สงครามทรอย
ม้าไม้โทรจัน
สงครามกรุงทรอย
สงครามกรุงทรอย ( อังกฤษ : Trojan War ) เป็น
สงครามระหว่างชาวอะคีอันส์ ( กรีกโบราณ : Ἀχαιοί ) (ชาว
กรีก) กับชาวกรุง ทรอย หลัง ปารีสแห่งทรอย ชิงพระนาง เฮ
เลน มาจากพระสวามี คือพระเจ้าเมเนเลอัสแห่ง สปาร์ตา
สงครามดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดใน เทพ
ปกรณัมกรีก และมีการบอกเล่าผ่านงาน วรรณกรรมกรีก
หลายชิ้น ที่โดดเด่นที่สุด คือ อีเลียด และ โอดิสซีย์ ของ โฮเม
อร์ มหากาพย์อีเลียดเล่าเรื่องการล้อมกรุงทรอยปีสุดท้าย
ส่วนโอดิสซีย์อธิบายการเดินทางกลับบ้านของ โอดิสเซียส
ส่วนอื่นของสงครามมีการอธิบายในโคลง วัฏมหากาพย์
(Epic Cycle) ได้แก่ ไซเพรีย , เอธิออพิส , อีเลียดน้อย , อีลิ
อูเพอร์ซิส , นอสตอย , และ เทเลโกนี ซึ่งปัจจุบันเหลือรอด
มาเพียงบางส่วน ฯ การศึกแห่งกรุงทรอยเป็นแหล่งวัตถุดิบ
สำคัญที่ กวีและนักประพันธ์โศกนาฏกรรมกรีก เช่น เอสคิลัส
(Aeschylus) โซโฟคลีส (Sophocles) และ ยูริพิดีส
(Euripides) นำมาใช้ประพันธ์บทละคร นอกจากนี้กวีชาวโรมัน
โดยเฉพาะ เวอร์จิล และ โอวิด ก็ดึงเอาเหตุการณ์จากสงคราม
ทรอยมาเป็นพื้นเรื่อง หรือเนื้อหาส่วนหนึ่งในงานประพันธ์ของ
ตนเช่นกัน
สงครามโทรจันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอารยธรรมกรีก ใน
ช่วงปลายยุคสำริด จุดเริ่มต้นแห่งสงครามที่ยิ่งใหญ่นี้เกิดขึ้น
เพราะแอปเปิลเพียงผลเดียว โดยจุดเริ่มต้นของสงครามนั้น
เริ่มขึ้นเมื่อ เพเลอุส (กษัตริย์แห่งเมอมิดอนส์) และ เธติส (เทพี
แห่งทะเล) ได้จัดงานอภิเษกสมรสขึ้น และมีซุสเป็นผู้จัดงานให้
ในสมัยก่อนมนุษย์และเทพเจ้าจะยังคงติดต่อกันอยู่ซึ่งแปลว่า
งานแต่งครั้งนี้เป็นครั้งที่พิเศษและยิ่งใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นทั้ง
คู่กลับไม่ได้เชิญ อีริส (เทพีแห่งความขัดแย้ง) ที่เป็นพระธิดา
ของเทพสูงสุดของซุส มาร่วมงานด้วย เพราะทั้งคู่เกรงว่าถ้า
นางมา นางจะทำให้งานมงคลนี้ต้องวุ่นวายได้ เพราะอย่างนั้น
เมื่อข่าวนี้รู้ไปถึงหูของ เทพีอีริส เกิดความน้อยใจที่ไม่ชวนนาง
ไปร่วมงานแต่ง เธอจึงรีบไปร่วมงานของทั้งคู่ทันทีด้วยความ
อาฆาตแค้น เมื่อไปถึงงาน เทพีอีริสจึงเริ่มแผนสร้างความ
แตกแยกขึ้น ด้วยการเดินเข้าไปกลางงานและโยนแอปเปิล
ทองคำลงบนโต๊ะ ทำให้ผู้คนที่เข้าร่วมงาน หันมาสนใจนาง เมื่อ
นั้นอีริสจึงกล่าวว่า เห็นแอปเปิ้ ลทองคำนั่นไหม ฉันจะมอบลูก
แอปเปิลทองคำนี้ให้กับใครก็ได้ในงานให้กับผู้ที่งดงามที่สุด
เพียงคนเดียวเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ มีคนผู้คนมากมายที่อยากจะได้แอปเปิ้ ลรวมไป
ถึง เทพีเฮรา(มเหสีของเทพซุส) เอเธนา(เทพีแห่งปัญญา) และ
อโฟรไดต์ (เทพีแห่งความรัก) เทพีเฮรากล่าว ฉันเป็นมารดา
แห่งพื้นพิภพฉันนี่แหละสวยทีสุด อาเธนาก็ได้กล่าวต่อว่า คน
จะสวย เขาสวยกันที่สมองและสติปัญญา ฉันนี่เฉลียวฉลาด
ดังนั้นฉันจึงสวยที่สุด และ อโฟรไดต์กล่าวต่อว่ามารดาแห่งพื้น
พิภพหรือเทพแห่งปัญญาที่ฉลาดจะมาสวยสู้ เทพแห่งความรัก
ของฉันได้อย่างไร ความรักแบบฉันนี่แหละสวยที่สุดแล้ว ทั้ง
สามล้วนต่างคิดว่าตัวเองเป็นผู้ที่เลอโฉมที่สุด ทั้ง3เทพจึงแย่ง
กันเป็นเจ้าของแอปเปิลทองคำลูกนั้น พร้อมกับให้เทพซุสซึ่ง
เป็นหัวหน้าเทพแห่งเทือกเขาโอลิมปัสมาเป็นผู้ตัดสิน ส่วนทาง
เทพซุสก็รู้ตัวขึ้นว่างานเข้าตัวเองแล้ว ฉันจะไปตัดสินอะไรได้
อีกหนึ่งก็มีเฮราที่เป็นเมีย แต่ข้าก็รู้ว่าไม่ได้สวยที่สุด หรือถ้าจะ
ไม่เลือกเอเฮนา นางก็น่ากลัวไม่กล้าที่จะรบกับนาง ส่วนอโฟร์
ไดต์ก็สวยแถมน่ารักจะไม่เลือกก็ไม่ได้ เทพซุสรู้ดีว่าการตัดสิน
ของเขานั้นอาจจะสร้างความเดือดร้อนให้กับตัวเองได้ จึงบอก
ว่าเอาไปให้มนุษย์เป็นผู้ช่วยเลือกดีกว่าจึงโยนไปให้ เจ้าชาย
ปารีส แห่งเมืองทรอย คิดว่าคนใน
คนในเมืองปารีสจะต้องมีคุณธรรม
และตัดสินอย่างยุติธรรมแน่นอน
จึงให้เจ้าชายปารีสเป็นผู้ตัดสินแทน
ส่วนปารีสอาศัยอยู่บนภูเขาที่มีชื่อว่า ไอดา แต่เดิม ปารีส
เป็นลูกของกษัตริย์แห่งเมืองทรอย แต่ว่าได้รับคำทำนาย
ตั้งแต่ตอนเกิดว่า เกิดมาจะทำให้บ้านเมืองล่มจม ดังนั้น พ่อ
แม่ของปารีสจึงนำลูกไปทิ้งไว้บนยอดเขาไอดา และมีนางฟ้าบน
ภูเขาไอดาเป็นคนเลี้ยง จนปารีสโตมาเป็นหนุ่มรูปงาม ดังนั้น
เมื่อเหล่าเทพทั้งสามรู้ว่าเจ้าชายปารีสจะทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินก็
รีบเดินทางไปหา เมื่อไปถึงก็บอกให้ปารีสตัดสิน ส่วนปารีสก็ได้
มองเหล่าเทพทั้งสามและคิดอยู่ครู่หนึ่ง เพราะทั้งสามต่างก็
สวยไปหมด เลือกไม่ถูกเพราะตอนนี้ทุกคนใส่เสื้อผ้าอยู่เลย
ตัดสินไม่ถูกว่าใครสวยที่สุด จึงขอให้ถอดเสื้อผ้าเผื่อที่จะได้ไม่มี
เครื่องประดับ เหล่านางทั้งสามก็เชื่อ เมื่อปารีสต้องไปตัดสินที่
ละคนใกล้ๆ เทพีเฮราจึงไปติดสินบนด้วยการสัญญาว่า จะช่วย
ให้เจ้าชายปารีสมีชัยเหนือกรีก ครอบครองแผ่นดินทั่วทั้ง
เอเชียและยุโรป ส่วนเทพีอาเธนาได้ไปสัญญาว่าจะมอบความรู้
ทั้งหมดทั้งโลกนี้ให้เจ้าชายปารีส ให้เป็นผู้ที่เฉลียวฉลาดที่สุด
และให้วิชาการทำสงครามไปด้วย ขณะที่เทพีอโฟรไดต์สัญญา
ว่าจะมอบหญิงผู้เลอโฉมที่สุดในแผ่นดินให้ หลังจากได้ฟังข้อ
เสนอของทั้งสามแล้ว
เจ้าชายปารีสเลือกที่จะ
ตัดสินให้เทพีอโฟรไดต์
เป็นผู้ที่งดงามที่สุด
อโฟรไดต์ก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ และปารีสก็ได้มีโอกาส
เข้าไปโชว์ฝีมือที่เมืองทรอย จนกษัตริย์แห่งเมืองทรอยเห็น
และสนใจในตัวปารีส อย่างรู้ว่าเป็นใครมาจากไหน และสุดท้ายก็
มารู้ว่ามีสายเลือดใกล้ชิด จึงให้มาขึ้นปกครองเป็นกษัตริย์
เมืองทรอยโดยที่จำไม่ได้ว่าคือลูกของตนและลืมคำทำนายไป
แล้ว หลังจากเป็นเจ้าชายแห่งเมืองทรอย อโฟร์ไดต์ก็ช่วยด้วย
การพาเจ้าชายปารีสไปพบหญิงผู้งดงามที่สุดซึ่งก็คือ เฮเลน ผู้
เป็นธิดาแห่งเทพซุส ซึ่งเกิดจากการที่ซุสกลายร่างเป็นหงส์
และได้มีลูกกับมนุษย์ชาวกรีกจนกลายเป็น เฮเลนผู้ที่เป็นครึ่ง
เทพและครึ่งมนุษย์ทำให้เป็นสาวที่สวยที่สุด ปัญหาก็คือ เฮเลน
ไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย แต่นางเป็นถึงมเหสีของ เมเนลอส
เจ้าเมืองสปาร์ตา เมื่อไปถึงสปาร์ตา กษัตริย์เมเนลอสต้อนรับ
เจ้าชายปารีสเป็นอย่างดี แต่ในระหว่างที่เมเนลอสต้องออก
จากเมืองเพื่อไปเยี่ยมกษัตริย์นอสซอส เจ้าชายปารีสจึงลงมือ
ลักพาตัวเฮเลนกลับไปยังเมืองทรอย
ก่อนจะจัดพิธีอภิเษกขึ้นในภายหลัง
ครั้นเมื่อกลับมาและพบว่า พระมเหสี
อันเป็นที่รักถูกลักพาตัวไป กษัตริย์
เมเนลอสจึงได้รวบรวมสมัครพรรค
พวกทั้งหลาย ร่วมกันส่งกองทัพไป
ยังเมืองทรอยเพื่อล้างแค้น
กองทัพอันยิ่งใหญ่ของกรีกที่มีเรือกว่า 1,000 ลำนี้ต้องใช้
เวลานานกว่าที่จะไปถึงเมืองทรอยเนื่องจากไม่มีผู้ใดรู้ถึงที่ตั้ง
อันแน่ชัดของเมืองทรอย อย่างไรก็ตาม สงครามระหว่างกรีก
และทรอยนั้นต้องใช้เวลาสู้รบกันยาวนานกว่า 10 ปีด้วยกัน
เนื่องจากเมืองทรอยนั้นมีกำแพงเมืองที่แข็งแกร่งยากที่ผู้ใด
จะทำลายได้ ด้วยเหตุนี้ ในช่วง 9 ปีแรกของสงครามกองทัพ
กรีกจึงต้องไปโจมตีทำลายเมืองบริวารทั้งหลายของทรอยให้
สิ้น เนื่องจากเมืองเหล่านี้คอยส่งอาหารและอาวุธต่างๆให้กับ
ทรอย แม้จะทำลายเมืองบริวารจนหมดสิ้นแล้วก็ตาม กองทัพ
กรีกก็ยังไม่สามารถบุกเข้าไปในเมืองทรอยได้ จนทำให้เหล่า
นักรบกรีกเริ่มถอดใจ แต่ในยามที่สำคัญเช่นนี้ โอดิสซุสแม่ทัพ
ผู้ปราดเปรื่องของกรีกก็คิดอุบายหนึ่งขึ้นมาได้ ซึ่งเขาสั่งให้
สร้างม้าไม้ขนาดมโหฬารขึ้นมา และทำให้ด้านในของม้าไม้นี้
กลวงเพื่อที่จะได้นำทหารของกรีกเข้าไปหลบอยู่ด้านใน เมื่อ
การสร้างม้าไม้เสร็จสิ้นแล้ว โอดิสซุสและกษัตริย์เมเนลอส
พร้อมทหารแห่งกรีกจึงเข้าไปหลบซ่อนอยู่ภายในม้าไม้ที่สร้าง
ขึ้น ก่อนจะสั่งให้เผาค่ายทิ้ง และให้ทหารแสร้งทำเป็นยก
กองทัพเรือกลับไป แถม
ยังทิ้งทหารชื่อ ซินอน
เอาไว้ที่เมืองทรอยเพื่อ
หลอกล่อให้ชาวทรอย
หลงเชื่อ
เมื่อชาวทรอยเห็นกองทัพกรีกถอนทัพไปจนหมดสิ้นแล้ว
จึงพากันออกมาดูไม้ยักษ์ที่ตั้งตระหง่าน โดยซินอนได้หลอก
ชาวทรอยว่า เขานั้นถูกกองทัพกรีกทิ้งเอาไว้ให้หลงทางอยู่
เพียงคนเดียว ส่วนม้าไม้นี้เป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะ และ
เป็นการขอบคุณเทพีอาเธนาที่คอยช่วยเหลือ ซึ่งม้าไม้ตัวนี้จะ
นำพาโชคลาภให้กับเมืองทรอยในกาลต่อไป
ชาวทรอยนั้นต่างหลงเชื่อในคำพูดของซินอน และได้ลากม้า
ไม้ยักษ์นี้เข้าไปภายในเมือง พร้อมกับเฉลิมฉลองในชัยชนะกัน
อย่างยิ่งใหญ่ จนในคืนพระจันทร์เต็มดวงคืนนั้นเอง เมื่อถึง
เวลาเที่ยงคืนชาวทรอยทั่วทั้งเมืองต่างเมาสุราและหมดสติกัน
แทบทั้งเมือง ซินอนที่รอคอยเวลานี้จึงได้ไปเปิดให้บรรดาทหาร
ของกรีกออกมาจากม้าไม้ ก่อนจะไปเปิดประตูเมือง ให้กองทัพ
กรีกที่ยกทัพกลับมาเมืองทรอย พากันกรีธาทัพเข้ามา กองทัพ
กรีกจุดไฟเผาเมืองและสังหารชาวทรอยโดยเฉพาะผู้ชายไปเป็น
จำนวนมาก และเมื่อสงคราม
จบลง กรีกได้แบ่งบรรดาผู้หญิง
ชาวทรอยให้กับทหารและพันธ
มิตรต่างๆ นำไปเป็นทาส และนั่น
ก็คือวาระสุดท้ายของเมืองทรอย
ที่เคยยิ่งใหญ่
สงครามทรอยเกิดขึ้นเมื่อ 300 - 400 ปี ก่อนคริสตกาล
ระหว่างชาวกรีกเผ่าเอเคียน ที่มีนครรัฐสปาร์ต้าช่วยเหลือกับ
พวกโทรจัน (ฝ่ายกรุงทรอย) ม้าไม้เมืองทรอยถูกสร้างโดย
โอดิสเซียส ม้าไม้คาดว่ามีความสูง 6 เมตร คือ ขาสูง 2 เมตร
ลำตัวสูง 2 เมตร และช่วงลำคอ 2 เมตร ความกว้างภายใน
ท้องม้าไม้ประมาณ 2x3 เมตร เพื่อบรรจุทหารกรีกจำนวนหนึ่ง
ตามประวัติการตั้งถิ่นฐานของชาวกรีกนั้น ชาวกรีกเผ่าแรก
ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองไมซีนี่ คาบสมุทรกรีซ เมื่อประมาณ
1,500 ปี ก่อนคริสตกาล ต่อมาได้ขยายอำนาจข้ามทะเลไปยัง
ฝั่ งเอเชียไมเนอร์หรือ ดินแดนอะนาโตเลีย ซึ่งมีเมืองทรอยเป็น
หน้าด่านสำคัญ เมื่อเกิดความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ จึงเกิด
การสู้รบที่ยืดเยื้อหลายปี แต่ไม่ใช่เพราะชิงสาวงามเฮเลน ดังที่
ปรากฏในมหากาพย์อีเลียดของโฮเมอร์ จากการสู้รบในครั้งนั้น
ชาวกรีกเผ่า อาเคียนจำนวนหนึ่ง ที่ถูกส่งมาทำสงครามกับ
เมืองทรอย จึงได้ปักหลักตั้งถิ่นฐานอยู่ใน ดินแดนอะนาโตเลีย
และก็มีชาวกรีกเผ่าอื่นๆ ตามมาทีหลังอีก เช่น เผ่าอีโอเลียน,
ไอโอ-เนียน และคอเรียน เป็นต้น ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่า
ปัจจุบัน ทำไมหนุ่มๆ สาวๆ ชาวตุรกีส่วนใหญ่ จึงทั้งหล่อและ
สวยกัน ทั้งนี้ก็เพราะมีเชื้อสาย “เทพบุตรกรีก” ปนอยู่ด้วย
เมืองทรอยจึงมีอยู่จริง บนฝั่ งทะเลใกล้ ๆ ปากช่องแคบ
ดาร์ดะเนลส์ ที่แยกยุโรปกับเอเชียออกจากกัน เช่นเดียวกับ
ช่องแคบบอสฟอรัสทางเหนือของทะเลมาร์มาร่า ซึ่งเป็นเมือง
โบราณที่นักโบราณคดีได้ขุดค้นพบ ให้ซากปรักหักพังทั้งหลาย
ปรากฏต่อสายตาของคนรุ่นหลัง
ทรอย เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่Hisarlikในปัจจุบันของตุรกี
ทางตะวันตกเฉียงใต้ของดาร์ดะเนลส์ หรือ ชานัคคาเลช เป็นที่
รู้จักกันสำหรับตำนานกรีกของสงครามโทรจันในวรรณคดี
กรีกโบราณ ทรอยถูกพรรณนาว่าเป็นอาณาจักรที่ทรงพลัง
แห่งยุควีรชนซึ่งเป็นยุคในตำนานที่เหล่าสัตว์ประหลาดท่องไป
ในแผ่นดินและเหล่าเทพเจ้ามีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับมนุษย์
กล่าวกันว่าเมืองนี้ปกครองโดยTroad จนกระทั่งสงคราม
เมืองทรอยนำไปสู่ความพินาศโดยสมบูรณ์ด้วยน้ำมือของชาว
กรีก เรื่องราวของการทำลายล้างเป็นหนึ่งในรากฐานที่สำคัญ
ของตำนานเทพเจ้าและวรรณคดีกรีก โดยมีเนื้อหาเด่นในอีเลีย
ดและโอดิสซีย์ตลอดจนบทกวีและบทละครอื่นๆ มากมาย
มรดกดังกล่าวมีบทบาทอย่างมากในสังคมกรีก โดยมีครอบ
ครัวสำคัญๆ มากมายที่อ้างว่าสืบเชื้อสายมาจากผู้ที่ต่อสู้ที่นั่น
ในสมัยโบราณเมืองใหม่ถูกสร้างขึ้นในบริเวณที่เชื่อกันว่าทรอย
ในตำนานตั้งอยู่ ในยุคปัจจุบันเมืองนี้กลายเป็นสถานที่ท่อง
เที่ยวที่ผู้เยี่ยมชมจะมอบสิ่งของให้กับวีรบุรุษในตำนาน จน
กระทั่งปลายศตวรรษที่ 19 นักวิชาการมองว่าสงครามทรอย
เป็นตำนานอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ในปี 1871 ไฮน์ริช ชลี
มันน์และแฟรงก์ คัลเวิร์ต ได้ขุดพบที่ตั้งของเมือง ภายใต้ซาก
ปรักหักพังที่พวกเขาพบซากของการตั้งถิ่นฐานก่อนหน้านี้
จำนวนมาก เลเยอร์เหล่านี้หลายชั้นคล้ายกับการพรรณนาทาง
วรรณกรรมของทรอย
ทำให้นักวิชาการบางคนสรุปว่ามีแก่นแท้ของความจริงใน
ตำนาน การขุดค้นในภายหลังโดยผู้อื่นได้เพิ่มความเข้าใจของ
เราเกี่ยวกับที่ตั้ง แม้ว่าความสัมพันธ์ที่แน่นอนระหว่างตำนาน
กับความเป็นจริงยังไม่ชัดเจน
ช่องแคบดาร์ดะเนลส์
ปัจจุบัน ม้าโทรจัน ได้กลายมาเป็นสำนวนในภาษาอังกฤษ
และเป็นชื่อของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เมืองชานักกาเล ประเทศ
ตุรกี ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของเมืองทรอยจริงตามประวัติศาสตร์ ทาง
ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง Troy เมื่อปี ค.ศ. 2004 ก็ได้มอบม้าไม้ตัว
ที่ใช้ในเรื่องให้แก่เมือง ซึ่งกลายเป็นจุดสนใจและเป็นสถานที่ท่อง
เที่ยวสำคัญของเมืองด้วย
อ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/Troy
https://hmong.in.th/wiki/Trojan_Wars
http://www.geocities.ws/kyo_petrucci/etclegendtroy.
html
https://www.youtube.com/watch?v=9SWiMW3Q-mk
https://th.wikipedia.org/wiki/ม้าโทรจัน
https://www.silpa-mag.com/history/article_66449
https://www.thoongtongtour.com/article/ม้าไม้แห่ง
กรุงทรอย/
จัดทำโดย
นางสาวกชกร อยู่ดีรัมย์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/8 เลขที่11