สมัยอยุธยา
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง)
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
สมเด็จพระสุริโยทัย
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สมเด็จพระนารายณ์ มหาราช
17
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง)
ครองราชย์ พ.ศ. ๑๘๙๓ - ๑๙๑๒
พระราชประวัติ
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1
(อู่ทอง) ทรงเป็นต้นราชวงศ์
อู่ทอง ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ผู้
สถาปนากรุ งศรีอยุธยาเป็น
ราชธานีของไทย และดำรงอยู่
เป็นเวลานานถึง 417 ปี
เมื่อครองราชย์ได้รับเฉลิม
พระปรมาภิไธยว่า
"สมเด็จพระรามาธิบดีศรี
สุนทรบรมบพิตร
พระพุทธเจ้าอยู่หัว"
18
พระราชกรณี ยกิจสำคัญ
ด้านการเมืองการปกครอง
ทรงนำรูปแบบการปกครองแบบ "จตุสดมภ์" จาก
เขมร หรือที่เรียกว่า "เวียง วัง คลัง นา" มาใช้
เป็นหน่วยงานสำคัญในการปกครองอาณาจักร
เวียง วัง
รับผิดชอบดูแลทุกข์สุข รับผิดชอบ
ของราษฎร พิจารณาคดีความ
คลัง และจัดระเบียบ
ราชสำนั ก
รับผิดชอบหารายได้
และรักษาผล นา
ประโยชน์ ของแผ่นดิน รับผิดชอบการทำ
มาหากินของ
ราษฎร
19
ด้านการสถาปนา
กรุ งศรีอยุธยา
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (อู่ทอง)
ทรงสถาปนา กรุงศรีอยุธยา เป็น
ราชธานีเมื่อวันศุกร์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๕
ปีขาล จุลศักราช ๗๑๒
ตรงกับวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๑๘๙๓
ด้านศาสนา
ทรงพระกรุ ณาโปรดเกล้าให้
สร้างวัดต่าง ๆ เช่น
วัดป่าแก้ว(สร้างปี พ.ศ.1900)
วัดพุทไธศวรรย์(สร้างปี พ.ศ.1876)
20 วัดพระราม (สร้างปี พ.ศ.1912)
ด้านตรากฎหมาย
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ทรงประกาศใช้กฎหมายถึง
10 ฉบับ ในรัชสมัยของพระองค์ ได้แก่
พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ
ลักษณะลักพา ลักษณะอาญาหลวง
พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ
ลักษณะรับฟ้อง ลักษณะพยาน ลักษณะผัวเมีย
พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ
ลักษณะโจรว่าด้วยโจร ลักษณะอาญาราษฎร์
พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ
เบ็ดเสร็จว่าด้วยที่ดิน ลักษณ์โจร
ยังมีอีกหลายด้าน หมายเหตุ
ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายและ ในประวัติศาสตร์บาง
สัมพันธไมตรีระหว่าง แหล่งบอกว่ามีมากกว่านี้
แต่เท่าที่หาหลักฐานได้ มี
ประเทศ หรือ สงครามกับ
เพียงเท่านี้เท่านั้น
สุโขทัยและเขมร 21
สรุปแล้ว
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (อู่ทอง) ทรงเป็น
พระมหากษัตริย์พระองค์แรกของกรุง
ศรีอยุธยา ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็น
ราชธานี และทรงวางรากฐานการปกครอง
บ้านเมืองให้แก่พระมหากษัตริย์ไทยรุ่นหลัง
ต่อๆมา
22
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
ครองราชย์ พ.ศ. ๑๙๙๑ - ๒๐๓๑
พระราชประวัติ
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ ๘ แห่งอาณาจักรอยุธยา
สมัยราชวงศ์สุพรรณภูมิ
บิดา สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา)
มารดา พระราชธิดาธิดาของพระมหาธรรมราชาที่ ๒
แห่งราชวงศ์พระร่วง
จึงทรงมีเชื้อสายทั้งราชวงศ์
พระร่วงแห่งกรุงสโขทัยและ
ราชวงศ์สุพรรณภูมิแห่งกรุง
ศรีอยุธยา
พระราชกรณี ยกิจสำคัญ
ด้านวรรณกรรม
โปรดเกล้าฯให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิต
แต่งหนังสือมหาชาติคำหลวง นอกจากนี้ยังมี
ลิลิตพระลอ
23
ด้านการปกครอง
ทรงปฏิรูปการปกครองแผ่นดินครั้งใหญ่ ดังนี้
1.ตั้งอัครมหาเสนาบดี
๒ ตำแหน่ ง
- สมุหพระกลาโหม : รับผิดชอบกิจการฝ่ายทหารทั่วราชอาณาจักร
- สมุหนายก : รับผิดชอบฝ่ายพลเรือนทั่วราชอาณาจักร+จตุสดมภ์
2. แบ่งหัวเมือง
ชั้นใน/ชั้นนอก
เพื่อประโยชน์สำหรับการปกครองหัวเมืองให้รัดกุมมากขึ้น และ
ยังแบ่งหัวเมืองตามลำดับความสำคัญ คือ
หัวเมืองเอก
หัวเมืองโท
หัวเมืองตรี
หัวเมืองจัตวา
และยังมีแบ่งย่อยๆออกเป็นแขวง ตำบล และหมู่บ้าน
เพื่อสะดวกต่อการกำกับดูแลควบคุมกำลังคน
24
ด้านตราพระราชกำหนดศั กดินา
+ กฎมณเฑียรบาล
ทรงตรากฎมณเฑียรบาลเพื่อให้ทราบแน่ชัดว่าใน
1. บรรดาพระราชโอรสของพระมหากษัตริย์นั้น
พระองค์ใดมีฐานะสูงกว่าและเหมาะสมที่จะได้สืบ
สันตติวงศ์ต่อไป
ทรงตราพระราชกำหนดศักดินาโดยกำหนดให้คน
2.ไทยทุกคนยกเว้นพระมหากษัตริย์มีศักดินาประจำตัว
***เพื่อเป็นตัวกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ ตลอดจนถึงสิทธิของบุคคล
ในสังคม ทำให้เกิดความสะดวกสำหรับการลงโทษปรับไหมผู้กระทำผิด
25
สรุปแล้ว !
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงมีบทบาท
ที่สำคัญในการวางรากฐานระบบการ
ปกครองแผ่นดินให้รัดกุม และเป็น
ระเบียบเรียบร้อย อันเป็นรากฐานในการ
ปกครองของไทยสืบต่อมาจนถึงสมัย
รัตนโกสินทร์ก่อนจะมีการปรับปรุง
ประเทศเข้าสู่ความทันสมัย
26
สมเด็จพระสุริโยทัย
มีพระชนมายุระหว่าง พ.ศ. ๒๐๕๔ - ๒๐๙๒
พระราชประวัติ
เป็นพระอัครมเหสีใน สมเด็จ
พระมหาจักรพรรดิ พระมหา
กษัตริย์รัชกาลที่ ๑๕ ของ
อาณาจักรอยุธยา สมัย ราชวงศ์
สุพรรณภูมิ ได้รับการยกย่อง
ว่า"วีรสตรี"เพราะเป็น
อัครมเหสี ผู้เสียสละพระชนม์ชีพ
เพื่อปกป้องพระราชสวามี ใน
สงครามพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้
มีพระราชโอรสพระราชธิดา ๕ พระองค์
พระราเมศวร, พระมหินทร์, พระสวัสดิราช (ต่อ
มาได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระวิสุทธิกษัตรีย์),
พระบรมดิลก, พระเทพกษัตรี
27
พระราชกรณี ยกิจสำคัญ
--พ---.-ศ--.-
-------- -------- ด้านความมั่นคง
๒๐๙๑
---- ----
พระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ แห่งกรุงหงสาวดีทรงยกทัพใหญ่เข้า
มาโจมตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงเสด็จ
ยกกองทัพหลวงด้วยพระคชาธารออกไปเพื่อหวังจะลอง
กำลังของข้าศึก สมเด็จพระสุริโยทัยทรงแต่งพระองค์เป็น
ชายอย่างพระมหาอุปราชทรงพระคชาธารตามเสด็จไปด้วย
พร้อมพระโอรสทั้ง ๒ พระองค์
เกิดการชนช้างแบบยุทธหัตถีแต่ช้างทรงของสมเด็จพระ
มหาจักรพรรดิเสียทีหนีข้าศึก เมื่อสมเด็จพระสุริโยทัยทรง
เกรงว่าพระราชสวามีจะทรงเป็นอันตรายจึงไสช้างทรงเข้า
ขวางช้างข้าศึกเอาไว้ พระเจ้าแปรซึ่งฟันสมเด็จพระสุริโย
ทัยด้วยพระแสงของ้าวถูกพระองค์ขาดสะพายแล่ง
สิ้นพระชนม์บนคอช้าง
หลังจากสงครามเสร็จสิ้นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิก็ได้
ทรงทำพระเมรุและให้สร้างพระเจดีย์ขึ้นตรงพระเมรุเพื่อ
รำลึกถึงพระวีรกรรมของสมเด็จพระสุริโยทัย
28
สรุปแล้ว
สมเด็จพระสุริโยทัยทรงเป็นวีรสตรีที่กล้า
หาญ ทรงสละพระชนม์ชีพในการปกป้อง
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิขณะทำ
ยุทธหัตถีกับข้าศึก นั บเป็นแบบอย่างให้แก่
อนุชนไทยยุคหลังต่อมาในการปกป้อง
สถาบันพระมหากษัตริย์และชาติบ้านเมือง
29 : พระเจดีย์ศรีสุริโยทัย
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๓๓ - ๒๑๔๘
พระราชประวัติ
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์อยุธยาในลำดับที่ 18
บิดา: สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช
มารดา: วิสุทธิกษัตรี (พระราชธิดา
ของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิและสมเด็จ
พระสุริโยทัย)
พระเชษฐภคิ: พระสุพรรณกัลยา
พระอนุชา
: สมเด็จพระเอกาทศรถ(องค์ขาว)
ทรงมีพระราชกรณี ยกิจต่อบ้านเมืองในการทำ
สงครามป้องกันพระราชอาณาจักรตลอดพระชนม์
ชีพของพระองค์
30
พระราชกรณี ยกิจสำคัญ
เนื่ องจากสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีพระราช
กรณีเยอะเเยะมากมาย จึงขอยกตัวอย่างพร้อม
อภิปรายพอสั งเขป
1. พระมหาอุปราชา
ยกทัพมาครั้งแรก
เหตุที่จะเกิดศึกครั้งนี้คือเจ้าฟ้าไทยใหญ่เมืองคังตั้งแข็ง
เมืองขึ้นพระเจ้านันทบุเรงจึงสั่งให้
-ราชบุตรองค์หนึ่งซึ่งได้เป็นพระเจ้า
แปรขึ้นใหม่ยกไปตีเมืองคัง
-อีกทัพหนึ่งให้พระยาพะสิม,พระยา
พุกามเป็นกองหน้า,พระมหาอุปราชา
เป็นกองหลวงยกลงมาตีกรุงศรีอยุธยา
อีกทัพหนึ่ง พระมหาอุปราชายกออก
จากกรุงหงสาวดีเมื่อมาเข้าทางด่านพระ
เจดีย์สามองค์ เพื่อตรงมาตี
พระนครศรีอยุธยาทีเดียว
31
2. สงคราม
ยุทธหัตถี
เนื่องจากพระมหาอุปราชาทรงยกกองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา
กองทัพอยุธยาได้ปะทะกับกองทัพพม่าที่เมืองสุพรรณบุรี
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหา
อุปราชา และประสบชัยชนะด้วยการฟันพระมหาอุปราชาด้วย
พระแสงของ้าวจนสิ้นพระชนม์
ผลของสงครามครั้งนี้มีผลต่อความมั่นคงของอยุธยาอย่าง
ยิ่ง เพราะทำให้อยุธยาปลอดภัยจากการถูกข้าศึกรุกรานต่อ
ไปอีกนาน
32
ตั้งแต่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ
เป็นพระมหากษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยาพระองค์ต้องทำศึก
สงครามมาโดยตลอดด้วยการทำสงครามกับ กรุงหงสาวดี
เขมร และรัฐเพื่อนบ้าน จนเป็นที่ครั่นคร้ามของข้าศึก ทำให้
อำนาจทางการทหารและการเมืองของอยุธยาครอบคลุม
เขตแดนมอญ พม่า ล้านช้าง เขมร ไทยใหญ่ และล้านนา
3. ผลงานอื่นๆ
-ตีได้หัวเมืองมอญ
-สงครามตีเมืองทะวายและตะนาวศรี
-ตีเมืองหงสาวดีครั้งแรก
-ตีเมืองหงสาวดีครั้งที่สอง
33
สรุปแล้ว
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเป็น
วีรกษั ตริย์ที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งใน
ประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยทรงกอบกู้
เอกราชของกรุงศรีอยุธยา และทรงทำ
สงครามปกป้องพระราชราชอาณาจักรด้วย
ความกล้าหาญเดี่ยวตลอดพระชนม์ชีพของ
พระองค์
34
สมเด็จพระนารายณ์ มหาราช
ครองราชย์ พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๒๓๑
พระราชประวัติ
ทรงเป็นพระมหา
กษัตริย์รัชกาลที่ 27
แห่งกรุงศรีอยุธยาและ
เป็นพระมหากษัตริย์
พระองค์ที่ 4 และ
พระองค์สุดท้ายของ
ราชวงศ์ ปราสาททอง
บิดา
: สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
พระองค์เสด็จขึ้นครองราช
สมบัติในช่วงเวลาที่อยุธยา
เริ่มถูกคุกคามจากชาติ
ตะวันตก ซึ่งขณะนั้ นได้เข้า
มาค้าขายและเผยแพร่
คริสต์ศาสนา
35
พระราชกรณี ยกิจที่สำคัญ
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระ
ปรีชาสามารถอย่างยิ่ง ทรงสร้างความรุ่งเรืองและความยิ่งใหญ่ให้
แก่กรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างมาก
ด้านการต่างประเทศ
ทรงต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาค้าขายกับอยุธยา จึงก่อให้เกิด
ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและการค้าของอยุธยา แต่เมื่อชาติตะวันตกที่เข้ามา
ค้าขายได้คุกคามอธิปไตยของอยุธยา พระองค์ก็ทรงใช้พระบรมราโชบายที่
ชาญฉลาด ทำให้อยุธยารอดพ้นจากการรุกรานของชาติตะวันตก
นอกจากนี้พระองค์ทรงอนุญาตให้
บาทหลวงฝรั่งเศสเผยแพร่คริสต์ศาสนา
นิกายโรมันคาทอลิกและอยุธยาได้ แต่เพื่อ
ไม่ให้คนไทยพากันไปนับถือคริสต์ศาสนากัน
บ้างพระองค์จึงโปรดให้พระโหราธิบดีแต่ง
"หนังสือจินดามณี" ซึ่งเป็นแบบเรียนหรือ
ตำราเรียนเล่มแรก เพื่อให้ชาวกรุง
ศรีอยุธยาสามารถอ่านออกเขียนได้ จะได้รู้
เท่าทันไม่ไปเข้ารีตตามแบบฝรั่ง และ
เป็นการรักษาวัฒนธรรมทางด้านภาษาของ
เอาไว้ด้วย
36
ด้านวรรณกรรม
ทรงให้การสนับสนุนทางด้านวรรณกรรม
แม้กระทั่งพระองค์เองก็ทรงพระราช
นิพนธ์วรรณกรรม ชื่อ
“สมุทรโฆษคำฉันท์” ทำให้วรรณกรรม
ในสมัยพระองค์มีความเจริญรุ่งเรืองและ
เป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่ตกทอด
มาจนถึงทุกวันนี้
สรุปแล้ว
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ทรงสร้างคุณประโยชน์แก่ชาติ
ไทยหลายด้าน โดยเฉพาะด้าน
การเจริญสัมพันธไมตรีกับต่าง
ประเทศ และทรงนำวิทยาการ
ใหม่ๆจากต่างประเทศมาใช้
ปรับปรุงความเจริญรุ่งเรือง
ของบ้านเมือง
37