วิวั วิ ฒวั นาการ โทรศัพ ศั ท์ มือ มื ถือ ถื
ปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารมีการพัฒนาอย่าง มากและอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อตอบสนองความแตกต่าง ด้านความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคใน การเลือกใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ หนึ่งในชนิดโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ได้รับความนิยม อย่างมากในปัจจุบันคือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สามารถ ส่งข้อความตอบโต้กันได้อย่างทันทีหรือโทรศัพท์แบ ล็คเบอร์รี่ ซึ่งผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หันมาใช้โทรศัพท์ ชนิดนี้มากขึ้น ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษา ปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ โทรศัพท์ชนิดนี้ คำ นำ
• ประวัติผู้ สร้าง • วัฒนาการ มือถือ เเละ ประวัติ • ข้อดี ข้อเสีย สารบัญ บั
ผู้คิดค้นโทรศัพ ศั ท์ มือ มื ถือ ถื อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ เกิดวันที่3 มีนาคม ค.ศ.1847 เคยศึกษาอยู่ที่ มหาวิท วิ ยาลัยเอดินบะระ กับ มหาวิท วิ ยาลัย ยูนิเวอร์ซิตีคอลลิจลันเดิน เป็นนนักวิท วิ ยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งบริษั ริษั ท เบลล์ เทเลโฟน (Bell Telephone company) สิ่งประดิษฐ์ที่ สำ คัญอย่างมากของเบลล์และเป็นประโยชน์ต่อชาวโลก อย่างมาก ได้แก่ โทรศัพท์ ซึ่งได้คิดค้นอย่างอิสระได้ พร้อมๆ กับ เอลิชา เกรย์ นักประดิษฐ์ชาวอเมริกั ริกั น นอกจากนี้ เบลล์ยังเป็นผู้มีความสำ คัญอย่างมากในงาน วิจั วิจั ยทางด้านอากาศยาน และ ไฮโดรฟอยล์
วิวั วิ ฒวั นาการ โทรศัพ ศั ท์ 1.) ยุค 1G (1st Generation) เริ่ม ริ่ ตั้งแต่ ยุคแรก ระบบยังเป็นระบบอะนาล็อก (Analog) และมีการแบ่งความถี่ออกมา เป็นช่องเล็กๆ ในยุคนี้เราสามารถใช้งานทาง ด้าน Voice ได้เพียงอย่างเดียว แต่อย่างไร ก็ตาม ในยุคนี้ผู้ใช้ก็ยังไม่ได้มีความต้องการ ที่จะใช้บริก ริ ารประเภทอื่น 2.) ยุค 2G (2nd Generation) เนื่องจากผู้ใช้มีความต้องการและความ หลากหลายด้าน การบริก ริ ารมากขึ้น จึงได้ มีการพัฒนาการส่งคลื่นทางคลื่นวิท วิ ยุจาก แบบอะนาล็อกมาเป็นแบบ digital ทำ ให้ ผู้ใช้สามารถใช้งานทางด้านข้อมูลได้นอก เหนือจากบริก ริ ารเสียง ทำ ให้ยุคนี้กลายเป็น ยุคเฟื่องฟูข ฟู องโทรศัพท์มือถือ และเพราะ การให้บริก ริ ารทางด้านข้อมูล ทำ ให้เกิด บริก ริ ารอื่นๆ ที่ตามมมาอีกมากมาย ไม่ว่า ว่ จะ เป็นDownload Ringtone Wallpaper Graphic ต่างๆ แต่บริก ริ ารในยุคนี้ยังมีข้อ จำ กัดในเรื่อ รื่ งของความเร็วในการรับส่ง ข้อมูลที่ยังอยู่ระดับต่ำ
4.) ยุค 2.5G (2.5 Generation) หลังจากนั้นเป็นยุคที่อยู่ ระหว่า ว่ ง 2G และ 3G ซึ่งก็คือ 2.5G ใน 2.5G นี้เป็นยุคที่มี การนำ เทคโนโลยี GPRS (General Packet Radio Service) มาใช้ เพื่อเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลให้ มากกว่า ว่ ยุค 2Gเทคโนโลยี GPRS สามารถส่งข้อมูลได้ที่ ความเร็วสูงสุดถึง 115 kbps แต่ ความเร็วของ GPRS ในการ ใช้งานจริง ริ จะถูกจำ กัดให้อยู่ที่ประมาณ 40 kbps เท่านั้น ซึ่ง ในยุค 2.5G นั้นจะเป็นยุคที่เริ่ม ริ่ มีการใช้บริก ริ ารในส่วนของ ข้อมูลมากขึ้น และการส่งข้อความก็พัฒนาจาก SMS มาเป็น MMSโทรศัพท์มือถือก็เริ่ม ริ่ เปลี่ยนจากจอขาวดำ มาเป็นจอสี เสียงเรีย รี กเข้า จากเดิมที่เป็นเพียง Monotone ก็เปลี่ยนมา เป็น Polyphonic รวมไปถึง True tone ต่างๆ ด้วย 5.) ยุค 3G (Third Generation) เทคโนโลยีการ สื่อสารในยุคที่ 3 นั้นจะเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสาน การรับส่งข้อมูล และเทคโนโลยีที่อยู่ในปัจจุบันเข้า ด้วยกัน รวมทั้งส่งผ่านข้อมูลในระบบไร้สาย (Wireless) ที่ความเร็วที่สูงกว่า ว่ ยุค 2.75G นอกจากนี้ 3G ยังสามารถให้บริก ริ ารมัลติมีเดียได้ อย่างสมบูรณ์แบบ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การรับ ส่งข้อมูลแอพพลิเคชั่น (Application) รวมทั้ง บริก ริ ารระบบเสียงดีขึ้น เช่น การรับส่ง File ที่มี ขนาดใหญ่ การใช้บริก ริ าร Video/Call Conference ดาวน์โหลดเพลง ชมภาพยนตร์แบบ สั้นๆ ดู TV Streaming ต่างๆได้ 6.) 4G ระบบโทรศัพท์มือถือที่กำ ลังอยู่ ระหว่า ว่ งการพัฒนาและทดสอบ เชื่อกันว่า ว่ โทรศัพท์มือถือในยุคนี้จะสามารถสนับสนุน แอปพลิเคชันที่ต้องการแบนด์วิธ วิสูงเช่น ความจริง ริ เสมือน 3 มิติ (3D virtual reality) หรือ รื ระบบวิดี วิดีโอที่โต้ตอบได้ (interactive video) เป็นต้น
1973 : กำ เนิดโทรศัพท์มือถือเครื่อ รื่ งแรกของโลก เป็นที่รับรู้กันว่า ว่ วัน วั ที่ 3 เมษายน 1973 มีการใช้โทรศัพท์ เคลื่อนที่เป็นครั้งแรกสู่สาธารณะ โดย มาร์ติน คูเปอร์ (Martin Cooper) วิศวิ วกรอาวุโ วุ สของ โมโตโรลา (Motorola) ใช้ โทรศัพท์เคลื่อนที่ Motorola DynaTAC 8000X โทรไปยัง เบลล์ แลบ (Bell Lab) เพื่อข่มบริษั ริษั ทคู่แข่งว่า ว่ เขาโทรหาด้วย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 1983 - วางจำ หน่ายโทรศัพท์มือถือครั้งแรก แม้ว่า ว่ Motorola DynaTAC 8000X จะถูกพัฒนาตั้งแต่ปี 1973 แต่ก็ต้องรอจนถึงปี 1983 จึงจะผ่านการรับรองจากหน่วยงานควบคุมด้านการสื่อสารผ่านทางวิท วิ ยุ ทีวี และระบบสายของสหรัฐอเมริก ริ า (FCC) ให้ออกวางจำ หน่ายได้ ด้วยความที่โทรศัพท์รุ่นดังกล่าวมีน้ำ หนักมากถึง 784 กรัม พร้อมตัวเครื่อ รื่ งขนาดใหญ่ จึงทำ ให้มันถูกเรีย รี กว่า ว่ 'Brick Phone' นอกจากนีี้ ยังต้องใช้เวลาการชาร์จแบตฯนานถึง 10 ชั่วโมง ต่อการใช้งานเพียง 1 ชั่วโมง โดยในช่วงแรกที่ออกวางจำ หน่ายนั้น Motorola DynaTAC 8000X ได้รับความนิยมในหมู่คนอายุน้อยที่มีรายได้สูง เช่น วงการโฆษณาและตลาดหุ้น รวมทั้งยังปรากฏในภาพยนตร์ยุค 80 หลายเรื่อ รื่ ง
1989 : กำ เนิดโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบฝา พับ หลังจากปล่อย Motorola DynaTAC 8000X สู่ตลาด ทางบริษั ริษั ท ก็ได้พัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบฝาพับ รุ่นแรก Motorola MicroTAC 9800X เรีย รี กได้ว่า ว่ เป็นการบุกเบิกโทรศัพท์ เคลื่อนที่แบบฝาพับ และยังถือเป็นต้น กำ เนิดของโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบฝาพับ รุ่นดังในเวลาต่อมาอย่าง Motorola RAZR ในปี 2004 โดยมีตัวเครื่อ รื่ งบาง เพียง 13.9 มม.
1992 : มือถือระบบ GSM ครองตลาด มีการผลิต Nokia 1011 ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือ ระบบ GSM (Global System for Mobile) ออก มาในจำ นวนมาก โดย GSM คือ มาตรฐานของ เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในโลกโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำ หรับช่องสัญญาณ ควบคุมและสัญญาญเสียงแบบ TDMA ซึ่งแตกต่าง จากโทรศัพท์รุ่นก่อนหน้า สำ หรับโทรศัพท์ GSM รุ่นแรกจากโนเกีย นอก เหนือจากการโทรเข้า-โทรออกแล้ว ยังสามารถรับ และส่งข้อความได้ด้วย ต่อมาในปี 1994 มีการเปิด ตัว Hagenuk MT-200 โทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่มี เกมให้เล่น
1997 : โทรศัพท์มือถือหน้าจอสี และไร้เสา อากาศเครื่อ รื่ งแรก Siemens S10 คือโทรศัพท์มือถือ เครื่อ รื่ งแรกของโลกที่มาพร้อมหน้าจอสี โดย แสดงผลได้ 4 สี ได้แก่ สีแดง, สีเขียว, สีฟ้า และ สีขาว ส่วนในปีเดียวกัน ฮาเกนุก (Hagenuk) ผู้ผลิตโทรศัพท์สัญชาติ เยอรมนีก็ได้เปิดตัวรุ่น GlobalHandy โทรศัพท์ไร้เสาอากาศเครื่อ รื่ งแรกของโลก
1999 : ท่องอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ ในปี 1999 โนเกีย ได้เปิดตัวมือถือรุ่น 7110 ซึ่งมาพร้อมเบราเซอร์ WAP (Wireless Application Protocol) ทำ ให้ ผู้ใช้สามารถท่องโลกอินเทอร์เน็ตเข้าถึงคอน เทนต์ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น ข่าวสาร การ พยากรณ์อากาศ และอีเมล นอกจากนี้ Nokia 7110 ยังเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่มีฟีเจอร์ T9 Predictive ที่ช่วยให้พิมพ์ข้อความได้ ง่ายขึ้น
2000 : โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปได้แล้ว J-Phone J-SH04 จากค่าย ชาร์ป (Sharp) ได้ รับการบันทึกไว้ว่ ว้ า ว่ เป็นโทรศัพท์มือถือเครื่อ รื่ งแรกที่มา พร้อมกล้องถ่ายรูป มีความละเอียด 110,000 พิกเซล และสามารถส่งรูปภาพทางอีเมลได้ โดยวางจำ หน่าย เฉพาะในญี่ปุ่น ปุ่ เท่านั้น อย่างไรก็ดี บางแหล่งข้อมูลก็อ้างว่า ว่ Samsung SCH-V200 คือมือถือถ่ายรูปได้เครื่อ รื่ งแรกของโลก ซึ่ง ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ โดยทั้งสองรุ่นนี้มีจุดแตก ต่างกันในเรื่อ รื่ งการส่งไฟล์รูป โดยกล้องของ Samsung SCH-V200 ที่มีความละเอียด 350,000 พิกเซล ไม่ได้รวมเป็นส่วนหนึ่งของตัวเครื่อ รื่ งเสียทีเดียว จึงทำ ให้ส่งภาพจากมือถือไปยังอุปกรณ์อื่นโดยตรงไม่ ได้ ต้องย้ายรูปลงคอมพิวเตอร์เสียก่อน ขณะที่กล้อง ของ Sharp J-SH04 จะฝังอยู่ในตัวเครื่อ รื่ งเลย จึง สามารถส่งรูปจากมือถือไปยังอุปกรณ์อื่นได้ทันที
2001 : การมาถึงของเทคโนโลยี 3G การเข้ามาของ 3G ทำ ให้ผู้ใช้งาน โทรศัพท์มือถือสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการ สื่อสารไร้สายที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตอน นั้น ต่อด้วยการปรับปรุงและพัฒนาเครือ รื ข่าย อินเทอร์เน็ตให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น รวมถึงการใช้งานวิดี วิดีโอคอล ถัดมาในปี 2003 โซนี อีริก ริส์สัน (Sony Ericsson) ได้เปิดตัวรุ่น Ericsson Z1010 ที่มาพร้อมกล้องหน้าสำ หรับการใช้งานวิดี วิดีโอ คอล ซึ่งฟีเจอร์นี้ได้รับการพัฒนาอย่างจริง ริ จัง ในปี 2010
2006 : มือถือหน้าจอระบบสัมผัส 'LG KE850 Prada' ไม่เพียงแต่จะเป็นมือถือรุ่น แรกที่เป็นการร่วมงานกับแบรนด์แฟชันหรูระดับโลก อย่าง พราดา (Prada) แต่ยังเป็นโทรศัพท์มือถือ เครื่อ รื่ งแรกที่ใช้ระบบหน้าจอสัมผัสทั้งหมดด้วยการ ตรวจจับการเคลื่อนของนิ้วไปตามหน้าจอโดยไม่ต้อง ใช้แรงกด อันที่จริง ริ หากจะบอกว่า ว่ LG KE850 Prada เป็น มือถือหน้าจอสัมผัสเครื่อ รื่ งแรกก็คงไม่ถูกนัก เพราะใน ปี 1994 ไอบีเอ็ม (IBM) ได้เปิดตัว IBM Simon โทรศัพท์มือถือระบบหน้าจอสัมผัสที่สามารถใช้งาน ร่วมกับปากกา Stylus มีจุดเด่นอยู่ที่การใข้งาน ซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่น ปฏิทิน อีเมล และสามารถ เชื่อมต่อกับเครื่อ รื่ งแฟกซ์ จนถูกขนานนามว่า ว่ เป็นสมา ร์ตโฟนเครื่อ รื่ งแรกของโลกอีกด้วย
2007 : เปิดตัว 'iPhone' รุ่นแรก นวัต วั กรรมที่เปลี่ยน โลกไปตลอดกาล เดือนมกราคมปี 2007 สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ซีอีโอของ แอปเปิล (Apple) ในขณะนั้น ได้ ทำ การเปิดตัว iPhone รุ่นแรกบนเวที MacWorld โดยมาพร้อมกล้อง 2 ล้านพิกเซล มีพื้นที่เก็บข้อมูลให้ เลือกระหว่า ว่ ง 4 และ 8 GB ก่อนจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ประสบความสำ เร็จสูงสุดของ แอปเปิล ซึ่งมียอด จำ หน่ายกว่า ว่ 6.1 ล้านเครื่อ รื่ ง แม้ iPhone รุ่นแรกจะไม่สามารถใช้งาน อินเทอร์เน็ต 3G ได้ แต่ด้วยระบบปฏิบัติการที่เสถียร และเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ทำ ให้ iPhone ได้รับการ ยกย่องจากนิตยสาร TIME ให้เป็นสิ่งประดิษฐ์แห่งปี 2007 รวมถึงเป็นนวัต วั กรรมเปลี่ยนโลกของวงการไอที ด้วย
2009 : ผู้ช่วยระบบสั่งงานด้วยเสียง ภายหลังการมาของสมาร์ตโฟนที่เริ่ม ริ่ มี มากขึ้นเรื่อ รื่ ยๆ ในท้องตลาด บวกกับการ พัฒนาของเทคโนโลยี ทำ ให้บรรดาผู้ผลิตเพิ่ม ฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อความสะดวกสบาย หนึ่งในนั้น คือ 'ระบบสั่งงานด้วยเสียง' (Voice Assistant) ที่ควบคุมการทำ งาน ผ่านเสียงโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ เช่น Google Voice และ Siri
2010 : ท่องอินเทอร์เน็ต ดาวน์โหลด อัปโหลด ได้รวดเร็วขึ้นผ่านเทคโนโลยี 4G เทคโนโลยี 4G ช่วยให้เราเข้าถึง อินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็วขึ้นกว่า ว่ 3G อย่าง เห็นได้ชัด ทั้งการดาวน์โหลดและอัปโหลด ข้อมูลด้วยความเร็วสูงถึง 12 เมกะไบต์ต่อ วิน วิ าที รวมถึงการสตรีม รี วิดี วิดีโอ และสามารถใช้ งานแอปพลิเคชั่นเรีย รี ลไทม์ อย่างเกมออนไลน์ วิดี วิดีโอคอล ได้อย่างราบรื่น รื่ และเสถียรมากขึ้น สำ หรับสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่รองรับระบบ 4G คือ HTC Evo 4G ที่วางขายในปี 2010
2011 : เริ่ม ริ่ มีแฟบเล็ต (Phablet) ซัมซุง (Samsung) เปิดตัว Galaxy Note ที่มาพร้อมหน้าจอขนาด ใหญ่ 5.3 นิ้ว ถือเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท แฟบเล็ต (Phablet) ที่เป็นลูกผสมระ หว่า ว่ งสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต โดย สามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen สำ หรับขีดเขียนบนหน้าจอ ซึ่งได้รับ ความนิยมและประสบความสำ เร็จจน ทำ ให้บรรดาแบรนด์มือถือรายอื่นๆ เริ่ม ริ่ ผลิตตาม
2018 : สมาร์ตโฟนจอพับ คนทั่วไปอาจจะรู้จัก Samsung Galaxy Fold สมาร์ตโฟนจอพับที่เปิดตัวใน ปี 2019 ทว่า ว่ จริง ริ ๆ แล้ว Royole FlexPai คือสมาร์ต โฟนจอพับรุ่นแรกของโลกที่ เปิดตัวในปี 2018
2019 : เข้าสู่ยุคเทคโนโลยี 5G เหตุการณ์สำ คัญใน ประวัติ วัติศาสตร์ของวงการโทรศัพท์ มือถือ คือ เทคโนโลยี 5G ซึ่งในช่วง แรกยังจำ กัดการใช้งานในบาง ประเทศแถบยุโรป โดยสมาร์ตโฟน รุ่นแรกที่รองรับการเชื่อมต่อ 5G คือ Samsung Galaxy S10+ 5G
1. หมายเลขสากลฉุกเฉิน 112 ใช้ได้ทั่วโลก ถ้าเกิดเรา หลงไปอยู่ในเขตที่ไม่มีสัญญาณเลย แต่มีเหตุด่วน เหตุร้าย ให้กด 112 แล้วมันจะหาเบอร์ให้เองอัตโนมัติ แม้แต่เราล็อคปุ่ม ปุ่ ก็ยังกดเบอร์นี้ได้..ลองดูสิ 2. ใช้ในกรณีที่ลืมกุญแจไว้ใว้ นรถ…สำ หรับรถที่ใช้ Remote Key ถ้ารถล็อคไปแล้ว แต่เรามีกุญแจ สำ รองอยู่ที่บ้าน ให้โทรไปหาคนที่อยู่ที่บ้านด้วยมือถือ (เราต้องโทรไปหาเบอร์มือถือของเขาด้วยนะ) เมื่อ เขารับแล้วให้เราบอกเขาให้กดปุ่ม ปุ่ unlock บน กุญแจสำ รองในขณะที่เราถือมือถือให้ห่างจากประตู รถประมาณ 1 ฟุต ฟุ (คนที่อยู่บ้านที่เราวานให้กดต้อง เอากุญแจไปจ่อใกล้กับมือถือของเขาในขณะที่ กด ปุ่ม ปุ่ ) ประตูรถก็จะเปิดออกเหมือนเรากดปุ่ม ปุ่ รีโรี มทด้วย ตัวเองเลยแหละ ระยะทางไม่มีปัญหาแม้รถกับบ้าน จะอยู่ห่างกันเป็นร้อย ๆ กม. ก็ตาม 3. ทำ ให้เราสามารถสื่อสารถึงกันและกันได้ตลอด เวลา และแทบทุกสถานที่ ทำ ให้เราสามารถโทรนัด สถานที่ หรือ รืโทรเรีย รี กช่าง/บริษั ริษั ทประกันมาได้ทัน ท่วงที เมื่อรถเสีย รถชนบนทางด่วนหรือ รืในบางสถาน ที่ที่ไม่มีโทรศัพท์สาธารณะ ฯลฯ ข้อดีข ดี องโทรศัพ ศั ท์ มือ มื ถือ ถื
1. โทรศัพท์มือถือได้ก่อให้เกิดโรคใหม่ๆ หลายประการ ดังนี้ – โรคเห่อตามแฟชั่น นิยมเปลี่ยนมือถือไปตามแฟชั่นเพื่อให้อินเทรน ดูทันสมัย ไม่ตกรุ่น – โรคทรัพย์จาง ดิ้นรนหาเงินเพิ่มหรือ รืไปกู้หนี้ยืมสินมาซื้อมือถือ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่ม มากขึ้นจากค่าโทรศัพท์และค่าบริก ริ ารต่างๆ – โรคขาดความอดทนและใจร้อน เพราะความสะดวกสบายในการใช้โทรศัพท์มือ ถือ ที่ว่า ว่ ตรงไหนก็ได้ เวลาใดก็ได้ กดปุ๊บ ปุ๊ ติดปั๊บนี่เอง ทำ ให้หลายๆ คนกลายเป็น คนที่ทนรอใครนานไม่ได้ หรือ รืไม่ยอมทนแม้แต่เรื่อ รื่ งเล็กๆ น้อยๆ – โรคขาดกาลเทศะ และมารยาท เช่น การใช้โทรศัพท์เวลาประชุม อาจเป็นการ รบกวนผู้อื่นในเวลานอน เวลารับประทานอาหาร เวลาพักผ่อน หรือ รื เป็นวัน วั หยุด กำ ลังใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นต้น – โรคขาดมนุษยสัพมันธ์ หากวัน วัไหนไม่ได้โทรศัพท์ไปหาเพื่อน ก็อาจจะเกิด อาการเฉาหรือ รื เหงาหงอย โดยไม่คิดจะมีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนคนอื่นหรือ รื คนที่ อยู่รอบข้าง กลายเป็นคนแยกตัวออกจากสังคม 2. นอกจากโรคดังกล่าวข้างต้นแล้ว โทรศัพท์มือถือยังมีผลข้างเคียงทำ ให้เสีย สุขภาพในด้านอื่นๆ อีก เช่น ทำ ให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น เพราะมัวแต่คุย ทั้งวัน วั ทั้งคืนเลยนอนดึก นอนไม่พอ ทำ ให้หูตึงหรือ รื มีโรคเกี่ยวกับหู เกิดอาการ ปวดหัว ไมเกรนหรือ รื มีปัญหาทางเส้นประสาท เพราะคลื่นจากมือถือที่มีกำ ลังส่ง แรงสูง 3. ทำ ให้เกิดพวกโรคจิตเพิ่มขิ้น คือพวกที่ชอบแอบถ่าย หรือ รื บางคนก็ถ่ายภาพ หวิว วิ ของตัวเองไปลงตามอินเตอร์เน็ต เพราะทำ ได้ง่ายและสะดวกสบายขึ้น 4. หลายๆ ครั้ง มือถือทำ ให้ขาดความระมัดระวัง วั ขับไปพูดไป จนทำ ให้เกิด อุบัติเหตุ รถชนกัน หรือ รื ชนคนอื่น 5. นอกจากนี้ มือถือยังก่อให้เกิดอาชญากรรม ถูกคนร้ายติดตามมาทำ ร้าย ร่างกายหรือ รื แย่งชิงทรัพย์ได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่า ว่ ย่อมเป็นเรื่อ รื่ งปกติที่ทุกอย่างจะเปรีย รี บเสมือนกับ ดาบสองคม ที่ด้านหนึ่งย่อมต้องมีประโยชน์ อย่างไรก็แฝงมากับโทษที่ไม่เคย ทราบมาก่อน มือถือให้ประโยชน์กับเรามากมาย แต่ทุกอย่างอยู่ที่เราเลือกใช้ เลือกปฏิบัติ แบ่งเวลาให้ถูกต้อง แค่นี้เราก็จะมีความสุขกับการใช้โทรศัพท์มือ ถือแล้ว ข้อเสีย สี ของโทรศัพ ศั ท์ มือ มื ถือ ถื
รายชื่อ ชื่ สมาชิก ชิ กลุ่ม ด.ช.ธนบดินทร์ ทาคำ ม.2/10 เลขที่18 ด.ช.อันธีมา สีดามี ม.2/10 เลขที่41 ด.ช.อธิชา รากาปัน ม.2/10 เลขที่39 ด.ช.ภูริณั ริ ณั ฐ คำ สา ม.2/10 เลขที่28 ด.ช.ฐปรรน์ ทองรัก รั ษ์ ม.2/10 เลขที่7