The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sup Aid, 2024-03-16 01:24:24

บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ป.2

ป.2

บันทึกผลหลังกำรจัดกำรเรียนรู้ ด้ำนควำมรู้(K) นักเรียนสามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงของทะเลในกล่องเมื่อท าให้เกิดคลื่นด้วยวิธีการต่าง ๆได้ ร้อยละ 90 ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร (P) นักเรียนสามารถออกแบบวิธีการทดสอบทะเลในกล่องได้ ร้อยละ 90 (P) ด้ำนจิตวิทยำศำสตร์(A) นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ได้ ร้อยละ 95 ด้ำนสมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน สื่อสารและน าความรู้เรื่องการสร้างแบบจ าลองเรือไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ร้อยละ 80 ด้ำนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น ร้อยละ 100 2. พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ร้อยละ 80 3. ท างานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ร้อยละ 100 ปัญหำ/อุปสรรค และแนวทำงแก้ไข ควรประเมินทักษะการแก้ปัญหาและการปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคลจากแบบสังเกต พฤติกรรมเพิ่มเติม ลงชื่อ............................................... ครูผู้สอน (นางสาวเมษา ลาปะ) ต าแหน่ง ครู โรงเรียนบ้านโนนใหญ่


ควำมเห็นของผู้บริหำรสถำนศึกษำ แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบครบถ้วน นักเรียนมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม ออกแบบ กิจกรรมแบบส่วนร่วม เห็นสมควรใช้สอนได้ ลงชื่อ........................................................ผู้บริหารสถานศึกษา (นางสาวสาวิตรี คล้ายจันทร์) ต าแหน่ง ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านโนนใหญ่


ภาพนักเรียนก าลังเลือกอุปกรณ์ ภาพนักเรียนก าลังสร้างทะเลในกล่อง ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม ขณะปฏิบัติกิจกรรม


4.2 กำรน ำเสนอผลงำน ภาพนักเรียนก าลังทดสอบทะเลในกล่อง ภาพนักเรียนก าลังทดสอบทะเลในกล่อง ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม ขณะปฏิบัติกิจกรรม


ภาพนักเรียนน าเสนอผลงาน ภาพนักเรียนน าเสนอผลงาน ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม กำรน ำเสนอผลงำน


ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม ขณะปฏิบัติกิจกรรม


แบบบันทึกกิจกรรม “ทะเลในกล่อง” ชื่อ……………………………………………………ชั้น……..……..เลขที่……..…กลุ่มที่………... ค ำชี้แจง ให้นักเรียนวาดแบบจ าลองทะเลในกล่องและบันทึกผลการเกิดคลื่น รูปภำพแบบจ ำลองทะเลในกล่อง วิธีท ำให้เกิดคลื่น กำรเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ เคาะข้างกล่อง ………………………………………………..………………………………………………..…….. ………………………………………………..………………………………………………..…….. ………………………………………………..…………………………………………………..….. เอียงกล่อง ………………………………………………..…………………………………………………..….. ………………………………………………..…………………………………………………..….. ………………………………………………..……………………………………………………….. เป่า ………………………………………………..………………………………………..…………….. ………………………………………………..…………………………………………..………….. ………………………………………………..………………………………………….………….. เขย่า ………………………………………………..………………………………………….………….. ………………………………………………..……………………………………….…………….. ………………………………………………..……………………………………….…………….. ใช้ดินสอจุ่ม ………………………………………………..………………………………………..…………….. ………………………………………………..……………………………………….…………….. ………………………………………………..………………………………………….…………..


เฉลยแบบบันทึกกิจกรรม “ทะเลในกล่อง” ชื่อ………………………………………………………ชั้น……..……..เลขที่……..…กลุ่มที่………... ค ำชี้แจง ให้นักเรียนวาดแบบจ าลองทะเลในกล่องและบันทึกผลการเกิดคลื่น รูปภำพแบบจ ำลองทะเลในกล่อง วิธีท ำให้เกิดคลื่น กำรเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ เคาะข้างกล่อง เกิดคลื่นกว้างๆ มองเห็นได้ชัด วัตถุหรือสิ่งของที่มีน้ าหนัก น้อยหรือเบาจะขยับไปฝั่งตรงข้าม น้ าขุ่น เอียงกล่อง เกิดคลื่นมองเห็นไม่ชัด วัตถุหรือสิ่งของที่มีน้ าหนักน้อยหรือ เบาจะขยับไปฝั่งตรงข้าม น้ าขุ่น ใช้ปากเป่าที่ผิวน้ า เกิดคลื่นถี่ๆ มองเห็นได้ชัด วัตถุหรือสิ่งของที่มีน้ าหนักน้อย หรือเบา ขยับเล็กน้อย น้ าไม่ขุ่น เขย่า เกิดคลื่นกว้างๆ มองเห็นได้ชัด วัตถุหรือสิ่งของที่มีน้ าหนัก น้อยหรือเบาจะขยับไปฝั่งตรงข้าม น้ าขุ่น ใช้ดินสอจุ่ม เกิดคลื่นแต่มองเห็นไม่ชัด


แผนกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่ 6 สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษำปีที่ 2 เรื่อง ภำพสะท้อน เวลำ 1 ชั่วโมง มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระที่2 : วิทยาศาสตร์กายภาพ มำตรฐำน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจ าวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่ เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.3 ป.2/1บรรยายแนวการเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งก าเนิดแสง และอธิบายการมองเห็น วัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1. อธิบายแนวการเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งก าเนิดแสง และอธิบายการมองเห็นวัตถุจาก หลักฐานเชิงประจักษ์(K) 2. สร้างทะเลสาบขนาดเล็กด้วยตัวเอง และตรวจดูการสะท้อนกลับบนผิวน้ าของทะเลสาบ (P) 3. มีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์(A) สำระกำรเรียนรู้ แสงเคลื่อนที่จากแหล่งก าเนิดแสงทุกทิศทางเป็นแนวตรง เมื่อมีแสงจากวัตถุมาเข้าตาจะท าให้ มองเห็นวัตถุนั้น การมองเห็นวัตถุที่เป็นแหล่งก าเนิดแสง แสงจากวัตถุนั้นจะเข้าสู่ตาโดยตรง การ มองเห็นวัตถุที่ไม่ใช่แหล่งก าเนิดแสง ต้องมีแสงจากแหล่งก าเนิดแสงไปกระทบวัตถุแล้วสะท้อนเข้าตา ความชัดเจนของภาพสะท้อนอาจเปลี่ยนไปตามมุมที่แสงตกกระทบและทิศทางของการสังเกตภาพ สะท้อนจะบิดเบี้ยวและเบลอเมื่อพื้นผิวถูกรบกวน สำระส ำคัญ/ควำมคิดรวบยอด แสงเคลื่อนที่จากแหล่งก าเนิดแสงในทุกทิศทางเป็นแนวตรง เมื่อมีแสงจากแหล่งก าเนิดแสงตก กระทบที่ผิวของวัตถุแล้วสะท้อนมาเข้าตาของเราจะท าให้เรามองเห็นวัตถุต่าง ๆ แต่ถ้าแสงที่เรามองเห็น มีความสว่างไม่เหมาะสมเข้ามาสู่ตาของเราอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อดวงตาของเราได้ เราจึงต้องมี แนวทางในการป้องกันอันตรายจากแสง สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต


คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์ กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน ครูใช้ค าถามเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ ดังนี้ - ทะเลสาบของเด็ก ๆ ควรมีส่วนประกอบจากอะไร เด็ก ๆ คิดว่าอะไรอยู่ที่พื้นของทะเลสาบ - เด็ก ๆ ต้องมองจากจุดใดเพื่อให้เห็นภาพสะท้อนได้ดีที่สุด - เด็ก ๆ อยากได้ชายฝั่งทะเลสาบของตนเองแบบใด ลองให้เด็ก ๆ หาพืชส าหรับตกแต่ง ชายฝั่งทะเลสาบของตนเอง - เด็ก ๆ บอกได้หรือไม่ว่าในขณะที่น้ ากระเพื่อม มองเห็นภาพสะท้อนของตนเองในน้ าเป็น จ านวนเท่าใด ขั้นด ำเนินกำรสอน 1) การมองเห็นแสงสะท้อนบนผิวน้ าตามแหล่งน้ าในธรรมชาติ ยิ่งผิวของน้ าสงบนิ่งมากเท่าไรก็ยิ่ง สะท้อนได้ดีเท่านั้น พื้นผิวของน้ าจะสะท้อนกลับแสงที่ตกลงมากระทบพื้นผิว ยิ่งน้ าลึกหรือใต้พื้นน้ ามีสี เข้มมากเท่าใด ก็ยิ่งเห็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะจะมีเพียงแสงจ านวนน้อยจากด้านล่างของ ผิวน้ าที่ถูกสะท้อนกลับ 2) นักเรียนแต่ละกลุ่มส ารวจอุปกรณ์อย่างละเอียดว่ามีอะไรบ้าง และระดมความคิดร่วมกัน ออกแบบทะเลสาบเพื่อดูภาพสะท้อน 3) แต่ละกลุ่มลงมือท าทะเลสาบตามที่ได้ออกแบบไว้แต่ละกลุ่มท าทะเลสาบ 2 แบบ แบบน้ าลึก และแบบน้ าตื้น แล้วทดลองการเกิดภาพสะท้อนของตัวเอง 4) วางกระถางต้นไม้ใกล้ๆทะเลสาบให้ใบไม่ยื่นไปบังผิวน้ าบางส่วน สังเกตภาพสะท้อนของต้นไม้ 5) แต่ละกลุ่มน าเสนอกระบวนการเกิดภาพสะท้อน ผลการทดสอบ และข้อควรปรับปรุง 6) บันทึกข้อมูล โดยออกแบบตารางบันทึกผล ที่แสดงผลที่เกิดขึ้น ผลการทดลองดังนี้ ในทะเลสาบน้ าตื้นที่จ าลองขึ้น เมื่อผิวน้ านิ่งจะเห็นภาพสะท้อนของตัวเอง เห็นภาพไม่ชัด เป็น เงาด าๆ เมื่อผิวน้ าถูกรบกวนจะมองไม่เห็นภาพสะท้อน ในทะเลสาบน้ าลึกที่จ าลองขึ้น เมื่อผิวน้ านิ่งจะเห็นภาพสะท้อนของตัวเอง เห็นภาพชัดเจนเห็น สีของเสื้อผ้าด้วย เมื่อผิวน้ าถูกรบกวนจะมองไม่เห็นภาพสะท้อน ในทะเลสาบน้ าตื้นที่จ าลองขึ้น เมื่อผิวน้ านิ่งจะเห็นภาพสะท้อนของต้นไม้ เห็นภาพไม่ชัด เป็น เงาด าๆ เมื่อผิวน้ าถูกรบกวนจะมองไม่เห็นภาพสะท้อน ในทะเลสาบน้ าลึกที่จ าลองขึ้น เมื่อผิวน้ านิ่งจะเห็นภาพสะท้อนของต้นไม้ เห็นภาพชัดเจนเห็น สีของเสื้อผ้าด้วย เมื่อผิวน้ าถูกรบกวนจะมองไม่เห็นภาพสะท้อน


ขั้นสรุปบทเรียน สรุปผลการทดลอง เด็กๆเห็นภาพสะท้อนของตนเป็นสีสันได้และเห็นภาพสะท้อนของตัวเองได้ชัดเจนมากขึ้น เมื่อใต้ผิวน้ ามีสีเข้มหรือมืด คือน้ าลึกนั่นเอง ความชัดเจนของภาพสะท้อนอาจเปลี่ยนไปตามมุมที่แสงตก กระทบและทิศทางของการสังเกตภาพสะท้อนจะบิดเบี้ยวและเบลอเมื่อพื้นผิวของน้ าถูกรบกวน กำรวัดและประเมินผล ด้ำนควำมรู้(K) ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร (P) ด้ำนจิตวิทยำศำสตร์(A) 1. ซักถามความรู้เรื่อง การสร้างแบบจ าลองเรือจาก แผ่นกระดาษ 2. ตรวจชิ้นงานหรือภาระงาน ของกิจกรรมฝึกทักษะระหว่าง เรียน 1. ประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้แบบวัด ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการคิดโดยการ สังเกตการท างานกลุ่ม 3. ประเมินทักษะการแก้ปัญหา และการปฏิบัติกิจกรรมเป็น รายบุคคลจากแบบสังเกต พฤติกรรม 1. ประเมินเจตคติทาง วิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคลโดย การสังเกตและใช้แบบวัดเจตคติ ทางวิทยาศาสตร์ 2. ประเมินเจตคติต่อ วิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคลโดย การสังเกตและใช้แบบวัดเจตคติ ต่อวิทยาศาสตร์ 3. ประเมินทักษะการแก้ปัญหา และการปฏิบัติกิจกรรมเป็น รายบุคคลจากแบบสังเกต พฤติกรรม สื่อ/แหล่งกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ 1. แบบบันทึกกิจกรรมภาพสะท้อน 2. ดินและทราย 3. กรรไกร 4. กระถางต้นไม้ 5. อ่างน้ า แหล่งกำรเรียนรู้ 1. ห้องเรียน 2. แบบบันทึกกิจกรรมภาพสะท้อน


บันทึกผลหลังกำรจัดกำรเรียนรู้ ด้ำนควำมรู้(K) นักเรียนอธิบายแนวการเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งก าเนิดแสง และอธิบายการมองเห็นวัตถุ จากหลักฐานเชิงประจักษ์ได้ร้อยละ 95 ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร (P) นักเรียน สร้างทะเลสาบขนาดเล็กด้วยตัวเอง ตรวจดูการสะท้อนกลับบนผิวน้ าของทะเลสาบได้ ร้อยละ 90 ด้ำนจิตวิทยำศำสตร์(A) นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ได้ร้อยละ 90 ด้ำนสมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน สื่อสารและน าความรู้เรื่องการดูภาพสะท้อนกลับบนผิวน้ าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ร้อยละ 80 ด้ำนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น ร้อยละ 100 2. พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ร้อยละ 80 3. ท างานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ร้อยละ 100 ปัญหำ/อุปสรรค และแนวทำงแก้ไข ควรประเมินทักษะการคิดโดยการสังเกตการท างานกลุ่ม และประเมินทักษะการแก้ปัญหาและ การปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคลจากแบบสังเกตพฤติกรรมเพิ่มเติม ลงชื่อ............................................... ครูผู้สอน (นางสาวเมษา ลาปะ) ต าแหน่ง ครู โรงเรียนบ้านโนนใหญ่


ควำมเห็นของผู้บริหำรสถำนศึกษำ แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบครบถ้วน นักเรียนมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม ออกแบบ กิจกรรมแบบส่วนร่วม เห็นสมควรใช้สอนได้ ลงชื่อ........................................................ผู้บริหารสถานศึกษา (นางสาวสาวิตรี คล้ายจันทร์) ต าแหน่ง ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านโนนใหญ่


ภาพนักเรียนก าลังเลือกอุปกรณ์ ภาพนักเรียนทดสอบภาพสะท้อน ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม ขณะปฏิบัติกิจกรรม


ภาพนักเรียนทดสอบภาพสะท้อน ภาพนักเรียนทดสอบภาพสะท้อน ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม ขณะปฏิบัติกิจกรรม


ภาพนักเรียนน าเสนอผลงาน ภาพนักเรียนน าเสนอผลงาน ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม กำรน ำเสนอผลงำน


ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม ขณะปฏิบัติกิจกรรม


แบบบันทึกกิจกรรม “ภำพสะท้อน” ชื่อ……………………………………………………ชั้น……..……..เลขที่……..…กลุ่มที่………... ค ำชี้แจง ให้นักเรียนสร้างทะเลสาบจ าลองแล้วทดสอบหาภาพสะท้อนตัวเอง และบันทึกผล รูปภำพ ภำพสะท้อน ลักษณะภำพ ผลกำรสังเกต น้ ำตื้น น้ ำลึก ตัวเอง ……………………………………………………….. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ……………………………………………………….. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ต้นไม้ ……………………………………………………….. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ……………………………………………………….. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ………………………………………………………. ……………………………………………………….


เฉลยแบบบันทึกกิจกรรม “ภำพสะท้อน” ชื่อ…………………………………………………………ชั้น……..……..เลขที่……..…กลุ่มที่………... ค ำชี้แจง ให้นักเรียนสร้างทะเลสาบจ าลองแล้วทดสอบหาภาพสะท้อนตัวเอง และบันทึกผล รูปภำพ ภำพสะท้อน ลักษณะภำพ ผลกำรสังเกต น้ ำตื้น น้ ำลึก ตัวเอง เห็นภาพไม่ชัด เป็นเงาด าๆ เมื่อผิวน้ า ถูกรบกวนจะมองไม่เห็นภาพสะท้อน เห็นภาพชัดเจนเห็นสีของเสื้อผ้าด้วย เมื่อ ผิวน้ าถูกรบกวนจะมองไม่เห็นภาพ ต้นไม้ เห็นภาพไม่ชัด เป็นเงาด าๆ เมื่อผิวน้ า ถูกรบกวนจะมองไม่เห็นภาพสะท้อน เห็นภาพชัดเจนเห็นสีของใบไม้ด้วย เมื่อ ผิวน้ าถูกรบกวนจะมองไม่เห็นภาพ


แผนกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่ 7 สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษำปีที่ 2 เรื่อง เปียกและเย็น เวลำ 1 ชั่วโมง มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระที่2 : วิทยาศาสตร์กายภาพ มำตรฐำน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจ าวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่ เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด - จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1. อธิบายการระเหยและกลายเป็นไอของน้ า (K) 2. ทดลองการระเหยและกลายเป็นไอของน้ า (P) 3. มีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ (A) สำระกำรเรียนรู้ การระเหยเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อเพิ่มความร้อนให้กับของเหลว ท าให้อนุภาคของ ของเหลวมีพลังงานเพิ่มขึ้น เมื่ออนุภาคเหล่านั้นมีพลังงานสูงกว่าแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค จะท าให้ อนุภาคของของเหลวแยกออกจากกัน ของเหลวจะเปลี่ยนเป็นแก๊สในที่สุด กระบวนการนี้เรียกว่า การ กลายเป็นไอ สำระส ำคัญ/ควำมคิดรวบยอด เมื่อน้ าได้รับความร้อนจะท าให้น้ าเกิดการระเหยจากของเหลวเป็นแก๊ส หรือเรียกว่า การ กลายเป็นไอ สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์


กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน ครูใช้ค าถามเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ ดังนี้ - เมื่อแขนเปียกเด็ก ๆ รู้สึกอย่างไร อุ่นขึ้นหรือเย็นลง - เด็ก ๆ ทราบหรือไม่ว่าท าไมเราถึงเหงื่อออกตอนที่ร่างกายร้อน - เด็ก ๆ คิดอย่างไรที่ว่าท าไมผ้าเปียกช่วยปกป้องเราจากความร้อนในฤดูร้อนได้ - ท าไมน้ าบนแขนถึงเย็นลง - ท าไมน้ าอุ่นถึงเย็นลงหลังจากทิ้งไว้สักครู่ - น้ าจะเกาะอยู่บนแขนของเด็ก ๆ ได้นานแค่ไหนแล้วน้ าจะหายไปไหน ขั้นด ำเนินกำรสอน 1. ครูให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังจากที่เด็กๆ เล่นน้ าจนตัวเปียก หากไม่รีบเช็ดตัวให้แห้งอาจท าให้ เป็นหวัดได้ เมื่อเด็ก ๆ ขึ้นจากน้ า ในช่วงแรก ๆ จะรู้สึกว่าร่างกายเย็นแม้แดดจะร้อนก็ตาม นั่นเป็น เพราะน้ ามีการระเหยออกไป และในระหว่างการระเหย น้ าจะเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นแก๊สและ จะดึงความร้อนจากตัวเราออกไปด้วย ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "การระเหยและกลายเป็นไอของน้ า" 2. ให้นักเรียนท าให้แขนข้างหนึ่งเปียก อีกข้างหนึ่งปล่อยให้แห้ง นักเรียนรู้สึกอย่างไร บันทึกผล 3. เมื่อหยดน้ าอุ่นลงบนแขน นักเรียนรู้สึกอย่างไร บันทึกผล 4. ให้จับคู่กับเพื่อน ใช้ผ้าชุบน้ าให้เปียกแล้วบิดน้ าออกให้ผ้าหมาดๆ คนที่ 1 พันบริเวณแขนให้ เพื่อนคนที่ 2 จากนั้นสลับหน้าที่กัน 5. ขณะที่แขนข้างหนึ่งพันด้วยผ้าเปียก อีกข้างปล่อยตามปกติ นักเรียนรู้สึกอย่างไร บันทึกผล 6. บันทึกข้อมูล โดยออกแบบตารางบันทึกผล ที่แสดงผลที่เกิดขึ้น ผลการทดลองดังนี้ - แขนที่เปียกจะรู้สึกเย็นเพราะน้ ามีการระเหยออกไป และในระหว่างการระเหย น้ าจะเปลี่ยน สถานะจากของเหลวเป็นแก๊สและจะดึงความร้อนจากตัวเราออกไปด้วย - เมื่อหยดน้ าอุ่นลงบนแขน น้ าอุ่นจะเย็นลงจะรู้สึกเย็นที่แขน - เมื่อพันแขนด้วยผ้าเปียก ผ้าเปียกช่วยปกป้องเราจากความร้อนในฤดูร้อนได้ ท าให้รู้สึกเย็น ขั้นสรุปบทเรียน สรุปผลการทดลอง ร่างกายจะระบายความร้อนออกมาในรูปของเหงื่อ แล้วเหงื่อก็จะเปลี่ยนสถานะจากของเหลว เป็นแก๊สและจะดึงความร้อนจากตัวเราออกไปด้วย เรียกการระเหยและกลายเป็นไอของน้ า


กำรวัดและประเมินผล ด้ำนควำมรู้(K) ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร (P) ด้ำนจิตวิทยำศำสตร์(A) 1. ซักถามความรู้เรื่อง การ ระเหยและกลายเป็นไอของน้ า 2. ตรวจชิ้นงานหรือภาระงาน ของกิจกรรมฝึกทักษะระหว่าง เรียน 1. ประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้แบบวัด ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการคิดโดยการ สังเกตการท างานกลุ่ม 3. ประเมินทักษะการแก้ปัญหา โดยการสังเกตการท างานกลุ่ม 4. ประเมินพฤติกรรมใน การปฏิบัติกิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือรายกลุ่มโดยการ สังเกตการท างานกลุ่ม 1. ประเมินเจตคติทาง วิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคลโดย การสังเกตและใช้แบบวัดเจตคติ ทางวิทยาศาสตร์ 2. ประเมินเจตคติต่อ วิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคลโดย การสังเกตและใช้แบบวัดเจตคติ ต่อวิทยาศาสตร์ 3. ประเมินทักษะการแก้ปัญหา และการปฏิบัติกิจกรรมเป็น รายบุคคลจากแบบสังเกต พฤติกรรม สื่อ/แหล่งกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ 1. แบบบันทึกกิจกรรมเปียกและเย็น 2. น้ าเย็นและน้ าอุ่น 3. เทอร์โมมิเตอร์ 4. ผ้าซับน้ า 5. เทอร์โมมิเตอร์ แหล่งกำรเรียนรู้ 1. ห้องเรียน 2. แบบบันทึกกิจกรรมเปียกและเย็น


บันทึกผลหลังกำรจัดกำรเรียนรู้ ด้ำนควำมรู้(K) นักเรียนสามารถอธิบายการระเหยและกลายเป็นไอของน้ าได้ร้อยละ 90 ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร (P) นักเรียนมีทักษะการแก้ปัญหาและการปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับการระเหยและกลายเป็นไอของ น้ าได้ร้อยละ 90 ด้ำนจิตวิทยำศำสตร์(A) นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ได้ร้อยละ 95 ด้ำนสมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน สื่อสารและน าความรู้เรื่องการระเหยและกลายเป็นไอของน้ าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ร้อยละ 80 ด้ำนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น ร้อยละ 100 2. พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ร้อยละ 80 3. ท างานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ร้อยละ 100 ปัญหำ/อุปสรรค และแนวทำงแก้ไข ควรประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยใช้แบบวัดทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์และประเมินทักษะการคิดโดยการสังเกตการท างานกลุ่มเพิ่มเติม ลงชื่อ............................................... ครูผู้สอน (นางสาวเมษา ลาปะ) ต าแหน่ง ครู โรงเรียนบ้านโนนใหญ่


ควำมเห็นของผู้บริหำรสถำนศึกษำ แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบครบถ้วน นักเรียนมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม ออกแบบ กิจกรรมแบบส่วนร่วม เห็นสมควรใช้สอนได้ ลงชื่อ........................................................ผู้บริหารสถานศึกษา (นางสาวสาวิตรี คล้ายจันทร์) ต าแหน่ง ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านโนนใหญ่


ภาพนักเรียนก าลังเลือกอุปกรณ์ ภาพท าให้แขนเปียก 1 ข้าง ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม ขณะปฏิบัติกิจกรรม


ภาพหยดน้ าอุ่นใส่แขน ภาพพันผ้าเปียกที่แขน 1 ข้าง ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม ขณะปฏิบัติกิจกรรม


ภาพนักเรียนน าเสนอผลงาน ภาพนักเรียนน าเสนอผลงาน ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม ขณะปฏิบัติกิจกรรม


ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม กำรน ำเสนอผลงำน


แบบบันทึกกิจกรรม “เปียกและเย็น” ชื่อ…………………………………………………………ชั้น……..……..เลขที่……..…กลุ่มที่………... ค ำชี้แจง ให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองลงตาราง รำยกำรที่ปฏิบัติ ผลกำรสังเกต แขนเปียก 1 ข้าง ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… หยดน้ าอุ่นลงบนแขน ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… พันแขน 1 ข้างด้วยผ้าเปียก ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………


เฉลยแบบบันทึกกิจกรรม “เปียกและเย็น” ชื่อ………………………………………………………ชั้น……..……..เลขที่……..…กลุ่มที่………... ค ำชี้แจง ให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองลงตาราง รำยกำรที่ปฏิบัติ ผลกำรสังเกต แขนเปียก 1 ข้าง แขนที่เปียกจะรู้สึกเย็นเพราะน้ ามีการระเหย ออกไป และในระหว่างการระเหย น้ าจะเปลี่ยน สถานะจากของเหลวเป็นแก๊สและจะดึงความ ร้อนจากตัวเราออกไปด้วย หยุดน้ าอุ่นลงบนแขน เมื่อหยดน้ าอุ่นลงบนแขน น้ าอุ่นจะเย็นลงจะ รู้สึกเย็นที่แขน น้ าจะเปลี่ยนสถานะจาก ของเหลวเป็นแก๊สและจะดึงความร้อนจากตัวเรา ออกไปด้วย พันแขน 1 ข้างด้วยผ้าเปียก เมื่อพันแขนด้วยผ้าเปียก ผ้าเปียกช่วยปกป้องเรา จากความร้อนในฤดูร้อนได้ ท ำให้รู้สึกเย็น


แผนกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่ 8 สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษำปีที่ 2 เรื่อง กำรวิจัยเกี่ยวกับพืช เวลำ 1 ชั่วโมง มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัด สำระที่2 : วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มำตรฐำน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การล าเลียงสารเข้าและ ออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่างๆของสัตว์และมนุษย์ที่ท างาน สัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ท างานสัมพันธ์กัน รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ป.2/1 ระบุว่าพืชต้องการแสงและน้ า เพื่อการเจริญเติบโต โดยใช้ข้อมูลจากหลักฐาน เชิงประจักษ์ จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1. อธิบายพืชต้องการแสงและน้ า เพื่อการเจริญเติบโตจากข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์(K) 2. ทดลองเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพืชชนิดต่างๆ (P) 3. มีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ (A) สำระกำรเรียนรู้ พืชดูดน้ าผ่านราก พืชต้องการน้ าในการเจริญเติบโตและการด ารงชีวิต สำระส ำคัญ/ควำมคิดรวบยอด พืชดูดน้ าผ่านราก พืชต้องการน้ าในการเจริญเติบโตและการด ารงชีวิต พืชต่างชนิดกันต้องการ น้ าในปริมาณที่แตกต่างกันพืชที่ไม่มีใบจะดูดน้ าน้อยกว่าพืชที่มีใบ สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต


คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์ กิจกรรมกำรเรียนรู้ ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน ครูใช้ค าถามเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ ดังนี้ -ส่วนใดของพืชที่เด็ก ๆ รู้จักบ้าง -พืชชนิดใดบ้างที่เด็ก ๆ รู้จัก แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร -เหตุใดต้องใช้พืชชนิดเดียวกันเสมอในการทดลอง เช่น พืชที่มีดอก หรือไม่มีดอก หรือมี หรือไม่มี ราก -จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพืชไม่ได้รับน้ า -เด็ก ๆ คิดว่าพืชต้องการน้ าปริมาณเท่าไร ขั้นด ำเนินกำรสอน 1. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มจ านวนเท่าๆ กัน ให้นักเรียนเอาพืชที่น ามาจากบ้านมา รวมกัน แล้วให้เลือกพืชที่จะท าการทดลองกลุ่มละ 5 ชนิด แต่ละชนิดให้มีรากติดมาด้วย 2. ชั่งพืชแต่ละชนิดให้มีน้ าหนักเท่ากันทั้ง 5 ชนิด ถ้าพืชชนิดใดมีน้ าหนักมากให้เด็ดส่วนใบออก 3. เติมน้ าลงในแก้วทั้ง 5 ใบในปริมาณที่เท่ากัน ใช้ปากกาเมจิกขีดต าแหน่งที่บอกระดับน้ าไว้ ทั้ง 5 แก้ว และเขียนตัวเลขก ากับเพื่อบอกว่าเป็นแก้วใบที่เท่าไหร่ 4. น าพืช 5 ชนิดจุ่มลงในแก้วน้ า ในข้อ 3 แก้วน้ า 1 ใบใส่พืช 1 ชนิด บันทึกลักษณะพืชก่อนการ ทดลองลงในตาราง 5. น าแก้วน้ าที่มีพืชทั้ง 5 ชนิดไปวางไว้บริเวณเดียวกัน 6. วัดระดับน้ าทุกวัน โดยให้ยกพืชออกจากแก้ว รอให้น้ าหยดลงแก้วน้ าให้หมดก่อน แล้วจึงวัด ระดับน้ าในแก้ว ท าการทดลองเป็นเวลา 3 วัน บันทึกผลทุกวัน 7. บันทึกข้อมูล โดยออกแบบตารางบันทึกผล ที่แสดงผลที่เกิดขึ้น จากการทดลองใช้พืช 5 ชนิดคือ แก้วใบที่ 1 ต้นมะละกอ แก้วใบที่ 2 ต้นพริก แก้วใบที่ 3 ต้นมะเขือ แก้วใบที่ 4 ต้นหอม แก้วใบที่ 5 ต้นกะหล่ าปลี พืชที่ต้องการน้ าเรียงจากมากที่สุดไปหาน้อยที่สุดคือ ต้นมะละกอ ต้นหอม ต้นพริก ต้นมะเขือ และต้น กะหล่ าปลี


ขั้นสรุปบทเรียน สรุปผลการทดลอง ส่วนใหญ่พืชดูดน้ าผ่านราก พืชต่างชนิดกันต้องการน้ าในปริมาณที่แตกต่างกันพืชที่ไม่มีใบ จะดูดน้ าน้อยกว่าพืชที่มีใบ กำรวัดและประเมินผล ด้ำนควำมรู้(K) ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร (P) ด้ำนจิตวิทยำศำสตร์(A) 1. ซักถามความรู้เรื่องพืช ต้องการน้ าในการเจริญเติบโต และการด ารงชีวิต 2. ตรวจชิ้นงานหรือภาระงาน ของกิจกรรมฝึกทักษะระหว่าง เรียน 1. ประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้แบบวัด ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ 2. ประเมินทักษะการคิดโดยการ สังเกตการท างานกลุ่ม 3. ประเมินทักษะการแก้ปัญหา และการปฏิบัติกิจกรรมเป็น รายบุคคลจากแบบสังเกต พฤติกรรม 1. ประเมินเจตคติทาง วิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคลโดย การสังเกตและใช้แบบวัดเจตคติ ทางวิทยาศาสตร์ 2. ประเมินเจตคติต่อ วิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคลโดย การสังเกตและใช้แบบวัดเจตคติ ต่อวิทยาศาสตร์ สื่อ/แหล่งกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ 1. แบบบันทึกการวิจัยเกี่ยวกับพืช 2. ต้นพืช 3. กระบอกตวงหรือถังที่มีที่วัดระดับน้ า 4. ปากกาเมจิก 5. แก้วน้ าใส 5 ใบ 6. ไม้บรรทัด แหล่งกำรเรียนรู้ 1.ห้องเรียน 2. แบบบันทึกการวิจัยเกี่ยวกับพืช


บันทึกผลหลังกำรจัดกำรเรียนรู้ ด้ำนควำมรู้(K) นักเรียนสามารถอธิบายพืชต้องการแสงและน้ า เพื่อการเจริญเติบโตจากข้อมูลหลักฐานเชิง ประจักษ์ได้ ร้อยละ 95 ด้ำนทักษะ/กระบวนกำร (P) นักเรียนมีทักษะการแก้ปัญหาและการปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพืชชนิดต่างๆ ได้ร้อยละ 90 ด้ำนจิตวิทยำศำสตร์(A) นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ได้ ร้อยละ 95 ด้ำนสมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน สื่อสารและน าความรู้เรื่องการวิจัยเกี่ยวกับพืชไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ร้อยละ 80 ด้ำนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีความสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น ร้อยละ 100 2. พอใจในประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ร้อยละ 80 3. ท างานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ร้อยละ 100 ปัญหำ/อุปสรรค และแนวทำงแก้ไข ควรประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์โดยใช้แบบวัดทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์และประเมินทักษะการคิดโดยการสังเกตการท างานกลุ่มเพิ่มเติม ลงชื่อ............................................... ครูผู้สอน (นางสาวเมษา ลาปะ) ต าแหน่ง ครู โรงเรียนบ้านโนนใหญ่


ควำมเห็นของผู้บริหำรสถำนศึกษำ แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบครบถ้วน นักเรียนมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม ออกแบบ กิจกรรมแบบส่วนร่วม เห็นสมควรใช้สอนได้ ลงชื่อ........................................................ผู้บริหารสถานศึกษา (นางสาวสาวิตรี คล้ายจันทร์) ต าแหน่ง ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านโนนใหญ่


ภาพนักเรียนก าลังเลือกอุปกรณ์ ภาพท านักเรียนก าลังทดลอง ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม ขณะปฏิบัติกิจกรรม


ภาพท านักเรียนก าลังทดลอง ภาพท านักเรียนก าลังทดลอง ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม ขณะปฏิบัติกิจกรรม


ภาพนักเรียนน าเสนอผลงาน ภาพนักเรียนน าเสนอผลงาน ภำพประกอบระหว่ำงกำรท ำกิจกรรม กำรน ำเสนอผลงำน


ผลงำนนักเรียน


แบบบันทึกกิจกรรม “วิจัยเกี่ยวกับพืช” ชื่อ……………………………………………………ชั้น……..……..เลขที่……..…กลุ่มที่………... ค ำชี้แจง ให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองลงตาราง แก้วใบที่ วันที่ ควำมสูงของระดับน้ ำ วัดจำกก้นแก้วขึ้นไป กำรเปลี่ยนแปลง 1 วันเริ่ม 1 2 3 2 วันเริ่ม 1 2 3 3 วันเริ่ม 1 2 3 4 วันเริ่ม 1 2 3 5 วันเริ่ม 1 2 3


เฉลยแบบบันทึกกิจกรรม “วิจัยเกี่ยวกับพืช” ชื่อ…………………………………………………………ชั้น……..……..เลขที่……..…กลุ่มที่………... ค ำชี้แจง ให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองลงตาราง แก้วใบที่ วันที่ ควำมสูงของระดับน้ ำ วัดจำกก้นแก้วขึ้นไป (ซม.) กำรเปลี่ยนแปลง 1 วันเริ่ม 1 2 3 2 วันเริ่ม 1 2 3 3 วันเริ่ม 1 2 3 4 วันเริ่ม 1 2 3 5 วันเริ่ม 1 2 3


แบบประเมินเจตคติทำงวิทยำศำสตร์ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้ำนโนนใหญ่ สพป.ก ำแพงเพชร เขต 1 *************** ชื่อ................................................นำมสกุล.........................................ชั้น...................เลขที่.............. ค ำชี้แจง จงท าเครื่องหมาย ลงในช่องตรงกับคุณลักษณะที่นักเรียนแสดงออกโดยจ าแนกพฤติกรรม ของเจตคติวิทยาศาสตร์ ดังนี้ คุณลักษณะ พฤติกรรมกำรแสดงออก 5 4 3 2 1 1. ควำมสนใจใฝ่รู้หรือควำมอยำกรู้อยำกเห็น - มีความสนใจและพอใจใคร่จะสืบเสาะแสวงหาความรู้ในสถานการณ์ และปัญหาใหม่ๆ อยู่เสมอ - มีความกระตือรือร้นต่อกิจกรรมและเรื่องต่างๆ - ชอบทดลองค้นคว้า - ชอบสนทนาซักถาม ฟัง อ่าน เพื่อให้ได้รับความรู้เพิ่มเติม 2. ควำมรับผิดชอบ ควำมมุ่งมั่น อดทน และเพียรพยำยำม - ยอมรับผลการกระท าของตนเองทั้งที่เป็นผลดีและผลเสีย - ท างานที่ได้รับมอบหมายให้สมบูรณ์ตามก าหนดและตรงต่อเวลา - เว้นการกระท าอันเป็นผลเสียหายต่อส่วนรวม - ท างานเต็มความสามารถ - ไม่ท้อถอยในการท างานเมื่อมีอุปสรรคหรือล้มเหลว - มีความอดทนแม้การด าเนินการแก้ปัญหาจะยุ่งยากและใช้เวลา 3. ควำมมีเหตผล - ยอมรับในค าอธิบายเมื่อมีหลักฐานหรือข้อมูลมาสนับสนุนอย่างเพียงพอ - พยายามอธิบายสิ่งต่างๆในแง่เหตุและผลไม่เชื่อโชคลางหรือค าท านายที่ ไม่สามารถอธิบายตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ - อธิบายหรือแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล - ตรวจสอบความถูกต้องหรือความสมเหตุสมผลของแนวความคิดต่างๆ กับแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ - รวบรวมข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนจะลงข้อสรุปเรื่องราวต่างๆ 4. ควำมมีระเบียบและรอบคอบ - เห็นคุณค่าของความมีระเบียบและรอบคอบ - น าวิธีการหลายๆ วิธีมาตรวจสอบผลหรือวิธีการทดลอง - มีการใคร่ครวญไตร่ตรองพินิจพิเคราะห์


คุณลักษณะ พฤติกรรมกำรแสดงออก 5 4 3 2 1 - มีความละเอียดถี่ถ้วนในการท างาน - มีการวางแผนการท างานและจัดระบบการท างาน - ตรวจสอบความเรียบร้อยหรือคุณภาพของเครื่องมือก่อนท าการทดลอง - ท างานอย่างมีระเบียบและเรียบร้อย 5. ควำมซื่อสัตย์ - เสนอความจริงถึงแม้จะเป็นผลที่แตกต่างจากผู้อื่น - เห็นคุณค่าของการเสนอข้อมูลตามความจริง - บันทึกผลข้อมูลตามความจริงและไม่ใช้ความคิดเห็นของตนเองไป เกี่ยวข้อง - ไม่แอบอ้างผลงานของผู้อื่นว่าเป็นผลงานของตนเอง 6. ควำมใจกว้ำง ร่วมแสดงควำมคิดเห็น และรับฟังควำมคิดเห็นของผู้อื่น - รับฟังค าวิพากษ์วิจารณ์ข้อโต้แย้งหรือข้อคิดเห็นที่มีเหตุผลของผู้อื่น - ไม่ยึดมั่นในความคิดของตนเองและยอมรับการเปลี่ยนแปลง - รับฟังความคิดเห็นที่ตัวเองยังไม่เข้าใจและพร้อมที่จะท าความเข้าใจ - ยอมพิจารณาข้อมูลหรือความคิดเห็นที่ยังสรุปแน่นอนไม่ได้และพร้อมที่ จะหาข้อมูลเพิ่มเติม เกณฑ์การพิจารณาพฤติกรรมการแสดงออกของเจตคติทางวิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้ 5 หมายถึง มากที่สุด 4 หมายถึง มาก 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง น้อย 1 หมายถึง น้อยที่สุด


ค ำสั่งโรงเรียนบ้ำนโนนใหญ่ ที่ 34/ ๒๕66 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมกำรด ำเนินงำนโครงกำรบ้ำนนักวิทยำศำสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษำประจ ำปีกำรศึกษำ 2566 ................................................ ตามที่ โรงเรียนบ้านโนนใหญ่ ได้เข้าร่วมโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖6 ตามนโยบายขยายผลโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วม กับมูลนิธิ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาและเครือข่ายโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย เพื่อส่งเสริม และเปิดโอกาสให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาได้เรียนรู้ มีประสบการณ์ในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามเป้าหมายของหลักสูตร ตลอดจนพัฒนาครูระดับประถมศึกษาให้สามารถจัดการเรียนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ได้อย่าง เหมาะสม ตามปรัชญาการเรียนรู้ของโครงการซึ่งได้แก่การเรียนรู้ร่วมกันและการรู้คิดนั้น เพื่อให้การด าเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ อาศัยอ านาจตามความ ในมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ และมาตรา ๒๗ แห่ง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการ ด าเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖6 ดังนี้ ๑. กรรมกำรอ ำนวยกำร มีหน้าที่ ก ากับ ดูแล ประสานงาน ให้ค าปรึกษา ข้อเสนอแนะใน การแก้ไขปัญหาและอ านวยความสะดวกในการด าเนินงานให้ลุล่วงไปด้วยดี ประกอบด้วย ๑.๑ นายอุดม ลีลา ประธานกรรมการ ๑.๒ นางอ าพร เกตุทิม กรรมการ ๑.๓ นางสาวเมษา ลาปะ กรรมการและเลขานุการ ๒. คณะกรรมกำรด ำเนินงำน มีหน้าที่วางแผน และด าเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม แนวโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา สรุปและสะท้อนผลการจัด กิจกรรม จัดเตรียมข้อมูลการประเมินเพื่อรับตราพระราชทาน “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ระดับ ประถมศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖6 ประกอบด้วย 2.๑ นางสาวเมษา ลาปะ ประธานกรรมการ 2.๒ นางรุ่งทิวา บุษบก กรรมการ 2.3 นางมะลิวรรณ์ มูลลอน กรรมการ 2.4 นางอ าพร เกตุทิม กรรมการและเลขานุการ ค ำสั่งคณะปฏิบัติงำนโครงกำรบ้ำนวิทยำศำสตร์น้อย ระดับประถมศึกษำ


3. คณะกรรมกำรฝ่ำยกำรเงินและพัสดุ มีหน้าที่ให้ค าแนะน า ปรึกษา แนวทางในการ ด าเนินการจัดซื้อ จัดจ้าง การเบิกจ่ายเงินตามโครงการกิจกรรมที่ถูกต้องตามระเบียบของราชการ ประกอบด้วย 3.1 นายสิทธิกร นรินทร์ หัวหน้างานงบประมาณ ประธานกรรมการ 3.2 นายเอกสิทธิ์ รอดวิเศษ หัวหน้างานพัสดุ กรรมการและเลขานุการ 4. กรรมกำรฝ่ำยสรุปผลและรำยงำนผล มีหน้าที่ประเมินผล สรุปและรายงานผลให้ทราบ เป็นลายลักษณ์อักษรหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม ประกอบด้วย 4.๑ นางสาวเมษา ลาปะ ประธานกรรมการ ๔.๒ นางอ าพร เกตุทิม กรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งตามค าสั่งนี้ ปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ เต็ม ความสามารถให้เกิดผลดีต่อนักเรียนและทางราชการ หากมีปัญหาเกิดขึ้นให้รีบรายงานผู้บังคับบัญชา เพื่อหาทางแก้ไขต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 10 เดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕66 (ลงชื่อ) (นายอุดม ลีลา) ผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านโนนใหญ่


Click to View FlipBook Version