The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียนโรงเรียนบ้านนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร) ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tom.banrong, 2022-05-26 02:26:16

คู่มือนักเรียนโรงเรียนบ้านนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร) ปีการศึกษา 2565

คู่มือนักเรียนโรงเรียนบ้านนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร) ปีการศึกษา 2565



คำนำ

หนงั สือคู่มือนกั เรยี นและผปู้ กครอง โรงเรียนบา้ นนาราบ (จลุ เกษตรศกึ ษาคาร) จดั ทำขน้ึ เพอื่ ให้
นกั เรยี นและผู้ปกครองไดศ้ กึ ษาและทำความเขา้ ใจเทย่ี วกบั หลกั สูตรสถานศึกษาของโรงเรยี น การ
จัดการเรยี นการสอน การวัดประเมินผลการจัดการเรียนร้ตู ามสภาพจริง และแนวปฏบิ ตั ขิ องนักเรยี น
ตามระเบยี บของโรงเรยี นบ้านนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร) ตลอดจนขอ้ มลู รายละเอียดตา่ งๆ ของ
โรงเรียน ทน่ี ักเรยี นและผู้ปกครองต้องศึกษารบั ทราบและปฏบิ ัตใิ ห้เปน็ แนวทางเดียวกัน การจดั การ
ศึกษาใหม้ ปี ระสิทธิภาพน้ันโรงเรียนตอ้ งได้รับการสนับสนนุ จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผปู้ กครองและ
ผู้ที่เกีย่ วขอ้ งในทกุ ๆดา้ น โดยครู นักเรยี น ผปู้ กครอง จำเป็นตอ้ งรับทราบรายละเอียดของกฎ ระเบียบ
ปฏบิ ัตขิ องโรงเรยี นอยา่ งชดั เจน และปฏิบัติตามอยา่ งเคร่งครดั เพ่ือช่วยควบคุม ดูแลให้ความช่วยเหลือ
นกั เรยี นในด้านความประพฤติ การเรียนและเป็นสอ่ื กลางในการประสานความรว่ มมือ ความเข้าใจอนั ดี
ระหวา่ งบ้านกับโรงเรียนให้นักเรียนประพฤตติ นเป็นคนเกง่ คนดีของสงั คมโรงเรียนบ้านนาราบ (จลุ
เกษตรศกึ ษาคาร) หวังเปน็ อย่างย่ิงว่าคู่มือนกั เรยี นและผปู้ กครองจะเป็นประโยชน์แกน่ กั เรียนท้ังดา้ น
การเรียน สารสนเทศ การปฏบิ ตั ิตนให้ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรยี น และเป็นประโยชนต์ อ่ ผู้ปกครอง
ท่จี ะช่วยอบรมนักเรียนให้เปน็ คนดี มรี ะเบยี บวินยั มคี ณุ ธรรม และจริยธรรม

นายกฤษดา อินแสง
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาราบ (จุลเกษตรศกึ ษาคาร)

ข หนา้

สารบัญ 1
2
ตราสัญลกั ษณป์ ระจำโรงเรียน 3
ประวตั ิโรงเรียน 3
ทำเนียบผ้บู ริหาร 3
วสิ ยั ทัศน์ 4
พันธกิจ 4
เปา้ หมายการจัดการศึกษา 5
ยุทธศาสตร์สู่ความสำเร็จ 6
โมเดลการบรหิ ารการศึกษา 7
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษา ระดบั ช้ันประถมศึกษา ห้องเรยี นปกติ 9
โครงสรา้ งหลักสูตรสถานศึกษา ระดบั ชนั้ ประถมศึกษา ห้องเรยี นสองภาษา (MEP) 10
การจัดการเรียนรู้ 10
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคโ์ รงเรยี นบ้านนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร) 11
บทบาทของผสู้ อนและผู้เรยี น 24
เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น 25
เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา 25
การรายงานผลการเรียน 16
เอกสารหลักฐานการศกึ ษา 20
ระเบยี บการของโรงเรยี นนาราบ (จลุ เกษตรศกึ ษาคาร) 20
บทบาทของผูป้ กครอง 21
เพลงมารช์ ขาว แดง
การแต่งกายนกั เรียน

1

ตราสญั ลกั ษณ์ประจำโรงเรยี น

นกพิราบขาวบนพื้นแดง นกพิราบขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ รักสันติ ใฝ่เรียนรู้ เมื่อได้รับมวล
ประสบการณแ์ ลว้ สามารถกา้ วสโู่ ลกกวา้ งตอ่ ไป

สปี ระจำโรงเรียน ขาว – แดง พระพุทธรูปประจำโรงเรียน

พระพทุ ธะ ภควมั สจั จญาณมุนี

ความหมายของสีประจำโรงเรยี น

สขี าว คอื ความบรสิ ุทธิข์ องนกั เรียน
สแี ดง คือ เลอื ดเนื้อที่หลอมรวมเป็นหนง่ึ เดยี ว

ปรัชญาของโรงเรียน สสุ สูสํ ลภเต ปัญญํ ผู้ตัง้ ใจศกึ ษา ยอ่ มได้มปี ัญญา

คำขวญั ประจำโรงเรยี น มารยาทงาม ความรู้ดี มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้

อตั ลกั ษณ์ นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานของชาติ มีคุณธรรม
นำความรู้ ส่งเสริมการใช้ภาษาองั กฤษเพื่อการส่อื สาร มุ่งส่มู าตรฐานสากล
อนุรักษ์ สืบสานภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน น้อมนำปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง

เอกลักษณ์ ตน้ แบบโรงเรียนดใี กล้บา้ น คิดเปน็ สือ่ สารสองภาษา รกั ษ์ดนตรีพ้ืนบา้ น
สบื สานภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน

2

ประวัติโรงเรยี นบา้ นนาราบ (จลุ เกษตรศกึ ษาคาร)

โรงเรียนบ้านนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร) ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2465 ณ บริเวณหมู่บ้านนาราบ หมู่ที่ 1
ตำบลนาน้อย อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน โดยความร่วมมือของประชาชน 4 หมู่บ้าน คือ บ้านนาราบ หมู่ที่ 1
บ้านนาหลวง หมู่ที่ 3 บ้านดอนไชย หมู่ที่ 2 สังกัดตำบลนาน้อย และบ้านทุ่งแล้ง (บ้านทุ่งมงคลปัจจุบัน)
หมู่ท6่ี ตำบลศรษี ะเกษ รว่ มกันสร้างอาคารเรียนชัว่ คราว กวา้ ง 8 เมตร ยาว 14 เมตร ฝาขดั แตะ มุงหลังคา
ด้วยหญ้าคาบนพื้นที่ 1.5 ไร่ โต๊ะม้านั่งใช้ขาตั้งแบบฝังดิน และตั้งชื่อโรงเรียนว่า “โรงเรียนบำรุงราษฎร”์
และส่งมอบให้กระทรวงธรรมการรับผดิ ชอบ เปิดทำการสอนตง้ั แต่ชนั้ มูลถงึ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 มีครูสอน
5 คน

พ.ศ. 2478 ได้รับจัดสรรงบประมาณจากทางราชการสร้างอาคารเรียนใหม่ เป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง
มีมุข หลังคามุงด้วยไม้เกล็ด เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า “โรงเรียนประชาบาล” (จุลเกษตรศึกษาคาร) ประจำตำบล
นาน้อย เปิดสอนตั้งแต่ชั้นมูลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 คำว่า “จุลเกษตรศึกษาคาร” ขุนกิจ ธนสาร
ซ่ึงเป็นนายอำเภอนาน้อยสมัยนน้ั เป็นผตู้ ง้ั ข้ึนโดยมีความหมายว่า “มีพืน้ ทีท่ ำการเกษตรน้อย”

พ.ศ.2492 เปิดสอนชั้นมลู ถงึ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4

พ.ศ.2500 เปลี่ยนชื่อโรงเรียน เป็นโรงเรียนบ้านนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร) ตามพระราชบัญญัติ
การศกึ ษา

พ.ศ.2503 ใช้หลักสูตรประถมศึกษา 2503 เปิดสอนชนั้ เด็กเล็กถงึ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 7

พ.ศ.2521 ใชห้ ลกั สูตรประถมศึกษา 2521 เปิดสอนต้งั แตช่ นั้ อนุบาลถึงช้ันประถมศึกษาปีที่ 6

พ.ศ.2548 ได้รับคัดเลือกจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ให้เป็น
โรงเรยี นปฐมวยั ต้นแบบของอำเภอนานอ้ ย และโรงเรยี นจดั การเด็กพเิ ศษเรียนรว่ ม

พ.ศ.2549 ได้รับการคัดเลือกเป็นศูนย์การจัดการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา
(ERIC CENTRE)

ปีการศึกษา2550 ไดร้ บั การคัดเลือกพัฒนาเปน็ ต้นแบบโรงเรียนดใี กลบ้ า้ น โรงเรยี นในฝนั รนุ่ ที่ 2

ปีการศึกษา 2556 ได้รับงบประมาณจัดสรรจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อบจ.) ด้าน
สื่ออิเลคทรอนิกส์ โดยจัดห้องเรียนอิเลคทรอนิกส์ จำนวน 1 ห้องเรียนและด้านอาคารสถานที่ได้มีการ
ปรบั ปรงุ

ปีงบประมาณ 2559 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 17,456,000 บาท สร้างอาคารเรียน
แบบ 212ล/57 - ข (เขตแผน่ ดินไหว) 3 ชั้น ใต้ถนุ โลง่

ปงี บประมาณ 2560 เตรยี มเปิดสอนหลักสตู รสองภาษา Mini English Program (MEP)

- สร้างลานกิจกรรมอเนกประสงค์

3

ทำเนียบผู้บริหารโรงเรยี นบ้านนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร)

1. นายผาย ไชยศรี ตำแหน่ง ครใู หญ่ 24 พ.ค.2465 – 30 ก.ย. 2491

2. นายเผดจ็ วงศ์วิจติ ร ตำแหน่ง ครใู หญ่ 1 ต.ค. 2491 – 30 มิ.ย. 2492

3. นายสมศักด์ิ สายนาค ตำแหนง่ ครูใหญ่ 1 ก.ค. 2492 - 17 พ.ย. 2494

4. นายแฝง ปิยศทพิ ย์ ตำแหน่ง ครใู หญ่ 18 พ.ย. 2494 - 31 มี.ค. 2495

5. นายสมศักด์ิ สายนาค ตำแหนง่ ครูใหญ่ 1 ม.ค. 2496 – 31 มี.ค. 2520

6. นายทองอยู่ ทนนั ไชย ตำแหนง่ อาจารยใ์ หญ่ 7 เม.ย. 2520 - 30 ก.ย. 2532

7. นายเธียร ไชยบญุ เรือง ตำแหนง่ อาจารยใ์ หญ,่ ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น

1 ต.ค.2532 – 30 ก.ย. 2534

8. นายณรงค์ สทิ ธิลภ ตำแหนง่ อาจารย์ใหญ,่ ผู้อำนวยการโรงเรยี น

11 เม.ย.2537 – 30 ก.ย.2550

9. นายสุพฒั น์ แสนวงศ์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี น 24 ม.ิ ย. 2551 - 8 ธ.ค.2556

10. นายศักดชิ์ าย รินนาศักด์ิ ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียน 9 ธ.ค.2556 - 30 ก.ย.2559

11. นายบญุ แต่ง ใจจนั ทร์ ตำแหน่งผอู้ ำนวยการโรงเรยี น 17 พ.ย. 2559 - 30 ก.ย.2562

12. นายกฤษดา อนิ แสง ตำแหน่งผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น 1 พ.ย. 2562 – ปจั จบุ ัน

วิสัยทัศน์

“ปีการศึกษา 2561 - 2564 โรงเรียนบ้านนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร) เป็นต้นแบบวิชาการที่
เปน็ เลิศ ส่ือสารสองภาษา ยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงาน บนพ้ืนฐานปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
สืบสานวัฒนธรรมวถิ นี ่าน สร้างโอกาสในการเรยี นรู้ เสริมสรา้ งคนดี คนเกง่ สูศ่ ตวรรษที่ 21 อย่างย่ังยนื ”

พนั ธกิจ

1. พฒั นาระบบบรหิ ารจดั การศกึ ษาดว้ ยระบบคณุ ภาพตามหลกั ธรรมาภิบาล
2. พฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาให้เป็นครูมอื อาชพี
3. พัฒนาคุณภาพนกั เรียนเทียบเคียงมาตรฐานสากล
4. พฒั นาสง่ เสริมนักเรยี นใหม้ คี ณุ ธรรม จริยธรรมทด่ี ีงาม ดำเนนิ ชวี ติ ตามวิถีไทย

และวิถนี ่าน

4

เป้าหมายการจัดการศกึ ษา

๑. ผู้เรยี นได้รับความรู้ตามหลักสูตรและมาตรฐานการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
๒. ครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาสามารถใชส้ ่ือนวตั กรรมและเทคโนโลยใี นการจัดการเรยี นรู้
๓. นักเรียนทกุ คนมคี ณุ ธรรม จริยธรรม สำนึกในความเป็นไทย
๔. นักเรยี นได้เรียนรู้ สืบสานวฒั นธรรม ประเพณไี ทย และวฒั นธรรมทอ้ งถ่นิ
๕. ผู้เรียนมีจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียง
๖. โรงเรียนบา้ นนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร) มีความเข้มแข็ง สามารถขับเคลื่อนการศึกษา

ข้นั พนื้ ฐานสคู่ วามเปน็ สากลโดยใช้หลกั ธรรมาภิบาล

ยุทธศาสตรส์ คู่ วามสำเรจ็

๑. กำหนดเป้าหมายมาตรฐานคุณภาพ

๒. ขบั เคลอ่ื นคุณภาพสู่มาตรฐาน
๓. ประเมินความสำเร็จตามมาตรฐาน
๔. กำหนดการเปลี่ยนแปลงสู่สถานศึกษาและสร้างคุณคา่ แก่วงวชิ าการ
๕. เสรมิ สรา้ งให้เกิดวัฒนธรรมคณุ ภาพทส่ี ะทอ้ นการพฒั นาทีย่ ัง่ ยืน

5

โมเดลการบริหารการศึกษาโรงเรยี นบา้ นนาราบ (จลุ เกษตรศึกษาคาร)

6

โครงสร้างหลักสตู รสถานศกึ ษา ระดับช้นั ประถมศกึ ษา
หอ้ งเรยี นปกติโรงเรียนบา้ นนาราบ (จลุ เกษตรศึกษาคาร)

กลุม่ สาระการเรยี นร้/ู กิจกรรม เวลาเรยี น (ช่วั โมง) ป.๕ ป.๖
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔
กลุม่ สาระการเรียนรู้ ๘๔๐ ๘๔๐
รายวชิ าพ้นื ฐาน ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๑๖๐ ๑๖๐
ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
คณติ ศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐ ๒๐๐ ๑๖๐
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐
๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๔๐ ๔๐
- วิทยาศาสตร์ ๔๐ ๘๐ ๘๐
- วิทยาการคำนวณ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๔๐ ๔๐
สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐
ประวัตศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐
สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐
ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ทศั นศลิ ป์ ๔๐
- ดนตรี-นาฏศลิ ป์ ๔๐ ๔๐
การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐
- งานบา้ น/งานประดิษฐ์/งานช่าง ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาต่างประเทศ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
รายวิชาเพมิ่ เติม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๑๒๐ ๑๒๐
หน้าที่พลเมือง ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๓๐ ๓๐
- แนะแนว ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
- กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น

ลูกเสือ-เนตรนารี

7

กลมุ่ สาระการเรียนรู้/กจิ กรรม เวลาเรยี น (ชว่ั โมง) ป.๖
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕

กลมุ่ สาระการเรียนรู้

รายวชิ าพ้นื ฐาน ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐

กิจกรรมชุมนม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

- กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐

กิจกรรมลดเวลาเรยี นเพมิ่ เวลาร/ู้ เสริมตาม ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
จุดเนน้ สถานศึกษา (ไทย/อังกฤษ/ STEM/
พฒั นาจิตใจ/พัฒนาสุขภาพ)

รวมเวลาเรยี นท้ังสนิ้ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐

หมายเหตุ กำหนดโครงสรา้ งเวลาเรยี น อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑
และโครงสร้างหลักสูตรปรับตามแนวการบริหารจัดการเวลาเรียนของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแนบท้ายประกาศ
กระทรวงศึกษาธิการ เรอื่ ง บรหิ ารจัดการเวลาเรียนของสถานศึกษาข้ันพื้นฐานการลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ และคู่มือ
บรหิ ารจัดการเวลาเรียนตามนโยบาย “ลดเวลาเรียนเพม่ิ เวลารู้” ของสำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา พ.ศ.๒๕๕๙ หน้า
๑๕-๒๑

โครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศกึ ษา ระดบั ชัน้ ประถมศึกษา
หอ้ งเรยี นสองภาษา (Mini English Program : MEP) โรงเรยี นบา้ นนาราบ(จุลเกษตรศึกษาคาร)

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้/กิจกรรม เวลาเรียน(ชัว่ โมง)
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
กลมุ่ สาระการเรียนรู้
รายวชิ าพน้ื ฐาน ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๘๐ ๘๘๐ ๘๘๐
ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
คณติ ศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
- วิทยาศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- วิทยาการคำนวณ
สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

8

กล่มุ สาระการเรียนรู้/กิจกรรม เวลาเรยี น(ชัว่ โมง)
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖

กลุ่มสาระการเรยี นรู้

รายวชิ าพ้นื ฐาน ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๘๐ ๘๘๐ ๘๘๐

ประวัตศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

ศิลปะ

- ทัศนศิลป์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

- ดนตรี-นาฏศลิ ป์ ๔๐ ๔๐ ๔๐

การงานอาชพี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

ภาษาตา่ งประเทศ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐

รายวิชาเพ่มิ เติม ๓๒๐ ๓๒๐ ๓๒๐ ๓๒๐ ๓๒๐ ๓๒๐

หนา้ ที่พลเมือง ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

ภาษาอังกฤษเพอื่ การสือ่ สาร ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐

คณติ ศาสตร์ (ภาษาอังกฤษ) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

วิทยาศาสตร์ (ภาษาองั กฤษ) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

- แนะแนว ภาษาองั กฤษ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

- กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
ลูกเสอื -เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมชุมนมภาษาอังกฤษ

- กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐

รวมเวลาเรียนท้งั สิ้น ๑,๓๒๐ ๑,๓๒๐ ๑,๓๒๐ ๑,๓๒๐ ๑,๓๒๐ ๑,๓๒๐

หมายเหตุ - กำหนดโครงสรา้ งเวลาเรยี น อยภู่ ายใตข้ อ้ กำหนดของหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐานพทุ ธศักราช ๒๕๕๑
และโครงสร้างหลักสูตรปรับตามแนวการบริหารจัดการเวลาเรียนของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแนบท้ายประกาศ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เร่อื ง บริหารจัดการเวลาเรียนของสถานศึกษาข้ันพื้นฐานการลงวันท่ี ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ และคู่มือ
บริหารจดั การเวลาเรียนตามนโยบาย “ลดเวลาเรียนเพิม่ เวลาร”ู้ ของสำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา พ.ศ.๒๕๕๙ หน้า
๑๕ - ๒๑

9

- โครงสร้างหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ( MEP) จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษใน
รายวิชาภาษาต่างประเทศ รายวิชาเพ่ิมเติมคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ จัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษโดยครูต่างชาติ
๑๓ ช่ัวโมง/สัปดาห์

การจดั การเรยี นรู้

การจดั การเรียนรเู้ ปน็ กระบวนการสำคัญในการนำหลกั สูตรสูก่ ารปฏิบัติ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
เปน็ เปา้ หมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน

ในการพฒั นาผ้เู รียนให้มคี ุณสมบัติตามเป้าหมายหลกั สูตร ผูส้ อนพยายามคัดสรร กระบวนการเรียนรู้
จัดการเรียนรู้ โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กำหนดไว้ในหลักสูตร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมท้ัง
ปลูกฝังเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะสำคัญให้ผู้เรียนบรรลุตาม
เปา้ หมาย

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคโ์ รงเรยี นบ้านนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร)

ขอ้ ท่ี 1 รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ข้อที่ 2 ซอ่ื สัตย์สจุ ริต
ขอ้ ที่ 3 มวี ินยั ข้อที่ 4 ใฝเ่ รยี นรู้
ขอ้ ท่ี 5 อยู่อย่างพอเพียง ข้อท่ี 6 ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
ขอ้ ท่ี 7 รักความเปน็ ไทย ข้อที่ 8 มีจติ สาธารณะ
ข้อท่ี 9 มคี วามรับผิดชอบตอ่ สงั คม

บทบาทของผ้สู อนและผู้เรยี น

การจัดการเรยี นรเู้ พื่อใหม้ ีคุณภาพตามเป้าหมายของหลกั สตู ร ผู้สอนและผเู้ รียนควรมีบทบาท ดังน้ี

บทบาทของผู้สอน

1) ศึกษาวเิ คราะห์ผเู้ รียนเปน็ รายบคุ คล แล้วนำขอ้ มูลมาใชใ้ นการวางแผนการจัดการเรียนรู้ที่
ท้าทายความสามารถของผเู้ รียน

2) กำหนดเป้าหมายทตี่ อ้ งการให้เกิดข้ึนกบั ผูเ้ รยี น ดา้ นความรู้ และทกั ษะกระบวนการ
ทเี่ ปน็ ความคิดรวบยอด หลกั การ และความสมั พนั ธ์ รวมท้งั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

3) ออกแบบการเรียนร้แู ละจัดการเรยี นร้ทู ต่ี อบสนองความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลและพฒั นาการ
ทางสมอง เพือ่ นำผเู้ รียนไปสู่เป้าหมาย

4) จัดบรรยากาศท่เี อ้ือต่อการเรียนรู้ และดแู ลช่วยเหลอื ผูเ้ รยี นให้เกดิ การเรยี นรู้

10

5) จัดเตรียมและเลอื กใช้สือ่ ให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ เทคโนโลยที ่เี หมาะสม
มาประยกุ ตใ์ ช้ในการจดั การเรียนการสอน

6) ประเมินความกา้ วหนา้ ของผเู้ รยี นดว้ ยวิธีการทหี่ ลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาตขิ องวิชาและ
ระดบั พฒั นาการของผเู้ รยี น

7) วเิ คราะห์ผลการประเมนิ มาใช้ในการซ่อมเสรมิ และพฒั นาผู้เรียน รวมทง้ั ปรับปรุง
การจดั การเรียนการสอนของตนเอง

บทบาทของผเู้ รยี น

1) กำหนดเป้าหมาย วางแผน และรบั ผดิ ชอบการเรียนรขู้ องตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตั้งคำถาม
คิดหาคำตอบหรือหาแนวทางแกป้ ัญหาดว้ ยวิธกี ารตา่ งๆ
3) ลงมอื ปฏบิ ัติจริง สรุปส่ิงทไ่ี ดเ้ รียนรู้ดว้ ยตนเอง และนำความรูไ้ ปประยกุ ต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ
4) มีปฏิสัมพันธ์ ทำงาน ทำกิจกรรมรว่ มกบั กล่มุ และครู
5) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรยี นร้ขู องตนเองอยา่ งตอ่ เน่อื ง

เกณฑ์การวดั และประเมินผลการเรียน

1. การตดั สนิ การใหร้ ะดับและการรายงานผลการเรยี น
1.1 การตัดสินผลการเรยี น
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดหลักเกณฑ์การวัดและ

ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เพอื่ ตัดสินผลการเรยี นของผู้เรียน ดงั น้ี
1) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด ตามเวลาใน

โครงสร้างเวลาเรยี น
2) ผเู้ รียนตอ้ งไดร้ ับการประเมินทุกตวั ช้วี ัดและผา่ นตามเกณฑ์ที่กำหนด
3) ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ ับการตดั สนิ ผลการเรยี นทุกรายวิชา
4) ผเู้ รียนต้องได้รบั การประเมนิ และมผี ลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑ์ทกี่ ำหนด ในการอ่านคิด

วิเคราะห์และเขยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ กจิ กรรมเสรมิ หลักสูตร และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน เพื่อให้การ
จัดการเรียนรู้บังเกิดผล ผู้เรียนต้องได้รับการพัฒนาอย่างเพียงพอในความรู้ ทักษะ คุณลักษณะที่กำหนด
ในตัวชี้วัด โดยมีเวลาเรียนที่เพียงพอต่อการพัฒนาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนตลอดปีการศึกษา
การตัดสินผลการเรียน ตัดสินเป็นรายวิชา โดยใช้ผลการประเมินระหว่างปีและปลายปีตามสัดส่วนที่กำหนด
ทุกรายวิชาต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนตามแนวทางการให้ระดับผลการเรียนและผู้เรียนต้องผ่าน
ทกุ รายวิชาพ้ืนฐาน

11

1.2 การให้ระดับผลการเรียน

1. การตัดสินผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทั้ง 8 กลุ่มสาระ และสาระ
การศึกษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง ให้ใชร้ ะบบตวั เลขแสดงระดับผลการเรยี น ดงั นี้

ระดบั ผลการเรียน ความหมาย ชว่ งคะแนนเปน็ ร้อยละ
4 ผลการเรียนดีเยีย่ ม 80 - 100
3.5 ผลการเรียนดีมาก 75 - 79
3 ผลการเรยี นดี 70 - 74
2.5 ผลการเรียนค่อนขา้ งดี 65 - 69
2 ผลการเรียนน่าพอใจ 60 - 64
1.5 ผลการเรียนพอใช้ 55 - 59
1 ผลการเรยี นผ่านเกณฑ์ข้ันตำ่ 50 - 54
0 ผลการเรียนตำ่ กว่าเกณฑ์ขน้ั ต่ำ 0 - 49

การตดั สนิ ผลการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ ผเู้ รยี นต้องเรียนรตู้ ามกล่มุ สาระการเรยี นรู้ท้งั 8 กล่มุ และ
สาระการศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง (กรณีจัดเปน็ รายวิชาเพม่ิ เตมิ ) ครบทุกรายวิชาในแต่ละชั้นปีตามโครงสร้าง
หลกั สตู รของโรงเรยี น

2. การประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ และการเขียน เปน็ ผ่านและไมผ่ า่ น ถา้ กรณีที่ผา่ น
กำหนดเกณฑ์การตัดสินเป็นระดบั คุณภาพ 3 ระดบั ดงั น้ี

ระดบั คณุ ภาพ 3 หมายถึง ดเี ยยี่ ม
ระดบั คณุ ภาพ 2 หมายถงึ ดี
ระดับคุณภาพ 1 หมายถงึ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
ระดับคุณภาพ 0 หมายถงึ ไมผ่ า่ น

3. การประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รวมทุกคุณลักษณะเพื่อการเลื่อนชั้นและจบ
การศกึ ษาเปน็ ผา่ นและไม่ผา่ น ในการผ่าน กำหนดเกณฑก์ ารตัดสนิ เปน็ ระดับคณุ ภาพ 3 ระดบั ดงั นี้

ระดบั คุณภาพ 3 หมายถึง ดเี ยย่ี ม

ระดับคณุ ภาพ 2 หมายถงึ ดี

ระดบั คุณภาพ 1 หมายถงึ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ

ระดบั คณุ ภาพ 0 หมายถึง ไมผ่ า่ น

การประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผู้เรยี น เพ่ือตัดสินใหถ้ ือคะแนนฐานนิยม

4. การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น มี 3 ลกั ษณะ คือ
1) กิจกรรมแนะแนว
2) กิจกรรมนกั เรียน ซึ่งประกอบดว้ ย

12

(1) กิจกรรมลกู เสอื ยวุ กาชาด โดย ผู้เรียนเลือกอยา่ งใดอยา่ งหนึง่ 1 กจิ กรรม
(2) กจิ กรรมชุมนมุ 1 กจิ กรรม
3) กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์
การประเมินจะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเขา้ ร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน
ตามเกณฑท์ ก่ี ำหนดและให้ผลการประเมนิ เป็น “ผา่ น” และ “ไม่ผ่าน”
“ผ่าน” หรือ “ผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทั้ง 3 กิจกรรม
ปฏบิ ัติกิจกรรมและมีผลงานตามเกณฑท์ ่ีกำหนด
“ไม่ผ่าน” หรือ “มผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทั้ง 3 กิจกรรม ปฏิบัติ
กจิ กรรมและมีผลงานไมเ่ ป็นไปตามเกณฑท์ ่ีกำหนด

5. การประเมินกิจกรรมเสริมหลกั สตู ร
การประเมินจะตอ้ งพิจารณาทั้งเวลาการเขา้ ร่วมกิจกรรม การปฏิบัตกิ ิจกรรมและผลงาน

ของผูเ้ รยี นตามเกณฑท์ ่กี ำหนดและให้ผลการประเมินเป็น “ผา่ น” และ “ไม่ผา่ น”
“ผ่าน” หรือ “ผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน

ตามเกณฑท์ ก่ี ำหนด
“ไม่ผ่าน” หรือ “มผ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรม และมี

ผลงานไม่เปน็ ไปตามเกณฑ์ทกี่ ำหนด
ในกรณีที่ผู้เรียนได้ผลของกิจกรรมเป็น “มผ” ครูผู้ดูแลต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียน

ทำกิจกรรม ในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้เข้ารว่ มหรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้
ทัง้ น้ี ตอ้ งดำเนินการให้เสรจ็ สน้ิ ภายในปกี ารศกึ ษานัน้ ยกเวน้ มีเหตสุ ดุ วิสัยให้อยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของถานศึกษา

1.3 การเล่อื นชั้น

ผเู้ รียนจะได้รับการเล่ือนชั้น เมื่อสิ้นปกี ารศกึ ษา และมีคณุ สมบัติตามเกณฑด์ ังตอ่ ไปนี้
1. ผู้เรียนมีเวลาเรียนตลอดปกี ารศึกษาไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทงั้ หมด
2. ผู้เรียนได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด / ทุกผลการเรียนรู้และต้องมีผลการประเมินผ่าน
ตวั ช้วี ัด / ผลการเรียนร้ทู ั้งหมด
3. ผ้เู รียนมผี ลการประเมินตงั้ แตร่ ะดบั 1 ขน้ึ ไป ทุกกลมุ่ สาระการเรียนรู้
4. ผู้เรยี นมผี ลการประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น ในระดบั ผ่าน ขน้ึ ไป
5. ผเู้ รยี นมีผลการประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ในระดบั ผา่ น ขึ้นไป
6. ผ้เู รียนมีผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในระดับ ผา่ น ข้ึนไป
ทั้งนี้ ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถพฒั นา
และสอนซอ่ มเสรมิ ได้ ใหอ้ ยูใ่ นดลุ ยพนิ จิ ของสถานศึกษาท่ีจะผ่อนผนั ใหเ้ ลอ่ื นชัน้ ได้
อน่ึง ในกรณที ผี่ ู้เรยี นมหี ลักฐานการเรียนรทู้ ี่แสดงวา่ มีความสามารถดเี ลศิ สถานศึกษาอาจให้
โอกาสผู้เรียนเลื่อนชนั้ กลางปีการศกึ ษา โดยสถานศกึ ษาแต่งต้งั คณะกรรมการ ประกอบด้วย ฝ่ายวิชาการของ

13

สถานศึกษาและผู้แทนของเขตพื้นที่การศึกษาหรือต้นสังกัด ประเมินผู้เรียนและตรวจสอบคุณสมบัติให้
ครบถว้ นตามเงือ่ นไขท้ัง 3 ประการ ต่อไปนี้

1) มีผลการเรียนในปกี ารศกึ ษาทผ่ี า่ นมาและมผี ลการเรียนระหวา่ งปที กี่ ำลงั ศกึ ษาอยู่ในเกณฑ์
ดีเยี่ยม

2) มวี ุฒภิ าวะเหมาะสมทจี่ ะเรยี นในชัน้ ท่สี ูงขน้ึ
3) ผ่านการประเมินผลความรู้ความสามารถทุกรายวิชาของชัน้ ปีที่เรียนปัจจบุ ัน และความรู้
ความสามารถทุกรายวิชาในภาคเรียนแรกของชั้นปีที่จะเลื่อนขึ้น การอนุมัติให้เลื่อนชั้นกลางปีการศึกษาไป
เรยี นชัน้ สูงขน้ึ ได้ 1 ระดบั ชน้ั นี้ ต้องได้รับการยนิ ยอมจากผู้เรยี นและผู้ปกครอง และตอ้ งดำเนินการให้เสร็จส้ิน
ก่อนเปดิ ภาคเรยี นที่ 2 ของปกี ารศกึ ษานน้ั
สำหรับในกรณีทีพ่ บวา่ มผี ้เู รยี นกลุ่มพเิ ศษประเภทต่าง ๆ มีปัญหาในการเรยี นรู้ ใหส้ ถานศกึ ษา
ดำเนินงานร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/ศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัด/ศูนย์การศึกษาพิเศษเขต
การศกึ ษา/หนว่ ยงานตน้ สงั กดั โรงเรียนเฉพาะความพกิ าร หาแนวทางการแกไ้ ขและพฒั นา

1.4 การสอนซอ่ มเสรมิ

การสอนซ่อมเสริม เป็นการสอนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง กรณีที่ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะกระบวนการ
หรือเจตคติ/คุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด สถานศึกษาต้องจัดสอนซ่อมเสริมเป็นกรณีพิเศษ
นอกเหนือไปจากการสอนตามปกติ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดที่
กำหนดไว้ เป็นการให้โอกาสแก่ผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนา โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและ
ตอบสนองความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล

1.5 การเรียนซำ้ ชัน้

ผู้เรยี นท่ไี ม่มคี ุณสมบตั ติ ามเกณฑก์ ารเล่ือนชั้น จะตอ้ งเรยี นซ้ำชั้น แต่ทง้ั นอ้ี าจไดร้ บั การพิจารณา
ใหเ้ ล่ือนช้ันได้ หากผเู้ รยี นมีคุณสมบัติข้อใดขอ้ หนงึ่ ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. เวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 อันเนื่องจากสาเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัย แต่มีคุณสมบัติตาม
เกณฑ์การเลอ่ื นชั้นในข้ออืน่ ๆ ครบถ้วน

2. ผู้เรยี นมีผลการประเมนิ ผ่านมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชีว้ ัดไมถ่ ึงเกณฑต์ ามท่ีกำหนดในแต่ละ
รายวิชา แต่เห็นว่าสามารถสอนซ่อมเสริมได้ในปีการศึกษานั้น และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การเลื่อนช้ัน
ในข้ออน่ื ๆ ครบถ้วน

3. ผู้เรียนมผี ลการประเมนิ รายวิชาในกลุม่ สาระภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศกึ ษา
ศาสนาและวัฒนธรรมอยู่ในระดับผ่านก่อนที่จะให้ผู้เรียนเรียนซ้ำชั้น สถานศึกษาควรแจ้งให้ผู้ปกครองและ
ผเู้ รยี นทราบเหตุผลของการเรียนซำ้ ช้ัน

14

เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลเชียงราย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 กำหนดเกณฑ์สำหรับการจบการศึกษา กำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการจบการศึกษาเปน็
1 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ดงั น้ี

(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียนท่ี
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐานกำหนด

(2) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา
กำหนด

(3) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามที่สถานศึกษากำหนด

(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากำหนด

(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากำหนด

การรายงานผลการเรียน

การรายงานผลการเรียนเปน็ การสือ่ สารให้ผปู้ กครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการเรียนรู้
ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะๆ
หรือภาคเรยี นละ 1 ครั้ง

การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดบั คุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนที่สะท้อนมาตรฐาน
การเรยี นรกู้ ลุ่มสาระการเรียนรู้

เอกสารหลกั ฐานการศึกษา

เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศ
ทเี่ กย่ี วข้องกับพัฒนาการของผเู้ รยี นในด้านตา่ ง ๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังน้ี

1. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาที่กระทรวงศกึ ษาธิการกำหนด ประกอบด้วย
1) ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1)
2) ประกาศนยี บตั ร (ปพ.2) (สำหรับนกั เรียนจบการศึกษาภาคบังคับคอื ชัน้ มัธยมศึกษาปีที3่ )
3) แบบรายงานผู้สำเร็จการศกึ ษา (ปพ.3)

2. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาทีส่ ถานศกึ ษากำหนด ประกอบดว้ ย

1) แบบบนั ทกึ การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน (ปพ.5)

15

เป็นเอกสารสำหรับผู้สอนใช้บันทึกเวลาเรียน ขอ้ มูลผลการวัดและประเมินผล การเรียนกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ข้อมูลการประเมินความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะห์ และเขียน
และขอ้ มูลการพฒั นาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนแต่ละคนที่เรียน ในหอ้ งเรยี นหรือกลมุ่ เดียวกัน เพ่ือ
ใช้เป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริมและตัดสินผล การเรียนของผูเ้ รยี น
รวมทง้ั ใช้เปน็ หลักฐานสำหรับตรวจสอบ ยนื ยันสภาพการเรียน การมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมต่างๆ และผลสัมฤทธิ์
ของผู้เรียนแตล่ ะคน

2) แบบรายงานผลการพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รยี นรายบคุ คล (ปพ.6)
เป็นเอกสารสำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลการเรียน พัฒนาการในด้านต่าง ๆ และข้อมูล
อนื่ ๆของผเู้ รียน ท้ังที่สถานศกึ ษาและท่ีบา้ น เพอื่ ใช้สำหรบั สือ่ สารระหว่างสถานศกึ ษากับผู้ปกครองของผู้เรียน
ใหร้ ับทราบและเกดิ ความเขา้ ใจในตวั ผเู้ รียนรว่ มกนั
3) ใบรับรองผลการศกึ ษา (ปพ.7)
เป็นเอกสารทีส่ ถานศึกษาออกให้กับผู้เรียนเป็นการเฉพาะกิจเพื่อรับรองสถานภาพทางการ
ศึกษาของผู้เรยี นเปน็ การช่วั คราว ทง้ั กรณผี ู้เรยี นยังไม่สำเร็จการศกึ ษาและสำเร็จการศกึ ษาแลว้ ทั้งน้ีมีอายุการ
ใชง้ านได้ไมเ่ กนิ 60 วนั
4) ระเบียนสะสม (ปพ.8)
เป็นเอกสารสำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและผลงานด้านต่างๆ ของผู้เรียนทั้งที่
สถานศกึ ษาและทบี่ ้านเพ่อื ประโยชน์ในการแนะแนวผู้เรยี นในทุก ๆ ด้าน

การสนับสนุนงบประมาณเพอื่ พัฒนาการศึกษาโรงเรยี นบา้ นนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร) มชี อ่ งทางดังนี้

1. แบบเดิม จ่ายด้วยเงินสดทค่ี ุณครูประจำช้นั

2. โอนผา่ นบัญชธี นาคารออมสนิ สาขานาน้อย หมายเลขบัญชี 020364000370

ชือ่ บญั ชี เงินบริจาค รร.บา้ นนาราบฯ แลว้ สง่ สลปิ การโอนเงนิ ใหค้ รูประจำชัน้

ระเบยี บการของโรงเรยี นนาราบ (จลุ เกษตรศึกษาคาร)

การรบั สง่ นักเรียน

1. ให้ผูป้ กครองมาส่งนักเรยี นทีโ่ รงเรยี นตัง้ แต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป
2. ให้ผูป้ กครองมารับนักเรียนทโี่ รงเรยี นตามเวลาดงั น้ี

2.1 ระดบั กอ่ นประถมศึกษาให้มารบั นกั เรียนได้ตัง้ แตเ่ วลา 15.00 น.
2.2 ระดับประถมศึกษาให้มารับนกั เรยี นได้ตั้งแตเ่ วลา 15.30 น. ไมเ่ กนิ เวลา 17.00 น.
โดยครเู วรประจำวันจะดแู ลการส่งนักเรยี นจนถงึ เวลา 17.00 น.

16

3. ในกรณีที่ท่านไม่สามารถมารับนักเรียนได้เองในเวลาที่กำหนด ให้ผู้ปกครองแจ้งครูประจำชั้น
ได้รบั ทราบ และทางโรงเรียนจะจัดครเู วรมาดแู ทน และให้นกั เรียนทำกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชน์

การแต่งกาย

1. การไว้ทรงผม
นกั เรยี นชาย
นกั เรยี นชายให้ไว้ผมสัน้ ทรงนักเรยี นเท่านั้น

นกั เรียนหญงิ
นกั เรยี นหญิงไวผ้ มสน้ั หรือผมยาวกไ็ ด้ กรณที ไี่ วผ้ มยาวให้ถักเปียผมใหเ้ รียบร้อย รัดผมด้วย

ยางรัดผมสดี ำใช้โบผูกผมสกี รมท่าและห้ามสวมใส่เคร่อื งประดับ เช่น ตา่ งหูแฟชั่น แหวน กบิ๊ ติดผมสีสดใส

2. เคร่อื งแบบนักเรยี น
นักเรียนชาย ระดบั กอ่ นประถมศึกษา
1. เสื้อนักเรียน ผ้าสีขาว แบบคอเชิ้ต แขนสั้น กระดุมหน้า ติดกระดุมที่ขอบกางเกง หรือ

เส้อื เอวจั๊ม
2. กางเกงนกั เรยี นสกี รมทา่ ขาส้ัน
3. ผา้ กันเปื้อนตามสีทค่ี รูประจำชน้ั กำหนด
4. เคร่ืองหมาย
- หนา้ อกเสือ้ ด้านขวา ปักชื่อและนามสกลุ กระเปา๋ เสือ้ นกั เรียนด้านซ้ายปัก “นาราบ”

แถวบน และเลขประจำตัวแถวล่าง
- ปักด้วยดา้ ยหรือไหมสนี ำ้ เงนิ

5. รองเท้าหนงั สีดำ แบบหมุ้ สน้
6. ถุงเท้านกั เรยี นข้อสน้ั สีขาว

นกั เรียนหญิง ระดับก่อนประถมศึกษา

1. เสอื้ นกั เรยี น ผ้าสขี าว แบบคอบัว แขนสนั้ นงุ่ ทบั
2. กระโปรงนักเรยี นสกี รมท่าแบบจบี รอบ
3. ผ้ากันเป้ือนสีตามทคี่ รูประจำชนั้ กำหนด
4. เคร่อื งหมาย

- หนา้ อกเสอื้ ด้านขวา ปักช่ือและนามสกุล กระเปา๋ เสอ้ื นกั เรียนด้านซ้ายปกั “นาราบ”
แถวบน และเลขประจำตวั แถวล่าง

- ปกั ดว้ ยด้ายหรือไหมสนี ้ำเงนิ
5. รองเทา้ หนังสีดำ แบบหมุ้ ส้น

17

6. ถุงเทา้ นกั เรียนข้อสั้นสขี าว

ชุดพลศกึ ษาระดบั ก่อนประถมศึกษา
1. เสื้อพลศึกษาสแี ดงของโรงเรียน
2. กางเกงพละขาสนั้ สีแดง ตามแบบของโรงเรยี น

นกั เรยี นชาย ระดับประถมศกึ ษา

1. เสอ้ื นกั เรยี น ผา้ สีขาวเกล้ียง แบบคอเช้ิต แขนสนั้ เหนือศอก กระดุมหน้า
2. กางเกงนักเรียนขาสั้นเหนือเข่า สีกากี ปลายขาพับชายเข้าข้างใน มีกระเป๋าตามแนว
ตะเขบ็ ดา้ นละ 1 กระเป๋า เวลาสวมให้ทับชายเส้อื ให้เรยี บร้อย
3. การปกั เครอื่ งหมาย

- หน้าอกเสื้อด้านซ้าย ปักชื่อและนามสกุล ด้านขวาปัก “นาราบ” แถวบน และเลข
ประจำตัวแถวลา่ ง

- ปกั ด้วยดา้ ยหรือไหมสีนำ้ เงิน
4. เขม็ ขดั ใชเ้ ข็มขัดลูกเสอื
5. รองเทา้ ใชร้ องเทา้ ผา้ ใบหุ้มสน้ ผูกเชือก สนี ำ้ ตาล ไม่มีลวดลาย
6. ถงุ เท้าข้อยาวสีนำ้ ตาลไมม่ ลี วดลาย

นักเรียนหญิง ระดบั ประถมศกึ ษา

1. เสอ้ื นักเรยี น ผ้าสีขาวเกล้ียง ชั้นป.1-3 แบบคอบวั แขนส้ัน / ชน้ั ป.4-6 แบบปกทหารเรือ
ผกู หกู ระตา่ ย

2. กระโปรงนักเรยี นสีกรมท่าแบบดา้ นละ 6 จีบ
3. การปักเครือ่ งหมาย

- หน้าอกเสื้อด้านซ้าย ปักชื่อและนามสกุล ด้านขวาปัก “นาราบ” แถวบน และเลข
ประจำตวั แถวล่าง

- ปกั ดว้ ยด้ายหรอื ไหมสนี ำ้ เงนิ
4. รองเท้าหนงั สดี ำแบบหมุ้ สน้
5. ถงุ เท้าขอ้ สั้นสขี าวไมม่ ีลวดลาย

ชดุ พลศกึ ษาระดบั ประถมศึกษา

1. เสื้อพลศกึ ษาของโรงเรียน
2. กางเกงพลศึกษาตามแบบของโรงเรยี น
3. รองเทา้ นักเรยี นชายสวมรองเท้าผ้าใบสีขาว ถงุ เทา้ สขี าว
4. รองเทา้ นกั เรียนหญงิ สวมรองเทา้ ผา้ ใบสขี าว ถงุ เทา้ สขี าว

18

ชุดลูกเสือ เนตรนารี

ให้แต่งกายตามระเบยี บการแต่งกายของลูกเสอื และ เนตรนารี

ชุดพื้นเมอื ง

แต่งกายชดุ พนื้ เมืองให้แตง่ กายตามแบบทโ่ี รงเรียนกำหนดในวนั ศุกร์และวนั สำคญั อื่นๆ

หมายเหตุ

1. กรณแี ต่งกายชุดนักเรียน/ ชดุ ลูกเสอื /ชดุ เนตรนารี ให้สวมรองเท้าหุ้มสน้ สดี ำ
2. กรณแี ต่งกายด้วยชุดพนื้ เมือง ใหส้ วมรองเท้ารัดสน้ สีสภุ าพ

การรบั นักเรยี น

1. การรบั นักเรียนตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการในชน้ั อนบุ าลปีที่ 2, ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1
2. การรบั ย้ายนกั เรยี นระหว่างปีการศึกษา (ทกุ หอ้ งเรียน)

2.1 จำนวนนกั เรยี นเป็นไปตามเกณฑท์ ี่ สพฐ. กำหนดถา้ เกนิ เกณฑ์ไม่สามารถรบั ยา้ ยได้
2.2 ในกรณีที่รับย้าย (ระดับกอ่ นประถมศึกษา) จะต้องมีการประเมินความพรอ้ มดา้ นพฒั นาการ
ทัง้ 4 ด้าน (รา่ งกาย อารมณ์-จติ ใจ สังคม สติปญั ญา)
2.3 ในกรณที ร่ี บั ย้าย (ระดบั ประถมศกึ ษา) จะตอ้ งมกี ารประเมินความรคู้ วามสามารถตามเกณฑ์
ขั้นต่ำร้อยละ 60 ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา
ภาษาอังกฤษ
2.4 ในกรณีรับย้ายห้องเรียนพิเศษ (MEP) ต้องมีการทดสอบความรู้ความสามารถด้าน
ภาษาอังกฤษร่วมกับครูชาวต่างชาติ

สขุ ภาพและการประกนั อุบัตเิ หตุ

1. ทางโรงเรยี นจะทำประกนั อบุ ัติเหตุให้กับนักเรียนทกุ คน
2. กรณีที่นักเรียนเจ็บป่วยกรุณาแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ และถ้านักเรียนมีความจำเป็นใน
การรับประทานยาในขณะทีอ่ ยู่โรงเรยี นควรแจ้งให้ครูพร้อมบอกคำแนะนำในการใช้ยา กรณีที่เด็กป่วยควรให้
พกั ผ่อนอยบู่ า้ น

อาหาร

ทางโรงเรียนเตรียมอาหารกลางวันและอาหารเสริม(นม) ให้กับนักเรียนทุกคน ในกรณีที่นักเรียน
แพ้อาหารหรือทานอาหารบางชนิดไมไ่ ด้ กรุณาแจ้งใหก้ ับทางโรงเรยี นทราบดว้ ย และไมอ่ นญุ าตให้นำขนมและ
ของคบเคย้ี วทุกชนดิ มารบั ประทานในโรงเรยี นท้งั กอ่ นและหลงั โรงเรยี นเลิก

การลงโทษนักเรียน

19

1. ในกรณีท่นี กั เรยี นทำผดิ ระเบียบตา่ ง ๆของทางโรงเรยี น โรงเรียนมีมาตรการโดย
1.1 ว่ากล่าวตักเตือน
1.2 แจ้งผปู้ กครองทราบ

2. ในกรณีที่นักเรียนทะเลาะวิวาทในโรงเรียนหรือแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แจ้งให้ผู้ปกครอง
ทราบและเชิญผู้ปกครองมาพบเพื่อหาแนวทางปรับเปลยี่ นพฤติกรรมร่วมกนั

3. กรณที ี่นกั เรียนทำลายทรพั ย์สนิ ของทางโรงเรียนและของเพ่ือน นักเรียนตอ้ งชดใชแ้ ละซ่อมบำรุงให้
คงเดมิ

การใช้โทรศพั ท์

ทางโรงเรยี นอนุญาตใหน้ กั เรยี นนำโทรศัพทม์ าไวเ้ พอื่ ทำกิจกรรมหรือตดิ ต่อกบั ผปู้ กครอง ซ่ึงกอ่ นเข้า
แถวเคารพธงชาติ ใหน้ ักเรียนปิดโทรศพั ท์และนำโทรศัพทฝ์ ากไว้กับครปู ระจำชนั้ ในกรณีทต่ี อ้ งการใช้โทรศพั ท์
ระหว่างวันให้ติดต่อกับครูประจำชั้น เพื่อนำมาใช้สำหรับปฏิบัติกิจกรรม และสามารถรับโทรศัพท์คืนจาก
ครูประจำชั้นได้ตั้งแต่เวลา 15.30 น. กรณีที่เกิดการสูญหายหรือเสียหายซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทำของ
นกั เรยี นทางโรงเรียนจะไม่รับผดิ ชอบทกุ กรณี

บทบาทของผู้ปกครอง

ผู้ปกครองสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของโรงเรียน ผ่านทางระบบออนไลน์ ซึ่งได้แก่
กลุ่มไลน์ของห้องเรียน Facebook , Web page และ ประกาศของโรงเรยี น ขอสงวนสิทธ์ิในการเขา้ ห้องเรียน
และขน้ึ อาคารเรยี นโดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต ยกเว้นได้มีการนัดหมายกับทางครูผสู้ อนหรอื ทางโรงเรยี นไว้ล่วงหนา้

สภานกั เรียนโรงเรยี นบ้านนาราบ (จลุ เกษตรศกึ ษาคาร)

โรงเรียนบ้านนาราบ (จุลเกษตรศึกษาคาร) มีตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมบริหารงานของโรงเรียน
ในรูปแบบของสภานกั เรยี น โดยมกี ารเลือกต้งั ปลี ะ 1 ครัง้

20

เพลงมาร์ช ขาว แดง

ขาวแดงคือธงชยั งามสง่า อย่คู ่ฟู า้ ธาณินทรจ์ นสน้ิ สญู
ศูนยร์ วมใจย่ิงใหญ่แผไ่ พบลู ย์ นาราบ(จุลเกษตรศกึ ษาคาร)

เราภมู ิใจในเกยี รติและยศศักดิ์ ให้ประจกั ษ์ทว่ั ไปในเขตคาม
ทุกชวี ิตครศู ิษยเ์ ล่อื งลอื นาม มงุ่ ทำตามปณธิ านสานสืบไป

มคี ำขวัญประจำใจใหย้ ึดมน่ั สฝู่ ่งั ฝันส่ปี ระการเนิ่นนานปี
มรรยาทงามอกี ทัง้ ความรู้ดี มวี ินยั มนี ำ้ ใจนักกีฬา

ขาวแดงรวมดวงใจใหก้ ล้าแกรง่ ดจุ ดั่งแสงแหง่ ศรัทธาพาเลอื่ มใส

แหลง่ ความรู้ดนตรกี ฬี าไทย จงย่งิ ใหญ่คูเ่ ด็กไทย ชยั ชโย

(รอ้ ง 2 เทย่ี ว)

21

การแตง่ กายนักเรยี น

ชดุ นักเรียนระดับชนั้ อนบุ าล ชดุ พลศึกษาระดบั ชน้ั อนบุ าล

ชดุ พื้นเมืองระดับชน้ั อนุบาล

22

ชดุ นกั เรียนระดับชน้ั ป.1-๔ ชดุ นกั เรียนระดบั ชน้ั ป.๕-6

ชดุ พลศึกษาระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษา ชุดพน้ื เมืองระดับชน้ั ประถมศกึ ษา

23

ชดุ ลูกเสอื -เนตรนารีระดบั ชนั้ ป.1-3 ชดุ ลกู เสอื -เนตรนารรี ะดับชน้ั ป.4-6


Click to View FlipBook Version