ครู model การออกเสยี งให้นกั เรียนฟังโดยการอา่ นออกเสียงดัง เสียงเบา และเสียงปานกลาง ตามลาดับเพื่อดึงดูด
ให้นักเรยี นตงั้ ใจฟงั
21. ครูใช้แถบประโยคเรื่อง Safe homes Safe communities เป็นสื่อประกอบการจัดการเรียน การสอนฝึกให้
นกั เรียนอา่ น โดยครอู ่านนาใหน้ ักเรียนทัง้ หมดอ่านตาม อา่ นเป็นกลุ่มและอ่านเปน็ รายบุคคลตามลาดับ ดงั น้ี
When do RCMP officers wear their red Serge?
What are their duties?
What do horses learn during their training?
What is each paragraph about?
What special police forces are there in your country?
What do they wear?
What are their duties?
5. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ความเข้าใจ ความหมายของคาศัพท์รว่ มกันอกี ครัง้
Practice
9. แบ่งกลุ่มให้นกั เรยี นชว่ ยกันแปลความหมายของคาศัพทแ์ ละ Paragraph. ตอบคาถามจาเรอ่ื งทอ่ี ่าน
10. ให้นักเรียนแต่ละคู่ นาเสนอคาตอบของตนเองใหเ้ พ่ือนๆฟัง เพื่อแลกเปลีย่ นเรยี นรกู้ นั
Production
13. นักเรยี นทาแบบฝกึ หัดเร่อื ง Safe homes Safe communities
14. ครูเฉลยแบบฝึกหัด พรอ้ มบันทึกคะแนนลงในแบบบันทึก และอธิบายเพ่ิมเติมกับนักเรียนที่มีคะแนนต่ากว่า
เกณฑ์
Wrap up
7. ครปู ระเมนิ ความรู้ ความเข้าใจโดยใช้คาถามเชอ่ื มโยงใหน้ ักเรียนตอบ
สื่อการเรยี นรู้
22. ภาพทหาร Canada
23. บัตรคาศัพท์เรอ่ื ง Safe homes Safe communities
24. แถบประโยคเรอ่ื ง Safe homes Safe communities
ชิน้ งาน หรอื ภาระงาน
11. จับคู่สนทนา ระดมความคิด ในการตอบคาถาม
12. ทาแบบฝกึ หัด Safe homes Safe communities
การวัดผลประเมนิ ผล วิธกี ารวัดและ เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมิน
จดุ ประสงค์ ประเมินผล
ตรวจสอบจากการทา กิจกรรมการอา่ น
1. นกั เรียนรู้หลกั การทางภาษา กิจกรรม ออกเสยี ง
และรวู้ ิธีการรกั ษาอาณาเขตของ
ประเทศอนื่ ๆ (K)
2. นักเรียนฟงั อ่านคาศพั ท์ สงั เกตและให้คะแนน กิจกรรมและใบ นกั เรียนอา่ นออกเสยี งและ
ประโยค บทสนทนาเกีย่ วกับรู้ ระหวา่ งทากจิ กรรม งาน บอกความหมายคาศพั ทไ์ ด้
วธิ กี ารรกั ษาอาณาเขตของ อ่านออกเสยี ง ถูกตอ้ งรอ้ ยละ 60 ขึน้ ไป
ประเทศอน่ื ๆ (P) แบบบันทกึ ใบงานถกู ต้องร้อยละ 70
- ตรวจชน้ิ งาน พฤตกิ รรม ข้นึ ไป
3. นักเรยี นมสี ติในการแกป้ ญั หา พฤติกรรมด้านความ
เมื่อพบเจออปุ สรรค (A) กระตอื รือรน้
บันทึกหลังการจดั การเรยี นรู้
1.สรปุ ผลการจัดการเรียนรู้
จุดประสงค์การเรยี นรู้ ผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ ่านเกณฑ์
ดา้ นความรู้ (K)นักเรียนรู้หลกั การทางภาษาและร้วู ธิ กี าร คน ร้อยละ คน ร้อยละ
รักษาอาณาเขตของประเทศอนื่ ๆ
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) นักเรยี นฟัง อ่านคาศพั ท์
ประโยค บทสนทนาเกี่ยวกับรู้วิธีการรักษาอาณาเขตของ
ประเทศอืน่ ๆ
คุณลกั ษณะ (A) นกั เรยี นมสี ตใิ นการแกป้ ญั หาเมือ่ พบเจอ
อปุ สรรค
รายชอ่ื นกั เรยี นท่ไี ม่ผา่ นมีดังนี้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไขนกั เรียนทีไ่ ม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒.ปญั หาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ………………………………….................. ผสู้ อน
(นายจกั รพันธ์ นลิ ฉิม)
ตาแหน่ง ครคู ศ.1 โรงเรียนบา้ นบางเทา
วนั ท่.ี ........ เดอื น .................... พ.ศ ...................
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลุ่มสาระ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………………………………………….
(นางสาวอภิรดี หวงั แก้ว)
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
วันท่ี…………….เดอื น…………………..พ.ศ…………………..
ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ …………………………………………………….
(นางสาวมนทริ า บวั ชกู ้าน)
หัวหนา้ กลมุ่ งานวชิ าการ
วันที่…………….เดือน…………………..พ.ศ…………………..
ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของรองผู้อานวยการบรหิ ารงานวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .............................................
( นางจิรานี สาราญ)
รองผ้อู านวยการบรหิ ารงานวิชาการ
วนั ท…ี่ ……….เดือน………………พ.ศ…………………..
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของผอู้ านวยการโรงเรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่อื .............................................
( นายอทุ ัย เทศทศิ )
ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นบางเทา
วันท่ี………….เดอื น………………พ.ศ………………
แผนการจดั การเรียนรกู้ ลุ่มสาระภาษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
หน่วยการเรียนท่ี 1 ชื่อหน่วย Safety Comes First เวลา 12 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 8 เร่อื ง Should & Shouldn’t รหัสวิชา อ23101
ชือ่ รายวชิ า ภาษาอังกฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 เวลา 1 ช่ัวโมง
สอนวันที่ ..... เดอื น ................. พ.ศ. 256....
ตัวชวี้ ัด
ต 1.1 ม.3/1 ปฏบิ ัติตามคาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจงและคาอธิบายท่ีฟงั และอา่ น
ต 1.1 ม.3/2 อ่านออกเสียงข้อความ ขา่ ว โฆษณา และบทร้อยกรองสน้ั ๆ ถกู ต้องตามหลักการอา่ น
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขยี นโต้ตอบขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เรื่องตา่ งๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ขา่ ว
เรือ่ งทอี่ ยใู่ นความสนใจของสังคมและสอ่ื สารอย่างต่อเนอ่ื งและเหมาะสม
ต 1.3 ม.3/1 พูดและเขียนบรรยายเกีย่ วกับตนเอง ประสบการณ์ ขา่ ว/เหตกุ ารณ์ / เรื่อง/ ประเดน็
ตา่ งๆ ที่อยู่ในความสนใจของสังคม
ต 4.2 ม.3/2 เผยแพร/่ ประชาสัมพันธข์ อ้ มูลข่าวสารของโรงเรยี น ชมุ ชน และทอ้ งถ่ินเป็น
ภาษาตา่ งประเทศ
สาระสาคญั
ความปลอดภยั เป็นสงิ่ ท่เี ราพึงปรารถนา ทัง้ สถานการณ์หรือความไมป่ ลอดภยั ต่างๆ อบุ ัติเหตุสามารถ
เกิดขนึ้ ไดต้ ลอดเวลา โดยท่เี ราไมค่ าดคดิ มากอ่ น การปอ้ งกันจึงเป็นสิ่งจาเป็นท่ีเราพึงควรมีเพอ่ื ลดความเสยี่ งในการ
เกดิ อบุ ัตเิ หตใุ หเ้ กดิ ขน้ึ ได้น้อยทสี่ ุดนน่ั เอง
จุดประสงค์การเรียนร้สู ู่ตัวช้ีวดั
1. นกั เรียนรคู้ า วลี และประโยคเก่ยี วกับการใช้ Should & Shouldn’t ในการบอกสิ่งที่ควรปฏิบัติและสิ่งท่ีไม่
ควรปฏบิ ัติ เพอ่ื ความปลอดภยั หรอื เพ่ือปอ้ งกนั อบุ ัติเหตุ ( K )
2. อ่านคาศัพท์ ประโยค พูด ใช้ should & shouldn’t ในการบอกสงิ่ ทีค่ วรปฏบิ ัติและส่งิ ที่ไม่ควรปฏิบัติแสดง
ทา่ ทางเก่ียวกับการเตือนในสถานการณต์ า่ งๆ ( P )
3. นักเรยี นมีจติ สานึกทด่ี ี ร้จู ักแยกแยะสิ่งทค่ี วรและส่ิงทีไ่ มค่ วรปฏิบัติ ( A )
สาระการเรยี นรู้
Vocabularies : should, shouldn’t, get burned, a knife, careful, get a shock, a light, save, fall down,
a plug socket, take care turn off, electricity, meet, rubbish, need, pick grass, yourself, tease, the
ground, people, throw, a place, a stranger, a lift,
Sentences :
We should go to see the doctor when you get sick.
We should put rubbish in the bin.
We should take exercise at least 3 times a week.
We should save water and electricity.
We should take care of our pets.
We shouldn’t play near the pond.
We shouldn’t play a knife.
We shouldn’t pick the flowers in the park.
We shouldn’t meet the stranger.
Function : Should / Shouldn’t
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
√ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด √ ความสามารถในการแกป้ ญั หา
√ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
√ รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ √ ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ √ มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้
อย่อู ย่างพอเพยี ง มุง่ มั่นในการทางาน รักความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
Warm up
1. ครูแสดงบทบาทสมมตุ โิ ดยแกลง้ โยนเศษกระดาษลงบนพื้นหลายๆจดุ เพ่ือดึงดดู ความสนใจจากนักเรียน ซง่ึ
นักเรียนอาจจะทักหรือไมก่ ลา้ ทัก
2. ครูถามนกั เรยี นวา่ นักเรยี นร้สู กึ อยา่ งไรกับพฤติกรรมการทงิ้ ขยะของครู และพูดเชิญชวนใหน้ กั เรยี น
3. เรียนเร่อื งส่ิงท่คี วรปฏบิ ตั แิ ละไม่ควรปฏิบตั ิ should & shouldn’t
Presentation
1. ให้นกั เรียนรว่ มกนั ศึกษาจากใบความรู้เร่ืองการใช้ should & shouldn’t ในการบอกส่งิ ที่
ควรปฏบิ ัตแิ ละสิ่งทไ่ี ม่ควรปฏิบัติ โดยครูและนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายความเขา้ ใจหลักการใช้
และความหมาย
2. ครใู ช้แถบประโยคการแนะนาขอ้ ควรปฏิบัตแิ ละไมค่ วรปฏบิ ตั ิเมื่อผ้อู ่ืนมีอาการเจบ็ ปว่ ยเป็น
ส่อื ประกอบการจดั การเรียนการสอน ดังน้ี
We should go to see the doctor when you get sick.
We should put rubbish in the bin.
We should take exercise at least 3 times a week.
We should save water and electricity.
We should take care of our pets.
We shouldn’t play near the pond.
We shouldn’t play a knife.
We shouldn’t pick the flowers in the park.
We shouldn’t meet the stranger.
2. ครูอา่ นนาทีละประโยคใหน้ ักเรยี นทั้งหมดอ่านตาม อ่านเปน็ กลุ่ม อ่านเป็นรายบุคคล
ตามลาดับ
Practice
1. ใหน้ กั เรียนเลน่ เกม Whisper เพอื่ ทบทวนบทเรียนเรอ่ื ง การถามเก่ียวกบั อาการต่าง ๆ
โดยมีวธิ กี ารเลน่ ดังน้ี
แบง่ กลุม่ ผู้เลน่ ออกเปน็ 2 ทีม จานวนเทา่ กนั
ใหผ้ ูเ้ ล่นยนื ตอ่ แถวกันโดยเวน้ ระยะหา่ งประมาณ 1 ชว่ งแขน
ใหผ้ เู้ ล่นทีย่ ืนคนแรกหันหนา้ ไปทางคณุ ครแู ละให้ผู้เลน่ คนอื่นๆหันหลังให้คุณครู
ครูวางบัตรภาพในตะกร้าท่เี ตรียมไว้ทค่ี นสุดท้ายของแตล่ ะแถว
ครโู ชวบ์ ตั รคาให้นกั เรยี นทีย่ นื คนแรกดู
ให้นักเรียนคนแรกของแตล่ ะทมี ไปกระซบิ ใหค้ นทย่ี นื ลาดับที่ 2 ของแตล่ ะแถว
นกั เรียนคนท่ี 2 ของแต่ละแถวกระซิบต่อไปยังนักเรียนท่ยี นื ลาดบั ท่ี 3
ทาแบบน้ีจนไปถงึ นักเรียนคนสุดทา้ ยต้องหยบิ บัตรภาพขนึ้ มาโชว์
ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกนั ตวจสอบความถูกต้องวา่ บัตรคาและบตั รภาพสมั พันธ์กันหรอื ไม่
ถ้าทมี ไหนสมั พนั ธ์กนั จะได้คะแนน
ให้นักเรยี นคนถดั ไปขยบั เปน็ ผ้เู ลน่ จนครบทกุ คน
นบั คะแนนที่ได้ ทมี ท่ีได้คะแนนมากกว่าเป็นผชู้ นะ
Production
1. นักเรียนทาแบบฝกึ หัดเรื่อง should & shouldn’t
2. ครเู ฉลยแบบฝึกหดั พร้อมบนั ทึกคะแนน ลงในแบบบนั ทึก และอธิบายเพ่ิมเติมกบั นกั เรยี น
ทมี่ คี ะแนนตา่ กวา่ เกณฑ์
Wrap up
1. นักเรยี นและครูช่วยกนั อภิปรายความรู้ ความเข้าใจเร่ือง เรื่อง should & shouldn’t
สอื่ การเรียนรู้
25. บทบาทสมมตุ กิ ารท้ิงขยะของครู
26. เกม Whisper!
27. แถบประโยคเร่อื ง should & shouldn’t
ชิ้นงาน หรอื ภาระงาน
13. แบบฝึกหัด Should & Shouldn’t
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
กิจกรรมท่ีประเมนิ เครอ่ื งมือที่ใชใ้ น วธิ กี ารประเมนิ เกณฑ์การประเมิน
สงั เกตเป็น
การประเมิน รายบคุ คล ระดบั 3 = ดี
ระดับ 2 = พอใช้
1. นกั เรียนร้คู า วลี และประโยค -แบบบนั ทึกการ สังเกตเปน็ ราย ระดบั 1 = ปรับปรุง
กลมุ่
เก่ียวกับการใช้ Should & สงั เกตพฤติกรรม ระดบั 3 = ดี
สังเกตเปน็ ระดับ 2 = พอใช้
Shouldn’t ในการบอกส่ิงทค่ี วร และบันทกึ คะแนน รายบคุ คล ระดับ 1 = ปรับปรงุ
ปฏบิ ตั แิ ละสง่ิ ท่ไี มค่ วรปฏิบัติ เปน็ รายบคุ คล ระดบั 3 = ดี
ระดับ 2 = พอใช้
เพอื่ ความปลอดภัยหรือเพื่อ ระดับ 1 = ปรับปรุง
ปอ้ งกนั อบุ ตั ิเหตุ(K)
2. อ่านคาศัพท์ ประโยค พดู ใช้ - แบบบันทึก
should & shouldn’t ในการ ผลงานการรายงาน
บอกส่ิงท่คี วรปฏิบตั ิและส่งิ ทีไ่ ม่ กลุ่ม
ควรปฏิบัติแสดงทา่ ทางเกี่ยวกบั
การเตอื นในสถานการณต์ ่างๆ
(P)
3.นักเรียนมจี ิตสานึกท่ีดี รู้จกั -แบบประเมินการ
แยกแยะสิ่งทค่ี วรและสงิ่ ท่ีไม่ อา่ นออกเสียง
ควรปฏิบตั ิ(A)
บนั ทกึ หลงั การจัดการเรยี นรู้
1.สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ า่ นเกณฑ์
ดา้ นความรู้ (K)นกั เรยี นร้คู า วลี และประโยคเกย่ี วกบั การ คน ร้อยละ คน ร้อยละ
ใช้ Should & Shouldn’t ในการบอกส่ิงท่ีควรปฏบิ ัติและ
สิง่ ทีไ่ มค่ วรปฏิบัติ เพือ่ ความปลอดภัยหรอื เพ่ือปอ้ งกัน
อบุ ัติเหตุ
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) อ่านคาศัพท์ ประโยค พดู ใช้
should & shouldn’t ในการบอกส่งิ ทีค่ วรปฏบิ ัติและสง่ิ ที่
ไมค่ วรปฏิบตั ิแสดงท่าทางเกย่ี วกับการเตือนในสถานการณ์
ต่างๆ.
คณุ ลกั ษณะ (A) นกั เรยี นมจี ิตสานกึ ท่ีดี รูจ้ ักแยกแยะสิ่งที่
รายชื่อนกั เรียนทีไ่ ม่ผา่ นมีดังน้ี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นท่ีไมผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒.ปัญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ………………………………….................. ผู้สอน
(นายจกั รพันธ์ นิลฉมิ )
ตาแหน่ง ครูคศ.1 โรงเรียนบา้ นบางเทา
วนั ท.ี่ ........ เดอื น .................... พ.ศ ...................
ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………………….
(นางสาวอภริ ดี หวงั แก้ว)
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
วันท่ี…………….เดอื น…………………..พ.ศ…………………..
ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ …………………………………………………….
(นางสาวมนทิรา บวั ชกู ้าน)
หัวหนา้ กล่มุ งานวชิ าการ
วันท่ี…………….เดอื น…………………..พ.ศ…………………..
ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของรองผอู้ านวยการบริหารงานวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .............................................
( นางจิรานี สาราญ)
รองผอู้ านวยการบริหารงานวิชาการ
วนั ท…่ี ……….เดือน………………พ.ศ…………………..
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของผอู้ านวยการโรงเรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ .............................................
( นายอุทัย เทศทศิ )
ผู้อานวยการโรงเรยี นบา้ นบางเทา
วันที่………….เดอื น………………พ.ศ………………
แผนการจัดการเรยี นรกู้ ลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563
เวลา 12 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรียนที่ 1 ชอื่ หนว่ ย Safety Comes First รหสั วิชา อ23101
เวลา 1 ชั่วโมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 9 เรอ่ื ง You must do it.
ชือ่ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
ตวั ชวี้ ัด
ต 1.1 ม.3/1 ปฏิบัตติ ามคาขอร้อง คาแนะนา คาช้แี จง และคาอธบิ ายทฟ่ี งั และอ่าน
ต 1.1 ม.3/2 อา่ นออกเสยี งข้อความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองสั้น ๆ ถูกต้องตามหลกั การอ่าน
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขยี นโตต้ อบขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เรอื่ งตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว สถานการณ์ ขา่ ว
เรอ่ื งท่ีอยู่ในความสนใจของสังคมและสื่อสารอยา่ งต่อเน่อื งและเหมาะสม
ต 1.3 ม.3/1 พดู และเขียนบรรยายเกย่ี วกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตกุ ารณ์ / เรอื่ ง/ ประเด็น
ตา่ งๆ ทีอ่ ยู่ในความสนใจของสงั คม
ต 4.2 ม.3/2 เผยแพร/่ ประชาสัมพันธข์ ้อมูลขา่ วสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่นเป็น
ภาษาต่างประเทศ
สาระสาคัญ
ความปลอดภัยเป็นส่ิงท่ีเราพึงปรารถนา ท้ังสถานการณ์หรือความไม่ปลอดภัยต่างๆ อุบัติเหตุสามารถ
เกดิ ขึ้นได้ตลอดเวลา โดยทเี่ ราไมค่ าดคิดมาก่อน การป้องกันจึงเป็นส่ิงจาเป็นท่ีเราพึงควรมีเพ่ือลดความเส่ียงในการ
เกิดอุบัตเิ หตุใหเ้ กิดขึ้นได้น้อยท่ีสุดน่ันเอง การเรียนรู้คาศัพท์เก่ียวกับส่ิงท่ีต้องกระทาและสิ่งท่ีต้องไม่กระทา นั้นมี
ความสาคัญต่อผู้เรียนเป็นอย่างมากนักเรียนสามารถสร้างประโยคได้จาก must / mustn’t เป็นการต่อยอดการ
เรียนรู้ภาษาอังกฤษ ทั้งยังสอดคล้องกับการเรียนในเร่ืองคุณธรรมอีกด้วย ทาให้ผู้เรียนสามารถนาไปใช้และพูดได้
อย่างมั่นใจ ทั้งยังเข้าใจหลักการใช้ท่ีแตกต่างกัน ซึ่งเป็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อนาไปใช้ในการเรียนหรือการ
สื่อสารในชวี ิตประจาวัน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้สตู่ ัวช้ีวดั
1. นักเรยี นรคู้ วามหมายของ must / mustn’t ในประโยคชนดิ ต่างๆของภาษาอังกฤษ (K)
2. อา่ นและพูดประโยคทใี่ ช้ must / mustn’t แตง่ ประโยคโดยใช้ must / mustn’t (P)
3. นักเรียนมีความตระหนักในการใชภ้ าษาให้ถกู ต้องและเป็นคนช่าสงั เกต (A)
สาระการเรยี นรู้
Vocabularies : must, must not, get burned, a knife, careful, get a shock, a light, save, fall down, a
plug socket, take care turn off, electricity, meet, rubbish, need, pick grass, yourself, tease, the
ground, people, throw, a place, a stranger, a lift
Sentences :
We mustn’t throw rubbish on the floor.
We must put rubbish in the bin.
We mustn’t play a knife.
We mustn’t play a match.
We must walk carefully on the slippery floor.
We mustn’t play near the pond.
We mustn’t walk on the grass.
We mustn’t pick the flowers in the park.
We mustn’t meet the stranger.
We must go to school early.
Function : must & mustn’t
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
√ ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการคดิ √ ความสามารถในการแกป้ ญั หา
√ ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
√ รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ √ ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ √ มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มนั่ ในการทางาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
Warm up
1. ให้นกั เรียนทบทวนความร้เู ดมิ เร่อื ง should & shouldn’t จากคาบเรียนทีแ่ ล้ว โดยครูพดู
ประโยค ภาษาไทย ให้นักเรียนพูดประโยคภาษาอังกฤษ เชน่
Teacher : พวกเราควรออกกาลงั กายอยา่ งนอ้ ย สัปดาห์ละ 3 คร้ัง
Students : We should take exercise at least 3 times a week.
2. ครถู ามนกั เรียนวา่ should & shouldn’t เป็นคาประเภทแนะนาหรือคาส่งั เชิงขอร้อง แตย่ ัง
3. มีคาสัง่ อีกประเภทท่ีเปน็ คาสัง่ ที่ต้องปฏบิ ตั ิและต้องไม่ปฏิบตั อิ ยา่ งเคร่งครัดนน่ั คอื การใชค้ าสง่ั must &
must not
Presentation
1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั ศกึ ษาจากใบความรู้ เรอ่ื งการใช้ must & mustn’t ในการบอกสิ่งทต่ี ้อง
ปฏิบัตแิ ละส่งิ ท่ีตอ้ งไมป่ ฏิบัติ โดยครูและนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายความเข้าใจหลักการใช้และ
ความหมาย
4. ครใู ชบ้ ัตรคา must และ mustn’t เปน็ สอื่ ประกอบการจดั การเรียนการสอนรว่ มกับแถบประโยคสิง่ ท่ีตอ้ ง
ปฏิบัตแิ ละสิ่งท่ีตอ้ งไม่ปฏิบตั ิ ดงั นี้
We ............... throw rubbish on the floor.
We ............... put rubbish in the bin.
We ................ play a knife.
We ................ play a match.
We ................. walk carefully on the slippery floor.
We ................ play near the pond.
We ................ walk on the grass.
We ................ pick the flowers in the park.
We ................ meet the stranger.
We …………….. go to school early.
3. ครตู ิดแถบประโยคดงั กล่าวบนกระดาน
4. ขออาสาสมัครนกั เรียน 1 คน และแจกบัตรคา must และ mustn’t ใหก้ บั นักเรียน
5. ให้นกั เรียนเลอื กวา่ จะเตมิ must หรือ mustn’t ในแถบประโยค
6. ครูและนกั เรยี นชว่ ยกนั เฉลยวา่ ตวั แทนนักเรยี นเลอื กถูกหรือไม่ พรอ้ มทงั้ อภิปรายความหมายแต่ละ
ประโยค
7. ครูอ่านนาทีละประโยคใหน้ ักเรยี นทงั้ หมดอ่านตาม อ่านเป็นกลมุ่ อ่านเปน็ รายบุคคล
ตามลาดบั
Practice
1. ใหน้ ักเรยี นเล่นเกม must or mustn’t เพอ่ื ทดสอบการฟังและความเขา้ ใจประโยค
2. แบ่งกลุม่ ให้นกั เรยี นเป็น 2 กลมุ่ โดยให้นักเรยี นนบั A และ B
3. ให้นกั เรยี นน่ังเรยี งแถวตอน A และ B นงั่ ตรงกันเป็นคู่ โดยให้นักเรยี นแถว A น่งั หนั หนา้ มาทางครู และ
นกั เรยี นแถว B น่ังหนั หลังใหค้ รู
4. ให้นักเรียนเล่นเกมทีละคู่ โดยเริม่ จากคู่หนา้ สุด โดยมีกตกิ าการเล่นดังน้ี
ครจู ะอา่ นประโยคค่ลู ะ 1 ประโยค ถ้านกั เรียนคิดวา่ เป็นสงิ่ ทีต่ ้องปฏิบตั ใิ หน้ กั เรียนยืนชนึ้ แตถ่ ้านักเรยี น
คดิ วา่ เป็นสง่ิ ที่ต้องไม่ปฏิบัตใิ หน้ ักเรียนนง่ั ลงเหมือนเดมิ
ตวั อยา่ งประโยค
- Nan runs on the wet floor.
- Jack walks on the grass in the park.
- Tim feeds his dog.
- Bell chats with the stranger on face book.
- Mike reads books every day.
- Tom talks aloud in the library.
- Bill picks flowers.
- Boss teases animals.
- Judy runs in the classroom.
- Nick copies homework.
นักเรยี นทตี่ อบถกู เปน็ ผชู้ นะ นกั เรยี นทเ่ี ลน่ เสร็จแล้วใหไ้ ปเขา้ แถวต่อท้ายสุด
ครูเขยี นคะแนนบนกระดานและใหค้ ูต่ อ่ ไปออกมาเลน่ เหมือนเดิมจนครบทุกคู่
ทมี ทีม่ คี ะแนนมากกว่าจะเปน็ ผชู้ นะ
Production
1. นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั เรอื่ ง must & must not
2. ครเู ฉลยแบบฝึกหัด พร้อมบันทึกคะแนนลงในแบบบนั ทกึ และอธิบายเพิ่มเตมิ กบั นักเรียนที่มี
คะแนนตา่ กวา่ เกณฑ์
Wrap up
1. นักเรยี นและครูช่วยกันอภปิ รายความรู้ ความเข้าใจเรอื่ ง must & must not
สอ่ื การเรยี นรู้
28. บัตรคา must or mustn’t
2. เกม must or mustn’t
3. แถบประโยคเร่อื ง must & mustn’t
ชน้ิ งาน หรือภาระงาน
14. แบบฝกึ หดั must or mustn’t
การวดั ผลประเมินผล
จดุ ประสงค์ วิธีการวดั และประเมินผล เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมนิ
1. นักเรยี นรู้ความหมายของ must / ตรวจสอบจากการทา กจิ กรรมการ
กิจกรรม อา่ นออกเสยี ง
mustn’t ในประโยคชนดิ ตา่ งๆของ
ภาษาองั กฤษ (K) สงั เกตและให้คะแนน กจิ กรรมและ นักเรียนอา่ นออกเสยี ง
ระหว่างทากจิ กรรมอา่ น ใบงาน และบอกความหมาย
2. อา่ นและพูดประโยคที่ใช้ must / ออกเสยี ง คาศพั ท์ไดถ้ กู ตอ้ งรอ้ ย
mustn’t แตง่ ประโยคโดยใช้ must / แบบบนั ทึก ละ 60 ขน้ึ ไป
mustn’t (P) พฤติกรรม ใบงานถกู ตอ้ งร้อยละ
70 ขึ้นไป
3. นกั เรยี นมคี วามตระหนักในการใช้ - ตรวจชน้ิ งาน
ภาษาให้ถูกต้องและเป็นคนช่างสงั เกต พฤตกิ รรมด้านความ
( A ) กระตือรอื รน้
บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
1.สรุปผลการจัดการเรียนรู้
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ า่ นเกณฑ์
ดา้ นความรู้ (K)นักเรียนรูค้ วามหมายของ must / คน รอ้ ยละ คน ร้อยละ
mustn’t ในประโยคชนิดต่างๆของภาษาอังกฤษ
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) อ่านและพดู ประโยคทใ่ี ช้
must / mustn’t แต่งประโยคโดยใช้ must / mustn’t
คุณลักษณะ (A) . นักเรยี นมีความตระหนกั ในการใช้ภาษา
ให้ถกู ต้องและเป็นคนช่างสงั เกต
รายช่ือนกั เรยี นทไี่ มผ่ า่ นมีดังนี้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไขนกั เรียนทไ่ี มผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒.ปญั หาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ………………………………….................. ผู้สอน
(นายจกั รพันธ์ นิลฉมิ )
ตาแหนง่ ครูคศ.1 โรงเรยี นบ้านบางเทา
วนั ท.่ี ........ เดือน .................... พ.ศ ...................
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลุม่ สาระ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื …………………………………………………….
(นางสาวอภิรดี หวังแกว้ )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
วันท่ี…………….เดอื น…………………..พ.ศ…………………..
ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ …………………………………………………….
(นางสาวมนทิรา บัวชกู ้าน)
หวั หน้ากลุ่มงานวชิ าการ
วนั ที่…………….เดอื น…………………..พ.ศ…………………..
ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของรองผอู้ านวยการบรหิ ารงานวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ.............................................
( นางจิรานี สาราญ)
รองผอู้ านวยการบรหิ ารงานวิชาการ
วันท…่ี ……….เดอื น………………พ.ศ…………………..
ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผูอ้ านวยการโรงเรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ .............................................
( นายอุทยั เทศทศิ )
ผูอ้ านวยการโรงเรียนบา้ นบางเทา
วันท่ี………….เดือน………………พ.ศ………………
แผนการจัดการเรยี นรกู้ ลุม่ สาระภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
หน่วยการเรียนที่ 1 ช่ือหน่วย Safety Comes First เวลา 12 ช่วั โมง
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 10 เรอ่ื ง Oh dear! รหสั วิชา อ23101
ชือ่ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 1 ช่ัวโมง
สอนวนั ท่ี ..... เดือน ............. พ.ศ. 256...
ตวั ชว้ี ัด
ต 1.1 ม.3/1 ปฏบิ ัติตามคาขอรอ้ ง คาแนะนา คาชแ้ี จง และคาอธบิ ายทฟี่ ังและอา่ น
ต 1.1 ม.3/2 อ่านออกเสยี งขอ้ ความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองส้นั ๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การอา่ น
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขยี นโตต้ อบข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง เร่ืองต่าง ๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ขา่ ว
เรอื่ งท่อี ยใู่ นความสนใจของสังคมและสื่อสารอยา่ งตอ่ เนอ่ื งและเหมาะสม
ต 1.3 ม.3/1 พูดและเขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ / เรื่อง/ ประเด็น
ตา่ งๆ ที่อยู่ในความสนใจของสังคม
ต 4.2 ม.3/2 เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ข้อมลู ข่าวสารของโรงเรยี น ชมุ ชน และทอ้ งถิ่นเปน็
ภาษาตา่ งประเทศ
สาระสาคญั
ความปลอดภัยเป็นส่ิงท่ีเราพึงปรารถนา ทั้งสถานการณ์หรือความไม่ปลอดภัยต่างๆ อุบัติเหตุสามารถ
เกิดข้ึนไดต้ ลอดเวลา โดยท่ีเราไม่คาดคดิ มาก่อน การป้องกันจึงเป็นส่ิงจาเป็นท่ีเราพึงควรมีเพื่อลดความเสี่ยงในการ
เกดิ อบุ ัตเิ หตใุ ห้เกิดขึน้ ได้น้อยทีส่ ดุ น่นั เอง
จดุ ประสงค์การเรียนรสู้ ตู่ ัวช้ีวดั
22. นกั เรียนรู้หลกั การทางภาษาและอาการบาดเจบ็ ต่างๆท่เี กดิ จากอุบัติเหตุ ( K )
23. นกั เรยี นฟงั อ่านคาศัพท์ ประโยค บทสนทนาเก่ยี วกับอาการบาดเจ็บตา่ งๆทเ่ี กิดจากอุบัติเหตุ ( P )
24. นกั เรยี นมีความตระหนักในการปอ้ งกนั ตัวเองใหป้ ลอดภยั จากอบุ ัตเิ หตุ (A )
สาระการเรียนรู้
25. Vocabulary : sprain your wrist, bang your head, twist your ankle, cut your finger, break
your leg, hurt your back
26. Structure :
Have you ever sprained your wrist?
How did it happen?
27. Sentences :
I’m in terrible pain.
I’ll be in touch.
I hope everything will be O.K.
I’m sorry to hear that but I’m sure you’ll be all right.
My ankle hurts.
Oh dear! You poor thing!
Cheer up! It might not be that bad! Killing me.
Function : Obligation
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
√ ความสามารถในการสือ่ สาร ความสามารถในการคิด √ ความสามารถในการแกป้ ัญหา
√ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
√ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ √ ซอื่ สัตยส์ จุ ริต √ มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้
อย่อู ย่างพอเพียง มุง่ ม่นั ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
Warm up
22. ครูใช้บัตรภาพอาการเจ็บที่เกิดจากอุบัติเหตุต่างๆ โดยถามนักเรียนเป็นประโยคภาษาอังกฤษ ให้นักเรียน
ตอบคาถาม ดังน้ี
Have you ever had any of the accidents in the pictures?
23. ครูแจง้ ใหท้ ราบวา่ กาลังจะเรียนเรอ่ื ง อาการเจบ็ ที่เกิดจากอบุ ัติเหตุต่างๆ
Presentation
25. ครใู ชใ้ บความรู้ เปน็ สือ่ ประกอบการจดั การเรยี น การสอน โดยใหน้ กั เรียนฝึกการอ่าน และทาความเขา้ ใจ
เรื่องอาการเจ็บท่เี กดิ จากอบุ ัติเหตตุ ่างๆ
26. ครใู ช้บตั รคาศพั ทเ์ ร่ือง อาการเจ็บท่ีเกิดจากอุบัตเิ หตตุ ่างๆ สอนให้นกั เรยี นอา่ น ดงั น้ี
sprain your wrist, bang your head, twist your ankle, cut your finger,
break your leg, hurt your back
ครู model การออกเสยี งใหน้ ักเรยี นฟังโดยการอา่ นออกเสียงดัง เสียงเบา และเสียงปานกลาง ตามลาดับเพ่ือดึงดูด
ให้นกั เรียนตั้งใจฟัง
24. ครูใช้แถบประโยคเร่ือง อาการเจ็บที่เกิดจากอุบัติเหตุต่างๆ เป็นสื่อประกอบการจัดการเรียน การสอนฝึกให้
นักเรยี นอา่ น โดยครอู า่ นนาใหน้ ักเรยี นท้ังหมดอ่านตาม อา่ นเปน็ กลุ่มและอ่านเป็นรายบุคคลตามลาดับ ดงั นี้
I’m in terrible pain.
I’ll be in touch.
I hope everything will be O.K.
I’m sorry to hear that but I’m sure you’ll be all right.
My ankle hurts.
Oh dear! You poor thing!
Cheer up! It might not be that bad! Killing me.
27. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปความเข้าใจ ความหมายของคาศพั ท์ร่วมกันอีกครง้ั
Practice
11. ใหน้ กั เรยี นจับคู่สนทนา ระดมความคิด ในการตอบคาถามจากรูปประโยคที่ครูกาหนดให้
Have you ever ………………..?
How did it happen?
12. ให้นักเรยี นแตล่ ะคู่ นาเสนอคาตอบของตนเองให้เพอ่ื นๆฟงั เพ่ือแลกเปล่ยี นเรยี นรู้กนั
Production
15. ให้นักเรียนทากิจกรรม Mingle Survey โดยใช้แบบสารวจท่ีครูแจกให้ เดินไปสัมภาษณ์เพื่อนๆ รอบๆ
ห้องเรยี น
Wrap up
8. ครูประเมินความรู้ ความเขา้ ใจโดยใชค้ าถามเชือ่ มโยงใหน้ กั เรียนตอบ
สือ่ การเรยี นรู้
29. บัตรคาศพั ทเ์ รอื่ ง อาการเจบ็ ทีเ่ กดิ จากอุบัตเิ หตตุ ่างๆ
30. แถบประโยคเร่อื ง อาการเจ็บทเ่ี กิดจากอบุ ตั ิเหตตุ ่างๆ
ชน้ิ งาน หรอื ภาระงาน
15. กิจกรรม Mingle Survey
การวัดผลประเมินผล วธิ กี ารวัดและ เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
จดุ ประสงค์ ประเมนิ ผล
ตรวจสอบจากการทา กิจกรรมการอา่ น
1. นกั เรียนรูห้ ลักการทางภาษา กจิ กรรม ออกเสยี ง
และอาการบาดเจ็บต่างๆท่ีเกิด
จากอบุ ตั ิเหตุ (K) สังเกตและให้คะแนน กจิ กรรมและใบ นักเรยี นอา่ นออกเสยี งและ
ระหว่างทากิจกรรม งาน บอกความหมายคาศัพท์ได้
2. นักเรยี นฟัง อา่ นคาศพั ท์ อา่ นออกเสียง ถูกต้องรอ้ ยละ 60 ขึน้ ไป
ประโยค บทสนทนาเก่ยี วกับ แบบบันทึก ใบงานถกู ต้องรอ้ ยละ 70
อาการบาดเจบ็ ต่างๆทเ่ี กิดจาก - ตรวจชิน้ งาน พฤติกรรม ข้ึนไป
อบุ ัตเิ หตุ (P) พฤตกิ รรมด้านความ
กระตอื รือรน้
3. นกั เรียนมคี วามตระหนักใน
การป้องกนั ตวั เองให้ปลอดภัย
จากอุบตั เิ หตุ (A)
บนั ทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้
1.สรปุ ผลการจัดการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ า่ นเกณฑ์
ดา้ นความรู้ (K).นักเรียนร้หู ลักการทางภาษาและอาการ คน รอ้ ยละ คน ร้อยละ
บาดเจ็บตา่ งๆท่เี กดิ จากอบุ ตั ิเหตุ
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Pนกั เรียนฟงั อา่ นคาศัพท์
ประโยค บทสนทนาเกี่ยวกับอาการบาดเจบ็ ต่างๆทีเ่ กดิ
จากอบุ ตั เิ หตุ)
คุณลกั ษณะ (A) นักเรยี นมีความตระหนกั ในการปอ้ งกนั
ตวั เองให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ
รายชือ่ นักเรยี นที่ไม่ผ่านมดี ังน้ี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแก้ไขนกั เรียนท่ีไม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒.ปญั หาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ………………………………….................. ผู้สอน
(นายจกั รพันธ์ นิลฉมิ )
ตาแหนง่ ครคู ศ.1 โรงเรยี นบา้ นบางเทา
วันท่.ี ........ เดือน .................... พ.ศ ...................
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลุม่ สาระ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………………….
(นางสาวอภริ ดี หวงั แก้ว)
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
วนั ท่ี…………….เดือน…………………..พ.ศ…………………..
ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………………….
(นางสาวมนทิรา บวั ชกู ้าน)
หัวหนา้ กลมุ่ งานวชิ าการ
วันที่…………….เดือน…………………..พ.ศ…………………..
ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของรองผอู้ านวยการบริหารงานวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .............................................
( นางจิรานี สาราญ)
รองผอู้ านวยการบรหิ ารงานวชิ าการ
วันท…ี่ ……….เดอื น………………พ.ศ…………………..
ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผูอ้ านวยการโรงเรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ .............................................
( นายอุทยั เทศทศิ )
ผู้อานวยการโรงเรยี นบา้ นบางเทา
วันท่ี………….เดือน………………พ.ศ………………
แผนการจัดการเรยี นรกู้ ลุ่มสาระภาษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
หน่วยการเรยี นท่ี 6 ชือ่ หน่วย Safety Comes First เวลา 11 ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 11 เรื่อง Safe Surfing รหสั วิชา อ23101
ชือ่ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 เวลา 1 ชั่วโมง
สอนวันท่ี ..... เดอื น ................. พ.ศ. 256....
ตวั ชว้ี ัด
ต 1.1 ม.3/1 ปฏิบัตติ ามคาขอรอ้ ง คาแนะนา คาชีแ้ จง และคาอธิบายทฟี่ ังและอา่ น
ต 1.1 ม.3/2 อ่านออกเสียงขอ้ ความ ข่าว โฆษณา และบทรอ้ ยกรองสั้น ๆ ถกู ตอ้ งตามหลกั การอ่าน
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขียนโต้ตอบขอ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ขา่ ว
เร่ืองทอี่ ยใู่ นความสนใจของสงั คมและสือ่ สารอย่างตอ่ เนื่องและเหมาะสม
ต 1.3 ม.3/1 พูดและเขยี นบรรยายเก่ียวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ / เรอื่ ง/ ประเด็น
ตา่ งๆ ท่ีอยู่ในความสนใจของสงั คม
ต 4.2 ม.3/2 เผยแพร/่ ประชาสมั พนั ธข์ ้อมูลขา่ วสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถน่ิ เปน็
ภาษาต่างประเทศ
สาระสาคญั
ความปลอดภัยเป็นส่ิงท่ีเราพึงปรารถนา ทั้งสถานการณ์หรือความไม่ปลอดภัยต่างๆ อุบัติเหตุสามารถ
เกดิ ข้ึนได้ตลอดเวลา โดยทเ่ี ราไมค่ าดคดิ มากอ่ น การป้องกันจึงเป็นสิ่งจาเป็นท่ีเราพึงควรมีเพ่ือลดความเส่ียงในการ
เกดิ อบุ ัตเิ หตุใหเ้ กดิ ขนึ้ ได้น้อยท่สี ุดนน่ั เอง ทุกวนั นภ้ี ัยมาจากหลากหลายช่องทาง โดยเฉพาะอย่างย่ิง ภัยที่มาจากสื่อ
อนิ เตอรเ์ นต็ ซงึ่ เปน็ ส่งิ ที่สามารถเขา้ ถึงตวั บุคคลไดท้ ุกวยั การเรียนเรื่องความปลอดภัยในการใช้ส่ืออินเตอร์เน็ตจึงมี
ประโยชนแ์ ละมีความจาเปน็ อย่างยง่ิ
จดุ ประสงค์การเรียนรูส้ ู่ตัวชี้วดั
25. นกั เรยี นร้หู ลักการทางภาษา ภยั และการป้องกนั ภยั ทม่ี าจากสอ่ื อินเตอร์เนต็ ( K )
26. นกั เรยี นฟงั อา่ นคาศพั ท์ ประโยค บทสนทนาเกย่ี วกับภยั และการปอ้ งกันภยั ท่มี าจากสือ่ อินเตอรเ์ น็ต ( P )
27. นักเรยี นมคี วามตระหนกั ในการป้องกนั ตวั เองใหป้ ลอดภัยจากภยั และการป้องกนั ภัยที่มาจากสื่อ
อนิ เตอรเ์ นต็ (A )
สาระการเรยี นรู้
28. Vocabulary : internet, keep in touch, surfing habits, privacy, Beware of chat rooms, protect
your system, stick to what you know, keep online friendships in the virtual world
29. Structure :
What’s its purpose?
Who is it addressed to?
30. Sentences :
Always use a good antivirus program to protect your system.
Antivirus program.
Run program.
Make backups of your data.
Online friends.
Visit chat rooms.
Use a nickname.
Grab a mouse.
Share personal information.
Function : Obligation
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
√ ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการคิด √ ความสามารถในการแกป้ ัญหา
√ ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
√ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ √ ซ่ือสัตย์สจุ รติ √ มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้
อยู่อยา่ งพอเพยี ง ม่งุ ม่นั ในการทางาน รักความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
Warm up
25. ครูเกริ่นนาเพ่ือเข้าสบู่ ทเรียน โดยถามนกั เรยี นเป็นประโยคภาษาอังกฤษ ใหน้ กั เรยี นตอบคาถาม ดงั น้ี
Have you ever had any problems with surfing internet?
26. ครูแจง้ ให้ทราบวา่ กาลงั จะเรยี นเรื่อง ภัยและการปอ้ งกันภัยท่ีมาจากส่ืออนิ เตอร์เนต็
Presentation
28. ครูใช้ใบความรู้ เป็นสื่อประกอบการจัดการเรียน การสอน โดยใหน้ กั เรยี นฝึกการอา่ น และทาความเขา้ ใจ
เรื่องภัยและการป้องกันภยั ทีม่ าจากส่ืออินเตอรเ์ น็ต
29. ครูใชบ้ ตั รคาศพั ท์เรอ่ื ง ภยั และการป้องกนั ภยั ท่มี าจากสอื่ อนิ เตอรเ์ นต็ สอนให้นักเรยี นอา่ น ดังน้ี
internet, keep in touch, surfing habits, privacy, Beware of chat rooms,
protect your system, stick to what you know, keep online friendships in
the virtual world
ครู model การออกเสยี งให้นกั เรียนฟังโดยการอ่านออกเสียงดัง เสียงเบา และเสียงปานกลาง ตามลาดับเพ่ือดึงดูด
ให้นักเรียนตั้งใจฟงั
27. ครูใช้แถบประโยคเรื่อง ภัยและการป้องกันภัยท่ีมาจากส่ืออินเตอร์เน็ต เป็นส่ือประกอบการจัดการเรียน การ
สอนฝึกใหน้ ักเรียนอ่าน โดยครูอ่านนาให้นักเรียนทั้งหมดอ่านตาม อ่านเป็นกลุ่มและอ่านเป็นรายบุคคลตามลาดับ
ดงั น้ี
Always use a good antivirus program to protect your system.
Antivirus program.
Run program.
Make backups of your data.
Online friends.
Visit chat rooms.
Use a nickname.
Grab a mouse.
Share personal information.
30. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรปุ ความเข้าใจ ความหมายของคาศพั ท์ร่วมกนั อกี คร้ัง
Practice
13. ใหน้ ักเรียนจับคู่สนทนา เร่ืองความปลอดภัยทเ่ี กิดจากสื่ออนิ เตอร์เน็ต
Production
16. นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั เรอื่ ง ภัยและการป้องกนั ภัยท่ีมาจากสอ่ื อนิ เตอรเ์ นต็
17. ครูเฉลยแบบฝกึ หดั พร้อมบันทึกคะแนนลงในแบบบนั ทึก และอธิบายเพิ่มเติมกับนักเรียนท่ีมีคะแนนต่ากว่า
เกณฑ์
Wrap up
9. ครูและนักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรุปความรู้ ความเข้าใจเนอ้ื หาทเ่ี รียนร่วมกันอกี ครั้ง
ส่อื การเรียนรู้
31. บตั รคาศัพท์เรื่อง ภัยและการป้องกนั ภยั ท่มี าจากส่ืออนิ เตอร์เนต็
32. แถบประโยคเรือ่ ง ภัยและการป้องกนั ภัยท่ีมาจากสื่ออินเตอร์เน็ต
33. ใบความรู้เร่ือง ภัยและการปอ้ งกนั ภยั ท่ีมาจากสือ่ อนิ เตอร์เน็ต
ชน้ิ งาน หรอื ภาระงาน
16. จบั คู่สนทนา เรื่องภัยและการปอ้ งกันภัยท่มี าจากสื่ออินเตอร์เน็ต
17. ทาแบบฝึกหัด เรื่อง ภยั และการป้องกันภยั ที่มาจากสื่ออินเตอรเ์ น็ต
การวัดผลประเมินผล วธิ ีการวดั และ เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
จุดประสงค์ ประเมนิ ผล
ตรวจสอบจากการทา กจิ กรรมการอา่ น
1. นกั เรียนรหู้ ลกั การทางภาษา กจิ กรรม ออกเสยี ง
ภัยและการป้องกนั ภัยทม่ี าจาก
สอื่ อนิ เตอรเ์ น็ต (K)
2. นักเรียนฟงั อ่านคาศพั ท์ สังเกตและให้คะแนน กิจกรรมและใบ นักเรียนอา่ นออกเสยี งและ
ประโยค บทสนทนาเกี่ยวกับภยั ระหว่างทากิจกรรม งาน บอกความหมายคาศพั ท์ได้
และการปอ้ งกันภัยท่มี าจากส่อื อ่านออกเสียง ถูกต้องร้อยละ 60 ข้ึนไป
อนิ เตอร์เน็ต (P) แบบบันทกึ ใบงานถูกตอ้ งรอ้ ยละ 70
- ตรวจชน้ิ งาน พฤติกรรม ขึ้นไป
3. นักเรยี นมีความตระหนักใน พฤติกรรมด้านความ
การปอ้ งกนั ตัวเองใหป้ ลอดภัย กระตอื รือร้น
จากภยั และการป้องกนั ภัยที่มา
จากสอ่ื อินเตอร์เน็ต (A)
บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้
1.สรปุ ผลการจดั การเรียนรู้
จุดประสงค์การเรยี นรู้ ผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่านเกณฑ์
ด้านความรู้ (K)นักเรยี นรหู้ ลกั การทางภาษา ภัยและการ คน ร้อยละ คน รอ้ ยละ
ปอ้ งกันภัยทีม่ าจากส่ืออนิ เตอร์เนต็
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) นกั เรียนฟัง อา่ นคาศัพท์
ประโยค บทสนทนาเกีย่ วกบั ภัยและการปอ้ งกันภัยท่มี า
จากสื่ออินเตอรเ์ นต็ .
คุณลักษณะ (A)นกั เรยี นมคี วามตระหนักในการปอ้ งกนั
ตวั เองให้ปลอดภยั จากภยั และการป้องกนั ภัยท่มี าจากส่ือ
อินเตอร์เน็ต
รายชือ่ นักเรยี นทไ่ี ม่ผ่านมดี งั นี้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทไ่ี มผ่ ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒.ปญั หาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ………………………………….................. ผสู้ อน
(นายจกั รพันธ์ นลิ ฉิม)
ตาแหน่ง ครูคศ.1 โรงเรยี นบ้านบางเทา
วนั ที่......... เดอื น .................... พ.ศ ...................
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลุม่ สาระ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………………….
(นางสาวอภริ ดี หวงั แก้ว)
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
วนั ท่ี…………….เดือน…………………..พ.ศ…………………..
ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………………….
(นางสาวมนทิรา บวั ชกู ้าน)
หัวหนา้ กลมุ่ งานวชิ าการ
วันที่…………….เดือน…………………..พ.ศ…………………..
ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของรองผอู้ านวยการบริหารงานวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .............................................
( นางจิรานี สาราญ)
รองผอู้ านวยการบรหิ ารงานวชิ าการ
วันท…ี่ ……….เดอื น………………พ.ศ…………………..
ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผูอ้ านวยการโรงเรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ .............................................
( นายอุทยั เทศทศิ )
ผู้อานวยการโรงเรยี นบา้ นบางเทา
วันท่ี………….เดือน………………พ.ศ………………
แผนการจดั การเรียนรู้กลุ่มสาระภาษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
หนว่ ยการเรยี นที่ 6 ชอ่ื หน่วย Safety comes first เวลา 12 ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 12 เรือ่ ง Review safety รหสั วิชา อ23101
ชอ่ื รายวชิ า ภาษาอังกฤษ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 เวลา 1 ชัว่ โมง
ตวั ช้ีวัด
ต 1.1 ม.3/1 ปฏิบตั ติ ามคาขอรอ้ ง คาแนะนา คาชแี้ จง และคาอธิบายทฟี่ งั และอ่าน
ต 1.1 ม.3/2 อ่านออกเสียงขอ้ ความ ขา่ ว โฆษณา และบทร้อยกรองสั้น ๆ ถกู ตอ้ งตามหลกั การอา่ น
ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขียนโตต้ อบขอ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง เรอ่ื งตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว สถานการณ์ ขา่ ว
เร่ืองที่อยใู่ นความสนใจของสังคมและส่ือสารอย่างตอ่ เนอื่ งและเหมาะสม
ต 1.3 ม.3/1 พูดและเขยี นบรรยายเก่ยี วกบั ตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตกุ ารณ์ / เร่อื ง/ ประเด็น
ต่างๆ ท่อี ยู่ในความสนใจของสังคม
ต 4.2 ม.3/2 เผยแพร/่ ประชาสัมพนั ธข์ ้อมูลข่าวสารของโรงเรยี น ชุมชน และท้องถิ่นเป็น
ภาษาต่างประเทศ
สาระสาคญั
ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่เราพึงปรารถนา ท้ังสถานการณ์หรือความไม่ปลอดภัยต่างๆ อุบัติเหตุสามารถ
เกดิ ข้ึนได้ตลอดเวลา โดยทเ่ี ราไม่คาดคดิ มาก่อน การป้องกันจึงเป็นสิ่งจาเป็นท่ีเราพึงควรมีเพื่อลดความเสี่ยงในการ
เกิดอุบัตเิ หตใุ หเ้ กิดขึ้นไดน้ อ้ ยทสี่ ดุ น่นั เอง
จดุ ประสงค์การเรยี นรสู้ ตู่ วั ชวี้ ดั
1. นกั เรยี นรจู้ ักทบทวนความรู้ ความเขา้ ใจ เพ่ือสรปุ เป็นองคค์ วามรทู้ ่ถี าวรในเรื่องความปลอดภัยเป็นเร่ืองใกล้
ตวั และมคี วามสาคญั
2. นักเรยี นทบทวนเรือ่ งความปลอดภยั เป็นเร่อื งใกลต้ ัวและมคี วามสาคญั
3. นักเรียนมคี วามมงุ่ ม่ันในการทางาน ปฏบิ ัตติ นอย่บู นแนวทางทถี่ ูกตอ้ ง
สาระการเรียนรู้
Vocabularies : Safety
Sentences / Structures : Safety
Functions : Present perfect
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
√ ความสามารถในการสื่อสาร √ ความสามารถในการคิด √ ความสามารถในการแก้ปัญหา
√ ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ √ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
√ รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ √ ซื่อสตั ยส์ ุจริต √ มวี ินยั √ ใฝเ่ รียนรู้
√ อยู่อย่างพอเพยี ง √ มุง่ มัน่ ในการทางาน √ รกั ความเป็นไทย √ มีจิตสาธารณะ
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
Warm up
1. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่านักเรียนได้เรียนบทเรียนเรื่อง Safety จบแล้ว ในช่ัวโมงเรียนน้ีให้นักเรียน
ทบทวนความเข้าใจจากทเี่ รยี นมาแล้วแตล่ ะบทนนั่ เอง
Presentation
1. ครูใช้บัตรภาพ เร่ือง Safetyทง้ั หมดเปน็ ส่อื ประกอบการจัดการเรยี น การสอน โดยครูชูบัตรคาศัพท์ทีละคา
ให้นักเรียนอ่านและแปลความหมาย
2. ให้นักเรยี นอา่ นและทบทวนจากใบความรู้เรือ่ ง Safety ของแต่ละบท
3. ครูใชแ้ ถบประโยคของแตล่ ะบทเปน็ สื่อให้นกั เรยี นอา่ นและแปลความหมาย
Practice
1. ให้นักเรียนเลน่ เกมบงิ โกคาศพั ทเ์ รื่อง Safety
Product
1. ใหน้ ักเรยี นทา Mind map สรุปเนอ้ื หาทั้งหมดทเี่ รยี นจากหนว่ ย Safety
2. ครูบนั ทกึ คะแนนลงในแบบบนั ทกึ อธิบายเพิม่ เติมกบั นกั เรยี นทมี่ ีคะแนนตา่ กวา่ เกณฑ์
Wrap up
1. ครูและนักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น การแนะนาการนาเสนอผลงานของนกั เรยี นให้คา ติชมเพ่ือการ
ปรับปรุงพฒั นาการนาเสนอและการทางานที่ไดร้ ับมอบหมายใหม้ ีประสิทธภิ าพในโอกาสตอ่ ไป
สื่อการเรียนการสอน
1. แถบประโยคเรื่อง Safety
2. บตั รคาเร่ือง Safety
3. Bingo คาศัพทเ์ ร่ือง Safety
ช้นิ งาน / ภาระงาน
1. Mind map เร่อื ง Safety
การวัดผลและประเมินผลการเรยี นรู้
กจิ กรรมท่ปี ระเมิน เครอ่ื งมือที่ใช้ในการ วิธกี ารประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
ประเมิน สังเกตเปน็
รายบุคคล ระดับ 3 = ดี
1. นักเรียนรู้จักทบทวน -แบบบันทึกการสังเกต ระดบั 2 = พอใช้
ความรู้ ความเขา้ ใจ เพือ่ พฤติกรรมและบนั ทึก สงั เกตเปน็ ราย ระดับ 1 = ปรับปรงุ
สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ทถ่ี าวร คะแนนเป็นรายบุคคล กล่มุ
ในเร่อื งขอ้ มลู ส่วนบุคคล ระดบั 3 = ดี
เปน็ เรอ่ื งใกลต้ ัวและมี สังเกตเป็น ระดบั 2 = พอใช้
รายบุคคล ระดบั 1 = ปรับปรงุ
ความสาคญั (K)
2. นกั เรยี นทบทวนเรื่อง - แบบบันทึกผลงานการ ระดับ 3 = ดี
ข้อมลู ส่วนบุคคลเปน็ เรอ่ื ง รายงานกลมุ่ ระดับ 2 = พอใช้
ใกลต้ วั และมคี วามสาคญั ระดับ 1 = ปรบั ปรุง
(P)
3. นักเรียนมีความมงุ่ มัน่ ใน -แบบประเมินความ
การทางาน ปฏิบตั ิตนอยู่ พฤติกรรม
บนแนวทางทถี่ ูกต้อง(A)
บนั ทึกหลงั การจัดการเรยี นรู้
1.สรุปผลการจดั การเรียนรู้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ผ่านเกณฑ์ ไม่ผา่ นเกณฑ์
ด้านความรู้ (K) นกั เรียนรจู้ กั ทบทวนความรู้ ความเขา้ ใจ คน ร้อยละ คน ร้อยละ
เพื่อสรปุ เป็นองค์ความรทู้ ีถ่ าวรในเร่อื งข้อมูลส่วนบุคคล
เป็นเร่ืองใกลต้ วั และมีความสาคัญ
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)นกั เรียนทบทวนเรือ่ งขอ้ มลู
สว่ นบคุ คลเป็นเรอ่ื งใกลต้ ัวและมีความสาคญั )
คณุ ลกั ษณะ (A) นกั เรียนมคี วามมงุ่ มั่นในการทางาน
ปฏบิ ัตติ นอย่บู นแนวทางท่ถี กู ต้อง
รายชอื่ นักเรยี นท่ไี ม่ผา่ นมดี งั น้ี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนทไี่ ม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒.ปัญหาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ………………………………….................. ผสู้ อน
(นายจกั รพนั ธ์ นิลฉมิ )
ตาแหน่ง ครูคศ.1 โรงเรียนบ้านบางเทา
วันท่.ี ........ เดอื น .................... พ.ศ ...................
ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลุม่ สาระ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………………….
(นางสาวอภริ ดี หวงั แก้ว)
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
วนั ท่ี…………….เดือน…………………..พ.ศ…………………..
ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………………….
(นางสาวมนทิรา บวั ชกู ้าน)
หัวหนา้ กลมุ่ งานวชิ าการ
วันที่…………….เดือน…………………..พ.ศ…………………..
ความคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะของรองผอู้ านวยการบริหารงานวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ .............................................
( นางจิรานี สาราญ)
รองผอู้ านวยการบรหิ ารงานวชิ าการ
วันท…ี่ ……….เดอื น………………พ.ศ…………………..
ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผูอ้ านวยการโรงเรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ .............................................
( นายอุทยั เทศทศิ )
ผู้อานวยการโรงเรยี นบา้ นบางเทา
วันท่ี………….เดือน………………พ.ศ………………