The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงาน เรื่อง การนำเทคโนโลยีมาใช้บริการผู้บริโภคฯ (พันธณี ทองพร้อม)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pthongprom, 2021-12-19 23:41:28

รายงาน เรื่อง การนำเทคโนโลยีมาใช้บริการผู้บริโภคฯ (พันธณี ทองพร้อม)

รายงาน เรื่อง การนำเทคโนโลยีมาใช้บริการผู้บริโภคฯ (พันธณี ทองพร้อม)

41

ในกรณีที่มีการย่ืนฟ้องคดีใดผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ผู้ใช้ระบบไม่สามารถ
ย่ืนคำคู่ความและ/หรือเอกสารในคดีน้ันผ่านระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรมได้ จะต้อง
ดำเนินการยื่นทางระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์เทา่ นั้น

ข้อ 33 การยื่นคำคู่ความและ/หรือเอกสารทางระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม ให้
ผู้ใช้ระบบลงทะเบียนเข้าสู่ระบบและย่ืนคำคู่ความและ/หรือเอกสารตามวิธีการท่ีระบบกำหนด
โดยการแนบไฟล์ของคำคู่ความและ/หรือเอกสารทตี่ ้องการยน่ื หรือกรอกขอ้ ความลงในแบบฟอร์ม
ออนไลน์ (Online Form) บนระบบบริการออนไลนศ์ าลยตุ ธิ รรม

ในกรณีที่ผู้ใช้ระบบยังไม่ได้ลงทะเบียนความเก่ียวข้องในคดี จะต้องแนบไฟล์สำเนา
บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวสมาชิกสภาทนายความด้วย เพื่อตรวจสอบว่ามีความ
เก่ียวข้องในคดี จากน้ันทำการบันทึกข้อมูลดังกล่าวในระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม โดยให้
ถือว่าการยื่นคำคู่ความและ/หรือเอกสารน้ันเสร็จสมบูรณ์ต่อเมื่อระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม
ไดย้ นื ยันการรบั เอกสารไวแ้ ล้ว

ข้อ 34 เมื่อผู้ใช้ระบบได้ปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอนท่ีกำหนดไว้ในระบบบริการ
ออนไลน์ศาลยุติธรรมแล้ว ระบบจะแสดงหมายเลขอ้างอิงของการย่ืนคำคู่ความและ/หรือเอกสาร
ดังกล่าวเพื่อแสดงว่า ได้รับคำคู่ความและ/หรือเอกสารเข้าสู่ระบบแล้วและสำหรับใช้ในการ
ตรวจสอบตดิ ตามคำส่งั ศาลตอ่ ไป

ข้อ 35 ผู้ใช้ระบบมีหน้าท่ีติดตามผลคำสั่งเก่ียวกับคำคู่ความและ/หรือเอกสารที่ผู้ใช้
ระบบยื่นทางระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรมและเมอ่ื มกี ารแจ้งคำส่ังผ่านระบบดังกล่าวแล้ว ให้
ถอื ว่าผู้ใช้ระบบทราบคำส่งั น้นั

หากผู้ใช้ระบบประสงค์จะได้สำเนาคำสั่งของศาลตามวรรคหนึ่ง ผู้ใช้ระบบต้องดำเนินการ
ขอคดั ถา่ ยเอกสารผ่านระบบบรกิ ารออนไลนศ์ าลยุติธรรม…

ส่วนที่ 4
การดำเนินการของศาลและเจา้ หนา้ ท่ี
ข้อ 40 เมอื่ เจ้าหน้าท่ีได้รับคำคู่ความและ/หรือเอกสารที่ส่งทางระบบบริการออนไลน์
ศาลยุติธรรมแลว้ ให้ตรวจสอบความเก่ียวข้องในคดี ขอ้ มูลเบ้ืองตน้ ของคำคู่ความและ/หรอื เอกสาร
ท่ีส่งและค่าธรรมเนียม คา่ ใชจ้ ่ายในการดำเนินคดี การวางเงินตอ่ ศาล หรอื คา่ จดั ทำเอกสาร
หากเป็นกรณีการยื่นคำคู่ความและ/หรือเอกสารที่ต้องมีการชำระค่าธรรมเนียม
คา่ ใช้จ่ายในการดำเนินคดี การวางเงินต่อศาล หรือการจัดทำเอกสาร ให้เจ้าหน้าท่ีแจ้งจำนวนเงิน
และรายละเอียดการชำระเงินให้ผู้ใช้ระบบดำเนินการชำระ พร้อมทั้งตรวจสอบการชำระเงิน
ดังกล่าวและออกใบรับเงินในราชการศาลยุติธรรมตามระเบียบส่งให้ผู้ใช้ระบบทางระบบบริการ
ออนไลน์ศาลยุตธิ รรม
เมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องจัดส่ิงพิมพ์ออกโดยเร็ว
แต่ไม่เกินสามวันทำการนับแต่วันได้รับหลักฐานการชำระเงินและดำเนินการในส่วนท่ีเก่ียวข้อง
เพื่อนำเสนอต่อศาลโดยเร็ว เมื่อศาลมีคำสั่งประการใดให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลต่อไป

บทท่ี 3

วิธกี ารศึกษา

3.1 รปู แบบการศึกษา

การศึกษารายงานวิชาการ เรื่อง การนำเทคโนโลยีมาใช้บริการผู้บริโภคในการจัดทำ
คำฟ้องด้วยคำฟ้องสำเร็จรูปและการขอให้บันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้อง หรือคำให้การในคดีผู้บริโภค
เป็นการศึกษาเชิงคณุ ภาพ (Quality Research) โดยการวิจัยทางเอกสาร (Documentary Research)
ศึกษาค้นคว้าจากตำรา หนังสือ บทความทางวิชาการ วารสาร รายงานวิจัย วิทยานิพนธ์และเอกสาร
ตา่ ง ๆ รวมทั้งขอ้ มลู ทางอินเตอร์เน็ต ดงั นี้

1. แนวคิดเกี่ยวกับคดีผูบ้ รโิ ภค
2. ระบบการพจิ ารณาคดีพื้นฐาน
3. คำฟอ้ งคดีผบู้ รโิ ภค
4. คำใหก้ ารในคดแี พ่ง
5. คำให้การในคดผี ู้บรโิ ภค
6. ระเบียบ หรือกฎหมายท่ีเก่ยี วข้อง
7. ยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580
8. ยทุ ธศาสตร์ศาลยตุ ธิ รรม พ.ศ. 2561-2564
9. นโยบายประธานศาลฎีกา พ.ศ. 2563-2564
10. หลักการ SMART COURT
11. ระบบรับส่งคำคู่ความอิเลก็ ทรอนกิ สส์ ำนกั งานศาลยุติธรรม

3.2 วิธกี ารศึกษาและการวเิ คราะหข์ อ้ มูล

การศึกษารายงานส่วนบุคคลน้ีเป็นการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารต่าง ๆ
เกี่ยวกับคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ข้อกำหนดของ
ประธานศาลฎีกาว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาและการปฏิบัติหน้าที่ของเจาพนักงานคดีใน
คดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ตำรากฎหมาย บทความ วารสาร ข่าวสารและเอกสารทางวิชาการที่
เก่ียวข้องกับการดำเนินคดีผู้บริโภค กล่าวคือ ในคดีผู้บริโภคโจทก์สามารถฟ้องคดีเป็นหนังสือ
หรือฟ้องด้วยวาจาก็ได้ หากโจทก์ประสงค์จะฟ้องคดีด้วยวาจาสามารถขอให้เจ้าพนักงานคดี
ช่วยเหลือบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องได้ หรือกรณีผู้บริโภคถูกฟ้องเป็นจำเลยและคดีไม่
สามารถตกลงกันได้ก็สามารถขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการจัดทำคำให้การได้ด้วย แต่
ในการดำเนินการดังกล่าวผู้บริโภคจะต้องเดินทางมาพบเจ้าพนักงานคดีเพื่อแจ้งความประสงค์
ขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือ ผู้บริโภคจะต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องแจ้ง

43

ให้เจ้าพนักงานคดีทราบ เพื่อจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการช่วยเหลือได้ถูกต้อง ซึ่ง
กระบวนการและขั้นตอนดังกล่าวยังเป็นกระบวนการที่ล่าช้าและไม่มีช่องทางที่หลากหลาย
ผู้บริโภคไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ด้วยความสะดวก รวดเร็วและได้รับก าร
เยียวยาอย่างทันท่วงที เกิดปัญหาความยุ่งยากของผู้บริโภคในการเข้าถึงกระบวนการฟ้องร้องคดี
และการได้รับความช่วยเหลือในการต่อสู้คดี เมื่อปัจจุบันศาลยุติธรรมได้นำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้า
มาใช้ในการดำเนินงานเพื่อการบริหารจัดการคดีและการบริการของศาลยุติธรรมให้มีความ
สะดวก รวดเร็วและมีการขยายการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสนับสนุนการทำงานเพื่อการลด
ขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี โดยมีระบบที่มีมาตรฐานให้ทุกศาลขับเคลื่อนการทำงาน
ในแนวทางเดียวกัน มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการทำงานและพัฒนา
ระบบการบริการประชาชน การพิจารณาและพิพากษาคดีให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์
สูงสุด ดังนั้น เพื่อเพิ่มช่องทางและการบริการทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ประสงค์จะยื่นคำฟ้อง
คดีผู้บริโภค หรือร้องขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องในคดี
ผู้บริโภค หรือช่วยเหลือในการจัดทำคำให้การโดยไม่ต้องเดินทางมาศาลและสามารถ
ดำเนินการได้ด้วยตนเองตั้งแต่การเริ่มต้นคำฟ้อง คำร้องผ่านระบบ หรือการแนบเอกสารที่
เกี่ยวข้องและติดตามผลการดำเนินการผ่านระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย ควรจัดให้มีการบริการ
ยื่นฟ้องคดีผู้บริโภคโดยใช้แบบคำฟ้องสำเร็จรูป (e-Form) พร้อมทั้งแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง
เบื้องต้นผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) แก่ผู้บริโภคที่ประสงค์จะฟ้องคดี
ด้วยตนเองในคดีที่ไม่มีข้อเท็จจริงยุ่งยากซับซ้อน หรือกรณีที่ผู้บริโภคประสงค์จะ ร้องขอให้
เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้อง หรือคำให้การ สามารถยื่นแจ้งความ
ประสงค์ผ่านระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service: CIOS)
ด้วยตนเองได้ ทั้งน้ี จะทำการศกึ ษาเฉพาะกลุ่มเปา้ หมายทเ่ี ปน็ ผู้บรโิ ภคเท่านัน้

บทที่ 4

ผลการศึกษาและการวเิ คราะห์ข้อมูล

การศึกษารายงานวิชาการ เร่ือง การนำเทคโนโลยีมาใช้บริการผู้บริโภคในการจัดทำ
คำฟ้องด้วยคำฟ้องสำเร็จรูปและการขอให้บันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้อง หรือคำให้การในคดี
ผู้บริโภค เป็นการศึกษาวิจัยทางเอกสาร (Documentary Research) โดยศึกษาค้นคว้าจากตำรา
หนังสือ บทความทางวิชาการ วารสาร รายงานวิจัย วทิ ยานิพนธ์และเอกสารต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกบั
ความเป็นมาและความสำคัญของการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของผู้บริโภคในการยื่นคำฟ้อง
หรือคำให้การในคดีผู้บริโภค โดยศกึ ษาถึงแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีผู้บริโภค
กฎหมายที่เก่ียวข้องและการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการให้บริการแกผ่ ู้บริโภค ให้สามารถเข้าถึง
กระบวนการยุติธรรมได้ง่าย สะดวกและประหยัด สามารถสนับสนุนการอำนวยความยุติธรรมที่
สอดคลอ้ งกบั เจตนารมณข์ องกฎหมายและศาลยตุ ธิ รรม โดยสามารถสรุปผลการศกึ ษา ดังนี้

ปัจจุบันศาลยุติธรรมได้นำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาใช้ในการดำเนินงานเพื่อบริหาร
จัดการคดีและการบริการให้มีความสะดวก รวดเร็วและมีการขยายการนำเทคโนโลยีมาใช้ใน
การสนับสนุนการทำงานเพื่อการลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีโดยมีระบบที่มี
มาตรฐานให้ทุกศาลขับเคลื่อนการทำงานในแนวทางเดียวกัน โดยการนำระบบรับส่ง
อิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานศาลยุติธรรม ได้แก่ ระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System)
และระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service: CIOS) มาใช้เพ่ือให้
บริการแก่คู่ความหรือทนายความให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวกและมี
ประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการทำงานและพัฒนา
ระบบการบริการประชาชน ซึ่งมีผลการตอบรับเป็นที่พอใจของคู่ความและทนายความเป็น
อย่างมาก ทำให้คู่ความและทนายความได้รับความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและ
ค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมยังได้พัฒนาระบบการให้บริการเพื่อให้ครอบคลุม
กลุ่มเป้าหมายให้เข้าถึงเทคโนโลยีและสามารถตอบสนองความต้องการของประชา ชนให้
สามารถเข้าถึงกระบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เท่าเทียมกันและเกิดประโยชน์สูงสุด

แม้จะมีการพัฒนาระบบรับส่งอิเลก็ ทรอนิกส์ของสำนักงานศาลยตุ ิธรรม ได้แก่ ระบบ
รับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) และระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral
Online Service: CIOS) เพื่อให้บริการประชาชนและทนายความให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
จนได้รับความพึงพอใจและตรงตามความต้องการแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันระบบดังกล่าวยังให้
บริการไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งเป็นบุคคลที่กฎหมายมุ่งให้ความคุ้มครองให้ผู้บริโภคมี
โอกาสเข้าถึงความยุติธรรมได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น กล่าวคือ พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค
พ.ศ. 2551 และข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาและการ
ปฏิบัติหน้าท่ีของเจาพนักงานคดีในคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ได้กำหนดให้คดีผู้บริโภค โจทก์
สามารถฟ้องคดีเป็นหนังสือ หรือฟ้องด้วยวาจาก็ได้ หากโจทก์ประสงค์จะฟ้องคดีด้วยวาจา

45

สามารถขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องได้ หรือกรณีผู้บริโภค
ถูกฟ้องเป็นจำเลยและคดีไม่สามารถตกลงกันได้ก็สามารถขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการ
จัดทำคำให้การได้ จะเห็นว่า ในคดีผู้บริโภคกฎหมายมุ่งคุ้มครองผู้บริโภคเป็นสำคัญ แต่ในการ
ดำเนินการดังกล่าวผู้บริโภคอาจจะต้องว่าจ้างทนายความ หรือต้องเดินทางมาศาลเพื่อแจ้ง
ความประสงค์ต่อเจ้าพนักงานคดีให้ช่วยเหลือดำเนินการให้ เมื่อปัจจุบันศาลยุติธรรมได้นำ
เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการทำงาน และพัฒ นาระบบการบริการประชาชน ให้
ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึงและสอดคล้องกับบริบทของสังคมที่ก้าวสู่ยุคดิจิทัล จึงควร
พัฒนาช่องทางการให้บริการโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้แก่ผู้บริโภคให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
ได้ด้วย ในการจัดรายงานส่วนบุคคลนี้ผู้จัดทำจะทำการศึกษาเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้บริโภค
เทา่ น้ัน มีรายละเอยี ดดังต่อไปนี้

4.1 การฟ้องคดีผบู้ รโิ ภค

พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 และข้อกำหนดของประธาน
ศาลฎีกาว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาและการปฏิบัติหน้าท่ีของเจ าพนักงานคดีใน
คดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 20 ประกอบข้อกำหนดฯ ข้อ 7 ได้กำหนดให้โจทก์สามารถฟ้องคดี
เป็นหนังสือ หรือฟ้องด้วยวาจาก็ได้ หากโจทก์ประสงค์จะฟ้องคดีด้วยวาจาสามารถขอให้
เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องได้ โจทก์จะฟ้องเป็นหนังสือ หรือวาจาก็ได้
ซ่ึงในการฟ้องคดีจะต้องเป็นไปตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 55 บัญญัติว่า “เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น
เก่ียวกับสิทธิ หรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง หรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล
บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งท่ีมีเขตอำนาจได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
แพ่งและประมวลกฎหมายนี้” ดังนั้น การท่ีโจทก์จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งได้น้ัน จะต้อง
ปรากฏว่าเป็นผู้ถูกโต้แยง้ สิทธิ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ด้วย ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ มาตรา 7
บัญญัติว่า “กระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภคให้เป็นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้และ
ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา ตามมาตรา 6 ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติและข้อกำหนดดังกล่าว
ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม” ดังนั้น ใน
การฟ้องคดีผ้บู รโิ ภค โจทกจ์ ะต้องศกึ ษาขน้ั ตอนท่เี กย่ี วขอ้ งเพ่อื จัดทำคำฟอ้ ง ดังนี้

1. ความหมายและลักษณะของคดีผูบ้ ริโภค
พ.ร.บ.ว.ิ ผบู้ ริโภคฯ มาตรา 3 กำหนดความหมายของคดผี บู้ รโิ ภคได้ 4 ประเภท ดงั นี้
(1) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภค หรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา 19

หรือตามกฎหมายอื่นกับผู้ประกอบธุรกิจซ่ึงพิพาทกันเก่ียวกับสิทธิ หรือหน้าท่ีตามกฎหมายอันเน่ือง
มาจากการบรโิ ภคสินค้า หรอื บรกิ าร ตามมาตรา 3 (1)

(2) คดีแพ่งตามกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดต่อความเสียหายท่ีเกิดข้ึนจากสินค้า
ทไี่ มป่ ลอดภยั ตามมาตรา 3 (2)

46

(3) คดีแพ่งท่ีเกี่ยวพันกันกับคดี ตาม พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ มาตรา 3 (1) หรือ (2)
เชน่ คดที ฟี่ ้องใหร้ ับผดิ ตามสัญญาค้ำประกนั หรือสญั ญาจำนอง ตามมาตรา 3 (3)

(4) คดีแพ่งท่ีมีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณา ตาม พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ ตาม
มาตรา 3 (4)

2. เขตอำนาจศาล

เขตอำนาจศาลในการพิจารณาพิพากษาคดีผู้บริโภค ต้องพิจารณาบทบัญญัติตาม
ป.ว.ิ พ. ประกอบพระธรรมนญู ศาลยุติธรรมและตาม พ.ร.บ.วิ.ผ้บู ริโภคฯ มาตรา 17 กล่าวคือ

(1) กรณีผู้บริโภคเป็นโจทก์ ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ว่าจะเสนอคำฟ้องต่อศาล
ท่จี ำเลยมีภมู ิลำเนาอย่ใู นเขตศาล หรอื ตอ่ ศาลที่มูลคดเี กิดขึ้นในเขตศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4

(2) กรณีผู้ประกอบธุรกิจเป็นโจทก์ ตาม พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ มาตรา 17 กำหนด
บทบัญญัตพิ ิเศษใหผ้ ปู้ ระกอบธรุ กิจฟอ้ งผูบ้ ริโภคตอ่ ศาลที่ผบู้ ริโภคมีภมู ิลำเนาอย่เู ท่านั้น

3. คา่ ฤชาธรรมเนียมในคดผี บู้ รโิ ภค

ปกติการดำเนินคดีจะมีค่าใช้จ่ายท้ังส่วนท่ีเป็นค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอ่ืน ๆ
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 149 วรรคหน่ึง บัญญัติว่า “ค่าฤชาธรรมเนียม ได้แก่ ค่าธรรมเนียมศาล
ค่าสืบพยานหลักฐานนอกศาล ค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าท่ีพักของพยาน
ผู้เช่ียวชาญ ล่ามและเจ้าพนักงานศาล ค่าทนายความ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ตลอดจน
ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอ่ืน ๆ บรรดากฎหมายบังคับให้ชำระ...” แต่ตาม พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ
มาตรา 18 ได้กำหนดบทบัญญัติพิเศษเพื่อยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมในการย่ืนคำฟ้องและการ
ดำเนนิ กระบวนพิจารณาใด ๆ ให้แก่ผบู้ ริโภค กล่าวคอื ในกรณที ี่เจ้าพนักงานคดีชว่ ยทำคำฟ้องใหก้ ับ
ผู้บริโภค หรือผู้บริโภคยื่นฟ้องคดีด้วยตนเอง ผู้บริโภคไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและค่าฤชาธรรมเนียม
แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ่ึงเป็นค่าคัดสำเนาคำฟ้องและเอกสารต่าง ๆ ที่มีปริมาณมาก ผู้บริโภคต้อง
รบั ภาระค่าใชจ้ า่ ยในส่วนน้ี เนื่องจากค่าคัดสำเนาเอกสารมิใชค่ ่าฤชาธรรมเนียมจึงไมไ่ ดร้ ับยกเว้น

4. วธิ กี ารเสนอคำฟ้อง

(1) กรณีฟ้องเป็นหนังสือ ต้องใช้แบบพิมพ์คำฟ้องคดีผู้บริโภค (แบบ ผบ.1)
ตามประกาศสำนกั งานศาลยุติธรรม เรือ่ ง แบบพมิ พ์ในคดผี บู้ ริโภค ลงวันท่ี 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551

(2) กรณีฟ้องด้วยวาจา มิใช่การไปแถลงขอ้ หาด้วยวาจาต่อศาล เพื่อให้ศาลบันทึก
ไว้ดังเช่นคดีมโนสาเร่ ตาม ป.ว.ิ พ. มาตรา 191 หากแต่เป็นการไปแถลงความประสงค์ที่จะฟ้องคดี
ต่อเจ้าพนักงานคดี แล้วเจ้าพนักงานคดีจะช่วยเหลือในการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องคดี
ผบู้ ริโภคลงในแบบพมิ พค์ ำฟ้องคดผี บู้ รโิ ภค (แบบ ผบ.1)

5. คำฟอ้ งคดผี ูบ้ ริโภค

(1) คำฟ้องคดีผู้บริโภค ต้องใช้แบบพิมพ์คำฟ้องคดีผู้บริโภค (แบบ ผบ.1) ส่วน
แบบพิมพ์อ่ืน ๆ ท่ีใช้ในคดีผู้บริโภค เช่น บัญชีระบุพยาน คำร้องและคำขอให้ใช้แบบพิมพ์ท่ีใช้ใน
คดีทั่วไปตามท่ีสำนักงานศาลยุติธรรมกำหนด ทั้งน้ี แบบพิมพ์ท่ีใช้ในคดีผู้บริโภคทุกแบบให้ใช้
กระดาษขนาด เอ 4

47

(2) คดีผู้บริโภค หากโจทก์ประสงค์จะฟ้องคดีด้วยวาจา โจทก์ต้องไปแจ้งความ
ประสงคท์ ี่จะฟ้องคดีต่อเจา้ พนักงานคดี แล้วเจา้ พนักงานคดจี ะช่วยเหลือในการบันทึกรายละเอียด
แหง่ คำฟ้องคดีผู้บรโิ ภค โดยใหค้ ำแนะนำและช่วยเหลือแกโ่ จทกต์ ามสมควรแก่กรณี

(3) กรณีท่ีเจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องคดี
ผู้บริโภคลงในแบบพิมพ์คำฟ้องคดีผู้บริโภค โดยใช้แบบพิมพ์คำฟ้องคดีผู้บริโภค (แบบ ผบ.1) ให้โจทก์
ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคญั ตามข้อกำหนดฯ ข้อ 6 ส่วนเจา้ พนักงานคดลี งลายมอื ชื่อในฐานะผบู้ นั ทกึ

(4) เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี เจ้าพนักงานคดีมีหน้าท่ีจะต้องดำเนินการ
ให้ความช่วยเหลอื ในการยื่นบญั ชีระบุพยาน การยน่ื คำขอ หรอื คำแถลงต่าง ๆ ควบค่กู นั ไปด้วย

(5) ข้อควรคำนงึ ในการบนั ทกึ รายละเอยี ดแหง่ คำฟอ้ ง คำขอ หรอื คำแถลงตา่ ง ๆ
1. การใชภ้ าษาส้ัน กะทดั รัดได้ใจความ ไม่ใชค้ ำฟุ่มเฟือย หรอื มีความหมายซำ้ กัน
2. เรียงลำดบั เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนกอ่ นและหลงั ตามลำดบั ไป
3. ขอ้ ความชัดแจ้ง อา่ นเขา้ ใจและไม่คลุมเครือ
4. คำฟ้องต้องแสดงข้อโต้แย้งระหว่างโจทก์กับจำเลยว่าเกิดข้ึนเมื่อใดและ

เกิดขึ้นอย่างไร โจทก์เสียหายอย่างไร จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์อย่างไร ถ้ามีจำเลยหลายคนต้อง
กลา่ วถงึ ความสัมพันธ์ หรือความเกี่ยวพันระหว่างจำเลยแต่ละคนวา่ เป็นอยา่ งไร

5. คำขอทา้ ยฟอ้ งแพ่งต้องเป็นเร่ืองท่ีโจทก์บังคบั เอากบั จำเลยเท่านัน้
6. กรณคี ำรอ้ ง คำขอและคำแถลงตอ้ งแสดงเหตุที่ต้องใช้สทิ ธิทางศาล
การทำคำฟ้องคดีผู้บริโภค ตาม พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ มาตรา 20 ประกอบข้อกำหนดฯ
ข้อ 6 และข้อ 7 น้ัน มีความสำคญั ต่อการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภคในศาลเป็นอย่างย่ิง
เพราะถือเปน็ การเริ่มต้นการใช้สิทธทิ างศาลของโจทก์
จะเห็นว่า การฟ้องคดีผู้บริโภคต้องมีข้อเท็จจริงท่ีเป็นเหตุแห่งการฟ้องคดี รวมท้ัง
คำขอบังคับชัดเจนพอที่จะทำให้เข้าใจได้ หากศาลเห็นว่า คำฟ้องน้ันไม่ถูกต้อง หรือขาดสาระสำคัญ
ในบางเรื่อง ศาลอาจมคี ำสั่งให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องในส่วนนั้น ให้ถูกต้องชัดเจนขึ้นได้ แต่หากมีกรณี
ดังกล่าวก็อาจจะทำให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการพิจารณาคดีของศาลได้ นอกจากนี้ การ
บรรยายคำฟ้องควรใช้ภาษาที่ส้ัน กะทัดรัดและได้ใจความ ไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย หรือมีความหมายซ้ำ
กัน ควรเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนและหลังตามลำดับไป ข้อความต้องชัดแจ้ง อ่าน
เข้าใจและไม่คลุมเครือ คำฟ้องต้องแสดงข้อโต้แย้งระหว่างโจทก์กับจำเลยว่าเกิดข้ึนเม่ือใดและ
เกิดขึ้นอย่างไร โจทก์เสียหายอย่างไร จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์อย่างไร ถ้ามีจำเลยหลายคนต้อง
กล่าวถึงความสัมพันธ์ หรือความเก่ียวพันระหว่างจำเลยแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร คำขอท้ายฟ้อง
ต้องเป็นเรื่องท่ีโจทก์บังคับเอากับจำเลยเท่านั้น การฟ้องคดีผู้บริโภคโจทก์สามารถยื่นฟ้องเป็น
หนงั สือ หรือฟ้องดว้ ยวาจาก็ได้ กล่าวคอื

4.1.1 กรณีโจทกย์ ืน่ ฟ้องคดีผู้บริโภคเปน็ หนังสอื

เมอื่ เกิดกรณีพิพาทระหวา่ งผบู้ รโิ ภคกับผู้ประกอบธุรกจิ ซึง่ พพิ าทกันเกี่ยวกบั สทิ ธิ
หรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตาม พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ

48

มาตรา 3 และโจทกจ์ ะยืน่ ฟ้องคดีผ้บู รโิ ภคเป็นหนงั สอื โจทก์จะต้องจดั ทำคำฟ้องโดยมรี ายละเอียด
เก่ยี วกับข้อโตแ้ ย้งให้ครบถ้วนแล้วจึงเรียบเรียงคำฟ้องในแบบพิมพ์คำฟ้อง โดยใช้แบบพิมพ์คำฟ้อง
คดีผู้บริโภค (แบบ ผบ.1) ซ่ึงเป็นกระดาษขนาด เอ 4 หลังจากน้ันโจทก์หรือทนายโจทก์จะต้องนำ
คำฟ้องมาย่ืนฟ้องต่อศาลท่ีมีเขตอำนาจและจะมีเจ้าหน้าที่รับฟ้องตรวจสอบความถูกต้องเบื้องต้น
ก่อน กรณีมีปัญหาข้อสงสัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ เจ้าหน้าท่ีรับฟ้องจะแจ้งให้เจ้าพนักงานคดี
ทำการตรวจสอบพร้อมจัดทำรายงานการตรวจคำฟ้องเพื่อนำเสนอผู้พิพากษาเพื่อพิจารณาต่อไป
เม่ือปัจจุบันศาลยุติธรรมได้นำเทคโนโลยีมาใช้บริการคู่ความ โดยคู่ความสามารถเข้าสู่ระบบและ
ลงทะเบียนเพื่อใช้งานระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) กล่าวคือ โจทกห์ รือทนายโจทก์
ที่ประสงค์จะฟ้องคดีผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) เม่ือลงทะเบียนเข้าใช้งาน
ระบบแล้ว โจทก์หรือทนายโจทก์จะต้องดำเนินการตามท่ีประกาศของสำนักงานศาลยุติธรรม
กำหนด หลังจากนั้นโจทก์หรือทนายโจทก์จะต้องเรียบเรียงคำฟ้องและจัดทำคำฟ้องเป็นหนังสือ
แล้วแปลงไฟล์เอกสารคำฟ้องเป็นไฟล์ PDF เพื่อแนบไฟล์ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงสามารถยื่น
ฟ้องคดีผู้บริโภคผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยไม่ต้องเดินทางมาศาล ซึ่งในการดำเนินการ
ดังกล่าวโจทก์หรือทนายโจทก์ต้องมีความรู้ความสามารถและมีความพร้อมในเร่ืองอุปกรณ์ในการ
เข้าถึงเทคโนโลยีด้วย จะเห็นว่า การฟ้องคดีผู้บริโภคเป็นหนังสือค่อนข้างมีรายละเอียดและ
ขั้นตอนที่ยุ่งยากและยังต้องมีความรู้ทางกฎหมายท่ีเก่ียวข้องกบั กรณีโต้แย้งสิทธิด้วย โจทก์จึงต้อง
เป็นบุคคลท่ีมีความรู้ทางกฎหมายท่ีสามารถเรียบเรียงคำฟ้องได้ด้วยตนเอง หรือจะต้องว่าจ้าง
ทนายความให้จัดคำฟ้องเป็นหนังสือได้ นอกจากนี้ ปัจจุบันช่องทางในการฟ้องคดีผู้บริโภคกรณี
ฟ้องเป็นหนังสือ โจทก์หรือทนายโจทก์สามารถเลือกยื่นฟ้องกรณีฟ้องเป็นหนังสือกับเจ้าหน้าท่ีรับ
ฟอ้ งต่อศาลที่มเี ขตอำนาจ หรือสามารถย่ืนฟ้องผ่านระบบรับส่งอิเลก็ ทรอนิกส์ (e-Filing System)
ไดด้ ว้ ย

4.1.2 กรณีโจทก์ซึง่ เป็นผู้บริโภคประสงค์จะฟอ้ งคดผี ู้บรโิ ภคดว้ ยวาจา

เมื่อผู้บริโภคประสงค์จะฟ้องคดีผู้บริโภคด้วยวาจาและขอให้เจ้าพนักงานคดี
ช่วยเหลอื ในการบันทกึ รายละเอียดแห่งคำฟอ้ ง เจา้ พนักงานคดีจึงมีหน้าที่จะต้องดำเนินการบันทึก
รายละเอียดแห่งคำฟ้องให้กับผู้บริโภค ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวผู้บรโิ ภคจะต้องเดินทางมาศาล
เพื่อพบเจ้าพนักงานคดีและแจ้งความประสงค์ต่อเจ้าพนักงานคดีพร้อมทั้งแจ้งข้อเท็จจริงเบ้ืองต้น
เพ่ือให้เจา้ พนักงานคดีช่วยเหลือในการบนั ทึกรายละเอียดแห่งคำฟอ้ ง โดยผู้บริโภคจะต้องรวบรวม
เอกสารต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ งอันแสดงถึงข้อโต้แย้งเพ่ือประกอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น แลว้ เจ้าพนักงานคดี
จะทำการสอบข้อเท็จจริงเบ้ืองต้นพร้อมบันทึกถ้อยคำของพยาน (ชั้นสอบข้อเท็จจริงก่อนฟ้อง)
และบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งในการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นเจ้าพนักงานคดีจะดำเนินการสอบ
ข้อเท็จจริงในวันที่ผู้บริโภคมาแจ้งความประสงค์ หรือจะกำหนดวันนัดเพื่อให้ผู้บริโภครวบรวม
เอกสารที่เก่ียวข้องประกอบการสอบข้อเท็จจริงในภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ ในการสอบข้อเท็จจริง
เบื้องต้นของเจ้าพนักงานคดีเพื่อจะตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นมีข้อโต้แย้งสิทธิและเป็นคดี
ผู้บริโภคหรือไม่ คดีอยู่ในเขตอำนาจศาลหรือไม่ แล้วจะดำเนินการเรียบเรียงคำฟ้องจาก

49

ข้อเท็จจริงและปรับหลักกฎหมายเพื่อให้คำฟ้องมีความสมบูรณ์และมีคำขอบังคับตามความ
ประสงค์ของผู้บริโภค เมื่อดำเนินการเรยี บร้อยแล้วเจา้ พนักงานคดีจะกำหนดวนั นดั เพ่อื ใหผ้ บู้ ริโภค
มาฟ้องคดีต่อศาลในภายหลัง

เดิมการฟ้องคดีผู้บริโภค กรณีผู้บริโภคฟ้องคดีเป็นหนังสือ ผู้บริโภคสามารถ
ยื่นฟ้องคดีด้วยตนเอง หรือแต่งต้ังทนายความให้ย่ืนฟ้องได้ โดยการจัดทำคำฟ้องคดีบริโภคตามที่
พ.ร.บ.วิผู้บริโภคฯ กำหนด กล่าวคือ คำฟ้องต้องมีข้อเท็จจริงท่ีเป็นเหตุแห่งการฟ้องคดี รวมท้ัง
คำขอบังคับชัดเจนพอที่จะทำให้เข้าใจได้ ซ่ึงนอกจากคำฟ้องจะต้องมีรายการและรายละเอียดแห่ง
คำฟ้องดังกล่าวแล้ว โจทกจ์ ะต้องเรียบเรียงคำฟ้องในแบบพิมพ์คำฟ้อง (แบบ ผบ.1) ด้วย แล้วจึงนำ
คำฟ้องมาย่ืนกับเจ้าหน้าท่ีรับฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ส่วนกรณีผู้บริโภคประสงค์จะฟ้องคดี
ผู้บริโภคด้วยวาจา ผู้บริโภคจะต้องเดินทางมาศาลที่มีเขตอำนาจขอพบเจ้าพนักงานคดีเพื่อขอ
ปรึกษาคดีผู้บริโภคและแจ้งความประสงค์ให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการบันทึ กรายละเอียด
แห่งคำฟ้อง โดยผู้บริโภคจะต้องรวบรวมเอกสารและข้อเท็จจริงท่ีเกี่ยวข้องกับกรณีพิพาท เพ่ือ
ให้เจ้าพนักงานคดีตรวจสอบข้อเท็จจริงและบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องคดีผู้บริโภค เม่ือ
เจ้าพนักงานคดีดำเนินการตามขั้นตอนและบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งให้
ผู้บริโภคยื่นฟ้องคดีต่อเจ้าหน้าท่ีรับฟ้อง แม้ปัจจุบันศาลยุติธรรมได้นำเทคโนโลยีมาใช้ให้บริการ
ฟ้องคดีผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) โดยในการฟ้องคดีผู้บริโภค หากโจทก์
จะย่ืนฟ้องคดีโดยไม่ต้องเดินทางมาศาล สามารถดำเนินการย่ืนฟ้องคดีผ่านระบบรับส่ง
อิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) ได้ แต่ในกรณีที่ผู้บริโภคประสงค์จะฟ้องคดีเป็นหนังสือผ่าน
ระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์แต่ไม่สามารถเรียบเรียงคำฟ้องด้วยตนเองได้ หรือกรณีผู้บริโภคขอให้
เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องโด ยไม่ต้องเดินทางมาศาลยังไม่
สามารถดำเนินการได้ เน่ืองจากยังไม่มีช่องทาง หรือบริการทางเลือกให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงบริการ
ดังกล่าวผ่านระบบเทคโนโลยีได้อย่างครอบคลุม ทำให้การฟ้องคดีผู้บริโภค หรือการขอให้
เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องสำหรับผู้บริโภคยังคงเป็นเร่ืองที่
ยงุ่ ยาก ไม่สามารถเขา้ ถงึ กระบวนการได้โดยง่ายและยงั ไม่ไดร้ บั ความสะดวก

จะเห็นว่า ปัจจุบันการฟ้องคดีผู้บริโภค หากผู้บริโภคเป็นโจทก์ไมม่ ีทนายความ
จะฟ้องคดีด้วยวาจา ในการจัดทำคำฟ้องจะต้องแจ้งความประสงค์ต่อเจ้าพนักงานคดีเพ่ือขอให้
ช่วยเหลือในการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องและจะต้องรวบรวมเอกสารท่ีเก่ียวข้องเพื่อ
ประกอบการฟ้องคดี ในการติดต่อประสานงานกับเจ้าพนักงานคดีผู้บริโภคจะต้องเดินทางมาศาล
เพ่ือแจ้งความประสงค์ ข้อเท็จจริงและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เจ้าพนักงานคดีดำเนินการ
ส่วนการฟ้องคดีเมื่อเจ้าพนักงานคดีทำคำฟ้องเสร็จสิ้นแล้วจะแจ้งให้ผู้บริโภคย่ืนฟ้องคดีต่อ
เจา้ หน้าที่รับฟ้อง หรือจะช่วยเหลือผู้บริโภคให้ย่ืนฟ้องคดีผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing
System) ก็ได้ ทั้งนี้ หากผู้บริโภคประสงค์จะฟ้องคดีผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ เจ้าพนักงาน
คดีจะทำหน้าท่ีให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้ันตอนการดำเนินการของระบบ จึงเป็นเร่ืองยุ่งยากและยัง
ตอ้ งเดนิ ทางมาศาล ทำให้ผู้บริโภคไม่ไดร้ บั ความสะดวกและตอ้ งเสียเวลาในการดำเนนิ การดังกล่าว

50

4.2 คำให้การจำเลยในคดีผ้บู รโิ ภค

คดีผู้บริโภคจำเลยจะย่ืนคำให้การเป็นหนังสือก่อนวันนัดพิจารณา หรือในวันนัด
พิจารณาหลังจากไกล่เกลี่ยแล้วคู่ความตกลงไม่ได้ ตาม พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ มาตรา 24 หรือ
มาตรา 26 ก็ได้ ซึ่งหากจำเลยยังไม่ได้ย่ืนคำให้การ ให้ศาลจัดให้มีการสอบถามคำให้การจำเลย
โดยจำเลยจะย่ืนคำให้การเป็นหนังสือ หรือจะให้การด้วยวาจาก็ได้ ตาม พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ มาตรา 26
บัญญัติว่า “ถ้าคู่ความไม่อาจตกลงกัน หรือไม่อาจประนีประนอมยอมความกันได้และจำเลยยัง
ไม่ได้ยื่นคำให้การ ให้ศาลจัดให้มีการสอบถามคำให้การของจำเลย โดยจำเลยจะย่ืนคำให้การเป็น
หนังสือ หรือจะให้การด้วยวาจาก็ได้ ในกรณีที่ย่ืนคำให้การเป็นหนังสือ หากศาลเห็นว่าคำให้การ
ดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือขาดสาระสำคัญบางเร่ือง ศาลอาจมีคำส่ังให้จำเลยแก้ไขคำให้การในส่วนนั้น
ให้ถูกต้อง หรือชัดเจนขึ้นก็ได้ ในกรณีให้การด้วยวาจาให้ศาลจัดให้มีการบันทึกคำให้การน้ันและให้
จำเลยลงลายมือชือ่ ไว้เป็นสำคญั

ถ้าจำเลยไม่ให้การตามวรรคหน่ึงและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้ขยายระยะเวลาย่ืน
คำใหก้ าร ให้ถือว่าจำเลยขาดนดั ยืน่ คำใหก้ าร”

จะเห็นว่า การให้การของจำเลยในคดีผู้บริโภค จำเลยจะใหก้ ารเป็นหนงั สือ หรือให้การ
ด้วยวาจาก็ได้ ในกรณีให้การเป็นหนังสือ ถ้าศาลเห็นว่าคำให้การน้ันไม่ถูกต้อง หรือขาดสาระสำคัญ
บางเร่ือง ศาลอาจมีคำสั่งให้จำเลยแก้ไขคำให้การนั้นให้ถูกต้อง หรือชัดเจนขึ้น หรือหากจำเลย
ประสงค์จะให้การด้วยวาจา ให้ศาลจัดให้มีการบันทึกคำให้การนั้นและให้จำเลยลงลายมือช่ือไว้
เป็นสำคัญก็ได้ หรือศาลอาจมอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือคู่ความในการจัดทำ
คำให้การก็ได้ ตาม พ.ร.บ.วิ.ผู้บรโิ ภคฯ มาตรา 4 (5) มาตรา 26 ประกอบข้อกำหนดฯ ข้อ 17

เน่อื งจากการดำเนินคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเฉพาะคดีท่ีมีข้อพิพาท
ทางแพ่งเพียงอย่างเดียว พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ มาตรา 7 จึงบัญญัติว่า “กระบวนวิธีพิจารณาคดี
ผู้บริโภคให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติน้ีและข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา ตาม
มาตรา 6 ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติและข้อกำหนดดังกล่าว ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้บังคบั โดยอนุโลม” ดังนั้น เม่ือ พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ มไิ ด้บัญญัติเกี่ยวกับ
รูปแบบและลักษณะของคำให้การจำเลยไว้ จึงต้องนำบทบัญญัติเก่ียวกับรูปแบบและลักษณะการ
จดั ทำคำใหก้ าร ตาม ป.ว.ิ พ. มาตรา 67 และมาตรา 177 มาใชบ้ ังคับโดยอนโุ ลม

4.2.1 กรณคี ำให้การเปน็ หนงั สอื

ในกรณีจำเลยยื่นคำให้การเป็นหนังสือ ก่อนนำเสนอศาลเพื่อพิจารณาสั่ง
เจา้ พนกั งานคดที ่ีรับคำใหก้ ารน้นั ต้องตรวจสอบแบบพิมพ์คำใหก้ ารและรายการในคำให้การ ดงั นี้

(1) แบบพิมพ์คำให้การจำเลย (แบบ ผบ.3) ตามประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม
เรอ่ื งแบบพมิ พค์ ดีผู้บริโภค ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2551

(2) ตรวจสอบเลขคดี
(3) ชอ่ื ศาล

51

(4) วัน เดือน ปที ีย่ ืน่ คำให้การ
(5) ชือ่ ค่คู วามและรายละเอียดเกย่ี วกบั จำเลย
(6) ตรวจสอบการลงลายมือชื่อท้ายคำให้การ เอกสารท้ายคำให้การรับรอง
สำเนาถกู ตอ้ งครบถ้วน สำเนาคำให้การครบจำนวนโจทก์
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ มาตรา 7
“จำเลยต้องแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออา้ งของโจทก์ท้ังส้นิ หรือ
แต่บางส่วน รวมท้ังเหตุแห่งการน้ัน” ในกรณีคำให้การที่ยื่นเป็นหนังสือ ถ้าไม่ถูกต้อง หรือขาด
สาระสำคัญบางเร่ือง ตาม พ.ร.บ.วิผู้บริโภคฯ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ศาลอาจมีคำสั่งให้
จำเลยแก้ไขคำการในสว่ นนนั้ ใหถ้ ูกต้อง หรือชัดเจนขึน้ ได้

4.2.2 กรณคี ำใหก้ ารดว้ ยวาจา

ในวันนัดพิจารณาหลังจากไกล่เกล่ียแล้วคู่ความไม่สามารถตกลงกันได้ หาก
จำเลยยังไม่ได้ย่ืนคำให้การและประสงค์จะยื่นคำให้การ ศาลอาจมอบหมายให้เจ้าพนักงานคดี
ชว่ ยเหลือค่คู วามในการจัดทำคำให้การให้เรียบร้อย แล้วรายงานเสนอต่อศาลเพื่อออกน่ังพิจารณา
ในวันนั้น หรือวันนัดพิจารณาอื่นตามท่ีศาลเห็นสมควร ตาม พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ มาตรา 4 (5)
มาตรา 26 ประกอบข้อกำหนดฯ ข้อ 17 นอกจากน้ัน เจ้าพนักงานคดียังมีหน้าท่ีต้องตรวจสอบ
และดูแลให้คู่ความดำเนินคดีไปตามข้ันตอนของกฎหมาย โดยในกรณีท่ีจำเลยให้การด้วยวาจา
เจ้าพนักงานคดีจะให้คำแนะนำแก่จำเลยในเร่ืองกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับการย่ืนคำให้การต่อสู้คดี
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง ประกอบ พ.รบ.วิ.ผู้บริโภคฯ มาตรา 7 ซ่ึงบัญญัติว่า “จำเลย
ต้องแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยอมรับ หรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ท้ังสิ้น หรือแต่
บางส่วน รวมท้ังเหตุแห่งการน้ัน” กล่าวคือ จำเลยต้องระบุให้ชัดเจนว่า รับ หรือปฏิเสธและระบุ
เหตุผลด้วย เนื่องจากคำให้การแต่ละคดีมีความแตกต่างกันออกไปข้ึนอยู่กับเรื่องราวข้อเท็จจริง
ตา่ ง ๆ ตลอดจนรายละเอียดที่ปรากฏในฟ้อง ดังนั้น ในคดีทม่ี ีประเด็นหลายเร่ือง หากศาลมอบหมาย
ให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือคคู่ วามในการจัดทำคำให้การ เจ้าพนักงานจะต้องสอบข้อเท็จจริงก่อน
โดยการบันทึกถ้อยคำของพยาน (ช้ันสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนจัดทำคำให้การ) เม่ือดำเนินการ
เรียบร้อยแล้ว จึงบันทึกคำให้การลงในแบบพิมพ์คำให้การจำเลย (แบบ ผบ.3) ซึ่งเจ้าพนักงานคดี
ต้องบันทึกคำให้การจำเลยตามความประสงค์ของจำเลยและต้ องไม่มีลักษณ ะเป็นการกำหนด
รูปคดีทำนองเดียวกับการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความ ตามข้อกำหนดฯ ข้อ 17 วรรคสอง ซ่ึงมี
ขัน้ ตอนในการดำเนนิ การ ดงั นี้

1) การสอบข้อเท็จจรงิ และบันทกึ ถ้อยคำของพยาน
ในการจัดทำคำให้การจำเลย เจ้าพนักงานคดีควรบันทึกถ้อยคำของพยาน (ช้ันสอบ

ข้อเท็จจริงก่อนจัดทำคำให้การ) การสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวจะเร่ิมจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ตามคำฟ้องของโจทก์ก่อน หลังจากนั้นจึงสอบข้อเท็จจริงท่ีได้ความจากจำเลย เพื่อให้ปรากฏ
ข้อเท็จจริงที่ยุติเป็นเบื้องต้นว่า มีข้อเท็จจริงบางส่วนท่ีสามารถรับกันได้และจำเลยยังปฏิเสธอยู่

52

ข้อเท็จจริงส่วนท่ีรับกันได้ก็ให้พิจารณาไว้เป็นประเด็น ส่วนข้อเท็จจริงท่ีจำเลยยังโต้เถียงอยู่ก็ให้
แยกไว้เปน็ อกี ประเด็น เรียงเป็นข้อ ๆ

2) แนวทางในการจดั ทำคำให้การในคดผี ู้บริโภค
2.1) คำใหก้ ารของจำเลยตอ้ งชัดเจน
การบันทึกคำให้การลงในแบบพิมพ์ ผบ.3 จะต้องเรียบเรียงข้อเท็จจริง

จากบันทึกถ้อยคำพยาน (ช้ันสอบข้อเท็จจริงก่อนจัดทำคำให้การ) โดยต้ังประเด็นให้ชัดเจนว่า
จำเลยรับ หรือปฏิเสธ ควรบันทึกคำให้การโดยแยกประเด็นเป็นข้อ ๆ เรียงลำดับไป เพราะจะทำ
ใหศ้ าลสามารถกำหนดประเด็นไดง้ ่าย ดงั นี้

(ก) คำให้การท่จี ำเลยแถลงรับ
(ข) คำให้การต่อสู้ในประเดน็ ท่ีโจทกม์ ภี าระการพิสูจน์
(ค) คำให้การต่อสใู้ นประเด็นท่จี ำเลยมีภาระการพสิ จู น์
2.2) ในกรณีที่คำให้การของจำเลยไม่ได้กล่าวถึงข้ออ้างตามคำฟ้องโจทก์ข้อใด
กฎหมายถอื ว่าจำเลยยอมรบั ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 84 (3) ประกอบ พ.ร.บ.วิ.ผบู้ รโิ ภคฯ มาตรา 7 และ
ข้อเทจ็ จรงิ บางประเดน็ จะตอ้ งระบุรายละเอียดพฤติการณเ์ ก่ียวกับขอ้ เท็จจรงิ ให้ศาลทราบด้วย
2.3) การสรุปตอนท้าย เมื่อเขียนคำให้การโดยเริ่มต้ังแต่ข้อเท็จจริงท่ีรับกันได้
ประเด็นที่โจทก์มภี าระการพิสจู น์และประเด็นท่ีจำเลยมีภาระการพิสูจน์เสร็จสิ้นแล้ว ส่วนท้ายควร
เขียนขอ้ ความให้ได้ความว่า ขอให้ศาลยกฟ้องโจทก์ เช่น อาจเขียนว่า “อาศยั เหตุผลดังกราบเรยี น
ขอศาลได้โปรดพิพากษายกฟอ้ งโจทก์ ให้โจทกใ์ ช้คา่ ฤชาธรรมเนยี มอยา่ งสงู แทนจำเลย”
2.4) เม่ือเจ้าพนักงานคดีบันทึกคำให้การด้วยวาจาในแบบพิมพ์ ผบ.3 เสร็จแล้ว
ควรตรวจสอบความเรียบร้อย อ่านให้จำเลยฟังและให้จำเลยอ่านเอง แล้วให้จำเลยลงลายมือช่ือไว้
โดยเจ้าพนักงานคดีจะลงชื่อในคำใหก้ ารในฐานะเปน็ ผูบ้ ันทึก
2.5) หากไม่สามารถย่ืนคำให้การได้ทันภายในวันนัดพิจารณาอาจย่ืนคำร้องขอ
ขยายระยะเวลายนื่ คำให้การได้ โดยอา้ งถงึ เหตจุ ำเปน็ ตาม พ.ร.บ.วิ.ผบู้ รโิ ภคฯ มาตรา 15
จะเห็นว่า พ.ร.บ.วิ.ผู้บริโภคฯ มิได้บัญญัติเก่ียวกับรูปแบบและลักษณะของ
คำให้การจำเลยไว้เป็นการเฉพาะ จึงต้องนำบทบัญญัติเก่ียวกับรูปแบบและลักษณะการจัดทำ
คำให้การ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 67 และมาตรา 177 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งในการจัดทำ
คำให้การจำเลยเป็นเรื่องที่มีความยุ่งยากมาก เพราะคำให้การแต่ละคดีมีความแตกต่างกันออกไป
ขน้ึ อยู่กบั ข้อเท็จจริงและรายละเอียดท่ีปรากฏในคำฟ้อง การให้การต่อสู้คดีมปี ระเด็นข้อกฎหมายท่ี
เก่ียวข้องเป็นจำนวนมากและยังส่งผลกระทบกับผลของคดี หากจำเลยซ่ึงเป็นผู้บริโภคไม่มีความรู้
ความเข้าใจในประเดน็ ขอ้ ตอ่ สู้ หรือขอ้ กฎหมายจะไม่สามารถจัดทำคำใหก้ ารจำเลยได้ด้วยตนเอง
แต่เดิมการยื่นคำให้การต่อสู้คดีในคดีผู้บริโภค หากจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคจะยื่น
คำให้การเป็นหนังสือสามารถย่ืนคำให้การต่อศาลได้ก่อนวันนัดพิจารณา หรือภายในวันนัด
พิจารณาก็ได้ โดยจำเลย หรือผู้ท่ีได้รับแต่งตั้งให้ดำเนินการแทนจะต้องนำคำให้การจำเลยมายื่น
ต่อเจ้าหน้าท่ี หรือเจ้าพนักงานคดีเพ่ือตรวจสอบความถูกต้องก่อน จึงจะรับคำให้การจำเลยเพื่อ

53

เสนอต่อศาล ส่วนกรณีจำเลยซ่ึงเป็นผู้บริโภคประสงค์จะขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการ
จัดทำคำให้การจำเลย หรือให้การด้วยวาจา ในวันนัดพิจารณาเม่ือคู่ความไม่สามารถตกลงกันได้
และจำเลยยังไม่ได้ย่ืนคำให้การ ศาลอาจมอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการจัดทำ
คำให้การได้ โดยจำเลยจะต้องแจ้งความประสงค์และประเด็นข้อต่อสู้ต่อเจ้าพนักงานคดีเพื่อ
ช่วยเหลือในการจัดทำคำให้การ โดยเจ้าพนักงานคดีจะสอบข้อเท็จจริงและบันทึกถ้อยคำของ
พยาน (ช้ันสอบข้อเทจ็ จริงกอ่ นจัดทำคำให้การ) แลว้ จึงจัดทำคำใหก้ ารให้จำเลยเสนอต่อศาล ซง่ึ ใน
การขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการจัดทำคำให้การ หรือยื่นคำให้การต่อศาล จำเลยซ่ึงเป็น
ผบู้ รโิ ภคจะต้องเดนิ ทางมาศาลเพ่ือแจ้งความประสงค์ใหเ้ จา้ พนักงานคดีช่วยเหลอื ตามข้ันตอน

ปัจจุบันศาลยุติธรรมได้นำเทคโนโลยีมาใช้บริการรับส่งเอกสารหรือคำคู่ความผ่าน
ระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) ได้ โดยในกรณีที่โจทก์ฟ้องคดีผู้บริโภคผ่านระบบ
อิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) จำเลยสามารถเลือกย่ืนคำให้การเป็นหนังสือผ่านระบบ
อิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) ได้เช่นกันโดยไม่ต้องเดินทางมาศาล แต่ในกรณีที่ผู้บริโภค
ถูกฟ้องเป็นจำเลยและประสงค์จะให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการจัดทำคำให้การโดยไม่ต้อง
เดินทางมาศาลยังไม่สามารถดำเนินการได้ เน่ืองจากยังไม่มีช่องทางหรือบริการทางเลือกให้
ผู้บริโภคได้เข้าถึงบริการดังกล่าวผ่านระบบเทคโนโลยีได้ ทำให้การติดต่อประสานงานหรือขอให้
เจา้ พนักงานคดชี ่วยเหลือในการจัดทำคำใหก้ ารเป็นเร่อื งที่ยุ่งยาก ไม่สามารถเข้าถงึ กระบวนการได้
โดยง่าย

ดังน้ัน แม้ปัจจุบันศาลยุติธรรมได้นำเทคโนโลยีมาใช้บริการรับส่งเอกสาร หรือ
คำคู่ความผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) และบริการข้อมูลคดีผ่านระบบ
บริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service: CIOS) ก็ตาม แต่ระบบ
เทคโนโลยีดังกล่าวยังไม่มีช่องทาง หรือบริการทางเลือกให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเลือกใช้บริการหรือ
สามารถเข้าถึงบริการ หรือการติดต่อประสานงานกับเจ้าพนักงานคดีได้โดยไม่ต้องเดินทางมาศาล
ผา่ นระบบเทคโนโลยไี ดอ้ ย่างหลากหลาย

4.3 การนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนนุ ในการใหบ้ รกิ ารผบู้ ริโภคในคดผี ูบ้ รโิ ภค

ตามนโยบายประธานศาลฎีกา ปี 2563-2564 เร่ืองความเสมอภาค โดยมุ่งเน้นให้
ประชาชนได้รับความเป็นธรรมอย่างเสมอภาค พัฒนาระบบงานศาลยุติธรรมให้เป็นท่ีประจักษ์ใน
ความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใสและตรวจสอบความคืบหน้าของคดีได้ กระจายการเข้าถึง
กระบวนการยุติธรรมสู่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ลดข้ันตอน ลดภาระค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลา
ใน ก า ร ด ำ เนิ น ค ดี แ ล ะ ป ฏิ บั ติ ต่ อ ผู้ เก่ี ย ว ข้ อ งใน ก า ร ด ำ เนิ น ค ดี อ ย่ า งเห ม า ะ ส ม แ ล ะ เท่ า เที ย ม
เร่ืองสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นการสร้างกลไกการดำเนินกระบวนพิจารณาและการพิพากษาคดีท่ี
ทันสมัย พัฒนากลไกและระบบการดำเนินคดีท่ีมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ ความปลอดภัยของ
ประชาชนและเศรษฐกิจสังคมของประเทศให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมและสอดคล้องกับบริบท
ของสังคมและนโยบายเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ 2564 มุ่งสนับสนุน

54

ให้ศาลยุติธรรมเป็น SMART COURT ที่มีความเป็นอัจฉริยะในทุกด้าน เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย
ประธานศาลฎีกา ด้าน TECHNOLOGY SMART คือ เน้นการใช้เทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพ
เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้สะดวก รวดเร็วท่ีสุดและต้องรักษากระบวน
พิจารณาท่ีถูกต้องตามกฎหมายไว้ด้วย ศาลยุติธรรมจึงได้นำระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ของ
สำนักงานศาลยุติธรรมมาใช้เพ่ือให้บริการแก่คู่ความ หรือทนายความ ได้แก่ ระบบรับส่ง
อิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) และระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral
Online Service: CIOS) โดยสำนักงานศาลยุติธรรมออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและ
เงื่อนไขในการย่นื ส่งและรบั คำคคู่ วามและเอกสารทางระบบรับสง่ อิเล็กทรอนิกสไ์ ว้

4.3.1 ระบบรับส่งอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (e-Filing System)

ปัจจุบันศาลยุติธรรมได้นำระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) และ
พัฒนาระบบ e-Filing ให้มีประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึน มาใช้เพ่ือบริการแก่คู่ความหรือทนายความใน
การฟ้องคดีผู้บริโภคโดยไม่ต้องเดินทางมาศาล โดยคู่ความหรือทนายความอาจยื่นคำฟ้อง หรือ
คำร้องขอต้ังต้นคดีในศาลช้ันต้นทางระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ คดีแพ่ง คดีผู้บริโภค รวมถึง
คดีแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลชำนัญพิเศษ ยกเว้นคดีท่ีอยู่ในอำนาจพิจารณา
พิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัว การยื่นคำคู่ความอื่นทางระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์
เปน็ ไปตามที่สำนักงานศาลยุติธรรมประกาศกำหนด แต่คคู่ วามหรือทนายความจะต้องลงทะเบยี น
ในการยื่น ส่งและรับคู่ความและเอกสารผ่านระบบและประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ในการยื่นคำขอ
ลงทะเบียนไว้ โดยให้ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ของศาลยุติธรรม โดยผู้ย่ืนคำขอจะได้รับ “ช่ือ
ผู้ใช้” (Username) และ “รหัสผ่าน” (Password) ผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail)
หรือหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนท่ีท่ีได้ลงทะเบียนไว้ ซ่ึงการเข้าใช้ระบบผู้ย่ืนคำขอต้องใช้
Username และ Password รวมท้ังรหัสผ่านแบบใช้คร้ังเดียว (OTP) ท่ีส่งไปยังมือถือท่ี
ลงทะเบียนไว้ วิธีการดังกล่าวถือเป็นการลงลายมือช่ืออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งน้ี เอกสารประกอบท่ีต้อง
แนบทางระบบ กำหนดว่าต้องทำให้อยู่ในรูปแบบ PDF เท่าน้ัน หลังจากศาลได้มีคำส่ังเกี่ยวกบั คำฟ้อง
แลว้ ผู้ยื่นคำขอจะได้รับแจ้งคำสงั่ ดงั กลา่ วผา่ นทาง SMS หรอื e-Mail ทผี่ ู้ย่ืนคำขอไดล้ งทะเบียนไว้
โดยผู้ย่ืนคำขอสามารถตรวจสอบรายละเอียดคำส่ังดังกล่าวในระบบได้ ทั้งน้ี ตามประกาศ
สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการย่ืน ส่งและรับคำคู่ความและ
เอกสารทางระบบรับสง่ อิเล็กทรอนิกส์

จะเห็นว่า ระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) นำมาใช้เพ่ือบริการ
แก่คู่ความ หรือทนายความในการฟ้องคดีผู้บริโภคโดยไม่ต้องเดินทางมาศาล โดยคู่ความหรือ
ทนายความอาจย่ืนคำฟ้อง หรือคำร้องขอต้ังต้นคดีในศาลช้ันต้นทางระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ได้
นนั้ เปน็ กรณีท่ีค่คู วามซ่ึงมคี วามรคู้ วามสามารถในการจดั ทำฟ้องได้ด้วยตนเอง หรอื สามารถแต่งตั้ง
ทนายความให้จัดทำคำฟ้องและเข้าถึงเทคโนโลยีได้โดยสะดวก เพราะในการฟ้องคดีผู้บริโภคผ่าน
ระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-filing System) คู่ความหรือทนายความจะต้องจัดทำคำฟ้องโดย

55

บรรยายกรณีที่ถกู โต้แย้ง ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ชัดแจ้ง รวมท้ังคำขอบังคับด้วย แลว้ เรียบเรียง
ในแบบพิมพ์คำฟ้องคดีผู้บรโิ ภค (แบบ ผบ.1) แปลงไฟล์คำฟ้องและเอกสารประกอบเป็นไฟล์ PDF
เพ่ือย่ืนฟ้องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงในการดำเนินการดังกล่าวเป็นข้ันตอนท่ียุ่งยาก แต่สำหรับ
ผู้บริโภคที่ไม่มีความรู้ความสามารถในการจัดทำคำฟ้องได้ด้วยตนเองไม่สามารถเรียบเรียงคำฟ้อง
ได้ ท้ังที่ผู้บริโภคเป็นบุคคลซ่ึงกฎหมายมุ่งให้ความคุ้มครองให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้
โดยง่าย สะดวกและประหยัด ดังนั้น เพ่ือเป็นการพฒั นาระบบการใหบ้ ริการและเพ่ิมชอ่ งทางเลอื ก
ให้แก่ผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงกระบวนการฟ้องคดีในระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing
System) ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ควรกำหนดประเภทคดีและช่องทางในระบบรับส่ง
อิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) สำหรบั ผู้บริโภคโดยเฉพาะ กลา่ วคือ

1. ประเภทคดี เพ่ือให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะ
กระบวนการฟ้องคดีผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) ได้ด้วยตนเอง ง่ายและ
สะดวก จึงควรกำหนดประเภทคดีผู้บริโภคท่ีไม่ยุ่งยาก ซับซ้อนและมีทุนทรัพย์ไม่มากนัก เช่น คดี
ผดิ สญั ญาซือ้ ขาย/ซือ้ ขายออนไลน์ ผดิ สญั ญาจ้างทำของ ผดิ สัญญาประกนั ภยั /ประกนั ชีวิต เป็นต้น

2. แบบคำฟ้องสำเร็จรูป (e-form) เมื่อกำหนดประเภทคดีผู้บริโภคแล้ว
เพ่ือให้ผู้บริโภคสามารถพิมพ์คำฟ้อง หรือเรียบเรียงคำฟ้องได้ด้วยตนเอง จึงควรกำหนดแบบคำฟ้อง
สำเรจ็ รูปสำหรับประเภทคดีตา่ ง ๆ ท่ีหลากหลายเพ่ือใหผ้ ู้บริโภคได้มโี อกาสเลือกใช้ในการนำเสนอ
ขอ้ เทจ็ จริงกรณีถูกโต้แยง้ สิทธิ โดยให้สามารถกรอกรายละเอียดในแบบคำฟ้องสำเรจ็ รูปได้โดยงา่ ย
สะดวกและไมย่ งุ่ ยาก

3. ช่องทางสำหรับผู้บริโภค ในระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System)
เพ่ือใหผ้ ูบ้ รโิ ภคสามารถฟ้องคดดี ้วยตนเองผ่านระบบ e-Filing จึงควรมีการกำหนดช่องทางสำหรับ
ผบู้ รโิ ภคไวโ้ ดยเฉพาะ ดังนี้

3.1 ข้ันตอนการลงทะเบียน ควรกำหนดช่องทางการลงทะเบียนสำหรับ
ผบู้ รโิ ภคเปน็ การเฉพาะ ใหเ้ ลอื กลงทะเบียนเพ่อื เขา้ สู่ระบบในการฟอ้ งคดี

3.2 เมื่อลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ของศาลยุติธรรม โดยผู้ย่ืนคำขอจะ
ได้รับ “ชื่อผู้ใช้” (Username) และ “รหัสผ่าน” (Password) ผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
(e-Mail) หรือหมายเลขโทรศัพท์เคล่ือนท่ีที่ได้ลงทะเบียนไว้ ซึ่งการเข้าใช้ระบบผู้ยื่นคำขอต้องใช้
Username และ Password รวมทั้งรหัสผ่านแบบใช้คร้ังเดียว (OTP) ท่ีส่งไปยังมือถือ หรือ
Email ที่ลงทะเบยี นไว้

3.3 เลือกประเภทคดีตามท่ีกำหนด เมื่อกดที่ชื่อเรื่องคดีจะปรากฏแบบ
คำฟ้องสำเร็จรูปแต่ละประเภท โดยผู้บริโภคสามารถปริ้นแบบฟอร์มดังกล่าวเพ่ือนำมาพิมพ์เติม
ข้อความ หรือกรอกข้อความด้วยลายมือเขียนก็ได้ หรือจะเลือกกรอกรายละเอียดข้อมูลเป็นไฟล์
word เพ่ือพมิ พ์ข้อความ เม่ือคำฟ้องถูกตอ้ งสมบรู ณแ์ ล้วจงึ แปลงเปน็ ไฟล์ PDF กไ็ ด้

3.4 กรอกรายละเอียดคำฟ้องตามแบบฟอร์มสำเร็จรูปที่กำหนด โดย
ผู้บริโภคสามารถเลือกกรอกรายละเอียดข้อความลงในแบบฟอร์มออนไลน์ (Online Form) หรือ

56

สามารถกรอกรายละเอียดในแบบคำฟ้องสำเร็จรูปด้วยลายมือ หรือพิมพ์เอกสารแล้วแปลงเป็น
ไฟล์ PDF แนบไฟล์เอกสาร พร้อมแนบเอกสารประกอบ (ถา้ ม)ี ก็ได้

4. เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ กรณีผู้บริโภคเป็นโจทก์ฟ้องคดีในระบบ e-Filing
เจ้าพนักงานคดีจะเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบคำฟ้อง กล่าวคือ เมื่อมีการฟ้องคดีผู้บริโภคท่ี
ผู้บริโภคเป็นโจทก์เข้าสู่ระบบ e-Filing ระบบจะส่งข้อความไปยังเจ้าพนักงานคดีเพ่ือตรวจสอบ
ความถูกต้องสมบูรณ์ของฟ้อง โดยคำฟ้องท่ีผู้บริโภคกรอกข้อความลงในแบบฟอร์มออนไลน์
(Online Form) จะเป็นไฟล์ word หรือไฟล์เอกสาร PDF ท้ังนี้ เพ่ือให้เจ้าพนักงานคดีได้
ตรวจสอบคำฟ้องและสามารถแกไ้ ขคำฟ้องให้ถูกต้องสมบรู ณ์ได้ ดงั นี้

4.1 ฟ้องคดีผู้บริโภคท่ีผู้บริโภคเป็นโจทก์ ระบบจะส่งข้อความแจ้งเตือนไป
ยังเจ้าพนักงานคดี ผ่าน e-mail หรอื ข้อความทางโทรศัพท์

4.2 เมื่อได้รับแจ้งเตือน เจ้าพนักงานคดีเข้าตรวจสอบคำฟ้องในระบบ ผ่าน
Mobile Pass ทลี่ งทะเบียนไว้

4.3 ตรวจสอบชอื่ ค่คู วามและเขตอำนาจศาล
4.4 ตรวจรายละเอยี ดแหง่ คำฟ้อง
4.5 กรณีคำฟ้องไม่ถูกต้อง เม่ือเจ้าพนักงานคดีตรวจคำฟ้องแล้ว ปรากฏว่า
ฟอ้ งไม่ถกู ต้อง ต้องดำเนนิ การแกไ้ ข จะกด “แกไ้ ข” แล้วบันทึก “รายละเอยี ดในการแก้ไข” ระบบ
จะแจง้ เตอื นโจทก์ตามช่องทางทลี่ งทะเบียนไวใ้ ห้ทำการแก้ไขภายใน 3 วัน

4.5.1 หากโจทก์ไม่ได้ดำเนินการแก้ไขภายในเวลากำหนด ถือว่าไม่มี
การยืน่ คำฟอ้ ง หากโจทกป์ ระสงค์จะฟ้องคดีดังกลา่ วจะต้องดำเนินการตามขนั้ ตอนเรมิ่ ตน้ ฟ้องคดี

4.5.2 หากโจทกแ์ กไ้ ขภายในกำหนดเวลา ให้กด “ยนื ยันคำฟ้อง” แล้ว
ระบบจะแจ้งเตือนเจ้าพนักงานคดีตรวจสอบอีกครั้ง หากคำฟ้องมีการแก้ไขถูกต้องสมบูรณ์
เจ้าพนักงานคดีจะกด “ฟ้องสมบูรณ์” คำฟ้องของผู้บริโภคจะเข้าสู่แบบฟอร์มคำฟ้องคดีผู้บริโภค
(แบบ ผบ.1) และเป็นไฟล์ PDF ถือว่าฟ้องสมบูรณ์และถือเป็นวันรับฟ้องคดี ระบบจะกำหนดเลข
คดีและแจ้งเตือนผพู้ ิพากษาเพ่ือมีคำสงั่ ตอ่ ไปและระบบจะส่งแจ้งเตือนโจทก์ให้ตรวจสอบคำสั่งศาล

4.6 กรณีคำฟ้องถูกต้องสมบูรณ์ เจ้าพนักงานคดีจะกด “ตรวจคำฟ้อง”
แล้วและ กดว่า “ฟ้องสมบูรณ์” คำฟ้องของผู้บริโภคจะเข้าสู่แบบฟอร์มคำฟ้องคดีผู้บริโภค
(แบบ ผบ.1) และเปน็ ไฟล์ PDF ถอื ว่าฟ้องสมบูรณ์และถือเป็นวันรับฟ้องคดี ระบบจะกำหนดเลขคดี
และแจง้ เตอื นผู้พพิ ากษาเพ่อื มคี ำสงั่ ตอ่ ไปและระบบจะสง่ แจ้งเตือนโจทก์ใหต้ รวจสอบคำส่งั ศาล

เน่ืองจากในการฟ้องคดีผู้บริโภค หากผู้บริโภคเป็นโจทก์ฟ้องคดีจะได้รับ
ยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมท้ังปวง ในข้ันตอนการดำเนินการฟ้องคดีในระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์
(e-Filing System) จึงไม่มขี ้นั ตอนการดำเนนิ การในสว่ นของการชำระคา่ ฤชาธรรมเนยี มกอ่ น

57

แผนผังขั้นตอนการฟ้องคดีผูบ้ ริโภค ผ่านระบบรบั สง่ อเิ ล็กทรอนิกส์ (e-Filing System)
(สำหรับผู้บริโภค)

ผู้บรโิ ภคลงทะเบียนผ่านระบบ e-Filing

1. สำหรับผบู้ รโิ ภค

2. ประเภทคดี

3. คำฟ้องสำเร็จรูป 4. แบบฟอรม์ ออนไลน์

3.1 เลอื กช่ือเร่อื ง/เขียน/พิมพ์ 4.1 กรอกข้อมูลออนไลน์
3.2. ผบู้ รโิ ภคยนื่ แบบ แนบไฟล์ PDF ออนไลน์

4.2 ฟ้องถกู ต้อง ขอ้ มลู เข้าส่แู บบฟอร์ม
คำฟ้อง (ผบ.1) และเป็นไฟล์ PDF

5. เจ้าพนกั งานคดตี รวจสอบ

5.1 ถกู ตอ้ ง=ฟอ้ งสมบรู ณ์ 5.2 ไมถ่ กู ต้อง/แกไ้ ข/เพิ่มเติม

6. ผ้พู พิ ากษาพิจารณา 5.2.1 แจง้ เตือนผูบ้ ริโภค

แกไ้ ข/ภายในกำหนด ไมแ่ ก้ไขภายในกำหนด

ส้ินสดุ /ย่นื ฟอ้ งใหม่

7. ผูบ้ รโิ ภครับการแจ้งเตอื นการดำเนนิ การ
ผา่ นทางโทรศัพท์/Email ท่ีลงทะเบียน

58

4.3.2 ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online
Service: CIOS)

ศาลยุติธรรมได้นำระบบบริการข้อมูลคดีศาลยุติธรรม (Case Information
Online Service: CIOS) มาใช้บริการข้อมูลคดีผ่านอินเตอร์เน็ตตลอด 24 ช่ัวโมง ปัจจุบันได้
พฒั นาระบบมาเป็นระบบออนไลน์ศาลยุตธิ รรม (Court Integral Online Service: CIOS) เพ่ือให้
การบริการข้อมูลคดีได้อย่างครอบคลุมมากย่ิงข้ึน ทั้งน้ี เพ่ิมความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการ
เดินทางของคู่ความในคดีหรือประชาชน ช่วยอำนวยความสะดวกในการเรียกดูข้อมูลคดีท่ีคู่ความ
เกี่ยวข้องในคดีได้ทุกท่ีทุกเวลาท่ีต้องการ ระบบระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court
Integral Online Service: CIOS) เป็นระบบบริการข้อมูลคดี ระบบยื่น ส่งและรับคำคู่ความและ
เอกสาร ระบบบริการข้อมูลคดี วันนัดพิจารณา ผลการส่งหมายและคำส่ังศาลผ่านอินเทอร์เน็ต
การให้บริการคัดถ่ายเอกสารในสำนวนคดีออนไลน์ การให้บริการขอใบสำคัญเพ่ือแสดงว่าคำ
พิพากษาหรือคำสั่งได้ถึงที่สุดแล้ว การยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ระบบทนายความขอแรง
รวมถึงการให้บริการออนไลน์และการลงทะเบียนอื่น ๆ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตลอด 24 ชั่วโมง
ซึ่งระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (CIOS) ให้บริการ 11 ด้าน กล่าวคือ คู่ความในคดี ปฏิทิน
นัดพิจารณา รายการนัดพิจารณา ผลการส่งหมาย คำส่ังศาล การขอคัดถ่ายล่วงหน้า การรับรองคดี
ถึงท่ีสุด อัตราค่านำหมาย สมุดโทรศัพท์ศาล การติดตามสำนวนคดีอื่น ๆ และทนายขอแรง อีกท้ัง
ยังให้บริการขอคัดถ่ายเอกสารบนระบบ CIOS อีก 13 ด้าน ประกอบด้วย การขอคัดถ่ายคำฟ้อง
คำให้การ คำสั่ง คำพิพากษา บัญชีค่าฤชาธรรมเนียม คำบังคับ คำร้อง หมายจับ คำให้การพยาน
รายงานกระบวนพิจารณา หมายบังคับคดี สัญญาประนีประนอมและเอกสารหมาย นอกจากนี้
สำนักงานศาลยุติธรรมได้มีหนังสือด่วนท่ีสุด 2 ฉบับ เก่ียวกับเร่ืองการอำนวยความสะดวก
แก่ประชาชนในการยนื่ คำขอประกันทางออนไลน์ โดยใหบ้ ริการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวและ
คำร้องอุทธรณ์คำส่ังไม่อนุญาตให้ปล่อยช่ัวคราวได้ทางระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรมและได้
ออกแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการย่ืนและรับคำร้องขอปล่อยช่ัวคราวและคำสั่งอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาต
ให้ปล่อยช่ัวคราวทางระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม ข้ันตอนพิสูจน์ตัวตนเพ่ือย่ืนคำร้องขอ
ปล่อยชั่วคราว อันเป็นการบริการประชาชนให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวก รวดเร็วและ
ประหยัดยิ่งขึ้น มาใช้เพื่อบริการแก่คู่ความหรือทนายความที่ลงทะเบียนในการยื่น ส่งและรับ
คู่ความและเอกสาร โดยให้ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ http://cios.coj.go.th/ ของศาลยุติธรรม
ทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานศาลยุติธรรมกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเง่ือนไขในการยื่น ส่ง และ
รบั คำคู่ความและเอกสารทางระบบรับส่งอเิ ล็กทรอนกิ ส์ไว้

จะเห็นว่า ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online
Service: CIOS) นำมาใช้เพื่อบริการแก่คู่ความ ทนายความ หรือบุคคลอื่นท่ีได้รับอนุญาตจากศาล
ที่มีความประสงค์จะเข้าใช้ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม ต้องดำเนินการลงทะเบียนใช้งานใน
ระบบและลงทะเบียนความเกี่ยวข้องในคดีในระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม ตามรายละเอียด
และขั้นตอนที่กำหนดไว้ในระบบ ที่เว็บไซต์ https://cios.coj.go.th/… โดยไม่ต้องเดินทางมาศาล

59

ซ่งึ ผู้ใช้ระบบที่พิสูจนต์ ัวตนตามวธิ ีการท่ีสำนักงานศาลยตุ ิธรรมกำหนดแล้ว อาจย่ืนคำคู่ความและ/
หรือเอกสารทางคดีได้ทุกประเภททางระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรมได้ตลอดเวลาท่ีระบบเปิด
ใช้งาน ยกเว้นเฉพาะคำฟ้องและคำร้องขอต้ังต้นคดี ในกรณีที่มีการย่ืนฟ้องคดีใดผ่านระบบรับส่ง
อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ผู้ใช้ระบบไม่สามารถย่ืนคำคู่ความและ/หรือเอกสารในคดีน้ันผ่านระบบบริการ
ออนไลน์ศาลยุตธิ รรมได้จะตอ้ งดำเนินการยืน่ ทางระบบรบั สง่ อิเล็กทรอนกิ ส์เท่านั้น

การย่ืนคำคู่ความและ/หรือเอกสารทางระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม ให้
ผู้ใช้ระบบลงทะเบียนเข้าสู่ระบบและยื่นคำคู่ความและ/หรือเอกสารตามวิธีการที่ระบบกำหนด
โดยการแนบไฟล์ของคำคู่ความและ/หรือเอกสารทตี่ ้องการย่ืน หรือกรอกข้อความลงในแบบฟอร์ม
ออนไลน์ (Online Form) บนระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม ในกรณีท่ีผู้ใช้ระบบยังไม่ได้
ลงทะเบียนความเกี่ยวข้องในคดี จะต้องแนบไฟล์สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตร
ประจำตัวสมาชิกสภาทนายความด้วย เพ่ือตรวจสอบว่ามีความเก่ียวข้องในคดี จากน้ันทำการ
บันทึกข้อมูลดังกล่าวในระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม โดยให้ถือว่าการยื่นคำคู่ความและ/หรือ
เอกสารน้ันเสร็จสมบูรณ์ต่อเม่ือระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรมได้ยืนยันการรับเอกสารไว้แล้ว
เมื่อผู้ใช้ระบบได้ปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอนท่ีกำหนดไว้ในระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรมแล้ว
ระบบจะแสดงหมายเลขอ้างอิงของการย่ืนคำคู่ความและ/หรือเอกสารดังกล่าวเพื่อแสดงว่า ได้
รับคำคู่ความและ/หรือเอกสารเข้าสู่ระบบแล้วและสำหรับใช้ในการตรวจสอบติดตามคำสั่งศาล
ต่อไป

จะเห็นว่า ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online
Service: CIOS) เป็นระบบบริการข้อมูลคดี ระบบยื่น ส่งและรับคำคู่ความและเอกสาร ระบบ
บริการข้อมูลคดี วันนัดพิจารณา ผลการส่งหมายและคำส่ังศาล การให้บริการคัดถ่ายเอกสารใน
สำนวนคดีออนไลน์ การให้บริการขอใบสำคัญเพื่อแสดงว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งได้ถึงที่สุดแล้ว
การยื่นคำร้องขอไกล่เกล่ียก่อนฟ้อง ระบบทนายความขอแรง รวมถึงการให้บริการออนไลน์และ
การลงทะเบียนอื่น ๆ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตลอด 24 ช่ัวโมง นอกจากน้ี ยังมีการอำนวยความ
สะดวกแก่ประชาชนในการย่ืนคำขอประกันทางออนไลน์ โดยให้บริการยื่นคำร้องขอให้ปล่อย
ช่ัวคราวและคำร้องอุทธรณ์คำส่ังไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวได้ ท้ังนี้ เพื่อให้บริการแก่คู่ความ
ทนายความ หรือบุคคลอื่นท่ไี ดร้ ับอนุญาตจากศาลทมี่ ีความประสงค์จะเข้าใชร้ ะบบบริการออนไลน์
ศาลยุติธรรมให้สามารถเรียกดูข้อมูลคดีที่คู่ความเก่ียวข้องในคดีได้ทุกท่ีทุกเวลาท่ีต้องการอันเป็น
การบริการประชาชนใหเ้ ข้าถงึ กระบวนการยตุ ธิ รรมไดส้ ะดวก รวดเรว็ และประหยดั ยงิ่ ข้นึ

แม้ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service:
CIOS) ใหบ้ รกิ ารข้อมลู คดีแก่คูค่ วาม ทนายความหรอื ประชาชนที่เก่ียวขอ้ งทุกประเภทคดี ไมว่ า่ จะ
เปน็ คดแี พ่ง คดีผู้บริโภคและคดอี าญา แต่ในด้านของผู้บริโภคทมี่ ีคดีประสงค์จะขอให้เจา้ พนกั งานคดี
ช่วยเหลือในการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องคดีผู้บริโภค หรือขอให้ช่วยเหลือในการจัดทำ
คำให้การจำเลย ยังไม่มีช่องทางในการติดต่อ หรือประสานกับเจ้าพนักงานคดีผ่านระบบบริการ
ออนไลน์ศาลยุติธรรมได้ ทำให้ผู้บริโภคท่ีประสงค์จะขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการ

60

ดำเนินการดังกล่าวไม่ได้รับความสะดวกและต้องเดินทางมาศาลเพื่อดำเนินการเช่นเดิม ทั้งท่ี
ผู้บริโภคเป็นบุคคลซึ่งกฎหมายมุ่งให้ความคุ้มครองให้เข้าถึงกระบว นการยุติธรรมได้โดยง่าย
สะดวกและประหยัด ดังนั้น เพ่ือเป็นการพัฒนาระบบการให้บริการและเพ่ิมช่องทางเลือกให้แก่
ผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงบริการช่วยเหลือในการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้อง หรือคำให้การใน
คดีผู้บริโภคผ่านระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service: CIOS) ได้
สะดวกยิ่งขึ้น ควรกำหนดช่องทางสำหรับผู้บริโภคเป็นการเฉพาะเพื่อการติดต่อ หรือประสานงาน
กับเจ้าพนักงานคดีผ่านระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service:
CIOS) กล่าวคือ

1. ผู้บริโภคที่มีความประสงค์ จะเข้าใช้ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม ต้อง
ดำเนินการลงทะเบียนใช้งานในระบบและลงทะเบียนความเกย่ี วข้องในคดีในระบบบริการออนไลน์
ศาลยุติธรรม ตามรายละเอียดและข้ันตอนที่กำหนดไว้ในระบบ ที่เว็บไซต์ https://cios.coj.go.th

2. ผู้บริโภคต้องพิสูจน์ตัวตนตามวิธีการที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนดแล้ว
อาจย่ืนคำคู่ความและ/หรือเอกสารทางคดีได้ทุกประเภททางระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรมได้
ตลอดเวลาท่รี ะบบเปดิ ใช้งาน ยกเวน้ เฉพาะคำฟอ้ งและคำรอ้ งขอตง้ั ต้นคดี

3. เมื่อผู้บริโภคเข้าสู่ระบบ ให้เลือก “งานเจ้าพนักงานคดี” แล้วเลือก “บันทึก
คำฟ้องคดี” หรือ “คำให้การจำเลย”

4. การย่ืนแบบแจง้ ความประสงค/์ เอกสารทางระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม
ให้ผู้บริโภคลงทะเบียนเข้าสู่ระบบและย่ืนแบบแจ้งความประสงค์และ/หรือเอกสารตามวิธีการที่
ระบบกำหนด โดยการแนบไฟล์ของแบบแจ้งความประสงค์และ/หรือเอกสารท่ีต้องการยื่น หรือ
กรอกข้อความลงในแบบฟอร์มออนไลน์ (Online Form) บนระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม
แล้วกด “ยืนยนั ”

5. เม่ือผู้บริโภคได้ปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอนท่ีกำหนดไว้ในระบบบริการ
ออนไลน์ศาลยุติธรรมแล้ว ระบบจะแสดงหมายเลขอ้างอิงของการยื่นคำคู่ความและ/หรือเอกสาร
ดังกล่าวเพ่ือแสดงว่า ได้รับคำคู่ความและ/หรือเอกสารเข้าสู่ระบบแล้วและสำหรับใช้ในการ
ตรวจสอบตดิ ตามคำสง่ั ศาลต่อไป

6. เมื่อเจ้าพนักงานคดีได้รับคำคู่ความและ/หรือเอกสารที่ส่งทางระบบบริการ
ออนไลน์ศาลยุติธรรมแล้ว ให้ตรวจสอบความเกี่ยวข้องในคดี ข้อมูลเบื้องต้นของคำคู่ความและ/
หรอื เอกสารทีส่ ง่ แลว้ ดำเนินการตามความประสงคข์ องผูบ้ รโิ ภค

7. กรณีขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องคดีผู้บริโภค
เมื่อเจ้าพนักงานคดีตรวจสอบรายละเอียดและข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้ว จะดำเนินการบันทึก
รายล ะเอี ยด แ ห่ งค ำฟ้ อ งแล ะแจ้งผ ล การด ำเนิ น ก ารให้ ผู้บ ริโภ ค เพื่ อ ฟ้ อ งค ดี ผ่ าน ระบ บ รับ ส่ ง
อิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ต่อไป ส่วนการขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการจัดทำคำให้การ
จำเลย เม่ือเจ้าพนักงานคดีได้รับแบบแจ้งความประสงค์ขอให้ช่วยเหลือจัดทำคำให้การ จะพิมพ์
เอกสารแบบแจ้งความประสงค์และจัดทำรายงานเจ้าพนักงานคดีเสนอศาล เพ่ือพิจารณา

61

มอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการจัดทำคำให้การและแจ้งคำสั่งศาลให้ผู้บริโภคทาง
โทรศัพท์ หรือ Email ท่ีลงทะเบียนไว้ เมื่อเจ้าพนักงานคดีดำเนินการดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้วจะแจ้ง
ผลการดำเนนิ การให้ผู้บรโิ ภคทางโทรศพั ท์ หรือEmail ท่ีลงทะเบียนไว้ เพื่อย่นื คำให้การตอ่ ไป

เนื่องจากในคดีผู้บริโภค การดำเนินการใด ๆ โดยผู้บริโภคจะได้รับยกเว้น
ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง ดังน้ัน ในข้ันตอนการดำเนินการขอให้เจ้าพนักงานช่วยเหลือในการ
บันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้อง หรือขอให้ช่วยเหลือในการจัดทำคำให้การแก่ผู้บริโภคในระบบ
บริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service: CIOS) จึงไม่มีข้ันตอนการ
ดำเนนิ การในสว่ นของการชำระค่าฤชาธรรมเนียม

แผนผังขนั้ ตอนการขอใหเ้ จ้าพนกั งานคดีชว่ ยเหลือในการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟอ้ ง
หรือช่วยเหลือในการจัดทำคำให้การในคดีผ้บู รโิ ภค ผา่ นระบบ CIOS (สำหรบั ผบู้ รโิ ภค)

ผ้บู รโิ ภคลงทะเบียนผ่านระบบ
CIOS

1. เจา้ พนักงานคดี

2. บนั ทกึ คำฟ้อง 3. คำใหก้ ารจำเลย

4. ผ้บู ริโภคย่ืนแบบแจ้งความ
ประสงค์ แนบไฟล์ PDF/กรอก

ข้อมูลออนไลน์

เจา้ พนกั งานคดีตรวจสอบ
และดำเนนิ การ

5. รอรบั การแจ้งเตอื นการดำเนินการ
ผ่านทางโทรศัพท/์ Email ทลี่ งทะเบยี น

62

4.4 ขอ้ จำกดั ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพฒั นาระบบงาน

เน่ืองจากระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) เป็นระบบท่ีพัฒนาโดย
ธนาคารกรุงไทย และระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service:
CIOS) เป็นระบบท่ีถูกออกแบบและพัฒนาโดยส่วนนวัตกรรม สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ
สำนักงานศาลยุติธรรม หากประสงค์จะพัฒนา เพ่ิมเติมหรือปรับปรุงระบบ แต่ละศาลไม่สามารถ
ดำเนินการไดด้ ว้ ยตนเอง จะตอ้ งไดร้ บั ความเห็นชอบและพัฒนาระบบโดยผู้ออกแบบเท่าน้นั

บทท่ี 5
สรุป อภปิ รายและขอ้ เสนอแนะ

5.1 บทสรุป

การศึกษารายงานวิชาการ เรื่อง การนำเทคโนโลยีมาใช้บริการผู้บริโภคในการจัดทำ
คำฟ้องด้วยคำฟ้องสำเร็จรูปและการขอให้บันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้อง หรือคำให้การในคดี
ผู้บริโภค เป็นการศึกษาหาแนวทางเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเทคโนโลยีมาใช้บริการแก่
ผ้บู ริโภคให้เขา้ ถึงกระบวนการยุติธรรมโดยมีช่องทางและบรกิ ารทางเลือกที่หลากหลายให้ผู้บริโภค
เข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้โดยง่าย สะดวกและประหยัด โดยไม่ต้องเดินทางมาศาล อีกทั้งบุคลากร
ได้ รั บ ก า ร พั ฒ น า ศั ก ย ภ า พ ส า ม า ร ถ ส นั บ ส นุ น ก า ร ด ำ เนิ น ก ร ะ บ ว น พิ จ า ร ณ า ข อ งศ า ล ให้ มี
ประสทิ ธิภาพเพิ่มมากขน้ึ

สำหรับรูปแบบและขอบเขตของการศึกษาน้ี เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ (Quality
Research) โดยการวิจยั ทางเอกสาร (Documentary Research) ศึกษาค้นคว้าจากตำรา หนังสือ
บทความทางวิชาการ วารสาร รายงานวิจัย วิทยานิพนธ์และเอกสารต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับความ
เป็นมาและความสำคัญของปัญหาการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของผู้บริโภคในการยื่นคำฟ้อง
หรือคำให้การในคดีผู้บริโภค โดยศึกษาถึงแนวคิดและทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีผู้บริโภค
กฎหมายท่ีเกี่ยวข้องและการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับความเปล่ียนแปลงของบริบท
ในสงั คมปจั จุบัน รวมทั้งการวเิ คราะหป์ ัญหาการเข้าถงึ กระบวนการยุติธรรมของผู้บริโภคในการยื่น
คำฟ้องหรือคำให้การในคดีผู้บริโภค เพื่อหาแนวทางในการแก้ไข ปรับปรุงและพัฒนาระบบการ
ดำเนินคดีผู้บริโภคให้สามารถอำนวยการยุติธรรมได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและสามารถสนับสนุน
การอำนวยความยุติธรรมท่ีสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายและศาลยุติธรรม กล่าวคือ ตาม
นโยบายประธานศาลฎีกา ปี 2563-2564 เร่ืองความเสมอภาค ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนได้รับความ
เป็นธรรมอย่างเสมอภาค พัฒนาระบบงานศาลยุติธรรมให้เป็นที่ประจกั ษ์ในความบริสุทธิ์ ยตุ ิธรรม
โปร่งใสและตรวจสอบความคืบหน้าของคดีได้ กระจายการเขา้ ถึงกระบวนการยตุ ิธรรมสู่ประชาชน
ในพื้นท่ีห่างไกล ลดขั้นตอน ลดภาระค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลาในการดำเนินคดีและปฏิบัติต่อ
ผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินคดีอย่างเหมาะสมและเท่าเทียม เร่ืองสร้างสรรค์ มุ่งเน้นการสร้างกลไก
การดำเนนิ กระบวนพจิ ารณาและการพิพากษาคดีท่ีทันสมัย พัฒนากลไกและระบบการดำเนนิ คดที ่ี
มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ ความปลอดภัยของประชาชนและเศรษฐกิจสังคมของประเทศให้มี
ประสิทธิภาพ เป็นธรรมและสอดคล้องกับบริบทของสังคมและนโยบายเลขาธิการสำนักงานศาล
ยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ 2564 มุ่งสนับสนุนให้ศาลยุติธรรมเป็น SMART COURT ที่มีความ
เป็นอัจฉริยะในทุกด้าน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายประธานศาลฎีกา ด้าน TECHNOLOGY SMART
คือ เน้นการใช้เทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพเพ่ือให้การอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนสะดวก
รวดเร็วที่สุดและต้องรักษากระบวนพิจารณาที่ถูกต้องตามกฎหมายไว้ด้วย ศาลยุติธรรมจึงได้นำ

64

ระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานศาลยุติธรรม มาใช้เพ่ือให้บริการแก่คู่ความ หรือ
ทนายความ ได้แก่ ระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) และระบบบริการออนไลน์
ศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service: CIOS) โดยสำนักงานศาลยุติธรรมออกประกาศ
กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการยื่น ส่งและรับคำคู่ความและเอกสารทางระบบรับส่ง
อิเล็กทรอนิกส์ไว้ ซึ่งระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) นำมาใช้เพื่อบริการแก่คู่ความ
หรือทนายความในการฟ้องคดีผู้บริโภคโดยไม่ต้องเดินทางมาศาล โดยคูค่ วามหรือทนายความอาจ
ย่ืนคำฟ้อง หรือคำร้องขอตั้งต้นคดีในศาลช้ันต้นทางระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ได้นั้น เป็นกรณีท่ี
ค่คู วามซึ่งมีความรู้ความสามารถในการจัดทำฟ้องได้ด้วยตนเอง หรือสามารถแต่งตั้งทนายความให้
จัดทำคำฟ้องและเข้าถึงเทคโนโลยีได้โดยสะดวก เพราะในการฟ้องคดีผู้บริโภคผ่านระบบรับส่ง
อิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System) คู่ความ หรือทนายความจะต้องจัดทำคำฟ้องโดยบรรยายกรณี
ที่ถูกโต้แย้ง ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ชัดแจ้ง รวมทั้งคำขอบังคับด้วย แล้วเรียบเรียงในแบบ
พิมพ์คำฟ้องคดีผู้บริโภค (ผบ.1) แปลงไฟล์คำฟ้องและเอกสารประกอบเป็นไฟล์ PDF เพื่อยื่นฟ้อง
ทางอิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงการดำเนินการดังกล่าวเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก แต่สำหรับผู้บริโภคที่ไม่มี
ความรู้ความสามารถในการจัดทำคำฟ้องจะไม่สามารถเรียบเรียงคำฟ้องได้ ทั้งที่ผู้บริโภคเป็น
บุคคลซึ่งกฎหมายมุ่งให้ความคุ้มครองให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวกและ
ประหยัด นอกจากน้ี ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service:
CIOS) เป็นระบบท่ีนำมาใช้เพ่ือบริการแก่คู่ความ ทนายความ หรือบุคคลอ่ืนที่ได้รับอนุญาตจาก
ศาลท่ีมีความประสงค์จะเข้าใช้ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม เพ่ือให้การบริการข้อมูลคดีได้
อย่างครอบคลุม เพ่ิมความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของคู่ความในคดีหรือประชาชน
ช่วยอำนวยความสะดวกในการเรียกดูข้อมูลคดีท่ีคู่ความเกี่ยวข้องในคดีได้ทุกท่ีทุกเวลาท่ีต้องการ
รวมทั้งมีระบบบริการข้อมูลคดี โดยให้บริการ 11 ด้าน คู่ความในคดี ปฏิทินนัดพิจารณา รายการ
นัดพิจารณา ผลการส่งหมาย คำส่ังศาล การขอคัดถ่ายล่วงหน้า การรับรองคดีถึงท่ีสุด อัตราค่านำ
หมาย สมดุ โทรศพั ท์ศาล การติดตามสำนวนคดีอ่ืน ๆ ทนายขอแรง และยังให้บริการคดั ขอคดั ถ่าย
เอกสารบนระบบ CIOS อีก 13 ด้าน ประกอบด้วย การขอคัดถ่ายคำฟ้อง คำให้การ คำสั่ง คำ
พิพากษา บัญชีค่าฤชาธรรมเนียม คำบังคับ คำร้อง หมายจับ คำให้การพยาน รายงานกระบวน
พิจารณา หมายบังคับคดี สัญญาประนีประนอมและเอกสารหมาย นอกจากน้ันยังมีการอำนวย
ความสะดวกแกป่ ระชาชนในการย่นื คำขอประกนั ทางออนไลน์ โดยให้บรกิ ารย่ืนคำร้องขอใหป้ ลอ่ ย
ช่ัวคราว คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวและการยื่นคำร้องขอไกล่เกล่ียก่อนฟ้อง
ออนไลน์ได้ อันเป็นการบริการประชาชนให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวก รวดเร็วและ
ประหยัดยิ่งข้นึ โดยใหล้ งทะเบยี นผา่ นทางเวบ็ ไซต์ http://cios.coj.go.th/ ของศาลยตุ ธิ รรม

แม้ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service: CIOS) จะ
ให้บริการข้อมูลคดีแก่คู่ความ ทนายความหรือประชาชนท่ีเก่ียวข้องทุกประเภทคดี ไม่ว่าจะเป็น
คดีแพ่ง คดีผู้บริโภคและคดีอาญา แต่ในด้านของผู้บริโภคท่ีมีคดีประสงค์จะขอให้เจ้าพนักงานคดี
ช่วยเหลือในการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องคดีผู้บริโภค หรือขอให้ช่วยเหลือในการจัดทำ

65

คำให้การจำเลย ยังไม่มีช่องทางในการติดต่อ หรือประสานงานกับเจ้าพนักงานคดีผ่านระบบ
บริการออนไลน์ศาลยุติธรรมได้ ทำให้ผู้บริโภคท่ีประสงค์จะขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการ
ดำเนินการดังกล่าวไม่ได้รับความสะดวกและต้องเดินทางมาศาลเพื่อดำเนินการเช่นเดิม ทั้งท่ี
ผู้บริโภคเป็นบุคคลซึ่งกฎหมายมุ่งให้ความคุ้มครองให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย
สะดวกและประหยดั

5.2 ข้อเสนอแนะ

ผ้บู ริโภคเป็นบุคคลทม่ี คี วามสำคัญตามพระราชบัญญตั ิวธิ พี ิจารณาคดผี ู้บริโภค ที่ม่งุ ให้
ความคุ้มครองเพื่อให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวกและประหยัด เม่ือ
สำนักงานศาลยุติธรรมได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบการให้บริการและการปฏิบัติงาน
เพ่ือให้บริการแก่ประชาชน หรือคู่ความให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้รวดเร็ว สะดวก
และมขี ัน้ ตอนที่งา่ ยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการประสานงานกบั เจา้ หน้าท่ผี ู้ปฏิบัติงาน โดยไม่ต้องเดินทาง
มาศาลและยังสอดคล้องกับแนวนโยบายประธานศาลฎีกาปี 2563-2564 ข้อ 1 เสมอภาค
(Equality) ประชาชนต้องได้รับความเป็นธรรมอย่างเสมอภาค สามารถกระจายการเข้าถึง
กระบวนการยุติธรรมสู่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและลดขั้นตอน ลดภาระค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลา
ในการดำเนินคดีและปฏิบัตติ ่อผู้เก่ียวขอ้ งในการดำเนินคดีอย่างเหมาะสมและเท่าเทียมกัน ข้อท่ี 3
สรา้ งสรรค์ (Creativity) สร้างกลไกการดำเนนิ กระบวนพจิ ารณาและการพพิ ากษาคดที ที่ ันสมัย มงุ่
พัฒนากลไกและระบบการดำเนินคดีที่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ ความปลอดภัยของประชาชน
และเศรษฐกิจสังคมของประเทศให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมและสอดคล้องกับบริบทของสังคม
ดังนั้น เพ่ือให้การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการคดีและการบริการของ
ศาลยุติธรรมให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย มีความสะดวก รวดเร็วและมีการนำเทคโนโลยีมาใช้
ในการสนับสนุนการทำงานเพอ่ื การลดขั้นตอนและคา่ ใช้จ่ายในการดำเนนิ คดี มีระบบทีม่ ีมาตรฐาน
สามารถพัฒนาระบบการบรกิ ารประชาชน การพจิ ารณาและพิพากษาคดีท่ีมีประสิทธิภาพและเกิด
ประโยชน์สูงสุด ควรนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาระบบการให้บริการให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึง
กระบวนการฟ้องคดี หรือเข้าถึงบริการช่วยเหลือในการบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้อง หรือ
คำให้การในคดผี บู้ รโิ ภคได้ดว้ ย ดังนี้

1. ควรเพื่อเพ่ิมช่องทางและการบรกิ ารทางเลือกให้กบั ผู้บริโภคที่ประสงค์จะย่ืนคำฟ้อง
คดีบริโภคเป็นหนังสือ โดยจัดให้มีการบริการยื่นฟ้องคดีผู้บริโภคโดยใช้แบบคำฟ้องสำเร็จรูป
(e-Form) พร้อมท้ังแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องเบ้ืองต้นผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing
System) แก่ผบู้ รโิ ภคทีป่ ระสงค์จะฟอ้ งคดดี ้วยตนเองในคดีที่ไม่มขี ้อเทจ็ จรงิ ยุง่ ยากซับซอ้ น

2. ควรเพิ่มช่องทางและการบริการทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ประสงค์จะฟ้องคดี
ผู้บริโภคด้วยวาจาและแจ้งความประสงค์ขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการบันทึกรายละเอียด
แห่งคำฟ้องคดีผู้บริโภค โดยไม่ต้องเดินทางมาศาลให้สามารถติดต่อประสานงานกับเจ้าพนักงานคดี
ผ่านระบบบริการออนไลน์ศาลยุตธิ รรม (Court Integral Online Service: CIOS) ด้วยตนเองได้

66

3. กรณีท่ีผู้บริโภคประสงค์จะขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการจัดทำคำให้การใน
คดีผู้บริโภคให้สามารถยื่นแบบแจ้งความประสงค์ผ่านระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court
Integral Online Service: CIOS) ดว้ ยตนเองได้ โดยไมต่ ้องเดินทางมาศาล

4. ควรพัฒนาบคุ ลากรโดยเฉพาะเจ้าพนักงานคดีให้มีความร้แู ละทักษะดา้ นเทคโนโลยี
ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เนื่องจากเจ้าพนักงานคดีมีบทบาทสำคัญในการให้ความช่วยเหลือ
ผูบ้ รโิ ภคให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยตุ ิธรรมผา่ นเทคโนโลยไี ดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

5. การพัฒนาระบบการให้บริการแก่ผู้บริโภคโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้บริการ
ผู้บริโภคในการจัดทำคำฟ้องโดยใช้แบบคำฟ้องสำเร็จรูป (e-Form) ผ่านระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์
(e-Filing System) หรือการย่ืนแบบแจ้งความประสงค์ขอให้เจ้าพนักงานคดีช่วยเหลือในการ
บันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้อง หรือคำให้การผ่านระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court
Integral Online Service: CIOS) เป็นการพัฒนาระบบการให้บริการและอำนวยความยุติธรรมแก่
ประชาชนให้ได้รับความสะดวก สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้งา่ ย สามารถตดิ ต่อประสานงาน
กับเจ้าพนักงานคดีได้โดยไม่ต้องเดินทางมาศาลและมีประสิทธิภาพ สำนักงานศาลยุติธรรมควรออก
ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเง่ือนไขในการย่ืน ส่ง และรับคำคู่ความและเอกสารทาง
ระบบรบั สง่ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ให้ครอบคลมุ กรณดี ังกลา่ วด้วย

6. เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และบรรลุวัตถุประสงค์ในการนำเทคโนโลยีมาใช้
บริการแก่ผู้บริโภค การประชาสัมพันธ์ถึงช่องทาง หรือบริการทางเลือกดังกล่าว จึงนับว่าเป็นสิ่ง
สำคัญเพื่อลดปัญหาที่เกิดข้ึนจากการที่ประชาชนไม่เข้าใจกระบวนการ ไม่สามารถเข้าถึงบริการ
ของศาลยุติธรรม ดังน้ัน การให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งสำคัญย่ิงที่ต้อง
ดำเนินการควบคู่กันไปกับการพัฒนาระบบการบริการ เพื่อการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่
ประชาชน หรือผู้บริโภคให้รับทราบ มีความรู้ ความเข้าใจและสามารถเข้าถึงระบบรับส่ง
อิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานศาลยุติธรรม ได้แก่ ระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing System)
และระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (Court Integral Online Service: CIOS) ผ่านช่องทาง
ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนในการเข้าถึงระบบเทคโนโลยีท่ีเก่ียวข้องให้ได้รับความ
สะดวก รวดเร็วและเสมอภาค ทั้งนี้ จะเป็นการสร้างความเชื่อม่ันต่อประชาชน หรือผู้บริโภคใน
การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและเป็นการคุ้มครองสิทธิของบุคคลในฐานะผู้บริโภคอย่างแท้จริง
สง่ ผลให้ประชาชนหรอื ผบู้ ริโภคไดร้ ับความพึงพอใจและเชอื่ มัน่ ศรัทธาต่อองค์กรศาลยุติธรรม

บรรณานกุ รม

กฎหมาย

ประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความแพ่ง.
พระราชบัญญตั ิวิธพี ิจารณาคดผี ้บู ริโภค พ.ศ. 2551.

หนงั สือ

ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์. (2551). คำอธิบายพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม.

ธานิศ เกศวพิทักษ์. (2551). กฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา-
คดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551. กรุงเทพมหานคร : บรษิ ทั ยูเนยี น อุลตรา้ ไวโอเรด็ จำกดั .

ประทีป อ่าววิจิตรกุล. (2551). การดำเนินคดีตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ฉบับ Concise.
กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพเ์ อเชียคทิ แพ็คพรนิ้ ท์ จำกัด.

ไพโรจน์ วายุภาพ. (2553). คำอธิบายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 1 ลักษณะ 1 วิธีพิจารณาสามัญ
ในศาลชัน้ ตน้ . กรุงเทพมหานคร : สำนักพมิ พ์ พลสยาม พร้นิ ต้งิ (ประเทศไทย).

วิเชียร ศิริมงคล. (2549). ศิลปการร่างคำคู่ความ. กรุงเทพมหานคร : บริษัท สำนักพิมพ์วิญญูชน
จำกดั .

สมชัย ฑีฆาอุตมากร. (2552). ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 2 บททั่วไป.
กรงุ เทพมหานคร : สำนักพิมพ์ พลสยาม พรนิ้ ตง้ิ (ประเทศไทย).

สมศักด์ิ เอ่ียมพลับใหญ่. (2552). แนวทางการเขียนคำฟ้อง คำให้การ ฟ้องแย้ง สัญญา
ประนีประนอมยอมความ พรอ้ มตัวอยา่ ง. กรงุ เทพมหานคร : สำนักพิมพน์ ิติธรรม.

สุพิศ ประณีตพลกรัง. (2559). ตัวอย่างคำให้การคดีแพ่ง. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์
จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .

อนันต์ จนั ทรโอภากร. (2554) รายงานวิจัยฉบบั สมบูรณ์ ปญั หาข้อขัดข้องการบงั คับใช้กฎหมายวิธี
พจิ ารณาคดผี บู้ รโิ ภค. สถาบนั วจิ ัยรพพี ฒั นศักดิ์ สำนักงานศาลยุตริ รม.

ประวัติผูเ้ ขียน

ชื่อ-นามสกุล นางสาวพนั ธณี ทองพร้อม

วนั เดือน ปีเกิด 15 มนี าคม 2520

ตำแหน่งปจั จุบนั เจ้าพนักงานคดีชำนาญการพเิ ศษ

สถานทท่ี ำงาน สำนักงานประจำศาลแขวงนครศรธี รราช

ประวตั ิการศกึ ษา นิตศิ าสตรบ์ ัณฑติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี พ.ศ. 2545
นิติศาสตรมหาบัณฑติ มหาวทิ ยาลยั รามคำแหง ปี พ.ศ. 2550
เนติบณั ฑติ ไทย ปี พ.ศ. 2555

ประสบการณ์การทำงาน ศาลจังหวดั นครศรธี รรมราชแผนกคดเี ยาวชนและครอบครัว
ศาลแพ่ง
ศาลแขวงนครศรธี รรมราช
ศาลจังหวัดปากพนัง
ศาลจงั หวดั นครศรีธรรมราชแผนกคดเี ยาวชนและครอบครัว
ศาลจงั หวดั นครศรธี รรมราช
ศาลแขวงนครศรธี รรมราช


Click to View FlipBook Version