The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tangmo2540siriyakorn, 2022-08-26 03:32:46

หน่วยที่2

หน่วยที่2

ละคร เป็ นการรวบรวมศิลปะหลายแขนงไว้ด้วยกนั ทาให้เห็นถึงวิวฒั นาการ
ทางด้านความคิดสรา้ งสรรคข์ องมนุษยต์ งั้ แต่อดีตถงึ ปัจจบุ นั

ละครตะวนั ตกแบง่ เป็น ๔ ยคุ ดงั นี้
๑. ละครยคุ แรก

๒. ละครสมยั กลาง
๓. ละครยคุ ฟื้ นฟศู ิลปวิทยา
๔. ละครสมยั ใหม่

ละครยุคแรก

ละครในยคุ แรก ถอื เป็นรากฐานของละครตะวนั ตก คือ
๑. ละครสมยั แรกเริ่ม
ละครสมยั แรกเริ่มไม่มีหลกั ฐานปรากฏแน่ชดั ว่า เร่ิมมีมา
ตงั้ แต่สมยั ใด เช่ือกนั ว่าการละครเริ่มมีมาตัง้ แต่มนุษย์
มีการเคลื่อนไหวตามจงั หวะเพลง เพื่อเป็ นส่ือระหว่างมนุษย์
กบั อานาจเร้นลบั โดยมีหมอผีหรือผ้นู าที่ได้รบั ความนับถือ
เป็นผสู้ อนท่าเต้น เพื่อเป็นการบชู าส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิ ให้มาช่วย
ทาให้เกิดความสมบรู ณ์

ละครเวทีเรอ่ื ง Peter Pan

ละครยุคแรก

๒. ละครกรีก

มี ๒ ประเภท

๒.๑ ละครโศกนาฏกรรม (Tragedy) มีต้นกาเนิ ดมา

จากพิธีกรรมในการบูชาเทพเจ้าไดโอไนซุส ซ่ึงเป็ นเทพเจ้า

แห่งเหล้าอง่นุ พืชพนั ธธ์ุ ญั ญาหารและความอดุ มสมบรู ณ์

๒.๒ ละครสขุ นาฏกรรม (Comedy) พฒั นามาจากการ

ขบั ร้องเพลงท่ีสนุกสนานของพวกติดตามขบวนแห่เทพเจ้า

ไดโอไนซุส บทเพลงมีลกั ษณะหยาบโลน มีการใส่หน้ากาก

แต่งกายเลียนแบบสตั ว์ ล้อเลียนสังคม ต่อมามีเนื้อเร่ือง

เก่ียวกบั สามญั ชน มีบทเจรจาโต้ตอบล้อเลียน เรียกว่า “โคมุส”

เพลงท่ีขับร้องและมีลักษณะตลกเรียกว่า“โคมุส โอด” ละครโศกนาฏกรรมเรอ่ื ง
แปลว่า เพลงสนุกสนานเฮฮา Romeo & Juliet

ละครยุคแรก

๒. ละครกรีก
ละครสขุ นาฏกรรมแบง่ เป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ คือ
๑. ละครแบบเก่า เฟ่ื องฟูมากในยุคทองของละครกรีกบทละครมีลกั ษณะเป็ นบท
สนทนาที่เปิ ดเผยและหยาบโลน

ละครยุคแรก

๒. ละครกรกี
ละครสขุ นาฏกรรมแบง่ เป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ คือ
๒. ละครแบบใหม่ เป็ นละครตลกที่เกิดขึ้นเมื่อราว ค.ศ. ๓๓๘ เนื้อเรื่องส่วนใหญ่
เก่ียวกบั การปกปิ ดตวั จริง และยงั คงมีเค้าโครงเก่ียวกบั เทพไดโอไนซุส
โรงละคร เป็ นโรงละครกลางแจ้ง ท่ีนัง่ ทาเป็ นแถวแบบสเตเดียมรปู คร่ึงวงกลมมีที่
ว่างระหว่างผ้ชู มกบั เวทีเรียกว่า “ออรเ์ คสตรา” เพื่อให้กลุ่มนักร้องยืนและเต้น มีฉาก
เป็นภาพวาดมีการใช้เทคนิคต่างๆ เขา้ ช่วย
เครือ่ งแต่งกาย เน่ืองจากเวทีแสดงเลก็ ผ้ชู มอยู่ห่างมาก ผ้แู สดงเป็ นชายล้วน จึง
ต้องแสดงท่าทางให้มากกว่าความเป็ นจริง มีการสวมรองเท้าส้นสูง ใหญ่และหนา
เพ่ือให้ดวู ่าตวั สูง มีเคร่ืองประดบั ศีรษะ เสื้อไม่มีแขน มีเขม็ ขดั คาดใต้อก ใช้เสื้อคลุม
แบบยาวขมวดไว้ตรงบ่าขวา มีเสื้อคลุมสนั้ สวมทับทางบ่าซ้ายมีสีสันฉูดฉาด ใส่
หน้ากากตามลกั ษณะของตวั ละคร

ละครยุคแรก

๓. ละครโรมนั
เ มื่ อ ก อ ง ทัพ ซี ซ า ร์จ า ก ก รุง โ ร ม บุก เ ข้ า ป ร ะ เ ท ศ ก รี ก
ชาวโรมนั ซึ่งมีความสนใจศิลปะ วรรณคดี และการละคร
จึงจดั ตงั้ โรงละครของตนขึน้ แต่กย็ งั ลอกเลียนแบบมาจาก
กรกี โบราณทงั้ สิ้น
ชาวโรมนั ชนั้ สูงดูถกู การละครผ้เู ข้าชมจึงมีแต่ชนชนั้ ตา่
ต้องการแต่ความเพลิดเพลิน ไม่สนใจด้านสุนทรียะและการสร้างเสริมสติปัญญา
ละครแนวโศกนาฏกรรมจึงเสื่อมลงแต่การละครของโรมนั ก็มีความสาคญั และมี
อิทธิพลต่อนักเขียนบทละครในสมยั หลงั ๆ โดยเฉพาะยคุ ฟื้ นฟศู ิลปวิทยา

ละครยุคแรก

๓. ละครโรมนั
๓.๑ ละครโศกนาฏกรรมโรมนั เป็ นบทละครที่ได้มาจากกรีกและเฟื่ องฟูมาก

ในยุคฟื้ นฟูศิลปวิทยา ปัจจุบนั ไม่เป็ นท่ีนิ ยมแล้ว เพราะบทละครของเซเนกาเหมาะจะเป็ น
ละครสาหรบั อ่านมากกว่าจะนามาแสดงเพราะมีรายละเอียดปลีกยอ่ ยมากมาย ดงั นี้

- มี ๕ องก์
- กลุ่มนักร้องทาหน้าท่ีวิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่าเข้าร่วมแสดงในบทละคร
- ฉากสยดสยอง ใช้วิธีการให้ผสู้ ื่อข่าวมารายงาน แทนที่จะแสดงบนเวที
- มีแก่นของเรอื่ งแบบเรา้ ความรสู้ ึก มกั มีการล้างแค้น
- ไม่มีการวาดภาพตวั ละครให้เด่นชดั ให้พดู คนเดียว

ละครยุคแรก

๓. ละครโรมนั
๓.๒ ละครตลกขบขนั โรมนั (Comedy) นักเขียนบทละครประเภทนี้ดดั แปลงเนื้อหา

มาจากละครตลกแบบใหมข่ องกรกี และประสบความสาเรจ็ มากกว่าละครแนวโศกนาฏกรรม
- โรงละคร โรงละครโรมนั ดดั แปลงมาจากโรงละครของกรีก ในยุคแรกมีเพียงการ

ยกพนื้ เพ่ือให้มองเหน็ ได้ทวั่ ถึง ต่อมามีการสรา้ งโรงประชุมใหญ่ขึน้ สร้างรปู วีนัสขึน้ บน
ยอดตวั อาคารและถือว่าเป็นส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิสาหรบั สกั การบชู า

โรมนั เป็ นพวกแรกท่ีใช้ม่านด้านหน้าเวทีด้วยเพราะโรงละครโรมนั มีขนาดใหญ่
จึงมีการแสดงแบบ “แพนโทไมม์” เป็ นตลกสัน้ ๆ มีกลุ่มขบั ร้อง, นักดนตรีทาท่า
ประกอบการแสดง

ละครสมยั กลาง

ถือว่าเป็ นยุคมืด เพราะเป็ นยุคที่มีความเจริญทางวฒั นธรรมน้อยมาก ไม่มีการ
ละคร มีแต่ละครใบ้แบบตลกที่แสดงภาพชีวิตประจาวนั การร้องบทกลอนนับว่าเป็ น
การท้าทายกฎหมาย เพราะถกู เพ่งเลง็ ว่าเป็ นคนบาป โกหกหลอกลวง ศาสนจกั รได้
พยายามต่อต้านการละครแต่กลบั เป็นผฟู้ ื้ นฟขู นึ้ เอง

ประเภทของละคร
๑. ละครแนวมหสั จรรย์
๒. ละครแพสชนั่
๓. ละครแนวอภินิหาร
๔. ละครสอนศีลธรรม
๕. ละครเริงรมย์

ละครสมยั กลาง

๑. ละครแนวมหศั จรรย์ เป็นส่วนหน่ึงของพิธีบชู าในโบสถ์ มีกาเนิดจากพิธีสวดแมส
เรียกว่า ลิเทอร์จิคลั ดรามา (Liturgical Drama) เป็ นละครสนั้ ใช้ภาษาละติน ต่อมา
มีการเพ่ิมฉากและพฒั นาเป็นไซเคิล ดรามา (Cycle Drama) เป็นละครท่ีรวมโครงเรอื่ ง
หรือเร่ืองทานองเพ้อฝันที่มีเนื้อหาเก่ียวกบั เหตุการณ์หรือบุคคลสาคญั ต่อมามีกลุ่มที่
ไม่ได้ทางานเก่ียวกบั ศาสนาเข้ามาทาการแสดง มีการใช้ภาษาถิ่นแทนภาษาละติน
แสดงเร่ืองสนั้ ๆ มีเนื้อเร่ืองเกี่ยวกบั คมั ภีรไ์ บเบิลและศาสนา ไม่ค่อยสนใจความจริงของตวั
ละคร ใช้ฉากน้อย มีฉากตลกมาก

ละครสมยั กลาง

๒. ละครแพสชัน่ เป็ นการแสดงเกี่ยวกับพระเยซู
โดยเฉพาะเรอื่ งวนั สดุ ท้ายที่พระองคถ์ กู พิพากษา

๓. ละครแนวอภินิ หาร เป็ นเหตุการณ์ที่เขียนไว้ใน
คมั ภีรไ์ บเบิล เป็นเรอ่ื งเกี่ยวกบั ส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิ

๔. ละครสอนศีลธรรม เนื้อหาของละครประเภทนี้ได้มา
จากคาสอนของพระเยซู เป็นเร่อื งเชิงเปรียบเทียบ แสดงถึง
การตกตา่ ของตวั แทนมนุษย์

ละครแพสชนั ่

ละครสมยั กลาง

๕. ละครเริงรมย์ เป็ นละครแนวสุขนาฏกรรมแบบสมจริง รายละเอียดของเร่ือง

เรยี บง่าย มีลกั ษณะสมจริง ม่งุ ในเรอ่ื งเฉพาะบคุ คลมากกว่า

- ฉากละคร ในโรงละครมีการตกแต่งฉากอย่าง

พิสดารและละเอียดถ่ีถ้วน มีเกวียนจดั ไว้สาหรบั

เป็ นเวทีแสดง ส่วนล่างของเกวียนมีม่านปิ ดใช้เป็ น

ท่ีเปลี่ยนเสื้อผ้า ผ้ชู มนัง่ ดูอยู่กบั ท่ีมีการนาเกวียน

เขา้ มาแสดงทีละฉาก

- โรงละคร มีการยกพื้นสาหรบั การแสดงใน

โบสถแ์ ละแยกเป็นส่วนๆ ใช้ฉากหลายฉาก โรงละคร

ละครยุคฟื้ นฟูศิลปวทิ ยยา

๑. ละครในอิตาลี
ศนู ยก์ ลางของการละครสมยั นี้คือ ราชสานักและบณั ฑิตยสภา มีการเขียนบทละคร
เลียนแบบละครคลาสสิก ผแู้ สดงส่วนใหญ่เป็นข้าราชสานัก
ละครอิตาลีในยุคนี้ไม่ค่อยมีคุณค่าทางศิลปะแต่มีความสาคญั ในทางประวตั ิการ
ละครเพราะเปลี่ยนจากละครสมยั กลางที่ไม่มีรปู แบบที่แน่นอนมาเป็ นการมีโครงเรื่อง
ท่ีมีรปู แบบ
ละครชนิ ดใหม่ท่ีเกิดขึ้นในอิตาลี ในตอนปลายยุคนี้คือคอมมีเดีย เดลลาร์เต
(Commedia dell’arte) ซ่ึงเป็ นละครแบบสุขนาฏกรรมแบบที่ตวั ละครคิดบทสนทนา
ขนึ้ มาแสดงตามแนวโครงเรอื่ งที่มี

ละครยุคฟื้ นฟูศิลปวทิ ยยา

๒. ละครในสเปน
รบั อิทธิพลมาจากคอมมีเดีย เดลลาร์เต (Commedia dell’arte) นักแสดงเป็ นชาย
ลว้ น ใน ค.ศ. ๑๕๘๗ เริ่มมีนักแสดงหญิงเขา้ มาแสดงด้วย

ละครยุคฟื้ นฟูศิลปวทิ ยยา

๒. ละครในสเปน
๒.๑ ละครเกี่ยวกบั ศาสนา มีลกั ษณะผสมผสานระหว่างไซเคิลเพลย์และละคร

สอนศีลธรรม ผ้แู สดงเป็ นนักแสดงอาชีพจะแทรกเร่ืองตลกสนั้ ๆ เป็ นการสลบั ฉากใน
รูปของการเต้น ต่อมามีเรื่องที่ไม่เก่ียวกบั ศาสนาเพ่ิมมากขึ้น ค.ศ. ๑๗๖๕ ทางฝ่ าย
ศาสนาสงั่ ให้เลิกการแสดงละครประเภทนี้ เพราะเนื้อหามีแต่การรน่ื เริง และเรอ่ื งตลก

๒.๒ ละครทางโลก มีการสร้างโรงละครถาวร ต่อมาสร้างแบบปิ ดทางด้านข้าง
เพื่อให้ขุนนางนัง่ ถ้าให้ประชาชนดูจะใช้ฉากง่ายๆ แต่ถ้าจดั ให้ราชสานักจะมีการ
ตกแต่งฉากและใช้เครอื่ งแต่งกายหรหู รา

ละครสมัยใหม่

เฮนริก อิบเซน (Henrik Ibsen) ได้รบั สมญานามว่าเป็ นบิดาแห่งการเขียนบทละคร
ตามแนวสจั นิยม

๑. ละครแนวสจั นิ ยมและแนวธรรมชาตินิ ยม เป็ นการนาเสนอความจริงของชีวิต
โดยไม่บิดเบอื น

๒. ละครแนวต่อต้านสจั นิยมและธรรมชาติ มีดงั นี้
๒.๑ ละครแบบสญั ลกั ษณ์นิ ยม ใช้สญั ลกั ษณ์ในการเสนอความจริง เพ่ือให้คน

ต้องคิด ทาให้เกิดการตีความได้หลายแนว
๒.๒ ละครรอ้ ยกรอง คือ ละครที่เขียนแบบรอ้ ยกรอง
- ละครแนวบรรยายพรรณนา เป็ นแนวคิดทางวรรณกรรม มีการแสดงออก

ที่บิดเบอื น และเกินความเป็นจริง

ละครสมยั ใหม่

- ละครแนวทีแอตทริคลั ลิสม์ คือ ลกั ษณะละครที่คงสภาพแบบละครโดยไม่
พยายามลอกเลียนแบบสภาพชีวิตท่ีเหน็ ในชีวิตประจาวนั

- ละครแนวมหากาพย์ เป็นละครที่มีบทสนทนาสลบั กบั การบรรยายให้ผ้เู ล่น
คนเดียวเป็นตวั นาเสนอเรอื่ ง

- ละครแนวเอิบเซิรด์ เป็นละครที่สะท้อนความคิดว่าชีวิตเป็นเรอื่ งไรส้ าระ

ละครสร้างสรรค์ คือ ละครนอกรปู แบบท่ีไม่ต้องการเวที มีจดุ มุ่งหมายเพื่อพฒั นา
ความสามารถด้านการแสดงออกและการทางานร่วมกบั ผ้อู ื่นได้เป็ นอย่างดี พร้อมทงั้
สร้างความเช่ือมนั่ ขณะเดียวกนั กเ็ รียนร้ถู ึงความร้สู ึกของผ้อู ่ืนด้วย ละครสร้างสรรค์มี
การฝึ ก ๖ ประการ ดงั นี้

๑. การฝึ กการเคลือ่ นไหวให้สอดคล้องกบั การกระทา
๒. การฝึ กประสาททงั้ ๕ ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย เพ่ือให้เกิดความเข้าใจและ
สามารถนามาใช้ในการแสดงละครได้เป็น อยา่ งดี
๓. การฝึ กละครใบ้ เป็ นการแสดงด้วยท่าทาง
โดยใช้ร่างกายเป็ นเครื่องมือในการส่ือความหมาย
แทนคาพดู

ละครใบ้

๔. การฝึ กละครสด เป็ นการแสดงท่ีผ้แู สดงใช้คาพดู ในการสื่อสารและมีปฏิภาณใน
การพดู โต้ตอบ

๕. การฝึ กละครที่เป็ นเร่ืองราว เป็ นการแสดงที่นักแสดงนาสิ่งต่างๆ ท่ีเคยพบเห็น
มาจินตนาการสรา้ งเป็นละครขึน้

๖. สรปุ การเล่นละครสรา้ งสรรค์ เป็นการสรปุ ทบทวนหลงั จากแสดงละครเรียบร้อย
แล้วเพือ่ นามาชมเชยและปรบั ปรงุ ให้การแสดงดีขนึ้

ละครเวทีเรอ่ื งสโนวไ์ วท์

ละครกบั การพฒั นาในด้านการศึกษา

ละครสามารถนาไปพฒั นาการศึกษาในด้านต่อไปนี้
๑. พฒั นาทางด้านบคุ คล โดยเฉพาะในด้านความคิดสร้างสรรค์ ฝึ กการแก้ปัญหาเฉพาะ
หน้าในสถานการณ์ท่ีสมมตุ ิขึน้
๒. พฒั นาทางศิลปะ ทาให้ได้ทดลองทางานด้วยศิลปะ พฒั นาความคิดสร้างสรรค์
ฝึ กการเขียนบท การออกแบบ และทกั ษะการทางานในหน้าท่ีต่างๆ เป็นการปฏิบตั ิจริง
๓. พฒั นาทางด้านสงั คม ทาให้ร้จู กั การปรบั ตวั
ที่จะทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืน
๔. พฒั นาทางด้านการเรียนรู้ ช่วยทาให้มีจิตใจ
ละเอียดอ่อน มีความเป็ นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ เกิด
ความเข้าใจและช่วยกนั หาวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆ
เพ่ือพฒั นาตนเองและผู้อ่ืน มีทัศนคติท่ีดีในการ
ดาเนิ นชีวิต ทาให้เกิดการเปล่ียนแปลงที่ดีขึ้นต่อ
การดารงชีวิตในภายหน้า

รูปแบบของการสร้างบทยละคร

๑. ละครท่ีเป็ นแบบฉบบั เป็ นละครท่ีสมบูรณ์แบบมีองค์ประกอบท่ีครบถ้วน
ใช้แสดงในโรงละคร บทละครมกั นามาจากวรรณกรรม

๒. ละครท่ีไม่เป็นแบบฉบบั ใช้ผ้แู สดงประมาณ ๕-๖ คน วิธีการนาเสนอเป็นแบบเล่าเร่ือง
และผลดั กนั สวมบทบาท ใช้จินตนาการของผชู้ มเป็นตวั ช่วยในการดาเนินเรอื่ งราว

ละครท่ีไม่เป็ นแบบฉบบั

รูปแบบของการสร้างบทยละคร

๓. ละครท่ีผชู้ มรว่ มแสดง ให้ผชู้ มได้รว่ มสนุกกบั กิจกรรม
๔. ละครเพลง มีบทขบั รอ้ งอย่ใู นบทละคร
๕. ละครห่นุ แสดงเรอื่ งสนั้ ๆ ตวั ห่นุ มีลกั ษณะคล้ายตกุ๊ ตา
๖. ละครประเด็นศึกษา (TIE) เนื้อหาเก่ียวกบั ปัญหาที่เด็กเผชิญอยู่ กระตุ้นผ้ชู ม
ให้ช่วยกนั คิดวิเคราะหป์ ัญหาต่างๆ

องค์ประกอบของละคร

ในการนาเสนอละครนัน้ ต้องมีองคป์ ระกอบ ๓ ประการ คือ
๑. เรอื่ งหรือบทละคร
๒. การแสดง
๓. ผชู้ ม
เรือ่ งหรือบทละครที่ดีต้องมีองคป์ ระกอบ ดงั นี้
๑. โครงเรื่องคือการจดั ลาดบั เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างสมเหตุสมผลตัง้ แต่ต้นจนจบ
๒. ตวั ละคร คือ ผกู้ ระทาและเป็นผไู้ ด้รบั ผลการกระทานัน้
๓. แก่นเร่อื ง คือ ความคิดสาคญั ท่ีผเู้ ขียนต้องการส่ือสาร กบั ผชู้ ม
๔. การใช้ภาษา ควรเป็นภาษาท่ีเขา้ ใจงา่ ย ใช้คาอยา่ งมีศิลปะ
๕. เพลง ต้องมีความสอดคล้องกบั การดาเนินเรอ่ื ง
๖. ภาพ คือ สิ่งท่ีผชู้ มเหน็ ได้จากเวที

โครงสรา้ งบทละครแบง่ เป็น ๗ ส่วน ดงั นี้
๑. การเร่ิมเรอื่ ง เป็นการบอกความเป็นมาของเร่ือง

ท่ีจะแสดง
๒. ความขดั แยง้ ต้องแสดงปัญหาและการแก้ปัญหา

ทาให้ความขดั แย้งหมดไป

๓.การพฒั นาเร่ืองท่ีซับซ้อนเป็ นการสร้างความขดั แย้ง
ให้รนุ แรงสลบั ซบั ซ้อนมากขนึ้

๔. การหกั เหของเร่อื ง หมายถึง เหตปุ ัจจยั ให้เรอ่ื งพลิกผนั

๕. การคลี่คลายเรอ่ื ง เรอ่ื งใกล้บรรลเุ ป้าหมาย สถานการณ์ดีขนึ้

๖. วิกฤตการณ์ เป็นช่วงปะทะกนั เพอื่ รอดพน้ สถานการณ์
๗.การสรปุ เร่อื ง เป็นการสรา้ งความประทบั ใจแก่ผชู้ ม

ข้นั ตอนการเขยี นบทยละคร

๑. การกาหนดเนื้อหาและรปู แบบ กาหนดสาระหลกั
๒. การสร้างเรอ่ื งและตวั ละคร ผเู้ ขียนต้องรจู้ กั ภมู ิหลงั ของตวั ละคร
๓. การสร้างโครงเรอื่ ง มีการดาเนินเรอ่ื งเป็นขนั้ ตอนตงั้ แต่ต้นจนจบ
๔. การกาหนดกิจกรรมในแต่ละฉาก กาหนดสิ่งที่เกิดขึน้ ในแต่ละฉาก
๕. การเขียนบทพูด บทบรรยายและคาอธิบายบท กาหนดว่าตัวละครคิด พูด
และทาอะไร บทบรรยายและคาอธิบายท่าให้ผชู้ มรพู้ ฤติกรรมตวั ละครชดั ยิ่งขนึ้

ข้นั ตอนการสร้างละครสาหรับเยาวชน

๑. ช่วงเตรียมงาน ฝ่ ายอานวยการจะเป็ นผ้นู าข้อมูลไปจดั การเร่ืองรายละเอียดต่างๆ
๒. ช่วงค้นคว้าและพัฒนางาน ต้องทางานร่วมกับคณะผู้ร่วมงานส่วนต่างๆ
เพอ่ื ให้สามารถสรา้ งงานจากขอ้ มลู นามาพิจารณารว่ มกนั และตรงกนั
๓. คดั เลือกนักแสดง ควรมองหานักแสดงท่ีมีบคุ ลิกเหมาะสมกบั บทบาท
๔. การฝึ กซ้อม
๕. การพัฒนางานละครในงบประมาณและกาหนดเวลา
๖. การซ้อมเทคนิ คและการซ้อมใหญ่ก่อนการแสดง
ในการซ้อมเทคนิ คอาจมีการตัดหรือเพ่ิมเติมเพื่อให้ได้
ภาพท่ีต้องการ

หน่วยก่อน สารบญั หน่วยต่อไป


Click to View FlipBook Version