รายงาน
เร่ือง ขนมไทย
เสนอ
คุณครชู ุตมิ า ลมิ่ ศลิ า
จัดทําโดย
เด็กหญงิ เกศราภรณ รถแกว เลขท่ี16 ม.3/1
เดก็ หญิงชนาภัทร พทุ ธัง เลขท่ี19 ม.3/1
เดก็ หญิงธนัญชนก เศรษฐพงศ เลขที่24 ม.3/1
นางสาวนภสั สร อุดม เลขที่26 ม.3/1
เดก็ หญงิ มัชฌิมา ยอดพรหม เลขท่ี31 ม.3/1
นางสาวสนุ สิ า แซตัน เลขท่ี35 ม.3/1
รายงานฉบบั น้ีเปนสวนหน่ึงของวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท23102
ภาคเรยี นท่ี๒ ปการศกึ ษา2564
โรงเรยี นพชิ ัยรตั นาคาร
รายงาน
เรอ่ื ง ขนมไทย
เสนอ
คณุ ครชู ตุ มิ า ลมิ่ ศลิ า
จัดทําโดย
เด็กหญงิ เกศราภรณ รถแกว เลขท่ี16 ม.3/1
เด็กหญงิ ชนาภทั ร พทุ ธงั เลขท่ี19 ม.3/1
เดก็ หญงิ ธนญั ชนก เศรษฐพงศ เลขที่24 ม.3/1
นางสาวนภสั สร อดุ ม เลขที่26 ม.3/1
เดก็ หญิงมัชฌิมา ยอดพรหม เลขท่3ี 1 ม.3/1
นางสาวสุนสิ า แซตัน เลขท่ี35 ม.3/1
รายงานฉบับนี้เปนสวนหนง่ึ ของวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท23102
ภาคเรียนที่๒ ปการศกึ ษา2564
โรงเรียนพิชยั รตั นาคาร
คาํ นาํ
รายงานฉบบั น้ีเปนสวนหน่ึงของวชิ า ภาษาไทย ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 3 โดยมจี ดุ ประสงคเพือ่
การศึกษาความรูเรือ่ ง ขนมไทย ซง่ึ รายงานน้ีมีเน้ือหาเก่ยี วกบั ความหมายของขนมไทย ประวตั ขิ อง
ขนมไทย วัตถดุ ิบในการปรุงขนมไทย การแบงประเภทของขนมไทยตามวธิ ีการทําใหสุก ขนมไทย
ประจาํ ภาคตาง ๆ ขนมไทยในงานเทศกาล ขนมไทยในพธิ ีกรรม ขนมไทยท่ีไดรับอิทธพิ ลจากชาติ
อน่ื ตลอดจนขนมไทยหายาก
คณะผูจดั ทาํ ไดเลอื กหวั ขอขนมไทยในการทํารายงาน เน่ืองมาจากเปนเรื่องทีน่ าสนใจ
คณะ-ผจู ัดทาํ จะตองขอขอบคณุ คณุ ครชู ุตมิ า ล่มิ ศิลา คุณครูประจํารายวิชา ภาษาไทย ช้ัน
มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ผใู หความรู และแนวทางการศึกษาเพ่ือน ๆ ทกุ คนที่ให ความชวยเหลือมาโดย
ตลอด คณะผูจัดทําหวงั วารายงานฉบับนี้จะใหความรู และเปนประโยชนแกผูอานทกุ ๆ ทาน
คณะผูจัดทําหวังเปนอยางยง่ิ วา รายงานฉบบั น้ีจะเปนประโยชนตอการเรยี นรูของผูอานที่
ตองการเรยี นรเู รื่องขนมไทย
คณะผจู ัดทาํ
วันท่ี 24 พ.ย. 2564
สารบญั หนา
ก
เรื่อง ข
คาํ นํา ค
สารบัญ 1
บทนาํ 2
ความหมายของขนมไทย 3-4
ประวัติของขนมไทย 5
วัตถุดิบในการปรุงขนมไทย 6 - 12
แบงประเภทของขนมไทย 13
ขนมในแตละภาค 14
ขนมไทยในแตละเทศกาล 15
ขนมไทยในพิธีกรรมและความเชอ่ื 16 - 19
ขนมไทยท่ีไดรบั อทิ ธพิ ลจากขนมของชาติอนื่ 20
ขนมไทยหายาก 21 - 22
ภาคผนวก
บรรณานุกรม
บทนํา
ขนมไทยหัตถกรรมความอรอยทีแ่ สดงออกถึงความออนชอยของความเปนไทยตั้งแตครั้งอดตี กาลที่
กอกําเนิดภมู ปิ ญญาไทยหลากหลายอยางให สบื สานตอทง้ั วิถชี วี ติ ประเพณวี ฒั นธรรมท่ีสามารถนําวสั ดุมอี ยใู น
ทองถน่ิ มาปรุงแตงเปนของหวานไดมากหลายรปู แบบจดั เปนมรดกทางวฒั นธรรมอยางหน่ึงท่บี งบอกวาคนไทย
มีลกั ษณะนสิ ยั อยางไรเพราะขนมแตละชนิดลวนมเี สนหแสดงใหเห็นถึงความละเอยี ดออนประณีตวจิ ิตรบรรจง
ในรปู ลกั ษณต้ังแตวตั ถุดิบท่ีใชวธิ กี ารทาํ ทกี่ ลมกลืนความพิถีพิถันสีทใ่ี หความสวยงามมีกล่ินหอมรสชาตขิ องขนม
ทลี่ ะเมียดละไมชวนใหรับ ประทานแสดงใหเห็นวาคน ไทยเปนคนใจเยน็ รักสงบ มีฝมือเชิงศลิ ปะ ดวยเหตุผล
เหลาน้ที าํ ใหทางคณะผจู ัดทําอยากเปนสวนหนง่ึ ของการสนบั สนนุ และรวมอนรุ ักษขนมไทยท่มี มี าอยางยาวนาน
และสะทอนคุณทางวตั ถขุ องสังคมไทยไดดี เพ่ือเผยแพรใหผูอนื่ ไดรบั รูถึงคุณคาเหลานี้ ตลอดจนเปนประโยชน
ใหแกผทู ี่อยากศึกษาหาความรู
วตั ถปุ ระสงค
1.เพ่ือรวมกันระลึกถึงคุณคาและความสําคญั ของขนมไทย
2.เพ่ือใหผทู เี่ ขามาศึกษาไดความรูเกย่ี วกบั ขนมไทยในดานความหลากหลายและคุณประโยชน
3. เพื่อเผยแพรขนมไทยใหเปนทร่ี ูจักและรักษาเอกลักษณในดานการรบั ประทานอาหารของไทยไว
ขอบเขตของการศึกษา
1.ใชโปรแกรม Web Page Maker ในรปู แบบเว็บไซตในการนําเสนอ
2. นําเสนอและเผยแพรขนมไทย เพ่อื สบื สานเอกลักษณของไทยตัง้ แตสมยั โบราณ
ประโยชนทคี่ าดวาจะไดรบั
1. ผเู รยี นไดรบั ความรเู รื่องขนมไทยจากสื่อการเรียนรู
2. ผเู รยี นไดรับความรูเก่ียวกับความหลากหลายของขนมไทย และคุณประโยชนของ ขนมไทย
3. ผูเรียนชวยกนั เผยแพรขนมไทยและเอกลกั ษณวัฒนธรรมดานอาหารของไทย
1
ความหมายของขนมไทย
คาํ วา ขนม มีใชมาหลายรอยปยากจะสนั นิฐานแนนอนได เชนเดยี วกับไมมีหลักฐานยนื ยันแนนอนวา
“ขนมไทย” เกดิ ขน้ึ มาต้ังแตสมยั ใดเปนคร้ังแรก แตตามประวัตศิ าสตรไทยมหี ลักฐานตอนหนึ่งวา มกี ารจารกึ
ช่อื ขนมในแทงศลิ าจารกึ เปนการจารกึ แบบลายแทงสมยั โบราณ ขนมท่ีปรากฏคือ “ไขกบ นกปลอย บวั ลอย
อายตอ้ื ” ถามผูใหญดถู งึ ไดรูวา ไขกบ หมายถงึ เม็ดแมงลัก นกปลอย หมายถงึ ลอดชอง บวั ลอย หมายถึง
ขาวตอก อายตื้อ หมายถึง ขาวเหนยี ว ขนมทงั้ สี่ใชน้าํ กระสายอยางเดยี วกันคอื “นาํ้ กะทิ” โดยใชถวยใสขนม
ซึง่ เราเรียกการเลีย้ งขนม 4 อยางนว้ี า “ประเพณี 4 ถวย”
ขนมประเภททีใ่ ชขาว (แปง) น้ําตาล มะพราว คงจะมีมาตง้ั แตสมยั สโุ ขทยั และกรุงศรีอยุธยาตอนตน
เพราะมกี ารตดิ ตอกบั ตางประเทศ กลาววาในสมยั สมเด็จพระนารายณมหาราช มีทานผหู ญิงของเจาพระยาวชิ า
เยนชรบรรดาศักดิ์ “ทาวทองกบี มา” ทาํ หนาที่เปนผกู ํากบั ชาวพนกั งานของหวาน ไดประดษิ ฐคิดคนขนม
ตระกลู ทองเพราะมีไขผสมคือ ทองหยิบ ทองหยอด ทองพลุ ฝอยทอง ทองโปรงเปนตน
2
ประวตั ขิ องขนมไทย
ขนมไทย เปนของหวานที่ทาํ และรบั ประทานกันในอาณาจกั รไทย มีเอกลกั ษณดานวัฒนธรรมประจํา
ชาติไทยคือ มีความละเอียดออนประณตี ในการเลอื กสรรวตั ถุดิบ วิธีการทาํ ที่พถิ ีพถิ ัน รสชาติอรอยหอมหวาน
สสี ันสวยงาม รปู ลักษณชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีการรบั ประทานท่ปี ราณตี บรรจงของขนมแตละชนิด
ซงึ่ ยังแตกตางกันไปตามลกั ษณะของขนมชนดิ นนั้ ๆ
สําหรับ "เขาหนม" นน้ั พระราชวรวงศเธอ กรมหมื่นจรัสพรปฏญิ าณไดทรงตง้ั ขอสันนษิ ฐานไววา
"หนม" เพีย้ นมาจาก "ขาวหนม" เน่ืองจาก "หนม" น้นั แปลวาหวาน แตกลบั ไมปรากฏความหมายของ"ขนม" ใน
พจนานกุ รมไทย มีเพียงบอกไววาทางเหนือเรียกขนมวา "เขาหนม" แตถึงอยางไรกไ็ มพบความหมายของคาํ วา
"หนม" ในฐานะคาํ ทองถน่ิ ภาคเหนอื เมื่ออยูโดด ๆ ในพจนานุกรมเชนกนั เขาหนม แปลวา ขาวหวาน เรยี กส้นั ๆ
เร็วๆ กก็ ลายเปน ขนม ไป (คําวา เขาเขียนตามแบบโบราณ ในปจจบุ นั เขียนวา ขาว)
อีกขอสันนิษฐานหนง่ึ กน็ บั วานาสนใจไมนอย คําวา "ขนม" อาจมาจากคําในภาษาเขมรวา "หนม" ท่ี
หมายถึงอาหารทที่ ํามาจากแปง เมื่อลองพิจารณาดูแลวพบวาขนมสวนใหญลวนทาํ มาจากแปงท้ังนั้น โดยมี
นํา้ ตาลและกะทิเปนสวนผสม ดังนน้ั จึงอาจกลาวไดวา "ขนม" เพีย้ นมาจาก "ขนม" ในภาษาเขมรก็เปนได ไมวา
ขนมจะมรี ากศัพทมาจากคาํ ใดหรือภาษาใด ขนมก็ไดเขามามีบทบาทสาํ คัญในสังคมไทยดวยฐานะของขนมไทย
อยางเต็มภาคภูมิ และคนไทยเองก็ไดชอ่ื วาเปนชนชาตหิ นงึ่ ทช่ี อบกินขนมเปนชวี ติ จติ ใจ
หลักฐานเกาแกที่สดุ ท่ีแสดงถึงความสมั พันธระหวางขนมไทยกับคนไทยก็คอื วรรณคดมี รดกสโุ ขทยั
เรอื่ งไตรภมู ิพระรวง ซ่งึ กลาวถงึ ขนมตมท่เี ปนขนมไทยชนดิ หน่ึงไว คาํ วา ขนม มีใชมาหลายรอยปยากจะสนั นิ
ฐานแนนอนได เชนเดยี วกบั ไมมีหลักฐานยืนยนั แนนอนวา "ขนมไทย" เกิดข้นึ มาต้งั แตสมัยใดเปนครัง้ แรก แต
ตามประวัตศิ าสตรไทยมีหลกั ฐานตอนหน่ึงวา มกี ารจารึกช่อื ขนมในแทงศลิ าจารกึ เปนการจารกึ แบบลายแทง
สมัยโบราณ ขนมทป่ี รากฏคือ "ไขกบ นกปลอย บวั ลอย อายต้อื " ถามผูใหญดูถึงไดรวู า ไขกบ หมายถึง เมด็
แมงลัก นกปลอย หมายถึง ลอดชอง บัวลอย หมายถึง ขาวตอก อายตอ้ื หมายถึง ขาวเหนยี ว ขนมทัง้ สใ่ี ชนา้ํ
กระสายอยางเดียวกนั คือ "น้าํ กะท"ิ โดยใชถวยใสขนม ซง่ึ เราเรยี กการเล้ยี งขนม 4 อยางนี้วา "ประเพณี 4
ถวย"
ขนมไทยเริม่ แพรหลายมากขึ้นในสมยั อยธุ ยา ดังปรากฏขอความในจดหมายเหตหุ ลายฉบบั บางฉบบั
กลาวถึง "ยานปาขนม" หรือตลาดขนม บางฉบบั กลาวถงึ "บานหมอ" ทีม่ ีการปนหมอ และรวมไปถึงกระทะ
ขนมเบ้อื ง เตาและรงั ขนมครก แสดงใหเห็นวาขนมครกและขนมเบ้อื งนนั้ คงจะแพรหลายมากจนถงึ ขนาดมี
การปนเตาและกระทะขาย บางฉบบั กลาวถึงขนมชะมด ขนมกงเกวียนหรอื ขนมกง ขนมครก ขนมเบื้อง ขนม
ลอดชอง
ในสมยั สมเดจ็ พระนารายณมหาราชถอื ไดวาเปนยุคทองของการทาํ ขนมไทย เม่ือสตรชี าวโปรตเุ กสเชื้อ
สายญป่ี นุ นามวา "มารี กีมาร" ผเู ปนภรรยาเจาพระยาวชิ าเยนทร หรือบรรดาศักดิว์ า "ทาวทองกบี มา" เขารบั
ราชการเปนตนเคร่ืองขนม ของหวานในวงั ทานไดนาํ ไข และ น้ําตาลทราย มาเปนสวนผสมสาํ คัญในขนมไทย
และทานไดดดั แปลงสูตรขนมตางๆ เชน ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหมอแกง ซงึ่ ไดรับความนยิ ม
มาจนถงึ ปจจุบันนี้
3
วัตถดุ บิ ในการปรุงขนมไทย
สาคไู สหมู และขาวเกรียบปากหมอ
ขนมไทยสวนใหญทํามาจากขาวและจะใชสวนประกอบอ่ืนๆ เชน สี ภาชนะ กล่นิ หอมจากธรรมชาติ ขาวทใ่ี ช
ในขนมไทยมีทัง้ ใชในรูปขาวทั้งเม็ดและขาวท่ีอยใู นรูปแปง นอกจากนน้ั ยังมวี ัตถุดิบอื่นๆ เชน มะพราว ไข
นา้ํ ตาล ซง่ึ จะกลาวถึงรายละเอยี ดดงั ตอไปน้ี
ขาวและแปง
การนาํ ขาวมาทาํ ขนมของคนไทยเรม่ิ ตั้งแตขาวไมแกจดั ขาวออนท่เี ปนนาํ้ นม นํามาทาํ ขาวยาคู พอแกขึ้นอีกแต
เปลือกยงั เปนสเี ขยี วนํามาทาํ ขาวเมา ขาวเมาที่ไดนาํ ไปทําขนมไดอีกหลายชนดิ เชน ขาวเมาคลกุ ขาวเมาบด
ขาวเมาหม่ี กระยาสารท ขาวเจาท่ีเหลือจากการรับประทาน และที่นาํ ไปทาํ เปนแปง เชน แปงขาวเจา แปง-
ขาวเหนยี ว นอกจากนัน้ ยังใชแปงมนั สําปะหลังดวย สวนแปงสาลมี ีใชนอย มักใชในขนมท่ีไดรับอิทธพิ ลจาก
ตางชาติ
มะพราวและกะทิ
มะพราวนํามาใชเปนสวนประกอบของขนมไทยไดตงั้ แตมะพราวออนจนถึงมะพราวแก ดังนี้
-มะพราวออน ใชเนื้อผสมในขนม เชน เปยกสาคู วุนมะพราว สังขยามะพราวออน
-มะพราวทึนทกึ ใชขูดฝอยทาํ เปนไสกระฉีก ใชคลุกกับขาวตมมัดเปนขาวตมหัวหงอก และใชเปนมะพราวขูด
โรยหนาขนมหลายชนดิ เชน ขนมเปยกปูน ขนมขห้ี นู ซ่ึงถือเปนเอกลกั ษณอยางหน่ึงของขนมไทย
-มะพราวแก นาํ มาคนั้ เปนกะทกิ อนใสในขนม นาํ ไปทําขนมไดหลายแบบ เชน ตมผสมกบั สวนผสม เชนกลวย
บวชชี แกงบวดตางๆ หรือตักหวั กะทิราดบนขนม เชน สาคูเปยก ซาหร่ิม บวั ลอย
นํา้ ตาล
แตเดมิ นนั้ นา้ํ ตาลทีน่ ํามาใชทําขนมคือน้าํ ตาลจากตาลหรอื มะพราว ในบางทองที่ใชนาํ้ ตาลออย นา้ํ ตาลทราย
ถูกนาํ มาใชภายหลัง
ไข
เริ่มเปนสวนผสมของขนมไทยต้ังแตสมัยสมเดจ็ พระนารายณมหาราชซงึ่ ไดรบั อิทธพิ ลจากขนมของโปรตเุ กส ไข
ที่ใชทาํ ขนมน้จี ะตใี หขึน้ ฟู กอนนําไปผสม ขนมบางชนิดเชน ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ตองแยกไขขาวและ
ไขแดงออกจากกัน แลวใชแตไขแดงไปทาํ ขนม
ถ่ัวและงา
ถ่วั และงาจัดเปนสวนผสมที่สาํ คัญในขนมไทย การใชถ่วั เขยี วนึง่ ละเอียดมาทาํ ขนมพบไดต้ังแตสมยั อยุธยา เชน
ขนมพิมพถัว่ ทาํ ดวยถ่ัวเหลอื งหรอื ถัว่ เขียวกวนมาอัดใสพิมพ ถ่ัวและงาทีน่ ยิ มใชในขนมไทยมดี งั นี้
-ถว่ั เขียวเลาะเปลือก มชี อื่ เรียกหลายชอื่ เชน ถ่ัวทอง ถั่วซีก ถวั่ เขียวที่ใชตองลางและแชน้ําคางคืนกอนเอาไป
นึ่ง
-ถั่วดํา ใชใสในขนมไทยไมก่ชี นดิ และใสท้ังเม็ด เชน ขาวตมมัด ขาวหลาม ถัว่ ดําตมน้ําตาล ขนมถัว่ ดํา
-ถั่วลิสง ใชนอย สวนใหญใชโรยหนาขนมผักกาดกวน ใสในขนมจามงกุฎ ใสในรูปทคี่ ั่วสกุ แลว
-งาขาวและงาดํา ใสเปนสวนผสมสาํ คญั ในขนมบางชนดิ เชน ขนมเทยี นสลัดงา ขนมแดกงา
4
กลวย
กลวยมีสวนเก่ยี วของกับขนมไทยหลายชนิด ไมวาจะเปนขนมกลวย กลวยกวน กลวยเชื่อม กลวยแขกทอด
หรือใชกลวยเปนไส เชน ขาวตมมดั ขาวเหนยี วปงไสกลวย ขาวเมา กลวยทใ่ี ชสวนใหญเปนกลวยนํา้ วา กลวย
แตละชนิดเม่ือนํามาทําขนมบางครง้ั จะใหสีตางกัน เชน กลวยน้ําวาเม่อื นําไปเช่ือมใหสแี ดง กลวยไขใหสีเหลอื ง
เปนตน
สี
สที ีไ่ ดจากธรรมชาติและใชในขนมไทย มดี ังน้ี
-สีเขียว ไดจากใบเตยโขลกละเอียด คน้ั เอาแตน้ํา
-สีน้ําเงินจากดอกอัญชัน เด็ดกลบี ดอกอญั ชันแชในนา้ํ เดอื ด ถาบีบนํา้ มะนาวลงไปเลก็ นอยจะไดสีมวง
-สเี หลอื งจากขม้นิ หรือหญาฝร่ันหรือกานดอกกรรณิการ
-สีแดงจากครงั่
-สีดาํ จากกาบมะพราวเผาไฟ นํามาโขลกผสมนํา้ แลวกรอง
กล่นิ หอม
กล่ินหอมท่ีใชในขนมไทยไดแก
-กลิน่ นา้ํ ลอยดอกมะลิ ใชดอกมะลทิ ่เี กบ็ ในตอนเชา แชลงในน้ําตมสุกทีเ่ ย็นแลวใหกานจุมอยูในนา้ํ ปดฝาท้ิงไว
1 คนื รงุ ขึ้นจงึ กรอง นํานาํ ไปใชทาํ ขนม
-กล่นิ ดอกกระดังงา นยิ มใชอบขนมแหง โดยเด็ดกลบี กระดังงามาลนเทยี นอบใหหอม ใสขวดโหลทใ่ี สขนมไว
ปดฝาใหสนิท
-กลน่ิ เทียนอบ จุดไฟทีป่ ลายเทียนอบท้ังสองขางใหลกุ สักครหู น่งึ แลวดบั ไฟ วางลงในถวยตะไล ใสในขวดโหลที่
ใสขนม ปดผาใหสนิท
-กลิ่นใบเตย หัน่ ใบเตยที่ลางสะอาดเปนทอนยาว ใสลงไปในขนม
5
การแบงประเภทของขนมไทย
แบงตามวธิ ีการทําใหสกุ ไดดังนี้
-ขนมทท่ี าํ ใหสุกดวยการกวน สวนมากใชกระทะทอง กวนต้ังแตเปนน้ําเหลวใสจนงวด แลวเทใสพมิ พ
หรอื ถาดเมื่อเยน็ จงึ ตดั เปนชนิ้ เชน ตะโก ขนมลืมกลนื ขนมเปยกปนู ขนมศิลาออน และผลไมกวนตาง ๆ
รวมถงึ ขาวเหนียวแดง ขาวเหนียวแกว และกะละแม
-ขนมท่ที าํ ใหสกุ ดวยการนึ่ง ใชลงั ถึง บางชนิดเทสวนผสมใสถวยตะไลแลวน่ึง บางชนดิ ใสถาดหรือพิมพ
บางชนิดหอดวยใบตองหรือใบมะพราว เชน ชอมวง ขนมชั้น ขาวตมผดั สาลีอ่ อน สงั ขยา ขนมกลวย ขนมตาล
ขนมใสไส ขนมเทียน ขนมนํ้าดอกไม ขาวเกรียบปากหมอ
-ขนมทที่ าํ ใหสกุ ดวยการเช่ือม เปนการใสสวนผสมลงในน้าํ เช่อื มที่กําลงั เดือดจนสุก ไดแก ทองหยอด
ทองหยบิ ฝอยทอง เม็ดขนุน กลวยเชอ่ื ม จาวตาลเชอื่ ม
-ขนมที่ทําใหสกุ ดวยการทอด เปนการใสสวนผสมลงในกระทะที่มีนํ้ามนั รอนๆ จนสุก เชน กลวยทอด
ขาวเมาทอด ขนมกง ขนมคางคาว ขนมฝกบวั ขนมนางเล็ด
-ขนมทท่ี ําใหสุกดวยการนง่ึ หรืออบ ไดแก ขนมหมอแกง ขนมหนานวล ขนมกลบี ลาํ ดวน ขนม
ทองมวน สาล่ีแข็ง นอกจากน้ี อาจรวม ขนมครก ขนมเบ้ือง ขนมดอกลาํ เจียกที่ใชความรอนบนเตาไวในกลุมน้ี
ดวย
-ขนมที่ทาํ ใหสุกดวยการตม ขนมประเภทน้ีจะใชหมอหรือกระทะตมนํา้ ใหเดือด ใสขนมลงไปจนสกุ
แลวตกั ขน้ึ นํามาคลุกหรือโรยมะพราว ไดแก ขนมถ่ัวแปบ ขนมตม ขนมเหนยี ว ขนมเรไร นอกจากน้ยี ังรวม
ขนมประเภทน้ํา ท่ีนิยมนาํ มาตมกบั กะทิ หรือใสแปงผสมเปนขนมเปยก และขนมทก่ี ินกบั นา้ํ เชอ่ื มและน้ํากะทิ
เชน กลวยบวชชี มันแกงบวด สาคเู ปยก ลอดชอง ซาหร่มิ
6
ขนมในแตละภาค
ขนมไทยภาคเหนือ
สวนใหญจะทําจากขาวเหนียว และสวนใหญจะใชวิธีการตม มกั ทํากันในเทศกาลสําคัญ ขนมท่ีนิยม
ทําในงานบุญเกือบทกุ เทศกาลคอื ขนมใสไสหรือขนมจอก ขนมท่ีหาซ้ือไดทัว่ ไปคือ ขนมปาดซงึ่ คลายขนมศิลา
ออน ขาวอีตูหรอื ขาวเหนียวแดง ขาวแตนหรือขาวแตน ขนมเกลอื ขนมที่มรี ับประทานเฉพาะฤดูหนาว ไดแก
ขาวหนกุ งา ซ่งึ เปนงาค่ัวตํากับขาวเหนยี ว ถาใสน้ําออยดวยเรียกงาตาํ ออย ขาวแคบหรือขาวเกรียบวาว ลูกกอ
ถ่ัวแปะยี ถว่ั แระ ลกู ลานตมในจงั หวัดแมฮองสอน ขนมพ้นื บานไดแก ขนมอาละหวา ซง่ึ คลายขนมหมอแกง
ขนมเปงมง ซึ่งคลายขนมอาละหวาแตมีการหมักแปงใหฟูกอน ขนมสวยทะมิน ทาํ จากขาวเหนยี วน่งึ นา้ํ ตาล
ออยและกะทิ ในชวงที่มนี า้ํ ตาลออยมากจะนิยมทําขนมอกี 2 ชนดิ คอื งาโบ ทาํ จากนํ้าตาลออยเคยี่ วใหเหนยี ว
คลายตงั เมแลวคลุกงา กบั แปโหย ทาํ จากนาํ้ ตาลออยและถั่วแปยี มีลกั ษณะคลายถ่ัวตัด
ตัวอยางขนมไทยในภาคเหนอื
ขนมวง
สวนผสม
-แปงขาวเหนยี วประมาณ ๑ กโิ ลกรัม
-กลวยน้ําวาสกุ งอมคร่งึ หวี (หรอื ฟกทองน่ึงสุกบดละเอียด)
-นํา้ ออย ๕ กอน (หรือนาํ้ ตาลปบ)
-หัวกะทแิ ละน้ํามันพชื
วิธีทํา
๑.คลุกแปงกับกลวยบด (หรอื ฟกทองสุก) บดละเอียดใหเขากนั ระหวางนีเ้ ติมนาํ้ อนุ ลงไปดวย กะใหเหนียว
พอประมาณ แลวจึงคอยๆ ใสหวั กะทิลงไปนวด หมักทิ้งไวประมาณ ๒๐ นาที
๒. ปนแปงใหเปนรูปวงแหวนขนาดเล็ก-ใหญตามตองการ
๓. ใสนํา้ มนั ในกะทะจนรอนไดท่แี ลวจึงนําขนมวงท่ีปนไวลงไปทอดจนเหลืองท้ังสองดาน และตกั ขนึ้ มาพักไวให
สะเดด็ นํ้ามัน
๔. ละลายนา้ํ ตาลปบกับน้าํ เล็กนอยแลวนาํ ไปตงั้ ไฟ เค่ียวจนนา้ํ ตาลเหนยี วแลวจงึ นําขนมวงทพ่ี ักไวมาลงจุม
เพียงดานเดยี ว เม่ือนา้ํ ตาลแหงก็รับประทานได
๕. ถาใชน้ําออยใหเค่ียวนา้ํ ออยจนขนแลวนาํ ไปเหยาะรอบๆ ขนมวงเพียงดานใดดานหนง่ึ รอจนนํ้าออยจบั ตวั
แข็งและกรอบไดท่กี ร็ บั ประทานได
ขาวตมหวั หงอก
สวนผสม
-ขาวเหนียว ๑ ลิตร
-กลวยนา้ํ วา ๑๐ ผล
-มะพราวขูดขาว ๑/๒ กิโลกรัม
-นา้ํ ตาลทราย ๑/๒ กิโลกรัม
-เกลือปน ๑ ชอนโตะ
-ใบตองสําหรบั หอ ตองสาํ หรับมัด
7
วิธที ํา
1.นําขาวเหนยี วมาซาวนํ้า ๒ ครัง้ ฉีกใบตองกวางพอประมาณ เช็ดใหสะอาดเตรียมไว 2.กลวยนา้ํ วาปอกเปอก
ผาซกี ตักขาวเหนยี วที่เตรยี มไวใสใบตองเลก็ นอย แลววางกลวยน้ําวาทผ่ี าไว ๑ ซกี ตกั ขาวเหนยี วใสลงบน
กลวย เกลยี่ ขาวหมุ กลวยใหมิด
3.พบั ใบตองเปนรูปใหมดั ได จากนน้ั นําขาวตม ๔-๕ หอ มารวมกัน แลวมดั ดวยตอกหัวทาย
4.ใสมดั ขาวตมลงในหมอ ตงั้ ไฟรอน ตมไปจนขาวตมสกุ ยกลงในการตมขาวนี้ บางคนจะเอาใบตองมาหอและ
มัดเลียนแบบมัดขาวตมจริง ๆ เรียกวา ชูเขาหนม (อาน จเู ขาหนม) ใสบนมัดขาวตมในไห เชื่อวาจะทําใหขนม
หรือขาวตมสกุ ท่วั
การรบั ประทานขาวตมหวั หงอก จะแกะขาวตมตดั เปนทอน ๆ ตามขวาง โรยดวยมะพราวขดู ผสม
นํา้ ตาลและเกลือปนมากนอยตามชอบ
ขนมเทียน
สวนผสม
-แปงขาวเหนยี ว 1 กโิ ลกรมั
-นํา้ ตาลโตนด 2 ถวยตวง (สําหรับทาํ ตัวแปง)
-น้ําตาลโตนด 1 1/2 ถวยตวง (สําหรบั ทาํ ไส)
-ถว่ั เขยี วกะเทาะเปลือกนึ่ง 2 ถวยตวง
-นา้ํ ตาลทราย 2 ชอนโตะ
-พรกิ ไทย 1 ชอนชา
-นาํ้ มนั 3 ชอนโตะ
-มะพราวขูด 2 ถวยตวง
-เกลอื ปน 1 1/2 ชอนชา
ขน้ั ตอนการทํา
1. เรม่ิ จากทําตวั แปงกอนโดย นาํ นํา้ ตาลโตนดไปเค่ยี วจนเหนียวแลวจึงนําไปนวดกบั แปงขาวเหนยี วจนเขากัน
ดี
2. เตรยี มทาํ ไสหวาน โดยนํานาํ้ ตาลโตนดเคี่ยวกบั มะพราวจนแหงจึงปดไฟ ทิง้ ไวใหเยน็ แลวปนเปนกอนกลมๆ
สาํ หรับไสเค็ม ใหนํานา้ํ มนั ใสกระทะไปตั้งบนไฟรอนปานกลาง จากนั้นใสถ่ัวน่งึ , พริกไทย, เกลอื และนํ้าตาล
ทราย ผดั จนหอมและสวนผสมเขากนั ท่วั จึงปดไฟ และทิ้งไวใหเย็น
3. หอขนมโดยตดั ใบตองเปนแผนๆ เชด็ ใหสะอาดและทาดวยนาํ้ มันนิดหนอย ตกั แปงใสแลวหอไสเค็มหรือไส
หวานตามชอบ
จากนั้นนาํ แปงอกี กอนวางลงบนไส หอใหเปนรปู สามเหลี่ยม นาํ ไปน่งึ ประมาณ 30 นาทีจนสกุ ดี
8
ขนมไทยภาคใต
ในเทศกาลวนั สารทเดือนสบิ จะทาํ บญุ ดวยขนมที่มเี ฉพาะในทองถน่ิ ภาคใตเทานัน้ เชน ขนมลา ขนม
พอง ขาวตมหอดวยใบกะพอ ขนมบาหรอื ขนมลกู สะบา ขนมดีซําหรือเมซาํ ขนมเจาะหหู รอื เจาะรู ขนมไขปลา
ขนมแดง เปนตน
ตัวอยางขนมไทยในภาคใต
ขนมกานบัว
สวนผสมตวั แปง
-แปงสาลีอเนกประสงค 1/2 กโิ ลกรัม
-นาํ้ มันพืช 2 ชอนโตะ
-นาํ้ 1 ถวย
-น้ําตาลทราย 2 ชอนโตะ
-เกลือ 1 1/2 ชอนชา
-ไขไก 1 ฟอง
-แอมโมเนยี 2 ชอนชา
-โซดา 2 ชอนชา
สวนผสมน้าํ ตาลเคลอื บ
-นาํ้ ตาลทราย 1 1/4 ถวย
-นํ้า 1/2 ถวย
-เกลือ 1 ชอนชา
-แบะแซ 20 กรัม
-ขิงแกสบั ละเอียด 75 กรัม ( 1/3 ถวย)
วิธที ํา
1.รอนแปงลงในอางผสม ทําเปนบอตรงกลาง
2.ผสมนาํ้ นํา้ มันพชื นํ้าตาลทราย เกลือ ไขไก แอมโมเนยี โซดา คนใหเขากัน
3.เทสวนผสมขอ 2 ลงในอางแปง นวดใหเขากัน พักแปงไว 1 ชัว่ โมง
4.แบงแปงมาคลึงใหมีความหนาประมาณ 1/4 เชนติเมตร ตดั แปงเปนชิ้นยาว3-4 เนติเมตร ทาํ เชนนจ้ี นหมด
แปง
5.นําแปงทต่ี ดั แลวไปทอดในนํ้ามนั จนแปงมีสีเหลอื งกรอบ ตกั ขน้ึ วางบนกระดาษซับน้ํามัน
วิธีทาํ นาํ้ ตาลเคลอื บ
ผสมน้ํา นา้ํ ตาลทราย เกลอื แบะแซ ขิงแก ลงในกระทะ นาํ ไปตงั้ ไฟเคี่ยว จนเหนยี วขน ใสแปงทที่ อดแลวลง
คลกุ ใหเขากัน จนนํา้ ตาลแหง จบั ท่ัวตัวแปง(ตอนนํ้าตาลใกลจะแหง ใหหรี่ไฟลงออนๆ)
9
ขนมกอแหละ
สวนผสมทําตัวขนม
-แปงขาวเหนยี ว 1 ถวยตวง
-น้าํ เปลา 4 ถวยตวง
-หวั กะทิ 1 ถวยตวง (ทําตวั ขนม)
-นํ้าตาลทราย 1 1/2 ถวยตวง
สวนผสมทําหนา
-หัวกะทิ 2 1/2 ถวยตวง (ทาํ หนาขนม)
-ถวั่ ลิสงควั่ 1/2 ถวยตวง ใชเม็ดถัว่ ทแี่ บงครง่ึ ตามแนวยาว
วิธีทาํ ตัวขนม
1.แปงขาวเหนียว นาํ้ เปลา นาํ้ ตาลทราย หัวกะทิ 1 ถวยตวง ในข้ันตอนน้ี นําสวน
ผสมดงั กลาวเทใสหมอรวมกนั แลวนาํ ไปต้งั บนไฟออน
2.คอยๆ กวนสวนผสมจนทกุ อยางใหเขากนั มลี ักษณะเหนียวหนืด แลวเทสวนผสมขนมท่ีกวนจนขนหนืดดแี ลว
นนั้ ลงใสในถาด พักทิ้งไวใหเย็นกอน ชวงท่ีรอขนมในถาดเย็นเราะจะไปทาํ หนาขนมในข้นั ตอนตอไป
วิธที าํ หนากะทิ
1.ทาํ หนาขนม โดยนําหัวกะทิ 2 // ถวยตวง ใสหมอเพื่อทาํ การเค่ียวโดยใชไฟ
ออนนะคะ เม่ือกะทิแตกมนั ใหใสถัว่ ลิสงคว่ั ลงไปกวนจนเขากนั ยกลงจากเตา
2.เทหนาขนมลงในแปงทพี่ ักไวกอนหนา รอใหหนาขนมเกาะแปงชนั้ ลางสักครูแลวตัดแบงเปนสีเ่ หล่ยี ม เวลาท่ี
ทําการตัดแบงขนมตองระวงั หนาขนมแตก เสร็จแลวจดั เสริ ฟรบั ประทานไดเลย
10
ขนมไทยภาคอีสาน
เปนขนมท่ีทํากันงายๆ ไมพถิ ีพถิ นั มากเหมือนขนมภาคอื่น แตละจงั หวัดจะนาํ จดุ เดนของตนเองมาใส
ในขนม เชน จังหวดั อํานาจเจรญิ -ทองพับ จังหวัดนครพนม -ขนมเทยี นแกว
จังหวดั บรุ ีรมั ย บหุ งากระยาสารท ตัวอยางขนมพ้ืนบานในภาคอสี านทเ่ี ปนทีร่ จู ักไดแก
ขาวโปงหรือขาวเกรยี บวาว
สวนผสม
-น้ําตาล
-ขาวเหนยี วหรอื ขาวเหนยี วดาํ แชนํ้าประมาณ4-5ชั่วโมง
-ไขไก
-ไขตมเอาเฉพาะไขแดง
-น้ํามันพชื
วธิ ที าํ
1.นาํ ขาวเหนียวท่ีแชนา้ํ มาน่ึงใหสุก แลวนาํ มาเทลงในกระดงแลวคนไปมาใหไอน้าํ ออก
2.นําขาวเหนยี วที่ท่ีนงึ่ สุกใหมไปโขลกใหละเอยี ดดวยครกมอง
3.พอขาวเหนียวละเอียดพอประมาณใสไขโขลกใหเขากันกับขาวเหนียว
4.เตมิ นาํ้ ตาลโขลกใหเขากบั ขาวเหนียว
5.นําขาวเหนียวทผ่ี สมกบั นํ้าตาลกบั ไขเสรจ็ แลวนาํ ไปปนเปนกอนกลมๆพอประมาณ นาํ ไขแดงท่ีตมสกุ แลว
ผสมใหเขากันแลวทามือและทาแผนพลาสติกเพ่ือไมให แปงตดิ กบั แผนพลาสติก แลวใชถุงพลาสติกท่ีตดั ไววาง
บนแผนกระเบ้ืองท่ีทาํ ความสะอาดเสร็จแลว นาํ ขาวเหนยี วทปี่ นไววางบนแผนพลาสติก
6.นาํ แผนถงุ พลาสตกิ วางทับแลวนํากระเบ้ืองวางทบั อกี ที แลวกดใหแปงกระจายออกเปนแผน วงกลม
7.นําแปงที่กดเปนวงกลมวางบนเส่ือท่ที ําความสะอาดแลว
8.ทําแบบนีเ้ รื่อยๆจนแปงหมด
9.แลวนาํ ขาวโปงท่ีทําเสรจ็ มาผึ่งแดดไวประมาณ3-4วันแลวเก็บใสกลองปดฝาใหสนดิ
10.นําไปยางไฟใหพองข้นึ พอเหลอื งกส็ ามารถรบั ประทานได
ขาวจี่
สวนผสม
-ขาวเหนยี ว
-เกลือ
-ไข
วธิ ีทํา
-น่ึงขาวเหนยี ว
-ปนขาวเหน่ียว
-ปรุงไขท่ีเราเตรียมไว
-นาํ ขาวทเี่ ราเตรียมไวมาชุบกับไข
-นําขาวไปจ่ีใหไขสุก
11
ขนมไทยในภาคกลาง
สวนใหญทาํ มาจากขาวเจา เชน ขาวตงั ขาวเหนียวมนู และมขี นมท่ีหลุดลอดมาจากรั้ววัง จน
แพรหลายสูสามัญชนท่วั ไป เชน ขนมกลบี ลําดวน ลกู ชบุ หมอขาวหมอแกง ฝอยทอง ทองหยบิ ขนมตาล ขนม
กลวย ขนมเผอื ก ขนมไทยเปนเอกลักษณดานวัฒนธรรมประจําชาตไิ ทยอยางหน่ึงทเี่ ปนทรี่ ูจักกันดี เพราะเปน
สิง่ ที่แสดงให เหน็ ถงึ ความละเอียดออนประณตี ในการทํา ต้ังแตวตั ถดุ ิบ วิธีการทาํ ที่กลมกลืน พิถีพิถนั ในเรื่อง
รสชาติ สีสัน ความสวยงาม กลิ่นหอม รปู ลักษณะชวนรบั ประทาน ตวั อยางขนมไทยในภาคกลาง ไดแก
ขาวเหนยี วมูล
สวนผสม
-ขาวเหนียว 1 กิโลกรัม
-หัวกะทิ 450 กรมั
-เกลอื ปน 3/4 ชอนชา
-นํา้ ตาลทราย 550 กรมั
-ใบเตย 3-5 ใบ
-ถวั่ ทอง 5 ชอนโตะ
-น้าํ ใบเตย, นํ้าแครอท, น้ําดอกอญั ชัญหรือสีผสมอาหารตามชอบ
วธิ ีทํา
1. นําขาวเหนียวไปลางทําความสะอาดและแชนํา้ ท้ิงไว 1 คนื จากน้ันนําไปสะเดด็ น้าํ (กรณีตองการทาํ ขา
เหนียวท่มี สี ีตางๆ ก็ใหใสสีลงไปในนาํ้ ทีแ่ ชคางคืนไวดวย)
2. นําผาขาวบางรองไวในซ้ึงหรอื หมอนึ่ง แลวจงึ นําขางเหนยี ววางลงบนผาขาวบาง จากนั้นนาํ ไปนงึ่ จนขาว
เหนียวสุก
3. ในหมอขนาดเลก็ ใสนํ้าตาล, เกลอื ปน (3/4 ชอนชา) และหวั กะทิ และนําไปตั้งบนไฟออนๆ คนจน
สวนผสมท้ังหมดเขากนั ดี จากนนั้ จึงใสใบเตยลงไป ท้งิ ไวสกั พักจงึ ปดไฟ
4. ในชามขนาดกลาง ใสขาวเหนียวทน่ี ง่ึ ไวจนสกุ ดแี ลวลงไป จากน้นั จงึ ใสนา้ํ กะททิ ่ีเค่ยี วไวในข้นั ตอนทส่ี ามตาม
ลงไป คนจนสวนผสมเขากันท่ัว และทง้ิ ไวอยางนอย 15 นาที กส็ ามารถนําไปเสริฟได (เวลาเสรฟิ อาจโรยหนา
ดวยถัว่ ทอง)
หมายเหตุ : ขาวเหนียวมนู สามารถนาํ ไปทานกับ มะมวงสกุ หรอื ทานกบั สังขยา, หรือทานเปนขาวเหนียวมูน
หนากงุ + หนาปลาแหงและอื่นๆ
ขนมสเนหจันทร
สวนผสม
-แปงขาวเหนียว 1/2 ถวยตวง
-แปงขาวเจา 1 ถวยตวง
-หัวกะทิ 3 ถวยตวง
-น้ําตาลทราย 2 ถวยตวง
-ไขไก 2 ฟอง
-ผงจันปน 1/2 ชอนชา
-ผสมอาหารสเี หลอื ง
12
วิธีทํา
1. ผสมแปงทงั้ สองชนดิ เขาดวยกัน
2. ผสมหวั กะทิกบั น้ําตาล ละลายแลวกรองผสมแปงกับกะทิ และผงจันปนสเี หลือง ต้งั ไฟออน กวนจนจบั กัน
3. ไขไกใชแตไขแดง ใสขณะแปงรอน รีบคนใหเขากัน ยกลง
4. พอขนมอนุ ปนได ใหปนเปนรปู ผลจนั ตรงขั้วผลใชนํา้ ตาลเคย่ี วสนี ้ําตาลหยอด
13
ขนมไทยในแตละเทศกาล
• งานตรุษสงกรานต ที่พระประแดง และราชบุรี ใชกะละแมเปนขนมประงานตรษุ
• สารทไทย เดือน 10 ทุกภาคยกเวนภาคใต ใชกระยาสารทเปนขนมหลกั นอกจากนัน้ อาจมี ขาวยาคู ขาว
มธปุ ายาส ขาวทิพย สวนทางภาคใต จะมี ขนมสารทเดือนสิบ โดยใชขนมลา ขนมพอง ขนมทอนใต ขนมบา
ขนมเจาะหูหรือขนมดีซาํ ขนมตม (ขาวเหนยี วใสกะทิหอใบกะพอตม ตางจากขนมตมของภาคกลาง) ยาสาด
(กระยาสารท) ยาหนม (กะละแม) โดยขนมแตละชนิดทใ่ี ชมีความหมายคือ ขนมพอง เปนแพพาขามหวง
มหรรณพ ขนมกงหรือขนมไขปลา เปนเครอื่ งประดบั ขนมดซี าํ เปนเงินเบย้ี สําหรับใชสอย ขนมบา ใชเปน
ลูกสะบา ขนมลาเปนเสอ้ื ผาแพรพรรณ
• เทศกาลออกพรรษา การตกั บาตรเทโว เดอื น 11 นิยมทาํ ขาวตมผัดหอดวยใบตองหรือใบออย ธรรมเนียมนี้
มาจากความเช่อื ทางศาสนาที่วา เมื่อประชาชนไปรอรบั เสด็จพระพุทธเจาเมื่อทรงพทุ ธดาํ เนินจากเทวโลกกลับ
สโู ลกมนษุ ย ณ เมืองสงั กัสสะ ชาวเมืองท่ีไปรอรบั เสดจ็ ไดนาํ ขาวตมผัดไปเปนเสบยี งระหวางรอ บางทองทม่ี ี
การทาํ ขาวตมลูกโยนใสบาตรดวยเชน ชาวไทยเชื้อสายมอญทจ่ี ังหวัดราชบุรี
• ในชวงออกพรรษา ทจ่ี งั หวัดนครศรธี รรมราชมปี ระเพณีลากพระและตักบาตรหนาลอ ซ่ึงจะใชขนมสองชนดิ
คือ หอตม (ขาวเหนียวผดั กะทหิ อเปนรูปสามเหล่ียมดวยใบพอ) และหอมดั (เหมือนหอตมแตหอดวยใบจาก
หรือใบมะพราวออนเปนรปู สี่เหลยี่ มใชเชือกมัด)
• ในชวงถือศลี อดในเดอื นรอมฎอน ชาวไทยมุสลมิ นยิ มรับประทานขนมอาเกาะ
• เดอื นอาย มีพระราชพิธีเลี้ยงขนมเบื้อง เม่ือพระอาทิตยโคจรเขาราศีธนู นิมนตพระสงฆ 80 รปู มาฉันขนม
เบ้อื งในพระท่ีนั่งอมรนิ ทรวินิจฉยั
• เดือนอายในจังหวดั นครศรธี รรมราชมีประเพณีใหทานไฟ โดยชาวบานจะกอไฟและเชิญพระสงฆมาผิงไฟ
ขนมท่ใี ชในงานน้มี ี ขนมเบือ้ ง ขนมครก ขนมกรอก ขนมจจู ุน กลวยแขก ขาวเหนียวกวน ขนมกรุบ ขาวเกรยี บ
ปากหมอ
• เดือนสาม ทางภาคอสี านมีประเพณบี ุญขาวจี่ ซึ่งจะทําขาวจี่ไปทาํ บุญที่วดั
14
ขนมไทยในพิธกี รรมและความเชอ่ื
-การสะเดาะเคราะหและแกบนของศิลปนวายงั -มะโยงของชาวไทยมุสลมิ ทางภาคใต ใชขาวเหนยี วสามสี (ขาว
เหลือง แดง) ขาวพอง (ฆีแน) ขาวตอก (มือเตะ) รา (กาหงะ) และขนมเจาะหู (ลงี อโตะแว)
ในพธิ เี ขาสุหนัต ขน้ึ บานใหม แตงงาน นาํ เรือใหมลงน้ํา ชาวไทยมุสลมิ นิยมทําขนมฆานม
-ขนมท่ีใชในงานแตงงาน ในภาคกลางนอกกรุงเทพฯออกไปจะมีขนมกงเปนหลัก นอกจากนั้นมที องเอก ขนม
ชะมด ขนมสามเกลอ ขนมโพรงแสม ขนมรงั นก บางแหงใชขนมพระพายและขนมละมุดก็มี ในบางทองถ่ิน ใช
กะละแม ขาวเหนยี วแดง ขาวเหนยี วแกว ขนมชั้น ขนมเปยก ขนมเปยะ ถาเปนตอนเชา ยงั ไมถึงเวลาอาหาร
จะมกี ารเล้ียงของวางเรยี ก กินสามถวย ไดแก ขาวเหนียวนาํ้ กะทิ ขาวตอกนํากะทิ ลอดชองนาํ้ กะทิ บางแหงใช
มนั น้าํ กะทิ เม็ดแมงลักนาํ้ กะทิ บางทองถนิ่ ใชขนมตมดวย
-พิธแี ตงงานของชาวไทยมุสลิม จะมีพิธีกินสมางัตซ่ึงเปนการปอนขาวและขนมใหเจาบาวเจาสาว ขนมที่ใชมี
กะละแมหรือขนมดอดอย ขนมกอหรือตปู งปตู ู ขนมลาและขาวพอง
-ขนมที่ใชในงานบวชและงานทอดกฐนิ ของชาวไทยเชื้อสายมอญในจังหวดั ราชบรุ ี ไดแก ขนมปลาหางดอก
และลอดชองน้าํ กะทิ
-ในงานศพ ชาวไทยเชอื้ สายมอญในจังหวัดราชบุรีนิยมเลีย้ งเมด็ แมงลักนํา้ กะทิ
-การบชู าเทวดาในพธิ ีกรรมใดๆ เชน ยกเสาเอก ต้ังศาลพระภูมใิ ชขนมตมแดง ขนมตมขาว เปนหลักในเครื่อง
สังเวยชุดธรรมดา ใหญเพม่ิ ขาวตอก งาค่ัว ถัว่ ทอง ฟกทองแกงบวด ในพิธที ําขวัญจุกใชขนมตมขาวตมแดง
ดวยเชนกัน เคร่ืองกระยาบวชในการไหวครูเพื่อทาํ ผงอทิ ธิเจ ใชขนมตมแดงตมขาวเชนกนั
-พิธีเล้ียงผขี องชาวไทยเชือ้ สายมอญในจังหวดั ราชบรุ ี ใช ขนมบวั ลอย ขนมทอด
-ขนมท่ใี ชในพธิ ไี หวครมู วยไทยและกระบี่กระบอง ไดแก แกงบวด (กลวย เผอื กหรือมนั ) เผอื กตม มันตม ขนม
ตมแดงตมขาว ขนมช้ัน ถวยฟู ฝอยทอง เม็ดขนนุ
ในการเลนผีหง้ิ ของชาวชอง บนห้ิงมีขนมตม
15
ขนมไทยที่ไดรบั อทิ ธพิ ลจากขนมของชาตอิ ื่น
ประเทศไทยไดรับเอาวัฒนธรรมดานอาหารของชาตติ าง ๆ มาดัดแปลงใหเหมาะสมกบั สภาพทองถ่นิ
วัตถดุ บิ ทหี่ าได เครอื่ งมือเครอ่ื งใช ตลอดจนการบรโิ ภคนิสยั แบบไทย ๆ จนทําใหคนรุนหลงั ๆ แยกไมออกวา
อะไรคือขนมท่ีเปนไทยแท ๆ และอะไรดัดแปลงมาจากวฒั นธรรมของชาติอน่ื
ประเทศอินเดยี : ขนมไทยดั้งเดมิ ท่ใี ชขาว แปง น้ําตาลและมะพราว เปนองคประกอบหลัก โดยเฉพาะวิธปี รุง
อยางโบราณ คือการกวนและตมนาจะไดรบั อิทธิพลมาจากอินเดยี กะละแมไทยไดแบบมาจากขนมดึกดาํ บรรพ
ของอนิ เดยี ชื่อ ฮูละวะ ทํามาจากแปง นม นํ้าตาล ขนมตมไดรบั อิทธพิ ลมาจากอินเดีย เปนขนมโมทก ท่ชี าว
อนิ เดยี นิยมใชบชู าพระพิฆเนศ
ประเทศโปรตเุ กส : ทองหยอดและฝอยทอง มีตนกาํ เนดิ จาก “มารี กีมาร” หรือ “ทาวทองกบี มา”ภรรยาเชื้อ
ชาติญีป่ ุน สญั ชาตโิ ปรตเุ กสของเจาพระยาวชิ เยนทร ผเู ปนกงสุลประจําประเทศไทยในสมยั น้นั
16
ขนมไทยหายาก
ขนมไทยเปนของหวานรสอรอยท่ีมักถกู นาํ มาใชในพธิ ีสําคัญตาง ๆ เชน งานมงคลสมรส ทําบุญวนั เกิด
หรือทําบญุ ข้นึ บานใหม สวนใหญก็จะมีการเลย้ี งพระกบั แขกที่มาในงาน ซ่ึงเดี๋ยวนข้ี นมไทยหลายชนิดหา
รบั ประทานกนั ยากมาก อาจเปนเพราะข้นั ตอนการทําท่ีพิถีพถิ ันรวมถึงความประณตี จึงทาํ ใหขนมไทยหลาย
ชนิดหางหายไป
กระเชาสดี า
สวนผสมมะพราว
-มะพราวทนึ ทกึ ขดู เสน 500 กรัม
-นํ้าตาลทราย 350 กรมั
-นาํ้ ลอยดอกมะลิ 250 กรัม
-สผี สมอาหารตางๆ ตามชอบ
สวนผสมตวั กระเชา
-แปงสาลีอเนกประสงค 200 กรมั
-เนยขาว 25 กรมั
-เนยสดชนิดเคม็ 25 กรัม
-น้ําเยน็ 130 กรัม
-ดอกไมสําหรับตกแตง
วิธีการทําตวั กระเชา
1. ผสมแปงสาลี เนยขาว เนยสด ใหเขากนั
2. นวดจนเนยี น ปดดวยถงุ พลาสตกิ พักไว 30 นาที
3. คลงึ แปงใหบาง
4.ใชพมิ พกด
5. กรลุ งในพมิ พ ใชสอมจมิ้ กนใหทั่ว
6. แปงที่เหลือทาํ เปนเสนเลก็ ๆ
7. วางลงในถวยตะไลใหมีลักษณะโคงเพ่ือใชทาํ หูกระเชา
8. นําเขาอบอุณหภมู ิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 10 นาที หรือจนกวาจะมสี ีเหลืองทอง
วธิ ีทํา
1. ใสนาํ้ ลอยดอกมะลิ นํา้ ตาลทรายลงในกระทะทอง คนใหละลาย
2. พอเดอื ดใสมะพราวทนึ ทึก
3. กวนจนแหง
4. แบงสีผสมอาหารออนๆ ตามชอบ พักไวใหเยน็ (ควรใสสีขณะท่ีมะพราวยงั รอนอยู)
5. นาํ มะพราวใสลงในกระเชาท่อี บไว
6. เสยี บหกู ระเชา
7. ตกแตงดวยดอกไมน้ําตาล
17
ขนมจามงกุฎ
สวนผสมตัวขนม
-แปงสาลอี เนกประสงค 100 กรมั
-แปงเทายายมอม 10 กรัม
-ไขไก (เฉพาะไขแดง) 6 ฟอง
-กะทิ 230 กรมั
-นํา้ ตาลทราย 160 กรมั
-สผี สมอาหารสีเหลือง
-ทองคําเปลว 100%
สวนผสมเม็ดแตงโม
-เม็ดแตงโมแกะแลว 100 กรมั
-น้าํ ตาลทราย 160 กรมั
-นา้ํ ลอยดอกมะลิ 200 กรัม
สวนผสมแปงรองขนม
-แปงสาลอี เนกประสงค 100 กรมั
-ไขไก (เฉพาะไขแดง) 2 ฟอง
-ไขไก 1 ฟอง
หมายเหตุ
นาํ้ เช่อื มทีใ่ ชติดเม็ดแตงโม เตรยี มโดยผสมนํ้าตาลทราย 50 กรัม กบั น้าํ เปลาเล็กนอย ยกข้ึนตัง้ ไฟเค่ยี วพอขน
ยกลงพักไวใหเย็น
วิธกี ารทาํ เมด็ แตงโม
1. ผสมนา้ํ ตาลทรายกบั นํา้ ลอยดอกมะลิ ยกข้นึ ตง้ั ไฟพอเดือด ยกลงพักไวใหเยน็
2. เอยี งกระทะทองใสเมด็ แตงโม
3. ใชมอื แตะนา้ํ เช่ือมพรมที่เม็ดแตงโมกวาดไปเร่อื ยๆ พอนา้ํ เชอ่ื มเร่ิมตดิ กระทะ
4. ใหเทเมด็ แตงโมมาอีกดานของขอบกระทะ แลวใชผาชุบนา้ํ เช็ดคราบน้าํ เชื่อมทต่ี ดิ กระทะอยู ทาํ เชนนน้ั
สลบั กันไปเรอื่ ยๆ
5. จนนํ้าเช่อื มเกาะทีเ่ มด็ แตงโมเปนตะปุมตะปา หรอื ท่เี รยี กวาทนาม
วธิ ที าํ แปงสาํ หรบั รองตัวขนม
1. ผสมแปงสาลีกบั ไขแดง และไขไกเคลาใหเขากนั
2. นวดจนเนยี น
3. คลึงแปงเปนแผนบาง
4. ใชพิมพกดใหมีขนาดพอดีกับถวย และใชสอมจมิ้ ใหท่ัว
5. กรุแปงลงในพมิ พนาํ เขาอบพอสุกเหลือง นําออกพักไวใหเยน็
วิธีทําตัวขนม
1. รอนแปงสาลีและแปงเทายายมอมใสภาชนะ ใสน้าํ ตาลทราย ไขแดง สีผสมอาหารใหเขากัน
2. ใสกะทิผสมใหเขากนั
3. กรองดวยกระชอน ใสในกระทงทอง
4. ยกขนึ้ กวนดวยไฟออน
18
5. จนแปงรวมตัวเปนกอน และเนียนใส ยกลงคลุมดวยผาขาวบางจนสวนผสมอนุ
6. จุมปลายเม็ดแตงโมทเ่ี ตรียมไวลงในนา้ํ เช่อื ม
7. นาํ ไปตดิ บนแปงที่อบไวใหรอบ ประมาณ 6-7 เม็ด ผึง่ ใหนาํ้ เช่ือมแหง
8. ปนสวนผสมแปงใหเปนกอนกลม ใชไมจิม้ ฟนทําเปนรอยประมาณ 6 รอย
9. วางบนเมด็ แตงโมทเ่ี ตรียมไว
10. ปนสวนผสมใหเปนกอนกลมเล็กๆ วางบนยอด ตกแตงดวยทองคาํ เปลวใหสวยงาม
ขนมดอกอญั ชัน
สวนผสม
แปงขาวเจา 100 กรัม
แปงเทายายมอม 16 กรัม
นา้ํ ตาลทราย 120 กรมั
น้าํ ปนู ใส 20 กรัม
นาํ้ ดอกอญั ชนั คนั้ เขมๆ 160 กรมั
นํา้ เปลา 250 กรัม
ไขแมงดา
สวนผสมหนากะทิ
แปงขาวเจา 25 กรมั
กะทิ 250 กรัม
นํา้ ตาลทราย 12 กรมั
เกลอื ปน 4 กรัม
แปงถัว่ เขียว 4 กรัม
สวนผสมไขแมงดา
ไขเปด 10 ฟอง
แปงทองหยอด 25 กรัม
สวนผสมน้ําเชื่อม
น้ําตาลทราย 1 กโิ ลกรัม
นา้ํ ลอยดอกมะลิ 750 กรมั
ใบเตย 4-5 ใบ
เปลอื กไขเปด 3 ฟอง
สวนผสมนา้ํ เชอ่ื มใส
นาํ้ ตาลทราย 500 กรัม
นํ้าลอยดอกมะลิ 500 กรมั
ใบเตย 4-5 ใบ
เปลือกไขเปด 2 ฟอง
19
วธิ ีทํานาํ้ เชอื่ ม
1. นาํ น้าํ ตาลทรายใสกระทงทอง พรอมเปลือกไข
2. เตมิ นํา้ ลอยดอกมะลแิ ละใบเตย
3. ยกข้ึนตง้ั ไฟพอเดือด เคี่ยวประมาณ 10 นาที
4. ยกลงกรองดวยผาขาวบาง เทลงในกระทะทองยกขึน้ ต้ังไฟเค่ยี วตอใหเดือด
วิธที าํ ไขแมงดา
1. ตอกไขเปดใสภาชนะแยกไขแดง
2. กรองผานกระชอน
3. ใสแปงทองหยอด ผสมใหเขากนั
4. เม่ือนาํ้ เชอ่ื มไดทเ่ี ดือดปดุ ๆ ตรงกลาง ตกั สวนผสมใสในกรวยใบตองหรอื กรวยทองเหลอื ง หยดลงในนํา้ เชื่อม
5. จนเต็มกระทะ เพิ่มเปนไฟกลาง
6. พอสุกตกั ข้นึ
7. ใสในนํ้าเชอื่ มใส ทง้ิ ไวสักครู ตักข้นึ พักไวใหสะเด็ดนา้ํ เชื่อม
วิธีทําขนมดอกอัญชัน
1. ใสน้าํ ตาลทราย นาํ้ เปลาลงในหมอ ตง้ั ไฟพอเดือด ยกลงกรอง พกั ไวใหเยน็
2. ผสมแปงขาวเจา แปงเทายายมอม เขาดวยกัน ใสน้าํ เชอ่ื มท่เี ตรียมไว ใหพอนวดได
3. นวดประมาณ 15 นาที
4. ใสนาํ้ เช่อื มทเี่ หลือ นํา้ ปูนใส น้ําดอกอัญชนั ผสมใหเขากัน
5. ใสนํ้าเปลาลงในลังถงึ ประมาณ 3/4 ของลังถึง ตง้ั ไฟใหเดือด น่ึงถวยใหรอน หยอดสวนผสมใสใหเตม็ ถวย
6. ปดฝาน่งึ ประมาณ 20 นาที ยกลงพักไวใหเย็น แคะออกจากถวย พักไว
วธิ ีทําหนากะทิ
1. ผสมกะทิ แปงขาวเจา แปงถวั่ เขยี ว นาํ้ ตาลทราย เกลือปน ลงในกระทะทอง
2. ยกขึ้นตง้ั ไฟ คนจนขน แปงสกุ ยกลงพักไวใหเย็น ใสกระชอนกรอง แลวตักใสกรวยกระดาษใชหัวบบี เบอร
102
3. บีบหนากะทลิ งบนขนมใหสวยงาม
4. ตกแตงดวยไขแมงดา
4.ขนมบุหลนั ดั้นเมฆ
สวนผสม
แปงขาวเจา 100 กรัม
แปงเทายายมอม 40 กรัม
นาํ้ เช่ือมพักไวใหเยน็ 350 กรัม
นํ้าเปลา 200 กรมั
นาํ้ ดอกอัญชันคนั้ เขมๆ 100 กรัม
ไขไก (เฉพาะไขแดง) 10 ฟอง
นํา้ ตาลทรายปน 60 กรมั
กล่ินวานิลลา 10 กรมั
กะทิ 120 กรัม
แปงขาวเจาสําหรับผสมกะทิหยอดหนา 10 กรมั
20
ภาคผนวก
ประวตั ทิ าวทองกบี มา
มารี กีมาร เธอมีชอ่ื เสียงจากการปฏบิ ัติหนาที่หวั หนาหองเคร่อื งตนวิเสทในราชสํานัก ตําแหนง “ทาวทองกบี
มา” วากนั วานางไดประดิษฐขนมไทยท่ีไดรบั อิทธพิ ลจากอาหารโปรตเุ กส อาทิ ทองหยบิ , ทองหยอด, ฝอยทอง
, ทองมวน และหมอแกง จนไดสมญาวาเปน “ราชนิ แี หงขนมไทย”
ชาตกิ าํ เนิดและครอบครวั
ทาวทองกีบมา เปนคริสตงั เช้อื สายโปรตุเกส, เบงกอล และญปี่ นุ เปนธิดาคนโตของฟานิก กูโยมาร (Fanik
Guyomar) บดิ ามีเชื้อสายโปรตเุ กส, ญปี่ นุ และ เบงกอล ท่ีอพยพมาจากอาณานิคมโปรตเุ กสในเมืองกัว กบั
มารดาชื่ออรู ซลู า ยะมะดะ (Ursula Yamada)ลกู หลานผลู ี้ภัยจากการเบยี ดเบียนศาสนาในญีป่ ุน
ขนมที่เช่อื วาทาวทองกบี มาทําขึน้
เมือ่ คร้ังท่ีทาวทองกบี มา เขารับราชการในหองเครือ่ งตน กาํ กับเครื่องชาวพนักงานหวานในพระราชวงั ก็ได
สรางสรรคขนมหวานหลายชนดิ โดยดดั แปลงมาจากตํารบั อาหารโปรตเุ กสใหเปนขนมหวานของไทย โดย
ผสมผสานความรดู านการทําอาหารทม่ี ีมาแตเดมิ มารวมเขากบั วตั ถดุ บิ ที่มใี นทองถ่นิ ทั้งยังสอนความรูดังกลาว
แกเหลาสตรใี นบัญชา จนตํารับเปนทีเ่ ผยแพรโดยทวั่ ไปและตกทอดสอู นุชนรุนหลัง ถือเปนหนึง่ ในวฒั นธรรม
โปรตเุ กสทีแ่ พรเขาสูสงั คมไทยดวยเหตุนท้ี าวทองกีบมาจึงไดการยกยองใหเปน “ราชนิ ีแหงขนมไทย” โดยขนม
ทเ่ี ชื่อวาทาวทองกบี มาไดดดั แปลงเปนขนมหวานของไทยน้ัน มดี ังตอไปน้ี
• ทองมวน
• ทองหยิบ
• ทองหยอด
• ทองพลุ
• ทองโปรง
• ฝอยทอง
• กะหรี่ปบ
• ขนมหมอแกง
• สังขยา
• ขนมผิง
• ขนมขงิ
21
บรรณานุกรม
aor. (๒๕๕๓). ขนมประจาํ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. สบื คนเมือ่ ๒๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔,
จาก http://aorcmu.blogspot.com/p/blog-page_2410.html
namfon0929800239. (๒๕๖๐). ความหมายของขนมไทย. สืบคนเมื่อ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔,
จาก https://2018nisitcom.wordpress.com/
yuwadee. (๒๕๖๑). ประวตั ิ ทาวทองกบี มา ราชินแี หงขนมไทยในบพุ เพสนั นิวาส. สืบคนเมอ่ื ๒๓
พฤศจิกายน ๒๕๖๔,
จาก https://teen.mthai.com/variety/145134.html
Matichon Public Co.,Ltd. (๒๕๖๔). เปดบนั ทึกสาเหตุที่ทาํ ให “ทาวทองกีบมา” ตองทาํ “ขนมหวาน”.
สบื คนเมือ่ ๒๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔,
จาก https://www.silpa-mag.com/history/article_16626
วกิ ิพีเดีย. (ม.ป.ป.). ขนมไทย. สืบคนเมอ่ื ๒๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔,
จาก https://th.wikipedia.org/wiki/ขนมไทย
นางสาวเอมฤทยั คงม่นั . (ม.ป.ป.). ขนมไทยในพิธีกรรม. สืบคนเมือ่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔,
จาก https://sites.google.com/site/sweetbyame/khnm-thiy-ni-phithikrrm-laea-theskal
JUTARAT TAKHEAWLA., PRAKYKRAN SINGHO. (ม.ป.ป.). ความเปนมาของขนมไทย. สืบคนเม่ือ ๒๓
พฤศจิกายน ๒๕๖๔,
จาก https://sites.google.com/site/0926kanomthai/dessert_ofthailandhtml
บริษัทเทนเซ็นต (ประเทศไทย) จาํ กัด. (๒๕๖๔). 8 ขนมไทยโบราณหาทานยาก. สืบคนเมอ่ื ๒๓ พฤศจิกายน
๒๕๖๔,
จาก https://www.sanook.com/women/110745/
22
Kanokkan Phaythaisong. (๒๕๕๗). ขนมไทยภาคเหนือ. สบื คนเม่ือ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔,
จาก https://kanokkan123456789.wordpress.com/
SME How.(ม.ป.ป.). สตู รวธิ ที าํ ขนมกอและห พรอมคาํ แนะนําในการขายขนมกอและห. สบื คนเมือ่ ๒๓
พฤศจิกายน ๒๕๖๔,
จาก https://smehow.net/archives/767
Ka~Nom. (๒๕๖๐). ขนมเจาะห.ู สืบคนเมือ่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔,
จาก https://th.openrice.com/th/recipe/ขนมเจาะหู/804
ทีวีพูลฟูด. (๒๕๖๑). ขนมไขปลา ขนมไทยพน้ื บาน หลายคนไมเคยกนิ . สบื คนเม่ือ ๒๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔,
จาก https://www.tvpoolonline.com/content/825492