟิน
วธิ เี ล่นกไ็ ม่ยาก เพียงแคม่ ี ‘กระดาษลงั ’ และใจท่ีพร้อม ก็สามารถไปสนุกหวาดเสยี วกนั ไดแ้ ลว้

จุดหมายต่อไปเป็นสวนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา จุดชมวิวเหมืองแม่เมาะแบบ 360 องศา
อันเกิดจากการฟื้นฟูพื้นที่ที่เคยเป็นที่ทิ้งดิน ได้พัฒนาปรับปรุงเนรมิตที่ดินผืนนี้ขึ้นมาเป็นภูเขาเทียม
ที่สวยงามสลับซับซ้อน และในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ทุกปี บริเวณตีนเขาแห่งนี้จะมีสีท่องอร่าม
ของดอกบวั ตองทีบ่ านสะพรงั่ รอนักท่องเท่ยี วมาเย่ยี มชม

3

ในปีเดียวกันกับการเปิดเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะครั้งแรกนั้น ที่เหมืองแม่เมาะแห่งนี้ก็ได้ค้นพบ
แหล่งกำเนิดชั้นหอยขมน้ำจืดอายุกว่า 13 ล้านปี ในขณะที่กำลังดำเนินการขุดตัก
ถ่านหินขึ้นมาใช้ โดยพบวางตัวแทรกอยู่ระหว่างชั้นถ่านหินสองช้ัน
และนอกจากชั้นหอยขมดึกดำบรรพ์แล้วยังพบซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์
มีกระดูกสันหลังอื่นอีก ได้แก่ ปลา กระดองตะพาบน้ำ กระดูก
และกรามช้างดึกดำบรรพ์ และสัตว์กินเนื้อขนาดเล็กจำนวนมาก
นอกจากนี้ชั้นหอยขมนี่ขุดพบที่เหมืองแม่เมาะนี้ถือเป็นการค้นพบ
ชั้นหอยขมดึกดำบรรพ์ที่หนาที่สุดในประเทศไทยเท่าที่เคยพบมา
มีความหนามากถึง 2 เมตร

ความมหศั จรรยย์ ังไมห่ มดเพียงเท่าน้นั ชนั้ หอยขมนำ้ จดื นยี้ ังถอื เปน็ ชน้ั หอยขมน้ำจืดที่หนาท่ีสุดในโลก
เพราะจากการขุดค้นพบทั่วโลกจะพบแต่ชั้นหอยทะเล เช่น ชั้นหอยทะเลที่ประเทศออสเตรเลีย ที่มีความหนา
19 เมตร จัดเป็นชั้นหอยน้ำเค็มที่หนาที่สุดในโลก แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานระบุว่าค้นพบชั้นหอยน้ำจืดใด
ทจ่ี ะหนากว่าชัน้ หอยขมแมเ่ มาะ

เหมืองแม่เมาะแห่งนี้นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าแล้วยังพัฒนาทัศนียภาพภายในเหมือง
เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้ประชาชน ตลอดจนพัฒนาแหล่งการเรียนรูท้ ี่น่าสนใจอย่างพิพิธภณั ฑ์
ถา่ นหินลิกไนต์ศกึ ษา ทจ่ี ะสามารถพัฒนาศกั ยภาพการเรียนรใู้ ห้อนาคตของชาติต่อไป

4

“ประวัติ” และ “ศาสตร์”
รถม้าลาปาง

ในอดีตรถม้าเป็นยานพาหนะของชนช้ันเจ้านาย เพราะรถม้ามีลักษณะโอ่อ่าอัครฐาน

ให้ความสะดวกสบายกับผู้โดยสาร อีกทั้งย่นระยะเวลาในการเดินทางได้มากกว่ารถลากที่ใช้คนลาก
หรือการเดินเท้า แต่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูง มีภาระสิ้นเปลืองมาก ดังนั้นสามัญชนจึงหมดโอกาส
ที่จะมีรถม้าไว้เป็นยานพาหนะส่วนตัว ต่อมามีแขกมลายู ได้คิดนำรถม้ามาทำอย่างรถแท็กซี่ จัดตั้งโรงม้าเช่าข้ึน
เพื่อบริการสามัญชน จนกลายเป็นที่นิยมแพร่หลาย และพระยาภักดีนรเศรษฐ (นายบุญเลิศ) ก็ได้จัดตั้ง
โรงม้าเช่าโดยคนไทยขึ้นครั้งแรกด้วยเช่นกัน แต่ทว่าไม่นานรถม้าก็ค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงเมื่อรถยนต์
ถกู นำเขา้ มาใชใ้ นประเทศ

รถม้าเข้ามาในลำปางครัง้ แรกเมื่อใดนัน้ ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่านำเข้ามาครั้งแรก
ในสมัยเจา้ บุญวาทย์วงษ์มานติ เจ้าผู้ครองนครลำปางในขณะนัน้ ได้นำรถม้ามาโดยว่าจา้ งสารถี ซ่ึงเป็นแขก
มาจากกรงุ เทพฯ เพื่อมาขับรถมา้ ให้

รถม้าแทก็ ซ่ที ลี่ ำปาง
ภาพของคณุ นิพนธ์ มณีเทศ
(ภาพจาก 2 ฟากแมว่ ัง
2 ฝ่ังนครลำปาง, 2558)

5

รถมา้ วิ่งตามทอ้ งถนนเมืองลำปางในอดตี
(ภาพจาก : https://benthanakorn.wordpress.com/2011/01/ประวตั ิรถม้าลำปาง/)

จากคำบอกเล่าและบันทึกของเจ้าบุญส่ง ณ ลำปาง อดีตนายกสมาคมรถม้าคนที่ 2 ของจังหวัดลำปาง
ซึ่งอนุสาร อ.ส.ท. ฉบับเดือนตลุ าคม พ.ศ.2537 ไดร้ วบรวมไวม้ ใี จความวา่

“…รถมา้ เรมิ่ เขา้ มาในจังหวัดลำปางเม่ือราวร้อยปีทแ่ี ล้ว รถม้าคนั แรกคาดว่าเปน็ ของเจ้าบุญวาทย์
วงศ์มานติ ย์ เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์สดุ ท้ายซ่ึงไดซ้ ้ือมาจากจงั หวดั กรุงเทพฯ โดยว่าจา้ งแขกมาเป็นสารถี
และต่อมารถยนต์ในกรุงเทพฯ ได้มีเพิ่มมากข้ึน รถม้าจากกรุงเทพฯ จึงได้เริ่มอพยพมาในลำปางมากข้ึน
และกระจัดกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดดเชียงราย จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน ภายหลังพบว่ามีเพียงจังหวัดลำปางเท่านั้นทีม่ ีรถม้ามาใช้
อย่างแพรห่ ลาย ส่วนจงั หวัดอ่นื ๆ รถม้าได้หมดความนยิ มไปโดยไมท่ ราบสาเหตุ…”

6

ปัจจุบันจังหวัดลำปางนับเป็นแห่งเดียว

ในประเทศไทย และอาจจะเป็นแห่งเดียวในโลก

ท ี ่ อ น ุ ญ า ต ใ ห ้ ร ถ ม ้ า ส ั ญ จ ร บ น ท ้ อ ง ถ น น ร ว ม กั บ

ยานพาหนะอื่นๆ ได้ โดยไม่จำกดั เสน้ ทางการวงิ่ เจ้ารัษฎา
ม้าทข่ี ีอ้ ้อน
“ขนาดเด็กแวน้ เหมอื นกบั แมว
”ยงั ไม่กลา้ แซงรถมา้
วลีติดตลกจากอาจารย์บั๊ม หรือว่าที่ร้อยเอกสุพจน์
ใจรวมกูล สารถีรถม้า ผู้รอบรู้ทั้ง “ประวัติ”
และ “ศาสตร์” ของรถม้า

ในบ่ายวันอาทิตย์เช่นนี้เราได้มีโอกาส และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “ม้า” ความรักและความเอาใจใส่
มาเยี่ยมชม ‘บ้านม้าท่าน้ำ’ และพูดคุยกับอาจารย์บั๊ม ที่เจ้าของมีให้กับม้า ก็ส่งผลต่อลักษณะนิสัยของมา้
ถึงประวัติความเป็นมาของรถมาลำปาง ตลอดจน อยา่ งเจ้า ‘รัษฎา’ หน่งึ ในม้าของอาจารย์บ๊ัม มีนิสัย
ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับรถม้า รถม้าที่วิ่งอยู่บนท้องถนน ขี้อ้อน ชอบให้เกาคางเหมือนแมว “ถ้าเราเลี้ยง
ในจังหวัดลำปางยังมเี รื่องราวอกี มากมายทีซ่ อ่ นอยู่ ให้เขาเป็นแมว เขาก็จะเป็นแมว แต่ถ้าเราเลี้ยง

“ ”ใหเ้ ขาเป็นเสอื ใหเ้ ขาดุ เขากจ็ ะดุ”
มา้ มนั นา่ รกั เหมือนแมวน่ันแหละ
แคต่ ัวมันใหญ่

7

มา้ ทนี่ ที่ กุ ตัวใช้สบู่และแชมพูสระผมแบบเดียวกับคน นอกจากน้นั อาจารย์บั๊มยงั เพ่ิมมูลค่าเกือกม้าใช้แล้ว
จึงมีขนที่นุ่มสสวย ต้องได้อาบแดด กินหญ้า นำมาทาสี ติดกับแผ่นไม้ และสานตาข่ายดักฝัน
แ ล ะ ว ิ ต า ม ิ น เ ส ร ิ ม อ ย ่ า ง เ ห ม า ะ ส ม ท ุ ก วั น นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมบ้านม้าท่าน้ำ ก็สามารถ
มา้ จะสขุ ภาพดพี ร้อมทจ่ี ะว่งิ รับนกั ทอ่ งเทีย่ ว ร่วมสนกุ กับกิจกรรม Work shop นไ้ี ด้ เกือกม้าเก่านี้
มิใช่เพียงการนำของเหลือใช้มาเพิ่มมูลค่าเท่าน้ัน
อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงเกี่ยวกับม้านั่นคือ หากแต่ว่าในอดีตมีความเชื่อเกี่ยวกับเกือกม้าเก่านี้ด้วย
“เกือกม้า” การพัฒนาจากถนนดินแดงมาเป็นถนน โดยมากจะถือว่าเกือกม้าเป็นเครื่องรางแห่งความ
คอนกรีตอย่างปัจจุบันทำให้เท้าของม้าที่คุ้นชิน ร่ำรวย และโชคลาภ ช่างตีเหล็กต่างเชื่อม่ัน
กบั พน้ื ดินอ่อนนุ่มได้รับบาดเจ็บ มา้ จึงต้องใส่เกือกม้า ในความมีพลัง และทรงอำนาจของเกือกม้า เพราะ
เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ แต่เกือกม้าทำมือนั้น ถูกสร้างขึ้นจากการหลอมเหล็ก และใช้ไฟแรงในการทำ
มีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยาก ต้องใจเย็น และใช้เวลา คือการใช้ “ธาตุเหล็กและธาตุไฟ” รวมกันเป็นรูปร่าง
สารถีรถม้าทั้งหลายจึงนิยมสั่งเกือกม้าสำเร็จรูป บางความเชื่อกล่าวว่าเกือกม้าที่ผ่านการใช้งาน
จากต่างประเทศ อาทิ จีน มาเลเซีย หรืออังกฤษ มาอย่างโชกโชนจนเป็นสนิม และไม่เคยหลุดออก
มาใช้งาน ทำให้เกือกม้าทำมือเสื่อมความนิยมลง จากเท้าม้าแสดงให้เห็นถึงการป้องกันม้าได้ตลอด
เช่นเดียวกับอาชีพช่างทำเกือกม้า ปัจจุบันเหลือเพียง รอดฝั่ง ย่อมจะปกป้องและตักตวงความโชคดี
อาจารยบ์ ั๊มทีส่ ืบทอดการทำเกือกม้าเป็นคนสุดท้าย ให้กบั ผ้คู รอบครอง
ของลำปาง

ตัวอยา่ งงานจากกจิ กรรม Work shop ทบ่ี า้ นมา้ ทา่ นำ้ เป็นเกือกม้าใชแ้ ลว้ ดัดแปลง เพน้ ท์ลาย
และสานตาข่ายดกั ฝนั ดา้ นบนเปน็ ป่นิ ปักผมมีพ่จู ากขนม้า แฝงความเชอื่ เรือ่ งของการปอ้ งกันสง่ิ ชั่วรา้ ย

8

เกือกม้าทีก่ ำลงั จะ
เจาะรู

เมื่อมีม้าที่ใส่เกือกพร้อมออกวิ่งแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญคือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของม้ากับสารถี
กล่าวคือ สารถีควรจะต้องรู้นิสัยม้าแต่ละตัว ส่วนหนึ่งก็เพื่อความปลอดภัยของม้า และความปลอดภัย
ของเพื่อนร่วมท้องถนน ม้าบางตัวก็มีนิสัยแปลกๆ ที่มีเพียงเจ้าของที่คลุกคลีกับม้าเป็นประจำจึงจะรู้
เช่น มีม้าที่กลัวฝาเหล็กปิดท่อระบายน้ำ ดังนั้นเมื่อต้องวิ่งบนถนน สารถีรถม้าจะต้องบังคับม้าให้เดินเลี่ยงฝาท่อ
หรือมา้ บางตวั กลวั เสยี งหวอรถพยาบาลมาก ก็จะตอ้ งมีการใสท่ อ่ี ุดหูให้มา้ ก่อนออกเดินทาง ไม่เพียงเท่านั้น
คนลำปางยังใจดีกับรถม้าทีว่ ิ่งบนท้องถนนอีกด้วย ในเส้นทางท่ีถนนแคบ หากมรี ถม้าว่ิงอยู่ คนลำปางจะใจเย็น
ยอมขับช้าๆ คลานตามรถม้าไป

“ผมขับรถมา้ มา 30 ปี ยังไม่เคยเจอคนลำปางบีบแตรไลร่ ถม้าเลย” อาจารย์บั๊มกล่าว
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเหตุว่าทำไมรถม้าลำปางถึงยังไม่สูญหายไปเหมือนจังหวัดอื่นๆ รถม้าลำปาง
ไม่ได้ดำรงอยู่เพราะทำเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่ทั้งหมดนั้นคือวิถีชีวิตของคนเลี้ยงม้า วิถีที่ผูกให้คน
กบั มา้ เปน็ หนึ่งเดยี วกนั เป็นวถิ ีท่ีควรอนรุ ักษ์เพราะปัจจุบนั จำนวนรถมา้ และคนทจี่ ะมาเป็นสารถีรถม้านั้น
ลดจำนวนลง ไม่แนว่ า่ ในอนาคตอีกหา้ สิบหกสิบปี เราอาจจะไดเ้ หน็ ภาพรถม้าโบราณทีถ่ กู เทียมดว้ ยมา้ ไมก้ ็เป็นได้

9

ชามไก่…
ท่ีใครใครก็รู้จัก

ช่างเขยี นสี
ทธี่ นบดีมวิ เซยี ม

กำลังวาดลาย
ลงบนชามตราไก่

©Niab Chayanin

ชามตราไก่ใส่ก๋วยเตี๋ยวใบโตที่เราเห็นกันจนคุ้นตาในปัจจุบัน จะมีกี่คนกันนะที่รู้ว่าชามตราไก่
แท้จริงแล้วเป็นของจีน และคนไทยรู้จักชามตราไก่มาตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ชามตราไก่
มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนเมื่อประมาณ 100 ปีที่แล้ว โดยชาวจีนแคะ ตำบลกอปี อำเภอไท้ปู มณฑลกวางตุ้ง
และชาวจนี แตจ้ วิ๋

10

11

จักรยานคนั ท่ีอาปาอ้ี
ปั่นไปตามหาแหล่งแรด่ นิ ขาว

©Niab Chayanin ©Niab Chayanin

แรด่ ินขาว : น อ ก จ า ก ใ ช ้ ใ น ป ร ะ เ ท ศ แ ล้ ว จนกระทั่งอาปาอี้ หรือนายซิมหยู
แรท่ ี่อาปาอี้ ยังส่งออกชามตราไก่โดยเรือสำเภา แซ่ฉิน มาเจอแร่ดินขาวที่จังหวัดลำปาง
ค้นพบว่าดที ส่ี ดุ ไปประเทศต่าง ๆ ในแถบเอเชีย รวมถึง ทำให้ชามตราไก่กลายเป็นเอกลักษณ์
สำหรับทำ ประเทศไทย คนไทยรู้จักชามตราไก่ครั้งแรก ของจังหวัดลำปาง อาปาอี้เองก็เป็นหนึ่งในช่าง
ชามตราไก่ ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ราวปี พ.ศ. 2482 ทำชามที่อพยพจากจีนมาประเทศไทย
ซึ่งในตอนนั้นประเทศไทยยังไม่มีการตั้ง เพื่อแสวงหาอนาคต และที่ทางทำมาหากิน
โรงงานผลิตชามตราไก่ จนพ่อค้าชาวจีน ช่วงแรกอาปาอี้ต้ังถิ่นฐานอยู่ที่จังหวดั เชียงใหม่
ที่อาศัยอยู่ย่านถนนทรงวาด ตลาดเก่า ประกอบอาชีพเกษตรกรรม จนกระท่ังวันหนึ่ง
ในจังหวัดพระนคร (กรุงเทพมหานครปัจจุบัน) ม ี ช า ว บ ้ า น น ำ ห ิ น ล ั บ ม ี ด ม า ข า ย ใ ห้
ขนส่งชามตราไก่จากจีนเข้ามาขาย ด้วยความที่เป็นช่างทำชามมาก่อน
ในประเทศไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ก็รู้ในทันทีว่าหินลับมีดนั้นมีแร่ดินขาว
ชามตราไก่เป็นที่รู้จักและนิยม เนื่องจาก สอบถามจนไดค้ วามวา่ ชาวบา้ นนำหนิ นัน้
ชามตราไก่จุอาหารได้เยอะ ราคาดี และมี มาจากเขาปางค่า ตำบลบ้านสาแพะ
ลวดลายสวยงาม จนเมื่อเกิดสงครามจีน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง อาปาอี้และเพื่อน
ญี่ปุ่น ชามตราไก่ขาดตลาด ราคาสูงขึ้น นั่งรถไฟจากจังหวัดเชียงใหม่ไปลำปาง
เป็นเหตุให้ช่างทำชามที่อพยพมาจาก และปั่นจักรยานตามหาต่อ จนพบแหล่ง
ประเทศจีน และมาอาศัยอยู่แถวธนบุรี แร่ดินขาว จึงทดลองนำมาขึ้นรูปเปน็ ชาม
และเชียงใหม่ พากันตั้งโรงงานผลิต และพบว่าดนิ น้ันมคี ุณภาพดมี าก
ชามตราไก่ แต่โรงงานชามตราไก่ในยุคแรกนั้น
ใช้ดินที่คุณภาพไม่ดี ทำให้ชามที่ได้
มสี ีเหลือง ครีม เลยไม่เปน็ ที่นิยม

12

การทำงาน
ในโรงงานธบดี
ในปัจจุบนั

©Niab Chayanin

ในปี พ.ศ. 2500 อาปาอ้ี แต่ลดต้นทุนการผลิตลงทำให้ เพราะข้าวหอมมะลิมีราคาแพง
และเพื่อน ได้แก่ นายเซี๊ยะหยุย ชามตราไก่มีสีซีด และไม่เป็นที่นิยม อีกทั้งก๋วยเตี๋ยวยังเป็นอาหารที่
แซ่อื้อ นายซิวกิม แซ่กว๊อก และ ทางด้านอาปาอี้เองก็ได้ก่อต้ัง ราคาถูก และสารอาหารครบถ้วน
นายซือแมน แซ่เทน ร่วมกันก่อต้ัง โรงงานแห่งใหม่คือโรงงานแปะ๊ ซมิ หยู ภาชนะที่นิยมนำมาใส่ก๋วยเตี๋ยว
โรงงานร่วมสามัคคี โรงงานทำชาม ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ธนบดีสกุล ก็หนีไม่พ้น “ช ามตรา ไ ก่ ”
ตราไก่แห่งแรกของจังหวัดลำปาง ผลิตสินค้าหลักคือ จอกน้ำชา พี่โบว์ ศุภรัศมิ์ วิทยากรจากมิวเซียม
ชามตราไก่ในยุคแรกผลิตตาม ถ้วยน้ำจิ้ม และในปี พ.ศ. 2550 ธนบดี กระซิบบอกกับเราวา่
ทายาทรุ่นที่สองก็ได้เปิดโรงงาน
เป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชม ภายใต้ชื่อ
“มิวเซยี มธนบดี”

ชามตราไก่กลบั มาเป็นที่นยิ ม
อีกครั้งในสมัยรัฐบาลจอมพล
ป.พิบูลสงคราม เนื่องจาก
ขั้นตอนจากจีน ทั้งลวดลาย ทา่ นจอมพล ป.พบิ ูลสงคราม
ขนาด ล้วนถอดแบบมาจาก เกดิ ปีระกา และเป็นลูกหลาน
ประเทศจนี คนจนี ด้วย

“จ น ใ น ป ี พ .ศ . 2508

โรงงานเสถียรภาพ จากธนบุรี

”ม า ขอซ ื ้ อโรงงานชามตราไก่ น้ี
ต่อจากอาปาอี้ โดยผลิตชาม ในขณะนั้นมีนโยบายให้ประชาชน
บริโภคกว๋ ยเตยี๋ ว
ตราไกเ่ ชน่ เดมิ

13

เมือ่ หมดยุครฐั บาลของทา่ น ชามตราไก่ก็เลือนหายไปจากสังคมไทยเกือบ 40 ปี เพราะในช่วงนั้น
มสี นิ ค้าทดแทนจากญป่ี ุ่นและจนี

©Niab Chayanin

©Niab Chayanin

หอ้ งครัวท่อี าปาอเี้ คยใช้งานจรงิ ในสมัยท่ยี ังมีชวี ติ อยู่

14 ©Niab Chayanin

จนในปี พ.ศ. 2540 เกิดวิฤตเศรษฐกิจ การขนึ้ รูปถ้วยตะไล
โรงงานธนบดีสกุล โรงงานเซรามิคของอาปาอี้
ที่ดำเนินกิจการโดยทายาทรุ่นที่สอง คือ คุณพนาสิน
ธนบดีสกุล ก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้
ในช่วงนั้นสินค้าเซรามิคของตกแต่งบ้าน
ทีโ่ รงงานผลิตขายไม่ไดเ้ ลย ในงาน “ทายาทรุ่นสอง
Good Family Business Conference” ที่จัดโดย
The Cloud คุณพนาสิน เล่าว่าขณะที่นั่ง อยู่
ที่ครัวโบราณของบ้าน สายตาก็เหลือบไปเห็นชาม
ตราไก่ที่ซ่อนตัวอยู่ในตู้กับข้าว พอได้ดูลวดลาย
ก็เกิดความรู้สึกว่า “เฮ้ย มันคลาสสิก มันเท่ดีอ่ะ”
ในสายตาของคุณพนาสินที่เรียนจบด้านศิลปะ
และเป็นนักออกแบบสัมผัสได้ถึงความงามของสีสัน
และลวดลาย เกิดอยากรักษา และอยากรื้อฟ้ืน
ให้ชามตราไก่กลับมานิยมอีกครั้ง จึงกลับมาผลิต
ชามตราไก่ตามแบบฉบับเดิมที่คุณพ่อ คือ คุณอาปาอ้ี
เคยผลิตในอดตี

ชามตราไก่ที่คุณพนาสินรื้อฟื้นขึ้นอีกครั้งน้ัน
ได้รับความนิยมมาก ในช่วงแรกโรงงานเล็ก ๆ
ในจังหวัดลำปาง ก็จะส่งถ้วยเปล่ามาให้ธนบดี
ว าดลายให้ จนผลิตไม่ทันกันเลยทีเดียว
ปัจจุบันธนบดียังคงผลิตชามตราไก่ และส่งออก
สนิ คา้ เซรามคิ อกี หลายประเภท

©Niab Chayanin การขึ้นรูปชามตราไกโ่ ดยไมใ่ ชเ้ ครอื่ งจักร

ชามตราไก่มีลักษณะพิเศษที่เป็นลักษณะ ไก่ ดอกเบญจมาศ และต้นกล้วย เป็นสามลาย
เฉพาะตัวคือ ลวดลาย และรูปทรง โดยชามตราไก่ ที่จะขาดเสียมิได้ในชามตราไก่ โดย ไก่ คือตัวแทน
จะวาดลวดลายด้วยพู่กันและสีเคลือบลักษณะ
พิเศษที่ทางโรงงานธนบดียังคงอนุรักษ์ไว้เหมือน ของวันใหม่ และไก่ (鸡) ในภาษาจีนกลาง
ต้นฉบับชามไก่โบราณ คือ รูปไก่ขนคอและลำตัวสีส้ม ออกเสียงว่า จี ยังพ้องกับคำว่า เฮง ในภาษาจีน
หางและขาสดี ำ เดินอยูบ่ นหญา้ สเี ขยี ว มีดอกเบญจมาศ ดอกเบญจมาศ มีความหมายถึง ความร่ำรวย และ
สีชมพอู มม่วง ใบสเี ขียวตัดเสน้ ด้วยสีดำอยู่ด้านซ้าย ต้นกล้วยที่มีลักษณะแผ่ใบใหญ่ หมายถึง เงินทอง
มีต้นกล้วย 1 ต้น สีเขียวตัดด้วยสีดำอยู่ด้านขวา ที่จะหลั่งไหลเทมา นอกจากนี้ชามตราไก่
บางใบจะมีค้างคาวห้อยหัวอยู่ฝั่งตรงข้ามกับไก่ แบบตน้ ฉบบั มิได้มีรูปทรงโค้งกลมเหมือนชามทั่วไป
มดี อกไม้ ใบไมเ้ ล็ก ๆ แตม้ ก้นชามด้านใน ชามตราไก่ของแท้ จะมีรูปทรงแบบ 8 เหลี่ยม
เกือบกลม ปากบาน ข้างชามด้านนอกมีรอยบุบ
เลก็ น้อยรับกบั เหลยี่ ม ทตี่ อนจับจะพอดีกบั รอ่ งมอื

15

ชามตราไก่ทีธ่ นบดมี ิวเซียม “ เราโตมากับชามไก่ แต่ก่อนมีรถเข็น
ออกแบบร่วมกับ Rompboy ขายก๋วยเตี๋ยวมาจอดข้างบ้านทุกวัน
เขาใช้ชามไก่นี่แหละ
(Photo : Rompboy) มันคือเอกลักษณ์ของไทย คงสนุกดี
ถา้ เราจะทำงานกบั ชามไก่
นอกจากนี้ในปี 2563 ที่ผ่านมา แบรนด์ Unisex
สัญชาตไิ ทย ทส่ี ายสตรีทและสายรักของวนิ เทจรู้จักดี “ ”อยากให้ชามไก่เป็นอะไร
อย่าง Rompboy ได้จับมือกับธนบดีชามไก่ผลิต ”ท่ีวัยรนุ่ จบั ต้องได้
ผลิตภณั ฑ์เซรามคิ เซต็ ชาม แก้ว Mug และช้อนซุป
เป็นลายไก่แบบ Limited edition อีกด้วย ถือได้ว่า
เป็นจุดเร่ิมตน้ หนึ่งของการปรับตัวใหท้ ันกับกระแส
วัยรุ่นนิยม และเพื่ออนุรักษ์ให้ชามตราไก่ที่มีอายุ
กว่าร้อยปี ยังคงโลดแล่นอยู่ในกระแสสังคมแบบ
โลกาภวิ ตั น์ไดอ้ ย่างทค่ี ณุ บู้ ธนนั ต์ บุญญธนภิวัฒน์
เจ ้ าของแบรนด ์ Rompboy ให ้ ส ั มภาษณ์
กบั The Standard ว่า

16

พระธาตุลาปางหลวง :

สถานที่มากตานาน กับการสร้างวีรบุรุษ

วัดพระธาตลุ ำปางหลวง เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของจังหวัดลำปาง
ด้วยสถาปตั ยกรรมที่เก่าแก่และยงั คงความยง่ิ ใหญ่อลังการจวบจนปจั จบุ นั

ด้วยการจัดวางผังวัดตามแบบฉบับล้านนายุคทอง อีกทั้งวัดยังตั้งอยู่
บนเนินดินอันเปรียบเสมือนฐานของวัด สูงกว่าพื้นราบปกติถึง 10 เมตร
เนินนั้นยิ่งส่งให้วัดพระธาตุลำปางหลวงเด่นเป็นสง่ากลางบ้านลำปางหลวง
ประกอบกับบริเวณโดยรอบวัดนั้นไม่มีตึกรามบ้านช่อง หรือสถาปัตยกรรมอื่นใด
ที่จะสูงโดดเด่นมาบดบังทัศนียภาพอันงดงาม ความยิ่งใหญ่และสวยงาม
ของศาสนสถานแห่งนี้จึงยิ่งเปล่งประกายน่าเลื่อมใส องค์พระธาตุเจดีย์
ที่สร้างอยู่บนที่สูงนี้เปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ ตามความเชื่อแบบจักรวาล
ล้านนาคติ ถือเป็นความสำเร็จสูงสุดในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรม
อนั เกีย่ วเนือ่ งกับพทุ ธศาสนา

การจัดวางผงั วัดพระธาตุลำปางหลวง 17
ตามแบบฉบบั ล้านนายคุ ทอง

(Photo : https://www.li-zenn.com/tag/วัดพระธาตลุ ำปางหลวง/)

ความสวยงามของวัดพระธาตุลำปางหลวง ผู้ใดที่ได้มา
เปน็ ครง้ั แรก จะสมั ผสั ไดถ้ ึงความย่ิงใหญ่อลงั การ และความวิจิตรงดงาม
ของสถาปัตยกรรมโบราณ แนวกำแพงหรือระเบียงคต ทอดยาว
โอบวัดแห่งนี้ไว้ เสมือนเกราะแก้วป้องกันสิ่งสำคัญที่อยู่ภายใน
อีกทั้งทรายที่ถูกเทไว้โดยรอบก็เป็นสัญลักษณ์แทนว่าพื้นที่แห่งนี้
ถูกโอบลอ้ มไวด้ ว้ ยมหาสมทุ รสที ันดร เมือ่ เขา้ ไปสัมผสั ราวกบั หลุดไป
อกี โลกหน่ึง ไดก้ ล่นิ อายของความเป็นล้านนายุคโบราณ

ความวิจิตรงดงามของส่ิงกอ่ สร้างเริ่มต้ังแต่บันไดนาคสงู ชัน
เมื่อก้าวตามทางไปเรื่อยๆ วิหารหลวงจะค่อยๆ ปรากฏทีละน้อย
กระทั่งลอดผ่านซุ้มประตูโขงที่ส่วนบนมีลายปูนปั้นเป็นกรองวิมาน
มีนาคและหงส์ ตามชั้นต่างๆ เมื่อนั้นความวิจิตรงดงามของวิหารหลวง
จะปรากฏออกมาพร้อมกันทั้งหลัง ผนวกกับผืนทรายที่รายล้อม
อยโู่ ดยรอบ ตอ้ งแสงกับดวงอาทิตย์เกิดประกายระยิบระยับ ราวกับ
ฟองคลื่นในมหาสมุทรสีทันดรก็ไม่ปาน ยิ่งส่งให้พระเจ้าล้านทอง
ในคันธกุฎีที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร เปล่งประกายความน่าศรัทธา
มากยิ่งข้นึ

หากมองให้ทะลุออกไป เบื้องหลังของวิหารหลวงจะพบกบั
องค์พระธาตุเจดีย์ ที่บรรจุอัฐิและเส้นเกศาของพระพุทธเจ้า
เป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนา องค์พระธาตุเจดีย์นี้บุด้วย
แผ่นทองแดงปิด (หรือที่ทางเหนือเรียกว่า ทองจังโก) แต่ละแผ่น
จะฉลุลายที่แตกต่างกันไปไม่เหมือนกันแม้แต่แผ่นเดียว และ
วัดพระธาตุลำปางหลวงแห่งนี้ ยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิด
ของผู้ที่เกิดปีฉลู ท่านใดที่เกิดตรงกับปีดังกล่าว สามารถมาสักการะ
พระธาตุเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัว หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์
ตามความเช่ือแบบลา้ นนาก็ไดเ้ ชน่ กัน

18

ภาพเงาพระธาตุกลับหัวอนั เกดิ จากการหกั แหของแสง (Photo : https://www.wikiwand.com/th/วดั พระธาตลุ ำปางหลวง)

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของวัดพระธาตุลำปางหลวงคือการชม “พระธาตุกลับหัว” สามารถชมได้สองท่ี
คือบรเิ วณวิหารพระพุทธ และมณฑปพระพทุ ธบาท โดยบริเวณวหิ ารพระพุทธน้นั เมือ่ เข้าไปแล้วจะพบกับ
พระประธานองค์ใหญ่แบบศิลปะเชียงแสน และเมื่อเปิดประตูด้านหน้าวิหารออกทั้งสองบาน แสงอาทิตย์
จะสาดเข้ามากระทบส่งให้องค์พระประธานส่องแสงสุกสกาวสวยงามมาก แต่หากปิดประตูลงบานหนึ่ง
แสงอาทิตย์จะลอดผ่านขอบหน้าต่างที่ปิดไม่สนิทเข้ามา เมื่อสายตาคุ้นชินกับความมืดแล้ว จะเห็นเงา
ขององค์พระธาตเุ จดยี ์ทอดลงบนพนื้ ในลักษณะกลับหัวดูอัศจรรย์ย่งิ นัก และอีกบรเิ วณหนึง่ ที่ชมเงาพระธาตุกลับหัว
คอื บนมณฑปพระพทุ ธบาทซงึ่ ไมอ่ นุญาตใหส้ ภุ าพสตรเี ข้าชม

ไฮไลท์สำคัญของวัดพระธาตุลำปางหลวงนอกจากความยง่ิ ใหญ่และงดงามของพระธาตุเจดีย์ หรือ
เงาของพระธาตุกลับหัวแล้ว มีสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมักไม่ทราบ คือที่แห่งนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์
ที่เกี่ยวข้องกับนครลำปาง ทั้งการกำเนิดชื่อ “ลัมพกัปปะนคร” และมีร่องรอยการสู้รบที่ทำให้ลำปาง
ได้รบั เอกราชจากพมา่

19

กาเนิดชื่อ “ลัมพกัปปะนคร”

“วัดพระธาตุลำปางหลวง” ยังเป็นสถานที่โบราณท่ีมากด้วยตำนานแห่งหน่ึง ตามตำนานกล่าวว่า
ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระเถระสามองค์ได้เสด็จจาริกไปตามบ้านเมืองต่างๆ จนถึง
บ้านลัมภะการีวัน (บ้านลำปางหลวง) พระพุทธเจ้าได้ทรงประทับเหนือม่อนน้อย ครั้งนั้นมีชาวลัวะ
ชื่อลัวะอ้ายกอน เกิดความเลื่อมใสได้นำน้ำผึ้งบรรจุในกระบอกม้ป้าง มะพร้าว และมะตูมมาถวาย
แก่พระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ได้ฉันน้ำผึ้งแล้วทิ้งกระบอกไม้ป้างไปทางทิศเหนือแล้วทรงพยากรณ์ว่า
“สถานที่แห่งนี้ต่อไปจะมีชื่อว่า ลัมพกัปปะนคร” แล้วได้ทรงมอบพระเกศาเสนาเส้นหนึ่งให้แก่ลัวะ
อ้ายกอน ลัวะอา้ ยกอนไดน้ ำพระเกศาน้ันบรรจใุ นผอบทองคำและใส่ลงในอโุ มงค์พร้อมกับถวายแก้วแหวน
เงินทองเป็นเครื่องบูชาแล้วก่อพระธาตุเจดีย์เหนืออุโมงค์นั้นพระพุทธเจ้ายังได้พยากรณ์ต่อไปว่าหลังจาก
พระองค์ปรินพิ พานไปแล้ว 218 ปี จะมพี ระอรหันตส์ ององคน์ ำอัฐขิ องพระพทุ ธองค์มาบรรจุไว้ในพระเจดีย์
องคน์ ้ีอกี ได้แก่ อัฐิพระนลาฏ (หน้าผาก) และอัฐิลำพระศอดา้ นหน้า

องคพ์ ระธาตุเจดยี ์ของวัดพระธาตลุ ำปางหลวง 20

ร่ อ ง ร อ ย จ า ก อ ดี ต

รอบกระสุนปนื หนานทพิ ยช์ ้าง ©Niab Chayanin

จากตำนานเล่าขาน ซึ่งยังทรงพระเยาว์อยู่ จึงได้มี นาม “หนานทิพย์ช้าง” พรานป่า

ของพระพุทธองค์ ณ ตำบล ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ผู้มีความสามารถ สติปัญญา

ลำปางหลวง อันเป็นที่ตั้งของวัด เป็นการชั่วคราว บ้านเมือง เฉลยี วฉลาด รา่ งกายกำยำแขง็ แรง

พระธาตุลำปางหลวงแห่งนี้ ในห้วงเวลานั้นเกิดการตั้งก๊ก รู้จักและชำนาญในการใช้อาวุธ

ก็ได้เจริญร่งุ เรือง มีผคู้ นมาสร้างบ้าน ตั้งเหล่าของพระภิกษุผู้มากด้วย ได้ใช้อุบายจนสามารถเข้าประชิดตัว

แปงเมืองสืบมาหลายยุคหลายสมัย วิทยาอาคม ทั้งเจ้าอาวาสวัดนายาง ท้าว มหายศได้ ท้าวมหายศ

จนกระทั่งถึงสมัยก่อนต้นตระกูล (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอแม่ทะ) ถูกหนานทิพย์ช้างยิง ถึงแก่กรรม

เจ้าเชื้อเจ็ดตน ได้เกิดเหตุการณ์ สมภารวัดสามขาสมภารวัดบ้านฟ่อน ในท่สี ดุ

ที่เปน็ ตำนานการเกดิ วรี บุรุษคนสำคญั ร่วมตั้งตนเป็นตนบุญเลี้ยงผีพราย หลักฐานจากการต่อสู้ครั้งน้ัน
ผู้กอบกู้เอกราชของเมืองลำปาง ฝึกวิชาอาคมต่างๆ รวมถึงชาวบ้าน ยังปรากฎให้เห็นจนถึงปัจจุบัน
ไว้ได้ จนกลายมาเป็นเจ้าผู้ครอง ต่างมาสมัครเข้าก๊กเข้าเหล่า เป็นรอยกระสุนของหนานทิพย์ช้าง
นครลำปาง ต้นตระกูลชื้อเจ็ดต้น อีกเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ ทย่ี งิ ต่อสู้กบั ทา้ วมหายศ อยบู่ ริเวณ
ตระกูลผู้ครองนครลำปาง สร้างความไม่พอใจให้กับพม่า รั้วเหล็กที่กั้นอยู่รอบพระธาตเุ จดยี ์

เหตุการณ์เกิดขึ้นราว อย่างมาก จึงได้ส่งท้าวมหายศ เมื่อยืดเมืองคืนมาได้ แล้ว
พ. ศ. 2272 หัว เมืองล้ า น น า กษัตริย์จากพม่าผู้ปกครองลำพูน หนานทิพย์ช้างก็ได้สถาปนาตน
ต่างตกอยู่ใต้อำนาจของพม่า อยู่ในขณะน้ัน ยกทพั มาปราบ เป็น “เจ้าทิพจักรหลวง” หรือ

พม่าได้ส่งเจ้าปกครองมาปกครอง นครลำปางจึงตกอยู่ “เจ ้ าส ุ ฃวฤาไชยสงคราม ”

หัวเมืองทั้งหลาย เว้นเสียแต่ ใต้อำนาจของท้าวมหายศ ซึ่งตั้งม่ัน (พ่อเจ้าทิพยช้าง)ปกครองเมืองลำปาง

“ลำปาง” ที่ยังไม่ได้ส่งผู้แทน อยู่ในเขตกำแพงวัดพระธาตุลำปางหลวง ตง้ั แต่พ.ศ. 2275 นานถงึ 27 ปี

มาปกครองขณะน้นั กษัตริย์ผปู้ กครอง กองทัพของท้าวมหายศได้กดขี่

เมืองลำปาง คอื เจา้ ลิน้ ก่าน ทารุณราษฎร สร้างความเดือดร้อน

ไปทั่วทุกหยอ่ มหญ้า มมิ ผี ูใ้ ดสามารถ

ปราบปรามได้ จนกระทั่งมีวีรษุรุษ

21

ต า ม ร อ ย ล ะ ค ร ดั ง

ในปีพ.ศ. 2554 ในในโลกออนไลน์
ฮือฮากับผีโบราณสดุ แสนสยองทหี่ ลาย ๆ คน
อาจคุ้นเคยกันดี นั่นก็คือ “ผีอีเม้ย” จากละครเร่ือง
“รอยไหม” แตน่ อกจากเรื่องผๆี แล้ว ฉากหน่ึง
ทย่ี ังตราตรงึ ในใจผู้ชมเหน็ ทจี ะเป็นฉากเปิดตัว
เจ้าหญิงมณีริน (รบั บทโดยแอฟ ทกั ษอร) เจา้ หญิงเชยี งตงุ
ที่เดินทางมาที่เชยี งใหม่ เพื่ออภิเษกกบั เจา้ ศิริวฒั นา (รับบทโดย
ชาย ชาตโยดม) ซึ่งฉากนี้ไดย้ กกองมาถ่ายทำท่ีวดั พระธาตุลำปางหลวง
ทง้ั ความยงิ่ ใหญอ่ ลงั การของวัดท่ีเปน็ ฉากหลงั และขบวนแหแ่ บบล้านนา
ท่ีใช้ตัวประกอบกวา่ 150 ชีวิต ทำใหว้ ดั พระธาตุลำปางหลวงถูกพูดถึงอย่างมาก
ทกุ ทา่ นสามารถเปิดประสบการณท์ อ่ งเที่ยวตามรอยละครได้ท่ีวดั พระธาตลุ ำปางหลวงแหง่ นี้

ฉากขบวนแห่จากเรอื่ งรอยไหม ณ วัดพระธาตลุ ำปางหลวง (Photo : https://mgronline.com/travel/detail/9550000102401)

กล่าวได้ว่า วัดพระธาตุลำปางหลวง คือภาพจำลองอย่างเป็นรูปธรรมของสวรรค์บนดิน
อย่างแท้จริง อันเกิดจากการเนรมิตตามจินตนาการของบรรพบุรุษล้านนาในอดีต อีกทั้งยังเป็นสถานท่ี
ก่อกำเนิดวีรบุรุษคนสำคัญ ที่ช่วยกอบกู้นครลำปาง ไม่ให้ตกเป็นอาณานิคมของชาติอื่นที่เข้ามารุกราน
และสร้างความเดอื ดร้อนให้แก่ไพรฟ่ า้ ประชาชน

22

วิถีชน คนกับช้าง

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อยู่ในความดูแล อยู่ที่โรงเรียนฝึกช้าง แต่พื้นที่ที่มีอยู่ไม่สามารถ
ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ในปี พ.ศ. 2512 รองรบั จำนวนชา้ งทั้งหมดได้ จึงไดย้ ้ายมาอยู่บริเวณ
อ.อ.ป.ได้จัดสถานที่เลี้ยงและฝึกลูกช้าง สวนป่าทุง่ เกวยี น ถนนลำปาง-เชียงใหม่ ตำบลเวียงตาล
ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อฝึกช้างให้ออกไปทำงาน อำเภอหา้ งฉตั ร และเปลี่ยนชื่อเป็น
ชักลากไม้ในป่า ให้เชื่อฟังคำสั่ง และมีความชำนาญ “ศูนย์อนุรกั ษ์ช้างไทย” มวี ัตุประสงค์เพ่ือกิจกรรม
ในการทำไม้ จึงเริ่มก่อตั้ง “ศูนย์ฝึกลูกช้าง” ขึ้น ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ดูแลและอนุรักษ์ช้างไทย
ครัง้ แรกท่บี ้านปางหละ อำเภองาว แตช่ ว่ งย่สี บิ ปีถดั มา มิให้สูญพันธุ์ ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์
รัฐบาลได้ยกเลิกสัมปทานการทำป่าไม้ทั่วประเทศ ประเทศไทย ในฐานะที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย
ทำให้ช้างว่างงาน ศูนย์ฝึกลูกช้างจึงถูกเปลี่ยนมาเป็น เปน็ แหง่ เดียวในโลกทมี่ กี ารฝกึ หดั ช้างในการทำไม้
สถานที่ดูแลช้างแก่และเจ็บป่วย และถูกส่งกลับมา

23

24

ภาพจำในอดีตเกีย่ วกับชา้ ง มักจะเป็นภาพ เราได้นัดหมายกับเจ้าหน้าที่เป็นช่วงเช้า เจ้าหน้าที่

ของการใช้แรงช้างเพื่อผ่อนแรงมนุษย์ เช่น ใช้ช้าง แจ้งว่าจะต้องมาถึงศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยก่อนการ

ลากซุง แต่เชื่อหรือไม่ว่าแท้จริงแล้วช้างมีความสามารถ เริ่มกิจกรรมเรามาก่อนเวลาประมาณ 30 นาที

มากกว่านั้นหลายเท่า ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยแห่งนี้ ในช่วงเช้านั้นนักท่องเที่ยวยังไม่มาก บรรยากาศ

บริเวณลานการแสดง เป็นศูนย์รวมความสามารถ ภายในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ในช่วงเช้าที่ผู้คนยังไม่

ของช้าง ทั้งการเดินขบวน โยนลูกบอล ไปจนถึง วุ่นวายนัก ยิ่งทำให้เรารู้สึกสงบ ป่าไม้ที่โอบล้อม

แสดงฝีมือ (งวง) ในการวาดภาพ นอกจากนี้ยังมี สถานที่แห่งนี้ไว้ ยิ่งทำให้อากาศในเช้าวันนี้

กิจกรรมมากมายให้ได้สัมผัสใกล้ชิดน้องช้าง อาทิ เย็นสบายกว่าในป่าคอนกรีต บริเวณใกล้ๆ กันนั้น

อาบน้ำกับช้าง ชมวิถีชีวิตช้างโขลง ฝึกขี่ช้าง มีช้างชราสองเชือกที่ปลดระวางจากการเป็นช้างแสดง

เบ้ืองตน้ ครงั้ หนึง่ บนคอชา้ ง ยืนอยู่ทั้งสองกวัดแกว่งหางไปมา ใช้งวงเล่นหยอกลอ้

กิจกรรมท่ีเราเลือกทำร่วมกบั นอ้ งช้างในวันน้ี กับควาญอย่างเป็นมติ ร แสดงให้เห็นถึงความผูกพัน
เป็นการอาบน้ำกับช้าง กิจกรรมจะแบ่งเวลาเป็น 2 ช่วง ท่ีคนและสัตว์มีให้แก่กัน เราเดินเข้าไปใกล้
คือ ช่วงเชา้ เวลา 10.45 น. และรอบบ่ายเวลา 13.15 น. ให้อาหารช้างทั้งสอง ก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนโยน
โดยจะต้องนัดหมายเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ก่อนเข้าร่วม ที่ช้างปฏิบัติต่อมนุษย์ ราวกับว่าเราเป็นหนึ่งในสมาชิก
ของฝูง
กิจกรรม

©Niab Chayanin ภาพวาดจากฝงี วงของช้าง

©Niab Chayanin

25

พ่ีกี้ทักทายช้างที่เดนิ ผา่ น

หยอกเล่น และถ่ายรูปกับช้างชราสองเชือกอยู่สักพัก เมื่อเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว ก็ลงมาที่ลานการแสดง
พี่เจ้าหน้าที่ก็ติดต่อมาเพื่อให้ไปเตรียมตัวก่อนกิจกรรม อาบน้ำช้าง น้องช้างที่เราได้อาบน้ำร่วมกันวันนี้
อาบน้ำร่วมกับช้าง ซึ่งจะต้องมีการเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เป็นช้างเพศเมีย ชื่อว่า พังพุ่มพวง อายุ 40 ปี
ระหว่างทางที่เดินไปยังห้องเปลี่ยนชุดพี่ชยณัฐ แดงคำ เราพูดคุยและขออนุญาตพังพุ่มพวงก่อนจะขึ้นข่ี
หรือพี่กี้ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเราวันนี้ ชวนพูดคุย พังพุ่มพวงค่อยๆย่อตัวลง ให้เราเหยียบขาของเธอ
และเป็นกันเองมาก จากการพูดคุยก็ค่อยๆทลาย ขน้ึ ไปไดส้ ะดวก เมอ่ื เราพยุงร่างและจัดแจงท่าทางแล้ว
กำแพงความเคอะเขินไปบ้าง เราจึงได้สอบถาม รู้ตัวอีกทีก็อยู่บนคอพังพุ่มพวง ซึ่งสูงจากพื้นดินร่วม
ก็พบว่าพี่กี้ ใช้ชีวิตคลุกคลีกินอยู่กับช้าง 2 เมตร ร่างกายของเราโยกเยก โอนเอนไปตามการลง
ภายในศูนย์ฯ แห่งนี้แทบจะตลอดเวลา มีบางครั้ง น้ำหนักลงบนฝ่าเท้าของพังพุ่มพวง เธอเดินอุ้ยอ้าย
ที่จะต้องไปในตัวเมืองเพื่อซื้อสิ่งของเครื่องใช้ ไปจนถึงริมตลิ่ง จากนั้นเธอค่อยๆลงเล่นน้ำอย่าง
ทีจ่ ำเปน็ พ่ีกี้บอกอีกว่า “แค่เกบ็ ผักเกบ็ หญ้า กินอยู่ สนุกสนานราวกับเด็ก เราที่อยู่บนคอช้างก็สนุก
อย่างง่ายๆ ก็สามารถใช้ชีวิตในนี้ได้แล้ว ปลาก็มี และตื่นเต้นไปกับทุกการเคลื่อนไหวของเธอ เราค่อยๆ
เห็ดก็มี หน่อไม้ก็มี หาเอาได้หมด” อีกสิ่งหน่ึง ใช้แปรงขัดถูหัวและลำตัวของพุ่มพวงเธอดูจะผ่อนคลาย
ที่ทำให้เชื่อได้อย่างสนิทใจว่าพี่กี้ใช้ชีวิตคลุกคลี ใช้งวงพ่นน้ำใส่นักท่องเที่ยวที่ชมอยู่ริมฝั่ง
อยู่กับช้างจริงๆ คือเธอสามารถจำชื่อช้าง หากใครหลบไม่ทันกเ็ ปยี กปอนไปตามกนั
ท่ีเป็นนักแสดงช้างได้ทุกเชือกทั้งที่ไม่ได้เป็นควาญช้าง
แ ล ะ ช ้ า ง แ ต ่ ล ะ เ ช ื อ ก แ ท บ จ ะ ไ ม่ ม ี ล ั ก ษ ณ ะ ใ ด

“ แตกต่างกันเลย อย่างกับเนื้อเพลงที่ว่า มีหู มีตา
หางยาว เหมอื นกนั หมด
ถ้าได้คลุกคลีกับช้างทุกวัน
มนั กจ็ ำได้เองล่ะ
เหมือนกับที่เราจำชื่อหมา
”แมวท่ีเราเล้ียงได้นนั่ แหละ

26

เราถ่ายภาพรว่ มกบั พังพมุ่ พวง หลังจากอาบน้ำกับพังพุ่มพวงเสร็จเรียบร้อยแล้ว
หลังจากกิจกรรมอาบน้ำกับชา้ ง กม็ ารอชมการแสดงจากน้องช้างตอ่ ทล่ี านการแสดงชา้ ง
ระหว่างนั้นเราได้พูดคุยกันต่อกับพี่กี้ จึงได้ทราบว่า
ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยแห่งนี้มีช้างมาจาก
ทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นช้างบริจาคจากท่านผู้ใจบุญ
ที่ไถ่ชีวิตช้างมาจากแก๊งค์หากินกับช้าง ช้างของกลาง
ช้างที่ผู้เลี้ยงไม่มีศักยภาพพอจะเลี้ยงได้ ช้างดุร้าย
ชา้ งป่วย เปน็ ตน้

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยยังรับฝึกช้าง
ที่ยังมีสญั ชาตญาณของช้างป่า มีความดุร้าย ไม่คุ้นชนิ
กบั มนษุ ย์ ตลอดจนมโี ปรแกรมฝึกควาญช้างมือใหม่
ที่ผ่านมามีองค์กรเกี่ยวกับช้างทั้งภาครัฐและเอกชน
เขา้ มาใชบ้ รกิ ารเป็นประจำ

อีกหนึ่งสิ่งซึ่งน่าสนใจคือ “พิธีกรรม อำจำรย์ผูท้ ำพิธี ทำพิธีกำรสงั เวยผีป่ำแลกลกู ชำ้ งจำกผีป่ ำ รวมถึง
เกย่ี วกับชา้ ง” เป็นพธิ กี รรมเก่าแก่ตามความเชื่อของ ปดั รังควำญให้กบั ลูกชำ้ ง
ชาวล้านนา คือพิธี “ผ่าจ้านช้าง” เป็นการทำพิธี
เพื่อแยกลูกช้าง ออกจากแม่ แท้จริงแล้วการผ่าจ้าน
สามารถทำได้ทั้งกับคนและกับสัตว์เพียงแต่แตกต่างกัน
ที่คาถาที่ใช้ และสัตว์ทั่วไปไม่นิยมทำพิธีผ่าจ้าน
เพราะโดยธรรมชาติของสัตว์เม่ือลูกโตพอจะหากินเองได้
ก็จะแยกกับพ่อแม่เองโดยสัญชาตญาณ แต่กับช้าง
ที่ถือเป็นสัตว์มงคลแล้วนั้น ก่อนจะแยกลูกช้าง
ออกจากแม่จึงต้องมีการทำพิธีเพื่อเสริมสิริมงคล
ให้กับช้าง และกบั ควาญทจ่ี ะดแู ลลูกชา้ งเชือกนนั้ ตอ่ ไป

สะตวงทำจำกกำบกล้วยเป็นรูปสีเ่ หลี่ยมจตั รุ สั ข้ำงในบรรจเุ ครื่องบดั พลีผีป่ำ ในช่วงหน่ึงพิธีผ่าจ้านช้างถูกเพ่งเล็งจากต่างชาติ
แลกลูกช้ำงจำกผีป่ ำ เครื่องบัดพลีนี้เรียกว่ำ เครื่องเก้ำ มีอย่ำงละ 4 ชิ้น ว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ เพราะต้องมีการล่ามโซ่
ได้แก่ ข้ำวสำร เกลือ พริกสด ใบพลู อ้อยปอกเปลือกผ่ำเป็นซีก ใบฟักทอง และช้างบางเชือกที่ยังไม่คุ้นชินก็จะมีการขัดขืน
กลว้ ยสกุ ข้ำวแปง้ เหนียวป้นั เป็นรูปคนและช้ำง และมีเนือ้ ดิบเพ่ิมเขำ้ มำ หรือส่งเสียงร้อง แต่ในปัจจุบันศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย
ต้องการสร้างความเข้าใจร่วมกันใหม่ต่อพิธีกรรม
ดังกล่าว เพื่อดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมเก่าแก่จึงเปิดโอกาส
ให้นักท่องเที่ยว และบุคคลภายนอกร่วมสังเกตการณ์
ในพิธีกรรมดังกล่าวได้ รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ขอ
เพื่อบังคับช้างในระหว่างทำพิธีอย่างเช่นในอดีต
แต่ปรับเปลี่ยนเป็นการหลอกล่อเหล่าลูกช้างน้อย
ด้วยผลไม้ หรืออาหารที่ช้างชอบแทนเพื่อให้พิธีกรรม
สำเรจ็ ลลุ ่วง

27

นอกจากนี้ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยแห่งนี้จะให้ควาญช้างจับคู่กับช้างทีจ่ ะทำพิธีผ่าจ้านตั้งแต่เนิ่นๆ ในช่วง 1-2 ขวบแรก
เพื่อให้ช้างคุ้นชินกับควาญ ในระหว่างนั้นควาญจะคอยดูแล สอนช้างให้ทำตามคำสั่งง่ายๆ เช่น นั่ง ขอบคุณ
หรือเรียกให้มาหา ทั้งหมดนี้ก็เพื่อลดความก้าวร้าว และป้องกันช้างขัดขืนเมื่อถึงขวบปีที่พร้อมจะทำพิธีผ่าจ้าน
โดยทุกขั้นตอนในการสอนช้าง ควาญจะหลีกเลี่ยงการใช้ขอให้มากที่สุด จะใช้วิธีดุ หรือยกขอขึ้นมาขู่แทน
แต่หากช้างคึกมากเกินไป หรือไม่เชื่อฟัง ควาญก็อาจจะมีการลงขอบางครั้ง แต่อยู่ในระดับที่ไม่สร้างความเจ็บปวด
ให้กับช้าง เพราะหนังของช้างนั้นหนาอยู่แล้ว การลงน้ำหนักขอเพียงเล็กน้อยจึงไม่ระคายผิวจนเลือดตกยางออก
ได้

ผลติ ภณั ฑ์จากช้าง : (บน) สมดุ บนั ทกึ จากกระดาษมลู ช้าง ที่ศูนย์ฝึกลูกช้างยังมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก
(ล่าง) ภาพวาดฝีงวงช้าง ท่ีมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากมูลช้าง เช่น สมุดบันทึก
จากกระดาษมูลช้าง กระถางจากมูลช้าง ตลอดจน
สนิ ค้าทีช่ ้างเปน็ ผสู้ รรสร้าง อย่าง ภาพวาดจากฝงี วง

28

รายละเอยี ดสถานที่

1. พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลกิ ไนต์ศึกษา เหมอื งแม่เมาะ
เปิดทำการเวลา 9.00 น. - 16.00 น. อังคาร-อาทิตย์ หยุด ทุกวันจันทร์ (เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าบริการ)

แต่ในช่ว งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโ รคติดเช ื้อไว รัสโ คโ รนา 2019 (โ คว ิด -19)
ผ้ชู มต้องตดิ ต่อเจ้าหนา้ ท่ีเพือ่ จองรอบการเขา้ ชมก่อนล่วงหน้าเทา่ นน้ั

สอบถามเพิ่มเติม โทร 054-254930,054-254933 หรือติดต่อทาง INBOX บน Facebook
พพิ ธิ ภัณฑ์ศนู ย์ถา่ นหนิ ลกิ ไนตศ์ ึกษา - เหมอื งแมเ่ มาะ
2. บา้ นมา้ ทา่ น้ำ

เพลิดเพลินกบั การนงั่ รถมา้ ชมเมืองแลว้ อยา่ ลมื แวะมาชมวถิ ีชีวติ คนกบั ม้า รวมถงึ รว่ มทำกิจกรรม
Work shop สนกุ ๆ ไดท้ ่ีบ้านมา้ ท่าน้ำ 210/1 ถนนป่าไม้ ตำบลหัวเวยี ง อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง
หรือสอบถามรายละเอยี ดเพิ่มเติมไดท้ ่ี 08 6658 6198 และ Facebook : เทยี่ วลำปาง นั่งรถม้า กบั บ้าน
ม้าท่าน้ำ Lampang Travel By Barn Ma Tha Nam
3. พพิ ิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี

32 ถนนวัดจองคำ พระบาท ซอย 1 ต.พระบาท อำเภอเมืองลำปาง เปิดบริการทุกวัน เวลา 9.00 น. -17.00 น.
4. วัดพระธาตุลำปางหลวง

271 ตำบล ลำปางหลวง อำเภอเกาะคา เปดิ บริการทุกวนั 7.30-17.00
5. ศนู ย์อนุรักษช์ ้างไทย

ถนนลำปาง-เชียงใหม่ อำเภอหา้ งฉตั ร บรกิ ารทุกวัน 8.00 – 15.30
สอบถามกิจกรรมภายในศูนย์ ได้ที่ Facebook ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง The Thai
Elephant Conservation Center Lampang

บรรณานุกรม

กรมทรัพยากรธรณ.ี (2547). หอยดกึ ดำบรรพ์อายุ 13 ล้านปี. โรงพมิ พ์คุรุสภาลาดพรา้ ว.
http://www.dmr.go.th/download/document/hoy.pdf.

ชัยวัฒน์ ศภุ ดิลกลักษณ.์ (2558). รถไฟ รถม้า รัษฎา นาฬิกา. ใน ไพโรจน์ ไชยเมืองชน่ื (บ.ก.), 2 ฟากแมน่ ำ้ วัง
2 ฝงั่ นครลำปาง (น. 63-93). ครองชา่ งการพิมพ์.

สรสั วดี ออ๋ งสกุล. (2544). ประวตั ิศาสตร์ลา้ นนา. อมรนิ ทร.์
วิทยาลยั การศกึ ษาพฒั นาชา้ งไทยและควาญชา้ ง. (2548). พิธีพาลูกช้างเขา้ โรงเรียน First Baby

Elephant Training Ceremony. (ม.ป.ท.). http://www.fio.co.th/p/km/document/
54/54_KM_4_01.pdf
องค์การบริหารสว่ นจงั หวดั ลำปาง. (ม.ป.ป.). ของดีเมืองลำปาง. จิตวัฒนาการพิมพล์ ำปาง.



ส่ ว น ห นึ่ ง ข อ ง โ ค ร ง ก า ร ส ห กิ จ ศึ ก ษ า
สำ นั ก ง า น วั ฒ น ธ ร ร ม จั ง ห วั ด ลำ ป า ง


Click to View FlipBook Version