สัญจิต พวงนาค
(๑) ก ำหนดนโยบำยโดยไม่ขัดต่อกฎหมำย และรับผิดชอบในกำรบริหำรรำชกำร ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตำมกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ และนโยบำย (๒) สั่ง อนุญำต และอนุมัติเกี่ยวกับรำชกำรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (๓) แต่งตั้งและถอดถอนรองผู้บริหำรท้องถิ่น เลขำนุกำรผู้บริหำรท้องถิ่น และที่ปรึกษำผู้บริหำรท้องถิ่น (๔) วำงระเบียบเพื่อให้งำนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปด้วยควำม เรียบร้อย (๕) รักษำกำรให้เป็นไปตำมข้อบัญญัติท้องถิ่น (๖) ปฏิบัติหน้ำที่อื่นตำมที่บัญญัติไว้ในกฎหมำยจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกฎหมำยอื่น
(๑) ควบคุมกำรบริหำรงำนของผู้บริหำรท้องถิ่นให้เป็นไปตำม กฎหมำย นโยบำย แผนพัฒนำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อบัญญัติ ระเบียบ และข้อบังคับของทำงรำชกำร (๒) พิจำรณำและให้ควำมเห็นชอบร่ำงข้อบัญญัติท้องถิ่น ร่ำงข้อบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำยประจ ำปี และร่ำงข้อบัญญัติ งบประมำณรำยจ่ำยเพิ่มเติม (๓) ให้ควำมเห็นชอบแผนพัฒนำท้องถิ่น เพื่อเป็นแนวทำง ในกำรบริหำรกิจกำรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เฉพำะสภำ อบต.)
ข้อบัญญัติท้องถิ่น หมำยถึง กฎซึ่งออกโดยอำศัยอ ำนำจนิติบัญญัติของ องค์กรปกครองท้องถิ่นที่มีกฎหมำยจัดตั้งขึ้น
(๑) เพื่อปฏิบัติกำรให้เป็นไปตำมอ ำนำจหน้ำที่ของ อปท. ตำมที่ก ำหนดไว้ในกฎหมำยจัดตั้ง อปท. (๒) เมื่อมีกฎหมำยบัญญัติให้ อปท. ตรำข้อบัญญัติ ท้องถิ่น หรือให้มีอ ำนำจตรำข้อบัญญัติท้องถิ่น (๓) กำรด ำเนินกำรพำณิชย์ (อบจ.)
๑. ข้อบัญญัติทั่วไป เช่น เทศบัญญัติ เรื่องตลำด เทศบัญญัติสำธำรณสุข เทศบัญญัติกิจกำรประปำ ฯลฯ ๒. ข้อบัญญัติงบประมำณ รวมทั้งข้อบัญญัติ งบประมำณ รำยจ่ำยเพิ่มเติม
กำรเสนอร่ำงข้อบัญญัติ กำรพิจำรณำร่ำงข้อบัญญัติ กำรให้ควำมเห็นชอบร่ำงข้อบัญญัติ กำรลงนำมและกำรใช้บังคับ
ใหเ ้ จ ้ าหน ้ าทง ี ่ บประมาณรวบรวม และจ ั ดทา เป็ น ร ่ างงบประมาณรายจ ่ ายเสนอตอ ่ ผ ู ้ บร ิ หารทอ ้ งถน ิ ่ เพอ ื ่ ผ ู ้ บร ิ หารทอ ้ งถน ิ ่ ไดน ้ า เสนอตอ ่ สภาทอ ้ งถน ิ ่ ภายในว ั นท ี ่ ๑๕ สิงหาคม ระเบียบ มท. ว่าด้วยวิธีการงบประมาณของ อปท. ๒๕๖๓ ข้อ ๒๓ วรรคสอง
ข้อ ๒๔ ในกรณ ี ทผ ีู่ ้ บร ิ หารท ้ องถน ิ่พจ ิ ารณาแล ้ วเหน ็ ว่าไม่สามารถน า ร่างงบประมาณรายจ่ายประจา ปี เสนอต่อสภาท ้ องถน ิ่ได ้ ท ั นภายในว ั นท ี่ ๑๕ สิงหาคม - ผ ู ้ บร ิ หารท ้ องถน ิ่รายงานให ้ สภาท ้ องถน ิ่ทราบ - อาจกา หนดระยะเวลาทค ี่าดหมายว่าจะเสนอร่างงบประมาณ รายจ่ายประจา ปีให ้ สภาท ้ องถน ิ่เพอ ื่ให ้ ความเหน ็ ชอบด ้ วยกได้ ็ - ให ้ ผ ู ้ บร ิ หารท ้ องถน ิ่รายงานให ้ ผ ู ้ กา ก ั บด ู แลทราบด ้ วย ท ั ง ้ น ี ้ เพอ ื่ให ้ ร่างงบประมาณรายจ่ายประจา ปี สามารถใช ้ บ ั งค ับได้ทัน ในว ั นเร ิ่มต ้ นปี งบประมาณ ระเบียบ มท. ว่าด้วยวิธีการงบประมาณของ อปท. ๒๕๖๓ ข้อ ๒๔
▪ ร่ำงข้อบัญญัติต้องแบ่งเป็น ข้อ ๆ และ ▪ มีบันทึกดังต่อไปนี้ ๑. หลักการของร่างข้อบัญญัติ - ให้มีข้อบัญญัติ - ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบัญญัติ - ให้ยกเลิกข้อบัญญัติ ๒. เหตุผลที่เสนอร่างข้อบัญญัติ ▪ แบบท้ำยระเบียบ มท. ว่ำด้วยข้อบังคับกำรประชุมสภำ ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๗
เมื่อประธานสภาท้องถิ่นได้รับญัตติร่างข้อบัญญัติที่เสนอมาและ ตรวจแล้วเห็นว่าถูกต้อง ให้ส่งส าเนาแก่สมาชิกสภาท้องถิ่นล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า ๓ วันก่อนวันประชุม เว้นแต่เป็นการประชุมอันรีบด่วน แต่ไม่ให้น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมงก่อนก าหนดเวลานัดประชุม ถ้าตรวจแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้องให้แจ้งผู้เสนอทราบภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างญัตตินั้น ระเบียบ มท.ว่ำด้วยข้อบังคับกำรประชุมฯ ข้อ ๔๓ วรรคสำม
ค ำถำม ประธำนสภำฯ ได้รับญัตติร่ำงข้อบัญญัติงบประมำณจำก ผู้บริหำรท้องถิ่น ตรวจสอบแล้วพบว่ำ ร่ำงข้อบัญญัติดังกล่ำว ได้ก ำหนดงบบุคลำกรไว้เกินกว่ำร้อยละ ๔๐ ของงบประมำณ รำยจ่ำยที่ตั้งไว้ทั้งหมด จะส่งญัตติร่ำงข้อบัญญัติคืนให้ผู้บริหำร ท้องถิ่นน ำกลับไปแก้ไขได้หรือไม่ ??? (พรบ.ระเบียบบริหำรงำนบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มำตรำ ๓๕ ในการจ่ายเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น และเงินค่าจ้างของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น และลูกจ้าง ที่ น ามาจากเงินรายได้ที่ไม่รวมเงินอุดหนุนและเงินกู้หรือเงินอื่นใดนั้น อปท.แต่ละแห่งจะก าหนดสูง กว่าร้อยละ ๔๐ ของเงินงบประมาณรายจ่ายประจ าปีของ อปท. นั้น ไม่ได้)
กำรพิจำรณำร่ำงข้อบัญญัติงบประมำณ
◦วำระที่ ๑ ขั้นรับหลักกำร ◦วำระที่ ๒ ขั้นแปรญัตติ - กำรแปรญัตติในชั้นคณะกรรมกำรแปรญัตติ - กำรแปรญัตติในชั้นสภำท้องถิ่น ◦วำระที่ ๓ ขั้นลงมติให้ตรำเป็นข้อบัญญัติ
ให้ที่ประชุมสภำท้องถิ่นปรึกษำในหลักกำรแห่งร่ำงข้อบัญญัติ และลงมติว่ำจะรับหลักกำรแห่งร่ำงข้อบัญญัตินั้นหรือไม่ หำกมีสมำชิกสภำท้องถิ่นประสงค์จะอภิปรำย ห้ำมไม่ให้ลงมติก่อนที่สมำชิก สภำท้องถิ่นได้อภิปรำยในเรื่องนั้นพอสมควรแล้ว (ข้อ ๔๗) วำระที่หนึ่งจะมีกำรลงมติว่ำจะ รับหลักกำร (ข้อ ๔๙) หรือ ไม่รับหลักกำร (ข้อ ๔๘) แห่งร่ำงข้อบัญญัติ ร่ำงข้อบัญญัติทั่วไป อำจพิจำรณำเป็น ๓ วำระรวดเดียวได้
เทศบำลพิจำรณำร่ำงเทศบัญญัติงบประมำณสำมวำระรวดเดียว กำรพิจำรณำร่ำงข้อบัญญัติงบประมำณจะกระท ำสำมวำระ รวดเดียวไม่ได้ และในกำรพิจำรณำวำระที่สอง ให้ก ำหนด ระยะเวลำเสนอค ำแปรญัตติไม่น้อยกว่ำ ๒๔ ชั่วโมงดังกล่ำว จึงเป็นขั้นตอนและวิธีกำรอันเป็นสำระส ำคัญ ที่กฎหมำยก ำหนดไว้ส ำหรับกำรพิจำรณำร่ำงข้อบัญญัติ งบประมำณของสภำท้องถิ่น
เมื่อประธำนสภำส่งร่ำงข้อบัญญัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมำย ไปให้ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดพิจำรณำ แม้ว่ำผู้ว่ำรำชกำรจังหวัด จะพิจำรณำให้ควำมเห็นชอบและส่งคืนให้นำยกเทศมนตรี ลงนำมประกำศใช้ ก็หำมีผลให้เทศบัญญัตินั้นชอบด้วยกฎหมำยไม่ ศำลจึงมีค ำพิพำกษำให้เพิกถอนเทศบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำยดังกล่ำว
สภำท้องถิ่นมีมติไม่รับหลักกำรแห่งร่ำงข้อบัญญัติ ◦ ร่ำงข้อบัญญัติทั่วไป ---- ร่างข้อบัญญัติ ตกไป ในสมัยประชุมนั้นจะเสนอร่างข้อบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกันอีกไม่ได้ เว้นแต่ ประธานสภาจะอนุญาตเมื่อมีเหตุการณ์ เปลี่ยนแปลงไป
สภำท้องถิ่นมีมติไม่รับหลักกำรแห่งร่ำงข้อบัญญัติงบประมำณ - ผู้ก ำกับดูแล (ผวจ./นอ.ตั้งคณะกรรมกำรพิจำรณำหำข้อยุติ ควำมขัดแย้ง (อบจ./เทศบำล ๑๕ คน , อบต. ๗ คน) -- ท าหน้าที่พิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้ง โดยแก้ไข ปรับปรุง หรือยืนยันสาระส าคัญในร่างข้อบัญญัติ โดยค านึงถึงระเบียบกฎหมาย และประโยชน์ของประชาชน -- พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้ตั้งประธาน กรรมการในคราวแรก แล้วรายงานผู้ก ากับดูแล
ร่ำงข้อบัญญัติงบประมำณ (ต่อ) - ผู้ก ากับดูแลส่งร่างข้อบัญญัติที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นโดยเร็ว - ผู้บริหารท้องถิ่นเสนอร่างข้อบัญญัติดังกล่าวต่อสภาท้องถิ่นภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับร่าง หำกผู้บริหำรท้องถิ่นเสนอร่ำงข้อบัญญัติต่อสภำฯ ไม่ทันภำยใน ๗ วัน ผู้ก ำกับดูแลรำยงำน รมต.มท. /ผวจ. แล้วแต่กรณี เพื่อสั่งให้ผู้บริหำรท้องถิ่น “พ้นจำกต ำแหน่ง”
ร่ำงข้อบัญญัติงบประมำณ (ต่อ) -- ผู้บริหารท้องถิ่นเสนอร่างข้อบัญญัติต่อสภาท้องถิ่นภายใน ๗ วัน -- สภาท้องถิ่นพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างจากผู้บริหารท้องถิ่น (วาระที่ ๒ และวาระที่ ๓) -- หำกพิจำรณำไม่แล้วเสร็จภำยใน ๓๐ วัน หรือมีมติไม่เห็นชอบให้ตรำ เป็นข้อบัญญัติ ผู้ก ำกับดูแลเสนอ รมต.มท./ ผวจ. ให้มีค ำสั่ง “ยุบสภำ”
กรณ ี สภาทอ ้ งถน ิ่ม ี มตร ิั บหล ั กการแหง ่ ร ่ างข ้ อบ ั ญญ ั ต ิ - ก าหนดระยะเวลาเสนอค าแปรญัตติ - ร่างข้อบัญญัติงบประมาณต้องก าหนดระยะเวลาเสนอค าแปรญัตติ ไม่น้อยกว่า ๒๔ ช่ั วโมง น ั บแตส ่ ภาทอ ้ งถน ิ่ม ี มตร ิั บหลกการ ั - ตง ั ้ คณะกรรมการแปรญ ั ตต ิ(ก าหนดจ านวน / เลือกทีละคน) - เลขานุการสภาฯ ท าหนังสือนัดประชุม คกก.แปรญ ั ตต ิ คร ั ้ งแรก เพอ ื่ให ้ คกก.แปรญ ั ตต ิ มาประช ุ มก ั นเพอ ื่เล ื อกประธาน คกก. แปรญัตติ และเลขานุการ คกก.แปรญัตติ
ผู้มีสิทธิเสนอค ำแปรญัตติ - ผู้บริหำรท้องถิ่น - สมำชิกสภำท้องถิ่น (ผู้รับรองอย่ำงน้อย ๒ คน) เสนอค ำแปรญัตติล่วงหน้ำเป็นหนังสือ ต่อประธำนกรรมกำรแปรญัตติ - กรณีการพิจารณาร่างข้อบัญญัติทั่วไป ๓ วาระรวดเดียว อาจเสนอ ค าแปรญัตติด้วยวาจาในที่ประชุมสภา
กำรแปรญัตติ สมำชิกสภำท้องถิ่นท ำได้เฉพำะ - ขอลดรายจ่าย - ขอลดจ านวนเงินที่ขออนุญาตจ่าย (ข้อ ๕๙) ห้ำม แปรญัตติรายจ่ายขึ้นใหม่ / เพิ่มเติมรายจ่าย /เปลี่ยนแปลงความประสงค์ ของจ านวนเงินที่อนุมัติจ่าย เว้นแต่ มีค ารับรองจากผู้บริหาร/ผู้บริหารเป็นผู้แปร ญัตติ (ข้อ ๖๐) ห้ำม แปรญัตติในรายการและจ านวนเงินซึ่งมีข้อผูกพันอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (ข้อ ๖๑) ดอกเบี้ยและเงินส่งใช้ต้นเงินกู้ รำยจ่ำยซึ่งเป็นจ ำนวนเงินที่ต้องจ่ำยตำมกฎหมำย
กำรเสนอค ำแปรญัตติต้องจัดท ำเป็นรำยข้อ ตำมแบบ ท้ำยระเบียบ มท. ว่ำด้วยข้อบังคับกำรประชุมสภำท้องถิ่นฯ ค ำถำม สมาชิกสภาท้องถิ่นเสนอค าแปรญัตติขอลดจ านวนเงินที่ขออนุญาตจ่าย ทุกรายการในข้อบัญญัติงบประมาณ รายการละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คกก.แปรญัตติจะไม่รับค าแปรญัตติดังกล่าวไว้พิจารณาได้หรือไม่ ???
- คกก.แปรญัตติต้องแจ้งก าหนดนัดประชุมให้ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นผู้แปรญัตติทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมงก่อนก าหนดนัดประชุม (ข้อ ๑๑๕ วรรคหนึ่ง) - ผู้บริหารท้องถิ่นมีสิทธิชี้แจงแสดงความคิดเห็นต่อ คกก. แปรญัตติได้ตลอดระยะเวลาการพิจารณา - สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้เสนอค าแปรญัตติมีสิทธิชี้แจงได้ เฉพาะที่ได้ขอแปรญัตติไว้ (ข้อ ๑๑๔)
- ค าแปรญัตติใดที่ถึงวาระพิจารณาในที่ประชุมแล้ว ถ้าผู้แปรญัตติไม่ขออภิปราย หรือไม่อยู่ในที่ประชุมคณะกรรมการแปรญัตติ ให้ถือว่า ได้ถอนค าแปรญัตตินั้น (ข้อ ๕๖) - ผู้บริหารท้องถิ่นจะไม่เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการแปรญัตติ หรือจะมอบ มอบหมายเป็นหนังสือให้รองผู้บริหารท้องถิ่น หรือเลขานุการ หรือที่ปรึกษา ผู้บริหารท้องถิ่นเป็นผู้อภิปราย ชี้แจง หรือแถลงแทนก็ได้ - ถ้าผู้บริหารท้องถิ่นเป็นผู้เสนอค าแปรญัตติผู้บริหารท้องถิ่นอาจมอบหมายเป็น หนังสือให้รองผู้บริหารท้องถิ่น หรือเลขานุการ หรือที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นเป็น ผู้อภิปราย ชี้แจง หรือแถลงแทน (ข้อ ๕๖ วรรคสอง)
คกก.แปรญัตติต้องพิจารณาร่างข้อบัญญัติโดยละเอียดและมีมติ เมื่อ คกก. แปรญัตติลงมติเป็นประการใดแล้ว ◦ หากมติของ คกก. แปรญัตติไม่เป็นไปตามที่มีผู้เสนอค าแปรญัตติ ผู้เสนอค าแปรญัตติมีสิทธิขอสงวนค ำแปรญัตติ ◦ หาก คกก. แปรญัตติคนใดมีความเห็นแย้งกับมติของ คกก. แปรญัตติ (เสียงส่วนใหญ่) คกก. แปรญัตติที่ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวมีสิทธิ ขอสงวนควำมเห็น
- ร่ำงข้อบัญญัติตำมร่ำงเดิมและที่มีกำรแก้ไขใหม่ - รำยงำนและบันทึกควำมเห็นซึ่งต้องมี • มีหรือไม่มีกำรแก้ไขเพิ่มเติมตอนใด ข้อใด • กำรแปรญัตติและมติของคณะกรรมกำรแปรญัตติเกี่ยวด้วย กำรแปรญัตตินั้นเป็นประกำรใด • กำรสงวนควำมเห็นของคณะกรรมกำรแปรญัตติ • กำรสงวนค ำแปรญัตติ โดยยื่นต่อประธำนสภำท้องถิ่น
ประธำนสภำท้องถิ่นต้องส่งรำยงำนดังกล่ำวให้สมำชิกสภำ ท้องถิ่นไม่น้อยกว่ำ ๒๔ ชั่วโมง ก่อนวันประชุมพิจำรณำ คณะกรรมกำรแปรญัตติต้องไปร่วมประชุมสภำท้องถิ่นด้วย เพื่อแถลงประกอบรำยงำนหรือชี้แจงข้อสงสัยต่ำงๆ เกี่ยวกับรำยงำนนี้
กำรพิจำรณำร่ำงข้อบัญญัติในวำระที่ ๒ ขั้นแปรญัตติ ในชั้นสภำท้องถิ่น ให้สภำท้องถิ่นปรึกษำเรียงตำมล ำดับข้อ -เฉพาะที่มีการแปรญัตติ - หรือที่คณะกรรมการแปรญัตติแก้ไขเท่านั้น เว้นแต่ ที่ประชุมสภำท้องถิ่นจะได้ลงมติเป็นอย่ำงอื่น
มติของคณะกรรมกำรแปรญัตติไม่ผูกพันกำรพิจำรณำ ของสภำท้องถิ่นที่จะพิจำรณำและลงมติเป็นอย่ำงอื่น
ไม ่ ม ี การอภ ิปรายเวน ้ ท ี่ประช ุ มลงมต ิใหอ ้ ภ ิปรายถา ้ ม ี เหตอันสมควร ุ ใหล ้ งมต ิ วา ่ จะใหต ้ ราเป็ นขอ ้ บญ ั ญต ัิ หร ื อไม ่ สภาลงมติไม่ให้ตราเป็ นข้อบัญญัติใหร ้่ างตกไป เวน ้ แต ่ กฎหมาย กา หนดเป็ นอยา ่ งอ ื่น (ข้อ ๕๓) สภาลงมติให้ตราเป็ นข้อบัญญัติประธานสภาส ่ งร ่ างขอ ้ บญ ั ญติให้ ั ผก ู ้ า กบ ั ด ู แลพ ิ จารณาใหค ้ วามเห ็ นชอบ -อบต. เสนอนายอ าเภอเพื่อขออนุมัติ (อบต. มาตรา ๘๗) -อบจ./ ทน. / ทม. เสนอ ผวจ. พิจารณา (อบจ. มาตรา ๕๓ / เทศบาล มาตรา ๖๒) - ทต. ตอ ้ งเสนอร ่ างผา ่ นนายอา เภอเพ ื่อเสนอให ้ ผวจ. พิจารณา
เมื่อ ผวจ./นอ.ให้ควำมเห็นชอบร่ำงข้อบัญญัติแล้ว ให้ผู้บริหำรท้องถิ่น ลงชื่อและประกำศใช้เป็นข้อบัญญัติ ถ้ำ ผวจ./นอ.ไม่เห็นชอบด้วยกับร่ำงข้อบัญญัติให้ส่งคืนร่ำงข้อบัญญัติ ดังกล่ำวให้สภำท้องถิ่นภำยใน ๑๕ วัน เพื่อให้สภำท้องถิ่นพิจำรณำ ทบทวนใหม่ หำกไม่ส่งคืนภำยใน ๑๕ วัน ให้ถือว่ำเห็นชอบกับร่ำงข้อบัญญัติ
กรณีที่ผู้ก ำกับดูแลไม่ให้ควำมเห็นชอบข้อบัญญัติงบประมำณ (องค์กำรบริหำรส่วนจังหวัดและเทศบำล) กรณีที่ ผวจ. ไม่เห็นชอบร่ำงข้อบัญญัติแล้วส่งคืนร่ำงข้อบัญญัติให้สภำ ท้องถิ่นทบทวน สภำจะต้องพิจำรณำใหม่ - ถ้าสภายืนยันด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า ๒/๓ ของเท่าที่มีอยู่ ภายใน ๓๐ วัน ให้ประธานสภาส่งนายกลงนาม พร้อมทั้งแจ้งให้ ผวจ./ นอ. ทราบ - ถ้าสภาไม่ยืนยันภายใน ๓๐ วัน หรือยืนยันด้วยคะแนนไม่ถึง ๒/๓ ให้ร่างข้อบัญญัติตกไป (อบจ. ม. ๕๓/ เทศบำล ม. ๖๒)
กรณีที่ผู้ก ำกับดูแลไม่ให้ควำมเห็นชอบข้อบัญญัติงบประมำณ (องค์กำรบริหำรส่วนต ำบล) ในกรณีที่ นอ.ไม่อนุมัติร่ำงข้อบัญญัติแล้วส่งคืนร่ำงข้อบัญญัติ งบประมำณให้สภำท้องถิ่นทบทวน สภำจะต้องพิจำรณำใหม่ - ถ้ำสภำยืนยันตำมร่ำงเดิม (คะแนนเสียงข้ำงมำก) ให้ นอ. ส่งร่ำงฯ นั้น ไปยัง ผวจ. ภำยใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่สภำ แจ้งมติยืนยัน เพื่อให้ ผวจ. พิจำรณำ - หำก ผวจ. เห็นชอบด้วยกับร่ำงฯ ให้ ผวจ. ส่งร่ำงฯ ไปยัง นอ. เพื่อลงชื่ออนุมัติ - หำก ผวจ. ไม่เห็นชอบด้วยกับร่ำงฯ ให้ร่ำงฯ นั้นเป็นอันตกไป
ผวจ./นอ.ให้ควำมเห็นชอบ/อนุมัติ ร่ำงข้อบัญญัติ ผู้บริหำรท้องถิ่นลงนำม+ประกำศใช้
ข้อบัญญัติท้องถิ่นมีผลบังคับใช้เมื่อ อบจ. เมื่อนายก อบจ. ลงนามใช้บังคับ และปิดประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ท าการ อบจ. (ม.๕๖) เทศบำลเมื่อประกาศไว้โดยเปิดเผยที่ส านักงานเทศบาลแล้ว ๗ วัน เว้นแต่ ในกรณีฉุกเฉิน ถ้ามีข้อความระบุไว้ในเทศบัญญัติ นั้นว่าให้ใช้บังคับทันที ก็ให้ใช้บังคับในวันที่ได้ประกาศ (ม.๖๓) อบต. เมื่อนายก อบต. ลงชื่อ และประกาศเป็นข้อบัญญัติ (ม.๗๑)
เดิม กา หนดจา นวนผ ู ้ แทน ไม่เกิน ๓ คน ไม่ได้ก าหนดระยะเวลา พิจารณา ใหม่ จา นวนผ ู ้ แทนเป็ นไปตามจา นวน ทก ี่า หนดไว ้ในกฎหมายเข ้ าชอ ื่ (ไม่เกิน 10 คน) ก าหนดระยะเวลาพิจารณาให้แล้ว เสร็จภายใน 60 วัน นับแต่รับ ร่างข้อบัญญัติ แต่งต ั ง ้ คณะกรรมการแปรญ ั ตต ิ จากต ั วแทนของผ ู ้ เข ้ าชอ ื่ไม่เกิน 1 ใน 3 ของคณะกรรมการท ั ง ้ หมด
กรณีศึกษาเกี่ยวกับการพิจารณาจัดท า ร่างข้อบัญญัติงบประมาณ
ผู้บริหำรท้องถิ่นไม่เสนอร่ำงข้อบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำยประจ ำปีต่อสภำ ท้องถิ่นจนระยะเวลำล่วงเลยพ้นปีงบประมำณ - นำยกเทศมนตรีไม่เสนอร่ำงเทศบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำยประจ ำปีต่อสภำ เทศบำลจนระยะเวลำล่วงเลยพ้นปีงบประมำณ - ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดแต่งตั้ง คกก.สอบสวนกรณีดังกล่ำว - คกก.สอบสวนได้มีหนังสือเชิญนำยกเทศมนตรีไปให้ถ้อยค ำหรือท ำหนังสือ ชี้แจง แต่นำยกเทศมนตรีมิได้ไปให้ถ้อยค ำหรือด ำเนินกำรตำมหนังสือดังกล่ำว - รมว.มท. ได้มีค ำสั่งให้นำยกเทศมนตรีพ้นจำกต ำแหน่ง - นำยกเทศมนตรีจึงฟ้องคดีต่อศำลปกครอง ขอให้พิพำกษำเพิกถอนค ำสั่ง ของ รมว.มท.
การไม่เสนอร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายต่อสภา เทศบาล ถือเป็ นการละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการ ไม ่ ชอบดว ้ ยอา นาจหน ้ าทต ี่ามมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติ เทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ คา ส่ั งของร ั ฐมนตร ี ว ่ าการ กระทรวงมหาดไทยทใี่หน ้ ายกเทศมนตร ี พ ้ นจากตา แหน ่ ง จง ึ เป็ นไปโดยถ ู กตอ ้ งตามข ั ้ นตอนหร ื อว ิ ธ ี การ อ ั นเป็ นสาระสา ค ั ญทก ี่ฎหมายกา หนดไว ้ และเป็ นคา ส่ั งทชี่อบดว ้ ยกฎหมาย “พิพากษายกฟ้อง”
เทศบำลพิจำรณำร่ำงเทศบัญญัติงบประมำณสำมวำระรวดเดียว กำรพิจำรณำร่ำงข้อบัญญัติงบประมำณจะกระท ำสำมวำระ รวดเดียวไม่ได้ และในกำรพิจำรณำวำระที่สอง ให้ก ำหนด ระยะเวลำเสนอค ำแปรญัตติไม่น้อยกว่ำ ๒๔ ชั่วโมงดังกล่ำว จึงเป็นขั้นตอนและวิธีกำรอันเป็นสำระส ำคัญ ที่กฎหมำยก ำหนดไว้ส ำหรับกำรพิจำรณำร่ำงข้อบัญญัติ งบประมำณของสภำท้องถิ่น
เมื่อประธำนสภำส่งร่ำงข้อบัญญัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมำย ไปให้ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดพิจำรณำ แม้ว่ำผู้ว่ำรำชกำรจังหวัด จะพิจำรณำให้ควำมเห็นชอบและส่งคืนให้นำยกเทศมนตรี ลงนำมประกำศใช้ ก็หำมีผลให้เทศบัญญัตินั้นชอบด้วยกฎหมำยไม่ ศำลจึงมีค ำพิพำกษำให้เพิกถอนเทศบัญญัติงบประมำณ รำยจ่ำยดังกล่ำว
นำยกเทศมนตรีผู้เสนอญัตติร่ำงเทศบัญญัติงบประมำณ เข้ำร่วมประชุมสภำเทศบำลในกำรพิจำรณำวำระที่ ๑ แต่ไม่ได้เข้ำร่วมประชุมในวำระที่ ๒ และที่ ๓ - ผู้ฟ้องคดีอ้ำงว่ำ เมื่อนำยกเทศมนตรีไม่อยู่ในที่ประชุมสภำ ในกำรพิจำรณำร่ำงเทศบัญญัติงบประมำณ วำระที่ ๒ และที่ ๓ ต้อง ถือว่ำได้ถอนญัตติร่ำงเทศบัญญัติดังกล่ำวแล้ว มติของสภำเทศบำล ที่เห็นชอบให้ใช้เทศบัญญัติงบประมำณฯ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมำย ขอให้ศำลปกครองพิพำกษำเพิกถอนเทศบัญญัติงบประมำณ ดังกล่ำว
ข้อกฎหมำย ระเบียบ มท.ว่ำด้วยข้อบังคับกำรประชุมฯ ข้อ ๕๖ “ญัตติหรือค ำแปรญัตติใดที่ถึงวำระพิจำรณำในที่ประชุมแล้ว ถ้ำผู้เสนอหรือผู้แปรญัตติไม่ขออภิปรำยหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้ถือว่ำได้ถอนญัตติหรือค ำแปรญัตตินั้น ถ้ำผู้บริหำรท้องถิ่นเป็นผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติตำมวรรค หนึ่ง ผู้บริหำรท้องถิ่นอำจมอบหมำยเป็นหนังสือให้รองผู้บริหำร ท้องถิ่น เลขำนุกำรผู้บริหำรท้องถิ่น ที่ปรึกษำผู้บริหำรท้องถิ่น เป็นผู้อภิปรำย ชี้แจง หรือแถลงแทนก็ได้ ฯลฯ”
ตำมข้อ ๕๖ ดังกล่ำว เนื่องจำกผู้เสนอญัตติจะต้องเป็นผู้อภิปรำย แสดงหลักกำร และเหตุผลของญัตติที่ตนเสนอต่อสภำ รวมทั้งต้องตอบข้ออภิปรำยซักถำมของ สมำชิกสภำที่ขออภิปรำยทุกคน หำกผู้เสนอญัตติไม่ขออภิปรำยหรือไม่อยู่ใน ที่ประชุมสภำแล้ว ที่ประชุมสภำย่อมไม่อำจรับฟังเหตุผลในกำรเสนอญัตติได้ ซึ่งถือว่ำผู้เสนอไม่ติดใจที่จะเสนอญัตติ กรณีจึงถือได้ว่ำเป็นกำรถอนญัตติ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่ำ นำยกเทศมนตรีซึ่งเป็นผู้เสนอญัตติได้เข้ำร่วมประชุม สภำในวำระที่ ๑ แล้ว และยังได้แถลงหลักกำรและเหตุผลในกำรเสนอญัตติ ดังกล่ำวต่อที่ประชุมสภำ จนกระทั่งที่ประชุมสภำได้มีมติเห็นชอบในหลักกำร แห่งร่ำงเทศบัญญัติดังกล่ำว กำรที่นำยกเทศมนตรีไม่อยู่ในที่ประชุมในวำระที่ ๒ จึงมีผลท ำให้นำยกเทศมนตรีหมดสิทธิในกำรร่วมชี้แจงแสดงควำมเห็นในที่ประชุม สภำเท่ำนั้น มิได้หมำยควำมว่ำนำยกเทศมนตรีได้ถอนญัตติร่ำงเทศบัญญัติ งบประมำณดังกล่ำว “พิพำกษำยกฟ้อง”
ร่ำงเทศบัญญัติงบประมำณที่สภำมีมติไม่รับหลักกำร เมื่อ คกก.พิจำรณำหำข้อยุติ ควำมขัดแย้งพิจำรณำแล้ว ต้องน ำร่ำงฯ ไปพิจำรณำต่อในวำระ ๒ และ ๓ สภาเทศบาลฯ พิจารณาร่างเทศบัญญัติงบประมาณ ในวาระที่ ๑ และลงมติ ไม่รับหลักการ ผวจ.มีค าสั่งแต่งตั้ง คกก.พิจารณาหาข้อยุติความขัดแย้ง คกก.ฯ ได้ประชุมกันเสร็จแล้ว ประธานกรรมการจึงส่งร่างเทศบัญญัติ งบประมาณที่ได้ข้อยุติพร้อมกับรายงานไปยัง ผวจ. ผวจ.ได้ส่งร่างเทศบัญญัติงบประมาณให้นายกเทศมนตรี เพื่อเสนอต่อสภา เทศบาล ภายในก าหนดระยะเวลาที่ กม.ก าหนด สภำเทศบำล น ำร่ำงเทศบัญญัติดังกล่ำวไปพิจำรณำในวำระที่ ๓ ขั้นลงมติ (มิได้พิจำรณำวำระที่ ๒ ขั้นแปรญัตติ)
การพิจารณาร่างเทศบัญญัติงบประมาณต้องพิจารณา ๓ วาระ กล่าวคือ (๑) วาระที่หนึ่ง ขั้นรับหลักการ (๒) วาระที่สอง ขั้นแปรญัตติ และ (๓) วาระที่สาม ขั้นลงมติ เมื่อสภาเทศบาลน าร่างเทศบัญญัติ งบประมาณที่ผ่านการพิจารณาของกรรมการพิจารณาข้อยุติความ ขัดแย้งมาพิจารณาในวาระที่สาม โดยไม่มีการพิจารณาในวาระที่สอง จึงเป็นการด าเนินการไม่เป็นไปตามขั้นตอนอันเป็นสาระส าคัญในการ จัดท าร่างเทศบัญญัติงบประมาณ กำรตรำเทศบัญญัติงบประมำณดังกล่ำวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมำย ศาลปกครองมีค าพิพากษาเพิกถอนเทศบัญญัติงบประมาณ ฉบับดังกล่าว
“ผวจ.ไม่เห็นชอบร่างข้อบัญญัติ สมาชิกสภาฟ้อง ผวจ.ต่อศาลปกครอง” สภาเทศบาลเมืองหนองคายได้พิจารณาร่างเทศบัญญัติงบประมาณ รายจ่าย ในวาระท ี่๓ ลงมติเห็นชอบ ประธานสภาเทศบาลจึงส่งร่างเทศบัญญัติดังกล่าวให้ ผวจ. พิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๖๒ แห่ง พ.ร.บ.เทศบาลฯ ผวจ.พิจารณาแล้ว “ไม่เห็นชอบ” ด้วยกับร่างเทศบัญญัติ งบประมาณฉบับดังกล่าว จึงส่งร่างฯ พร้อมด้วยเหตุผลคืนไปยัง สภาฯ เพอ ื่พจ ิ ารณาทบทวน สมาชิกสภาฯ จึงได้ฟ้อง ผวจ. เป็ นคดีต่อศาลปกครอง