เท่ียว 2 กรงุ ลอ่ งแมน่ ้ำกบั ตงั้ หง่วงเซง้
3 วนั 2 คืน
วนั ท่ี 19-21 มีนำคม 2564
เท่ียว 2 กรงุ ลอ่ งแมน่ ้ำกบั ตงั้ หง่วงเซง้
วนั ที่ 19-21 มีนำคม 2564
วันศุกร์ ท่ี 19 มีนาคม 2564 เชียงใหม่-กรุงเทพ-อยุธยา
07.00 - 07.50 น. พร้อมกนั ท่ีสนามบนิ เชียงใหม่
08.00 - 10.00 น. เดนิ ทางจากเชียงใหม่ - กรุงเทพ (สายการบนิ ไทยไลอ้อนแอร์ 08.40 - 09.55 น.)
10.00 - 11.00 น. เดนิ ทางไปอยธุ ยา โดยการนงั่ รถต้สู ว่ นตวั
11.00 - 12.15 น. ชม ถ่ายรูปท่ี วดั นเิ วศธรรมประวตั ิ
12.15 - 12.25 น. เดนิ ทางโดยรถต้ไู ปท่ีร้านต้นนํา้ ริเวอร์ววิ เพ่ือทานอาหารกลางวนั
12.30 - 13.25 น.ทานอาหารกลางวนั ที่ร้าน ต้นนํา้ ริเวอร์วิว เชน่ ก้งุ เผา ปลานํา้ เงินทอด
ร้านต้นนา้ ริเวอร์วิว
13.26 - 14.00 น. เดนิ ทางโดยรถต้ไู ปร้านสรุ ิยนั จนั ทราเพื่อลอ่ งเรือ
14.00 - 17.30 น. ลอ่ งเรือชมแมน่ ํา้ โดยเรือสรุ ิยนั จนั ทรา
- ทาน Afternoon tea & Dressertพร้อม เคร่ืองด่มื ไวน์ บนเรือประกอบด้วยขนมฝอยทองรังไหม ผลไม้รวม เบเกอร่ี
- ระหวา่ งทางแวะชมความงดงามของสองฝ่ังแมน่ ํา้ น้อย-วดั บางโคนม
- แวะสกั การะหลวงพอ่ ปาน วดั บางโคนม เป็นวดั โบราณที่สร้างสมยั กรุงศรีอยธุ ยา
- ชมร่องรอยวิถีชาว้านท่ีเรียกวา่ ตลาดเรือนแพ พร้อมบ้านไทรงคณุ คา่ มากมาย-ชมุ ชนเกา่ แก่
- แวะสกั การะหลวงพอ่ สนุ่ วดั บางปลาหมอ
17.30-19.00 น. ทานอาหารเย็นท่ี สรุ ิยนั จนั ทรา
19.00 - 20.00 น. เดนิ ทางโดยรถต้ไู ปท่ีโรงแรม Sala Ayuttaya
20.00 น. เป็นต้นไป เข้าที่พกั /พกั ผอ่ นตามอธั ยาศยั ท่ีโรงแรม Sala Ayuttaya
วันเสาร์ ท่ี 20 มีนาคม 2564 อยธุ ยา - กรุงเทพ
08.00 - 09.00 น. ทานอาหารเช้าที่โรงแรม Sala Ayuttaya
09.30 - 13.00 น. นงั่ รถชมเมืองอยธุ ยา ชมวดั ท่ีสําคญั วดั มหาธาต-ุ วดั ใหญ่ชยั มงคล-วดั พนญั เชงิ -วดั ธรรมาราม
วัดมหาธาตุ
ตงั้ อยใู่ นตวั เมืองอยธุ ยา มีสง่ิ ที่โดดเดน่ คอื เศียรพระพทุ ธรูปกวา่ ร้อยปี ในรากไม้ โดยเศยี รพระพทุ ธรูปเป็น
พระพทุ ธรูปหนิ ทรายเหลือแคส่ ว่ นเศยี รสําหรับองคพ์ ระนนั้ หายไป และเป็นเศียรพระพทุ ธรูปเป็น ศลิ ปะอยธุ ยา วางอยู่
ในรากโพธิ์ข้างวิหาร คาดวา่ เศยี รพระพทุ ธรูปนีจ้ ะหลน่ ลงมาอยทู่ ี่โคนต้นไม้ในสมยั เสียกรุงจนรากไม้ขนึ ้ ปกคลมุ ด้าน
พระปรางค์ของวดั เป็นปรางคท์ ี่ได้รับอทิ ธิพลจากขอมปนอยู่ ชนั้ ลา่ งกอ่ สร้างด้วยศลิ าแลงแตท่ ่ีเสริมใหมต่ อนบนเป็นอิฐ
ถือปนู สมเดจ็ พระเจ้าปราสาททองได้ทรงปฏิสงั ขรณ์พระปรางค์ใหมโ่ ดยเสริมให้สงู กวา่ เดมิ แตข่ ณะนีย้ อดพงั ลงมา
เหลือเพียงชนั้ มขุ เทา่ นนั้ จงึ เป็นท่ีนา่ เสียดายเพราะมีหลกั ฐานวา่ เป็นปรางค์ที่มีขนาดใหญ่และกอ่ สร้างอยา่ งวจิ ติ ร
สวยงามมากเม่ือ พ.ศ. 2499
กรมศลิ ปากรได้ขดุ แตง่ พระปรางค์แหง่ นี ้พบของโบราณหลายชนิ ้ ท่ีสําคญั คอื ผอบศลิ า ภาย ในมีสถปู ซ้อนกนั 7
ชนั้ แบง่ ออกเป็น ชิน เงิน นาก ไม้ดํา ไม้จนั ทร์แดง แก้วโกเมน และทองคํา ชนั้ ในบรรจพุ ระบรมสารีริกธาตแุ ละ
เครื่องประดบั อนั มีคา่ ปัจจบุ นั พระบรมสารีริกธาตนุ ําไปประดษิ ฐานไว้ท่ีพธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ เจ้าสามพระยา สง่ิ ที่
นา่ สนใจในวดั อีกอยา่ งคอื เศยี รพระพทุ ธรูปหนิ ทราย ซง่ึ มีรากไม้ปกคลมุ เข้าใจวา่ เศยี รพระพทุ ธรูปนีจ้ ะหลน่ ลงมาอยทู่ ี่
โคนต้นไม้ในสมยั เสียกรุงจนรากไม้ขนึ ้ ปกคลมุ มีความงดงามแปลกตาไปอีกแบบ ตงั้ อยเู่ ชิงสะพานป่ าถา่ น ทางทิศ
ตะวนั ออกของวดั พระศรีสรรเพชญ์ พงศาวดารบางฉบบั กลา่ ววา่ วดั นีส้ ร้างในสมยั สมเดจ็ พระบรมราชาธิราชท่ี 1
ตอ่ มาสมเดจ็ พระราเมศวรโปรดเกล้าฯให้อญั เชญิ พระบรมสารีริกธาตมุ าบรรจไุ ว้ใต้ฐานพระปรางคป์ ระธานของวดั เมื่อ
พ.ศ.1927
ส่งิ ท่นี ่าสนใจในวัดมหาธาตุ
1. พระปรางค์ขนาดใหญ่ ซง่ึ ในปัจจบุ นั พงั ทลายลงมาหมดแล้ว ที่ฐานของพระปรางค์ มรี ูปราชสีห์ หมี หงส์ นกยงู
กินนร โค สนุ ขั ป่ า กระบือ มงั กร เรียงรายอย่โู ดยรอบรูปเหลา่ นีอ้ าจ หมายถงึ สตั ว์ในป่ าหิมพานต์ท่ีรายล้อมอยเู่ ชิงเขา
พระสเุ มรุ ซงึ่ เป็นแกนกลางของจกั รวาล
2. เจดยี ์แปดเหล่ียม เป็นเจดีย์ลดหลนั่ กนั 4 ชนั้ 8 เหลยี่ ม ชนั้ บนสดุ ประดษิ ฐานปรางค์ขนาดเลก็ ซงึ่ เจดีย์องค์นี ้จดั วา่
เป็นเจดยี ์ที่แปลกตา พบเพียงองค์เดียวในอยธุ ยา
3. วหิ ารท่ีฐานชกุ ชี ของพระประธานในวหิ ารกรมศิลปากรพบวา่ มผี ้ลู กั ลอบขดุ ลงไปลกึ ถงึ 2 เมตร จงึ ดาํ เนินการขดุ
ตอ่ ไปอกี 2 เมตร พบภาชนะดนิ เผาขนาดเลก็ 5 ใบ บรรจแุ ผ่นทองเบาๆรูปตา่ งๆ
4. วิหารเลก็ วหิ ารเลก็ แห่งนี ้มรี ากไม้แผ่รากขนึ ้ เกาะเตม็ ผนงั รากไม้สว่ นหนงึ่ ได้ล้อมเศียรพระพทุ ธรูปไว้ธรรมดากรม
ศิลปากรจะต้องตดั ต้นไม้ออกแตท่ ่ีนี่ดจู ะวา่ เป็นท่ียกเว้น
5. พระปรางค์ขนาด กลางภายในพระปรางค์ มีภาพจิตรกรรม เรือนแก้วซง่ึ เป็นตอนหนง่ึ ในพทุ ธประวตั 5ิ ตําหนกั
พระสงั ฆราช บริเวณพืน้ ที่วา่ งทางด้านทิศตะวนั ตก เป็นสถานที่ท่ีเป็นท่ีตงั้ พระตําหนกั พระสงั ฆราช ราชทตู ลงั กาได้
บอกไว้วา่ เป็นตําหนกั ท่ีสลกั ลวดลายปิ ดทอง มมี า่ นปักทอง พืน้ ปพู รมมีขวดปักดอกไม้เรียงราย เป็นแถวเพดาน
แขวนอจั กลบั (โคม) มีบงั ลงั ก์ 2
วัดใหญ่ชัยมงคล
วดั ใหญ่ชยั มงคล เดมิ ช่ือ “วดั ป่ าแก้ว” หรือ “วดั เจ้าพระยาไท” อยทู่ างฝั่งตะวนั ออกของแม่นํา้ ป่ าสกั สนั นิษฐานวา่
“สมเด็จพระเจ้าอ่ทู อง” พระมหากษัตริย์ผ้สู ถาปนากรุงศรีอยธุ ยา ทรงสร้างขนึ ้ ในสมยั อยธุ ยาตอนต้น เมื่อ พ.ศ.1900
สําหรับเป็ นสาํ นกั ของพระสงฆ์ท่ีไปบวชเรียนจากสาํ นกั รัตนมหาเถระ ประเทศศรีลงั กา ซง่ึ มีช่ือเรียกนกิ ายนีว้ า่ “คณะป่ า
แก้ว”
ต่อมาคณะสงฆ์นิกายนีเ้ป็ นทีเ่ คารพ เล่อื มใส ศรัทธาของชาวกรุงศรีอยธุ ยาเป็ นอนั มาก ผ้คู นตา่ งมาบวชเรียนในสํานกั
สงฆ์แหง่ นีก้ นั มากขนึ ้ สมเด็จพระเจ้าอทู่ อง จงึ ทรงตงั ้ อธิบดีสงฆ์นิกายนีเ้ป็ นสมเด็จพระวนั รัตน มีตําแหน่งเป็ น
พระสงั ฆราชฝ่ ายขวาค่กู บั สมเดจ็ พระพทุ ธโฆษาจารย์ ซง่ึ มีตําแหน่งเป็ นสงั ฆราชฝ่ ายคนั ถธรุ ะ
ในปี พ.ศ.2135 เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทาํ ศกึ ยทุ ธหตั ถีชนะ มงั กะยอชวาพระมหาอปุ ราชของหงษาวดีแหง่
พมา่ ทีต่ ําบลหนองสาหร่าย เมืองสพุ รรณบรุ ี ทรงสร้างพระเจดีย์ใหญ่ขนึ ้ ท่ีวดั แหง่ นีเ้พื่อเป็ นอนสุ รณ์แหง่ ชยั ชนะ ซงึ่ พระ
เจดีย์นีไ้ มป่ รากฏหลกั ฐานชดั เจนวา่ สร้างเสริมจากพระเจดีย์เดมิ หรือสร้างใหม่ทงั ้ องค์ และถกู ขนานนามว่า “พระเจดีย์ชยั
มงคล” แต่ราษฎรในยคุ นนั ้ เรียก “พะระเจดีย์ใหญ่” ตอ่ มาเรียกชื่อเป็ น “วดั ใหญ่ชยั มงคล”
ในปี พ.ศ.2310 หลงั เสยี กรุงครัง้ ท่ี 2 วดั ใหญ่ชยั มงคลถกู ทงิ ้ ร้างนบั ตงั ้ แตน่ นั ้ กระทงั่ มีพระภิกษุ สามเณร รวมทงั ้ แมช่ ี
กลมุ่ หนง่ึ โดยการนําของพระฉลวย สธุ มโม เข้ามาดแู ลวดั ทถ่ี กู ทงิ ้ ร้างแหง่ นี ้เพ่ือใช้เป็ นสถานทีป่ ฏิบตั ธิ รรม ตอ่ มาพระครู
ภาวนาพริ ิยคณุ เจ้าอาวาสของวดั ยม อําเภอบางบาล เข้ามารับช่วงดแู ลต่อ วดั ใหญ่ชยั มงคลจงึ เปล่ยี นสถานะจากวดั ร้าง
มาเป็ นวดั ราษฎร์ ในปี พ.ศ.2500 เป็ นต้นมาจนถึงปัจจบุ นั กว่า 63 ปี แล้ว
วัดพนัญเชงิ
เป็ นวดั เก่าแก่ทส่ี ร้างขนึ ้ ตงั ้ แตส่ มยั ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยธุ ยาขนึ ้ เป็ นราชธานี และได้รับการรักษาบรู ณะอยา่ งดีมา
จนถงึ ในปัจจบุ นั ภายในพระอโุ บสถวดั พนญั เชิงเป็ นทปี่ ระดษิ ฐานของพระพทุ ธรูปไตรรัตนายก (หลวงพอ่ โต หรือซาํ ปอกง)
พระพทุ ธรูปค่บู ้านค่เู มืองอยธุ ยาท่ไี ด้รับความเคารพบชู าทงั ้ ในหม่คู นไทยและคนจีนมาอยา่ งยาวนาน ตงั ้ อยทู่ ีต่ ําบลคลอง
สวนพลู อําเภอพระนครศรีอยธุ ยา จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา
ตามพงศาวดารเหนือระบวุ ่า ผ้สู ร้างวดั พนญั เชิงคือพระเจ้าสายนํา้ ผงึ ้ โดยในยคุ แรกนนั ้ ช่ือของวดั แหง่ นีค้ ือ “วดั พระ
นางเชิง” ซงึ่ มีทีม่ าจากตํานานซง่ึ เลา่ วา่ พระนางสร้อยดอกหมาก พระราชธิดาบญุ ธรรมในพระเจ้ากรุงจีน ซงึ่ เดนิ ทางมา
อภิเษกสมรสกบั พระเจ้าสายนํา้ ผงึ ้ ได้เสยี ชีวติ ลง และมีการจดั พระราชพธิ ีศพขนึ ้ ท่ีบริเวณที่ตงั ้ ของวดั พนญั เชงิ ซงึ่ ปัจจบุ นั
ภายในวดั ยงั มีตําหนกั เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก สถานท่ซี ง่ึ ประดษิ ฐานรูปปัน้ เจ้าแมส่ ร้อยดอกหมาก หรือชาวจีนเรียกวา่ จู๊
แซเนีย้
วดั พนญั เชิงเคยได้รับความเสียหายในสมยั เสียกรุงศรีอยธุ ยาครัง้ ที่ 2 แตก่ ็ได้รับการบรู ณะซอ่ มแซมมาโดยตลอด
จนกระทงั่ ในสมยั พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั แหง่ กรุงรัตนโกสนิ ทร์ รัชกาลที่ 4 ได้มีการบรู ณะพระพทุ ธรูป
ประจําวดั พนญั เชงิ ขนึ ้ ใหมห่ มดทงั ้ องค์ รวมถึงอาคารอื่นๆโดยรอบ ทาํ ให้วดั พนญั เชิงอยใู่ นสภาพดีมาจนถงึ ในปัจจบุ นั
และมีสถานะเป็ นพระอารามหลวงชนั ้ โท ชนิดวรวิหาร
พระพทุ ธรูปไตรรัตนายก (หลวงพ่อโต หรือซําปอกง) ตามพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบบั หลวงประเสริฐอกั ษรนิต์ิ
กลา่ วไว้ว่า ได้มีการสถาปนาพระพทุ ธรูปพทุ ธเจ้าพแนงเชิง หรือหลวงพ่อโต ขนึ ้ เม่ือปี พ.ศ. 1867 ซง่ึ เป็ นชว่ งเวลาก่อนท่ี
พระเจ้าอ่ทู องจะสถาปนากรุงศรีอยธุ ยาถึง 26 ปี เป็ นพระพทุ ธรูปปนู ปัน้ ลงรักปิ ดทอง ศิลปะสมยั อทู่ องตอนปลาย ปางมาร
วิชยั ขดั สมาธิราบ ขนาดหน้าตกั กว้าง 14.20 เมตร สงู 19.20 เมตร นบั ได้วา่ เป็ นพระพทุ ธรูปสมยั อยธุ ยาท่ีมีขนาดใหญ่
ทสี่ ดุ ในประเทศไทย
วัดธรรมาราม
ตงั ้ อยทู่ ี่ตําบลบ้านป้ อม หม่ทู ่ี ๖ นอกเกาะเมืองด้านทศิ ตะวนั ตกอย่ตู ดิ กบั ริมฝั่งแม่นํา้ เจ้าพระยาเยือ้ งๆ กบั เจดีย์ศรี
สรุ ิโยทยั ใกล้กบั วดั กษัตราธิราช ปัจจบุ นั หากมองจากบนฝ่ังเกาะเมืองตรงบริเวณเจดีย์ศรีสรุ ิโยทยั จะเหน็ กฏุ โิ บราณก่ออิฐ
ถือปนู หลงั หนง่ึ อย่รู ิมฝ่ังแมน่ ํา้ ในพระราชพงศาวดารฉบบั ๑ ได้กลา่ วนามถึงวดั ธรรมารามเป็ นครัง้ แรกเม่ือแผ่นดินสมเดจ็
พระมหนิ ทราธิราช ครัง้ พระเจ้าหงสาวดีบเุ รงนองยกทพั เข้ามาตีกรุงศรีอยธุ ยา เมื่อปี พทุ ธศกั ราช ๒๑๑๒ นนั ้ ทพั บางสว่ นก็
ได้มาตงั ้ มน่ั อยทู่ ี่วดั ธรรมารามแหง่ นีด้ ้วย
ภายหลงั จากการบรู ณปฏสิ งั ขรณ์ของกรมพระราชวงั หลงั ครัง้ รัชกาลที่ ๑ แล้ว วดั นีค้ งจะได้มีพระสงฆ์จําพรรษาสืบต่อ
กนั มาจนถึงปัจจบุ นั เพราะกฏุ ทิ ต่ี งั ้ อยรู่ ิมนํา้ ที่เป็ นกฏุ สิ องชนั ้ นนั ้ ปัจจบุ นั คือหอไตร เป็ นอาคารทรงไทยภายในมีภาพ
จิตรกรรมฝาผนงั ทงั ้ ๔ ด้าน เป็ นเร่ืองพทุ ธประวตั ิเทพชมุ นุม การปลงอสภุ กรรมฐาน และพระบรมสาทสิ ลกั ษณ์ รัชกาลที่
๕
อยา่ งไรก็ตาม วดั ธรรมารามยงั คงอย่ใู รความทรงจําของพระสงฆ์และพทุ ธศาสนกิ ชนชาวลงั กาด้วยเหตทุ พ่ี ระ
อปุ ัชฌาจารย์องค์แรกของนกิ ายสยามวงศ์ คือพระอบุ าลี ซง่ึ เคยได้สถิตจําพรรษาอยู่ ณ วดั นี ้และในทกุ ๆ ครัง้ ท่ีพวกเขา
เหลา่ นนั ้ ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยจงึ อดมิได้ทจ่ี ะต้องเดนิ ทางมานมสั การปชู นียสถานทว่ี ดั ธรรมารามแหง่ นี ้ด้วยถือ
วา่ เป็ นวดั แหง่ บรมครู ของพวกเขา เม่ือได้มาพบเหน็ สภาพอนั ชํารุดทรุดโทรมแหง่ เสนาสนะ ก็พากนั บริจาคเงินเพ่ือทาํ นุ
บํารุงให้ยงั่ ยืนสบื ไป ทงั ้ นีท้ างวดั ได้เร่ิมทาํ การบรู ณปฏสิ งั ขรณ์เร่ือยมาตงั ้ แต่ป็ พ.ศ.๒๕๒๕ โดยความควบคมุ และดแู ลให้
การแนะนําจากหน่วยศิลปากที่ ๑ และอทุ ยานประวตั ิศาสตร์พระนครศรีอยธุ ยาจนถึงปัจจบุ นั
ภายในวดั มีเจดีย์ประธานทรงกลมบนฐานประทกั ษิณส่ีเหลย่ี มเป็ นประธานของวดั มีพระวิหารตงั ้ อย่ทู างทศิ ดะวนั
ออก และพระอโุ บสถตงั ้ อย่ทู างดาั นหลงั ของเจดีย์ประธานทางทศิ ตะวนั ตก สว่ นหอไตรและหอระฆงั ดงั ้ อยรู่ ิมฝ่ังแมน่ ํา้ ทาง
ทศิ ดะวนั ออก ในเขตสงั ฆาวาส
13.00 - 14.30 น. ทานอาหารเที่ยงที่ร้านบ้านป้ อมเพชร
บ้านป้ อมเพชร
14.30 - 16.00 น. เดนิ ทางโดยรถต้เู ข้ากรุงเทพ Check-in โรงแรม Centara grand at CTW
Centara Grand at CTW
17.00 - 18.00 น. เดนิ ทางโดยรถต้ไู ปท่ีห้าง Icon siam
18.00 - 19.30 น. เชค็ อนิ เพื่อขนึ ้ เรือลอ่ งแมน่ ํา้ เจ้าพระยาที่ทา่ เรือ Icon siam
19.30 - 21.30 น. ลอ่ งเรือชมแมน่ ํา้ เจ้าพระยา โดยเรือ เจ้าพระยาปร๊ินเซส
- โดยเรือจะผา่ นวดั กลั ยาณมติ ร วดั อรุณราชวราราม วดั พระแก้ว สะพานพระราม 8 พระราชวงั บางขนุ พรหม
และสถานท่ีสวยงามอีกมากมาย
22.00 - 22.45 น. เดนิ ทางโดยรถต้กู ลบั ท่ีพกั เพ่ือผกั ผอ่ น
วันอาทติ ย์ ท่ี 21 มีนาคม 2564 กรุงเทพ-เชียงใหม่
08.00-10.00 น. ทานอาหารเช้าท่ีโรงแรม
10.00-12.00 น. ช้อปปิง้ ที่ CTW หรือ Paragon หรือ Central Embassy
12.00-13.30 น.ทานอาหารเท่ียงที่ห้องอาหาร Dynasty CTW (บฟุ เฟ่ ต์ตม๋ิ ซํา)
13.30-14.45 น. ช้อปปิง้ /พกั ผอ่ นตามอธั ยาศยั
14.45-15.00 น. เชค็ เอ้าออกจากโรงแรม แตย่ งั สมารถไปช้อปปิง้ ตอ่ ได้
15.00-16.30 น. ช้อปปิง้ ตามอธั ยาศยั
16.30-17.30 น. เดนิ ทางโดยรถต้ไู ปท่ีสนามบนิ สวุ รรณภมู ิ
17.30-17.45 น. Check-in ที่เค้าเตอร์สายการบนิ Thai smile
18.30-20.00 น. ขนึ ้ เครื่องบนิ กลบั เชียงใหม่ ไฟล์ท WE120 โดยสวสั ดภิ าพ