ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕
นางสาวภาวนิ ี ชาวหงษา
นักศกึ ษาช้นั ปีท่ี ๓
มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
แผนการจดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รายวิชาภาษาไทย ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๕
เสนอ
ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร. พัชรภี รณ์ บางเขยี ว
จัดทาโดย
นางสาวภาวินี ชาวหงษา เลขท่ี ๒๕ หมู่เรียน D๗
รหัสนักศกึ ษา ๖๒๘๑๑๒๔๐๕๙ สาขาวชิ าภาษาไทย
แผนการจดั การเรียนรูเ้ ลม่ น้ีเป็นส่วนหน่งึ ของรายวิชา
วทิ ยาการจดั การเรียนรู้ (๑๑๙๐๓๐๑)
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏบ้านสมเดจ็ เจ้าพระยา
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 เรอ่ื ง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑม์ ัทรี
รหสั วิชา ท32101 รายวชิ า ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 256๕
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 เรื่อง ธรรมชาตขิ องภาษา เวลา 1 ชว่ั โมง
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ท 1.1 ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ญั หา
ในการดาเนนิ ชวี ติ และมีนิสยั รกั การอ่าน
ตวั ชี้วัด ท 1.1 ม. 4-6/ 6 ตอบคาถามจากการอ่านประเภทตา่ งๆภายในเวลาทีก่ าหนด
มาตรฐาน ท 5.1 สามารถเลือกฟงั และดอู ยา่ งมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ
และความร้สู ึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ตวั ชี้วัด ท 3.1 ม. 4-6/1 สรปุ แนวคิด และแสดงความคิดเหน็ จากเรือ่ งทีฟ่ ังและดู
ท 3.1 ม.4-6/ 6 มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้สูต่ ัวชีว้ ัด (K,P,A)
1. เพ่ือใหน้ ักเรียนบอกความเปน็ มา ประวตั ิผแู้ ต่งและแกน่ เร่ืองมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มทั รไี ด้ (K)
2. เพ่ือใหน้ ักเรยี นตอบคาถามจากการอ่านมหาเวสสันดรชาดก ภายในเวลาทก่ี าหนด (P)
3. เพอื่ ให้นักเรยี นพูดสรปุ เรอื่ งยอ่ และข้อคิดที่ได้จากมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มทั รี (P)
4. นักเรยี นมีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด (A)
3. สาระสาคญั
มหาเวสสันดรชาดก เป็นพระชาติท่ียิ่งใหญ่พระชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้า ก่อนจะประสูติเป็นเจ้าชาย
สิทธัตถะ และตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงบาเพ็ญทานบารมีซ่ึงเป็นบารมีสูงสุดยากท่ีผู้ใดจะกระทาได้ ตอนที่จะได้
ศกึ ษาน้ีคือมหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑม์ ัทรี กลา่ วถงึ พระนางมัทรตี ามหาสองกุมาร การศกึ ษาร่ายยาวมหาเวสสันดร
ชาดกทาให้นักเรียนสามารถอธิบายประวัติความเป็นมา แก่นเร่ืองของวรรณคดีมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มั ทรี
สามารถพูดสรุปเรื่องยอ่ และขอ้ คิดที่ได้ นักเรยี นมีมารยาทในการฟงั การดู และการพูด
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ (K)
- ความเปน็ มาของมหาเวสสันดรชาดก
- ลักษณะคาประพนั ธข์ องมหาเวสสนั ดรชาดก
- ประวัติผแู้ ต่งมหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มัทรี
- เนอื้ เรื่องย่อมหาเวสสันดรชาดก
- ขอ้ คิดท่ีไดร้ บั จากมหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มัทรี
4.2 ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ (P)
- ทกั ษะการพูด
- กระบวนการคิด
- กระบวนการอ่าน
4.3 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
- ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ
- ใฝเ่ รยี นรู้
- ม่งุ มัน่ ในการทางาน
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. สาระการเรียนร้สู ่กู ารบรู ณาการ
การบูรณาการการเรยี นรู้กบั สือ่ ออนไลนใ์ นปจั จุบัน
7. การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน (การเรยี นการสอนแบบ Active Learning)
แผนการจัดการเรียนรู้เพื่อใช้ในการสอนทางไกล ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา (COVID-19) ผา่ นทางชอ่ งทางแอปพลิเคชนั LINE , Google ClassroomและGoogle Meet
ขั้นนา
1. ครูเปดิ หอ้ งเรียนออนไลนโ์ ดยใชช้ ่องทางท่ีนดั หมายกบั นกั เรียน คอื แอปพลเิ คชัน
Google Meet
2. ครูใช้คาถามกระตุ้นให้นักเรียนเกิดกระบวนการคิด โดยคาถามว่า “ชาดกมีความหมาย
วา่ อยา่ งไร” (เร่ืองราวของพระพทุ ธเจา้ ทมี่ ีมาในชาติก่อนๆ)
3. ครูใช้รูปภาพใน power point เป็นสื่อในการต้ังคาถาม ว่า “นักเรียนรู้จักตัวละครนี้หรือไม่
และตัวละครน้ีมีชอ่ื เรยี กว่าอะไร” (พระเวสสนั ดร,พระนางมทั รี,กณั หา,ชาลี,ชชู ก)
ข้ันสอน
4. ครแู ชร์หน้าจอเนื้อหา power point เรื่องมหาเวสสันดรชาดก เพอื่ อธิบาย
- ความเป็นมาของมหาเวสสนั ดรชาดก
- ลักษณะคาประพนั ธข์ องมหาเวสสนั ดรชาดก
5. นักเรียนอ่านเร่ืองย่อมหาเวสสันดรชาดก ในหนังสือวรรณคดีและวรรณกรรม ช้ัน ม.5
(ภายในเวลา7นาท)ี
6. นกั เรียนตอบคาถามจากเรอ่ื งทอ่ี า่ นตอ่ ไปนล้ี งในสมุด (ภายในเวลา3นาท)ี
- เพราะเหตุใดพระเวสสันดรจึงถูกขับไล่ออกจากกรุงสีวิราษฎร์ ( เพราะบริจาคช้างปัจจัย
นาคที่เป็นชา้ งคบู่ ้านคูเ่ มืองแก่เมอื งกลงิ คราษฐ)์
- พระเวสสนั ดรไดอ้ ภิเษกกับใครและมีพระราชโอรสและพระราชธิดาพระนามว่าอะไร
(ชาลี กัณหา)
- ก่อนทพี่ ระเวสสนั ดรจะออกจากเมอื งได้ทรงบาเพ็ญสง่ิ ใด ( ได้ทรงบาเพญ็
“สัตตสดกมหาทาน”)
- ชชู กมีอาชีพอะไร ( ขอทาน )
- ชูชกเดินทางไปทใี่ ด เพ่อื จะไปขอสองกมุ ารเปน็ ขา้ รับใช้ตน ( เขาวงกต )
7. ชแี้ จงให้นกั เรียนถ่ายคาตอบสง่ ใน LINE กลุม่ วชิ าภาษาไทยเม่อื หมดคาบ บนพืน้ ฐานของความ
ซื่อสัตย์
8. นกั เรียนชมวิดที ัศน์ เรื่องยอ่ มหาเวสสันดรชาดก กัณฑม์ ทั รี
9. นกั เรยี นพูดเร่ืองย่อและสรุปขอ้ คดิ ที่ไดร้ ับจากการอ่านเร่อื งย่อมหาเวสสันดรชาดก กัณฑม์ ทั รี
ขัน้ สรุป
10. ครสู รปุ เรอ่ื งยอ่ และขอ้ คิดที่ได้จากมหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มทั รี
11. ครูมอบหมายให้นักเรยี นทาแบบฝึกหัด (ใบงานท่ี1) เพ่ือทดสอบความรู้ และอธิบายขั้นตอน
การส่งอยา่ งชดั เจน
8. การจัดบรรยากาศเชงิ บวก
- กิจกรรมตอบคาถาม โดยการเสริมแรงทางบวก กล่าวชมนักเรียนและให้คะแนนพิเศษนักเรียนที่มี
ส่วนร่วม
- การเปิดโอกาสให้นกั เรยี นได้แสดงความคดิ เห็นของตนอย่างสร้างสรรค์
9. สอื่ การเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
- Power point เรอื่ ง มหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มทั รี
- หนังสอื เรียนวรรรณคดแี ละวรรณกรรม ชน้ั ม.5
- วิดีทศั น์ เร่อื งยอ่ มหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑม์ ัทรี
- ใบงาน เรื่อง มหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มทั รี
10. การวัดและประเมินผล ชิน้ งาน/ภาระ วธิ ีการ เครอ่ื งมอื การ เกณฑก์ าร
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้สตู่ ัวชี้วดั ประเมนิ ประเมนิ ประเมนิ
ดา้ นความรู้ (K) ใบงานท่ี ๑ การประเมนิ แบบ ไดค้ ะแนน 8
1. เพอื่ ให้นกั เรียนบอกความ ใบงาน การประเมิน คะแนนขึ้นไป
เป็นมา ประวัตผิ ู้แต่งมหาเวสสันดร
ชาดก กณั ฑม์ ทั รีได้ ใบงาน ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ(P) การตอบคาถาม การตรวจสอบ แบบ ได้คะแนน
3 คะแนนขึ้นไป
1. ตอบคาถาม เร่ืองมหาเวสสนั ดร ในเวลาท่กี าหนด ความถูกต้องใน ประเมนิ การ
ถอื วา่ ผ่าน
ชาดกลงในสมดุ การตอบคาถาม ตอบคาถาม
2. พูดสรปุ เรอื่ งย่อและข้อคดิ ท่ีได้ การพดู สรุปเร่ือง การประเมนิ แบบ ไดค้ ะแนน 13
จากเร่อื งมหาเวสสนั ดรชาดก ยอ่ และข้อคดิ การพดู ประเมินการพดู คะแนนข้นึ ไป
กณั ฑ์มัทรี ถอื ว่า ผ่านเกณฑ์
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์(A) - การสงั เกต แบบสังเกต นกั เรยี นต้องได้
1. ใฝ่เรยี น พฤติกรรม การมสี ่วนรว่ ม คะแนนรวม 4
2. มีมารยาทในการฟัง การดู และ คะแนนขึ้นไป
การพูด ในชนั้ เรียน
รายบุคคล
แบบประเมินใบงาน
คาช้ีแจง : แบบประเมินใบงานสร้างข้นึ เพ่ือใหค้ รผู ู้สอนประเมินใบงานของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล โดยทา
เคร่อื งหมาย / ในชอ่ งคะแนนที่เหน็ สมควรตามความเปน็ จริง
ที่ ชือ่ – สกลุ การคิด รายการการประเมนิ ประโยชน์ รวม
วิเคราะห์ ของการนา
1 การเขียนส่ือ การใช้ภาษา ขอ้ มูลไปใช้
2 321 ความ ถกู ต้อง
3 เหมาะสม 321
4
5 321321
6
...
ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
ระดับคะแนน 3 หมายถึง ดี
2 หมายถึง พอใช้
1 หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ
คะแนนเต็ม 12 คะแนน
คะแนนทีไ่ ด้ ....... คะแนน
เกณฑก์ ารประเมินใบงาน
เกณฑ์การประเมนิ ระดบั คุณภาพ
การคดิ วิเคราะห์
321
การเขียนสอื่ ความ
มกี ารจบั ประเด็นสาคญั มีการจบั ประเดน็ สาคัญได้ มีการจับประเด็นสาคญั ได้
ขยายความ ยกตวั อยา่ ง แตข่ ยายความหรือ น้อย
เปรียบเทียบและสรปุ ยกตัวอย่างไม่ได้
ความคดิ รวบยอดได้ดี
เขยี นส่อื ความได้ถูกต้อง เขยี นส่อื ความได้ถูกต้อง เขยี นสอื่ ความได้น้อย ไม่
ตามอักขรวธิ ี ตรงประเด็น ตามอักขรวธิ ี 2-3 แห่ง ตรงประเด็น
และ เข้าใจง่าย ตรงประเด็น
การใชภ้ าษาเหมาะสม ใชภ้ าษาถกู ต้องเหมาะสม ใชภ้ าษาถูกต้องเหมาะสม ใช้ภาษาไมเ่ หมาะสม
ทง้ั หมด ปานกลาง
ประโยชนข์ องการนา สามารถนาไปประยุกต์กับ สามารถนาไปประยุกตก์ บั สามารถนาไปใช้
ขอ้ มูลไปใช้ ประโยชนไ์ ดน้ อ้ ยมาก
สถานการณ์ใน สถานการณ์ใน
ชีวิตประจาวันไดอ้ ย่าง ชวี ติ ประจาวันไดบ้ า้ ง
เหมาะสม
เกณฑ์การประเมนิ ผล คะแนน 12-9 = ด(ี 3) คะแนน 8-5 = พอใช้ (2) คะแนน 4-0 = ควรปรับปรงุ (1)
แบบการประเมินการตอบคาถาม
คาชี้แจง : แบบประเมนิ ใบงานสร้างขนึ้ เพื่อใหค้ รผู ้สู อนประเมนิ การตอบคาถามของนักเรียนเปน็ รายบคุ คล
เกณฑ์การให้คะแนน เตมิ 1 ลงในขอ้ ที่ตอบถกู เตมิ 0 ในข้อท่ตี อบผดิ
เลขที่ ชอื่ – นามสกลุ ข้อ1 ขอ้ 2 ข้อ3 ข้อ4 ช้อ5 คะแนนรวม
1
2
3
4
5
6
7
8
9
...
ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
เกณฑ์การประเมิน นักเรียนได้คะแนน 3 คะแนนขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่าน
คะแนนเตม็ 5 คะแนน
คะแนนทไ่ี ด้......คะแนน
ผลสรปุ ..............
แบบประเมินทักษะการพดู
คาชี้แจง :แบบประเมินทักษะการพูดของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยทาเคร่ืองหมาย / ในช่องให้คะแนน
ทีเ่ หน็ สมควรตามความเป็นจรงิ
ที่ รายการการประเมนิ
ช่อื -สกุล
ดา้ นประเดน็ ดา้ น ด้าน ด้านการใช้ ดา้ นการใช้ รวม
เนื้อหา น้าเสียง อักขรวธิ ี ภาษาแสดง อวัจนภาษา
ทรรศนะ
4 3 2 1 4 321432143214321
1
2
3
4
...
ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
คะแนนเตม็ 20 คะแนน
คะแนนทไ่ี ด้ ......... คะแนน
ระดบั คุณภาพ ..................
ระดบั คุณภาพ
17 – 20 คะแนน ระดับคุณภาพ ดี
14 – 16 คะแนน ระดบั คุณภาพ ปานกลาง
11 – 13 คะแนน ระดับคุรภาพ พอใช้
8 – 10 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปรับปรุง
ไดค้ ะแนน 11 คะแนน ขึ้นไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมนิ ทกั ษะการพูด
เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ
ด้านประเดน็ เน้ือหา
4 32 1
ดา้ นน้าเสยี ง
ดา้ นอกั ขรวธิ ี พดู ตรงประเดน็ ตาม พูดตรงประเด็น พดู ไม่ค่อยตรง พูดไมต่ รงประเด็น
ดา้ นการใชภ้ าษาแสดง ตามเนือ้ หาทกี่ าหนด
เน้ือหาที่กาหนด ตามเน้อื หาท่ี ประเด็นตาม
ทรรศนะ ไมม่ ีที่มา มี
มีทม่ี า ข้อสนับสนุน กาหนด มที ีม่ า เน้อื หาที่กาหนด ขอ้ สนับสนุน และ
ดา้ นการใชอ้ วัจนภาษา ขอ้ สรปุ ไมช่ ัดเจน
และข้อสรุปชดั เจนดี ขอ้ สนับสนนุ และ มีทม่ี ีข้อสนับสนุน
น้าเสียงธรรมดา
มาก ข้อสรปุ ชัดเจนดี และข้อสรุปไม่ เสยี งคอ่ ย
คอ่ ยชัดเจน ออกเสียงคาควบ
กลา้ ผิดอกั ขรวธิ ี
นา้ เสยี งไพเราะชวน น้าเสยี งแจ่มใส น้าเสยี งธรรมดา จานวน ต้งั แต่ ๖ คา
ฟัง นมุ่ นวลแจ่มใส เสยี งดังชัดเจน เสียงดงั ชัดเจน ขนึ้ ไป
ใช้ภาษาไทยในการ
เสียงดังชดั เจน พดู ไมค่ ่อยคา
กะทัดรดั ให้
ออกเสียงคาควบ ออกเสียงคาควบ ออกเสยี งคาควบ ความหมายไม่
ชัดเจนเรยี งลาดับ
กลา้ ไดถ้ ูกต้องตาม กลา้ ผิดอกั ขรวธิ ี กลา้ ผดิ อักขรวิธี เว้นวรรคตอนได้
ถูกต้อง ตดิ ขัดตงั้ แต่
อักขรวธิ ีทุกคา จานวน ไมเ่ กิน จานวนไม่เกนิ ๔ แหง่ ขึ้นไป
ไม่มีการใชภ้ าษามือ
๓ คา ๕ คา ประกอบการพดู ได้
ไม่เหมาะสม ไม่มี
ใชภ้ าษาไทยในการ ใชภ้ าษาไทยใน ใช้ภาษาไทยใน การระบายรอยย้ิม
พูดด้วยถ้อยคา การพูดดว้ ย การพูดด้วย
กะทัดรดั ให้ ถอ้ ยคากะทัดรัด ถ้อยคากะทัดรดั
ความหมายชดั เจน ใหค้ วามหมาย ให้ความหมาย
เรียงลาดบั เว้นวรรค ชัดเจนเรยี งลาดบั ชดั เจนเรยี งลาดบั
ตอนได้ถกู ต้อง เว้นวรรคตอนได้ เวน้ วรรคตอนได้
ถกู ต้อง พดู ติดขดั ถกู ต้อง ติดขัดไม่
ไมเ่ กิน ๒ แหง่ เกิน ๓ แห่ง
ภาษามอื สหี นา้ แวว ใช้ภาษามอื สีหนา้ ใช้ภาษามือ มาก
ตา ระบายรอยย้ิม แววตา ระบาย เกนิ ไป หรอื น้อย
ประกอบการพูดได้ รอยยมิ้ ประกอบ เกินไป ระบาย
เหมาะสมทกุ ตอน การพูดไดเ้ หมาะ- รอยยม้ิ ค่อนขา้ ง
สมบางตอน เหมาะสม
แบบสังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วมในชนั้ เรียนรายบุคคล
คาชี้แจง :แบบสังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วมในชั้นเรียนสร้างขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนประเมินพฤติกรรมนักเรียนเปน็
รายบุคคล โดยทาเครอื่ งหมาย / ในช่องใหค้ ะแนนที่เหน็ สมควรตามความเป็นจรงิ
พฤติกรรมและระดับคะแนน
พฤติกรรม ความมีวนิ ยั ความตง้ั ใจ ความสนใจ
ตรงตอ่ เวลา และม่งุ มนั ใน ใฝ่เรียนใฝ่รู้
การทางาน
ความ
เลขท่ี รายช่ือ รบั ผดิ ชอบ รวม
1. 321321321
2.
3.
4.
...
ข้อสงั เกตเพิม่ เตมิ
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ระดบั คะแนน 3 หมายถึง ดมี าก เกณฑร์ ะดบั คะแนน 7 - 9 = 3
2 หมายถงึ ดี 5-6 = 2
1 หมายถงึ พอใช้ 5-4 = 1
หมายเหตุ นักเรียนต้องได้คะแนนรวม 4 คะแนนขึ้นไป และได้รับคะแนนอย่างน้อย 1 คะแนนในแต่ละประเด็น
การประเมิน จึงจะถอื ว่าผ่านการประเมินครั้งนี้
ลงชื่อ....................................................ผปู้ ระเมิน
(..........................................................)
.........../................./..........
เกณฑ์ประเมนิ พฤติกรรมการมสี ว่ นรว่ มในชนั้ เรยี นรายบุคคล
คาช้ีแจง :เกณฑ์การประเมินน้ีสร้างขึ้นเพ่ือใช้เป็นเกณฑ์ในการให้คะแนนโดยครู ตามรายการประเมินพร้อมท้ัง
เกณฑ์การใหค้ ะแนนในแตล่ ะหวั ข้อที่ตรงกับพฤติกรรมของนกั เรียนตามความเป็นจริงและครูจะประเมิน ลงในแบบ
สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วมในช้ันเรียน
รายการประเมิน 3 (ดมี าก) เกณฑ์การประเมนิ 1 (พอใจ)
2 (ดี)
1. ความมีวินยั ตรงต่อเวลา 1.เข้าเรยี นตรงเวลา 1.เขา้ เรยี นชา้ กวา่ 1.เข้าเรียนช้าเกินกว่า
ความรับผดิ ชอบ 2.อปุ กรณ์การเรยี นครบ กาหนด แตไ่ มเ่ กนิ 10 10 นาที
ตามทคี่ รกู าหนด เชน่ นาที
หนังสอื เรยี น ใบความรู้ 2.ไม่นาอุปกรณ์ การ
2.อุปกรณก์ ารเรยี นไม่ เรียนมาเลยแม้แต่ชิ้น
เดยี ว
ครบตามท่ีครูกาหนด
2. ความตั้งใจ และมุ่งมั่น 1.ทางานดว้ ยความตัง้ ใจ 1.ทางานดว้ ยความตง้ั ใจ 1.ไม่ต้ังใจทางาน
ในการทางาน 2.ซกั ถามและแสดง 2.ซกั ถามแสดงความ 2.ไม่ซักถามหรอื แสดง
ความคดิ เห็นบ่อยคร้ัง คดิ เห็นบา้ งบางคร้งั ความคิดเห็นใดๆทั้งสนิ้
3. ความสนใจ ใฝเ่ รียนใฝร่ ู้ 1. ปฏิบัติงานท่ีครูสั่ง 1.ปฏบิ ัตงิ านตามท่คี รูสัง่ 1.ปฏิบตั งิ านตามที่ครูสงั่
ทันที 2.จดบันทกึ บา้ งบางครั้ง 2.จดบนั ทกึ บา้ งบางคร้งั
2.จดบนั ทึกและต้ังใจฟงั ไม่ตั้งใจฟงั เทา่ ทค่ี วร ไมต่ ้งั ใจฟงั เทา่ ทคี่ วร
ครูสอน
ระดับคุณภาพ/การวดั การประเมินผล
คะแนน 7 – 9 หมายถงึ นักเรยี นมคี ณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ดมี าก
คะแนน 5 – 6 หมายถึง นักเรยี นมีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดี
คะแนน 3 – 4 หมายถึง นกั เรียนมคี ุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ พอใช้
ใบงานที่ 1
เรือ่ ง ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก
คาชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามต่อไปนีใ้ ห้ถกู ต้อง
1. ใครคือผปู้ ระพันธ์รา่ ยยาว มหาเวสสันดรชาดก กัณฑม์ ัทรี
ตอบ ............................................................................................................................. .....................
2. จงบอกประวตั ิของผปู้ ระพนั ธร์ า่ ยยาว มหาเวสสันดรชาดก กณั ฑ์มัทรี มาพอสงั เขป
ตอบ ...................................................................................................................................................
.................................................................................................................... ...............................
3. ใหน้ ักเรยี นบอกท่ีมาของเรือ่ งร่ายยาว มหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มัทรี มาพอสังเขป
ตอบ ............................................................................................................................. ......................
.................................................................................................................... ................................
4. แก่นเรอ่ื งสาคญั ของร่ายยาวมหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มัทรี คืออะไร
ตอบ ...................................................................................................................................................
.................................................................................................................... .................................
5. ใหน้ ักเรียนสรุปข้อคดิ ท่ีได้จากร่ายยาว มหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มทั รี
ตอบ ............................................................................................................................. ......................
....................................................................................................................................................
สือ่ การสอน
ส่อื การสอน
11. บนั ทึกผลหลงั การสอน
11.1 สรุปผลการเรยี นการสอน
นักเรียนให้ความสนใจในเนื้อหาที่เรียน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและตอบคาถาม นักเรียน
ส่วนมากต้ังใจทากิจกรรมภายในคาบที่ครูมอบหมายและสามารถเล่าเร่ืองย่อและบอกข้อคิดท่ีได้จาก
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรีได้ มีการพูดคุยสอบถามข้อสงสัยระหว่างครูและนักเรียน บรรยากาศใน
ห้องเรยี นสนุกสนานไมต่ ึงเครียด เมอ่ื เลิกเรียนนักเรยี นสว่ นมากสง่ งานทีม่ อบหมายในคาบเรียนได้ตรงเวลา
11.2 ปัญหา/อุปสรรค
นกั เรียนบางส่วนไม่ต้ังเรยี นเรยี นและไม่ให้ความรว่ มมอื ในการทากจิ กรรมในห้องเรียน
11.3 แนวทางแกไ้ ข /แนวทางการพฒั นา
ครสู ุม่ ถามนักเรยี นเป็นรายบุคคล และสร้างแรงจงู ใจโดยการเพ่ิมคะแนนพิเศษให้กับนักเรียนท่ี
ตอบคาถาม
ลงชอ่ื ภาวนิ ี ชาวหงษา
(นางสาวภาวนิ ี ชาวหงษา)
นักศกึ ษาทดลองสอน