The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 3 เครื่องมือ Principal ใช้ในการจัดกิจกรรมเรียนการสอน ได้รวบรวมเนื้อหาจากประสบการณ์ในการเรียนการสอนมาบูรณาการให้เป็นบทเรียนที่มีความสมบูรณ์ เข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จุฑารัตน์ ใจบุญ, 2023-07-31 23:47:47

หน่วยที่ 3 เครื่องมือ Principal

หน่วยที่ 3 เครื่องมือ Principal ใช้ในการจัดกิจกรรมเรียนการสอน ได้รวบรวมเนื้อหาจากประสบการณ์ในการเรียนการสอนมาบูรณาการให้เป็นบทเรียนที่มีความสมบูรณ์ เข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

องค์ประกอบพื้นฐานของโมเดลในโปรแกรม Google SketchUp แต่ละชิ้น ได้แก่ พื้นผิว, เส้น ขอบ และจุดเชื่อมต่อ ซึ่งในโปรแกรม Google SketchUp นับว่าองค์ประกอบเหล่านี้อยู่แยกกัน กล่าวคือ เมื่อสร้างรูปทรงหรือโมเดลขึ้นมา เราสามารถเลือกทำงานกับพื้นผิวด้านใดด้านหนึ่ง เส้น ของเส้นใดเส้นหนึ่งได้อย่างอิสระ ทั้งนี้เพราะการสร้างโมเดล 3 มิติสามารถปรับแต่งแก้ไขรูปทรงจาก องค์ประกอบใดก็ได้เพื่อความหลากหลายไม่รู้จบของรูปทรงนั้นเอง จุด (Point) คือ ตำแหน่งที่คลิกเมื่อเริ่มต้นวาดภาพจะเป็นจุดเริ่มต้นในการวาด จุดเชื่อมต่อรูป จุดกึ่งกลาง และจุดสิ้นสุดในการวาดรูปต่างๆ ภาพที่ 3.1 ตำแหน่งจุด จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 เส้น (Edge) คือ เกิดจากจุดสองจุดที่เชื่อมโยงต่อกันจนเกิดเป็นเส้น อาจจะเป็นเส้นตรง เส้น โค้ง หรือเส้นอิสระก็ได้ ภาพที่ 3.2 เส้น จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 1


พื้นผิว (Face) คือ เกิดจากการสร้างเส้นเชื่อมต่อกัน โดยจุดเริ่มต้นของเส้นจะบรรจบกับ จุดสิ้นสุด เกิดเป็นรูปร่างที่เป็นส่วนของพื้นผิว ภาพที่ 3.3 พื้นผิว จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 จะเห็นได้ว่า จุดกำเนิดเริ่มแรกของรูปทรง เกิดจากจุด (Point) เมื่อจุด 2 จุด เชื่อมต่อกัน จะเกิดเป็น เส้น (Edge) และเมื่อสร้างจุดต่อเนื่องเป็นเส้นเชื่อมโยงกัน จนจุดสิ้นสุดบรรจบกับ จุดเริ่มต้นเป็นรูปปิด ก็จะเกิดเป็น พื้นผิว (Face) ที่มีรูปทรงต่างๆ Group เป็นการรวมชิ้นส่วนตั้งแต่ 2 ชิ้นขึ้นไป รวมเป็นรูปเดียวกันเพื่อง่ายต่อการนำไปใช้ งาน หรือสะดวกในการแก้ไขภายหลัง ภาพที่ 3.4 การรวมชิ้นส่วน (Group) จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 เป็นการรวมชิ้นส่วนให้เป็นชิ้นเดียวกันคล้ายกับ Group แต่ต่างกันตรงที่ถ้ามีการใช้งาน Components แบบเดียวกันหลายๆ ชิ้นบนพื้นที่ทำงาน เช่น Components หน้าต่างที่ติดตั้งอยู่รอบ โมเดลบ้าน เมื่อมีการแก้ไขหน้าต่างชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ก็จะเป็นการแก้ไขหน้าต่างชิ้นอื่นๆ บนพื้นที่ทำงาน โดยอัตโนมัติ ทำให้ง่ายในการออกแบบ 2


สำหรับชิ้นงานที่มีหลายชิ้นประกอบกัน ควรจะ Group ให้เป็นชิ้นเดียวกันก่อน เพื่อให้ง่ายต่อ การแก้ไขในแต่ละส่วน และถ้าเป็นลักษณะงานที่ต้องใช้ชิ้นงานเหมือนกัน แต่วางไว้หลายตำแหน่ง ควรทำเป็น Components เพื่อให้ง่ายสำหรับการแก้ไขเพียงจุดเดียว ภาพที่ 3.5 การทำ Components จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 On Edge > ตำแหน่งบนเส้นขอบ On Face > ตำแหน่งบนพื้นผิว Midpoint > จุดกึ่งกลางของเส้น Endpoint > จุดปลายของเส้น Intersection > จุดตัดของเส้นกับพื้นผิว ภาพที่ 3.6 จุดอ้างอิง จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 3


คลิก 1 ครั้ง การเลือกส่วนประกอบโมเดล สามารถเลือกด้วยการใช้เครื่องมือ Select โดยทำได้ หลายวิธีขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรู้จักเทคนิคในการใช้เมาส์ และคีย์บอร์ด เพื่อเลือก ส่วนประกอบที่ต้องการ ด้วยการคลิกเมาส์อย่างเดียว เราสามารถเลือกส่วนต่างๆ ของโมเดลได้ แต่เราควรทราบก่อนว่า โมเดลชิ้นหนึ่งประกอบด้วยอะไรบ้าง ภาพที่ 3.7 การเลือกโมเดลด้วยการคลิกเมาส์หลายครั้ง จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 เมื่อทราบองค์ประกอบของโมเดลแล้ว การเลือกส่วนต่าง ๆ ของโมเดลด้วยเมาส์มีดังนี้ การคลิก 1 ครั้ง บนด้านใดด้านหนึ่ง จะเป็นการเลือกเฉพาะพื้นผิวของด้านนั้น และจะปรากฏไฮไลท์พื้นผิวที่เลือก ภาพที่ 3.8 การเลือกโมเดลด้วยการคลิกเมาส์1ครั้ง จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 4


ภาพที่ 3.9 การเลือกโมเดลด้วยการดับเบิลคลิก จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 ภาพที่ 3.10 การเลือกโมเดลด้วยการทริปเปิลคลิก จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 คลิก 2 ครั้ง การคลิก 2 ครั้ง หรือดับเบิลคลิก จะเป็นการเลือกพื้นผิวและเส้นขอบ พื้นผิว นั้น จะมีไฮไลท์ปรากฏทั้งพื้นผิว และเส้น ขอบ การคลิก 3 ครั้ง หรือทริปเปิลคลิก จะเป็นการเลือกโมเดลทั้งชิ้น หรือ มีความหมายว่าเลือกพื้นผิวและเส้นขอบ ทุกด้านที่เชื่อมต่อกันของโมเดลชิ้นนั้น จะมีไฮไลท์ปรากฏทั้งชิ้นโมเดล คลิก 3 ครั้ง 5


เราสามารถใช้เมนูปุ่มขวาของเมาส์ในการเลือกส่วนต่าง ๆ ของโมเดลได้เช่นกัน เมื่อคลิกเมาส์ ปุ่มขวาบนส่วนใด ๆ ของโมเดลที่เราสนใจ จะปรากฏขึ้นมาในการเลือกจะอยู่ในเมนูย่อยชื่อ Select ซึ่งมีตัวเลือก ดังนี้ ภาพที่ 3.11 การใช้เมนูปุ่มขวาของเมาส์เลือกส่วนต่างๆ ของโมเดล จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 Bounding Edges เลือกพื้นผิวและเส้นขอบที่เราเลือก Connected Face เลือกเฉพาะพื้นผิวที่เชื่อมต่อกันทั้งหมดของโมเดล All connected เลือกโมเดลทั้งชิ้น คือพื้นผิวและเส้นขอบที่เชื่อมต่อกัน All on same Layer เลือกโมเดลทั้งหมดชั้นเลเยอร์เดียวกัน All with SameMaterial เลือกโมเดลทั้งหมดที่มีคุณสมบัติเดียวกัน (สี, ลวดลาย) 6


ผลของการเลือกตัวเลือกต่าง ๆ บนโมเดลชิ้นเดียวกัน โดยการใช้เมนูปุ่มขวา เมื่อเลือก Bounding Edges เมื่อเลือก Connected Face เมื่อเลือก All Connected ภาพที่ 3.12 ผลของการเลือกเมนูปุ่มขวาของเมาส์เลือกส่วนต่างๆ บนโมเดลชิ้นเดียวกัน จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 7


การลากพื้นที่เมาส์เพื่อเลือกโมเดลหลายชิ้นนั้นมีวิธีที่สะดวกรวดเร็ว เพียงเราเข้าใจในหัวข้อนี้ เราก็เลือกโมเดลได้อย่างง่ายดาย ภาพที่ 3.13 โมเดลชิ้นงานที่ยังไม่มีการเลือกใดๆ จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 การลากพื้นที่ด้วยเมาส์จากซ้ายไปขวา จะปรากฏกรอบสี่เหลี่ยมเส้นทึบ ซึ่งจะเป็นการเลือก โมเดลที่อยู่ภายในกรอบการลากพื้นที่เท่านั้น โมเดลใดที่ไม่อยู่ในกรอบเต็มชิ้นก็จะไม่ถูกเลือก ลากพื้นที่ครอบเสาไฟ ผู้หญิง และโต๊ะ ผลการเลือกที่ได้ ภาพที่ 3.14 การเลือกโมเดลด้วยการลากพื้นที่เมาส์จากซ้ายไปขวา จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 8


การลากพื้นที่ด้วยเมาส์จากขวาไปซ้าย จะปรากฏกรอบสี่เหลี่ยมเส้นประ ซึ่งจะเป็นการเลือก โมเดลที่กรอบเส้นประนั้นพาดโดน แม้ไม่ได้ครอบโมเดลทั้งชิ้น แต่ถ้ากรอบเส้นประไปถึงโมเดลนั้น ก็จะถูกเลือกด้วย ภาพที่ 3.15 การเลือกโมเดลด้วยการลากพื้นที่เมาส์จากขวาไปซ้าย จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 เราสามารถเลือกโมเดลทั้งหมดในไฟล์ที่เปิดอยู่ขณะนั้นได้ และยกเลิก การเลือกทั้งหมดได้ เช่นเดียวกัน การเลือกทั้งหมด กดปุ่ม Ctrl + A บนคีย์บอร์ด หรือเลือกเมนูEdit --> Select All ภาพที่ 3.16 การเลือกโมเดลทั้งหมด จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 ลากพื้นที่เส้นประเป็นกรอบเล็ก ๆ ไม่ได้ครอบโมเดลชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ผลการเลือก คือ เสาไฟ ผู้หญิง และโต๊ะ แม้ไม่ได้ลากครอบทั้งหมด แต่ถ้ากรอบเส้นประพาดโดนก็จะถูกเลือก 9


การยกเลิกการเลือกทั้งหมด Ctrl + T บนคีย์บอร์ดหรือเลือกเมนูEdit --> Select None ภาพที่ 3.17 การยกเลิกการเลือกโมเดลทั้งหมด จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 เครื่องมือ Eraser ใช้ลบเส้น, ชิ้นส่วน, กรุ๊ป หรือคอมโพเนนต์นอกจากนี้ยังใช้ซ่อนเส้น ที่ไม่ต้องการ หรือทำพื้นผิวให้เรียบขึ้นได้ แต่ไม่สามารถลบพื้นผิวได้ เครื่องมือลบจะมีสัญลักษณ์เป็นยางลบ (Eraser) และอยู่บน Toolbar เมื่อเลือกแล้ว ตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนเป็นยางลบ ใช้เครื่องมือลบคลิกที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของโมเดล เช่น เส้นขอบ และปล่อยเพื่อลบส่วนนั้น ภาพที่ 3.18 การใช้เครื่องมือลบคลิกที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของโมเดล จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 10


ใช้เครื่องมือลบคลิกค้าง และลากผ่านไปยังส่วนต่าง ๆ ที่จะลบก่อนปล่อยเมาส์ เพื่อลบส่วนที่เลือกไว้ ภาพที่ 3.19 การใช้เครื่องมือลบคลิกค้างและลากผ่านส่วนที่ลบของโมเดล จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 โดยทั่วไปโมเดลจะมาพร้อมกับเส้นขอบเพื่อให้พื้นผิวเป็นส่วนที่ปิด แต่พื้นผิวก็สามารถอยู่ได้ โดยไม่มีเส้นขอบ ซึ่งจะทำให้พื้นผิวดูเรียบขึ้น เราสามารถลบขอบออกโดยไม่ทำให้พื้นผิวโมเดลหายไป ได้ ดังนี้ ภาพที่ 3.20 การลบขอบของโมเดล จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 เลือกเครื่องมือลบ และกดปุ่ม ค้างขณะคลิกเลือกเส้นขอบที่ต้อง การลบซึ่งเลือกได้ครั้งละหลายเส้น 1 Ctrl เส้นขอบจะหายไป แต่พื้นผิวโมเดล ยังคงอยู่ทำให้พื้นผิวดูเรียบมากขึ้น 2 11


ภาพที่ 3.21 การยกเลิกการลบขอบของโมเดล จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 โปรแกรม Google SketchUp กำหนดพื้นผิวโมเดลให้มีสีและคุณสมบัติต่าง ๆ ได้ เช่น โปร่งใส เป็นต้น ซึ่งจะใช้เครื่องมือชื่อ Paint Bucket ในการทำงาน ภาพที่ 3.22 โมเดลโซฟาสำหรับการใส่สีพื้นผิว จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 การทำให้พื้นผิวมีเส้นขอบกลับมาเหมือนเดิม ให้ใช้เครื่องมือยางลบเช่นเดิม และกดปุ่ม + ขณะลากเมาส์ผ่านพื้นผิว และปล่อย 3 Ctrl Shift 12


เครื่องมือ Paint Bucket จะอยู่บน Toolbar และมีสัญลักษณ์เป็นถังเทสี การใช้งานมีดังนี้ ภาพที่ 3.23 การเครื่องมือ Paint Bucket จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 ภาพที่ 3.24 หน้าต่าง Materials เลือกสีสำหรับการใส่สีพื้นผิว จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 Paint Bucket หน้าต่าง Materials จะปรากฏขึ้นมา ซึ่งเป็นที่รวมสีและพื้นผิวเพื่อเลือกใช้ 2 เลือกสีที่ต้องการใช้ ในตัวอย่าง จะเลือกสีชมพู 3 คลิกเลือกเครื่องมือ Paint Bucket 1 13


ภาพที่ 3.25 โมเดลที่ได้จากการใส่สีพื้นผิว จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 การใส่คุณสมบัติพื้นผิวนั้น ทำโดยวิธีเดียวกับการเลือกสีแล้วเทบนพื้นผิว เพียงแต่เลือกในหมวด พื้นผิวเท่านั้น ในตัวอย่างนี้จะทำการกำหนดให้กระจกรถยนต์มีสีโปร่งใส ภาพที่ 3.26 โมเดลรถยนต์สำหรับการใส่สีพื้นผิว จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 คลิกเลือกพื้นผิวส่วนที่ต้องการ เพื่อเปลี่ยนสี โมเดลชิ้นหนึ่ง อาจจะมีพื้นผิวหลายส่วนที่ไม่ได้ เชื่อมต่อกัน ทำให้ต้องคลิกเทสีในแต่ละส่วนเอง 4 14


ภาพที่ 3.27 หน้าต่าง Materials เลือกพื้นผิวโปร่งใสสำหรับการใส่สีพื้นผิว จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 ภาพที่ 3.28 การใส่พื้นผิวกระจกรอบคันของโมเดลรถยนต์ จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 ในหน้าต่าง Materials จะมีการแบ่ง หมวดหมู่พื้นผิวโมเดลไว้ในรายการ Drop down list ซึ่งหมวดของพื้นผิว โปร่งใสจะมีชื่อว่า Translucent 1 เลือกตัวเลือกที่มีชื่อว่า Glass ซึ่งมีสีต่าง ๆ เลือกใช้ตามที่ชอบได้ กับโมเดล 2 คลิกเทสีบนพื้นผิวที่ต้องการ ได้แก่ กระจกรอบคันรถ 3 หมุนโมเดลด้วยเครื่องมือ Orbit หรือคลิกเมาส์ปุ่มกลางแล้วหมุน 4 Orbit 15


ภาพที่ 3.29 โมเดลรถยนต์ที่ใส่พื้นผิวกระจกรอบคัน จุฑารัตน์ ใจบุญ ,2556 5 เทสีกระจกอีกด้านจนรอบคัน 16


Click to View FlipBook Version