หน้า ๕๑
๕๑ในพระสูตรวัชรยำนได้ บันทึกว่ำ
พระพุทธศำกยะมุนีพุทธเจ้ำ ได้สั่ง
พ ร ะ อ ำ น น ท์ เ ถ ร ะ เ จ้ ำ ไ ว้ ว่ ำ
หลังพระองค์ปรินิพำน ๘ ปี ให้
พระอำนนท์รั บมหำบุรุ ษผู้หนึ่ง
เกิดขนึ ้ เองบนดอกบวั ณ ทะเลสำบ
ธนโกษะ แคว้นอุฑิยำนในอินเดีย
ตะวันตก เป็ นศิษย์ ให้ ถ่ำยทอด
ธรรมทงั้ สิน้ ให้ ด้วย ว่ำท่ำนผู้นนั้ จะเป็นผู้จรรโลงพุทธศำสนำ
ต่อไปจนถึงยุคสุดท้ำย จะมำช่วยเผยแผ่ศำสนำพุทธ ทำให้
สตั ว์โลกได้ตรัสรู้ธรรมมำกขนึ ้
ชำวทเิ บตต่ำงสกั กำระ ทำ่ นเสมือนหน่ึงพระพุทธเจ้าองค์ท่ี ๒
องค์คุรุฯ ได้กล่ำวไว้ว่ำ “ อาตมามิได้ไปหรือมา ผู้ท่ีมี
ศรั ทธาอาตมาจะสาแดงให้ เห็นตรงเบือ้ งหน้ าและ
ถ่ายทอดพระธรรมให้ทุกเดือน วันท่ี ๑๐ อาตมาจะมา
สอดส่องดูแลเหล่า สาวกทงั้ หลาย ”
หนา้ ๕๒
ด้ วยประสงค์ท่ีจะปรำบปรำมสรรพชีวิตที่มีทิฐิอันแข็งแกร่ ง
๕๒ยำกทจ่ี ะโปรดให้บรรลธุ รรมได้ ทำให้ต้องสำแดงกำยดรุ ้ำยที่มีเดชะ
บำรมีแกร่งกล้ำ เหล่ำมำรร้ ำยนอกศำสนำต่ำงสยบยอมสวำมิภกั ด์ิ
ทงั้ สิน้ ท่ำนถ่ำยทอดพระธรรมโปรดสรรพชีวิตทงั้ หลำยในอินเดีย
เนปำล เป็นเวลำถงึ ๘๐๐ กวำ่ ปี ทรงมีบทบำทสำคญั ในกำรสยบ
มำรร้ ำยท่ีคอยขดั ขวำงกำรเผยแผ่พระธรรม ทรงประทำนพรและ
ทำนบุ ำรุงพระพุทธศำสนำในทิเบตให้สำมำรถรุ่งเรืองสุดขีดมำถึง
ปัจจบุ นั นี ้
เน่ืองจำกพระองค์ ทรงเป็นหนงึ่ เดียวกบั พระอมิตาภะพุทธเจ้า
และพระอวโลกิเตศวรโพธสิ ัตว์ กำรปฏิบตั บิ ชู ำพระองค์จะทำ
ให้ผ้นู นั้ พฒั นำจิตส่กู ำรหลดุ พ้นได้อย่ำงรวดเร็ว คำถำหวั ใจ
ประจำพระองค์ได้แก่
หนา้ ๕๓
คาถาประจาพระองค์ ๕๓
OM AH HUM VAJRA GURU PEDMA SIDDHI HUM
คุรปุ ัทมสมั ภวะ หนา้ ๕๔
๕๔
OM AH HUM VAJRA GURU PEDMA SIDDHI HUM
เม่ือใดกต็ ำมที่ทอ่ งมนตรำนี ้ ทำ่ นจะอย่กู บั เรำ
ให้อธิษฐำนผ่ำนไปยงั ทำ่ น เพ่ือให้ทำ่ นเป็นส่ือกลำง
ในกำรเช่ือมกบั สำยพระโพธิสตั ว์และพระพทุ ธเจ้ำได้
เรียกวำ่ เป็นสำยสมั พนั ธ์ของกำรปฏิบตั ิ
หน้า ๕๕
๕๕พระอมติ าภะพทุ ธเจา้
แปลวำ่ พระพทุ ธเจ้ำผ้มู ีแสง
รัศมีเปล่งประภำสออกมำไมม่ ีประมำณ ทรงมีอีกพระนำม
คอื พระอมิตำยพุ ทุ ธเจ้ำ แปลวำ่ พระพทุ ธเจ้ำผ้มู ีอำยขุ ยั
ยำวนำนไมม่ ีประมำณ กำหนดภำพพระองคท์ ำ่ นเป็นพระ
วรกำยสีแดง (ตำมภำพข้ำงต้น) โดยทำ่ นจะส่องเป็นแสง
เข้ำมำที่กลำงกระหมอ่ ม แล้วเข้ำมำสทู่ ่ีใจเรำ
หน้า ๕๖
๕๖พระไภษชั ยครุ ไุ วฑรู ยประภาตถาคต
Die ya ta om bei kan ze bei kan ze
ma ha bei kan ze
la za sa mu ga die so ha
เตยาทา โอม เบกนั เจ เบกันเจ
มาฮา เบกันเจ ราชา สะมุทคะเต โซฮา
พระนำมของ
ทำ่ นหมำยถงึ พระตถำคตเจ้ำผ้เู ป็นบรมครูแหง่ ยำรักษำโรค ผ้มู รี ัศมี
สีนำ้ เงนิ ดงั ไพฑรู ย์ หรือ “พระพุทธเจ้าหมอ” หรือ “หมอของกำย
และ วิญญำณ” บทสวดนีม้ ีปรำกฏในพระไภษัชยครุ ุไวฑรู ยประภำ
ตถำคตสตู ร สวดพระคำถำนี ้9 จบ อธิษฐำนขอบำรมี
จำกพระองค์ทำ่ นเพือ่ กำรเยียวยำรักษำ
หน้า ๕๗
๕๗พระศากยมนุ พี ทุ ธเจา้
Om Muni Muni Maha Muniye Soha
หรือทร่ี ู้จกั กนั ในพระนำม
พระมหำสมณโคดม หรือเจ้ำชำยสิทธตั ถะ พระองคท์ รงประกำศ
พระศำสนำเพ่ือยงั ประโยชน์แกส่ รรพสตั ว์ทงั้ ปวง ซง่ึ พอจะสรุป
คำสอนได้วำ่
๑. การไม่กระทาบาปทงั้ ปวง
๒. การทากุศลให้ถงึ พร้อม
๓. การชาระจติ ให้ผ่องใส
หนา้ ๕๘
๕๘พระเมตไตรยโพธสิ ตั ว์
Om Namo Arya Maitriya Buddhaya
Dharmaya Sanghaya
เป็นพระโพธิสตั ว์ผ้จู ะได้
ตรัสรู้เป็นพระพทุ ธเจ้ำพระองคท์ ่ี ๕ และองค์สดุ ท้ำยแหง่
ภทั รกปั นี ้ทรงพระนำมว่ำ พระเมตไตรยพทุ ธเจ้ำ ซง่ึ ขณะนี ้
ประทบั อยู่ ณ สวรรค์ชนั้ ดสุ ติ ด้วยควำมเมตตำและกรุณำตอ่
สรรพสตั ว์ ทำ่ นจะเสดจ็ ลงมำ เพ่ือกระต้นุ เตือนสรรพสตั ว์
อยำ่ ได้ละเลยในกำรปฏบิ ตั ธิ รรมดงั เชน่ พระพทุ ธเจ้ำ
ทงั้ หลำยที่ได้ปฏบิ ตั มิ ำแล้ว
หน้า ๕๙
๕๙พระอวโลกเิ ตศวรโพธสิ ตั ว์
Om Mani Padme Hum
แปลวำ่ พระโพธิสตั ว์
ผ้เู พง่ มองด้วยควำมเป็นอิสระ และพระโพธิสตั ว์ผ้เู พง่ พจิ ำรณำ
ในกระแสเสียงของโลก หรือทีส่ ำธุชนทวั่ ไปรู้จกั พระองค์ใน
นำมของ “กวนอมิ ” ผ้เู ปี่ยมด้วยพระมหำเมตตำ พระมหำกรุณำ”
ปณิธำนวำ่ “ในอนาคตกาล หากข้าพเจ้าสามารถยงั
ประโยชน์สุขแก่สรรพสัตว์ได้ ขอให้ข้าพเจ้ามี
พนั เนตรพันหตั ถ์ในบัดดล”
หน้า ๖๐
๖๐พระมญั ชศุ รโี พธสิ ตั ว์
Om A ra Pa Tsa Na Dhih
พระโพธิสตั ว์แหง่ ปัญญำควำม
หลดุ พ้น ทงั้ ในมหำยำนและวชั รยำน พระหตั ถ์ขวำถือดำบแหง่
ปัญญำ ตดั อวชิ ชำและทวภิ ำวะ พระหตั ถ์ซ้ำยถือดอกบวั แหง่
ควำมรู้แจ้งในปรัชญำปำรมติ ำ
พระมหำปณิธำนวำ่ “หากสรรพสัตว์ใดได้สดบั พระนาม
แล้วจิตใจตงั้ ม่ันระลกึ อยู่แต่พระองค์ หากสรรพสัตว์
นัน้ มไิ ด้บรรลุถงึ ปัญญาญาณอันย่งิ ใหญ่แล้วไซร้
พระองค์จะมิขอสาเร็จพระโพธิญาณ ฯลฯ”
หน้า ๖๑
บทสวดมนต์ ๖๑
คาบูชาพระรตั นตรยั
อมิ ินา สักกาเรนะ ตงั พุทธัง อะภปิ ูชายะมะ
อมิ ินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อะภปิ ูชะยามะ
อมิ ินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อะภปิ ชู ะยามะ
อะระหงั สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภวิ าเทมิ (กรำบ)
สวฺ ากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
ธัมมัง นะมัสสามิ (กรำบ)
สุปะฏปิ ันโน ภะคะวะโต สาวะกะ
สังโฆ สังฆงั นะมามิ (กรำบ)
ไตรสรณาคมน์ หน้า ๖๒
พทุ ธงั สะระณงั คจั ฉำมิ ๖๒
ธมั มงั สะระณงั คจั ฉำมิ
สงั ฆงั สะระณงั คจั ฉำมิ
ทตุ ิยมั ปิ พทุ ธงั สะระณงั คจั ฉำมิ
ทตุ ยิ มั ปิ ธมั มงั สะระณงั คจั ฉำมิ
ทตุ ยิ มั ปิ สงั ฆงั สะระณงั คจั ฉำมิ
ตะติยมั ปิ พทุ ธงั สะระณงั คจั ฉำมิ
ตะตยิ มั ปิ ธมั มงั สะระณงั คจั ฉำมิ
ตะติยมั ปิ สงั ฆงั สะระณงั คจั ฉำมิ
หน้า ๖๓
อติ ปิ ิ โส ๖๓
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต
สัมมาสัมพุทธัสสะ
(กลำ่ ว ๓ จบ)
อิติปิ โส ภะคะวำ อะระหงั สมั มำสมั พทุ โธ วิชชำจะ
ระณะสมั ปันโน สคุ ะโต โลกะวิทู อะนตุ ตะโร ปรุ ิสะทมั
มะสำระถิ สตั ถำ เทวะมะนสุ สำนงั พทุ โธ ภะคะวำ ติฯ
สว๎ ำกขำโต ภะคะวะตำ ธมั โม สนั ทิฏฐิโก อะกำลิโก
เอหิปัสสิโก โอปะนะยโิ ก ปัจจตั ตงั เวทิตพั โพ วญิ ญฮู ตี ิฯ
สปุ ะฏิปันโน ภะคะวะโต สำวะกะสงั โฆ อชุ ปุ ะฏปิ ันโน
ภะคะวะโต สำวะกะสงั โฆ ญำยะปะฏิปันโน ภะคะวะ
โต สำวะกะสงั โฆ
หนา้ ๖๔
๖๔
สำมีจปิ ะฏปิ ันโน ภะคะวะโต สำวะกะสงั โฆ
ยะทิทงั จตั ตำริ ปรุ ิสะยคุ ำนิ อฏั ฐะ ปรุ ิสะปคุ คะลำ
เอสะ ภะคะวะโต สำวะกะสงั โฆ อำหเุ นยโย
ปำหเุ นยโย ทกั ขิเณยโย อญั ชะลกี ะระณีโย อะนตุ ตะรัง
ปญุ ญกั เขตตงั โลกสั สำ ติฯ
คาขอขมาพระรตั นตรยั
รัตตะนะตะเย ปะมำเทนะ ทวำรัตตะเย นะกะตงั
สพั พงั อะปะรำทงั คะมะทโุ น ภนั เต
(สวด ๓ จบ)
บทแผเ่ มตตาใหแ้ กต่ นเอง
อะหงั สุขโิ ต โหมิ ขอให้ข้ำพเจ้ำมคี วำมสขุ
นิททกุ โข โหมิ ปรำศจำกควำมทกุ ข์
อะเวโร โหมิ ปรำศจำกเวร
หน้า ๖๕
อพั พะยาปัชโฌ โหมิ ๖๕
ปรำศจำกอปุ สรรคอนั ตรำยทงั้ ปวง
อะนีโฆ โหมิ ปรำศจำกควำมทกุ ข์กำยทกุ ข์ใจ
สุขี อัตตานัง ปะริหะราม.ิ
มคี วำมสขุ กำยสขุ ใจ
รักษำตนให้พ้นจำกทกุ ข์ภยั ทงั้ สิน้ เถิด
บทแผ่เมตตาใหส้ รรพสตั ว ์
สัพเพ สัตตา สะทา โหนตุ อะเวรา สุขะ ชีวโิ น
จงให้สตั ว์ทงั้ หลำย อย่ำได้มเี วรแกก่ นั และกนั เลย
จงเป็นผ้ดู ำรงชีพอย่เู ป็นสขุ ทกุ เม่อื เถิด
กะตัง ปุญญัง พะลัง มัยหงั สัพเพ ภาคี ภวันตุเต
ขอให้สตั ว์ทงั้ หลำย จงได้เสวยผลบญุ ที่ข้ำพเจ้ำได้
บำเพ็ญ ด้วยกำย วำจำ ใจ แล้วนนั้ เทอญ
หน้า ๖๖
คาอธษิ ฐานจติ ๖๖
สาธุพระพุทโธ สาธุพระธัมโม สาธุพระสังโฆ
ด้วยเดชแหง่ พระพทุ ธเจ้ำ ทงั้ หลำยทงั้ ปวง
ที่ได้ตรัสรู้มำตงั้ แตอ่ ดีตจนถงึ ปัจจบุ นั
ด้วยเดชแห่งพระมหำปัจเจกพทุ ธเจ้ำทงั้ หลำยทงั้ ปวง
ที่ได้ตรัสรู้มำตงั้ แตอ่ ดีตจนถงึ ปัจจบุ นั
ด้วยเดชแหง่ พระมหำโพธิสตั ว์เจ้ำทงั้ หลำยทงั้ ปวง
ที่ได้สงั่ สมบญุ บำรมีตงั้ แตอ่ ดตี จนถึงปัจจบุ นั
ด้วยเดชแหง่ พระมหำสำวก มหำสำวกิ ำ อริยะสำวก
อริยะสำวิกำ ทงั้ หลำยทงั้ ปวง ที่ได้บรรลผุ ลนิพพำน
ตงั้ แตอ่ ดีตจนถงึ ปัจจบุ นั
ด้วยเดชแห่งส่ิงศกั ดิส์ ิทธ์ิทงั้ หลำยทงั้ ปวง ที่สถิตในโลก
ทงั้ เบอื ้ งบนและเบอื ้ งลำ่ ง ด้วยเดชแห่งบญุ ญำบำรมี
และบญุ แห่งกศุ ลทงั้ หลำย ท่ีลกู แก้ว (ข้ำพเจ้ำ)
หนา้ ๖๗
๖๗ได้นอบน้อมนำมำปฏิบตั แิ ละสงั่ สมมำตงั้ แตอ่ ดีตจนถงึ
ปัจจบุ นั ขอจงเป็นพลวตั ปัจจยั เป็นมหำอำนภุ ำพ
บงั เกิดอริยมรรค อริยผล ให้ลกู แก้ว บงั เกิดดวงตำ
เห็นธรรม ตำมรอยแห่งบรมครูทงั้ หลำยทงั้ ปวง
ถ้ำลกู แก้วเกิดชำติใด ภพใด ให้ประสบพบ
พระพทุ ธศำสนำ ได้ฟังธรรมของพระศำสดำ
ตลอดทกุ ภพทกุ ชำติที่ยงั ไม่สำเร็จดวงตำเห็นธรรม
ขอให้ปรำศจำกควำมทกุ ข์ เข้ำถึงแตค่ วำมสขุ
ขอให้ไม่จน อยำ่ ให้ได้อด ให้ร่ำรวยเลิศล้น
มีทรัพย์ศฤงคำร ธนสำรสมบตั ิ
เจริญทงั้ ชำตินีแ้ ละชำตติ อ่ ๆ ไป
จนกวำ่ จะเข้ำสพู่ ระนิพพำน
จงเป็นไปตำมนี ้ และขอให้สำเร็จโดย ฉบั พลนั ทนั ตำ
ฉบั พลนั ทนั ตำ ฉบั พลนั ทนั ตำ ด้วยเดชแหง่ บญุ นีเ้ทอญ.
หน้า ๖๘
บทแผ่เมตตาสะเดาะเคราะห๖์ ๘
(หลวงป่ บู รมครูเทพโลกอดุ ร)
สาธุพระพุทโธ สาธุพระธัมโม สาธุพระสังโฆ
ลกู ขอนอบน้อมสดุ เศียรเกล้ำ
ขอกรำบอำรำธนำ เดชแห่งพระพทุ ธำนภุ ำพ
เดชแห่งพระธรรมำนภุ ำพ
เดชแหง่ พระสงั ฆำนภุ ำพ
เดชแหง่ บญุ ญำนภุ ำพ
ได้โปรดเมตตำเสดจ็ มำประทำนพรแดล่ กู ..(ชื่อ)..
ลกู ขอน้อมบำเพ็ญมหำบำรมธี รรม สวดมนต์เจริญ
ภำวนำแผ่เมตตำ เพื่อสะเดำะเครำะห์สรรพโศก
หน้า ๖๙
๖๙สรรพโรค สรรพภยั สะเดำะเครำะห์ล้ำงมำรนอก-มำร
ใน จงได้สญู สนิ ้ ไป
ขอล้ำงทงั้ เครำะห์วนั ขอล้ำงทงั้ เครำะห์เดอื น
ขอล้ำงทงั้ เครำะห์ปี ขออยำ่ มเี วรภยั
สะเดำะเครำะห์ทงั้ ภำยนอกภำยใน
สะเดำะเครำะห์ทงั้ กำย วำจำ ใจ
สะเดำะเครำะห์ทงั้ แปดทิศแปดทำง
สะเดำะเครำะห์ทงั้ เบือ้ งบนเบือ้ งลำ่ ง
สะเดำะเครำะห์ทงั้ กลำงวนั กลำงคืน
สะเดำะเครำะห์ทงั้ ยำมหลบั ยำมต่ืน
สะเดำะเครำะห์ทงั้ ยำมยืน ยำมเดิน
สะเดำะเครำะห์ทงั้ ยำมนงั่ ยำมนอน
หน้า ๗๐
๗๐สะเดำะเครำะห์น้อย สะเดำะเครำะห์ใหญ่ ล้ำงบำป
ล้ำงทกุ ข์ ล้ำงโทษ ล้ำงเวร ล้ำงภยั ได้เกิดมรรค
สำเร็จผล ร่ำรวยเลิศล้น พ้นโลก พ้นทกุ ข์ พ้นตำย
ได้ดวงใจเป็น ๑ นิพพำน นพิ พำนะ ปัจจะโย โหตุ
นิพพำนะ ปัจจะโย โหตุ นพิ พำนะ ปัจจะโย โหตุ
สำธุ สำธุ สำธุ อนโุ มทำมิ.
คาถายนั ทุน
ยนั ทนุ นิมติ ตงั อะวะมงั คะลญั จะ
โย จำมะนำโป สะกณุ สั สะ สทั โท
ปำปัคคะโห ทสุ สปุ ินงั อะกนั ตงั
พทุ ธำนภุ ำเวนะ วินำสะเมนตุ ฯ
หน้า ๗๑
ยนั ทนุ นิมิตตงั อะวะมงั คะลญั จะ ๗๑
โย จำมะนำโป สะกณุ สั สะ สทั โท
ปำปัคคะโห ทสุ สปุ ินงั อะกนั ตงั
ธมั มำนภุ ำเวนะ วินำสะเมนตุ ฯ
ยนั ทนุ นิมติ ตงั อะวะมงั คะลญั จะ
โย จำมะนำโป สะกณุ สั สะสทั โท
ปำปัคคะโห ทสุ สปุ ินงั อะกนั ตงั
สงั ฆำนภุ ำเวนะ วินำสะเมนตุ ฯ
ชติ งั เม
ชิตงั เม เอวงั โหตุ สพั พะสิทธิ ภะวนั ตเุ ม
ชิตงั เม เอวงั โหตุ สพั พะสทิ ธิ ภะวนั ตเุ ม
ชิตงั เม เอวงั โหตุ สพั พะสทิ ธิ ภะวนั ตเุ ม
หน้า ๗๒
๗๒
ทางมูลนิธกิ ารุณยธ์ รรม ต้องขอขอบพระคณุ
คุณกัญญาภัค เจยี งวรรธนะ พร้อมตระกลู เจียงวรรธนะ
เป็นเจ้ำภำพจดั พิมพ์หนงั สือเล่มนี ้เพื่อเป็นธรรมทำน
จำนวน ๑๐,๐๐๐ เล่ม เป็ นที่
ระลกึ ในงำนทอดผ้ำป่ ำสำมคั คีใน
วนั ท่ี ๒๗-๒๘ กรกฎำคม ๒๕๖๑
คณุ กญั ญาภคั เจยี งวรรธนะ
ที่มา : หนงั สือการเห็นทางธรรมสามระดบั ของท่านเตซุง ริมโปเช
หนงั สือ ทงเลน วิถีแห่งการละอตั ตา
หนงั สือ ทกุ ย่างก้าวคือการรู้แจ้ง
หนงั สือโทษ(ส)ถานทีย่ ากไป
หนงั สือ สตู รของเว่ยหล่าง
เรียบเรียงโดย : ดอกบวั แห่งพุทธ
หน้า ๗๓
๗๓
หน้า ๗๔
๗๔