The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนวิทยาการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pawinee Chaohongsa, 2022-05-14 08:06:18

แผนการสอนรายวิชาภาษาไทย

แผนวิทยาการจัดการเรียนรู้

๔๖

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง มหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มัทรี(แผนทใ่ี ชส้ อบสอน)

รหัสวิชา ท32101 รายวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 256๕

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 เรือ่ ง ธรรมชาตขิ องภาษา เวลา 1 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพื่อนาไปใชต้ ดั สินใจ แก้ปัญหา
ในการดาเนนิ ชีวติ และมนี สิ ัยรักการอ่าน
ตวั ชี้วัด ท 1.1 ม. 4-6/ 6 ตอบคาถามจากการอ่านประเภทต่างๆภายในเวลาที่กาหนด
มาตรฐาน ท 5.1 สามารถเลือกฟงั และดอู ย่างมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ
และความรู้สกึ ในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ตัวชวี้ ัด ท 3.1 ม. 4-6/1 สรุปแนวคดิ และแสดงความคิดเห็นจากเรอื่ งทฟี่ ังและดู
ท 3.1 ม.4-6/ 6 มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพูด

2. จดุ ประสงค์การเรียนร้สู ่ตู วั ชวี้ ดั (K,P,A)
1. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นบอกความเปน็ มา ประวตั ผิ ู้แต่งและแกน่ เรื่องมหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มัทรีได้ (K)
2. เพื่อใหน้ ักเรยี นตอบคาถามจากการอ่านมหาเวสสนั ดรชาดก ภายในเวลาท่ีกาหนด (P)
3. เพ่อื ให้นักเรยี นพดู สรุปเรื่องยอ่ และขอ้ คิดที่ไดจ้ ากมหาเวสสันดรชาดก กณั ฑ์มทั รี (P)
4. นกั เรยี นมมี ารยาทในการฟัง การดู และการพดู (A)

3. สาระสาคญั
มหาเวสสันดรชาดก เป็นพระชาติที่ย่ิงใหญ่พระชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้า ก่อนจะประสูติเป็นเจ้าชาย

สิทธัตถะ และตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงบาเพ็ญทานบารมีซึ่งเป็นบารมีสูงสุดยากที่ผู้ใดจะกระทาได้ ตอนที่จะได้
ศึกษานคี้ ือมหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑม์ ัทรี กลา่ วถึง พระนางมทั รีตามหาสองกุมาร การศกึ ษาร่ายยาวมหาเวสสันดร
ชาดกทาให้นักเรียนสามารถอธิบายประวัติความเป็นมา แก่นเรื่องของวรรณคดีมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
สามารถพดู สรุปเรอ่ื งยอ่ และข้อคิดท่ีได้ นักเรียนมีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด

๔๗

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ (K)
- ความเป็นมาของมหาเวสสันดรชาดก
- ลกั ษณะคาประพันธ์ของมหาเวสสนั ดรชาดก
- ประวัตผิ แู้ ตง่ มหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มัทรี
- เน้อื เร่ืองย่อมหาเวสสันดรชาดก
- ขอ้ คดิ ที่ได้รับจากมหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑม์ ัทรี
4.2 ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P)
- ทักษะการพูด
- กระบวนการคิด
- กระบวนการอ่าน
4.3 คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
- ซ่อื สตั ย์สจุ ริต
- ใฝ่เรียนรู้
- มุ่งม่ันในการทางาน

5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. สาระการเรียนรสู้ กู่ ารบูรณาการ
การบูรณาการการเรยี นรู้กับสอ่ื ออนไลน์ในปัจจุบัน

7. การจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน (การเรียนการสอนแบบ Active Learning)
แผนการจัดการเรียนรู้เพื่อใช้ในการสอนทางไกล ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส

โคโรนา (COVID-19) ผา่ นทางช่องทางแอปพลิเคชัน LINE , Google ClassroomและGoogle Meet
ขัน้ นา
1. ครเู ปิดหอ้ งเรยี นออนไลนโ์ ดยใช้ช่องทางท่ีนัดหมายกับนักเรยี น คอื แอปพลิเคชัน
Google Meet
2. ครูใช้คาถามกระตุ้นให้นักเรียนเกิดกระบวนการคิด โดยคาถามว่า “ชาดกมีความหมาย
วา่ อยา่ งไร” (เรื่องราวของพระพทุ ธเจ้าทม่ี มี าในชาติก่อนๆ)

๔๘

3. ครูใช้รูปภาพใน power point เป็นส่ือในการตั้งคาถาม ว่า “นักเรียนรู้จักตัวละครน้ีหรือไม่
และตัวละครนม้ี ชี ือ่ เรยี กว่าอะไร” (พระเวสสันดร,พระนางมัทรี,กัณหา,ชาลี,ชชู ก)
ขั้นสอน

4. ครแู ชร์หนา้ จอเน้อื หา power point เรอ่ื งมหาเวสสนั ดรชาดก เพ่อื อธิบาย
- ความเป็นมาของมหาเวสสนั ดรชาดก
- ลกั ษณะคาประพันธข์ องมหาเวสสันดรชาดก

5. นักเรียนอ่านเรื่องย่อมหาเวสสันดรชาดก ในหนังสือวรรณคดีและวรรณกรรม ชั้น ม.5
(ภายในเวลา7นาท)ี

6. นักเรยี นตอบคาถามจากเรอ่ื งที่อ่านตอ่ ไปน้ีลงในสมดุ (ภายในเวลา3นาที)
- เพราะเหตุใดพระเวสสันดรจึงถูกขับไล่ออกจากกรุงสีวิราษฎร์ ( เพราะบริจาคช้างปัจจัย

นาคทเี่ ปน็ ช้างคู่บ้านคู่เมืองแก่เมืองกลิงคราษฐ)์
- พระเวสสันดรได้อภิเษกกับใครและมีพระราชโอรสและพระราชธิดาพระนามวา่ อะไร

(ชาลี กัณหา)
- กอ่ นทพ่ี ระเวสสันดรจะออกจากเมืองไดท้ รงบาเพญ็ สง่ิ ใด ( ไดท้ รงบาเพ็ญ

“สตั ตสดกมหาทาน”)
- ชชู กมอี าชีพอะไร ( ขอทาน )
- ชชู กเดินทางไปที่ใด เพือ่ จะไปขอสองกุมารเปน็ ขา้ รับใช้ตน ( เขาวงกต )

7. ช้ีแจงให้นักเรียนถา่ ยคาตอบสง่ ใน LINE กลุ่มวิชาภาษาไทยเมอ่ื หมดคาบ บนพ้ืนฐานของความ
ซ่ือสตั ย์

8. นกั เรยี นชมวิดที ศั น์ เรือ่ งย่อ มหาเวสสันดรชาดก กณั ฑ์มัทรี
9. นกั เรียนพดู เรือ่ งย่อและสรปุ ขอ้ คิดที่ได้รับจากการอ่านเร่ืองย่อมหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑม์ ทั รี
ข้ันสรปุ
10. ครสู รปุ เรอื่ งย่อและข้อคดิ ที่ไดจ้ ากมหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑม์ ทั รี
11. ครูมอบหมายให้นักเรียนทาแบบฝึกหัด (ใบงานที่1) เพ่ือทดสอบความรู้ และอธิบายขั้นตอน
การสง่ อยา่ งชัดเจน

8. การจัดบรรยากาศเชงิ บวก
- กิจกรรมตอบคาถาม โดยการเสริมแรงทางบวก กล่าวชมนักเรียนและให้คะแนนพิเศษนักเรียนที่มี
ส่วนรว่ ม
- การเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเหน็ ของตนอยา่ งสร้างสรรค์

๔๙

9. ส่ือการเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
- Power point เร่อื ง มหาเวสสันดรชาดก กณั ฑ์มทั รี
- หนังสือเรยี นวรรรณคดีและวรรณกรรม ชั้น ม.5
- วดิ ที ศั น์ เรอ่ื งย่อ มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
- ใบงาน เรอ่ื ง มหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มทั รี

10. การวดั และประเมนิ ผล ช้ินงาน/ภาระ วิธกี าร เคร่อื งมือการ เกณฑก์ าร
จุดประสงค์การเรียนรู้สูต่ วั ชี้วดั ประเมิน ประเมิน ประเมิน

ดา้ นความรู้ (K) ใบงานที่ ๑ การประเมนิ แบบ ได้คะแนน 8
1. เพ่อื ใหน้ ักเรียนบอกความ ใบงาน การประเมนิ คะแนนขน้ึ ไป
เปน็ มา ประวัติผ้แู ตง่ มหาเวสสนั ดร
ชาดก กณั ฑ์มัทรีได้ ใบงาน ถือว่า ผ่านเกณฑ์

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ(P) การตอบคาถาม การตรวจสอบ แบบ ได้คะแนน
3 คะแนนขึ้นไป
1. ตอบคาถาม เร่ืองมหาเวสสนั ดร ในเวลาทก่ี าหนด ความถูกตอ้ งใน ประเมนิ การ
ถอื วา่ ผา่ น
ชาดกลงในสมดุ การตอบคาถาม ตอบคาถาม

2. พูดสรปุ เรื่องยอ่ และข้อคดิ ที่ได้ การพูดสรุปเรื่อง การประเมนิ แบบ ได้คะแนน 13

จากเรื่องมหาเวสสนั ดรชาดก ย่อและขอ้ คดิ การพูด ประเมนิ การพูด คะแนนข้ึนไป

กัณฑ์มทั รี ถอื ว่า ผ่านเกณฑ์

ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค(์ A) - การสังเกต แบบสงั เกต นกั เรยี นต้องได้
1. ใฝเ่ รียน พฤติกรรม การมีส่วนรว่ ม คะแนนรวม 4
2. มีมารยาทในการฟัง การดู และ คะแนนขึน้ ไป
การพูด ในช้ันเรยี น
รายบคุ คล

๕๐

แบบประเมนิ ใบงาน

คาชแี้ จง : แบบประเมนิ ใบงานสร้างข้นึ เพื่อให้ครูผูส้ อนประเมินใบงานของนักเรียนเปน็ รายบคุ คล โดยทา
เคร่ืองหมาย / ในชอ่ งคะแนนทเี่ หน็ สมควรตามความเปน็ จริง

ท่ี ชือ่ – สกลุ การคิด รายการการประเมนิ ประโยชน์ รวม
วิเคราะห์ ของการนา
1 การเขยี นสอ่ื การใชภ้ าษา ขอ้ มูลไปใช้
2 321 ความ ถกู ต้อง
3 เหมาะสม 321
4
5 321321
6
...
ขอ้ เสนอแนะ

............................................................................................................................. .......................................................
......................................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ ....................................................

ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ดี
2 หมายถึง พอใช้
1 หมายถึง ควรปรบั ปรงุ

คะแนนเตม็ 12 คะแนน
คะแนนทีไ่ ด้ ....... คะแนน

๕๑

เกณฑก์ ารประเมนิ ใบงาน

เกณฑ์การประเมิน ระดบั คุณภาพ
การคิดวเิ คราะห์
321
การเขียนสือ่ ความ
มีการจบั ประเด็นสาคญั มีการจบั ประเด็นสาคัญได้ มีการจบั ประเด็นสาคญั ได้

ขยายความ ยกตัวอย่าง แตข่ ยายความหรือ น้อย

เปรยี บเทยี บและสรุป ยกตวั อย่างไม่ได้

ความคดิ รวบยอดได้ดี

เขยี นสือ่ ความได้ถกู ต้อง เขยี นสอ่ื ความได้ถกู ต้อง เขยี นสื่อความได้น้อย ไม่

ตามอักขรวิธี ตรงประเด็น ตามอักขรวธิ ี 2-3 แหง่ ตรงประเดน็

และ เขา้ ใจง่าย ตรงประเด็น

การใชภ้ าษาเหมาะสม ใช้ภาษาถกู ต้องเหมาะสม ใชภ้ าษาถูกต้องเหมาะสม ใช้ภาษาไมเ่ หมาะสม
ทั้งหมด ปานกลาง

ประโยชน์ของการนา สามารถนาไปประยุกตก์ บั สามารถนาไปประยุกตก์ บั สามารถนาไปใช้
ขอ้ มูลไปใช้ ประโยชนไ์ ด้นอ้ ยมาก
สถานการณ์ใน สถานการณ์ใน

ชีวิตประจาวนั ได้อย่าง ชวี ิตประจาวนั ไดบ้ ้าง

เหมาะสม

เกณฑ์การประเมนิ ผล คะแนน 12-9 = ดี(3) คะแนน 8-5 = พอใช้ (2) คะแนน 4-0 = ควรปรบั ปรุง (1)

๕๒

แบบการประเมินการตอบคาถาม
คาช้แี จง : แบบประเมินใบงานสรา้ งขน้ึ เพื่อให้ครูผ้สู อนประเมนิ การตอบคาถามของนักเรียนเปน็ รายบคุ คล
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เตมิ 1 ลงในข้อท่ีตอบถูก เติม 0 ในข้อท่ตี อบผดิ

เลขที่ ช่อื – นามสกลุ ข้อ1 ขอ้ 2 ขอ้ 3 ข้อ4 ช้อ5 คะแนนรวม
1
2
3
4
5
6
7
8
9
...

ขอ้ เสนอแนะ

............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................................................

เกณฑก์ ารประเมนิ นักเรียนได้คะแนน 3 คะแนนขน้ึ ไป ถือวา่ ผ่าน

คะแนนเต็ม 5 คะแนน
คะแนนทไี่ ด้......คะแนน
ผลสรปุ ..............

๕๓

แบบประเมินทักษะการพูด

คาชี้แจง :แบบประเมินทักษะการพูดของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยทาเครื่องหมาย / ในช่องให้คะแนน
ทเ่ี หน็ สมควรตามความเปน็ จรงิ

ที่ รายการการประเมนิ
ช่ือ-สกุล
ด้านประเดน็ ดา้ น ด้าน ด้านการใช้ ดา้ นการใช้ รวม
เนื้อหา น้าเสยี ง อกั ขรวิธี ภาษาแสดง อวจั นภาษา

ทรรศนะ

4 3 2 1 4 321432143214321

1
2
3
4
...

ขอ้ เสนอแนะ
................................................................................................................................................................................ ....
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. ...............................

คะแนนเตม็ 20 คะแนน

คะแนนท่ไี ด้ ......... คะแนน

ระดับคณุ ภาพ ..................

ระดบั คณุ ภาพ

17 – 20 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ดี

14 – 16 คะแนน ระดับคณุ ภาพ ปานกลาง

11 – 13 คะแนน ระดบั คุรภาพ พอใช้

8 – 10 คะแนน ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ

ไดค้ ะแนน 11 คะแนน ขนึ้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์

๕๔

เกณฑก์ ารประเมินทักษะการพดู

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คุณภาพ
ดา้ นประเด็นเน้ือหา
4 32 1
ดา้ นนา้ เสียง
ดา้ นอักขรวิธี พูดตรงประเด็นตาม พดู ตรงประเด็น พูดไม่ค่อยตรง พูดไม่ตรงประเดน็
ดา้ นการใชภ้ าษาแสดง ตามเนอ้ื หาท่ีกาหนด
เนื้อหาที่กาหนด ตามเนอ้ื หาที่ ประเด็นตาม
ทรรศนะ ไม่มีที่มา มี
มีท่มี า ข้อสนับสนุน กาหนด มีทีม่ า เนอื้ หาที่กาหนด ขอ้ สนับสนนุ และ
ด้านการใชอ้ วัจนภาษา ข้อสรุปไม่ชัดเจน
และข้อสรปุ ชัดเจนดี ข้อสนบั สนนุ และ มีทม่ี ีข้อสนับสนนุ
นา้ เสยี งธรรมดา
มาก ขอ้ สรปุ ชดั เจนดี และข้อสรุปไม่ เสียงคอ่ ย

คอ่ ยชดั เจน ออกเสียงคาควบ
กล้าผดิ อักขรวธิ ี
น้าเสียงไพเราะชวน น้าเสยี งแจ่มใส นา้ เสยี งธรรมดา จานวน ตั้งแต่ ๖ คา

ฟัง นมุ่ นวลแจ่มใส เสียงดังชดั เจน เสียงดังชดั เจน ขึ้นไป
ใช้ภาษาไทยในการ
เสียงดังชดั เจน พูดไมค่ ่อยคา
กะทัดรัดให้
ออกเสยี งคาควบ ออกเสยี งคาควบ ออกเสียงคาควบ ความหมายไม่
ชดั เจนเรยี งลาดับ
กลา้ ได้ถูกต้องตาม กล้าผดิ อักขรวธิ ี กลา้ ผิดอักขรวิธี เวน้ วรรคตอนได้
ถกู ต้อง ตดิ ขดั ตั้งแต่
อกั ขรวิธีทุกคา จานวน ไม่เกนิ จานวนไมเ่ กนิ ๔ แหง่ ข้ึนไป
ไมม่ ีการใชภ้ าษามือ
๓ คา ๕ คา ประกอบการพดู ได้
ไมเ่ หมาะสม ไม่มี
ใชภ้ าษาไทยในการ ใช้ภาษาไทยใน ใช้ภาษาไทยใน การระบายรอยย้ิม

พูดด้วยถ้อยคา การพดู ด้วย การพูดดว้ ย

กะทัดรัด ให้ ถอ้ ยคากะทัดรัด ถ้อยคากะทดั รัด

ความหมายชัดเจน ให้ความหมาย ใหค้ วามหมาย

เรียงลาดบั เวน้ วรรค ชัดเจนเรียงลาดับ ชดั เจนเรียงลาดบั

ตอนได้ถกู ต้อง เว้นวรรคตอนได้ เว้นวรรคตอนได้

ถกู ต้อง พดู ติดขัด ถกู ต้อง ติดขัดไม่

ไมเ่ กนิ ๒ แห่ง เกิน ๓ แหง่

ภาษามือ สหี นา้ แวว ใชภ้ าษามือ สีหนา้ ใชภ้ าษามอื มาก

ตา ระบายรอยยิ้ม แววตา ระบาย เกินไป หรือน้อย

ประกอบการพูดได้ รอยย้ิมประกอบ เกนิ ไป ระบาย

เหมาะสมทกุ ตอน การพูดได้เหมาะ- รอยยม้ิ ค่อนข้าง

สมบางตอน เหมาะสม

๕๕

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ มในชน้ั เรยี นรายบุคคล

คาช้ีแจง :แบบสังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วมในช้ันเรียนสรา้ งขึ้นเพื่อให้ครูผูส้ อนประเมินพฤติกรรมนักเรียนเปน็
รายบุคคล โดยทาเครอ่ื งหมาย / ในช่องใหค้ ะแนนท่เี หน็ สมควรตามความเป็นจริง

พฤตกิ รรมและระดับคะแนน

พฤตกิ รรม ความมีวนิ ัย ความตง้ั ใจ ความสนใจ
ตรงตอ่ เวลา และมุง่ มันใน ใฝ่เรียนใฝร่ ู้
การทางาน
ความ
เลขท่ี รายช่อื รบั ผดิ ชอบ รวม

1. 321321321
2.
3.
4.
...

ขอ้ สังเกตเพ่มิ เติม

....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................

ระดับคะแนน 3 หมายถึง ดมี าก เกณฑ์ระดับคะแนน 7 - 9 = 3

2 หมายถึง ดี 5-6 = 2

1 หมายถงึ พอใช้ 5-4 = 1

หมายเหตุ นักเรียนต้องได้คะแนนรวม 4 คะแนนขึ้นไป และได้รับคะแนนอย่างน้อย 1 คะแนนในแต่ละประเด็น
การประเมิน จึงจะถอื ว่าผา่ นการประเมนิ ครง้ั นี้

ลงชอื่ ....................................................ผปู้ ระเมิน

(..........................................................)

.........../................./..........

๕๖

เกณฑ์ประเมนิ พฤตกิ รรมการมสี ว่ นรว่ มในช้ันเรยี นรายบคุ คล

คาช้ีแจง :เกณฑ์การประเมินนี้สร้างข้ึนเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการให้คะแนนโดยครู ตามรายการประเมินพร้อมทั้ง
เกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละหัวข้อที่ตรงกับพฤตกิ รรมของนักเรยี นตามความเป็นจรงิ และครูจะประเมิน ลงในแบบ
สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ มในช้ันเรียน

รายการประเมนิ 3 (ดีมาก) เกณฑ์การประเมนิ 1 (พอใจ)
2 (ดี)

1. ความมวี ินัย ตรงต่อเวลา 1.เขา้ เรียนตรงเวลา 1.เขา้ เรียนช้ากวา่ 1.เข้าเรียนช้าเกินกว่า
ความรบั ผิดชอบ 2.อุปกรณ์การเรยี นครบ กาหนด แตไ่ มเ่ กิน 10 10 นาที
ตามทคี่ รกู าหนด เช่น นาที
หนงั สือเรยี น ใบความรู้ 2.ไม่นาอุปกรณ์ การ
2.อปุ กรณ์การเรียนไม่ เ รี ย น ม า เ ล ย แ ม้ แ ต่ ช้ิ น
เดียว
ครบตามที่ครกู าหนด

2. ความตั้งใจ และมุ่งม่ัน 1.ทางานด้วยความตง้ั ใจ 1.ทางานด้วยความตง้ั ใจ 1.ไมต่ ้ังใจทางาน

ในการทางาน 2.ซกั ถามและแสดง 2.ซักถามแสดงความ 2.ไมซ่ กั ถามหรอื แสดง

ความคดิ เหน็ บ่อยครง้ั คิดเห็นบา้ งบางครั้ง ความคดิ เหน็ ใดๆทงั้ สิน้

3. ความสนใจ ใฝ่เรียนใฝ่รู้ 1. ปฏิบัติงานที่ครูส่ัง 1.ปฏิบัติงานตามท่ีครสู ั่ง 1.ปฏบิ ตั ิงานตามทคี่ รสู ่งั
ทันที 2.จดบันทกึ บ้างบางคร้ัง 2.จดบันทึกบ้างบางคร้งั
2.จดบนั ทกึ และตั้งใจฟัง ไม่ตงั้ ใจฟังเท่าทคี่ วร ไมต่ งั้ ใจฟงั เทา่ ทคี่ วร
ครสู อน

ระดับคณุ ภาพ/การวดั การประเมนิ ผล
คะแนน 7 – 9 หมายถงึ นักเรียนมคี ุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดมี าก
คะแนน 5 – 6 หมายถึง นักเรยี นมีคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดี
คะแนน 3 – 4 หมายถึง นักเรียนมคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ พอใช้

๕๗

ใบงานท่ี 1

เรอื่ ง รา่ ยยาวมหาเวสสนั ดรชาดก
คาชี้แจง : ให้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปนีใ้ ห้ถกู ต้อง

1. ใครคือผู้ประพนั ธร์ ่ายยาว มหาเวสสันดรชาดก กัณฑม์ ทั รี
ตอบ ............................................................................................................................. .....................
2. จงบอกประวัตขิ องผู้ประพนั ธร์ ่ายยาว มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี มาพอสงั เขป
ตอบ ............................................................................................................................. ......................

.................................................................................................................... ...............................
3. ให้นักเรียนบอกท่ีมาของเร่อื งร่ายยาว มหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มทั รี มาพอสังเขป
ตอบ ................................................................................................................................ ...................

............................................................................................. .......................................................
4. แก่นเร่ืองสาคัญของร่ายยาวมหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มทั รี คืออะไร
ตอบ ...................................................................................................................................................

.................................................................................................................... .................................
5. ให้นักเรียนสรปุ ข้อคดิ ที่ได้จากร่ายยาว มหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มทั รี
ตอบ ............................................................................................................................. ......................

....................................................................................................................................................

สอื่ การสอน

๕๘

ส่ือการสอน

๕๙

๖๐

๖๑

๖๒

๖๓

11. บนั ทึกผลหลงั การสอน
11.1 สรปุ ผลการเรียนการสอน
นักเรียนให้ความสนใจในเนื้อหาที่เรียน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและตอบคาถาม นักเรียน
ส่วนมากตั้งใจทากิจกรรมภายในคาบท่ีครูมอบหมายและสามารถเล่าเร่ืองย่อและบอก ข้อคิดท่ีได้จาก
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรีได้ มีการพูดคุยสอบถามข้อสงสัยระหว่างครูและนักเรียน บรรยากาศใน
ห้องเรียนสนุกสนานไม่ตงึ เครยี ด เมือ่ เลกิ เรยี นนกั เรยี นส่วนมากส่งงานทมี่ อบหมายในคาบเรียนไดต้ รงเวลา
11.2 ปญั หา/อปุ สรรค
นกั เรียนบางส่วนไม่ตัง้ เรยี นเรยี นและไมใ่ ห้ความร่วมมอื ในการทากจิ กรรมในห้องเรยี น
11.3 แนวทางแกไ้ ข /แนวทางการพฒั นา
ครสู ุ่มถามนักเรียนเป็นรายบุคคล และสร้างแรงจงู ใจโดยการเพม่ิ คะแนนพเิ ศษให้กบั นักเรียนที่
ตอบคาถาม

ลงชอื่ ภาวินี ชาวหงษา
(นางสาวภาวนิ ี ชาวหงษา)
นักศึกษาทดลองสอน

๖๔

๖๕

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 4 หลักการวเิ คราะห์วรรณคดีเบือ้ งต้น

รหสั วชิ า ท 32101 รายวิชา ภาษาไทย กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 256๕

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 เร่อื ง ธรรมชาตขิ องภาษา เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

1.มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อย่างเหน็ คุณคา่
และนามาประยุกต์ใช้ในชีวติ จรงิ
ตัวชี้วัด ท 5.1 ม. 4-6/1 วเิ คราะห์และวจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์
เบื้องต้น
ท 5.1 ม. 4-6/2 วิเคราะหล์ กั ษณะเด่นของวรรณคดเี ช่ือมโยงกบั การเรยี นรู้ทาง
ประวัตศิ าสตร์และวถิ ีชวี ิตของสงั คมในอดีต

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรสู้ ู่ตัวชีว้ ดั
1. บอกความหมายของคาวา่ วรรณกรรม และวรรณคดีได้ (K)
2. อธิบายลกั ษณะของวรรณคดแี ละวรรณกรรมได้ (P)
3. เหน็ ความสาคญั ของการศกึ ษาวรรณคดแี ละวรรณกรรมและนาไปใช้ได้อยา่ งเหมาะสม (A)

3. สาระสาคญั
งานประพันธ์เป็นส่ิงที่มนุษย์สร้างข้ึน โดยใช้ภาษาที่ไพเราะสละสลวยซ่ึงผู้ประพันธจ์ ะถ่ายทอดเรือ่ งต่าง ๆ

แนวคิด ทัศนะ ความคิด ความเชื่อผ่านงานประพันธ์น้ันให้ผู้อ่านได้รับความสนุกสนานความเพลิดเพลินจาก
เน้ือเร่ืองได้อารมณ์จากถ้อยคา สานวนโวหารท่ีไพเราะผู้อ่านควรอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์และรู้จักพิจารณาคุณค่า
ของบทประพันธ์ที่อา่ นซึ่งจะทาใหผ้ ู้อา่ นสามารถเข้าถึงงานประพันธ์ได้อย่างแทจ้ ริง

4.สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ (K)
- ความหมายและลักษณะของวรรณคดแี ละวรรณกรรม
- บ่อเกดิ ของวรรณคดแี ละวรรณกรรม
- หลกั การวเิ คราะห์ วิจารณ์ วรรณคดีและวรรณกรรม
4.2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P)
- ทักษะการอ่าน
- ทกั ษะการเขยี น

๖๖

4.3. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
- ใฝเ่ รียนรู้
- รักความเป็นไทย
- ตรงต่อเวลา

5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
- ทกั ษะการอ่าน
- ทักษะการเขยี น
- ทักษะการฟงั การดู และการพูด
2. ความสามารถในการคิด
- การวเิ คราะห์
- การสงั เคราะห์
- การสรปุ ความรู้
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

7. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา
1. ครเู ปิดห้องเรยี นออนไลน์โดยใช้ชอ่ งทางทน่ี ัดหมายกบั นักเรยี น คอื แอปพลิเคชนั
Google Meet

2. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถาม ดังน้ี “วรรณคดีและวรรณกรรมแตกต่างกัน
อย่างไร” แล้วครนู าเข้าสู่บทเรียนเร่อื ง การวเิ คราะหว์ รรณคดี

ขน้ั สอน
3. ครแู ชร์หนา้ จอเน้ือหา power point เรอ่ื ง หลักการวิเคราะหว์ รรณคดีเบ้ืองต้น เพื่ออธิบาย
- ความหมายและลักษณะของวรรณคดี วรรณกรรม
- บอ่ เกดิ วรรณคดีและวรรณกรรม
- ข้อแตกต่างของวรรณคดีและวรรณกรรม
- ประเภทของวรรณคดีและวรรณกรรม
- องค์ประกอบของวรรณคดีและวรรณกรรม
- การวเิ คราะหว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม

๖๗

3. ครูประเมนิ ความรู้ความเข้าใจเร่ืองลักษณะของวรรณคดีและวรรณกรรมโดยการสุม่ ถามนักเรียน
รายบคุ คล

4. ให้นักเรยี นร่วมกันสรุปหลักการวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ และประเมินค่าวรรณคดี โดยครูซกั ถาม
ความเขา้ ใจให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมและชมเชย

ข้ันสรุป
5. เปิดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามในประเด็นที่ไมเ่ ขา้ ใจหรอื สอบถามเพมิ่ เตมิ
6. ครมู อบหมายใหน้ ักเรียนทาแบบฝกึ หดั หลงั เรยี นเพอื่ ทดสอบความรู้

8. การจดั บรรยากาศเชิงบวก
กจิ กรรมตอบคาถาม โดยมีการเสริมแรงทางบวก ครชู มเชยนกั เรยี นทม่ี ีความตัง้ ใจ และอธิบายให้

คาแนะนาเพ่ิมเตมิ เพอื่ ความเขา้ ใจที่ถูกต้อง

9. สื่อ/แหล่งเรียนรู้
- หนงั สือแบบเรยี นวรรณคดีและวรรณกรรม ช้ันม.5
- power point เรอ่ื ง หลกั การวิเคราะห์วรรณคดีเบื้องต้น
- ใบงาน เร่ือง วรรณกรรมและวรรณคดี

๖๘

10.การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วธิ ีการ เคร่ืองมอื การ เกณฑก์ าร
จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้สู ่ตู ัวชี้วดั ช้ินงาน/ภาระ ประเมนิ ประเมนิ ประเมิน

ด้านความรู้ (K) ใบงานท่ี ๒ การประเมิน แบบ ได้คะแนน 8
1. นักเรียนบอกความหมายของ ใบงาน การประเมนิ คะแนนข้ึนไป
คาว่าวรรณกรรมและวรรณคดไี ด้
ใบงาน ถอื ว่า ผา่ นเกณฑ์

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ(P) การพูดสรุป การประเมิน แบบ ไดค้ ะแนน 13
1. อธบิ ายลักษณะของวรรณคดี ลกั ษณะของ การพูด ประเมนิ การพดู คะแนนขน้ึ ไป
และวรรณกรรมได้ วรรณคดแี ละ ถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
วรรณกรรม
ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค(์ A) ใบงานท่ี ๒ การประเมิน แบบประเมิน ไดค้ ะแนน 8
1. เห็นความสาคญั ของการศึกษา ใบงาน ใบงาน คะแนนข้ึนไป
วรรณคดีและวรรณกรรมและ - ถอื ว่า ผา่ นเกณฑ์
นาไปใช้ได้อย่างเหมาะสม
การสงั เกต แบบสังเกตการ นักเรียนต้องได้
2. 2.1) ใฝเ่ รียนรู้ พฤติกรรม มสี ่วนรว่ มในช้ัน คะแนนรวม 4
2.2) ตรงตอ่ เวลา เรยี นรายบคุ คล คะแนนขึน้ ไป

๖๙

เกณฑก์ ารประเมนิ ใบงาน

เกณฑ์การประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
การคิดวเิ คราะห์
321
การเขียนสือ่ ความ
มีการจบั ประเด็นสาคญั มีการจบั ประเด็นสาคัญได้ มีการจบั ประเด็นสาคญั ได้

ขยายความ ยกตัวอย่าง แตข่ ยายความหรือ น้อย

เปรยี บเทยี บและสรุป ยกตวั อย่างไม่ได้

ความคดิ รวบยอดได้ดี

เขยี นสือ่ ความได้ถกู ต้อง เขยี นสอ่ื ความได้ถกู ต้อง เขยี นสื่อความได้น้อย ไม่

ตามอักขรวิธี ตรงประเดน็ ตามอักขรวธิ ี 2-3 แหง่ ตรงประเดน็

และ เขา้ ใจง่าย ตรงประเด็น

การใชภ้ าษาเหมาะสม ใช้ภาษาถกู ต้องเหมาะสม ใชภ้ าษาถูกต้องเหมาะสม ใช้ภาษาไมเ่ หมาะสม
ทั้งหมด ปานกลาง

ประโยชน์ของการนา สามารถนาไปประยุกต์กบั สามารถนาไปประยุกตก์ บั สามารถนาไปใช้
ขอ้ มูลไปใช้ ประโยชนไ์ ด้นอ้ ยมาก
สถานการณ์ใน สถานการณ์ใน

ชีวิตประจาวนั ได้อย่าง ชวี ิตประจาวนั ไดบ้ ้าง

เหมาะสม

เกณฑ์การประเมนิ ผล คะแนน 12-9 = ดี(3) คะแนน 8-5 = พอใช้ (2) คะแนน 4-0 = ควรปรบั ปรุง (1)

๗๐

แบบประเมนิ ทักษะการพดู

คาชี้แจง :แบบประเมินทักษะการพูดของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยทาเคร่ืองหมาย / ในช่องให้คะแนน

ทเ่ี หน็ สมควรตามความเปน็ จรงิ

ที่ รายการการประเมนิ

ช่ือ-สกุล ด้านประเดน็ ด้าน ดา้ น ด้านการใช้ ดา้ นการใช้
เนื้อหา น้าเสยี ง อกั ขรวิธี ภาษาแสดง อวัจนภาษา รวม

ทรรศนะ

4 3 2 1 4 321432143214321

1
2
3
4
...

ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................... .........................................
.......................................................................................... ..................................................................

คะแนนเต็ม 20 คะแนน
คะแนนทีไ่ ด้ ......... คะแนน
ระดับคุณภาพ ..................
ระดบั คณุ ภาพ
17 – 20 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ดี
14 – 16 คะแนน ระดับคณุ ภาพ ปานกลาง
11 – 13 คะแนน ระดบั คุรภาพ พอใช้
8 – 10 คะแนน ระดับคุณภาพ ปรับปรงุ
ไดค้ ะแนน 11 คะแนน ขนึ้ ไปถอื ว่า ผ่านเกณฑ์

๗๑

เกณฑก์ ารประเมินทักษะการพดู

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คุณภาพ
ดา้ นประเด็นเน้ือหา
4 32 1
ดา้ นนา้ เสียง
ดา้ นอักขรวิธี พูดตรงประเด็นตาม พดู ตรงประเด็น พูดไม่ค่อยตรง พูดไม่ตรงประเดน็
ดา้ นการใชภ้ าษาแสดง ตามเนอ้ื หาท่ีกาหนด
เนื้อหาที่กาหนด ตามเนอ้ื หาที่ ประเด็นตาม
ทรรศนะ ไม่มีที่มา มี
มีท่มี า ข้อสนับสนุน กาหนด มีทีม่ า เนอื้ หาที่กาหนด ขอ้ สนับสนนุ และ
ด้านการใชอ้ วัจนภาษา ข้อสรุปไม่ชัดเจน
และข้อสรปุ ชัดเจนดี ข้อสนบั สนนุ และ มีทม่ี ีข้อสนับสนนุ
นา้ เสยี งธรรมดา
มาก ขอ้ สรปุ ชดั เจนดี และข้อสรุปไม่ เสียงคอ่ ย

คอ่ ยชดั เจน ออกเสียงคาควบ
กล้าผดิ อักขรวธิ ี
น้าเสียงไพเราะชวน น้าเสยี งแจ่มใส นา้ เสยี งธรรมดา จานวน ตั้งแต่ ๖ คา

ฟัง นมุ่ นวลแจม่ ใส เสียงดังชดั เจน เสียงดังชดั เจน ขึ้นไป
ใช้ภาษาไทยในการ
เสียงดังชดั เจน พูดไมค่ ่อยคา
กะทัดรัดให้
ออกเสยี งคาควบ ออกเสยี งคาควบ ออกเสียงคาควบ ความหมายไม่
ชดั เจนเรยี งลาดับ
กลา้ ได้ถูกต้องตาม กล้าผดิ อักขรวธิ ี กลา้ ผิดอักขรวิธี เวน้ วรรคตอนได้
ถกู ต้อง ตดิ ขดั ตั้งแต่
อกั ขรวิธีทุกคา จานวน ไม่เกนิ จานวนไมเ่ กนิ ๔ แหง่ ข้ึนไป
ไมม่ ีการใชภ้ าษามือ
๓ คา ๕ คา ประกอบการพดู ได้
ไมเ่ หมาะสม ไม่มี
ใชภ้ าษาไทยในการ ใช้ภาษาไทยใน ใช้ภาษาไทยใน การระบายรอยย้ิม

พูดด้วยถ้อยคา การพดู ด้วย การพูดดว้ ย

กะทัดรัด ให้ ถอ้ ยคากะทัดรัด ถ้อยคากะทดั รัด

ความหมายชัดเจน ให้ความหมาย ใหค้ วามหมาย

เรียงลาดบั เวน้ วรรค ชัดเจนเรียงลาดับ ชดั เจนเรียงลาดบั

ตอนได้ถกู ต้อง เว้นวรรคตอนได้ เว้นวรรคตอนได้

ถกู ต้อง พดู ติดขัด ถกู ต้อง ติดขัดไม่

ไมเ่ กนิ ๒ แห่ง เกิน ๓ แหง่

ภาษามือ สหี นา้ แวว ใชภ้ าษามือ สีหนา้ ใชภ้ าษามอื มาก

ตา ระบายรอยยิ้ม แววตา ระบาย เกินไป หรือน้อย

ประกอบการพดู ได้ รอยย้ิมประกอบ เกนิ ไป ระบาย

เหมาะสมทกุ ตอน การพูดได้เหมาะ- รอยยม้ิ ค่อนข้าง

สมบางตอน เหมาะสม

๗๒

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในช้นั เรยี นรายบุคคล

คาช้ีแจง :แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในช้ันเรียนสร้างขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนประเมินพฤติกรรมนักเรียนเป็น
รายบุคคล โดยทาเครอ่ื งหมาย / ในช่องให้คะแนนทเี่ ห็นสมควรตามความเป็นจริง

พฤติกรรมและระดับคะแนน

พฤตกิ รรม ความมีวนิ ยั ความตั้งใจ ความสนใจ รวม
เลขที่ ตรงตอ่ เวลา และมุ่งมันใน ใฝ่เรียนใฝ่รู้
การทางาน
รายช่ือ ความ
รบั ผิดชอบ

321321321
1.
2.
3.
4.
...

ข้อสังเกตเพ่ิมเตมิ
............................................................................................................................................................ ........................
....................................................................................................................................................................

ระดับคะแนน 3 หมายถึง ดมี าก เกณฑ์ระดับคะแนน 7 - 9 = 3

2 หมายถงึ ดี 5-6 = 2

1 หมายถึง พอใช้ 5-4 = 1

หมายเหตุ นักเรียนต้องได้คะแนนรวม 4 คะแนนข้ึนไป และได้รับคะแนนอย่างน้อย 1 คะแนนในแต่ละประเด็น
การประเมนิ จึงจะถือว่าผา่ นการประเมนิ ครงั้ นี้

ลงชือ่ ....................................................ผู้ประเมนิ
(..........................................................)
.........../................./..........

๗๓

เกณฑป์ ระเมนิ พฤติกรรมการมสี ว่ นรว่ มในช้นั เรยี นรายบคุ คล
คาชี้แจง :เกณฑ์การประเมินน้ีสร้างข้ึนเพ่ือใช้เป็นเกณฑ์ในการให้คะแนนโดยครู ตามรายการประเมินพร้อมท้ัง
เกณฑ์การใหค้ ะแนนในแตล่ ะหวั ข้อที่ตรงกับพฤติกรรมของนกั เรยี นตามความเป็นจรงิ และครูจะประเมิน ลงในแบบ
สังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วมในชน้ั เรียน

รายการประเมิน 3 (ดมี าก) เกณฑ์การประเมิน 1 (พอใจ)
2 (ดี)
1.เข้าเรียนช้าเกินกว่า
1. ความมวี ินยั ตรงต่อเวลา 1.เขา้ เรียนตรงเวลา 1.เขา้ เรียนช้ากว่า 10 นาที
ความรบั ผิดชอบ 2.อปุ กรณ์การเรียนครบ กาหนด แต่ไมเ่ กิน 10 2.ไม่นาอุปกรณ์ การ
ตามทคี่ รกู าหนด เช่น นาที เรียนมาเลยแม้แต่ช้ิน
หนงั สือเรยี น ใบความรู้ 2.อปุ กรณก์ ารเรียนไม่ เดยี ว
ครบตามท่ีครูกาหนด

2. ความตั้งใจ และมุ่งมั่น 1.ทางานด้วยความตง้ั ใจ 1.ทางานด้วยความต้ังใจ 1.ไมต่ ง้ั ใจทางาน

ในการทางาน 2.ซกั ถามและแสดง 2.ซักถามแสดงความ 2.ไม่ซกั ถามหรอื แสดง

ความคดิ เหน็ บ่อยครง้ั คิดเห็นบา้ งบางครั้ง ความคดิ เหน็ ใดๆท้ังส้ิน

3. ความสนใจ ใฝเ่ รยี นใฝ่รู้ 1. ปฏิบัติงานที่ครูส่ัง 1.ปฏิบัติงานตามทคี่ รสู ัง่ 1.ปฏบิ ัตงิ านตามท่ีครสู ่ัง
ทนั ที 2.จดบันทกึ บ้างบางคร้ัง 2.จดบนั ทกึ บ้างบางครัง้
2.จดบนั ทึกและตั้งใจฟงั ไม่ตงั้ ใจฟังเท่าที่ควร ไมต่ งั้ ใจฟังเท่าท่คี วร
ครสู อน

ระดับคณุ ภาพ/การวดั การประเมนิ ผล
คะแนน 7 – 9 หมายถงึ นักเรยี นมคี ณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดมี าก
คะแนน 5 – 6 หมายถงึ นักเรยี นมีคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดี
คะแนน 3 – 4 หมายถึง นกั เรียนมคี ุณลักษณะอนั พึงประสงค์ พอใช้

๗๔

ใบงานท่ี 2

หลักการวิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรม
คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปนใี้ ห้ถกู ต้อง

1.วรรณกรรมและวรรณคดีแตกตา่ งกนั อย่างไร
ตอบ .....................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .........................
2.จงยกตวั อย่างวรรณกรรมท่ีได้รบั การยกยอ่ งใหเ้ ป็นวรรณคดี
ตอบ ............................................................................................................................. ........................

......................................................................................................................................................
3.จงอธิบายการวิจักษว์ รรณคดีและวรรณกรรมมาพอสังเขป
ตอบ .....................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .........................
4.จงอธิบายการวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมมาพอสังเขป
ตอบ ............................................................................................................................. ........................

.............................................................................................. ........................................................

๗๕

ส่ือการสอน

๗๖

๗๗

๗๘

๗๙

๘๐

๘๑

11. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
11.1 สรปุ ผลการเรยี นการสอน
นักเรยี นส่วนมากเข้าเรยี นตรงตอ่ เวลา และมสี ว่ นร่วมกบั กจิ กรรมการเรียน รว่ มกันแสดง ค ว า ม

คิดเห็นและตอบคาถาม สามารถบอกความหมายของวรรณกรรมและวรรณคดไี ด้ นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับ
การวจิ ักษว์ รรณคดีและวรรณกรรมและการวิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมท้ายคาบมีการพูดคุยสอบถามขอ้ สงสัย
ระหว่างครูและนักเรียน

11.2 ปญั หา/อปุ สรรค
นักเรียนบางส่วนมปี ัญหาด้านสญั ญาณอินเทอร์เน็ต จึงทาให้จดเน้อื หาท่ีเรยี นไม่ทัน

11.3 แนวทางแก้ไข /แนวทางการพัฒนา
ครสู ่ง power point ให้นักเรียนในกลุ่มไลนเ์ พือ่ ให้นักเรียนได้ทบทวนเนือ้ หาท่เี รยี น

ลงชื่อ ภาวินี ชาวหงษา
(นางสาวภาวนิ ี ชาวหงษา)
นักศึกษาทดลองสอน

๘๒


Click to View FlipBook Version