Mouse
Mouse
A
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็น
สื่อการเรียนการสอนในราย วิชาประวัติศาสตร์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เมาส์Mouse ซึ่งเป็นเมาส์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.
1962 (พ.ศ. 2505) และมีเนื้อหาสำคัญที่บอกเล่าถึงพัฒนาการความ
เป็นมา ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book)
เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาไม่มากก็น้อย และหากมีข้อผิด
พลาดประการใด ผู้จัดทำ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ผู้จัดทำ
อรรคเดช การรักษ์
B
สารบัญ
เรื่อง หน้า
คำนำ..........................................................................................................A
สารบัญ ....................................................................................................B
บทนำ .......................................................................................................1
เมาส์(Mouse) .......................................................................................3
การทำงานของเมาส์................................................................................4
พัฒนาการของ เมาส์Mouse .............................................................6
จุดเริ่มต้นของ เมาส์ ..............................................................................7
เมาสล ูกกลิ้ง (Ball Mouse) ............................................................12
เมาสแ บบแสง (Optical Mouse)..................................................15
เมาสไรสาย (Cordless / Wireless Mouse)..........................20
จุดเริ่มตนของ ลูกกลิ้งบนเมาส (Scroll Wheel)........................23
เมาสแ ทร็กบอล (Trackball Mouse)...........................................27
เมาสเลนเกม (Gaming Mouse)...................................................30
เมาสที่ใชพอรต USB (USB Mouse)...........................................32
ยุคทองของ เมาสแ บบแสง (Optical Mouse Heyday).........34
เมาสบ ลูทูธ (Bluetooth Mouse)................................................36
เมาสเ ลเซอร (Laser Mouse).........................................................37
เมาสโ นตบุก (Notebook Mouse)...............................................40
เมาสมัลติฟง กช ัน (Multifunction Mouse...............................42
เมาสร ูปแบบอื่น (Other Mouse Types)...................................48
การใช้งานเมาส์ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย..........................................49
สรุปบทความ........................................................................................54
อ้างอิง.....................................................................................................55
1
บทนำ
ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลให้การ
ดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตและมีแนวโน้ม
จะพัฒนาต่อไปโดยไม่มีวันสิ้นสุด เคยลองสังเกตรอบ ๆ ตัวเราดูไหมว่า
ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนกระทั่งเข้านอนตอนกลางคืน ได้สัมผัสกับ
เทคโนโลยีแบบใดบ้าง เช่น การปรุงอาหาร การเดินทางการสื่อสาร
หลากหลายรูปแบบวัสดุ - อุปกรณ์สำหรับการทำงานในอาชีพต่าง ๆ
ฯลฯ จะเห็นว่าเราได้ใช้เทคโนโลยีหลาย ๆ รูปแบบโดยไม่รู้ตัว และได้
ยอมรับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแล้วทั้งนี้เนื่องจากความง่ายและให้
ประโยชน์มากมายกับมนุษย์ จึงทำให้คนรู้สึกเป็นเรื่องปกติในชีวิต
ประจำวันแต่ในทางเดียวกัน หากมีเทคโนโลยีเกิดขึ้นมาและทำให้รู้สึก
ไม่เป็นปกติในการดำเนินชีวิตทำให้เกิดการต่อต้านและต้องใช้เวลาระยะ
หนึ่งกว่าจะได้รับการยอมรับโดยเฉพาะเทคโนโลยีที่มีความยากในการ
ผสมผสานให้เข้ากับวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์และในบางครั้งก็ได้รับ
การปฏิเสธจากมนุษย์ไป บทความนี้จึงต้องการศึกษาเทคโนโลยีสิ่ง
ประดิษฐ์ เมาส์ Mouse ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับคอมพิวเตอร์ เพื่อ
ทราบถึงช่วงเวลาการพัฒนาและประโยชน์ของเทคโนโลยีส่งผลให้การ
ดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์
2
อุปกรณ์ที่มีความสำคัญเกี่ยวกับคอมพิมพ์เตอร์
และเป็นที่รู้จัก เรียกว่า เมาส์(Mouse)
3
เมาส์(mouse)
เมาส์(mouse) คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมตัวชี้บนจอคอมพิวเตอร์
(pointing device) เป็นอุปกรณ์สำคัญในการใช้งานคอมพิวเตอร์ชิ้น
หนึ่ง ซึ่งปัจจุบันถูกออกแบบมาให้มีรูปร่าง ลักษณะ สีสัน ต่าง ๆ กัน
บางรุ่นมีไฟประดับให้สวยงาม เพื่อให้เมาะสมกับการใช้งานในแต่ละ
ประเภทและความชื่นชอบของผู้ใช้ เช่นมีขนาดเล็ก มีส่วนโค้งและส่วน
เว้าเข้ากับอุ้งมือของผู้ใช้ มีรูปร่างสีสันแปลกตาไปจากรุ่นทั่วไป หรือ
เป็นรูปตัวการ์ตูน และล่าสุดได้มีการพัฒนา เมาส์อากาศ
(Air Mouse) ซึ่งสามารถใช้งานเมาส์โดยถือขึ้นมาเอียงไปมาในอากาศ
โดยไม่จำเป็นต้องใช้แผ่นรอง ก็สามารถควบคุมตัวชี้ได้เช่นกัน
4
การทำงานของเมาส์
5
เมาส์(mouse)
การทำงานของเมาส์ ภายในตัวเมาส์จะมีอุปกรณ์สำหรับตรวจจับ
ตำแหน่งการเคลื่อนไหวของลูกกลิ้งยาง (สำหรับรุ่นเก่า)หรืออุปกรณ์
ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของแสง (ในเมาส์ที่ใช้แอลอีดีหรือเลเซอร์เป็น
แหล่งกำเนิดแสง) โดยตัวตรวจจับจะส่งสัญญาณไปที่คอมพิวเตอร์เพื่อ
แสดงผลของตัวชี้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่อเข้ากับ
คอมพิวเตอร์ การใช้งานเมาส์ร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นจะต้องมี
การต่อมันเข้ากับช่องต่อของคอมพิวเตอร์ ซึ่งในยุคแรก ๆ นั้นช่อง
สำหรับต่อเมาส์จะมีลักษณะเป็นหัวกลมใหญ่ภายในมีขาเป็นเข็มเรียกว่า
แบบ DIN ต่อมามีการพัฒนาช่องต่อเป็นแบบหัวเข็มที่เล็กลงเรียกว่า
PS/2 แต่การเชื่อมต่อทั้งสองแบบนั้นไม่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้
หลากหลาย จึงมีการพัฒนาช่องต่อแบบ USB ขึ้นมา และในเวลาใกล้
ๆ กันก็ได้มีการพัฒนาการเชื่อมต่อเมาส์แบบไร้สายขึ้นมาโดยใช้
สัญญาณวิทยุเป็นตัวเชื่อมต่อแทนสายเรียกว่า เมาส์ไร้สาย
(Wireless mouse
23
1
6
พัฒนาการของ เมาส์Mouse
ตั้งแต่สมัยค.ศ. 1962 จนถึง ค.ศ. 2006
ค.ศ. 1962 (พ.ศ. 2505) | จุดเริ่มต้นของ เมาส์
7
ค.ศ. 1962 (พ.ศ. 2505) | จุดเริ่มต้นของ เมาส์
เมาส์ตัวแรกของโลก เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในโปรเจคของสถาบันวิจัย
SRI (Stanford Research Institute) ที่ต้องการพัฒนาคิดค้น
อุปกรณ์เสริมใหม่ ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้มนุษย์เพิ่มมากขึ้นใน
ปี ค.ศ. 1962 (พ.ศ. 2505) โดย Douglas Carl Engelbart
หัวหน้าศูนย์วิจัย ARC (Augmentation Research Center) ที่
สถาบันวิจัย SRI และเพื่อนร่วมงานของเขาอย่าง William (Bill)
English ก็ได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมามากมายในช่วงนั้น จนกระทั่งใน
ปี ค.ศ. 1964 (พ.ศ. 2507) Engelbart ก็ได้คิดค้นเมาส์ตัวแรกของ
โลกขึ้นมาได้สำเร็จ
8
เมาส์ตัวแรกที่ Engelbart ได้คิดค้นออกมานั้นมีหน้าตาคล้ายกล่องไม้
ขนาดพอดีมือ ภายในมีวงล้อเหล็ก (Wheel Mechanical) ที่ทำงาน
ร่วมกันเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวเมาส์ (เคลื่อนที่ขึ้น - ลง และ
ซ้าย - ขวา) และมีปุ่มกดเพียงแค่ปุ่มเดียวเท่านั้น แต่นอกจากเมาส์ตัวนี้
แล้วก็ได้มีการประดิษฐ์เครื่องมือตัวช่วยอื่น ๆ อย่าง Light Pen,
Joystick และอุปกรณ์ต่าง ๆ อีกมากมาย
ดังนั้น Engelbart และ English จึงตัดสินใจไปเยือน NASA เพื่อ
ทำการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องมือที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาในปี
ค.ศ. 1966 (พ.ศ. 2509) ซึ่งผลในครั้งนั้นก็ชี้ชัดว่าทุกคนค่อนข้างที่จะ
พึงพอใจกับเมาส์ที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาอยู่ไม่น้อย เพราะเมื่อเทียบกับ
อุปกรณ์อื่น ๆ แล้วมันสามารถเคลื่อน Cursor บนหน้าจอได้รวดเร็ว
และตรงจุดมากกว่า
9
ถัดมาในปี ค.ศ. 1967 (พ.ศ. 2510) Engelbart จึงตัดสินใจดำเนิน
การจดสิทธิบัตรกับสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวนี้โดยใช้ชื่อว่า “อุปกรณ์ระบุ
ตำแหน่งบนหน้าจอแสดงผลที่เคลื่อนไหวด้วยแกน X - Y” (X-Y
Position Indicator for a Display System) และมันก็ได้ชื่อ
เรียกแบบเล่น ๆ ว่า “เมาส์ (Mouse)” มาในเวลาไม่นานเพราะด้วยรูป
ร่างขนาดพอดีมือและสายด้านหลังที่ดูคล้ายกับหางก็ทำให้ดูมันมีหน้า
ตาคล้ายหนู (Mouse) นั่นเอง (ในช่วงนั้นเขาได้ทดสอบการใช้งาน
อุปกรณ์ที่ใช้เข่าในการควบคุมการเคลื่อนไหวของ Cursor ด้วยเช่นกัน
แต่ถัดมาก็กลับไปพัฒนาเมาส์ดังเดิม) English ได้เข้ามามีส่วนช่วยใน
การพัฒนารูปลักษณ์ภายนอกของเมาส์และ Keypad ใหม่ และ
10
ในที่สุดเมาส์ของ Engelbart ก็ได้เปิดตัวสู่สาธารณชนครั้งแรกเมื่อวัน
ที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 1968 (พ.ศ. 2511) ภายในงาน Mother of All
Demos (งานเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ทาง SRI จัดขึ้น) พร้อมด้วย
เทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น Video Conference, Teleconference,
Email, Hypertext, Bootstrapping และนวัตกรรมต่าง ๆ อีก
มากมาย
แต่น่าเสียดายที่ในช่วงแรกมันไม่ได้รับความนิยมมากเท่าไรนัก อีกทั้ง
ยังไม่ได้รับความใส่ใจมากพออีกด้วย เพราะหลังจากที่ Engelbart ได้
จดสิทธิบัตรเมาส์ในนามของ SRI ทาง SRI ก็จัดการขายสิทธิบัตรนี้
ต่อให้กับบริษัท Apple ที่ราคาเพียงแค่ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ
(หรือราว 1,330,000 บาท) เท่านั้น และผู้คิดค้นอย่าง Engelbart ก็
ไม่ได้รับส่วนแบ่งจากการซื้อขายสิทธิบัตรนั้น
11
ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508) | เมาส์ลูกกลิ้ง (Ball Mouse)
12
ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508) | เมาส์ลูกกลิ้ง (Ball Mouse)
ก่อนหน้างาน Mother of All Demos จะจัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา ใน
วันที่ 2 ตุลาคมปีเดียวกันนั้นเอง ทางบริษัท Telefunken ของ
ประเทศเยอรมนีเองก็ได้มีการเปิดตัวอุปกรณ์เสริมที่ใช้งานร่วมกับจอ
SIG-100 โดยมันมีชื่อว่า Rollkugel หรือที่แปลว่า ลูกกลิ้ง (Rolling
Ball) ในภาษาเยอรมัน โดยสาเหตุที่ใช้ชื่อนั้นก็เป็นเพราะอุปกรณ์
ภายในของ Rollkugel นี้ใช้การเคลื่อนไหวด้วยบอล (Ball-type
Mechanical) นั่นเอง
ซึ่งจากบันทึกที่ทาง Telefunken ระบุไว้ก็ดูเหมือนว่า Rollkugel จะ
เริ่มมีการคิดค้นขึ้นในราวช่วงปี ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508) โดยพัฒนา
ต่อมาจากอุปกรณ์ชื่อเดียวกันให้มีลักษณะกะทัดรัดและสามารถใช้งาน
ได้สะดวกมากขึ้น แต่มันก็ไม่ได้ทำการจดสิทธิบัตรอย่างเป็นทางการ
จึงทำให้เมาส์ของ Engelbart ยังคงเป็นเมาส์ตัวแรกในประวัติศาสตร์
อยู่ดีแม้ Rollkugel จะชิงเปิดตัวไปก่อนถึง 2 เดือนด้วยกัน
13
ถัดมาในปี ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515) English ที่ตัดสินใจลาออกจาก
SRI มาทำงานที่ Xerox PARC (Palo Alto Research Centre)
ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ใน
อนาคตของบริษัท Xerox ก็ได้คิดค้นเมาส์ลูกกลิ้ง (Ball-type
Mechanical Mouse) ที่ใช้ลูกบอลเป็นตัวกำหนดทิศทางของวงล้อ
(แกน X - Y) ภายใน ซึ่งด้วยลูกบอลที่อยู่ภายในตัวเมาส์ก็ทำให้มัน
สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ (คล้ายกับ Rollkugel แต่ลักษณะ
ภายนอกและกลไกการทำงานภายในมีความแตกต่างกัน) และทาง
บริษัท Xerox ก็ได้วางจำหน่ายคอมพิวเตอร์รุ่น Xerox Alto ที่เป็น
คอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่รองรับการใช้งาน GUI (Graphical User
Interface) พร้อมกับเมาส์ลูกกลิ้งรุ่นแรกของบริษัทในปี ค.ศ. 1973
(พ.ศ. 2516) โดยตัวเมาส์ยังคงมีลักษณะภายนอกเป็นสี่เหลี่ยมคล้าย
เมาส์ดั้งเดิมของ Engelbart แต่ได้เพิ่มปุ่มควบคุมการทำงานขึ้นมา
ทั้งหมดถึง 3 ปุ่มด้วยกัน ซึ่งหลังจากการเปิดตัวของ Xerox Alto ก็
ทำให้เมาส์เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
14
ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524) | เมาส์แบบแสง (Optical Mouse)
15
ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524) | เมาส์แบบแสง (Optical Mouse)
ในปี ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524) Steven Kirsch ได้พัฒนา เมาส์
แบบ Optical ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นเกาะของเมาส์ลูกกลิ้ง โดย
เมาส์ในรูปแบบนี้จะใช้การเคลื่อนไหวของแสงแทนการกลิ้งไปมาของ
ลูกบอล ทำให้เมาส์แบบ Optical สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหล
และไม่ต้องกังวลกับปัญหาฝุ่นจับอีกต่อไป แต่เมาส์แบบ Optical ใน
ยุคแรก ๆ นั้นต้องใช้งานควบคู่กับแผ่นรองเมาส์แก้วแบบพิเศษที่มี
ราคาสูง (และปีเดียวกันนั้นเอง Richard F. Lyon จากบริษัท Xerox
ก็ได้เปิดตัว Optical Mouse รุ่นแรกออกมาเช่นเดียวกัน
16
โดยใช้งานกับแผ่นรองเมาส์กระดาษ) และถึงแม้ว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่
อย่าง Optical Mouse ขึ้นมาแล้วแต่ทางบริษัทต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้ทิ้ง
การพัฒนาเมาส์ลูกกลิ้งไปแต่อย่างใด เพราะเรายังคงเห็นเมาส์ลูกกลิ้ง
รุ่นใหม่ออกมาอยู่เรื่อย ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมาส์แบบ Optical
ด้วย แน่นอนว่าพอ Xerox ได้กรุยทางให้กับอุปกรณ์เสริมที่เพิ่มความ
สะดวกสบายในการใช้งานคอมพิวเตอร์ให้กับผู้ใช้แล้ว ทางบริษัทอื่น ๆ
เองก็เริ่มตามรอยและพัฒนาเมาส์เป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน และที่น่า
สนใจคือบริษัทซอฟต์แวร์จากสวิสเซอร์แลนด์อย่าง Logitech เองก็ได้
มาลงเล่นในตลาดนี้ด้วยเช่นกัน (ก็ถือว่าตัดสินใจได้ถูกต้อง เพราะตอน
นี้กลายเป็นบริษัทผลิตเมาส์ชื่อดังไปเป็นที่เรียบร้อย)
17
โดย Logitech P4 เมาส์รุ่นแรกของ Logitech (และเป็นฮาร์ดแวร์
ตัวแรกของบริษัทด้วยเช่นกัน) ได้วางสู่ตลาดในปี ค.ศ. 1982 (พ.ศ.
2525) ซึ่งจากรูปร่างของมันแล้วก็ดูคล้ายคลึงกันกับ Rollkugel ของ
Telefunken อยู่ไม่น้อย เพราะเป็นเมาส์รูปแบบทรงกลม ในขณะที่
ปุ่มกดมีทั้งหมด 3 ปุ่มคล้ายกับเมาส์ของฝั่งสหรัฐอเมริกา ส่วนระบบ
ภายในนั้นใช้รูปแบบ Opto-mechanical ที่ช่วยให้การควบคุมลูก
กลิ้งภายในเมาส์นั้นเสถียรมากยิ่งขึ้นและในปีถัดมา บริษัทใหญ่อย่าง
Apple และ Microsoft ก็ได้ให้ความสนใจกับเมาส์เช่นเดียวกัน โดย
ทาง Microsoft นั้นได้เปิดตัว Microsoft Mouse พร้อมพัฒนา
Microsoft Word ที่รองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง
เมาส์เข้ามาดึงความสนใจของผู้ใช้ร่วมด้วย ในขณะที่ทาง Apple เองก็
เปิดตัว Apple Lisa คอมพิวเตอร์รุ่นไฮเอนด์ของบริษัทที่วางจำหน่าย
พร้อมกับ Lisa Mouse เมาส์รุ่นแรกของบริษัทที่มาพร้อมดีไซน์ปุ่ม
กดเพียงแค่ปุ่มเดียว และเป็นเมาส์ตัวแรกที่ใช้ระบบ Trackball โดย
ไม่มีกลไกภายในที่ซับซ้อนเหมือนกับเมาส์รุ่นก่อน ๆ
18
โ ในขณะที่ทาง Apple เองก็เปิดตัว Apple Lisa คอมพิวเตอร์รุ่นไฮ
เอนด์ของบริษัทที่วางจำหน่ายพร้อมกับ Lisa Mouse เมาส์รุ่นแรก
ของบริษัทที่มาพร้อมดีไซน์ปุ่มกดเพียงแค่ปุ่มเดียว และเป็นเมาส์ตัว
แรกที่ใช้ระบบ Trackball โดยไม่มีกลไกภายในที่ซับซ้อนเหมือนกับ
เมาส์รุ่นก่อน ๆ
19
ค.ศ. 1984 (พ.ศ. 2527) | เมาส์ไร้สาย
(Cordless / Wireless Mouse)
20
ค.ศ. 1984 (พ.ศ. 2527) | เมาส์ไร้สาย
(Cordless / Wireless Mouse)
การเติบโตของเมาส์และบริษัท Logitech นี้ก็ยังมีให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ
เพราะถัดมาในช่วงปี ค.ศ. 1984 (พ.ศ. 2527) นอกจากทาง
Logitech จะรับผลิตเมาส์ให้กับบริษัทใหญ่อย่าง HP แล้ว ได้ผลิต
เมาส์แบบไร้สาย ที่ใช้ระบบ Infrared ในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
แบบไร้สาย โดยมันถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้งานกับระบบ Metaphor
Computer (ระบบคอมพิวเตอร์ของ Xerox)
ซึ่งระบบนี้ไม่เพียงแต่จะมีเมาส์แบบไร้สายเท่านั้น มันยังมาพร้อมกับ
คีย์บอร์ด (และ Keypad) ไร้สายอีกด้วย แต่ในช่วงแรกเมาส์ไร้สายก็
ไม่ได้รับความสนใจมากนักเนื่องจากระบบ Infrared นั้นค่อนข้างยุ่ง
ยากในการใช้งานจริง (บางเจ้าก็ระบุว่าผู้ที่คิดค้นเมาส์ไร้สายคือ David
Liddle และ Donald Massaro อดีตวิศวกรของ Xerox PARC
21
ถัดมาในปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) ทาง Logitech ก็ได้แก้ปัญหา
การใช้งานติดขัดของเมาส์ไร้สายด้วยการปรับจากระบบ Infrared มา
เป็นระบบ RF (Radio Frequency) ที่ใช้คลื่นวิทยุในการเชื่อมต่อ
เมาส์และคอมพิวเตอร์แทน อีกทั้งยังมีการปรับดีไซน์ของเมาส์ใหม่ให้มี
จุดวางนิ้วโป้งด้วย และมีการพัฒนาเมาส์ขึ้นมารองรับการใช้งานของ
คนถนัดซ้ายอีกต่างหาก ซึ่งในจุดนี้ก็ทำให้มันได้รับความสนใจจากผู้ใช้
อย่างล้นหลามเลยทีเดียว เพราะนอกจากดีไซน์จะดูน่าสนใจ (สำหรับรุ่น
มือขวา) แล้ว การทำงานของมันก็เสถียรกว่าเมาส์ไร้สายรุ่นเก่า ๆ มาก
เลยทีเดียว
22
ค.ศ. 1985 (พ.ศ. 2528) | จุดเริ่มต้นของ ลูกกลิ้งบนเมาส์
(Scroll Wheel)
ค.ศ. 1985 (พ.ศ. 2528) | จุดเริ่มต้นของ ลูกกลิ้งบนเมาส์ 23
(Scroll Wheel)
ไม่ใช่แค่ Logitech เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมาส์
เพราะบริษัทอื่น ๆ เองก็ได้พัฒนาและผลิตเมาส์ขึ้นมาอยู่เรื่อย ๆ เช่น
กัน ไม่ว่าจะเป็น Honeywell, IBM, Apple, Microsoft และบริษัท
อื่น ๆ อีกมากมาย โดยการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่งของตลาดเมาส์ที่
เปลี่ยนโลกของการใช้งานเมาส์จนทำให้มันกลายมาเป็นรูปแบบของ
เมาส์ที่เราคุ้นชินกันอยู่ในทุกวันนี้ก็ได้แก่การเพิ่มลูกกลิ้งบนเมาส์
(Scroll Wheel) ขึ้นมาบนตัวเมาส์นั่นเอง
24
โดยจากที่ค้นดูก็พบว่ามันการนำเอา Scroll Wheel มาใช้งานร่วมกับ
เมาส์ครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 1985 (พ.ศ. 2528) แต่ไม่ได้ผลิตลง
ตลาดและยังไม่ได้มีการจดสิทธิบัตร ต่อมาในปี ค.ศ. 1987 (พ.ศ.
2530) Jack McCauley ก็ออกมาระบุว่าเขาเองก็ได้พัฒนาเมาส์ที่ใช้
งาน Scroll Wheel ด้วยเช่นกัน แต่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดในส่วนนี้ออก
มา มีเพียงแค่ภาพ Prototype ของเมาส์เท่านั้น
จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1989 (พ.ศ. 2532) Gina Danielle Venolia
จากบริษัท Apple ก็ได้เปิดตัว Prototype ของเมาส์ที่มาพร้อมกับ
Scroll Wheel ภายในงาน ACM SIGCHI และได้จดสิทธิบัตรให้
กับมัน (ทั้ง Scroll Wheel แนวตั้งและแนวนอน) ในปี ค.ศ. 1992
(พ.ศ. 2535)
25
แต่บริษัทแรกที่ผลิตเมาส์ที่มาพร้อมกับ Scroll Wheel วางจำหน่าย
ลงสู่ตลาดนั้นได้แก่บริษัท KYE ประเทศไต้หวัน ที่ซื้อกิจการของบริษัท
Mouse System ไปเมื่อ 5 ปีก่อน และได้วางจำหน่ายเมาส์ชนิดนี้ใน
ชื่อ Genius EasyScroll ในนามบริษัท KYE และ ProAgio ในนาม
ของบริษัท Mouse Systems
ในปี ค.ศ. 1995 (พ.ศ. 2538) แต่ไม่ได้รับความนิยมนัก ในปีถัดมา
ทางบริษัท Microsoft ได้เปิดตัวเมาส์ที่มีชื่อว่า Microsoft
IntelliMouse ขึ้นมาพร้อม Scroll Wheel ระหว่างกลางปุ่มคลิก
ซ้ายและขวา (ดูจากดีไซน์ที่ต่างกันของ KYE และ Microsoft ก็ไม่น่า
แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงได้รับความนิยมขึ้นมาอย่างล้นหลาม) และ
จากการเปิดตัวของเมาส์พร้อม Scroll Wheel นี้ก็ได้ยกระดับความ
นิยมในการใช้งานเมาส์และความสามารถในการทำงานพื้นฐานของเมาส์
ไปอีกขั้นหนึ่งเลยทีเดียว
26
ค.ศ. 1995 (พ.ศ. 2538) | เมาส์แทร็กบอล (Trackball
Mouse)
27
ค.ศ. 1995 (พ.ศ. 2538) | เมาส์แทร็กบอล (Trackball
Mouse)
สำหรับ ระบบ Trackball ที่แม้ว่าจะมีการคิดค้นขึ้นมาใช้งานกันอย่าง
ยาวนานโดยใช้ในแวดวงการทหารมาตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
โดย Ralph Benjamin ได้ผลิต แทร็กบอล (Trackball) ขึ้นมาเพื่อ
ใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ในระบบ Analog ที่จะคำนวณกะทิศทาง
และระยะการยิงของเครื่องบินรบก็ได้จดสิทธิบัตรในปี ค.ศ. 1947
(พ.ศ. 2490) แต่มันก็ถูกเก็บไว้เป็นความลับทางการทหารในขณะนั้น
ถัดมาช่วงปี ค.ศ. 1952 (พ.ศ. 2495) หน่วยงาน DATAR (Digital
Automated Tracking and Resolving) ที่ทำงานให้กับนาวิก
โยธินของประเทศแคนาดาก็ได้พัฒนา Trackball ที่มีหลักการทำงาน
คล้ายกับของ Benjamin ขึ้นมาเพื่อใช้คำนวณทิศทางและระยะความ
ห่างของเรือจากการคำนวณร่วมกับคอมพิวเตอร์ แต่มันไม่ได้รับการจด
สิทธิบัตรเนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่เป็นความลับทางการทหาร
28
ผ่านไปกว่าครึ่งทศวรรษ ในปี ค.ศ. 1995 (พ.ศ. 2538) ทางบริษัท
Logitech ก็ได้นำเอาระบบการทำงานของ Trackball เข้ามาใช้งาน
บนเมาส์คอมพิวเตอร์ ซึ่ง Trackman Marble นั้นเป็นเมาส์ที่มี
Trackball อยู่ด้านบนตัวเมาส์และใช้การหมุนลูกกลิ้งบนเมาส์เพื่อ
เลื่อน Cursor แทนการเคลื่อนตัวเมาส์ไปมา (แม้หลักการทำงานจะ
คล้ายกับเมาส์ลูกกลิ้งที่ใช้การเคลื่อนลูกกลิ้งเพื่อควบคุมทิศทางของ
Cursor แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่ไม่น้อย) ซึ่งทาง Logitech ก็ได้
จดสิทธิบัตรให้กับเซนเซอร์ชนิดนี้ในชื่อ Marble Sensor และต่อมา
เมาส์ในรูปแบบนี้ก็ยังมีการพัฒนามาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันด้วยเช่นกัน
29
ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) | เมาส์เล่นเกม (Gaming Mouse)
30
ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) | เมาส์เล่นเกม (Gaming Mouse)
ตลาดของ Gaming Mouse เริ่มต้นขึ้นเมื่อ Razer ตัดสินใจเปิดตัว
Gaming Mouse รุ่นแรกของบริษัทในชื่อ Razer BoomSlang
ในปี ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) ซึ่งด้วยดีไซน์แปลกใหม่ของมันก็ดึง
ความสนใจของผู้ใช้ได้ไม่น้อยและทำให้มันกลายเป็นแบรนด์ระดับต้น
ของ Gaming Mouse มาจนถึงปัจจุบันนี้ ตลาด Gaming Mouse
ในปัจจุบันนั้นก็พัฒนาไปค่อนข้างไกลเลยทีเดียว ทั้งในเรื่องของดีไซน์
ละประสิทธิภาพในการใช้งาน เพราะเมื่อนับจาก Gaming Mouse
ในยุคแรก ๆ ที่มีเพียงไม่กี่ร้อย DPI (Dots Per linear Inch) และมี
Polling Rate ไม่สูงมากนักแล้ว Gaming Mouse ในปัจจุบันก็มี
ดีไซน์ที่แหวกแนวจากเดิมตามรวมทั้งยังมีประสิทธิภาพ (และราคา)
เพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการของผู้ใช้ไปด้วยนั่นเอง
31
ค.ศ. 1998 (พ.ศ. 2541) | เมาส์ที่ใช้พอร์ต USB (USB
Mouse)
32
ค.ศ. 1998 (พ.ศ. 2541) | เมาส์ที่ใช้พอร์ต USB (USB
Mouse)
จุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกอย่างของอุต
สาหกรรมเมาส์ที่ไม่พูดถึงไปไม่ได้
เลยนั่นก็คือการเปลี่ยนพอร์ตเชื่อมต่อจาก Serial Port มายังพอร์ต
PS/2 ในปี ค.ศ. 1987 (พ.ศ. 2530) โดยบริษัท IBM และทำให้มัน
เป็นพอร์ตเชื่อมต่อเมาส์ที่ได้รับความนิยมขึ้นมากในยุคหนึ่ง จนกระทั่ง
ในปี ค.ศ. 1998 (พ.ศ. 2541) ทางบริษัท Apple ก็ได้เปิดตัว
Hockey Puck หรือ USB Mouse รุ่นแรกของ Apple ที่นอกจาก
จะมีดีไซน์ที่แตกต่างไปจากเมาส์ปกติทั่วไปในยุคนั้นแล้ว ยังเปลี่ยนมา
ใช้งานพอร์ต USB ในการเชื่อมต่อการทำงานของเมาส์แทนอีกด้วย
(ช่วงนี้ Apple ดูเอ็นจอยกับการดีไซน์ไม่น้อยเลย เพราะ Hockey
Pack นี้ก็ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับ iMac หลากสีในยุคนั้น)
33
ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) | ยุคทองของ เมาส์แบบแสง (Optical
Mouse Heyday)
34
ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) | ยุคทองของ เมาส์แบบแสง (Optical
Mouse Heyday)
ในช่วงปลายยุค 90’s เมาส์ลูกกลิ้งก็เริ่มเสื่อมความนิยมลงทีละน้อย
และ เปิดโอกาสให้กับเมาส์แบบ Optical เข้ามาทำตลาดมากขึ้น โดย
ในช่วงปี ค.ศ. 1999 (พ.ศ. 2542) ทางบริษัท Agilent ก็ได้แก้
ปัญหาน่าปวดหัวของเมาส์ Optical ที่ต้องใช้งานแผ่นรองเมาส์แบบ
พิเศษได้เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งด้วย Optical Sensor ตัวใหม่ของ
Agilent นี้ก็ทำให้มันสามารถใช้งานร่วมกับแผ่นรองเมาส์แบบทั่ว ๆ
ไปได้แล้ว แน่นอนว่าหลังจากที่สามารถแก้ไขปัญหาจุกจิกของแผ่นรอง
เมาส์ออกไปได้ก็ทำให้เมาส์แบบ Optical นั้นได้รับความนิยมขึ้นมา
อย่างรวดเร็ว ทั้ง Microsoft, Apple, Logitech และบริษัทต่าง ๆ
ก็ทำการพัฒนาเมาส์ที่ใช้งาน Optical Sensor แบบใหม่นี้ และได้รับ
ความสนใจจากผู้ใช้ค่อนข้างมาก (โดยเฉพาะเมาส์ของ Apple ที่มี
ดีไซน์เฉพาะตัว)
35
ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) | เมาส์บลูทูธ (Bluetooth Mouse)
36
ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) | เมาส์บลูทูธ (Bluetooth Mouse)
ในปี ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) ทางบริษัท Microsoft ก็ได้เปิดตัว
เมาส์ที่ใช้งานระบบ Bluetooth ในการเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ขึ้น
มา โดยนอกจากเมาส์แล้วก็ได้เปิดตัวคีย์บอร์ดพร้อม USB Reciever
มาพร้อมกันด้วย แต่เมาส์ Bluetooth ก็ไม่ได้รับความนิยมมาก
เท่ากับเมาส์ไร้สายแบบทั่วไป
จนกระทั่ง Apple ได้เปิดตัว Apple Wireless Mouse ในปี ค.ศ.
2003 (พ.ศ. 2546) ก็เริ่มทำให้ความนิยมเมาส์ประเภทนี้เพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะยุคหลัง ๆ มานี้ที่ iPad รองรับการทำงานร่วมกับเมาส์ก็ยิ่ง
ทำให้ Bluetooth Mouse เป็นที่นิยมมากขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว (แม้
ความนิยมยังไม่เทียบเท่าเมาส์ไร้สายที่ใช้งานคลื่นวิทยุเป็นตัวรับ
สัญญาณ แต่ก็สามารถตีตลาดขึ้นมาได้บ้างแล้ว)
37
ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) | เมาส์เลเซอร์ (Laser Mouse)
38
ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) | เมาส์เลเซอร์ (Laser Mouse)
เมาส์เลเซอร์ นั้นเป็นการพัฒนามา
จากเมาส์แบบ Optical อีกทีหนึ่ง
เพราะมันใช้งานเทคโนโลยีเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวของแสงเช่น
เดียวกัน แต่เมาส์แบบ Laser นี้จะมีความไวและความละเอียดที่มากก
ว่าเมาส์แบบ Optical อยู่มากเลยทีเดียว ซึ่งบริษัทแรกที่ได้ทำการ
พัฒนาเมาส์แบบ Laser ขึ้นมานี้ก็ได้แก่ Logitech เจ้าเก่า
โดยในปี ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) ได้เปิดตัว MX1000 เมาส์ไร้สาย
ที่ใช้ระบบ Laser ตัวแรกของบริษัทขึ้นมา ไม่เพียงเท่านั้น ทาง
Logitech ยังวางจำหน่าย MX1000 ในฐานะ Gaming Mouse
เพื่อตีตลาดจาก Razer อีกด้วย (แต่ Razer ก็ยังดูโปรในสายตาเกม
เมอร์หลาย ๆ คนมากกว่า Logitech ที่จับตลาดผู้ใช้ทั่วไปด้วยอยู่ดี)
ซึ่งด้วยเทคโนโลยีของ Laser Mouse นี้ก็สร้างเสียงฮือฮาให้กับ
ตลาดเมาส์ได้พอสมควร เพราะถึงแม้ว่า Laser Mouse จะมีราคาสูง
กว่าเมาส์แบบลูกกลิ้งและเมาส์แบบ Optical แต่ด้วยประสิทธิภาพการ
ทำงานที่เหนือกว่าในหลาย ๆ ด้านก็ทำให้บริษัทต่าง ๆ หันความสนใจ
มาพัฒนาเมาส์แบบ Laser และทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในประเภทของ
เมาส์ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานมากที่สุดในเวลาถัดมา
39
ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) | เมาส์โน๊ตบุ๊ก (Notebook Mouse)
40
ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) | เมาส์โน๊ตบุ๊ก (Notebook Mouse)
แม้ว่าโน้ตบุ๊กส่วนมากจะมาพร้อมกับ Touchpad ที่สามารถใช้งาน
แทนเมาส์ได้แล้ว แต่ผู้ใช้หลาย ๆ คนก็รู้สึกชินมือและสะดวกกับการใช้
งานเมาส์มากกว่าอยู่ดี โดยเฉพาะ เมาส์แบบไร้สายที่ใช้งานคลื่นวิทยุ
แบบ 2.4 GHz ที่เมื่อเสียบ USB เชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊กก็สามารถใช้งาน
เมาส์ได้ทันทีในระยะไกลถึง 10 เมตรนั้นก็เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ซึ่ง
บริษัทที่ริเริ่มพัฒนาเมาส์รูปแบบนี้ขึ้นมาก็ได้แก่ Logitech นั่นเอง
โดยในปี ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) ทางบริษัทได้เปิดตัว V-500
Cordless Notebook Mouse ขึ้นมาพร้อมเทคโนโลยีดังกล่าว แต่
V-500 นี้ไม่ได้มี Scroll Wheel เหมือนเมาส์ทั่ว ๆ ไปที่เราคุ้นเคย
กันดี เพราะมันใช้งานแผ่น Scroll แทน แต่ในรุ่นถัด ๆ มาก็กลับมาใช้
งาน Scroll Wheel ดังเดิม และได้มีการปรับตัวรับ USB ให้เป็น
แบบ Nano Receiver ที่มีขนาดเล็กกว่าเดิมแทน และเมาส์รูปแบบนี้
ก็ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบันนี้ด้วยและ Notebook Mouse
อีกรุ่นที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็ได้แก่ Mogo Mouse จาก Logitech ที่
เป็นเมาส์ไร้สายแบบพกพาที่ใช้งานระบบ Bluetooth โดยมันสามารถ
ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยพอร์ต PC Card Slot (ปัจจุบันนี้ไม่เห็นพอร์ทนี้
แล้ว) แทนการใช้งานถ่านเหมือนเมาส์ไร้สายทั่ว ๆ ไป
41
ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) | เมาส์มัลติฟังก์ชัน (Multifunction
Mouse)
42
ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) | เมาส์มัลติฟังก์ชัน (Multifunction
Mouse)
Multifunction Mouse หรือเมาส์ที่ไม่ได้มีความสามารถแค่ควบคุม
Cursor และคลิกเข้าโปรแกรมต่าง ๆ นั้นก็มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อ
เนื่อง แต่บริษัทที่ทำให้เมาส์รูปแบบนี้เป็นที่นิยมในตลาดก็หนีไม่พ้น
Logitech เจ้าเดิมนั่นเอง เพราะในปี ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) ที่ได้
เปิดตัว MX-R และ VX-R ที่มาพร้อมกับ MicroGear Precision
Scroll Wheel, ปุ่ม One Touch Search, ปุ่มสลับใช้งาน
โปรแกรมต่าง ๆ และปุ่มซูมเข้า – ออกด้านข้างตัวเมาส์ก็ทำให้มันกลาย
เป็นเมาส์มากความสามารถที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้จำนวนไม่น้อย
43
เมาส์อีกตัวที่น่าสนใจก็ได้แก่ Sony VN-CX1 เพราะทาง Sony ได้
พัฒนาเมาส์ที่รูปร่างคล้ายโทรศัพท์แบบพับได้ขึ้นมาพร้อมความ
สามารถในการรับสายได้เหมือนกันโทรศัพท์จริง ๆ ออกมาในปี ค.ศ.
2006 (พ.ศ. 2549) เช่นกัน
44
ส่วนทาง Apple เองก็ได้พัฒนา Magic Mouse ออกมาวาง
จำหน่ายในปี ค.ศ. 2009 (พ.ศ. 2551) ที่แม้จะดีไซน์เรียบง่ายแต่ก็มี
ความสามารถอย่างหลากหลาย เพราะมันสามารถใช้งานได้เหมือนเมาส์
ปกติทั่วไปและรองรับการปัด (Swiping) และ Double tap
นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถคลิกใช้งานคำสั่งเมาส์ที่บริเวณใดก็ได้ เรียกได้
ว่าสร้างเสียงฮือฮาให้กับผู้ใช้ได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว
สำหรับ Microsoft เองก็ได้ดีไซน์เมาส์ Flexible Arc ขึ้นมาในปี
ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553)โดยชูจุดขายว่าเป็นเมาส์ที่ “พกพาง่าย”
เพราะเจ้าเมาส์ตัวนี้นั้นสามารถดัดรูปทรงให้แบนราบเพื่อสะดวกต่อ
การพกพาได้ เมื่อต้องการใช้งานก็เพียงแค่ดัดเมาส์ให้เป็นรูปทรงที่จับ
ถนัดมือเท่านั้น และมันยังมาพร้อมกับปุ่มกดถึง 3 ปุ่มสำหรับการสลับ
ใช้งานโปรแกรม, คลิกซ้าย และคลิกขวานอกจากนี้ เราก็มักจะเห็น
Multifunction Mouse ได้มากในวงการเกม เนื่องจาก Gaming
Mouse หลาย ๆ รุ่นนั้นก็มีปุ่มพิเศษเพิ่มมาเพื่อช่วยให้การเล่นเกมเป็น
ไปด้วยความง่ายดายมากยิ่งขึ้น
45
สำหรับ Microsoft เองก็ได้ดีไซน์เมาส์ Flexible Arc ขึ้นมาในปี
ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553)โดยชูจุดขายว่าเป็นเมาส์ที่ “พกพาง่าย”
เพราะเจ้าเมาส์ตัวนี้นั้นสามารถดัดรูปทรงให้แบนราบเพื่อสะดวกต่อ
การพกพาได้ เมื่อต้องการใช้งานก็เพียงแค่ดัดเมาส์ให้เป็นรูปทรงที่จับ
ถนัดมือเท่านั้น และมันยังมาพร้อมกับปุ่มกดถึง 3 ปุ่มสำหรับการสลับ
ใช้งานโปรแกรม, คลิกซ้าย และคลิกขวานอกจากนี้ เราก็มักจะเห็น
Multifunction Mouse ได้มากในวงการเกม
46
เนื่องจาก Gaming Mouse หลาย ๆ รุ่นนั้นก็มีปุ่มพิเศษเพิ่มมาเพื่อ
ช่วยให้การเล่นเกมเป็นไปด้วยความง่ายดายมากยิ่งขึ้น