The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ป่าแห่งเสียงกระซิบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Haruka S., 2024-02-18 10:11:39

Whispering Forest

ป่าแห่งเสียงกระซิบ

WWhhiissppeerriinngg FFoorreesstt


คำ นำ เจต ไคเซอร์ และเอมส์ กลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองสามคน ต้องการเข้ามาลองของในสถานที่ ที่เรียกได้ว่าขึ้นชื่อเรื่องความน่ากลัว สถานที่นี้เป็นป่าสนทึบขนาดใหญ่ มันถูกเรียกว่า “ป่าแห่งเสียงกระซิบ” ในใจกลางป่าแห่งเสียงกระซิบนั้น มีกระท่อมไม้เก่าตั้งอยู่ ชาวบ้านในระแวกนั้น เชื่อว่ากระท่อมแห่งนี้ มีความชั่วร้ายซ่อนอยู่ มันเป็นกระท่อมไม้ที่เต็มไปด้วยหยากไย่ ประตูถูกล็อก แต่หน้าต่างกลับเปิดอยู่ กลุ่มวัยรุ่นทั้งสามคนจึงเริ่มลองของที่นี่ หลังพวกเขาเข้ามาในกระท่อม เรื่องแปลก ๆ เริ่มเกิดขึ้น หนึ่งในนั้นกล่าวท้าทาย ไม่นานไฟฉาย ที่เป็นแห่งกำ เนิดแสงเดียวก็ดับลง เสียงกระซิบปริศนาดังขึ้น กู่ร้องสะท้านเข้าไปถึงโสตประสาท เรียกความทรงจำ อันเลวร้าย สร้างภาพหลอนให้วัยรุ่นสามคนที่คิดกล่าวท้าทาย ทั้งสามจึงตัดสินใจวิ่งหนีออกจากกระท่อมนั้น วิ่งหนีไปในป่าใหญ่ ป่าทึบรอบข้างน่ากลัว ราวกลับจะกลืนกินวิญญาณทุกส่วนของผู้คิดท้าทาย เจต เอมส์ ไคเซอร์ วิ่งหนีมาจนพบกับลานหินกว้าง อากาศรอบข้างเย็นลง มันเป็นสถานที่ ที่คนเป็นและคนตายสัมผัสถึงกันได้ วิญญาณเริ่มเข้าใกล้ เสียงกระซิบดังถี่ขึ้น พวกเขาควรทำ อย่างไรต่อ การหนีจากวิญญาณร้ายของป่าแห่งเสียงกระซิบนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ [1]


สารบัญ คำ นำ สารบัญ เนื้อเรืื่อง จากใจผู้เขียน ประวัติผู้เขียน บทที่ 1 1 2 3 5 7 9 10 บทที่ 2 บทที่ 3 [2]


บทที่ 1 มีป่าแห่งหนึ่ง เป็นป่าสนทึบที่ปกคลุมไปด้วยหมอกตลอดทั้งปีไม่ว่าจะฤดูใดก็ตาม ป่าแห่งนี้ถูกเรียกขาน ว่า ป่าแห่งเสียงกระซิบ ต้นสนแม้ตั้งตรงสูงใหญ่ แต่หากพิจารณาเพียงอึดใจเดียว ก็เหมือนกับต้นสนนั้น จะโน้มตัวเข้ามาใกล้ตลอดเวลา กิ่งก้านของพวกมันบิดเบี้ยวและหมุนไปเหมือนนิ้วที่เป็นปม มีตำ นานกล่าวถึงวิญญาณโบราณที่ล่องล่อยอยู่ในความมืดมิด เสียงกระซิบของพวกมันสะท้อนผ่านเงามืด เล่นกับจิตใจของใครก็ตามที่กล้าท้าทายพวกมัน ในใจกลางของป่า มีกระท่อมไม้เล็ก ๆ หลังหนึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่แมกไม้สูงใหญ่ หน้าต่างเปิดถูกเปิดอ้าไว้ แต่ประตูกลับล็อกแน่น ทุกส่วนเต็มไปด้วยความเก่าและหยากไย่ เป็นเวลาหลายปีที่ชาวบ้านหลีกเลี่ยงกระท่อมนี้ พวกเขาต่างเชื่อว่ามันเป็นกระท่อมผีสิง มีบางสิ่งที่ชั่วร้ายแอบแฝงอยู่ในนั้น คืนหนึ่งไร้ซึ่งแสงจันทร์ เหล่าวัยรุ่นผู้คึกคะนอง ประกอบด้วย เจต ไคเซอร์ และเอมส์ พวกเขาต้องการที่จะท้าทายความน่ากลัว และความลึกลับของป่าแห่งนี้ “ประตูล็อกอะ” เจตกล่าว “หน้าต่างมันก็เปิดอยู่ไม่เห็นหรือไง ปีนเข้าไปสิ” ไคเซอร์โต้เถียงกลับ “อย่าทะเลาะกัน แล้วก็อย่าเสียงดังด้วย” เอมส์ห้ามปราม [3]


แล้วทั้งสามก็เข้ามาในกระท่อมได้ผ่านการปืนทางหน้าต่าง ภายกระท่อมเต็มไปด้วยฝุ่น และความเหม็นอับ ความเงียบสงัดปกคลุม แต่ในขณะที่พวกเขาสำ รวจห้องโถงที่ชำ รุดทรุดโทรม เหตุการณ์แปลก ๆ ก็เริ่มเผยออกมา เงามืดมิดเคลื่นไหวไปตามกำ แพง และเสียงกระซิบอันน่าขนลุกก็ดังก้องไปทั่วห้องว่าง ๆ แผ่นหลังของทั้งสามเย็นวาบ “ได้ยินกันไหม” เอมส์ถาม “ชัดเจนแจ่มแจ้งเลย” เจตตอบ “อยากเห็น แน่จริงออกมา” หลังกล่าวทำ ท้าทายไคเซอร์ก็เปิดไฟฉาย สาดส่องไปทั่วห้องโถง แล้วบางสิ่งก็เคลื่อนที่แวบผ่านหางตาไป ไคเซอร์หันไฟฉายตามแต่ก็ไม่พบ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าเงาดำ บนกำ แพงเริ่มเคลื่อนไหว กลางราตรีนี้ ไม่ได้มีพวกเขาแต่สามคน [4]


บทที่ 2 “มันไปไหนของมัน” ไคเซอร์ยังคงหัวเสียต่อไปเรื่อย ๆ ในขณะที่บรรยากาศรอบข้างเริ่มกดดันมากขึ้น อยู่ ๆ เสียงกระซิบก็ดังขึ้นอีกครั้ง เสียงนั้นบีบอัดในโสตประสาทเป็นไหน ๆ ทั้งสามเริ่มเห็นภาพหลอนจากประสบการณ์อันเลวร้ายที่เคยประสบ มันถูกฉายวนเวียนซ้ำ ๆ “พ…พวกนาย พวกนายยังอยู่ไหม” เอมส์ถามขึ้นในความมืด ไฟฉายในมือไคเซอร์ดับเป็นที่เรียบร้อย “ฉันยังอยู่นี่ แต่ปวดหัวมากเลยว่ะ” ไคเซอร์ตอบกลับ “ช ช่วยด้วย ชวนฉันที อย่า อย่าทำ แบบนั้น” เป็นเสียงของเจตที่ดังขึ้น “เจตอย่าไปฟัง มันเป็นแค่ภาพหลอน” เอมส์ตะโกนตอบ “ออกจากกระท่อมบ้านี่กันเถอะ” ไคเซอร์พูด [5]


ทั้งสามจึงหนีเข้าไปในป่า หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว ต้นสนรอบข้างดูบิดเบี้ยวไปเสียหมดราวกับเชื้อเชิญพวกเขา นำ ลึกเข้าสู่ความมืดมิด เหมือนกับหลุดไปอีกโลก พวกเขาวิ่งมาจนเจอกับลานหินกว้างที่เต็มไปด้วยอักขระหน้าตาแปลก อากาศเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด เสียงหวีดหวิวชัดเจนในความมืด ราวกับตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ม่านระหว่างคนเป็นและคนตายเบาบาง พวกเขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ปราศจากแสงจันทร์ พวกเขาเห็นใบหน้าของผู้วายชนม์จ้องมองกลับมาที่พวกเขา ด้วยดวงตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า และความปรารถนาบางอย่าง เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง เหล่าวิญญาณล่องลอยบิดเบี้ยว ทั้งสามยืนขาแข็งเป็นอัมพาตด้วยความกลัว จนกระทั่งเจตหยิบไม้กางเขนที่แม่เขาให้ไว้ออกมา เจตก้าวไปข้างหน้าและชูไม้กางเขนขึ้น เอ่ยกล่าวถึงพระบิดา พระบุตร และพระจิต โดยไม่ได้คาดหวังถึงผลลัพธ์ใด ๆ แต่วิญญาณรอบข้างกลับนิ่ง หยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด [6]


บทที่ 3 รอบข้างเงียบสงัด มันเกิดขึ้นครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงใบไม้ และเสียงแผ่วเบาของสายลม จากนั้น เหล่าวิญญาณก็เริ่มจางหายไปสลายไปเหมือนควันในสายลม แสงแรกของวันใหม่ส่องลอดผ่านหมู่ต้นสน ไร้ซึ่งวิญญาณรอบข้าง “มันจบแล้ว” เจตกล่าวออกมาก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ให้ตายฉันก็จะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก” ไคเซอร์พูด “ฉันเหมือนกัน” เอมส์ตอบ พร้อมพยักหน้าเห็นด้วย แสงแห่งวันใหม่ทำ ให้ทั้งสามรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ ได้หลุดพ้นจากความน่ากลัวที่กัดกินโสตประสาท ทั้งสามหาทางออกจากป่า กลับสู่สังคมเมืองที่จากมา สาบานว่าจะไม่กลับมาเหยียบที่แห่งนี้อีก แต่แม้ว่าตะหลุดพ้นแล้ว ความทรงจำ เลวร้ายที่ถูกเรียกคืนมา จะอยู่กับพวกเขาตลอดไป เป็นเครื่องเตือนใจถึงความมืดมิดที่แฝงตัวอยู่ในใจกลางป่าสน [7]


และเมื่อเวลาผ่านไปหลายทศวรรษ ตำ นานของ ป่าแห่งเสียงกระซิบ ก็ยังคงอยู่ และถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อเป็นการเตือนผู้ที่กล้าก้าวย่างเข้ามาในที่ที่ไม่ใช่ของมนุษย์ และที่ที่มนุษย์ ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเหล่าวิญญาณ ดังนั้น ป่าแห่งเสียงกระซิบ จึงยังคงเป็นสถานที่แห่งความลึกลับ และความน่าสะพรึงกลัว ความลับของมันซ่อนอยู่ใต้เงามืด ใจกลางป่าสนที่ซึ่งความมืดปกคลุมอยู่ มีความลับบางอย่างที่ถูกฝังไว้จะดีกว่า [8]


จากใจผู้เขียน [9] ในช่วงชีวิตหนึ่งของชีวิต ทุกคนต่างก็เคยผ่านเหตุการณ์ ๆ หนึ่งที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น คึกคะนอง อยากรู้ อยากเห็น อยากลอง ดังนั้น ในเรื่อง Whispering Forest หรือ ป่าแห่งเสียงกระซิบ ก็ได้นำ เสนอเหตุการณ์นี้ผ่านตัววัยรุ่น 3 คน ที่เป็นเพื่อนกันและได้อยากลองของขึ้นมา โดยถึงแม้ว่าในเรื่องจะเกิดเหตุการณ์มากมาย เช่น การทะเลาะกัน ความวุ่นวาย การขอความช่วยเหลือนอกหนือจากเหตุการณ์พวกนี้ ก็ยังแสดงให้เห็นถึงมิตรภาพของทั้ง 3 คน เพื่อนกันที่ไม่ทิ้งกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อถึงเวลาตกยากลำ บาก ช่วงเวลาวัยรุ่นเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก เพียงกระพริบตาเดียว ก็จะพบว่าตัวเรานั้นได้เติบโต กลายเป็นผู้ใหญ่ไปแล้ว ดังนั้นความสัมพันธ์ในทุก ๆ ช่วงของชีวิตจึงมีความสำ คัญมาก ไม่เพียงแค่ช่วงวัยรุ่น หากมันมีความสำ คัญขนาดนั้น ก็ควรที่จะรักษามันไว้ แทนที่จะทำ ลายความสัมพันธ์เหล่านั้น นรเศรษฐ์


ประวัติผู้เขียน [10] ชื่อ นายนรเศรษฐ์ แสงวิจิตร์์ ชื่อเล่น เกม วันเกิด 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 อายุ 18 ปี ศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 2 เบอร์โทรศัพท์ 080-632-9257


Click to View FlipBook Version