พระพุทธรูปประจำโรงเรียน พระพุทธศากยมุนีศรีปัญญา (หลวงพ่อสุข) วันสถาปนา 19 พฤษภาคม 2501 ปรัชญา นตฺถิ ปญญาสมา อาภา แสงสว่างเสมอด้วย ปัญญาไม่มี คำขวัญ ปัญญา สามัคคี มีน้ำใจ เอกลักษณ์ของโรงเรียน ลูกพระโขนง มีปัญญา สามัคคี มีน้ำใจ อัตลักษณ์ของโรงเรียน ลูกพระโขนง มีน้ำใจ ใฝ่คุณธรรม ต้นไม้ประจำโรงเรียน ต้นราชพฤกษ์ สีประจำโรงเรียน ฟ้า – เหลือง คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง ปีการศึกษา ๒๕๖๖
คำนำ หนังสือคู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง ว่าด้วยเรื่องระเบียบปฏิบัติของนักเรียนโรงเรียน พระโขนงพิทยาลัย ปีการศึกษา ๒๕๖6 จัดทำขึ้นเพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองทุกคนได้ศึกษา ข้อมูล กฎระเบียบต่าง ๆ ของโรงเรียนที่นักเรียนต้องปฏิบัติ และยึดถือกฎระเบียบชุดนี้ ของโรงเรียนนี้เป็นที่สิ้นสุด เช่น ระเบียบการแต่งเครื่องแบบระเบียบการแต่งกาย ระเบียบการมาโรงเรียน ระเบียบการทำความเคารพในห้องเรียนระเบียบการลา ระเบียบการ มาโรงเรียนในวันหยุด ระเบียบการสอบ ระเบียบการลงโทษนักเรียน การขออนุญาตออกนอก บริเวณโรงเรียน และการปฏิบัติที่ถูกต้องระหว่างที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ทางโรงเรียนหวังว่าหนังสือคู่มือนักเรียนและผู้ปกครองเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ ต่อผู้ปกครอง ทำให้เกิดความเข้าใจตรงกัน โดยยึดถือกฎระเบียบของโรงเรียนฉบับนี้เป็นที่ สิ้นสุด เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมี ความสุข ด้วยความปรารถนาดี คณะผู้จัดทำ
สารบัญ เรื่อง หน้า ประวัติโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย 1 แผนกลยุทธ์การพัฒนาโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย 2 ทำเนียบผู้บริหาร 4 ทำเนียบหัวหน้าระดับ 5 ระเบียบการแต่งเครื่องแบบนักเรียน 8 ระเบียบการแต่งกาย 14 ระเบียบการมาโรงเรียน 22 ระเบียบการมาโรงเรียนในวันหยุด 24 ระเบียบการลา 25 ระเบียบการสอบ 26 ระเบียบการลงโทษนักเรียน 27 ระเบียบเกณฑ์การเพิ่มคะแนนความประพฤติ 37
ประวัติโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย Prakhanongpittayalai School โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยเดิมมีชื่อว่า โรงเรียนพระโขนง ก่อตั้งเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 โดยผู้ใหญ่นาค รัตนวิชัย แห่งชุมชนบางจาก ได้เป็นผู้เสนอกระทรวงศึกษาธิการ ให้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นในชุมชน เพื่อให้เด็กในชุมชนได้มีที่เรียนหนังสือ เมื่อ พ.ศ 2500 ต่อมากระทรวงศึกษาธิการ ประกาศตั้งโรงเรียนมัธยมวิสามัญ ในที่ดินของกรมธนารักษ์ ตำบลจาก อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร จำนวน 33 ไร่ 1 งาน 31 ตารางวา เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2501 โดยให้ชื่อว่า โรงเรียนพระโขนง อักษรย่อนามโรงเรียน พ.ข. เป็นโรงเรียนสหศึกษา โดยเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในปีแรก เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 8 ห้องเรียน นักเรียน 301 คน ครู-อาจารย์ 12 คน นายชุบ กายสิทธิ์ เป็นครูใหญ่คนแรก จนกระทั่ง พ.ศ. 2507 โรงเรียนได้เปิดรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.ศ. 4-ม.ศ.5) โดยมีนักเรียน แผนกศิลปะ 2 ห้องเรียนจำนวน 61 คน ต่อมาจึงมีนักเรียนแผนกวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2509 ในปี พ.ศ. 2517 กรมสามัญศึกษาได้แต่งตั้ง นางสาวจุไร ลียากาศ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนคน แรกได้ขออนุมัติเปลี่ยน ชื่อโรงเรียนจาก โรงเรียนพระโขนง เป็น โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย อีกหนึ่งปีต่อมา ได้ก่อตั้ง สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย เพื่อช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน พลเรือตรีเกษม ลิขิตวงศ์ ร.น. เป็นนายกสมาคมฯ คนแรก สร้างคำขวัญของโรงเรียน "ปัญญา สามัคคี มีน้ำใจ" เมื่อ พ.ศ. 2528 ในปี พ.ศ. 2521 ก่อตั้งมูลนิธิช่วยนักเรียนขาดแคลนโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย พลเรือตรีเกษม ลิขิตวงศ์ ร.น. เป็นประธานมูลนิธิฯ คนแรก เมื่อพ.ศ. 2527 ในโอกาสที่โรงเรียนก่อตั้งมาครบ 25 ปี ชุมนุมนักเรียนเก่าฯ ได้ร่วมกันจัดงานฉลอง และจัดตั้งสมาคมนักเรียนเก่า พระโขนงพิทยาลัย เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้โรงเรียน มีความก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน พ.ต.ต.สุวัฒน์ ธำรงศรีสกุล เป็นนายกสมาคมฯ คนแรก ในปีต่อมาจัดพิธีบรรจุพระธาตุและ เบิกพระเจตร พระพุทธศากยมุนีศรีปัญญา'85 (หลวงพ่อสุข) พระพุทธรูปปางลีลา สูง 1.80 เมตร ซึ่งคณะนักเรียนเก่า โรงเรียนสายปัญญา รุ่นปีการศึกษา 2548 มอบให้มาประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปประจำโรงเรียน เมื่อพ.ศ.2528 ในปีพ.ศ. 2537 จัดสร้างศาลาพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดแสดงเกียรติประวัติของโรงเรียน ในปี พ.ศ. 2543 จัดสร้าง "ศาลาจุไร ลียากาศ" เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ท่านผู้อำนวยการคนแรกของ โรงเรียน พระโขนงพิทยาลัย ที่ท่านได้เป็นผู้วางโครงสร้างการบริหาร และสร้างแผนแม่บทหลักที่มีการดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องอีก มาจนถึงปัจจุบัน โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ได้รับรางวัลชนะเลิศ โครงการหน้าบ้านน่ามอง ประเภทสถานศึกษา น่ามองจากเขตพระโขนง จัดตั้งธนาคารโรงเรียน โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารออมสิน ในปีพ.ศ. 2551 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ภายใต้การบริหารงานของผู้อำนวยการชเนศร์ นาคนิยม ได้พัฒนาโรงเรียนอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านอาคารสถานที่ บูรณะฐานพระพุทธรูป (หลวงพ่อสุข) จัดบริเวณโดยรอบโรงเรียน ให้สวยงาม ในปีพ.ศ. 2555 โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ภายใต้การบริหารของผู้อำนวยการ นายถวิล ศรีใจงาม ได้มีการพัฒนาโรงเรียนและคุณภาพของผู้เรียนอย่างเข้มงวด เพือเป็นระเบียบแบบแผนที่จะก้าวต่อไปในระดับที่สูงขึ้น ในปีพ.ศ. 2564 - จนถึงปัจจุบัน โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ภายใต้การบริหารของนางยุบล บุญอินทร์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย 1
แผนกลยุทธ์การพัฒนา โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย วิสัยทัศน์ (Vision) “ มุ่งจัดการศึกษาตามวิถีใหม่อย่างมีคุณภาพ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม อยู่ร่วมกันด้วยความเสมอภาคในสังคมโลกอย่างมีความสุขบนพื้นฐานหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21” พันธกิจ (Mission) 1. พัฒนาหลักสูตรและจัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ขั้นพื้นฐานสู่ระดับสากล 2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ด้านวิชาการและสมรรถนะทางวิชาชีพเพื่อ การดำรงชีวิต 3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรมเป็นผู้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ บนพื้นฐานหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทักษะในศตวรรษที่ 21 4. ส่งเสริม สนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นผู้มีความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายภาครัฐ 5. พัฒนาระบบการบริหารงานตามวิถีใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เทคโนโลยี มีความโปร่งใสในการปฏิบัติงานและสามารถตรวจสอบได้ 6. ปรับปรุงและการพัฒนาอาคารเรียนให้มีความแข็งแรง สะอาด เสริมสร้าง บรรยากาศสิ่งแวดล้อม ปรับภูมิทัศน์ให้ร่มรื่น สวยงาม เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่เอื้อ ต่อการเรียนรู้และปฏิบัติงาน 2
เป้าประสงค์ (Goals) 1. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามมาตรฐาน การศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. ผู้เรียนมีความรู้ด้านวิชาการและทักษะวิชาชีพตามการเปลี่ยนแปลงของโลก ศตวรรษที่ 21 3. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีทัศนคติที่ดีต่อ บ้านเมือง เป็นพลเมืองที่ดีต่อประเทศชาติและสังคมโลก 4. ข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ ตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู 5. การบริหารจัดการระบบงานตามแนววิถีใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ ต่อส่วนรวมตามหลักธรรมาภิบาล 6. สภาพอาคารเรียนมีความแข็งแรง สะอาด และบรรยากาศสิ่งแวดล้อม ภูมิทัศน์ ร่มรื่น สวยงามเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้และปฏิบัติงาน จุดเน้น (Focus) 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 2. ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. ผู้เรียนมีทักษะทางวิชาการเพื่อการศึกษาต่อ และทักษะทางวิชาชีพเพื่อ การดำรงชีวิต 4. ผู้เรียนทุกคนมีคุณธรรม จริยธรรม และดำเนินชีวิตได้ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 5. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะ ในการปฏิบัติหน้าที่เพิ่มขึ้น 6. สภาพอาคารเรียน ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการและสภาพแวดล้อมร้อยละ 80 มีความแข็งแรง ปลอดภัย สะอาด ภูมิทัศน์ร่มรื่น สวยงาม เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่เอื้อ ต่อการเรียนรู้และปฏิบัติงาน 3
ทำเนียบผู้บริหาร นางยุบล บุญอินทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย นายพงษ์พันธ์จันทร์เพ็ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ และกิจการนักเรียน นางสาวญาณิศา โอภากิจวรกุล รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารงบประมาณ ว่าที่ร้อยโทกิตติศักดิ์ บุญศรัทธา รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารทั่วไป นายจักรภัทร ไชยราช รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารงานบุคคล 4
หัวหน้าระดับ นางสมจิต พรหมมาเดช หัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นางสาวปรีชาภรณ์ แย้มงาม หัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นางสาวอุไรรัตน์ ปีกสันเทียะ หัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 นายสรวิศ ติธรรมโม รองหัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 นางสาววิวัลยา วิจิตร เลขานุการระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 นายอังกูร นิลพลอย รองหัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นายอรรถศาสตร์ ศรีชัย เลขานุการระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นายธเนศ น้อยดี รองหัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นางสาวสุวรรณณี ผสม เลขานุการระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 5
หัวหน้าระดับ นางสาววนฤดี แสงอันประเสริฐ หัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นายสุกฤษฏิ์สิงห์พริ้ง หัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 นายเสกสันต์ จันทร์แย้มสงค์ หัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นายอัคคภาคย์ ยงยุทธ รองหัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นางสาววีณา ผินสุวรรณ เลขานุการระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นายชญนันท์ รักษาศรี รองหัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 นางสาวนวพรรณ อินทรวิเชียร เลขานุการระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 นางสาวจุฑามาศ เลิศศิริสวัสดิ์ รองหัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นางสาวรัชตา สุวรรณวาล เลขานุการระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 6
ระเบียบปฏิบัติของนักเรียน โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย 7
ระเบียบโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ว่าด้วยการแต่งเครื่องแบบ การแต่งเครื่องแบบของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น การแต่งเครื่องแบบของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 8
การประดับเครื่องหมายของโรงเรียน ม.1 ม.4 ม.2 ม.5 ม.3 ม.6 9
การแต่งเครื่องแบบของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ๑. เสื้อนักเรียน นักเรียนชาย ใช้เสื้อเชิ้ตคอตั้ง ผ้าสีขาวเนื้อเรียบหนาพอสมควร ตัดตัวตรงไม่เข้ารูป มีสาบที่อกตลบออกด้านนอกตัวประมาณ ๔ ซม. ไม่ตีเกล็ดด้านหลัง ติดกระดุม กลมแบนสีขาวเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑ ซม. มีกระเป๋าทางอกซ้าย ๑ ใบ นักเรียนหญิง เสื้อผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินสมควร ไม่มีสดลาย ห้ามใช้ผ้าแพร หรือ ผ้าที่บางและไม่สามารถรักษารูปทรงเอาไว้ ตัวเสื้อเป็นแบบคอพับในตัวลึกพอสวมศีรษะ เข้าได้สะดวก สาบเสื้อตลบเข้าข้างใน มีปกขนาด ๑0 เซนติเมตรใช้ผ้าเย็บแบบเข้าถ้ำ (คอปกทหารเรือ) แขนสั้นเพียงข้อศอก ปลายแขนจีบเล็กน้อย พับขอบประกอบด้วย ผ้าสองชั้นกว้าง ๓ เซนติเมตร ชายเสื้อด้านล่างพับขอบเข้าในกว้าง ๓ เชนติเมตร ขนาด ตัวเสื้อกว้างพอเหมาะกับลำตัวไม่รัดเอว ที่ริมขอบด้านล่างขวาติดกระเป่าขนาดกว้าง ๕ - ๙ เชนติเมตร ลึก ๗ - ๑๐ เชนติเมตร ปักอักษรย่อ พ.ข. และเลขประจำตัวด้วยไหม สีน้ำเงินตามขนาดและแบบของโรงเรียน ที่หน้าอกเสื้อเบื้องขวา ชายเสื้อไว้นอก กระโปรงยาวลงมาไม่เกินนิ้วหัวแม่มือ (เมื่อยืนปล่อยแขนตรง) บริเวณขอบปกเสื้อ ด้านซ้ายให้ปักด้วยไหมสีน้ำเงินเป็นวงกลมทึบขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.๕ เชนติเมตร เพื่อบอกชั้นเรียน ม. ๑ ปัก ๑ วง ม. ๒ ปัก ๒ วง ม. ๓ ปัก ๓ วง ๒. กางเกง ใช้ผ้าสีดำ (ห้ามใช้ผ้าเวสปอยท์) มีจีบข้างหน้าด้านละ ๒ จีบ ผ่าตรงส่วนหน้าติดซิป (ห้ามใช้กระดุม) มีกระเป๋าด้านข้าง ๒ ข้าง ปากกระเป๋า ตัดตรง ไม่มีกระเป๋าหลัง มีหูไว้ร้อย เข็มขัดกางเกง ความกว้างของปลายขากางเกง เมื่อดึงออกมาจากขาต้องห่างไม่น้อยกว่า ๗ ซม. แต่ไม่เกิน ๑๒ ซม. เมื่อใส่แล้วต้องมีความยาว เหนือลูกสะบ้าเข่าไม่เกิน ๕ ซม. โดยขอบเอวอยู่ไม่ต่ำกว่าสะดือ ๓. กระโปรง ผ้าสีกรมท่าพื้นผ้าเกลี้ยงแบบธรรมดา (ไม่มีลวดลาย) ทั้งด้านหน้าและด้านหลังพับ เป็นจีบออกด้านนอกข้างละ ๓ จีบ เย็บทับจีบลงมาประมาณ ๖ - ๗ เชนติเมตร เว้นระยะ ความกว้างตรงกลางพองาม กระโปรงไม่รัดรูปต้องยาวคลุมเข่า ๑ ฝ่ามือ ไม่เกินกึ่งกลางหน้า แข้ง และปลายกระโปรงบานไม่เป็นทรงตรงหรือปลายแคบ เครื่องแบบนักเรียน 10
๔. เข็มขัด นักเรียนชาย ใช้สีดำแบบนักเรียน ขนาดกว้าง ๓.๕ ซม. มีเข็มสำหรับสอดรูเข็มขัด ๑ เข็มเท่านั้น ๕. รองเท้า นักเรียนชาย รองเท้าหุ้มส้นสีดำแบบผูกเชือก ทำด้วยผ้าใบไม่มีลวดลาย ขอบและ ตาไก่สำหรับร้อยเชือกต้องมีสีดำ นักเรียนหญิง รองเท้าดำแบบนักเรียน หัวมนมีสายรัดหลังเท้าไม่มีลวดลาย (ห้ามใช้กับ ชุดพลศึกษา) ๖. ถุงเท้า นักเรียนชาย สีขาวล้วนไม่มีลวดลายและไม่ใช้ชนิดลูกฟูกหนา มีความยาวเหนือ ตาตุ่มอย่างน้อย 2 นิ้วไม่พับถุงเท้า นักเรียนหญิง สีขาวล้วนไม่มีลวดลายมีความยาวเหนือตาตุ่มอย่างน้อย 2 นิ้ว ไม่พับถุงเท้า และไม่ใช้ ชนิดลูกฟูกหนาหรือบางแบบถุงน่องหรือถุงเท้าแบบสั้น ๗. กระเป๋า ให้ใช้กระเป๋าหนังสือเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการหรือกระเป๋าสะพายที่ โรงเรียนกำหนด และต้องนำมาโรงเรียนทุกครั้ง และหากมีความจำเป็นต้องใช้กระเป๋า เพิ่มเติม ให้ใช้กระเป๋าเคียงแบบที่โรงเรียนอนุญาตเท่านั้น การแต่งเครื่องแบบของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ๑. เสื้อนักเรียน นักเรียนชาย ใช้เสื้อเชิ้ตคอตั้ง ผ้าสีขาวเนื้อเรียบหนาพอสมควร ตัดตัวตรงไม่เข้ารูป มีสาบที่อกตลบออกด้านนอกตัวประมาณ ๔ ซม. ไม่ตีเกล็ดด้านหลัง ติดกระดุม กลมแบนสีขาวเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑ ซม.มีกระเป๋าทางอกซ้าย ๑ ใบ นักเรียนหญิง ใช้เสื้อเชิ้ตคอตั้ง ผ้าสีขาวเนื้อเรียบหนาพอสมควร ตัดตัวตรงไม่เข้ารูป ไม่มีสาบที่ด้านหน้า แขนเสื้อมีจีบรัดที่ปลายแขน ขอบแขนกว้าง ๓ ซม. ด้านหลัง ไม่มีบ่าหลัง 11
๒. กางเกง ใช้ผ้าสีดำ (ห้ามใช้ผ้าเวสปอยท์) มีจีบข้างหน้าด้านละ ๒ จีบ ผ่าตรงส่วนหน้าติดซิป (ห้ามใช้กระดุม) มีกระเป๋าด้านข้าง ๒ ข้าง ปากกระเป๋า ตัดตรง ไม่มีกระเป๋าหลัง มีหูไว้ร้อย เข็มขัดกางเกง ความกว้างของปลายขากางเกง เมื่อดึงออกมาจากขาต้องห่างไม่น้อยกว่า ๗ ซม. แต่ไม่เกิน ๑๒ ซม. เมื่อใส่แล้วต้องมีความยาว เหนือลูกสะบ้าเข่าไม่เกิน ๕ ซม. โดยขอบเอวอยู่ไม่ต่ำกว่าสะดือ ๓. กระโปรง ใช้ผ้าสีกรมท่า เนื้อเรียบไม่มีลวดลาย ด้านหน้าและหลัง พับจีบ ข้างละ ๓ จีบ ความลึกของจีบ ๓-๔ ซม. หันจีบออกด้านนอก เย็บทับบนจีบวัดจาก ใต้ขอบเอวกระโปรง ๗-๘ ซม. กระโปรงที่สั่งตัดหรือซื้อมาใส่ต้องมีความยาวคลุมเข่า ไม่เห็นข้อพับโดยขอบเอว อยู่ไม่ต่ำกว่าสะดือ ๔. เข็มขัด นักเรียนชาย ใช้สีดำแบบนักเรียน ขนาดกว้าง ๓.๕ ซม. มีเข็มสำหรับสอดรูเข็มขัด ๑ เข็มเท่านั้น นักเรียนหญิง ใช้สีดำแบบนักเรียน ๕. รองเท้า นักเรียนชาย รองเท้าหุ้มส้นสีดำแบบผูกเชือก ทำด้วยผ้าใบไม่มีลวดลาย ขอบและ ตาไก่สำหรับร้อยเชือกต้องมีสีดำ นักเรียนหญิง รองเท้าดำแบบนักเรียน หัวมนมีสายรัดหลังเท้าไม่มีลวดลาย (ห้ามใช้กับ ชุดพลศึกษา) 6. ถุงเท้า นักเรียนชาย สีขาวล้วนไม่มีลวดลายและไม่ใช้ชนิดลูกฟูกหนา มีความยาวเหนือ ตาตุ่มอย่างน้อย 2 นิ้วไม่พับถุงเท้า นักเรียนหญิง สีขาวล้วนไม่มีลวดลายมีความยาวเหนือตาตุ่มอย่างน้อย 2 นิ้ว ไม่พับถุงเท้า และไม่ใช้ ชนิดลูกฟูกหนาหรือบางแบบถุงน่องหรือถุงเท้าแบบสั้น ๗. กระเป๋า ให้ใช้กระเป๋าหนังสือเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการหรือกระเป๋าสะพายที่ โรงเรียนกำหนด และต้องนำมาโรงเรียนทุกครั้ง และหากมีความจำเป็นต้องใช้กระเป๋า เพิ่มเติม ให้ใช้กระเป๋าเคียงแบบที่โรงเรียนอนุญาตเท่านั้น 12
เป็นการแต่งกายที่โรงเรียนออกแบบไว้เพื่อความสะดวกในการเรียนวิชาพลศึกษา ให้ใช้เฉพาะในวันที่มีการเรียนพลศึกษา นักเรียนชาย ๑. เสื้อ ใช้ผ้าโทเรคอปก แขนสั้น สีฟ้า มีกระเป๋าข้างซ้าย ๑ ใบ ที่กระเป๋ามีเครื่องหมาย ตราโรงเรียน ๒. กางเกง ใช้กางเกงวอร์มขายาวสีดำ เอวรัด มีแถบเส้นสีฟ้าแถบเดียว ทั้งสองข้าง ตามรูปแบบของโรงเรียน ๓. ถุงเท้า สั้น สีขาว ห้ามสวมถุงเท้าที่มีลวดลายหรือสีอื่น ๆ แทรก ๔. รองเท้า ผ้าใบสีดำ หุ้มส้น ไม่มีสีหรือลวดลายแทรก นักเรียนหญิง ๑. เสื้อ ใช้ผ้าโทเรคอปก แขนสั้น สีฟ้า มีกระเป๋าข้างซ้าย ๑ ใบ ที่กระเป๋ามีเครื่องหมาย ตราโรงเรียน ๒. กางเกง ใช้กางเกงวอร์มขายาวสีดำ เอวรัด มีแถบเส้นสีฟ้าแถบเดียว ทั้งสองข้าง ตามรูปแบบของโรงเรียน ๓. ถุงเท้า สั้น สีขาว ห้ามสวมถุงเท้าที่มีลวดลายหรือสีอื่น ๆ แทรก ๔. รองเท้า ผ้าใบสีขาวหุ้มส้นแบบผูกเชือกที่ไม่มีสีหลายสีและลวดลายใด ๆ (ห้ามใช้ รองเท้าผ้าใบกับชุดนักเรียน) เครื่องแบบพลศึกษา 13
ระเบียบโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ว่าด้วยเรื่องการแต่งกาย ๑. แต่งเครื่องแบบนักเรียนให้ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน ก่อนออกจากบ้าน ควรสำรวจว่ามีข้อบกพร่องอะไร และจัดการแก้ไขให้ถูกต้อง ๒. ถ้าวันใดนักเรียนลืมประดับเข็ม (ม.ปลาย) มาโรงเรียน ต้องดำเนินการจัดหาประดับ เข็มให้เรียบร้อยก่อนเข้าโรงเรียน ๓. นักเรียนต้องมาโรงเรียน โดยถือกระเป๋านักเรียน หรือกระเป๋าสะพายหลัง ของโรงเรียน ไม่เว้นแม้วันเรียนวิชาทหาร หากมีความจำเป็นต้องใช้กระเป๋าเพิ่มเติม ให้ใช้กระเป๋าเคียงแบบที่โรงเรียนอนุญาตเท่านั้น หรือนำกระเป๋าอื่น ๆ ที่โรงเรียน ไม่อนุญาตโรงเรียนจะริบไว้และคืนเมื่อผู้ปกครองรับทราบ ๔. ห้ามสวมชุดพลศึกษา ในวันที่ไม่มีการเรียนวิชาพลศึกษา ยกเว้นในกรณีที่ ครูนัดหมาย ๕. ในกรณีที่นักเรียนชายแต่งเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหาร (ร.ด.) ห้ามแต่งกายผิด ระเบียบ เช่น สวมเสื้อคอกลมเรียนในห้องเรียน ๖. นักเรียนหญิงที่ไว้ผมไม่ถูกระเบียบของโรงเรียนจะเชิญผู้ปกครองมารับทราบ การแต่งกาย ๑. ทรงผม นักเรียนเพศชาย ให้ไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาว ด้านข้าง ด้านหลังต้องยาวไม่เลย ตีนผมบนและรอบศีรษะ ไม่ยาวจนดูหนา ห้าม (๑) ไว้จอน (๒) ไว้หนวดเครา (๓) ย้อมหรือกัดสีผม (๔) ใส่น้ำมัน เจลหรือฉีดสเปรย์ (๕) ห้ามตัดแต่งทรงผมเป็นรูปทรงสัญลักษณ์หรือลวดลายต่าง ๆ และการกระทำ อื่นใด ซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน นักเรียนเพศหญิง (๑) ให้ไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ ถ้าไว้ผมสั้นต้องตัดตรงความยาวของผมไม่เกินประบ่า (ถ้าเกินบ่าให้มัดรวบให้เรียบร้อย) ถ้าไว้ผมยาวต้องรวบให้เรียบร้อยความยาวของผม ไม่เกินกึ่งกลางหลัง ใช้ยางรัดผมสีดำริบบิ้นผูกผมของโรงเรียน ม.ต้นใช้สีขาว และม.ปลายใช้สีกรมท่าหรือกิ๊ปสำเร็จรูปที่โรงเรียนจัดทำเท่านั้น 14
(2) อนุญาตไว้ผมแบบถักเปียและถ้าไว้ผมม้าต้องตัดตรงและมีความยาวไม่บังหน้า (ไม่ใช่ผมม้าแฟชั่น) (3) ไม่ให้ฉีดสเปรย์หรือใส่เจลให้ผมแข็ง และยกผมด้านหน้าสูง (4) ห้ามดัดผม ย้อมหรือกัดสีผมและทรงผมเป็นรูปทรงสัญลักษณ์หรือลวดลายต่าง ๆ และการกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน นักเรียนเพศวิถี ให้ไว้ผมยึดตามรูปแบบนักเรียนเพศชายหรือนักเรียนเพศหญิงความยาวของผมไม่เกิน ประบ่าและการกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน ตัวอย่างทรงผมของนักเรียน ตัวอย่างทรงผมนักเรียนเพศชาย 15
ตัวอย่างทรงผมนักเรียนเพศหญิง 16
ตัวอย่างทรงผมนักเรียนเพศหญิง (ต่อ) 17
ตัวอย่างทรงผมนักเรียนเพศวิถี หากนักเรียนฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตนตามระเบียบนี้จะต้องถูกลงโทษตามระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 (ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติและทำกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม) หมายเหตุ 1. สำหรับนักเรียนที่ขอไว้ทรงผมนักเรียนตามหลักศาสนาและกรณีจำเป็น ให้ทำบันทึกข้อความขออนุญาตเป็นรายบุคคลได้ที่กลุ่มงานกิจการนักเรียน 2. ในการเผยแพร่ภาพถ่ายดังกล่าว ได้รับอนุญาตจากนักเรียนทุกคนแล้ว 18
19
๒. เสื้อ นักเรียนชาย ม.ต้นและม.ปลาย ใส่อยู่ในขอบกางเกง ห้ามดึงออกมาคลุมเข็มขัดหรือ ปล่อยให้ หลุดลุ่ยออกมานอกกางเกง ต้องติดกระดุมให้ครบทุกเม็ดยกเว้นกระดุมคอ นักเรียน หญิง ม.ต้น ให้ชายเสื้ออยู่นอกกระโปรงตามรูปแบบของการแต่งกายนักเรียนม.ต้น และ นักเรียนหญิง ม.ปลาย ใส่อยู่ในขอบกระโปรง ห้ามดึงออกมาคลุมเข็มขัดหรือปล่อยให้ หลุดลุ่ยออกมานอกกระโปรง ต้องติดกระดุมให้ครบทุกเม็ดยกเว้นกระดุมคอ นักเรียนหญิง ต้องใส่เสื้อทับในทุกครั้ง ๓. กางเกง ต้องใส่ให้ขอบอยู่ที่เอวห้ามไม่ให้ดึงลงมาห้อยอยู่ที่สะโพก ๔. กระโปรง ม.ปลาย ต้องใส่ให้ขอบอยู่ที่เอว และห้ามพับขอบอย่างเด็ดขาดและต้องใส่ กระโปรงยาวให้คลุมเข่าทั้ง ม.ต้น และม.ปลาย ๕. เข็มขัด ต้องใส่เข็มขัดทุกครั้งที่แต่งชุดนักเรียนบนเข็มขัดห้ามติดสติกเกอร์หรือ นำวัสดุอื่น ใดมาประกอบ นักเรียนหญิงถ้าต้องการไม่ให้ขอบกระโปรงหลุดจากเข็มขัดให้ใช้ คลิปสีดำ หนีบไว้ ห้ามใช้คลิปสีอื่นเด็ดขาด ๖. รองเท้า ห้ามใส่รองเท้าในลักษณะเหยียบส้นรองเท้า ๗. ถุงเท้า ต้องมีความยาวเหนือตาตุ่มอย่างน้อย 2 นิ้ว ต้องไม่มีลวดลายหรือโลโก้ใด ๆ ประกอบ ๘. ต่างหูห้ามนักเรียนชายเจาะจมูก เจาะหูและห้ามใส่ต่างหูนักเรียนหญิงอนุญาตให้เจาะหู ใส่ก้านพลาสติกใส ห่วง หมุด หรือตุ้มหูขนาดเล็กที่สุภาพและเรียบร้อย เพื่อป้องกันรูหูตัน เพียงข้างละ ๑ รูเท่านั้นและไม่อนุญาตให้เจาะจมูก ปาก หรือลิ้น และในกรณีที่นักเรียนฝ่าฝืน หรือเพิ่งเจาะหูและใส่ต่างหูที่ผิดระเบียบไม่สามารถถอดออกมาได้ ทางโรงเรียนจะให้นักเรียน พักรักษาตัวให้หายก่อนแล้วจึงมาโรงเรียนตามปกติ ๙. สายสร้อย อนุญาตให้ใส่สำหรับผู้ที่ต้องการมีพระติดตัวไว้ ต้องให้มีขนาดและความยาว พอสมควรที่จะซ่อนพระไว้ไม่ให้มองเห็น สายสร้อยทำด้วยเงิน เชือก หรือสแตนเลส ตามขนาดที่เหมาะสมเท่านั้น ๑๐. แหวน ไม่อนุญาตให้ใส่แหวนทุกชนิด ๑1. แว่นตา ถ้าต้องใส่แว่นสายตา แบบของแว่นตาต้องสุภาพตามลักษณะของผู้เป็นนักเรียน ไม่ใช้แว่นตาที่มีรูปแบบแปลก ๆ มีลักษณะเป็นแฟชั่น และต้องใช้กรอบสีสุภาพ คือกรอบสีเงิน ทอง ดำ นํ้าตาลไหม้ หรือสีเทาแก่ ถ้าใช้คอนแทกเลนส์ให้ใช้เป็นชนิด สีใส สีธรรมชาติ ของดวงตาหรือสีสุภาพเท่านั้น 20
๑2. เครื่องประดับ ไม่ใช้เครื่องประดับใด ๆ หรือตกแต่งร่างกาย เช่น สร้อยข้อมือข้อเท้า ทาเล็บ สัก เจาะ เขียนติดลวดลายหรือแต่งกายในลักษณะที่ขัดต่อสภาพของการเป็นนักเรียน ที่ดี ถึงแม้จะไม่ได้ระบุไว้ในระเบียบนี้ก็ตาม ๑3. เครื่องมือสื่อสาร ห้ามใช้ในขณะที่มีการเรียนการสอนการประชุมหรือระหว่างการทำ กิจกรรม และหากเกิดการสูญหายโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบ หมายเหตุ หากนักเรียนฝ่าฝืนกฎหรือแอบนำของมีค่าเข้ามาในโรงเรียน แล้วสูญหาย ทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบทุกกรณี 21
ระเบียบโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ว่าด้วยเรื่องการมาโรงเรียน นักเรียนสามารถเข้ามาในโรงเรียนในวันเวลาปกติ จันทร์-ศุกร์ได้ทางเดียว คือ ประตูหน้าโรงเรียน ถนนสุขุมวิท 62 โดยนักเรียนต้องปฏิบัติตนในการมาเรียนดังนี้ ๑. ถ้านักเรียนขับขี่รถจักรยานยนต์มาโรงเรียนต้องสวมหมวกนิรภัยทั้งคนขับและ คนซ้อน แล้วจอดรถที่ทางโรงเรียนจัดให้และหากมารถยนต์ส่วนตัวให้ผู้ปกครองจอดส่ง ลงบริเวณหน้าประตูโรงเรียนด้านใน (ไม่อนุญาตให้นำรถเข้ามา รับหรือส่งเลยศาลาจุไรลี ยากาศ) ๒. ทำความเคารพครูเวรประตูและแสดงความพร้อมให้ครูเวรดูแลความเรียบร้อย ในตัวนักเรียน 3. เมื่อมีสัญญาณเพลงมาร์ชเตือนครั้งที่ ๑ เวลา 07.50 น. ให้นักเรียนเตรียมตัวเข้า แถวเช้าโดยเร็ว เมื่อมีสัญญาณเพลงมาร์ชเตือนครั้งที่ ๒ เวลา 07.55 น. นักเรียนต้อง เข้าแถวที่หน้าเสาธงให้เรียบร้อย 4. ถ้านักเรียนมาไม่ทันเข้าแถวเช้าเวลา 08.00 น. ถือว่าเป็นการมาสาย ให้นักเรียน ลงชื่อรับทราบ และหักคะแนนความประพฤติตามที่ระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียน 5. ถ้านักเรียนมีกิจธุระจำเป็นในตอนเช้าทำให้นักเรียนมาไม่ทันเวลาเข้าแถว ผู้ปกครอง ต้องมีหนังสือรับรองหรือหลักฐานอื่น ๆ ให้นักเรียนไปแสดงต่อคณะกรรมการกลุ่มงาน กิจการนักเรียน 6. ในระหว่างคาบเรียนที่ไม่ใช่เวลาพัก ห้ามนักเรียนออกนอกห้องเรียน ถ้าจำเป็นต้อง ออกจากห้องเรียนต้องได้รับบัตรอนุญาตจากครูผู้สอนก่อน 7. หลังเลิกเรียนให้นักเรียนกลับบ้านภายในเวลา ๑๗.0๐น. นอกจากนักเรียน จะต้องขออนุญาตอยู่ทำกิจกรรมซึ่งต้องมีครูควบคุมดูแลอยู่ตลอดเวลา 8. เมื่อนักเรียนมาโรงเรียนประจำห้องเรียน ประจำอาคาร ครูที่ปรึกษา ครูผู้สอน หัวหน้าระดับ หัวหน้าคณะสี หัวหน้าอาคาร และคณะกรรมการกลุ่มงานกิจการนักเรียน จะเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบการตรวจสอบ ติดตาม แก้ไข พฤติกรรม การลงโทษ ส่งเสริม พัฒนานักเรียนตามการมอบหมายของทางโรงเรียน 22
ข้อกำหนดสำหรับนักเรียนมาสาย 1.มาสายจำนวน ๔ ครั้ง กลุ่มงานกิจการนักเรียนจะดำเนินการเชิญครูที่ปรึกษา และผู้ปกครองมาพบ เพื่อรับทราบสภาพปัญหา ๒. มาสายจำนวน ๗ ครั้ง กลุ่มงานกิจการนักเรียนจะดำเนินการเชิญครูที่ปรึกษา หัวหน้าระดับ และเชิญผู้ปกครองมาพบ (ครั้งที่ ๑) เพื่อรับทราบสภาพปัญหา และลงบันทึก ในหนังสือแบบบันทึกทำทัณฑ์บนนักเรียน (กน.02) เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนักเรียน ให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3. มาสายจำนวน ๑๐ ครั้ง กลุ่มงานกิจการนักเรียน จะดำเนินการเชิญครูที่ปรึกษา หัวหน้าระดับ และเชิญผู้ปกครองมาพบ (ครั้งที่ ๒) เพื่อรับทราบสภาพปัญหา และลงหนังสือ แบบบันทึกทำทัณฑืบนนักเรียน (กน.02) และทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์กิจกรรม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียน จำนวน ๕ ชั่วโมง เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนักเรียน ให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4. มาสายจำนวน ๑๒ ครั้ง กลุ่มงานกิจการนักเรียน จะดำเนินการเชิญครูที่ปรึกษา หัวหน้าระดับ และเชิญผู้ปกครองมาพบ (ครั้งที่ ๓) เพื่อรับทราบสภาพปัญหา และลงหนังสือ หนังสือแบบบันทึกทำทัณฑ์บนนักเรียน (กน.02) และ และทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียนจำนวน ๑๐ ชั่วโมง เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นักเรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5. มาสายจำนวน ๑๒ ครั้งขึ้นไป กลุ่มงานกิจการนักเรียน จะดำเนินการเชิญ ครูที่ปรึกษา หัวหน้าระดับ และเชิญผู้ปกครองมาพบ (ครั้งที่ ๔) เพื่อรับทราบสภาพปัญหา และลงหนังสือหนังสือแบบบันทึกทำทัณฑ์บนนักเรียน (กน.02) และ และทำกิจกรรมบำเพ็ญ ประโยชน์กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียน โดยมาสาย ๑ ครั้ง เพิ่มจำนวน การทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ๒ ชั่วโมง 6. กรณีนักเรียนมีพฤติกรรมมาสายซ้ำบ่อยครั้ง 6.1) นักเรียนที่มีพฤติกรรมมาสายซ้ำ โดยทางโรงเรียนได้ดำเนินการตาม มาตรการที่ 1 - 5 แล้วแต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้ โรงเรียนจะดำเนินการใช้ระเบียบ โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน การหยุดการเรียนชั่วคราวเพื่อ ให้อยู่ในความดูแลของผู้ปกครองจนกว่าพฤติกรรมจะดีขึ้น และการให้เปลี่ยนสถานที่เรียน เพื่อเป็นการรักษากฎระเบียบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 23
7. การดำเนินการใดๆ ในมาตรการนี้ ให้คณะกรรมการกลุ่มงานกิจการนักเรียน เป็นผู้พิจารณาและดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการของโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ว่าด้วย การมาโรงเรียนสาย พ.ศ.๒๕๖6 และระเบียบโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ว่าด้วยการลงโทษ นักเรียน พ.ศ. ๒๕๖6 8. การดำเนินการใด ๆ ในมาตรการนี้ ให้ทำเป็นเอกสารแจ้งไปยังผู้ปกครอง ของนักเรียน ครูที่ปรึกษา หัวหน้าระดับชั้น และรายงานให้ผู้อำนวยการโรงเรียน พระโขนงพิทยาลัย รับทราบทุกครั้ง 9. การใช้มาตรการนี้ให้ดำเนินการควบคู่กับระเบียบวินัยของโรงเรียน พระโขนงพิทยาลัย และเป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียน หรือนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ 10. ให้รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารวิชาการ เป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตาม มาตรการนี้ ระเบียบโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ว่าด้วยเรื่องการมาโรงเรียนในวันหยุด ถ้านักเรียนมีความจำเป็นต้องมาโรงเรียนในวันที่ไม่มีการเรียนการสอนให้ปฏิบัติ ดังนี้ 1. ถ้ามาทำกิจกรรม ต้องมีใบขออนุญาตผู้ปกครองจากทางโรงเรียนก่อนล่วงหน้า อย่างน้อย ๑ วัน และต้องมีครูควบคุมอยู่ด้วย 2. ต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียนหรือชุดพละหรือชุดกีฬาสีของโรงเรียนทุกครั้ง ที่มาโรงเรียน สำหรับผู้ที่จะมาซ้อมกีฬาให้นำเครื่องแต่งกายเล่นกีฬาใส่กระเป๋าหรือ ถุงมาเปลี่ยนเมื่อจะกลับบ้านต้องเปลี่ยน เป็นชุดนักเรียนหรือชุดพละหรือชุดกีฬาสี ของโรงเรียนเช่นเดิม 24
ระเบียบโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ว่าด้วยเรื่องการลา ๑. การลากิจ หรือลาป่วย นักเรียนมีความจำเป็นต้องหยุดเรียนในกรณีที่ป่วยหรือ มีกิจธุระ ต้องเขียนใบลากิจหรือลาป่วยตามแบบที่โรงเรียน กำหนดส่งครูที่ปรึกษา ในวันที่มาโรงเรียน ลายเซ็นของผู้ปกครองนั้น ต้องเป็นลายเซ็นของผู้ปกครองที่ทำไว้กับ โรงเรียนในวันมอบตัวนักเรียน ใบลาที่ไม่มีลายเซ็นของผู้ปกครองหรือใบลาที่มีลายเซ็น ปลอม ทางโรงเรียนจะไม่พิจารณา และถือว่านักเรียนผู้นั้นขาดเรียน หากพิสูจน์ ได้ว่า นักเรียนปลอมลายเซ็นผู้ปกครอง จะถูกพิจารณาโทษด้วยนักเรียนที่ขาดเรียน ติดต่อกันเกิน ๓ วัน โดยไม่แจ้งเหตุผลให้ทางโรงเรียนทราบ ทางโรงเรียนจะติดต่อ ผู้ปกครอง ถ้ายังไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ปกครอง ทางโรงเรียนจะติดตามเตือน เป็นครั้งที่ ๒ ๒. ถ้านักเรียนมีกิจธุระจำเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงเรียนในกรณีต่าง ๆ จะต้องได้รับ อนุญาตจากทางโรงเรียนก่อน โดยทางโรงเรียนจะออกบัตรให้และผู้ปกครองจะต้องมา รับด้วยตนเองเท่านั้นพร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน เมื่อจะออกนอกบริเวณโรงเรียน นักเรียนต้องให้ยามประตูตรวจดูบัตร แล้วนำบัตรติดตัวไปด้วย ๓. เมื่อนักเรียนลาหยุดเรียน ในวันแรกที่มาเรียนต้องนำจดหมายขอลาหยุดเรียน ที่ผู้ปกครองลงชื่อรับรองไปให้ครูที่ปรึกษา ๔. ถ้านักเรียนจำเป็นต้องลาพักการเรียน จะต้องเป็นความจำเป็นในกรณีต่อไปนี้ ก. แพทย์ลงความเห็นว่าเป็นผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาติดต่อกันเป็นเวลา ๒ เดือน ขึ้นไป ข. ติดตามผู้ปกครองซึ่งได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการยังต่างประเทศ ค. เข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เช่น ทุน AFS. Rotary uwc American Intercultural student Exchange และทุนอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน ๒๕
ระเบียบโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ว่าด้วยเรื่องการสอบ ๑. ในการสอบทุกครั้ง ถ้านักเรียนผู้ใดเข้าห้องสอบสายเกิน ๑๕ นาที ทางโรงเรียน จะถือว่านักเรียนขาดสอบในวิชานั้น ๒. ในการสอบ นักเรียนต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการแต่งกายและ ทรงผม มิฉะนั้นผู้กำกับการสอบและหัวหน้าสนามสอบจะไม่อนุญาตให้นักเรียนที่ฝ่าฝืน ระเบียบเข้าสอบ และให้ถือว่าวิชาที่ไม่ได้เข้าสอบมีผลเป็น “มส.” ๓. ถ้านักเรียนขาดสอบระหว่างภาค ปลายภาค หรือขาดสอบแก้ตัวต้องยื่นคำร้อง ขอสอบต่อผู้อำนวยการภายใน ๓ วัน นับจากวันสอบวันสุดท้ายที่ห้องวัดผล ถ้านักเรียน ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามนี้ถือว่านักเรียนผู้นั้นหมดสิทธิ์ที่จะสอบเพิ่มเติมอีก ๔. เนื่องด้วยโรงเรียนมีนโยบายที่จะจัดกระบวนการเรียนการสอนให้ครบถ้วน ในแต่ละภาคเรียน ดังนั้นนักเรียนที่สอบไม่ผ่านในแต่ละรายวิชาต้องมารายงานตัว ที่งานวัดผลในวันเดียวกันกับที่ฟังประกาคผลการสอบ เมื่อโรงเรียนประกาศวันสอบแก้ ตัวนักเรียนต้องมาสอบตามวันและเวลาที่กำหนด และบัตรประจำตัวนักเรียนมาแสดง ต่อครูผู้กำกับการสอบทุกครั้ง มิฉะนั้นนักเรียนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสอบ ๕. ถ้านักเรียนไม่มาสอบแก้ตัวตามวันเวลาที่ทางโรงเรียนกำหนดเพราะเหตุ เจ็บป่วย ให้ผู้ปกครองรีบส่งข่าวให้ทางโรงเรียนทราบพร้อมทั้งส่งใบรับรองแพทย์สำหรับ นักเรียนที่ไม่มาสอบแก้ตัวในกรณีอื่น ๆ โรงเรียนถือหลักปฏิบัติ ดังนี้ ก. การสอบระหว่างภาคคะแนนที่นักเรียนสอบได้จะเป็นคะแนนเก็บระหว่างภาค ข. การสอบปลายภาค โรงเรียนจะให้นักเรียนสอบแก้ตัวในปลายภาคเรียนนั้น ๆ ตามเวลาที่โรงเรียนกำหนด ค. กรณีสอบแก้ตัวครั้งที่ ๑ ไม่ผ่าน นักเรียนต้องไปรายงานตัวที่งานวัดผลอีกครั้ง หนึ่งในวันประกาศผลสอบ และเข้าสอบตามวันและเวลาที่โรงเรียนกำหนด 26
ระเบียบโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ว่าด้วยเรื่องการลงโทษนักเรียน โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยมีระเบียบการลงโทษนักเรียนตามความหนักเบา ดังนี้ ๑.ว่ากล่าวตักเตือน ๒.การทำทัณฑ์บน ควบคุมพฤติกรรม ๓.การตัดคะแนนความประพฤติ ๔.ทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ๕.การหยุดการเรียนชั่วคราวเพื่อให้อยู่ในความดูแลของผู้ปกครองจนกว่าพฤติกรรม จะดีขึ้น ๖.การให้เปลี่ยนสถานที่เรียนสำหรับการตัดคะแนนความประพฤติมี ดังนี้ (๑) ว่ากล่าวตักเตือน เมื่อนักเรียนได้กระทำความผิดไม่ร้ายแรง ถือเป็นอำนาจ หน้าที่ของหัวหน้าระดับ หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าระดับพิจารณาแล้วว่า เหมาะสม และจะได้ผลดีให้ว่ากล่าวตักเตือนและลงบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร หากว่ากล่าวตักเตือนถึง ๓ ครั้งให้ดำเนินการขั้นต่อไปได้ (๒) ทำทัณฑ์บน การทำทัณฑ์บนใช้ในกรณีนักเรียนที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม กับสภาพนักเรียนตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณี ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติของโรงเรียน หรือฝ่าฝืนระเบียบของโรงเรียน หรือได้รับโทษ ว่ากล่าวตักเตือนแล้ว ยังมีพฤติกรรมดังกล่าวอีก ไม่รู้สึกผิดในการทำทัณฑ์บน ให้ทำหนังสือและเชิญ บิดา – มารดา หรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรอง การทำทัณฑ์บนไว้ด้วย หากได้ทำทัณฑ์บนถึง ๓ ครั้ง ให้ดำเนินการขั้นต่อไป (๓) การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการส่งเสริม ให้นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และการตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียน โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖6 และบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน (๔) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนกระทำความผิด ที่สมควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางของโรงเรียน พระโขนงพิทยาลัยและกระทรวงศึกษาธิการ (๕) การอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองจนกว่าพฤติกรรมจะดีขึ้นใช้ในกรณีที่นักเรียน กระทำความผิดหลายครั้ง จนโรงเรียนไม่สามารถแก้ไขปรับเปลี่ยนได้ เห็นควรที่ผู้ปกครอง จะรับไปอยู่ในการดูแล เพื่อให้การอบรมสั่งสอน ทบทวนตนเอง เมื่อมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น และพร้อม ก็สามารถกลับเข้าเรียนใหม่ได้ 27
(๖) การให้เปลี่ยนสถานที่เรียน ใช้ในกรณีที่นักเรียนกระทำความผิดโทษขั้นสูงสุด อันเป็นอุปสรรคต่อการเรียน การให้เปลี่ยนสถานที่เรียนเป็นวิธีการหนึ่งในการเปลี่ยน บรรยากาศในการเรียนรู้อันจะส่งผลต่อการทบทวนตนเอง พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ในทางที่ดีขึ้น พฤติกรรมที่ถูกลงโทษตามระเบียบการลงโทษนักเรียน นักเรียนโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัยเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง ต่อสถาบัน และ สังคม เป็นแบบอย่างให้แก่นักเรียนทั่วไป โดยมีความเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะนำพา ซึ่งประโยชน์ ให้เกิดแก่ประเทศชาติในอนาคต จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักเรียนทุกคนจะ ได้ตระหนักในบทบาทของตนเองให้สมกับเกียรติที่นักเรียนได้รับในการเป็นนักเรียนโรงเรียน พระโขนงพิทยาลัย อย่างไรก็ตาม โรงเรียนเป็นองค์กรที่มีนักเรียนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องวางแนวทางในการปฏิบัติตนให้นักเรียนได้รับทราบตรงกัน อันจะก่อให้เกิด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม หากไม่ปฏิบัตินักเรียนก็ต้องถูกลงโทษ หนักหรือเบา ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งมีแนวปฏิบัติดังนี้ ๑. กำหนดให้นักเรียนทุกคนมีคะแนนความประพฤติคนละ ๑๐๐ คะแนน และ นักเรียนจะต้องรักษาคะแนนนี้ไว้ไม่ให้ถูกตัดคะแนนเกิน 80 คะแนน ใน ๑ ภาคเรียน ๒. นักเรียนจะถูกตัดคะแนนตามแนวปฏิบัตินี้ เมื่อกระทำการใด ๆ ที่เป็นการฝ่าฝืน แนวปฏิบัติและข้อบังคับของโรงเรียน ๓. ให้พิจารณาโดยคณะกรรมการกลุ่มงานกิจการนักเรียน หรือหัวหน้าระดับชั้น ทุกครั้ง ๔. โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนให้ปฏิบัติตามระเบียบโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ว่าด้วยการควบคุมความประพฤตินักเรียนโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖6 ๕. ลำดับโทษที่ลงโทษนักเรียนกระทำผิดจะมีผลมาจากการที่นักเรียนผู้นั้น ถูกตัดคะแนน 28
ความประพฤติตามความผิดที่ระบุไว้ในแนวปฏิบัติดังนี้ คะแนนที่ถูกตัด บทลงโทษ น้อยกว่า ๒๐ คะแนน ๒๑ - ๓๐ คะแนน ๓๑ - ๕๐ คะแนน ๕๑ - ๖๐ คะแนน ๖๑ - ๑๐๐ คะแนน ๑๒๐ คะแนนขึ้นไป - ว่ากล่าวตักเตือนบันทึกเป็นหลักฐานและแจ้ง ผู้ปกครอง ครูที่ปรึกษาทราบเป็นลายลักษณ์อักษร - เชิญผู้ปกครองและครูที่ปรึกษารับทราบ ให้ความ ร่วมมือ ควบคุมดูแล แก้ไข ปรับปรุงพฤติกรรม และให้ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ภายใน โรงเรียน - เชิญผู้ปกครอง และครูที่ปรึกษารับทราบการ ทำทัณฑ์บนนักเรียน - เชิญผู้ปกครอง ครูที่ปรึกษา และหัวหน้าระดับชั้น รับทราบเพื่อให้นักเรียนเข้าร่วมโครงการ - เชิญผู้ปกครอง ครูที่ปรึกษา และหัวหน้าระดับชั้น รับทราบโดยผู้ปกครองรับนักเรียนเพื่อให้ อยู่ในความดูแลผู้ปกครองจนกว่าพฤติกรรมจะดีขึ้น - เชิญผู้ปกครอง ครูที่ปรึกษา และหัวหน้าระดับชั้น รับทราบข้อมูล และดำเนินกาเปลี่ยนสถานที่เรียน ๖. หลังจากลงโทษนักเรียนที่กระทำความผิด ของระเบียบโรงเรียนพระโขนง พิทยาลัยว่าด้วยการควบคุมความประพฤตินักเรียนโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖6 แล้วหากนักเรียนผู้นั้นได้กระทำความผิดอีกในทุกกรณี ให้เชิญผู้ปกครอง และครู ที่ปรึกษารับทราบ และทำบันทึกเป็นหลักฐานทุกครั้ง ๗. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่ถูกตัดคะแนนตั้งแต่ ๘๐ คะแนนขึ้นไป จะถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ๘. การสั่งให้นักเรียนไปอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง เป็นเหตุให้นักเรียนผู้นั้นหมด สิทธิ์สอบปลายภาคในรายวิชาใด นักเรียนผู้นั้นต้องมาดำเนินการติดตามซ่อมเวลาเรียน ในรายวิชานั้น จนมีสิทธิ์สอบได้หลักฐาน และรายงานข้อมูลให้กลุ่มบริหารวิชาการบันทึกใน ผลการประเมินคุณลักษณะพึงประสงค์ของนักเรียนผู้นั้นด้วย 29
๙. นักเรียนผู้ใด ถูกตัดคะแนนความประพฤติเกิน ๑๐๐ คะแนน ไม่ว่าความผิด ครั้งสุดท้ายจะเป็นความผิดฐานใด ให้คณะกรรมการกลุ่มงานกิจการนักเรียน บันทึก เป็นหลักฐาน และรายงานข้อมูลให้กลุ่มบริหารวิชาการบันทึกในผลการประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ของนักเรียนผู้นั้นด้วย ๑๐. การลงโทษนักเรียนผู้ใด ผู้ลงโทษจะลงโทษได้จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงชัดแจ้ง ว่านักเรียนผู้นั้นได้กระทำความผิดและสมควรถูกลงโทษ ๑๑. เกณฑ์การตัดคะแนนความประพฤติ มีดังนี้ หมวดที่ ๑ พฤติกรรมการแต่งกาย ข้อ กรณีความผิด ไม่เกิน (คะแนน/ ครั้ง) ๑ สวมเสื้อผิดระเบียบ หรือปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกง/กระโปรง 5 ๒ เสื้อ กางเกง กระโปรง ถุงเท้า รองเท้า คอซอง ผิดระเบียบ ไม่ติดเข็มตราสัญลักษณ์โรงเรียน (สำหรับนักเรียน ม.ปลาย) ไม่ปักจุดแสดงระดับชั้น 5 ๓ แต่งกายด้วยเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ชุดพลศึกษา และชุดนักศึกษาวิชาทหาร ไม่เรียบร้อย 5 ๔ สวมชุดพลศึกษาในวันที่ไม่มีเรียนวิชาพลศึกษา หรือในวันที่มี การสอบกลางภาค/ปลายภาค ๕ ๕ นักเรียนหญิงไม่สวมเสื้อซับใน หรือสวมเสื้อซับในสีฉูดฉาด หรือมี ลวดลาย นักเรียนชายสวมเสื้อภายในเสื้อนักเรียนสีฉูดฉาดหรือ มีลวดลาย 5 ๖ สวมรองเท้าที่มิใช่รองเท้านักเรียนโดยไม่มีเหตุจำเป็น 5 ๗ ไม่ประดับโบผูกผมของโรงเรียน ๕ ๘ ใช้กระเป่าอื่น ๆ หรือกระเป๋าผิดระเบียบ 5 ๙ ตกแต่งทรงผม (ย้อม กัดสีผม ทำสีผม ต่อผม โกรกผม) 5 ๑๐ เจาะติ่งหูให้มีขนาดใหญ่ เจาะลิ้น เจาะจมูก หรือสัก เขียนสีตาม ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย 5 ๑๑ ใช้เครื่องประดับมีค่า หรือไม่เหมาะสมต่อการเป็นนักเรียน ๕ ๑๒ สวมใส่เครื่องประดับบนศีรษะ ที่นอกเหนือจากระเบียบโรงเรียน ๕ 30
หมวดที่ ๒ พฤติกรรมการมาโรงเรียนและเข้าโรงเรียน ข้อ กรณีความผิด ไม่เกิน (คะแนน/ ครั้ง) ๑ หนีเรียนไม่เข้าแถวเคารพธงชาติหรือไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียน จัดขึ้น 5 ๒ มาโรงเรียนสาย 5 3 ทุจริตในการสอบ 15 4 ไม่ไปรายงานตัวตามที่คุณครูนัดหมาย หรือฝ่าฝืนคำสั่งครู โดยไม่มี เหตุจำเป็น 10 ๕ เที่ยวเตร่ตามศูนย์การค้า หรือสถานที่ที่ไม่เหมาะสม ในช่วงเวลาเรียน 15 หมวดที่ ๓ พฤติกรรมเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ข้อ กรณีความผิด ไม่เกิน (คะแนน/ ครั้ง) ๑ ทิ้งขยะไม่เป็นที่ ไม่ได้อยู่ในบริเวณที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้ 3 ๒ รับประทานอาหารในเวลาที่ไม่ใช่เวลาพักกลางวัน หรือผิดรอบเวลา พักของแต่ละระดับชั้น 3 ๓ รับประทานอาหารในเวลาเรียน 3 ๔ ไม่เก็บภาชนะที่ใช้รับประทานอาหารให้เรียบร้อย 5 ๕ นำอาหาร เครื่องดื่ม และภาชนะออกนอกโรงอาหาร หรือนำเข้ามา ในห้องเรียน หรือบนอาคารเรียน ๖ สั่งซื้ออาหารจากผู้ขายอาหารภายนอกโรงเรียน 5 ๗ กระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความสกปรกตามกำแพง ผนังตึก อาคาร โต๊ะเรียน เก้าอี้ หรือสถานที่ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 10 ๘ ไว้เล็บยาว เคลือบเล็บ ทาสีเล็บ หรือตกแต่งเล็บทุกกรณี 10 31
หมวดที่ ๔ พฤติกรรมไม่เหมาะกับการเป็นนักเรียน ข้อ กรณีความผิด ไม่เกิน (คะแนน/ ครั้ง) 1 นำบุคคลอื่นมาแอบอ้างเป็นผู้ปกครอง 10 2 แอบอ้างชื่อบุคคลอื่นมาเป็นชื่อตนเอง 5 3 การนำพาบุคคลภายนอกเข้ามาในโรงเรียน โดยไม่ได้รับอนุญาต 5 4 ไม่นำหนังสือเชิญผู้ปกครองไปให้ผู้ปกครองตามที่ได้รับมอบหมาย 5 5 กลั่นแกล้ง รังแก ข่มขู่ ข่มเหง ผู้อื่น ให้ได้รับความเสียหาย ทั้งร่างกายและจิตใจ ๓๐ 6 ทะเลาะวิวาทจนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ๒๐ 7 ทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย โดยไม่ใช้อาวุธ หรือใช้อาวุธ จนเป็น เหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และได้รับความเสียหายทั้งร่างกายและ จิตใจอย่างรุนแรง ๕๐ 8 มีอาวุธทุกชนิดอยู่ในครอบครอง หรือใช้อาวุธทำร้ายร่างกาย ก่อเหตุใด ๆ ๕๐ 9 ทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น และของโรงเรียน ได้รับความเสียหาย (ยังไม่ชดใช้ค่าเสียหายหรือชดใช้เรียบร้อย) ๕๐ 10 กล่าวเท็จให้การเท็จ ๒๐ 11 กล่าวคำหยาบ ส่อเสียด ด่าทอ เหน็บแนม ๑๐ 12 หมิ่นประมาท ๒๐ 13 กล่าวหาให้ร้าย หรือกระทำการอื่นใด ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย บนสื่อทุกชนิด โดยปรากฏชัดแจ้ง หรือเป็นลายลักษณ์อักษร ๓๐ 14 ยุยงส่งเสริม ให้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ๑๐ 15 แสดงกิริยา วาจาไม่สุภาพ และก้าวร้าวต่อคุณครู บุพการี และบุคคลอื่น ๓๐ 16 ประพฤติผิดนอกโรงเรียน โดยแต่งกายเครื่องแบบนักเรียน หรือโดย ประกาศตนเป็นนักเรียนโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย หรือกระทำการ ใด ๆ ที่ทำให้โรงเรียนเสื่อมเสีย ๕๐ 32
หมวดที่ ๔ พฤติกรรมไม่เหมาะกับการเป็นนักเรียน (ต่อ) ข้อ กรณีความผิด ไม่เกิน (คะแนน/ ครั้ง) 17 รีดไถเงิน ลักทรัพย์ ฉ้อโกง ๕๐ 18 นำเงินจำนวนมากมาโรงเรียน ๕ 19 เล่นกีฬาในที่ห้ามเล่น 5 ๒0 มั่วสุม สูบบุหรี่ ตามสถานที่ต่าง ๆ และมีอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ อยู่ ในครอบครอง หรือเพื่อจำหน่าย ๕๐ ๒1 ดื่มสุรา หรือของมึนเมาทุกชนิด ๕๐ ๒2 มี หรือเสพ หรือจำหน่ายสิ่งเสพติดทุกชนิด ๕๐ ๒3 มั่วสุม หรือรวมกลุ่ม เพื่อกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม เป็น ปฏิปักษ์ต่อการเป็นนักเรียนที่ดี ๒๐ ๒4 เล่นการพนันทุกชนิด โดยมีอุปกรณ์การเล่น และมีหลักฐานเชิง ประจักษ์ หรือเล่นการพนันผ่านระบบออนไลน์ ๓๐ ๒5 ดูสื่อลามกอนาจารทุกชนิด มีหรือเผยแพร่ ๓๐ 26 กระทำอนาจาร ๕๐ 27 แสดงอาการของความพอใจทางเพศ เช่น โอบกอด จับมือถือแขน นอนหนุนตัก หรือกระทำพฤติกรรมทางเพศอื่น ๆ ทั้งในที่ลับตาคน และที่แจ้ง ๓๐ 28 ประพฤติตนไม่เหมาะสมตามจารีต และประเพณีไทย ๑๐ 29 หลบหนีการกระทำความความผิด ทั้งที่กระทำผิดกฎระเบียบของ โรงเรียนชัดเจน ๒๐ 30 กระทำการขัดแย้งกับประกาศโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย เรื่องระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ๑๐ 33
ลักษณะความผิดของทุกหมวดที่มีจำนวนคะแนน 5-๑๐ คะแนน ถ้าเป็น การกระทำผิดครั้งแรก ดำเนินการดังนี้ (๑) อบรมสั่งสอนและว่ากล่าวตักเตือน แล้วบันทึกพฤติกรรมไว้เป็นหลักฐาน รวบรวมไว้ที่กลุ่มงานกิจการนักเรียน (๒) ถ้านักเรียนกระทำผิดกฎ ระเบียบของโรงเรียนเกินสามครั้ง ให้เชิญผู้ปกครอง มาพบเพื่อรับทราบและทำบันทึกทัณฑ์บนเอาไว้ และแจ้งครูที่ปรึกษาทราบ ลักษณะความผิดของทุกหมวดที่มีจำนวนสิบห้าคะแนนขึ้นไป หรือเป็นการกระทำ ความผิดขั้นร้ายแรง ให้เชิญผู้ปกครองมาพบเพื่อรับทราบทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนควา ม ประพฤติคณะกรรมการกลุ่มงานกิจการนักเรียน ประชุมและเสนอผลการพิจารณา ต่อผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อสั่งการต่อ ๑๒. นักเรียนที่กระทำความผิดตามระเบียบและข้อบังคับของโรงเรียนจะถูกตัด คะแนนพฤติกรรมตามระเบียบ เมื่อรวมคะแนนที่ถูกตัดแล้วจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ การตัดสินผลการเรียนผ่านช่วงชั้น 1) เกณฑ์มาตรฐานการเรียนรู้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ (1) ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับดีเยี่ยม หรือดีและผ่านเกณฑ์ทุกปีและมีคะแนนที่ถูกตัดคะแนนด้านความประพฤติรายปี ดังนี้ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ถูกตัดคะแนนความประพฤติไม่เกิน ๕๐ คะแนน มัธยมศึกษาปีที่ ๒ ถูกตัดคะแนนความประพฤติไม่เกิน ๕๐ คะแนน มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ถูกตัดคะแนนความประพฤติไม่เกิน ๕๐ คะแนน (2) ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามข้อ(1) ให้ผู้เรียนเข้ารับการอบรมและปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามที่สถานศึกษากำหนดให้ครบถ้วนสมบูรณ์ (3) ผู้เรียนที่ถูกตัดคะแนนด้านความประพฤติสูงกว่าเกณฑ์คะแนนรายปี ตามข้อ(1) หรือการมีผลการเรียนต่ำกว่ามาตรฐาน ผู้เรียนจะถูกพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้น ในกรณีที่ผลการเรียนไม่ต่ำกว่ามาตรฐานให้ใช้การพิจารณาตามข้อ(2) (4) ผู้เรียนถูกตัดคะแนนด้านความประพฤติเกิน ๑๕๐ คะแนนหรือไม่ เข้ารับการอบรมตามข้อ(2) และมีผลการเรียนต่ำกว่ามาตรฐาน ผู้เรียนจะถูกพิจารณาไม่ให้ จบหลักสูตร 34
2) เกณฑ์มาตรฐานการเรียนรู้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ (1) ผู้เรียนต้องผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับดีเยี่ยม หรือดีและผ่านเกณฑ์ทุกปี และมีคะแนนที่ถูกตัดคะแนนด้านความประพฤติรายปี ดังนี้ มัธยมศึกษาปีที่ ๔ ถูกตัดคะแนนความประพฤติไม่เกิน ๕๐ คะแนน มัธยมศึกษาปีที่ ๕ ถูกตัดคะแนนความประพฤติไม่เกิน ๕๐ คะแนน มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ถูกตัดคะแนนความประพฤติไม่เกิน ๕๐ คะแนน (2) ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามข้อ(1) ให้ผู้เรียนเข้ารับการอบรมและปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามที่สถานศึกษากำหนดให้ครบถ้วนสมบูรณ์ (3) ผู้เรียนที่ถูกตัดคะแนนด้านความประพฤติสูงกว่าเกณฑ์คะแนนรายปี ตามข้อ (1) หรือการมีผลการเรียนต่ำกว่ามาตรฐาน ผู้เรียนจะถูกพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้น ในกรณีที่ผลการเรียนไม่ต่ำกว่ามาตรฐานให้ใช้การพิจารณาตามข้อ(2) (4) ผู้เรียนถูกตัดคะแนนด้านความประพฤติเกิน ๑๕๐ คะแนน หรือไม่เข้ารับการอบรมตามข้อ (2) และมีผลการเรียนต่ำกว่ามาตรฐานผู้เรียนจะถูกพิจารณา ไม่ให้จบหลักสูตร เกณฑ์การดำเนินการกรณีนักเรียนถูกตัดคะแนนความประพฤติ 3) กรณีนักเรียนถูกตัดคะแนน ๕๐ คะแนน นักเรียนจะได้รับหนังสือแจ้ง เตือนเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยให้ทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เมื่อได้รับ หนังสือแจ้งเตือน ให้นักเรียนติดต่อรับเอกสารบันทึกการทำความดี ที่กลุ่มงานกิจการนักเรียน และให้หน่วยงานที่นักเรียนไปบำเพ็ญประโยชน์ลงลายมือชื่อเพื่อเป็นหลักฐานในการบำเพ็ญ สาธารณประโยชน์จริง ซึ่งนักเรียนจะต้องปฏิบัติการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เป็นเวลา ๒๕ ชั่วโมง และเมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว ให้นำเอกสารบันทึก นำส่งคืนที่ กลุ่มงานกิจการนักเรียน 4) กรณีนักเรียนถูกตัดคะแนนเกิน ๖๑ คะแนน นักเรียนจะได้รับเอกสาร แจ้งการตัดคะแนนจากกลุ่มกลุ่มงานกิจการนักเรียน นักเรียนจะต้องเข้าค่ายเพื่อ ปรับพฤติกรรม โดยผู้ปกครองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเข้ากิจกรรมปรับเปลี่ยน พฤติกรรมเอง และผู้ปกครองต้องลงลายมือชื่อรับทราบเงื่อนไขและข้อปฏิบัติ โดยไม่มี ข้อโต้แย้งใดๆ และนำส่งเอกสารคืนกลุ่มงานกิจการนักเรียนเพื่อดำเนินการต่อไป 35
5) กรณีนักเรียนทำผิดซ้ำบ่อยครั้ง ให้ปฏิบัติตามระเบียบโรงเรียน พระโขนงพิทยาลัย ว่าด้วยการควบคุมความประพฤตินักเรียนโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖6 การหยุดการเรียนชั่วคราว เพื่อให้อยู่ในความดูแลของผู้ปกครองจนกว่า พฤติกรรมจะดีขึ้น หากยังมีพฤติกรรมทำผิดซ้ำอีกให้ปฏิบัติตามการเปลี่ยนสถานที่เรียน ทั้งนี้กลุ่มงานกิจการนักเรียนจะมีเอกสารแจ้งไปยังผู้ปกครองเพื่อรับทราบและดำเนินการ ต่อไป ๑๓. วิธีปฏิบัติของครูตามระเบียบนี้ (1) การบันทึกการตัดคะแนนความประพฤติให้ใช้แบบบันทึกที่ กลุ่มงานกิจการนักเรียนกำหนดเท่านั้น (2) เมื่อผู้มีอำนาจตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียนที่กระทำผิดแล้ว ให้รายงานต่อรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการเพื่อเห็นชอบและอนุมัติ (3) ผู้เรียนที่ถูกตัดคะแนนพฤติกรรมตั้งแต่ ๒๐ คะแนนขึ้นไป ครูที่ปรึกษารับทราบและแจ้งผู้ปกครอง กลุ่มบริหารวิชาการต้องเก็บเอกสารการลงโทษ ไว้เป็นหลักฐาน ๑๔. การพิจารณาตัดคะแนนนักเรียนที่ต่างจากข้อ ๑๑ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ คณะกรรมการกลุ่มงานกิจการนักเรียนและหัวหน้าระดับชั้นพิจารณา ๑๕. ให้รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการเป็นผู้รักษาการ ให้เป็นไปตาม ระเบียบนี้ 36
ระเบียบโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ว่าด้วยเรื่องเกณฑ์การเพิ่มคะแนนความประพฤติ หมวดที่ ๑ พฤติกรรมพึงประสงค์ ข้อ กรณีความดี ไม่เกิน (คะแนน/ ครั้ง) ๑ แต่งกายถูกต้องเรียบร้อยและประพฤติตนตามระเบียบของ โรงเรียน ๑๐ ๒ ได้รับรางวัลจากการประกวด การแข่งขัน หรือกิจกรรม ระดับ โรงเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระหว่างโรงเรียนระดับชาติ ประเภทต่าง ๆ ๒๐ ๓ เก็บเงินหรือสิ่งของมีค่าของผู้อื่นได้และนำส่งครู ๑๕ ๔ หารายได้พิเศษช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวเป็นประจำจนถือว่าเป็น แบบอย่างได้ ๑๐ ๕ เป็นนักเรียนผู้นำหรือปฏิบัติหน้าที่สม่ำเสมอโดยไม่มีข้อบกพร่อง ๒๐ ๖ เป็นกรรมการนักเรียนและปฏิบัติหน้าที่สม่ำเสมอโดยไม่มี ข้อบกพร่อง ๒๐ ๗ เป็นกรรมการคณะสีและปฏิบัติหน้าที่สม่ำเสมอโดยไม่มี ข้อบกพร่อง ๒๐ ๘ เป็นสารวัตรนักเรียนและปฏิบัติหน้าที่สม่ำเสมอโดยไม่มี ข้อบกพร่อง ๒๐ ๙ แจ้งเหตุหรือแจ้งข่าวให้ครูทราบจนเป็นผลดีต่อการปกครอง นักเรียน ๕ ๑๐ เต็มใจช่วยเหลืองานโรงเรียนหรือช่วยครูทำงานโรงเรียนอย่าง สม่ำเสมอ ๑๐ ๑๑ เป็นผู้มีกิริยา วาจา สุภาพ เรียบร้อย เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียน โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ๑๐ ๑๒ เป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อโรงเรียน ๕ ๑๓ เป็นผู้มีความขยันหมั่นเพียรทางการเรียนและกิจกรรม ๕ 37
หมวดที่ ๑ พฤติกรรมพึงประสงค์(ต่อ) ข้อ กรณีความดี ไม่เกิน (คะแนน/ ครั้ง) ๑๔ เป็นผู้มีความประพฤติดีและชักจูงเพื่อนไม่ให้มั่วสุมกับอบายมุข ๕ ๑๕ บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอยู่เสมอ ๕ ๑๖ ร่วมกิจกรรม และชักจูงเพื่อนเข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อ โรงเรียนและชุมชน หรือกิจกรรมจิตอาสา ๑๐ การกระทำความดีความชอบข้อ ๑๖ นี้ต้องมีหลักฐานชัดเจนหรือมีผู้รับรองที่เชื่อถือ ได้ประกอบการเสนอเพิ่มเติม ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของครู เป็นผู้พิจารณาตามความ เหมาะสม - ครูทุกคนมีสิทธิ์เสนอเพิ่มคะแนนได้ไม่เกินครั้งละ ๒๐ คะแนน ให้นักเรียน โดยเสนอต่อหัวหน้าระดับชั้น หรือคณะกรรมการกลุ่มงานกิจการนักเรียน เพื่อเสนอ รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ และนักเรียนผู้นั้นจะได้คะแนนเพิ่มเมื่อรองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการเห็นชอบแล้ว - คะแนนที่นักเรียนได้เพิ่มไม่สามารถไปหักล้างคะแนนที่ถูกตัดตั้งแต่ ๓๐ คะแนน ขึ้นไป แต่ให้นำไปเป็นเหตุผลในการขอลดโทษได้ตามสมควรแก่กรณี - ผู้ที่ได้คะแนนเพิ่มจะได้รับการยกย่องชมเชยด้วยวิธีการอื่น ๆ หรือตามที่โรงเรียน จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นักเรียนผู้นั้น - ให้ยกเลิกระเบียบหรือข้อบังคับอื่นใดของโรงเรียนที่ขัดต่อระเบียบนี้และให้ใช้ ระเบียบนี้แทน - ให้รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ 38
เพลง มาร์ชฟ้า - เหลือง *พวกเราชาวฟ้าเหลือง หมายรุ่งเรืองด้วยความสามัคคีใฝ่ใจรักศักดิ์ศรี เหมือนดังน้องพี่เลือดเดียวกัน หมั่นเรียนเพียรศึกษาทั้งการกีฬาการเรียนเพียรขยัน นามเราพระโขนงพิทยาลัยรักมั่น สถาบันเพื่อเราเยาวชน (ซ้ำ*) พี่น้องเราร่วมธงฟ้าเหลือง เมื่อเราเดินชาติเจริญรุ่งเรือง มุ่งฝึกฝนวิชาให้ฟูเฟื่อง ระเบียบและวินัยเตือนใจ พี่น้องเราร่วมธงฟ้าเหลือง ให้ทั่วทุกคนชาติเจริญรุ่งเรืองมุ่งฝึกฝน วิชาให้ฟูเฟื่อง ธงฟ้าเหลืองกระเดื่องแดนไกล เพลง มาร์ชพระโขนงพิทยาลัย พระโขนงพิทยาลัย ชื่อเสียงเกริกไกรในการศึกษา ประสาท ประสิทธิ์ ด้านวิทยา แก่บุตร ธิดา มานานเนิ่นปี สร้างความเจริญก้าวหน้า พัฒนาคุณค่าความดี ฟ้าเหลืองฟูเฟื่องธาตรี ศิษย์มากมี เป็นที่กล่าวขวัญ (พร้อม) ปัญญา สามัคคี มีน้ำใจ คตินั้นตรึงฤทัยอยู่ทั่วกัน เพียบพร้อมวินัยฝักใฝ่คุณธรรม์ มุ่งช่วยสร้างสรรค์สังคมทั่วไป (ซ้ำ) เคารพนอบนบบูชา ชาติศาสนาองค์พระภูวไนย เทิดทูนพระคุณยิ่งใหญ่ ครูอาจารย์ได้สอนให้วิชา ร่วมรักและสามัคคี มั่นในศักดิ์ศรีที่เราศรัทธา (พร้อม) เพื่อเกียรติฟ้าเหลืองเลื่องลือชา กล้าแกร่งเข้มแข็งด้านกีฬา เสริมปัญญา สร้างค่าเยาวชน โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย 182 ซอยสุขุมวิท 62 แขวงพระโขนงใต้ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260 โทรศัพท์ 02-311-5185, 02-311-5196 โทรสาร 02-311-5317, 02-332-5040