The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจVentilator-Associated Pneumonia (VAP)คือภาวะปอดอักเสบที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยเกิดหลังจากผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจตั้งแต่ 48 ชั่วโมงขึ้นไปหรือหลังจากถอดเครื่องช่วยหายใจภายใน 48 - 72 ชั่วโมง ขณะที่เริ่มใช้เครื่องช่วยหายใจผู้ป่วยไม่อยู่ในระยะฟักตัวของเชื้อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ratree Lumpaupan, 2022-07-16 09:32:58

ปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจVentilator-Associated Pneumonia (VAP)

ปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจVentilator-Associated Pneumonia (VAP)คือภาวะปอดอักเสบที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยเกิดหลังจากผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจตั้งแต่ 48 ชั่วโมงขึ้นไปหรือหลังจากถอดเครื่องช่วยหายใจภายใน 48 - 72 ชั่วโมง ขณะที่เริ่มใช้เครื่องช่วยหายใจผู้ป่วยไม่อยู่ในระยะฟักตัวของเชื้อ

ปอดอกั เสบจากการใช้เครือ่ งช่วยหายใจ
(Ventilator-associated pneumonia: VAP)

ปอดอกั เสบจากการใช้เครอ่ื งช่วยหายใจ
VENTILATOR-ASSOCIATED PNEUMONIA (VAP)

หมายถงึ ภาวะปอดอกั เสบทเี่ กิดขึ้นในผู้ปว่ ยท่ใี ชเ้ คร่ืองชว่ ยหายใจ โดยเกิดหลงั จากผู้ป่วย
ใช้เครื่องชว่ ยหายใจตง้ั แต่ 48 ชั่วโมงขึ้นไปหรอื หลังจากถอดเครื่องชว่ ยหายใจภายใน 48 - 72
ชั่วโมง ขณะทเ่ี ริ่มใชเ้ ครอื่ งช่วยหายใจผูป้ ว่ ยไมอ่ ยูใ่ นระยะฟักตัวของเช้ือ ผปู้ ว่ ยอาจมีภาวะปอด
อักเสบอยู่แล้วและได้รับการรกั ษาจนหายดีแลว้ (เช่นไข้ลดลงติดต่อกนั 24 - 48 ชวั่ โมง) หากพบวา่
มีอาการของปอดอกั เสบเกดิ ข้นึ ใหมซ่ ่งึ อาจมาจากเช้อื ตัวเดมิ หรอื เชอ้ื ตวั ใหม่ ใหถ้ ือเปน็ การเกดิ ปอด
อักเสบครง้ั ใหม่ (Super Infection) (สานกั พฒั นาระบบบริการสุขภาพ, 2548)

 EARLY ONSET VAP เกดิ หลังใสท่ ่อชว่ ยหายใจเกนิ 48 ชวั่ โมง ถึง 4 วัน
LATE ONSET VAP เกดิ หลังใส่ท่อช่วยหายใจเกนิ 4 วนั (CDC, 2003)

2

ปอดอกั เสบจากการติดเช้ือในโรงพยาบาล
HOSPITAL - ACQUIRED PNEUMONIA (HAP)

หมายถึง ปอดอักเสบทีเ่ กดิ ข้ึน หลังจากผู้ปว่ ยเข้ารับการรกั ษาใน
โรงพยาบาล ตัง้ แต่ 48 ชวั่ โมงขึ้นไป โดยที่ผ้ปู ว่ ยไมไ่ ด้อย่ใู นระยะฟักตวั ของเช้อื

3

ปัจจัยเสีย่ งต่อการเกดิ ปอดอกั เสบจากการใช้เครอ่ื งชว่ ยหายใจ

HOST FACTORS การเกดิ การสาลกั อาหารในระบบทางเดินหายใจ
สงู อายุ
อาการหนกั สว่ นล่าง
ปอดอุดกั้นเรื้อรัง  ใชเ้ คร่ืองช่วยหายใจ/เจาะคอ
ภมู คิ มุ้ กันบกพร่อง  ใสส่ ายจมกู
นอนโรงพยาบาลนาน  จดั ท่านอนหงาย
ระบบหายใจล้มเหลว

4

ผลกระทบ

 การวนิ จิ ฉยั ปอดอกั เสบจากการติดเช้ือทถ่ี ูกต้อง รวดเรว็ เป็นสิ่งสาคัญหากลา่ ชา้ จะ
ส่งผลกระทบทาให้เกดิ อตั ราการเสียชีวติ เพ่ิมข้นึ รอ้ ยละ 30

 เพม่ิ ขนึ้ สองเทา่ ในผปู้ ่วยวกิ ฤต
 เสี่ยงตอ่ การเกิดเชอ้ื จลุ ชพี ดอ้ื ยามากขึ้นเลอื กใช้ยาปฏชิ วี นะอยา่ งไม่เหมาะสม
 เพิ่มอัตราป่วย/ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลนานขึน้
 เพิ่มคา่ รกั ษาในโรงพยาบาลเพิม่ ขนึ้

5

เช้อื ทเ่ี ปน็ สาเหตสุ าคญั ของการเกดิ ปอดอกั เสบจากการใชเ้ ครอ่ื งช่วยหายใจ

 การเกดิ ปอดอกั เสบในโรงพยาบาลมสี าเหตจุ ากเชอ้ื แบคทเี รยี ชนดิ AEROBIC
 เชือ้ แบคทเี รยี ท่พี บสว่ นใหญ่เป็นเชอื้ GRAM-NEGATIVE BACILLI
 ส่วนเชื้อทท่ี าใหเ้ กดิ ปอดอักเสบจากการใช้เครือ่ งชว่ ยหายใจ มากทส่ี ดุ คอื คือ

Pseudomonas aeruginosa., Klebsiella Pneumoniae (Fadeeva, 2001;
Woske, Roding, Schule & Lode, 2001)
 การระบาดของเชื้อ Acinetobacter baumanii พบการปนเปอื้ นของเชอื้ บนเตียงผู้ปว่ ยและ
อุปกรณ์ ทางการแพทย์รวมท้งั เคร่ืองช่วยหายใจ ซ่ึงเปน็ การปนเป้ือนของเชอ้ื ที่อย่บู นมอื ของ
บุคลากรทาง การแพทย์ (LEVIN, MENDES, CURSINO & SINTO, 2001)

6

ขนาดของปัญหา 7

โรงพยาบาลนครพงิ ค์ พบจานวนการเกิด VAP ต่อวนั ใส่เครอ่ื งชว่ ยหายใจ
ปี พ.ศ. 2563 – 2565 (ขอ้ มลู ไตรมาศ 1 ต.ค.-ธ.ค.64) ดังน้ี

 ในปี 2563 พบ VAP 553 ครง้ั
 ในปี 2564 พบ VAP 282 ครง้ั
 ในปี 2565 พบ VAP 71 ครัง้

หอผู้ป่วยอายุรกรรมหญงิ 2 พบจานวนการเกดิ VAP ตอ่ วนั ใส่เครื่องชว่ ยหายใจ
ปี พ.ศ. 2563 – 2565 (ข้อมูลไตรมาศ 1 ต.ค.-ธ.ค.64) ดงั น้ี

 ในปี 2563 พบ VAP 17 ครั้ง
 ในปี 2564 พบ VAP 20 ครง้ั
 ในปี 2565 พบ VAP 7 ครั้ง

แนวปฏบิ ตั ใิ นการปอ้ งกนั ปอดอกั เสบจากการใชเ้ คร่อื งชว่ ยหายใจ

 การทาความสะอาดมือ
 การสวมอุปกรณป์ อ้ งกัน
 การจัดท่าผู้ปว่ ย
 การดูแลช่องปากและลาคอ
 การดดู เสมหะ
 การใหอ้ าหารทางสายยาง
 การเปลีย่ นอปุ กรณเ์ ครอื่ งช่วยหายใจ
 การดแู ลผู้ปว่ ยทีใ่ สท่ ่อหลอดลมคอ

8

การทาความสะอาดมอื

Hand washing Hygienic hand hygiene Alcohol-based

 ทาความสะอาดมอื ด้วยนา้ และสบู่  ทาความสะอาดมอื ด้วย hand rubs

-หลงั ถอดถงุ มอื น้ายาทาลายเชื้อ -ใช้ในกรณเี ร่งดว่ นไม่

-กอ่ นและหลังสมั ผัสผิวหนงั ผู้ป่วย (4% Chlorhexidine) สะดวกในการทา
-ก่อนการทาหัตการ
ทไี่ ม่มีการปนเป้ือน infectious ความสะอาดมอื ดว้ ย
-กอ่ นการสมั ผสั กับ
material ท่ีมองเหน็ ได้ น้าและมือไมเ่ ป้ือนสงิ่
-ก่อนปฏิบัติกจิ กรรมพยาบาลท่วั ไปท่ีไม่ • ผปู้ ว่ ยทม่ี ภี มู คิ มุ้ กนั โรคต่า สกปรก เลอื ดหรอื สาร
• ผิวหนงั ที่มแี ผล
ต้องใชเ้ ทคนิคปลอดเช้ือ คัดหลัง่
-หลังสมั ผสั ส่งิ สกปรก/เชือ้ โรค
-หลังสมั ผัส non- infectious
(infectious material )
material 9

การใชแ้ อลกอฮอลท์ าความสะอาดมือ
(Alcohol-Based Hand rub)

 ควรใชป้ ริมาณ 3 – 5 มิลลลิ ิตร
 ถูใหท้ ว่ั มอื ทงั้ สองข้าง เช่นเดยี วกับการทา

ความสะอาดมือ 7 ขนั้ ตอน
 ถจู นกระทงั่ Alcohol แห้ง

ไมใ่ ช้ Alcohol Based Hand rub
ถมู ือเม่ือมอื เปอื้ นหรอื สกปรก

15

ข้อบ่งชี้ในการทาความสะอาดมือ

2.กอ่ นทาหัตถการสะอาด /
ปราศจากเช้อื

1.ก่อนสมั ผสั ผปู้ ่วย 4.หลงั สัมผัสผ้ปู ่วย

5.หลังสัมผสั ส่งิ
รอบตวั ผู้ป่วย

3.หลังสมั ผสั สารน้า 11
จากรา่ งกายผูป้ ว่ ย

ข้นั ตอนการทาความสะอาดมือ 7 ขน้ั ตอน

ใช้นา้ ยาทาลายเชอ้ื ใชฝ้ า่ มอื ถูกนั ใชฝ้ ่ามือถหู ลังมอื ใชฝ้ า่ มอื ถูฝ่ามือ
ประมาณ 3-5 มิลลิลติ ร และน้ิวถซู อกนวิ้ และนิว้ ถูซอกนิ้ว

ลงบนฝ่ามือ

ใช้หลังน้วิ มอื ถูฝ่ามือ ใช้ฝ่ามือถนู ้ิวหวั แมม่ ือ ใชป้ ลายนิ้วมือ ใชฝ้ า่ มอื ถรู อบขอ้ มอื
โดยรอบ ถขู วางฝา่ มอื
16

การสวมอุปกรณ์ปอ้ งกนั

ช่วยป้องกนั
การสัมผัสเลือด

สารคดั หลง่ั
หรือสารเคมี

ถงุ มอื สะอาด ถงุ มอื ปราศจากเช้อื

เช่น สมั ผสั ส่งิ ท่คี าดวา่ อาจมีการปนเปอื้ นเชอื้ โรค ใชใ้ นการทาหตั ถการท่ีต้องใช้เทคนคิ ปลอดเชื้อ
สงิ่ แวดลอ้ มรอบตวั ผู้ป่วยและเครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้กับ เช่น การดูดเสมหะ การผ่าตัด การทาแผล การ
ผู้ปว่ ย ปอ้ งกนั การปนเปื้อนให้กบั ผสู้ วมใสโ่ ดยยึด ใส่สายสวนปสั สาวะ การหยิบจับอปุ กรณ์
หลกั Aseptic technique เครือ่ งมือปราศจากเชือ้

13

การสวมถงุ มอื

ขอ้ ควรระวงั
1. การสวมถุงมือไม่สามารถปอ้ งกันการปนเปือ้ นได้ 100 % เนอ่ื งจากถุงมืออาจร่วั
2. ต้องทาความสะอาดมอื ทัง้ กอ่ นและหลงั การถอดถุงมือ
3. ไม่สวมใสถ่ งุ มือค่เู ดียวในการทากจิ กรรมกบั ผูป้ ว่ ยมากกวา่ 1 ราย และเปล่ียนถงุ มือ

หลังการสัมผัสกับสว่ นสกปรกก่อนสมั ผัสส่วนทสี่ ะอาดในผูป้ ่วยรายเดยี วกัน
4. ไมค่ วรทาความสะอาดถงุ มือดว้ ยการลา้ งนา้ หรือถดู ้วยแอลกอฮอล์

14

หนา้ กากอนามยั

หน้ากากอนามยั ใชเ้ พ่ือชว่ ยปอ้ งกันระบบทางเดินหายใจจากมลพิษ สารพิษ และเช้ือโรค

หน้ากากอนามัยแบบผา้ หนา้ กากอนามยั ทางการแพทย์ หน้ากาก N 95

คุณสมบตั ิ คณุ สมบตั ิ คุณสมบตั ิ

- ผลติ จากผา้ ฝ้าย ใช้ป้องกนั ฝนุ่ - ผลิตจากผา้ หรอื พอลิโพรไพลนี - ผลิตจากพอลิโพรไพลีน

ละออง และปอ้ งกันการกระจาย - ป้องกนั เชือ้ ไวรัส และแบคทีเรีย - ปอ้ งกันการเชื้อโรคที่มี

ของนา้ มกู และน้าลายจากการไอ จากคนสูค่ นได้ถงึ 99 % ขนาดเล็กมากๆ ได้ และมี

จาม แต่ไมส่ ามารถปอ้ งกนั เชื้อโรค - ปอ้ งกันฝนุ่ ได้เลก็ สุด 3 ไมครอน ประสิทธภิ าพในการกรอง ได้
ที่มขี นาดเลก็ ๆได้ สามารถซักและ และสามารถกันได้ถึง 66.37 % ถึง 99.59 % ใชป้ ้องกนั เชอื้
นากลับมาใช้ได้ วัณโรค สุกใส

14

การจัดท่าผูป้ ่วย

 เพ่อื ไมใ่ หเ้ กิดการคงั่ ของเสมหะและป้องกนั การสาลกั

1. จดั ใหผ้ ูป้ ว่ ยนอนทา่ ศีรษะสูงโดยหมนุ หัวเตียง
ทามุม 30-45 องศา

2. พลกิ ตะแคงตัวผู้ปว่ ยหรือเปลีย่ นทา่ นอนให้
ผู้ปว่ ยทกุ 2 ช่ัวโมง

16

การดแู ลช่องปากและลาคอ

แบ่งเป็น 3 ระยะ

ระยะกอ่ น 022. ขณะทาความ 03 ระยะหลงั
ทาความสะอาด สะอาดช่องปาก ทาความสะอาด
ชอ่ งปาก
ชอ่ งปาก

17

ระยะก่อนทาความสะอาดช่องปาก

1. ประเมนิ ผปู้ ่วย วัดสญั ญาณชีพ ระดับความรู้สึกตวั
2. สภาพชอ่ งปาก เพอื่ เลือกอุปกรณท์ ีใ่ ชใ้ นการดแู ลความสะอาดช่องปากของผู้ปว่ ย
3. จดั เตรยี มอปุ กรณแ์ ละนา้ ยาในการทาความสะอาดช่องปาก
4. จัดท่านอนศรี ษะสงู อย่างน้อย 30 องศาและเอยี งศีรษะไปด้านใดด้านหนึง่

0.12 % chlorhexidine 18

ระยะขณะทาความสะอาดชอ่ งปาก

ผปู้ ว่ ยทีม่ ีฟันและไม่มภี าวะเสยี่ งตอ่ การมี
เลอื ดออก ควรได้รับการแปรงฟัน โดยใชแ้ ปรงสฟี ัน
อยา่ งนอ้ ยทุก 12 ช่วั โมง ตามด้วยนา้ ยา Chlorhexidine
ถ้าผู้ปว่ ยแพ้หรอื เยื่อบชุ ่องปากเกิดอกั เสบใหใ้ ชย้ าสีฟนั ท่ี
มีฟลูออไรดช์ นิดแห้ง หรือใชน้ า้ ยา Chlorhexidine ท่ี
ปราศจากแอลกอฮอล์ (วชิรสารการพยาบาล, 2559)

19

ระยะขณะทาความสะอาดชอ่ งปาก

ผู้ป่วยทีไ่ มม่ ีฟันหรอื มีภาวะเสี่ยงตอ่ การมี
เลือดออกงา่ ย ทาความสะอาดอยา่ งน้อยทุก 4-6ช่วั โมง
และเมอื่ มีคราบสกปรกโดยใช้น้ายา 0.12 %
chlorhexidine เช็ดภายในช่องปากแทนการแปรงฟนั

20

ระยะหลงั ทาความสะอาดช่องปาก

 ดูแลใหค้ วามช่มุ ชื้นในปากและริมฝีปาก ด้วย mouth moisturizer,
วาสลนี , ปิโตรเลียมเจล หรอื ลปิ บาลม์

 ประเมนิ ความผดิ ปกติของช่องปาก (มกี ลนิ่ ปาก เยื่อบุช่องปากอกั เสบ เหงือก
อักเสบ ปากแห้ง เชื้อราในชอ่ งปาก ฟันผุ คราบฟันหรือคราบจลุ ินทรยี )์
อยา่ งน้อยวันละคร้งั

21

การดดู เสมหะ

PowerPoint
Presentation

ขอ้ บง่ ชีใ้ นการดดู เสมหะ

1. ไดย้ นิ เสียงเสมหะครดื คราด

2. ผูป้ ่วยไอ กระสบั กระสา่ ย เหงอ่ื ออก

PowerPoint 3. ผูป้ ว่ ยหายใจลาบาก อตั ราการหายใจเพม่ิ ข้นึ PowerPoint
Presentation Presentation

4. กอ่ นใหอ้ าหารทางสายยาง

24

ขนั้ ตอนการดูดเสมหะ

1. ประเมนิ อาการและอาการแสดง (ตามข้อบ่งช้ี)
2. แจง้ ผปู้ ว่ ยทราบ
3. จดั ทา่ นอนหงายศรี ษะสงู 30-45 องศา
4. ทาความสะอาดมือดว้ ย วธิ ี Hygienic Hand Hygiene
5. สวม PPE (Surgical Mask ,Goggle ,Sterile Gloves)
6. ปผู า้ สะอาดบรเิ วณหนา้ อกผปู้ ว่ ย
7. ปลดสายเครื่องช่วยหายใจออก หุ้มปลายสายด้วย Gauze
ปราศจากเชอื้

ขั้นตอนการดดู เสมหะ (ตอ่ )

8. ใช้ 70% Alcohol เชด็ ปลายทอ่ ช่วยหายใจ สายตอ่ เครื่องดูดเสมหะ ข้อต่อ
Resuscitation bag

9. กระตนุ้ ให้ผ้ปู ว่ ยหายใจลกึ ๆ 3-4 ครัง้ บบี ลมเข้าปอดดว้ ย Resuscitation bag
10. ให้ O2 5-10 ลติ รต่อนาที นาน 1 นาที
11. ใชแ้ รงดนั ดูดเสมหะ 120 – 140 มิลลิเมตรปรอทในผใู้ หญ่ แรงดนั 90-120

มลิ ลิเมตรปรอทในเด็ก
12. ดดู เสมหะด้วยความนุ่มนวล
13. หลังดูดเสมหะเสร็จเชด็ ข้อต่อตา่ งๆด้วย 70% Alcohol กอ่ นตอ่ สาย

เครือ่ งช่วยหายใจ

ขอ้ ควรระวงั ในการดดู เสมหะ

1. ใชส้ ายดดู เสมหะ ทป่ี ราศจากเช้อื และใชเ้ พียงคร้งั เดยี ว
2. ใช้น้าปราศจากเชอ้ื ในการขจดั เสมหะจากสายดูดเสมหะ หากต้อง

ดดู เสมหะซ้า

3. ไม่ใชส้ ายท่ีดูดเสมหะจากทอ่ ช่วยหายใจดูดเสมหะในปาก
4. เปลีย่ นท่อดดู เสมหะทต่ี อ่ เข้าขวดรองรบั เสมหะในผูป้ ่วยแตล่ ะราย

และเปลีย่ นขวดรองรับเสมหะในผูป้ ว่ ยแตล่ ะราย ทกุ 24 ชว่ั โมง
5. ดูดเสมหะดว้ ยความนุ่มนวล ใชเ้ ทคนคิ ปลอดเชอ้ื

25

การปอ้ งกันการสาลักจากการให้อาหารทางสายยาง

1. ข้นั ตอนในการจดั เตรยี มอาหารเหลว

2. ข้ันตอนการให้อาหารทางสายยาง

ข้นั ตอนในการจัดเตรียมอาหารเหลว

1. ทาความสะอาดมือด้วยน้าและสบู่
2. สถานที่เตรียมอาหารต้องสะอาด
3. ภาชนะจดั เตรยี มอาหารต้องสะอาด
4. อาหารทเี่ ตรยี มแลว้ ควรให้ทนั ที หากจาเป็นต้องเก็บควรเก็บในตู้เยน็ ไมเ่ กิน 24 ชั่วโมง

ขั้นตอนการใหอ้ าหารทางสายยาง

1. ทาความสะอาดมือด้วยน้าและสบู่
2. ประเมินเสมหะในปอดกอ่ นใหอ้ าหารทุกครง้ั
3. จดั ให้ผ้ปู ่วยนอนหงายศรี ษะสงู 30-45 องศา
4. ทดสอบตาแหน่งของสายให้อาหารและปริมาณอาหารทีเ่ หลอื คา้ งในกระเพาะ
5. จดั ให้ผู้ป่วยนอนศรี ษะสงู อยา่ งน้อย 1 ชว่ั โมง หลงั ใหอ้ าหาร

28

ขอ้ ควรระวงั ในการใหอ้ าหารเหลว

1. ไม่ควรดดู เสมหะหลังใหอ้ าหารทางสายยางใหม่ๆ เวน้ กรณผี ปู้ ว่ ยมเี สมหะมาก
2. ควรเปล่ียนชดุ สายยางแบบหยดให้อาหารทกุ 24 ช่ัวโมง
3. ถงุ ใสอ่ าหารเหลวควรใชค้ รั้งเดียวทิ้ง
4. หากประเมินพบปริมาณอาหารมากเกิน 250 มิลลิลติ ร ควรปรกึ ษาแพทย์
5. ควรใช้น้าปราศจากเชอื้ feed หลังให้อาหาร 50 มิลลลิ ติ ร ไมค่ วรใชน้ ้าท่ีต้ังท้งิ ไว้
เน่ืองจากอาจเกดิ การปนเปอ้ื น

การดแู ลอุปกรณเ์ ครอ่ื งชว่ ยหายใจ

อุปกรณ์ ระยะเวลาในการเปลี่ยน
Ventilator circuit เมื่อสกปรกหรือทางานไดไ้ มด่ ี
Wall humidifier 24 ชัว่ โมง
สายนาออกซเิ จน 24 ช่ัวโมง
ขวดรองรบั เสมหะและสายตอ่ 24 ช่วั โมง
Oxygen face mask เมื่อสกปรกหรอื ทางานได้ไมด่ ี
Oxygen cannula เมอื่ สกปรกหรือทางานไดไ้ มด่ ี

26

การดูแลอปุ กรณเ์ คร่อื งชว่ ยหายใจ(ตอ่ )

อปุ กรณ์ การดแู ลอุปกรณเ์ ครอ่ื งช่วยหายใจ
ชุดอปุ กรณ์พน่ ยา ควรเปลยี่ นทุกครั้งหลงั พ่นยา หากไม่สามารถทาไดค้ วรเปลี่ยนทกุ เวร โดย
(Nebulizer) การใช้แต่ละครง้ั เชด็ ด้วยสาลหี รอื Gauze ปราศจากเชื้อ บรรจุSet พ่นยา
ในภาชนะที่สะอาด
Resuscitation bag เปลย่ี นทุกครง้ั เมือ่ ใช้กบั ผูป้ ่วยรายตอ่ ไป
ทาลายเช้ือผวิ Resuscitation bag ด้วย 70% Alcohol

ทาความสะอาดมอื ดว้ ย Hygienic hand hygiene ทุกคร้งั
กอ่ นและหลงั สมั ผัสอปุ กรณ์เครอื่ งชว่ ยหายใจ

การดแู ลผปู้ ่วยท่ีใส่ท่อช่วยหายใจ

1. ทาความสะอาดมือดว้ ยวธิ ี Hygienic hand hygiene
2. สวม PPE (Surgical Mask ,Goggle ,Sterile Gloves, Gown)
3. ยึดหลัก Aseptic technique
4. บนั ทึกตาแหนง่ ทอ่ ช่วยหายใจทร่ี ะดับฟันทนั ที และตดิ เครอ่ื งหมายทท่ี อ่
5. ตรวจสอบตาแหนง่ เครื่องหมายทีท่ อ่ ทกุ ครัง้ ที่ผูป้ ่วยมีการเคลอ่ื นไหว
6. ตรวจวัด Cuff pressure อย่างน้อยทุก 12 ชวั่ โมง ปรับแรงดันท่ี 25-30 เซนตเิ มตรน้า
7. เปลยี่ นพลาสเตอร์และตาแหน่งท่ยี ดึ ติดทอ่ ชว่ ยหายใจ วันละ 1 คร้ัง

32

การดแู ลแผลเจาะคอ

1. ทาความสะอาดมอื ดว้ ยวธิ ี Hygienic hand hygiene
2. สวม PPE (Surgical Mask ,Goggle ,Sterile Gloves)
3. ยึดหลกั Aseptic technique

4. ทาความสะอาดแผลเจาะคออย่างน้อยวนั ละ 2 ครั้ง
หรือเมื่อรอบลาคอสกปรก ด้วยเทคนิคปลอดเชอ้ื และรอง
ดว้ ย Gauze ปราศจากเชอ้ื ทกุ คร้งั

5. หากเชอื กผูกท่อเปอ้ื นควรเปลย่ี น การผกู ไมค่ วรให้แน่น
มากสามารถสอดนิว้ ผา่ นได้ 1 นวิ้ และผกู เง่อื นตายเสมอ

33

วิธีทาความสะอาดท่อหลอดลมคอชนั้ ใน

1. หมนุ ลอ็ คท่อหลอดลมคอแลว้ หมนุ ทอ่ หลอดลม
คอชั้นในออก

2. นาทอ่ หลอดลมคอชั้นในไปแชใ่ นน้าไฮโดรเจน
เปอร์ออกไซด์ นานประมาณ 30 นาที
3. ใช้แปรงหรือผา้ ดันเสมหะในหลอดท่อลมคอ
ออกใหห้ มด

34

วธิ ีทาความสะอาดทอ่ หลอดลมคอชน้ั ใน (ตอ่ )

4. ใช้แปรงหรอื ผา้ ชุบถูไปมาทั้งภายในและภายนอก
5. ทอ่ โลหะ ล้างนา้ สะอาด ดว้ ย sterile water เพือ่

ล้างสารเคมีออกไป

6. ก่อนนาไปใช้ทาใหท้ ่อแหง้ สนิท ไม่มีหยดน้าขังในท่อ
7. ใส่ทอ่ หลอดลมช้ันใน และหมุนล็อคทอ่ หลอดลมให้
เรียบร้อยปอ้ งกนั การหลุด

35

THANK YOU

SCAN ME 36

นักศกึ ษา ICN รุ่น 17
คณะพยาบาลศาสตร์มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่


Click to View FlipBook Version