มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
นายทวีรตั น์ คลา้ ยนุ่ม
รหสั 6253100108
ข้อสอบ ปลายภาคเรียนที่ 1/2562 คณะศกึ ษาศาสตร์ สาขาการบรหิ ารการศึกษา
รหสั วชิ า MEA 202 ชอ่ื วชิ า นโยบายและการางแผนกลยุทธ์ทางการศึกษา คะแนนเตม็ 30 คะแนน
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คาชี้แจง
1. ขอ้ สอบมีทั้งหมด 3 ข้อ ให้ทาทกุ ข้อ
2.ให้พมิ พข์ อ้ สอบลงในกระดาษ A 4 ตอ้ งมกี ารอ้างองิ นามปีและมบี รรณานุกรมทุกข้อ
ข้อสอบ
ขอ้ 1 ทศิ ทางการศึกษาของโลกในอนาคต เป็นการศกึ ษามุ่งเปา้ ไปท่เี รอ่ื งคณุ ภาพ ประสิทธภิ าพ โอกาสการ
เขา้ ถงึ การศึกษาในทกุ ช่วงชีวิต ในฐานะทเ่ี ปน็ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษานกั ศกึ ษาเขา้ ใจวา่ อย่างไร อธบิ ายพร้อม
ยกตวั อยา่ งประกอบอย่างชัดเจน
ตอบ ทศิ ทางการศกึ ษาของโลกในอนาคต ท่ามกลางแนวโนม้ สาคญั ๆ แหง่ ศตวรรษท่ี 21 ทเ่ี ต็มไปด้วยพลวัตโลกท่ี
สลับซับซ้อน ส่งผลกระทบสูงต่อคนรุ่นใหม่ต้ังแต่แนวโน้มประชากรท่ีก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ บริบทความขัดแย้งทาง
การเมือง ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลและวิทยาการต่างๆ ที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และ
วัฒนธรรม แนวโน้มภัยพิบัติทางธรรมชาติท่ีรุนแรงขึ้นเป็นลาดับ ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติตลอดจน
แนวโน้มการเคลื่อนย้ายของประชากรข้ามชาติชนกลุ่มน้อย การเรียกร้องสิทธิโอกาส ความเสมอภาค และความ
เป็นอยทู่ ีด่ ี สิ่งเหลา่ นีล้ ้วนเปน็ บริบทท้าทายและตง้ั คาถามต่อการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ เช่นสังคม ยุคใหม่นี้คนจะอยู่
รอดปลอดภัยหรือมอี ายยุ ืนยาวขึน้ ท่ามกลางความขัดแยง้ ทางสงั คมวฒั นธรรมท่เี พม่ิ มากขนึ้ ได้อยา่ งไร คนจะมีวิธีการ
ปรับตัว เรียนรู้และอดทนต่อสภาพเศรษฐกิจที่พลิกผันข้ามคืนได้อย่างไร เด็กและผู้คนในยุคสังคมดิจิทัล จะใช้
เทคโนโลยอี ย่างสรา้ งสรรค์เพื่อตนเองและสังคมทอี่ ยูร่ ว่ มกันได้อย่างไร เป็นต้น แนวโน้มเหล่านี้ไม่เพียงแต่ตั้งคาถาม
ต่อชวี ติ คนยุคใหม่ แตย่ ังผกู โยงกบั โจทยข์ องการศึกษาทีต่ ้องตอ่ สกู้ ับแนวโน้มใหม่ ๆ และสถานการณ์ปัญหาสืบเนื่อง
ไมว่ า่ จะเปน็ ความเส่ียงและแนวโน้มวิกฤตเด็กเข้าไม่ถึงการศึกษา เด็กด้อยโอกาส และหลุดออกจากระบบโรงเรียน
ตัวเลข ผู้ไม่รหู้ นังสอื เดก็ ยา้ ยถ่นิ และคนข้ามชาติ ความเหลื่อมลา้ ดา้ นคณุ ภาพการศกึ ษา ความอ่อนด้อยของคุณภาพ
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
คน ฯลฯ ในประเทศไทย เราไม่เพียงแต่ต้องต่อสู้กับปรากฏการณ์ท่ีเกิดข้ึน แต่ยังต้องเผชิญกับแรงขับเคลื่อนเชิง
ยุทธศาสตร์ที่พุ่งเป้าการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มุ่งจะยกระดับคุณภาพการศึกษาไปพร้อม ๆ กับเป้าหมายการพัฒนาที่
เก่ียวข้อง รวมถึงทิศทางการพฒั นาประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 การปฏิรูประบบการศึกษาด้วยยุทธศาสตร์ต่าง ๆ
ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหลา่ นม้ี ีนัยต่อทิศทางของการพัฒนาการศกึ ษาไทย โดยเฉพาะโจทยข์ องการศกึ ษาที่ต้องสร้างคนยุคใหม่ท่ี
มีทกั ษะอนาคต โดยไม่จากดั เพียงแคก่ ลมุ่ วัยเรียนทุกระดับที่มีอยู่ราว 15 ล้านคน แต่ยังรวมถึงกลุ่มคนนอกวัยเรียน
อกี 35 ลา้ นคน เพ่อื การมีชวี ิตและการมงี านทาทีม่ ั่นคงในชมุ ชนท้องถิน่ ซึ่งเปน็ โจทยใ์ หญก่ ว่าสมรภูมิคาตอบของ O-
Net หรือ PISA (Programme for International Student Assessment) และบนความร่วมมือร่วมพลังของทุก
ฝ่ายไม่วา่ จะเป็นประชาชน ชมุ ชน ท้องถ่ิน เอกชนทีต่ ้องเขา้ มามีส่วนร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาเพ่ืออนาคต
ท่ดี ีรว่ มกัน
ความเคลือ่ นไหวและนวัตกรรมทางการศกึ ษาเพ่อื อนาคต
1. แนวคิดวิธีวิทยาและการจัดการเรียนรู้ นับตั้งแต่การค้นพบองค์ความรู้ใหม่ ๆ ด้านประสาทวิทยาศาสตร์
(neuroscience) ท่ีกลายเป็นฐานในการพัฒนามนุษย์ ส่งผลต่อการปฏิรูปกระบวนทัศน์เรื่องการเรียนรู้
ตลอดชีวิตอย่างมาก ท้ังในเชิงการเปล่ียน “Pedagogy” วิธีวิทยาการสอน สาหรับเด็กวัยเรียน
“Andragogy” สาหรับการศึกษาวัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงเรื่อง “Gerontology and geriatrics Education”
เพอื่ การส่งเสรมิ การศกึ ษาสาหรบั ผสู้ ูงวัย โดยกระบวนการเรียนรู้ใหม่ไม่เพียงแต่ต้องสร้างทักษะศตวรรษท่ี
21 (21st century skills) ท่ีประกอบด้วยทักษะพ้ืนฐานที่สาคัญอย่าง “3R 7C 2L” “อ่าน เขียน คิด
คานวณ” และ “กลุ่มทักษะที่จาเป็นต่อการดาเนินชีวิต อนาคต” และ “การเรียนรู้และความเป็นผู้นา”
ตั้งแต่วัยเด็กแล้ว ท่ัวโลกยังตื่นตัวต่อการพัฒนาทักษะอนาคต (future work skills) หลากหลายทักษะที่
จาเป็นตอ่ การดาเนนิ ชีวติ ของคนยุคใหม่ให้มีความฉลาดในการใช้ชีวิตในแต่ละช่วงวัยและความพร้อมเข้าสู่
โลกการทางานทเ่ี ป็นพลวตั มากข้นึ ตลอดจนสามารถเรียนรู้และพฒั นาตนไดต้ ลอดในทกุ ช่วงวยั ของชวี ติ
2. ชดุ ความรูใ้ หม่ ในหลายประเทศมีความพยายามพัฒนาและสร้างความรู้หรือชุดความรู้ใหม่ที่จาเป็นต่อการ
ใช้ชวี ิตในอนาคต โดยชดุ ความรู้ท่ีน่าสนใจ อาทิ ในกลุ่มวัยเรียน พบชุดความรู้ 3 ลักษณะ ลักษณะแรกคือ
ความรู้ใหม่เพื่อการเผชิญกับการเปล่ียนแปลงและความไม่แน่นอนในอนาคต เช่น วิชาอนาคตศึกษา
(future study) การวางแผนอนาคต (scenario planning) พลังงานทางเลือก (alternative energy) วิชา
ภัยพิบัติศึกษา (disaster education) ท้ังในยุโรป ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น กลุ่ม STEAM
(Science, Technology, Engineering, Art, Maths) ที่ถกู ผลักดนั เป็นชุดวิชาสาคัญมากกว่าแค่ STEM ใน
ประเทศสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศตะวันตก ลักษณะท่ีสองคือ ชุดความรู้ท่ีเน้นการเสริมสร้างทักษะ
ชีวิต (life skills) ให้ผู้เรียน เช่น เพศศึกษา (sex education) สื่อศึกษา (media education) การ
แกป้ ญั หาความขัดแย้ง (conflict resolution) ที่ได้รบั การเสริมสาระใหค้ รอบคลุมความต้องการหรือปัญหา
ของผู้เรียนยุคใหม่มากขึ้น รวมถึงหน้าท่ีพลเมือง (citizenship education) ประชาสังคมศึกษา (civic
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
education) และประวัติศาสตร์ (history) ท่ีได้รับความสาคัญเชิงสาระความรู้มากย่ิงขึ้นในหลายประเทศ
เช่น ฮ่องกง ญ่ีปุ่น และหลายประเทศในยุโรป ส่วนลักษณะที่สาม มุ่งเน้นการสร้างทักษะการทางานเพ่ือ
เตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพในลักษณะ “career – oriented curriculum” ท่ีเรียนรู้อาชีพ
สาคญั ๆ ทเ่ี ชือ่ มโยงกับตลาดและความต้องการด้านกาลังคนในแต่ละประเทศ แต่ละพ้ืนท่ีเน้นการ “เรียนรู้
ค่ปู ฏิบัติ” (Work-Based Learning & Experiences) เพ่ือสร้างทกั ษะการทางานให้กบั ผู้เรียนตั้งแต่วัยเยาว์
จนถึงวัยทางาน อาทิ หลักสตู รเศรษฐศาสตร์ในชีวิต การเงินการลงทุน หลักสูตรเทคโนโลยีและการส่ือสาร
หลักสูตรการผลิตภาพยนตร์และแอนิเมชันที่เรียนรู้ผ่านห้องเรียนโฉมใหม่แบบ studio classroom กลุ่ม
วชิ าด้านการออกแบบและสร้างสรรค์นวัตกรรม กลุ่มวิชาช่างที่มักอิงฐานโรงงานในการจัดการเรียนรู้ การ
จัดการเรียนรู้บนฐานพื้นท่ีการเกษตรจริงที่เรียกว่า “Farm-Based Learning” หรือเรียนผ่านป่า “Wild-
Based Learning” ซึ่งโดยมากจะเชื่อมโยงกับแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ในท้องถ่ิน มักมีการบูรณาการเป็นองค์
รวมไปพรอ้ ม ๆ กบั การสร้าง “pathway” ของการเรยี นรทู้ เ่ี ช่ือมตอ่ และเช่อื มโยงซึง่ กันและกัน
3. ข้อความรู้เกี่ยวกับระบบการจัดการใหม่ เปน็ ข้อความรู้ทโ่ี ดดเด่นอีกข้อหน่ึงจากประสบการณ์หลายประเทศ
ท่ีพยายามขับเคลื่อนการปฏิรูประบบบริหารจัดการศึกษาใหม่อย่างจริงจัง โดยเน้นหนักท่ีการกระจา ย
อานาจการศึกษา (education decentralization) การปฏิรูประบบบริหารจัดการภาครัฐ รวมถึงการลด
ขนาดการจัดการภาครัฐ (government reform and downsizing) สู่การจัดการศึกษาเชิงพื้นท่ี (Area-
Based Education) ซงึ่ เชอื่ วา่ จะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นท่ีได้ดียิ่งข้ึนทั้ง
ในมิตขิ องโอกาสและความเทา่ เทียม ควบคูม่ ติ ิของคุณภาพและการใชป้ ระโยชนไ์ ดข้ องการศกึ ษา นอกจากนี้
ยังเนน้ การสง่ เสริมการมีส่วนร่วมของสาธารณชนในการร่วมวิพากษ์การจัดสรรงบประมาณการศึกษาเพื่อ
ถ่วงดลุ วิธีจัดสรรงบประมาณภาครัฐ
ท่ีสาคัญคือ ข้อคิดและบทเรียนจากประชาคมโลกเน้นย้าว่า การรับมือกับความท้าทายท่ีถาโถมมาเหล่าน้ีต้อง
อาศัย “พลังชุมชน พลังคน” ท่ีมีความสามารถในการรับมือของระบบสังคม (capacity of societal system)
ที่เท่าทันแนวโน้มและความเสี่ยงต่าง ๆ ด้วยความร่วมมือและความเข้มแข็งของการทางานร่วมกัน เพ่ือสร้าง
การศกึ ษาทดี่ สี าหรบั คนในสังคมอนาคตได้
อา้ งอิง : https://www.knowledgefarm.in.th/new-educational-system/
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
ตวั อยา่ งเช่น
ทิศทาง แนวโนม้ หรอื ส่ิงที่กาลังเป็นที่นิยม ณ เวลานั้น ๆ หากเรากาลังนึกถึงเวลานี้ เทรนด์เป็นอย่างไร
เช่น การบริการดูแลผู้สูงอายุ อาหารเพื่อสุขภาพ การประกันชีวิต น้ันเทรนด์สุขภาพ การทาบรรจุภัณฑ์จากวัสดุ
ธรรมชาติ พลังงานทางเลอื ก เกษตรหรืออาหารอนิ ทรีย์ การปลูกผักออร์แกนิก นั้นเทรนด์การค้าขายหรือเศรษฐกิจ
การเสริมหนา้ ปะจมูก ดดั ฟัน การแตง่ ตัวออกแนวๆ นน้ั เทรนด์ความงามและบริการ การบริการคอนเท้นท์ออนไลน์
พัฒนาซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่น ส่ือสารทางโซเซียลมีเดีย ( Facebook,Line) น้ันแนวโน้มด้านเทคโนโลยี การทา
โยคะ นั่งสมาธิ ทอ่ งเทยี่ วอนรุ กั ษ์ นัน้ เทรนดโ์ นม้ ดา้ นศลิ ปะวัฒนธรรม ท้งั หมดชว่ ยขยายนยิ ามคาว่า “เทรนด์” ครับ
1) ดา้ นคณุ ภาพการศึกษา มุ่งไปท่ีเร่ืองการพัฒนาคุณภาพของครู กระบวนการเรียนรู้และการวัดผลที่อิง
คณุ ภาพเดก็ การจัดสิง่ แวดลอ้ มทางการเรียนรู้ การศึกษาเพือ่ ความเปน็ พลเมืองที่ดีของชาติและของโลก การพัฒนา
ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ การทางานเปน็ ทมี มีทักษะชีวิต และมีความรับผิดชอบ กระบวนการ
จัดการเรียนรู้ ซ่ึงเป็นหัวใจของคุณภาพการศึกษา ให้ความสาคัญกับการจัดการเรียนรู้เน้นผู้เรียนสาคัญ การจัด
ประสบการณ์การเรยี นรรู้ ายบคุ คล และการใช้เทคโนโลยีช่วยอานวยความสะดวกและการเข้าถึงการเรียนรู้มากขึ้น
รวมถึงการติดตามความสาเรจ็ ของผเู้ รียน
2) ดา้ นความเสมอภาคทางการศึกษา มุ่งไปที่เรื่องสิทธิในการเข้าถึงการศึกษาท่ีมีคุณภาพ ความเสมอภาค
ของกล่มุ ด้อยโอกาสในการพฒั นาทกั ษะ และการเพม่ิ การเข้าเรยี นหลังการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
3) ดา้ นประสิทธภิ าพการศกึ ษา ม่งุ ไปทีเ่ ร่อื งการจดั สรรทรัพยากร ระบบธรรมภบิ าลและความน่าเช่ือถือของ
หน่วยงานที่จัดการศึกษา การกระจายอานาจ การมีส่วนร่วม การศึกษาภาคประชาชน และกลไกการเข้าถึง
การศึกษาท่ีมีคุณภาพของบุคคลทุกช่วงวัยทิศทางการศึกษาของโลกหลังปี 2015 เป็นการศึกษาที่มุ่งเป้าไปที่เร่ือง
คณุ ภาพ ประสิทธภิ าพ และโอกาสการเข้าถึงการศึกษาในทุกช่วงชีวติ และนั่นเปน็ โจทย์การศึกษาระดบั โลก
อ้างอิง : http://www.sobkroo.com/articledetail.asp?id=149
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
2. แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2560 -2579) มีความสาคญั มากสาหรบั การปฏิรูปการศึกษา
ในปัจจุบนั ประกอบด้วยยทุ ธศาสตร์ตามศาสตร์พระราชา 6 ยุทธศาสตร์ ได้แกอ่ ะไรบา้ ง อธิบายทุก
ยุทธศาสตร์พรอ้ มยกตัวอยา่ งประกอบ
. ตอบ
ประเทศไทยไดใ้ ห้ความสาคญั ด้านการศึกษา
ในฐานะกลไกหลกั ในการพฒั นาประเทศมา
โดยตลอดและเน่ื องจากแผนการศึกษา
แ ห่ ง ช า ติ ฉ บั บ เ ดิ ม ไ ด้ สิ้ น สุ ด ล ง
กระทรวงศึกษาธิการ โดยสานกั งานเลขาธิการ
สภาการศึกษา จึงได้จัดทาแผนการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ ฉบบั น้ีข้ึน
เพ่ือวางกรอบเป้ าหมายและทิศทางการจัด
การศกึ ษาของประเทศ โดยมุ่งจดั การศึกษาให้
คนไทยทกุ คนสามารถเขา้ ถึงโอกาสและความ
เสมอภาคในการศึกษาท่ีมีคุณภาพ พฒั นา
ร ะ บ บ ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ศึ ก ษ า ที่ มี
ประสิทธิภาพ พฒั นากาลงั คนให้มีสมรรถนะ
ในการทางานที่สอดคล้องกับความตอ้ งการ
แหลง่ ขอ้ มูลแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙
จาก : http://www.onec.go.th/index.php/book/BookView/1540
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
ยุทธศาสตรต์ ามศาสตรพ์ ระราชา 6 ยุทธศาสตร์
เพ่ือให้แผนการศึกษาแห่งชาติบรรลุผลตามวิสัยทัศน์และเป้าหมายการจัดการศึกษา จึงได้กาหนดยุทธศาสตร์
วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ตวั ช้วี ดั และแนวทางการพัฒนา ภายใต้ ๖ ยทุ ธศาสตรห์ ลกั ประกอบไปด้วย
ยุทธศาสตรท์ ี่ ๑ การจัดการศกึ ษาเพื่อความม่ันคงของสังคมและประเทศชาติ
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๒ การผลติ และพัฒนากาลงั คน การวจิ ัย และนวตั กรรม เพ่ือสร้างขีดความสามารถในการแข่งขนั ของ
ประเทศ
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๓ การพฒั นาศักยภาพคนทุกช่วงวยั และการสร้างสงั คมแห่งการเรยี นรู้
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๔ การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทียมทางการศกึ ษา
ยทุ ธศาสตร์ที่ ๕ การจดั การศกึ ษาเพื่อสรา้ งเสริมคุณภาพชวี ิตท่ีเป็นมติ รกับสิ่งแวดล้อม
ยุทธศาสตร์ท่ี ๖ การพฒั นาประสิทธภิ าพของระบบบริหารจดั การศกึ ษา
โดยมีรายละเอยี ดของแตล่ ะยทุ ธศาสตร์ ดงั นี้
ยุทธศาสตรท์ ี่ ๑ การจดั การศกึ ษาเพ่ือความมนั่ คงของสงั คมและประเทศชาติ
ปจั จบุ นั ภัยคุกคามตอ่ ความมนั่ คงรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและประเทศชาติมีความซับซ้อน
และรุนแรงมากขึ้น อาทิ ความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติ ภัยจากโรคอุบัติใหม่ ภัย
จากไซเบอร์ เปน็ ต้น ความม่นั คงของชาตจิ งึ มไิ ดค้ รอบคลุมเฉพาะมติ ิดา้ นการทหารหรอื อานาจอธปิ ไตยเท่านั้น แต่ยัง
ครอบคลุมมิติต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิตและวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฯลฯ ซึ่งในแต่ละมิติ
ล้วนมีความสาคัญต่อการพัฒนาประเทศ การป้องกันภยั คุกคามเหล่านั้นจะต้องพิจารณาในมิติที่มีความเชื่อมโยงกัน
และการดาเนนิ การเพ่อื วางรากฐานและกลไกการสรา้ งความมั่นคงเพ่ือปอ้ งกนั และปอ้ งปรามภัยเหล่านนั้ จะต้องเริ่มที่
กระบวนการจัดการศึกษาของประเทศการจัดการศึกษาเพ่ือเสริมสร้างความม่ั นคงของสังคมและประเทศชาติน้ัน
จาเปน็ ตอ้ งวางรากฐานการสร้างความมน่ั คงท่เี ปน็ แก่นหลกั ของชาติ คอื สถาบันหลักของชาติ อันประกอบด้วยชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซ่ึงเป็นสถาบันสาคัญท่ีอยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน โดยเฉพาะอย่างย่ิง สถาบัน
พระมหากษตั ริย์ ซึ่งเป็นเสาหลกั ในการสรา้ งชาตใิ ห้เป็นปึกแผ่น เป็นศูนย์รวมจิตใจความรัก ความสามัคคีของคนใน
ชาติ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ การสร้าง
ความเป็นธรรม ความปรองดอง และความสมานฉันท์ในชาติ รวมทั้งการป้องกันและแก้ไขการก่อความไม่สงบใน
จังหวัดชายแดนภาคใต้และความม่นั คงแหง่ ชาตทิ ว่ั ไป คือการดูแลและปอ้ งกันภยั คุกคามในรูปแบบใหม่ไม่ว่าจะเป็น
อาชญากรรม ความรนุ แรงในสงั คมในรูปแบบต่าง ๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติ ภัยจากโรคอุบัติใหม่ ภัยจาก
ไซเบอร์ เพือ่ ส่งเสรมิ ใหเ้ กิดความปลอดภัยและความมัน่ คงในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมีวัตถปุ ระสงค์เพื่อ
ม่งุ แก้ไขปัญหาทก่ี ระทบต่อแก่นหลกั ของประเทศ โดยให้ความสาคญั ในการรักษาและธารงไวซ้ งึ่ สถาบันหลักของชาติ
การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และการเสริมสร้างสภาวะแวดล้อมที่สันติสุขในพ้ืนท่ีจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ตลอดจนม่งุ สง่ เสรมิ ความมั่นคงทง้ั การป้องกนั ผลกระทบหรอื ลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามต่าง ๆ ซ่ึง
สอดคลอ้ งกบั นโยบายความมั่นคงแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๔ ดังนัน้ การจัดการศกึ ษาท่ีครอบคลุมประเด็นหลัก
สาคัญที่มีผลด้านความม่ันคงแก่คนในชาติจะส่งผลให้ทุกคนมีจิตสานึก ความรู้ ความสามารถ ทักษะ ความคิด
ทัศนคติ ความเช่ือค่านิยม และพฤติกรรมท่ีเหมาะสม รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลกศตวรรษท่ี 21
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
สามารถดารงชีวติ อยู่ในสงั คมไดอ้ ยา่ งสันตแิ ละสงบสุข อันจะส่งผลให้สังคมและประเทศเกิดความมั่นคง ธารงรักษา
อธปิ ไตยและผา่ นพ้นจากภัยคุกคามต่าง ๆ ได้
ตัวอย่าง
1. จดั การศกึ ษาเพ่ือความมั่นคง
2. พัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี นและสง่ เสรมิ การจัดการศึกษาเพ่อื สรา้ งขดี ความสามารถในการแขง่ ขัน
3. สง่ เสริม สนบั สนุนการพัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา
4. ขยายโอกาสการเขา้ ถึงบรกิ ารทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างมีคณุ ภาพ
5. จดั การศกึ ษาเพอ่ื เสริมสร้างคณุ ภาพชวี ิตทเี่ ป็นมิตรกับสิง่ แวดล้อม
6. พัฒนาระบบบริหารจัดการและสง่ เสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการศกึ ษา
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนากาลังคน การวิจยั และนวัตกรรม เพ่ือสร้างขีดความสามารถในการแขง่ ขนั
ของประเทศ
การพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์เปน็ กลไกที่สาคัญย่งิ ในการนาประเทศเข้าสสู่ ังคมโลกในศตวรรษที่ ๒๑ และเป็น
ประเดน็ หลักทกี่ าหนดไวใ้ นยทุ ธศาสตร์ชาติและยทุ ธศาสตรป์ ระเทศไทย๔.๐ การเตรียมความพร้อมกาลังคนทั้งด้าน
ความรู้ ทักษะ สมรรถนะท่ีจาเปน็ ใหส้ ามารถปรบั ตัวและรเู้ ท่าทนั ตอ่ กระแสความเปล่ยี นแปลงของโลกท่ีมีพลวัต และ
การแข่งขันอย่างเสรีและไร้พรมแดน จึงเป็นความสาคัญจาเป็นเร่งด่วนที่ประเทศต้องเร่งดาเนินการเพ่ือสร้างขีด
ความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ
ในสภาวการณ์ปัจจุบันของประเทศไทย การผลิตและพัฒนากาลังคนในภาคการศึกษายังคงเป็นไปตาม
ศักยภาพและความพร้อมของแต่ละสถาบันการศึกษา ประกอบกับค่านิยมของผู้เรียนที่ยังคงมุ่งเรียนสายสามัญ
มากกว่าสายอาชีพ และให้ความสาคัญกับปริญญาบัตรมากกว่าความรู้และสมรรถนะในการทางานหลังสาเร็จ
การศึกษา ส่งผลให้สถาบันการศึกษาต่าง ๆ เน้นการผลิตบัณฑิตด้านสังคมศาสตร์ซ่ึงดาเนินการได้ง่ายกว่าด้านอื่น
และมุง่ เน้นปริมาณมากกวา่ คณุ ภาพผู้เรียนและผู้สาเร็จการศึกษาส่วนใหญ่ยังขาดทักษะที่สาคัญจาเป็น เช่น ทักษะ
การใชภ้ าษาอังกฤษและทักษะดจิ ิทัล และขาดสมรรถนะในการทางานตามอาชีพ สง่ ผลใหไ้ มส่ ามารถพัฒนาศักยภาพ
ตนเอง และพฒั นาผลติ ภาพของงานเพอื่ การพัฒนาประเทศได้ สภาวการณ์นีก้ ่อให้เกดิ ปญั หาการวา่ งงาน การทางาน
ในระดับต่ากว่าวุฒิการศึกษา และการขาดแคลนกาลังคนระดับกลางท่ีเป็นความต้องการของตลาดงานและการ
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมถึงการไม่สามารถสร้างนวัตกรรมหรือมูลค่าเพิ่มในผลผลิตของงานได้
นอกจากนี้ เมือ่ พิจารณางานวจิ ยั ทีส่ ่งผลต่อการสร้างนวัตกรรมเพ่ือเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
พบว่า ยังมปี ัญหาทง้ั ในเชิงคณุ ภาพและปริมาณ อันเน่ืองมาจากการขาดแคลนบุคลากรด้านการวิจัย และเงินลงทุน
เพ่ือการวิจัยและพัฒนาที่มาจากภาครัฐเป็นหลัก ส่งผลให้ขาดแคลนองค์ความรู้และนวัตกรรมท่ีทันสมัยและ
สอดคลอ้ งกบั บรบิ ทและความต้องการของประเทศ ทาให้ประเทศไม่สามารถก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปาน
กลางซึ่งเปน็ อุปสรรคสาคัญของการพฒั นาประเทศ
ดงั นั้น จงึ เป็นความจาเป็นเร่งดว่ นท่รี ฐั และทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้อง จะต้องร่วมกันกาหนดกรอบทิศทางและ
เป้าหมายการผลติ และพัฒนากาลงั คนทช่ี ดั เจนในสาขาต่าง ๆ เพอ่ื การผลติ กาลังคนทต่ี รงกับความต้องการของตลาด
งานและการพฒั นาประเทศ พัฒนาหลักสูตรการศกึ ษาในระดบั ต่าง ๆ ทีส่ ามารถสรา้ งเสรมิ ทักษะสาคัญในศตวรรษท่ี
21 โดยเฉพาะด้านภาษาองั กฤษ วิทยาศาสตรแ์ ละทกั ษะดิจิทลั และสอดคลอ้ งเชอ่ื มโยงกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและ
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
มาตรฐานอาชีพ/วิชาชีพส่งเสริมการจัดการเรียนการสอน การฝึกอบรมฝีมือแรงงาน และการฝึกงานที่มุ่งเน้นการ
ปฏิบัติจริงอย่างครบวงจรในสถานการณ์จริง เช่น ระบบทวิภาคีและสหกิจศึกษา ผลิตและพัฒนาครูผู้สอนท่ีมี
คุณภาพและมาตรฐาน เพ่ือสร้างกาลังคนให้มีสมรรถนะตอบสนองต่อความต้องการของตลาดงานและการพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รองรับพลวัตของโลกและการแข่งขันในศตวรรษท่ี 21 และสอดคล้องกับ
ยทุ ธศาสตร์ชาตแิ ละยุทธศาสตรป์ ระเทศไทย 4.0
ตัวอยา่ ง
1. พฒั นาผู้เรียนระดบั กอ่ นประถมศึกษา ใหม้ พี ัฒนาการทางดา้ นร่างกาย อารมณ์จติ ใจ สังคม และ
สติปญั ญา ใหม้ ีความพร้อมเขา้ สกู่ ารเรียนในระดบั ท่สี ูงขนึ้
2 สง่ เสริมสนับสนนุ ให้ผู้เรียนสามารถอ่านออกเขยี นได้ตามช่วงวัย
3 ส่งเสริมสนบั สนนุ ให้ผ้เู รยี นมีนสิ ัยรักการอา่ น
4 สง่ เสริมการจัดการเรียนร้ทู ใี่ ห้ผูเ้ รยี นไดเ้ รยี นรผู้ า่ นกิจกรรมการปฏบิ ตั จิ ริง (Active Learning) เนน้ ทักษะ
กระบวนการ ใหเ้ กิดทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ คิดแก้ปัญหา และคิดสร้างสรรค์ ในทกุ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
ทงั้ ในและนอกหอ้ งเรยี น
5 ส่งเสรมิ ให้ผ้เู รียนมีทกั ษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ ๒๑
6 ปลูกฝงั ทกั ษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ และจติ วิทยาศาสตร์
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศกั ยภาพคนทุกช่วงวัย และการสรา้ งสงั คมแห่งการเรยี นรู้
รัฐมหี นา้ ท่ีดาเนนิ การให้คนไทยทุกคนได้รบั การศกึ ษาเพ่อื พฒั นาศักยภาพและความสามารถของแตล่ ะ
บุคคลตามความถนดั ความต้องการและความสนใจ เพือ่ ใหม้ ีอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ และดารงชีวติ อยใู่ น
สังคมอย่างมีความสุข โดยการใหก้ ารศึกษาและการเรียนรทู้ ่ีครอบคลุมคนทุกชว่ งวัย ตัง้ แตป่ ฏสิ นธิในครรภ์มารดา
จนถงึ สิ้นชีวิต การเตรียมความพรอ้ มพอ่ แม่เมอ่ื ตั้งครรภ์ การเลย้ี งดเู ด็กต้ังแตแ่ รกคลอดจนเขา้ สรู่ ะบบการศกึ ษา การ
จดั การศึกษาสาหรับเด็กช่วงปฐมวยั ชว่ งวยั เรียน วัยทางาน และวัยสงู อายุ ดว้ ยรปู แบบการจัดการศึกษาท้งั ในระบบ
นอกระบบ และตามอัธยาศัย ในลกั ษณะการศึกษาเรียนรแู้ ละพฒั นาตนเองตลอดชีวิต
การเปล่ียนแปลงในบริบทโลกและภูมิภาคท้ังในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลท่ีพัฒนาแบบก้าวกระโดด สภาพ
ภมู อิ ากาศ การรวมกลุม่ ทางเศรษฐกิจและการค้าระดับภูมิภาคและระดับโลกรูปแบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มี
การบูรณาการและเช่อื มโยงเศรษฐกจิ ของโลกเข้าด้วยกนั การเปลยี่ นแปลงโครงสร้างประชากรท่ีมีอัตราการเกิดลดลง
และเกิดสังคมผู้สูงวัย การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ปัจจัยเหล่าน้ีล้วนนามาซ่ึงการ
เปล่ียนแปลงค่านิยม วิถีชีวิตรูปแบบเศรษฐกิจและปฏิสัมพันธ์ของคนในสังคมไทย การศึกษาจึงจาเป็นต้องเตรียม
ความพร้อมให้กับคนทุกช่วงวัยให้สามารถดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ให้มีการพัฒนาเต็ม
ตามศักยภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีทักษะและคุณลักษณะพ้ืนฐานของพลเมืองไทย และทักษะคุณลักษณะ
สมรรถนะทจ่ี าเปน็ ในศตวรรษท่ี๒๑
การจดั การศกึ ษาเพ่อื พฒั นาศักยภาพของคนทุกช่วงวยั จงึ เปน็ พนั ธ์กิจสาคญั รว่ มกันของรฐั และทุกภาคส่วนที่
เกีย่ วขอ้ ง ทง้ั ในการกาหนดเปา้ หมายการจัดการศึกษา มาตรฐานการศึกษาการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้
สื่อ แหล่งเรยี นรู้ และการวัดและประเมนิ ผลของผู้เรยี นในทกุ ระดับการศึกษา ทุกกลุ่มเป้าหมาย และทุกช่วงวัย เพ่ือ
สร้างและพัฒนาพลเมืองที่มีคุณภาพมีความรู้ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ สามารถศึกษา
เรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพของตนจนถึงขีดสูงสุดตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจ เพ่ือการประกอบ
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
อาชีพและการดารงชีวิตอย่างเป็นสุขร่วมกับผู้อ่ืนในสังคม และการปรับปรุงระบบการผลิตและพัฒนาครู อาจารย์
และบุคลากรทางการศึกษาในทุกระดับและประเภทการศึกษาเพ่ือให้ได้ครูดีมีความรู้ ทักษะ และความสามารถใน
การจัดการเรยี นการสอน และมีจติ วญิ ญาณของความเป็นครูเข้าสู่ระบบการศึกษาของประเทศในการพัฒนาผู้เรียน
ใหบ้ รรลขุ ีดสงู สุดของศกั ยภาพของแตล่ ะบคุ คลต่อไป
ตัวอยา่ ง
1. สง่ เสริมการจัดกจิ กรรมการเรียนรูท้ ่ีปลูกฝังคุณธรรม สรา้ งวนิ ัย จติ สาธารณะ ความรับผดิ ชอบ
ต่อสว่ นรวม และการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่างๆ เช่น กิจกรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา
ตลอดจนสนับสนนุ ให้มกี ารจดั กิจกรรมเพอ่ื ปลูกฝงั คณุ ธรรม จริยธรรมให้กบั บุคลากรในองคก์ ร
2. สง่ เสริมการจดั กระบวนการเรียนรู้ทีต่ อบสนองกับการเปลย่ี นแปลงในศตวรรษท่ี ๒๑ รวมท้ัง
ความต้องการของประชาชนและชุมชน ในรูปแบบที่หลากหลาย ให้ประชาชนคิดเป็น วิเคราะห์ได้
ตัดสินใจภายใตข้ อ้ มลู ที่ถกู ต้อง
3. พัฒนาศักยภาพคนด้านทกั ษะและความเข้าใจในการใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ทิ ัล (Digital Literacy)
พัฒนาความรู้และทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้สามารถใช้ Social
Media และ Application ตา่ งๆ ในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรยี นการสอน
4. สง่ เสริมการจดั การเรียนรู้ดา้ นเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั เพ่อื ใหป้ ระชาชนมีทักษะความเขา้ ใจและใช้
เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ท่ีสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวนั รวมท้ังสรา้ งรายไดใ้ ห้กบั ตนเองได้
5.พฒั นาทักษะดา้ นภาษาอังกฤษ และภาษาอ่ืนๆ เพอื่ รองรบั การพัฒนาประเทศ พัฒนารูปแบบการจัดการ
เรียนการสอนภาษาอังกฤษ และภาษาอื่นๆ ที่สอดคล้องกับบริบทของพ้ืนท่ี โดยใช้ส่ือเทคโนโลยีดิจิทัล
Social Media และ Application ตา่ งๆ จัดและส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และภาษาอื่นๆ
ทส่ี อดคลอ้ งกับบรบิ ทของพน้ื ทแ่ี ละความตอ้ งการของประชาชน เพ่ือรองรับการพัฒนาประเทศ
ยทุ ธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทียมทางการศึกษา
ความเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศภายใต้ระบบการแขง่ ขันทีเ่ สรแี ละไร้พรมแดนได้สร้าง
ความเหลอื่ มลา้ ใหเ้ กิดขึน้ ในสังคม จากรายงานการวิจัยของสถาบันอนาคตไทยศึกษา (๒๕๕๗) พบว่า ความเหล่ือม
ลา้ ของรายได้ประชากรในกลุ่มคนรวยและกลุ่มคนยากจนของไทยมีช่องว่างมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเหล่ือมล้าใน
โอกาสทางการศึกษา อีกท้ังระบบข้อมูลและสารสนเทศด้านการศึกษาของประชากรรายบุคคลยังไม่ครบถ้วนและ
เป็นปัจจบุ ัน ทาใหร้ ฐั ไม่สามารถจดั สรรโอกาสและให้บริการทางการศึกษาแก่ประชาชนอย่างท่ัวถึง และไม่สามารถ
เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายท่ีมีความต้องการจาเป็นได้อย่างครอบคลุมและครบถ้วน ประกอบกับความแตกต่างทางด้าน
สถานะทางเศรษฐกจิ และสังคมของครวั เรือน ยิ่งก่อใหเ้ กิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเข้าถึงบริการการศึกษาที่
มีคุณภาพมาตรฐาน และนาไปสู่การสร้างความเหล่ือมล้าในโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษามากย่ิงขึ้น
สะท้อนให้เหน็ ได้จากคะแนนผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นในแตล่ ะช่วงชั้นทมี่ คี วามแตกตา่ งกนั ระหว่างสถานศึกษา ขนาด
และท่ีตัง้ ของสถานศึกษา และสถานะทางเศรษฐกจิ และสงั คมของผเู้ รยี น และปัญหาอื่น ๆ เช่น เด็กมีพัฒนาการที่ไม่
สมวยั อัตราการออกกลางคนั ของผเู้ รยี น ปญั หายาเสพติด และการใชค้ วามรุนแรง เป็นตน้
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
การศึกษาท่มี ีคุณภาพและมาตรฐานสาหรับประชากรเปน็ กลไกหลกั สาคญั ในการขบั เคล่ือนการพัฒนา
ประเทศ จงึ เปน็ หน้าท่ีของรฐั ในการเพิ่มโอกาสและความเสมอภาคในการเขา้ ถึงการศึกษาของผู้เรียนทกุ
กลมุ่ เปา้ หมายเพื่อลดความเหลอื่ มลา้ โดยการพฒั นาสถานศกึ ษาทกุ แห่งให้มีคุณภาพและมาตรฐานท่ีเท่าเทยี ม และ
จดั ให้มรี ะบบสนับสนุน และสง่ เสรมิ ให้ทุกภาคส่วนของสังคมทมี่ ีศักยภาพและความพร้อมเขา้ มามีส่วนรว่ มในการจดั
การศึกษา โดยพัฒนาระบบขอ้ มูลและสารสนเทศทถ่ี ูกตอ้ งและเป็นปัจจุบนั ในการบรหิ ารจดั การและการตดั สนิ ใจเชิง
นโยบายทส่ี ่งผลต่อกลมุ่ เป้าหมายทกุ กลุ่ม ท้งั ผเู้ รยี นและสถานศกึ ษาท่มี ีความตอ้ งการจาเปน็ พเิ ศษ รวมทงั้ การใช้
ประโยชนจ์ ากระบบเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพือ่ การบรหิ ารจดั การและการจดั การศกึ ษาท่ีเปิดช่องทางการเรียนรู้ของผเู้ รยี น
อย่างไร้ขีดจากดั เพ่อื สรา้ งความเสมอภาคในการศึกษาเรยี นรโู้ ดยไม่จากัดรปู แบบ เวลา และสถานที่
การลดความแตกต่างด้านคุณภาพและมาตรฐานของสถานศึกษา การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัด
การศกึ ษาของทุกภาคสว่ น การสง่ เสริมการใชป้ ระโยชน์ของเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพื่อการศกึ ษา รวมทั้งการมีระบบข้อมูล
และสารสนเทศที่มีความถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันสามารถบูรณาการเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลของ
กระทรวงและหน่วยงานตา่ ง ๆ ท่ีครอบคลุมด้านสาธารณสุข สังคม ภูมิสารสนเทศ และการศึกษา จึงเป็นเคร่ืองมือ
สาคญั ในการจดั การศกึ ษาทมี่ คี ุณภาพและครอบคลมุ ทวั่ ถึง คนทกุ ชว่ งวยั ทุกกลุม่ เป้าหมาย สามารถดูแลและพัฒนา
ศักยภาพคนทุกคนอย่างรอบด้าน กระจายโอกาสและความเสมอภาคในการรับบริการการศึกษาและเรียนรู้ท่ีมี
คณุ ภาพตลอดชีวติ โดยไม่จากัดรูปแบบ เวลา และสถานที่ อันจะนาไปสู่การลดความเหลื่อมล้าทางการศึกษา และ
การพัฒนาคนใหม้ ที ักษะ คณุ ลักษณะ และสมรรถนะตามกรอบทิศทางและเป้าหมายการพัฒนาประเทศ
ตวั อย่าง
1.ส่งเสริมประชากรวยั เรยี นทุกคนใหไ้ ด้รบั โอกาสในการเข้ารบั บริการทางการศึกษาอย่างทั่วถงึ มคี ุณภาพ
และเสมอภาค
2 สร้างความเข้มแขง็ ของระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรียน ระบบส่งเสริมความประพฤตินักเรยี น ระบบ
คุม้ ครองนกั เรยี น และการสร้างภมู คิ ุ้มกนั ทางสงั คม
ยุทธศาสตรท์ ่ี 5 การจดั การศึกษาเพื่อสรา้ งเสริมคุณภาพชีวิตทเ่ี ปน็ มิตรกับสิ่งแวดลอ้ ม
สภาวการณ์ของภูมิภาคและโลกที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาด้าน
ส่ิงแวดล้อม ส่งผลให้ทุกประเทศต้องเร่งศึกษา เรียนรู้ และปรับตัวให้พร้อมเผชิญกับสภาพวิกฤตด้านต่าง ๆ ท่ีจะ
เกดิ ขน้ึ ทงั้ จากการผนั แปรของธรรมชาติและจากการกระทาของมนษุ ยพ์ รอ้ มท้งั เร่งปลกู ฝังเจตคตแิ ละความตระหนัก
ในการพัฒนาหรือเตบิ โตบนคุณภาพชวี ิตท่ีเปน็ มิตรกบั ส่ิงแวดล้อมของประชาชน ปลูกจิตสานึกและความรับผิดชอบ
ในการกระทา มีคุณธรรม จริยธรรมและน้อมนาแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการ
ดาเนินชีวิต โดยในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ได้ให้ความสาคัญในเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมี
ประสิทธิภาพ สามารถรับมือกับภัยพิบัติและการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ ท้ังในระดับประเทศและพื้นท่ี และ
การนาประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่าและการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมพร้อมกับการพัฒนาคุณธรรม
จริยธรรม และการนาแนวคดิ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสกู่ ารปฏบิ ัติ
ในการดาเนินการใหบ้ รรลุเปา้ หมายการเตบิ โตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการสร้างเสริม
คุณธรรม จรยิ ธรรม จาเปน็ อยา่ งยง่ิ ท่ภี าคการศึกษาต้องเขา้ มามีบทบาทสาคัญในการให้ความรู้ ทักษะ สร้างทัศนคติ
และความตระหนกั แก่ผูเ้ รยี นและคนทกุ ชว่ งวัยในเร่ืองความสาคญั ของการพัฒนาและเติบโตในสังคมที่รับผิดชอบต่อ
สิ่งแวดล้อม สามารถปรบั ตัวในโลกท่ีมีการเปลย่ี นแปลงทางธรรมชาติอย่างรวดเร็วและรุนแรง มีคุณธรรม จริยธรรม
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
และรับผดิ ชอบในการกระทาของตน และน้อมนาแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการ
ดาเนินชวี ติ พร้อมท้ังเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ท่ีสามารถ
ปรับตัวได้ในสภาพอากาศทเ่ี ปลยี่ นแปลงและการเติบโตบนคณุ ภาพชีวิตที่เปน็ มิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม
ตัวอย่าง
1 ส่งเสริม สนับสนุนการสรา้ งจิตสานึกรกั ษ์ ส่ิงแวดล้อม มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และนอ้ มนาแนวคิดตาม
หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงสู่การปฏบิ ตั ใิ นการดาเนนิ ชวี ิต
2 ส่งเสริม สนับสนุนใหส้ ถานศึกษาพัฒนาหลักสตู ร กระบวนการเรยี นรู้ แหลง่ เรียนรู้และส่อื การเรยี นรู้ต่างๆ
ท่ีเกยี่ วข้องกบั การสร้างเสรมิ คุณภาพชีวติ ท่เี ปน็ มิตรกับส่งิ แวดล้อม
3 สรา้ งเครือข่ายความร่วมมือกบั ภาคสว่ นตา่ งๆ ในการอนุรกั ษ์ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
ยทุ ธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสทิ ธิภาพของระบบบริหารจัดการศกึ ษา
โลกศตวรรษท่ี 21 เป็นโลกแห่งข้อมูลข่าวสารท่ีสามารถรับและส่งต่ออย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ประชาชน
ชมุ ชน และสังคมรบั รู้ข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงประชาชนมีความรู้ความสามารถ
มากข้ึน และพร้อมท่ีจะเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษามากขึ้น ในขณะที่โครงสร้างและระบบ
การศกึ ษายังบริหารและจัดการภายใต้กฎ ระเบียบ กติกา และแบบแผนการปฏิบัติรูปแบบเดิม ส่งผลให้เกิดปัญหา
และความไม่คลอ่ งตัวในการบริหารจัดการและการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา อีกท้ังการบริหารงานบุคคลใน
สถานศึกษายังเป็นปัญหา ท้งั เร่อื งการขาดแคลนครใู นบางสาขา ครูไม่ครบช้ัน อัตราส่วนครูต่อนักเรียนและนักเรียน
ตอ่ ห้องไม่เปน็ ไปตามมาตรฐาน ซ่ึงส่งผลกระทบต่อการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนการสอนและผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน
ของผ้เู รยี นอย่างยงิ่
การปรับปรุงโครงสรา้ งการบรหิ ารงานของหนว่ ยงานสว่ นกลาง ส่วนภูมิภาค และสถานศึกษาควบคู่กับ
การปรับปรุงแก้ไขปญั หาและการพัฒนาระบบการบรหิ ารงานบคุ คลของผบู้ รหิ าร ครู และบคุ ลากรทางการศึกษาเพ่ือ
แก้ปัญหาทีเ่ กดิ ขน้ึ จะสง่ ผลให้หนว่ ยงานและสถานศกึ ษาสามารถบรหิ ารและจัดการศึกษาท่ีแสดงความรับผิดชอบต่อ
คณุ ภาพมาตรฐานให้แกผ่ ู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมากข้ึน รวมท้ังการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน
ของสังคม อาทิ บคุ คล ครอบครัว ชมุ ชนสงั คม ภาคเอกชน สถานประกอบการ มูลนิธิ วัด สถาบันและองค์กรต่าง ๆ
ในสังคมทมี่ ีศกั ยภาพและความพร้อมสามารถเขา้ มามสี ่วนร่วมในการดาเนินการจัดการศึกษาในรูปแบบทหี่ ลากหลาย
โดยมีกฎหมาย กฎ ระเบียบ กติกาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และมีนโยบายและมาตรการจูงใจทั้งท่ีเป็นตัวเงินและ
สิทธปิ ระโยชน์อื่น เช่น การลดหย่อนภาษี เพ่อื ส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
นอกจากน้ี ผลกระทบจากโครงสร้างประชากรวัยเรียนทีล่ ดลงตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีท่ีผ่านมาและ
ต่อเนือ่ งไปอีก 20 ปขี ้างหน้า จะส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่เกิน 5 ปีต่อจากนี้ และ
จะทาให้มหี อ้ งเรียนและสถานศึกษาที่ต้องปดิ ตวั ลง และจานวนสถานศึกษาขนาดเลก็ มแี นวโน้มเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเน่ือง
สถาบันอาชีวศึกษาและสถาบันอุดมศึกษาก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน รัฐจึงจาเป็นต้องบริหารและจัดการ
ทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างจากัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยการกาหนดที่ตั้งและจัดกลุ่มสถานศึกษาตามระดับ
คุณภาพมาตรฐานการปรบั เปลี่ยนและพัฒนาสถานศึกษาที่ปิดตัวลงให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน หรือใช้ประโยชน์
รว่ มกนั ในพ้นื ท่ี การเลือกผลิตกาลังคนในสาขาวิชาทส่ี ถาบนั มคี วามเชีย่ วชาญและความเป็นเลิศเน้นคุณภาพมากกว่า
ปรมิ าณ การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพท่ีเหมาะสมสอดคล้องกับบริบทและความต้องการ
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
ของสงั คม เพื่อให้รฐั สามารถใช้ทรัพยากรท่ีมอี ยา่ งจากัดให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดต่อผู้เรียน และใช้
งบประมาณในส่วนท่ีสามารถประหยัดได้เพ่ือยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเพ่ือตอบโจทย์การเพ่ิม
ประสิทธิภาพการบรหิ ารจัดการ และบริบทที่เปลย่ี นแปลงของสังคมและประเทศ
ตัวอย่าง
1 พัฒนาระบบการวางแผน การนาแผนไปสกู่ ารปฏิบัติการกากบั ติดตาม ตรวจสอบและประเมนิ ผล เพอื่ การบรหิ าร
จดั การที่มปี ระสิทธภิ าพ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล
2 พัฒนาระบบงบประมาณและการสนับสนุนคา่ ใชจ้ า่ ยเพอ่ื การศกึ ษาข้นั พื้นฐาน
3 พฒั นาระบบเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพ่ือการจัดการศึกษา ทมี่ มี าตรฐานเชอ่ื มโยงและเข้าถึงได้
4 สรา้ งความเข้มแขง็ และยกระดบั คุณภาพสถานศึกษาตามบรบิ ทของพื้นท่ี เชน่ โรงเรียนทีป่ ระสบปัญหาวกิ ฤตทาง
การศึกษา (ICU), โรงเรียนประชารัฐ (ดีใกล้บา้ น) , โรงเรียนคุณธรรม,โรงเรียนห้องเรียนกฬี า มาตรฐานสากล
อ้างองิ แหล่งข้อมูล จาก : https://www.obec.go.th/wp-
content/uploads/2018/08/obec61.pdf
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
3. การศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4.0 มีความหมายมากกว่าการเตรยี มความพร้อมของคนหรอื ให้ความรกู้ บั
คนเหลา่ นั้น แต่เปน็ การเตรียมมนุษย์ให้เป็นมนษุ ย์ กล่าวคือ นอกจากใหค้ วามรู้แลว้ ต้องให้เขาเปน็ คนรัก
ทจี่ ะเรยี น มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและสามารถอยรู่ ่วมกนั ในสังคมได้ดว้ ย นักศึกษาเขา้ ใจนโยบายเร่อื งน้ี
อย่างไร พร้อมอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ การศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4.0 สร้างเด็กและเยาวชนไทยให้มีความรู้ความสามารถ และมีทักษะในการ
ประยุกต์ให้เข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ สร้างความคิดของเด็กและเยาวชนไปสู่ที่ยากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็น
ความสาเร็จของการยกระดับคุณภาพการศึกษาของชาติ การพัฒนาเด็กต้องพัฒนาท้ังด้านความรู้ และทักษะการ
เรียนรทู้ ด่ี ที ส่ี ุด คือ การเรียนรจู้ ากปัญหาจรงิ ทเ่ี กิดขึ้น เรยี กว่าเปน็ Problem Based Learningการพัฒนาการศึกษา
ภายใต้กรอบประเทศไทย 4.0 ส่ศู ตวรรษที่ 21 เร่มิ ดว้ ยการฝกึ ให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ครูเปลี่ยนจากครู
สอนเป็นพ่เี ล้ียง ครูฝึก (Coach) การเรียนแบบบูรณาการสหวิชาการ เช่ือมโยงความรู้กับจินตนาการ เปล่ียนแปลง
ไปสู่รูปธรรมใหผ้ ู้เรยี นมีทักษะที่ตอ้ งการ เช่น การทางานร่วมกัน ความคิดสร้างสรรค์ และการส่ือสารท่ีดี ซึ่งการจัด
การศึกษาต้องสร้างความพอใจให้ผู้เรียนและท้าท้ายสู่การสร้างก ระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนอยากเรียน
ปจั จุบนั การศกึ ษาอยู่ในยคุ 4.0 โดยผเู้ รียนสามารถแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากส่ือการสอนทุกรูปแบบ ทั้ง
ส่ือสิ่งพิมพ์และสื่อดิจิทัล โดยเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะในการสืบค้นและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากข้อมูลใน
ปจั จบุ นั มีจานวนมาก ผู้เรียนจึงต้องมีความสามารถในการคน้ หาและตรวจสอบความถกู ต้อง
ท่มี า : http://km.li.mahidol.ac.th/thai-studies-in-thailand-4-0/
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
น่ันก็คือการสร้างคนให้มีทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นทักษะในการคิดวิเคราะห์เป็นหลัก ในขณะเดียวกัน
Thailand 4.0 คอื การพฒั นาประเทศให้มีความทันสมัย มีรายได้มากขึ้น และก้าวพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้
ปานกลาง โดยจะต้องผลิตนวัตกรรมใหม่ ๆ เพ่ือเป็นฐานในการพัฒนาประเทศ และต้องสามารถติดต่อค้าขายกับ
นานาประเทศได้ด้วย ดังน้ัน การศึกษาจึงต้องเร่งดาเนินการปฏิรูปการเรียนรู้ให้กับเด็กไทย ได้เข้าก้าวสู่ Thailand
4.0 อย่างเปน็ รูปธรรมในหลายดา้ น เช่นการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เป็นหัวใจสาคัญในการส่ือสารกับนานาชาติ
ทั้งเพื่อการติดต่อส่ือสาร การแลกเปล่ียนความรู้ การประสานความร่วมมือ และการค้าขาย ซ่ึงที่ผ่านมา
กระทรวงศกึ ษาธิการไดด้ าเนินการยกระดบั ภาษาองั กฤษของประเทศผ่านโครงการสาคัญต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาครู
ภาษาอังกฤษผา่ นกระบวนการ Boot Camp, จัดทาแอพพลเิ คชั่น Echo Hybrid, Echo English เปน็ ต้น
การส่งเสริมการเรียนการสอน วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสะเต็มศึกษา ( STEM
Education) เพอื่ ใหเ้ ดก็ มคี วามเขา้ ใจเกี่ยวกับศาสตร์ทว่ี ่าด้วยเร่ืองของโลกและวัตถตุ า่ ง ๆ ในขณะเดยี วกันเด็กไทยใน
อนาคตก็ตอ้ งคงไว้ซึ่งวฒั นธรรมของไทยท่ีดีงาม ควบคู่กับการเรียนรู้ศาสตร์ใหม่ ๆ ที่มีความทันสมัยด้วยเช่นกันการ
พัฒนาทกั ษะการคิดวิเคราะห์ ส่ิงสาคัญหน่ึงที่ ค้นพบเก่ียวกับ Communication Thinking Skill คือการสอนเรื่อง
การคิดวิเคราะห์ ไม่สามารถแยกวิชาสอนต่างหากได้ แต่จะต้องมีการเรียนวิชาการแต่ละเรื่องอย่างลึกซึ้งเสียก่อน
หลงั จากนั้นการคิดวิเคราะห์จะตามมาเอง เช่นเดยี วกับการเรยี นภาษาอังกฤษ ต้องมีความรู้เร่ืองไวยากรณ์ควบคู่กับ
การอ่าน จนมีความรูเ้ ร่ืองคาและเรือ่ งภาษาจริง ๆ เม่อื น้นั เรากจ็ ะสามารถสอื่ สารภาษาองั กฤษได้ รวมทั้งสามารถนา
ความรไู้ ปใช้งานต่อไดด้ ้วย
การปรับหลกั สตู รการเรียนการสอน ขณะนีก้ ระทรวงศึกษาธิการกาลังปรับปรุงหลักสูตรใหม่ เพื่อนามาใช้ใน
ปีการศึกษา 2561 จากเดิมเรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ อาจจะปรับให้เรียนเป็นรายวิชาเฉพาะเช่นในอดีต โดย
เนอื้ หาหลักสูตรจะเปล่ียนไปตามองค์ความรู้ในโลกยุคใหม่ พร้อมกับการเรียนเฉพาะเรื่องที่สาคัญ ๆ และเรียนให้รู้
อยา่ งลึกซ้ึงทั้งน้ีอาจเกิดวิชาใหม่ ๆ เช่น Computing ท่ีจะเป็นการเรียนเกี่ยวกับโปรแกรม ที่ใช้ควบคุมการทางาน
ของเคร่ืองจักร เคร่ือง กล เพ่ือให้เด็กสร้างนวัตกรรมและรู้เท่าทันเทคโนโลยี, ความรู้เร่ืองวิศวกรรมศาสตร์และ
วิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ท่ีจะนาไปสกู่ ารสรา้ งนวัตกรรมได้ในที่สดุ รวมทั้งอาจจะนาวิชาเดิม ๆ กลับมาสอนอีก เช่น วิชา
ภมู ศิ าสตร์ เพือ่ ใหเ้ กิดการเรียนรูเ้ รอ่ื งของโลก เก่ยี วโยงไปส่วู ชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเกษตรกรรม คือความเข้าใจการเกิด
ของมนุษย์ เข้าใจพื้นท่ี เป็นต้นการพัฒนาปรับปรุงตาราเรียนให้มีมาตรฐาน 5 ดาว กระทรวงศึกษาธิการมีความ
พยายามท่ีจะสร้างตาราเรียน ให้มีมาตรฐาน เพราะตาราท่ีดีจะช่วยส่งเสริมและกระตุ้นให้เด็กอยากรู้ อยากเห็น
อยากตง้ั คาถาม ดงั นน้ั ตาราเรียนต้องตอบสนองต่อผู้เรียนจริง ๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทามาตรฐานตาราเรียน
โดยจะมกี ารใหค้ ะแนน (ดาว) ตามองค์ประกอบของตาราที่กาหนดข้ึน เช่น มีรูปเล่มสวยงาม มีภาพประกอบท่ีดี มี
หัวเร่ืองบทเรยี นและเป้าหมายทช่ี ัดเจน มวี ธิ ีการและตัวอย่างในการแก้โจทย์-แกป้ ญั หา
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
ตลอดจนมีแบบฝึกหัดและมีลิ๊งค์เชื่อมโยงแบบออนไลน์ เป็นต้น ล่าสุดได้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่าง
กระทรวงศึกษาธกิ ารกบั สานักพมิ พ์ที่ผลิตตาราเรยี นทัง้ หมด เพ่ือผลิตตาราเรียนที่ดีมีคุณภาพ และในอนาคตรัฐบาล
ก็จะใช้ตาราเรียนท่ีได้ 5 ดาวเท่าน้ัน หากตาราใดมีมาตรฐานที่เท่ากัน ก็จะพิจารณาจากราคาต่อไป จากนั้นจึงส่ง
รายชื่อตาราเพื่อให้โรงเรียนไปจัดหามาใช้ต่อไปการบริหารจัดการคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ภายใต้โครงการ
โรงเรยี นดใี กลบ้ า้ น ขณะนไ้ี ดเ้ รมิ่ ดาเนินโครงการแล้วในโรงเรียนท่ีสมัครเข้าร่วมโครงการรอบแรก ซึ่งจะเร่ิมดาเนิน
ในชว่ งเปิดภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2559 จานวน 259 แหง่ โดยทกุ อยา่ งตอ้ งเกิดจากการยอมรบั และตัดสินใจของ
คนในพืน้ ที่ ชุมชน พ่อแม่และผปู้ กครอง แม้ท่ีผา่ นมาเราจะมีความพยายามท่ีจะยกระดับโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ยังทา
ไม่สาเร็จ เพราะหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยแต่ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ พยายามชี้แจงให้เห็นถึงทางเลือกท่ีดีกว่าของ
บตุ รหลาน โดยใหเ้ ด็ก ๆ ย้ายไปเรียนในโรงเรียนแม่เหล็กที่มีความพร้อมมากกว่าซ่ึงอยู่ใกล้เคียงกัน พร้อมท้ังได้รับ
การสนับสนุนงบประมาณ จากสานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) เพ่ือพัฒนา ท้ังทางด้าน
กายภาพและวิชาการใหส้ ามารถรองรบั นักเรียนและครูท่ีเพิ่มขนึ้ ได้ ในสว่ นของระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาใน
สถาบันอดุ มศกึ ษา หรือสอบเขา้ มหาวทิ ยาลัยในยคุ ของ Thailand 4.0 นั้น อาจจะยังไม่ได้ตอบโจทย์ Thailand 4.0
โดยตรง แตจ่ ะมคี วามเก่ียวข้องกับเนื้อหา (Content) ในตาราเรียน ซึ่งเป็นเร่ืองหรือเนื้อหาท่ีเด็กต้องเรียน เพ่ือนา
ความรู้เหลา่ นนั้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
อธิบายพร้อมยกตวั อยา่ งประกอบ วัฒนธรรมการศึกษาในอดีตอาจเหมาะกบั สงั คมที่มีแบบแผนแน่นอน เช่น สังคม
เกษตร อุตสาหกรรม และบริการแบบดั้งเดิม ซ่ึงพอผลิตคนตามสาขาก็ส่งเข้าตลาดแรงงานได้ตรงจุด แต่สังคมยุค
ใหม่มีความไม่แน่นอนสูง งานเก่าอาจหดหายไป ส่วนโอกาสและงานใหม่ๆ เกิดข้ึนอย่างรวดเร็ว จึงต้องการคนท่ีมี
ทัศนคติสร้างสรรค์และพร้อมปรับตัว วัฒนธรรมการศึกษาในอดีต เช่น วัฒนธรรมการติดกับกรอบสาขาที่เรียน
วัฒนธรรมเรียนความรู้แทนท่ีจะเรียนทักษะและวิธีคิด สุดท้ายจึงกลับกลายเป็นยิ่งเรียนยิ่งปิดโอกาส แทนที่จะย่ิง
เรียนย่ิงเปิดวิธีคิดและพร้อมลงมอื สรา้ งสรรคโ์ ดยไม่ติดกรอบสาขา
ไทยแลนด์ 4.0 ต้องการคนรุ่นใหม่ท่ีมี “passion” และพลังสร้างสรรค์ แต่เรายังมีวัฒนธรรมการเลือก
สาขาตามความนิยมของผู้ใหญ่ ไม่ใช่ตามความชอบหรือความสนใจของเด็ก หรืออาจเพราะเด็กไทยไม่มีความชอบ
หรอื ความสนใจในอะไรเลย? รวมท้ังค่านิยมเก่าก็ยังหนาแน่นในหลายพ้ืนที่ เช่น พ่อแม่อยากให้ลูกเรียนสายสังคม
เพื่อเปน็ ขา้ ราชการ เป็นเจา้ คนนายคน ไม่ได้เห็นวา่ หัวใจของการศึกษาควรเป็นไปเพื่อการพัฒนาศักยภาพของแต่ละ
บุคคล ซึ่งสุดท้ายย่อมนาไปสู่พลังการสร้างสรรค์อย่างเสรีในระบบเศรษฐกิจด้วยหรือที่เราอาจหาเด็กท่ีอยากเรียน
วิทยาศาสตร์ไมไ่ ด้ เพราะเรามีเด็กเกง่ วิทยาศาสตรอ์ ยนู่ อ้ ยมากในช้ันมัธยมฯ? ดังนั้น การแก้ปัญหาการขาดบุคลากร
ทางวิทยาศาสตร์ของไทยจึงไม่ใช่เพียงแค่กาหนดให้มหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น แต่ต้องดูถึง
การสง่ เสรมิ การเรียนการสอนและการพัฒนาวิธีคิดท่ีเป็นวิทยาศาสตร์ในการศึกษาภาคบังคับด้วยเราต่างอยากเป็น
คนมีวิสัยทัศน์ (จะได้รู้ว่าจะแนะนาให้ลูกเรียนอะไร) เราต่างอยากให้ประเทศมีวิสัยทัศน์ (จะได้กาหนดสาขาให้
เด็กไทยเรียน พาประเทศไปไทยแลนด์ 4.0 ได้เสียที) แต่การศึกษาไม่ใช่เร่ืองผลิตคนป้อนตลาดแรงงานแต่เพียง
เท่านั้น หัวใจของการศึกษา คือ การพัฒนาคนให้บรรลุศักยภาพและพลังสร้างสรรค์ท่ีเขาและเธอมี ถ้าเราเข้าใจ
การศกึ ษาในแนวทางน้ี เราก็จะต้องพยายามเพาะความรัก ความสนใจ และไฟฝันให้แก่เด็กต้ังแต่ยังเล็ก (ไม่ว่าเขา
และเธอจะสนใจสาขาใดก็ตาม) เราต้องแนะนาเด็กวา่ หัวใจของการศึกษาอยู่ที่ทักษะ วิธีคิด และการเรียนรู้ไม่ส้ินสุด
เพ่ือเขาจะไดม้ โี อกาสใช้ศักยภาพในทางสร้างสรรค์ และสร้างคุณค่าให้กับระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศตาม
ฝันไทยแลนด์ 4.0
“คนไม่รู้หนังสือในศตวรรษท่ี 21 ไม่ใช่คนที่อ่านหรือเขียนหนังสือไม่ออก แต่เป็ นคนท่ีไม่รู้จักเรียน
ถอดรื้อสิ่งที่เคยเรียน และเรียนรู้ใหม่”
อา้ งอิง “https://thaipublica.org/2018/01/arm-tungnirun14/
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)
มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบรุ ี
ฝากเพม่ิ เติม
ส่อื การเรียนรู้ยุทธศาสตร์ตามศาสตรพ์ ระราชา 6 ยทุ ธศาสตร์
https://youtu.be/cWKRtwQ7V3Y
ทิศทางการศึกษาของโลกในอนาคต https://youtu.be/mjBCUgUMTp4
วชิ านโยบายและการวางแผนกลยทุ ธ์ทางการศกึ ษา
(Policy and Planning of Strategic Education Management)