The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทละครเรื่องอิเหนา.pptx

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nakphinj99, 2021-08-03 11:15:51

บทละครเรื่องอิเหนา.pptx

บทละครเรื่องอิเหนา.pptx

บทละครเร่อื ง:อเิ หนา

ตอนศกึ กะหมงั กหุ นิง

เสนอ: อาจารย์จฑุ าสินี กาลดิษฐ
วิชา: ภาษาไทย รหัสวิชา: ท 31101

สมาชกิ ในกลุ่ม

1.นายภมู ภิ ัทร แฝงมีคา ชั้น ม.4/7 เลขท่ี 3
เลขท่ี 33
2.นางสาวเบญญาภา สกุ นั ทา ชน้ั ม.4/7 เลขท่ี 34
เลขท่ี 35
3.นายกรวษิ ณุ โสภา ชัน้ ม.4/7 เลขที่ 37

4.นางสาวศริ ิกาญจน์ นาคพนิ ช้นั ม.4/7

๕. นายอาสา เอียบสกุล ช้นั ม.4/7



อเิ หนามีบัญชาจัดทัพเตรยี มรบกบั ทัพกะหมังกหุ นงิ

เมือ่ นัน้ พระผ้พู งศ์เทวาในราศี
ได้ฟังพระพเ่ี ล้ียงทูลคดี จงึ มพี รบัญชาการ
ตามะหงงจงเร่งไปตรวจตรา เกณฑ์พลโยธาทวยหาญ
เราจะออกหกั โหมโรมราญ รีบรัดจดั การให้พรอ้ มไว้

ฯ ๔ คา ฯ

บดั น้นั ตามะหงงกุเรปนั กรุงใหญ่
รบั ส่ังบังคมลาคลาไคล ออกไปจัดทัพฉับพลนั

ฯ ๒ คา ฯ เสมอ

คาศัพทน์ ่ารู้: เกณฑ์ แปลวา่ ตาแหนง่ เกา่ ในราชการ เปน็ ตาแหน่งสารองเจ้าเมือง

คาศพั ทน์ า่ รู้ : ตามะหงง แปลวา่ เสนาบดี ผใู้ หญ่ทางทหารของชาวโบราณ เทยี บสมุหกลา - โหม

ถอดความไดว้ ่า : อิเหนาได้ฟงั พเ่ี ลีย้ งเล่าเรอ่ื งราวใหฟ้ ังจงึ ส่ังตามะหงงใหเ้ รง่ จดั ทพั ตามะหงงรับคาสัง่ แลว้ รีบออกไปจดั
ทัพทนั ที

อิเหนาและอนชุ ากรธี าทัพ เผชิญทพั กะหมงั กุหนิง

ร่าย

เม่ือนน้ั พระผพู้ งศเ์ ทวากระยาหงัน

ครัน้ ฤกษด์ ีแจ่มดวงสรุ ยิ นั ทรงธรรมชวนกะหรดั ตะปาตี

ทง้ั สหุ รานากงอนชุ า สงั คามาระตาเรอื งศรี

กับระเดน่ ดาหยนผ้ภู กั ดี มาเข้าท่ีสรงนา้ ทิพมนตร์

ฯ ๔ คา ฯ เสมอ

คาศพั ท์นา่ รู้ : เทวา แปลวา่ เทวัญ, เทวดา

ถอดความได้ว่า : เมอ่ื ได้ฤกษ์อิเหนา กะหรดั ตะปาตี สหุ รานากง สังคามาระตา และระเด่นดาหยน ต่างพากนั เข้าที่อาบน้า
ทิพยม์ นต์

โทน กดิ าหยนั ถวายพานเครื่องต้น
ห้าองค์ชาระสระสนาน ปรงุ ปนเกสรสุมาลี
ฉลององคโ์ หมดตาดตา่ งสี
บรรจงทรงทาพระสคุ นธ์ ปั้นเหน่งเพชรพลอยมณหี นุนซบั
สอดใส่สนบั เพลาภษู าทรง ชมพนู ุชเฟ่อื งหอ้ ยพลอยประดบั
เจียระบาดคาดรัดรจู ี ธามรงคร์ ุ้งระยบั จบั ตา
ทรงมหาสังวาลพชิ ยั ยุทธ์ อบุ ะเพชรแพร้วพรายพระเวหา
ทองกรแกว้ กามวามวบั เสดจ็ มายงั เกยแกว้ มณี
ทรงมุงกุฎกุณฑลทดั ตรสั เตร็จ
เหนบ็ กริชฤทธิไกรแลว้ ไคลคลา

ฯ ๖ คา ฯ เสมอ

คาศัพทน์ ่ารู้ : ไคลคลา แปลวา่ ดินไป, เคลอื่ นไป

ถอดความได้ว่า : ท้ังห้าองค์ชาระร่างกายแล้วมหาดเล็กก็นาเคร่ืองทรงถวายบรรจงทาแป้งที่ปรุงด้วยกล่ิน
ดอกไม้ สวมใส่กางเกง สวมเสื้อสีต่าง ๆ รัดเข็มขัดที่ประดับดว้ ยเพชรพลอย สวมสังวาล สวมกาไลข้อมือแก้ว
จากพม่า สวมแหวนสวยงามระยบั ตา สวมมงกุฎและใส่ตุมหูเป็นอบุ ะเพชร เหน็บกริชอันมีฤทธิ์เสด็จออกมาที่
เกยแก้ว

ร่าย ตา่ งองค์ขึน้ ทรงมา้ ตน้ พร้อมพลจตรุ งคท์ งั้ สี่

กดิ าหยันพีเ่ ล้ยี งเคยี งพาชี ถวายกลดโหมดสีต่างกัน
ให้เดนิ ทพั โยธาทงั้ กอง เสียงกลองเสียงปนื ครื้นครนั่
ผงคลีมดื คลุ้มชอมุ่ ควัน รีบรน้ พลขันธค์ ลาไคล
ฯ ๔ คา ฯ เชดิ

คาศพั ท์น่ารู้ : ทรงมา้ แปลว่า ขมี่ า้

ถอดความไดว้ ่า : ตา่ งองคข์ ึ้นมา้ พรอ้ มพลทัง้ สีเ่ หลา่ มหาดเลก็ กน้ั ร่มทองเปน็ สีต่างกนั ให้เดินทัพเปน็ ห้ากอง เสียงกลอง
เสยี งปืนดังสนน่ั ครั่นครื้น ฝนุ่ ตลบอบอวนดังควนั ไฟ

คร้ันมาใกล้กองทัพไพรี ฯ ๒ คา ฯ เห็นโยธธี งทิวปลวิ ไสว
ชา้ งมา้ ตาทงุ่ เปน็ แถวไป พระสง่ั ให้หยุดพลจตุรงค์

คาศพั ทน์ า่ รู้ : ไพรี แปลวา่ ข้าศกึ
ถอดความได้วา่ : เมอ่ื มาใกล้กองทพั ขา้ ศึกเห็นธงทวิ ปลิวไสวก็ให้หยดุ ทพั

บดั นั้น จึงมหาเสนาตามะหงง
รบั ราชบัญชาพระโฉมยง ให้หยดุ ธงสาคญั สัญญา
แล้วรีบรัดจดั พลรณยทุ ธ์ ตั้งท่นี ามครุฑปกั ษา
วากองเยอ้ื งกันเปน็ ฟันปลา ใหโ้ ยธาคอยยงิ ชิงชัย

ฯ ๔ คา ฯ เจรจา

คาศัพทน์ ่ารู้ : โยธา แปลวา่ พลรบ, ทหาร
คาศพั ทน์ า่ รู้ :
ปักษา แปลวา่ นก

ถอดความได้วา่ : ตามะหงงรบั คาส่งั กใ็ ห้ธงสญั ญาณหยดุ ทพั จัดทพั แบบนามครุฑวางกองทหารเย้อื งกนั เป็นฟนั ปลา

เมื่อนน้ั ทา้ วกะหมังกุหนิงเปน็ ใหญ่
เหน็ ทพั มาตัง้ มน่ั กนั เมอื งไว้ พลไกรเพยี บพื้นปัถพี
จึงตรสั เรียกโอรสยศยง กบั องคือนชุ าทง้ั สองศรี
ตา่ งรีบกะระตะพาชี ออกยนื ท่ีประจากองโยธา
แล้วมสี ีหนาทโองการ ประกาศส่ังทวยหาญกองหน้า
จงเรง่ เข้าตีทพั ใหอ้ ปั รา หกั เอาดาหาในวนั นี้

ฯ ๖ คา ฯ

คาศัพทน์ า่ รู้ : ปถั พี แปลวา่ แผ่นดิน

ถอดความได้ว่า : ฝ่ายท้าวกะหมงั กุหนงิ เห็นกองทัพใหญ่ตงั้ ม่นั ขวางเมืองไว้จึงเรียกวหิ ยาสะกาโอรสและระตูปาหยงั กับ
ระตูประหมนั นอ้ งชายรีบกระตุ้นมา้ ออกไปประจาทก่ี องทพั แลว้ ประกาศใหเ้ ร่งตีทัพดาหาใหไ้ ด้ในวนั นี้

บดั น้นั ฯ ๔ คา ฯ เชดิ ตะหมงั รบั สง่ั ใสเ่ กศี
กเ็ รง่ พลเรง่ พวกพาชี เข้าตีตอ่ หักโหมโจมทัพ
บา้ งเปา่ ชดุ จุดยงิ ปืนใหญ่ ฉัตรชยั มณฑกนกสบั
นายกองแกวง่ ดาบวาววับ ตา่ งขับพลวิง่ เข้าชงิ ชัย

คาศพั ท์น่ารู้ : เกศี แปลว่า กระหม่อม, ศรี ษะ

คำศัพทน์ ่ำรู้ : พำชี แปลว่า มา้

ถอดความได้วา่ : ดะหมังรบั คาสั่งกร็ บี เขา้ โจมตที นั ที บา้ งจดุ ปืนใหญ่ (ฉัตรชยั มณฑก นกสบั ) นายกองแกว่งดาบควบม้า
เขา้ ชงิ ชยั กัน

บัดนน้ั นายทหารกุเรปนั ไม่หวัน่ ไหว
ใหร้ ะดมปืนตับรับไว้ แลว้ ไลโ่ ยธตี ีประจัญ
ต่างมฝี มี อื อ้ือองึ วางว่ิงเข้าถงึ อาวธุ สนั้
ดาบสองมือโถมทะลวงฟนั เหล่ากริชติดพนั ประจัญรบ
ทหารหอกกลอกกลบั สปั ระยุทธ์ ปอ้ งปดั อาวุธไม่หลกี หลบ
พวกพลพาชีตกี ระทบ ราทวนสวนประจบโถมแทง
บ้างสกดั ซัดพุง่ หอกคู่ เกาทัณฑ์ธนนู า้ วแผลง
ตะลมุ บอลฟอนฟนั กนั กลางแปลง ต่อแย้งยทุ ธยิงชิงชัย
ตายระดับทบั กันดงั ฟอนฟาง เลอื ดนองท้องชา้ งเหลวไหล
กองหลังประดงั หนุนขน้ึ ไป ตัวนายไลไ่ พรเ่ ข้าบุกบนั

ฯ ๑๐ คา ฯ

คาศัพทน์ ่ารู้ : สปั ระยทุ ธ์ แปลวา่ รบพุ่งชิงชยั กัน

คาศัพทน์ ่ารู้ : เกาทณั ฑ์ แปลว่า อาวธุ ชนิดหน่งึ ประกอบดว้ ยคันสาหรบั ยิง หรอื ธนู

ถอดความได้วา่ : ทหารเมืองกุเรปันใชป้ ืนตับยิงสกัดไว้แล้วไล่ประจัญบานกัน ต่างฝ่ายตา่ งมีฝีมือ ต่อสกู้ ันจนถึงอาวธุ ส้ัน
ดาบสองมือโถมเขา้ ทะลวงฟัน พวกใช้กริชตอ่ สู้ก็ตอ่ สู้กันพลวัน ทหารหอกก็ป้องปัดอาวุธไม่หลบหนี ทหารมา้ ราทวนเข้า
สู้กัน บ้างสกัดหอกที่ซัดมา บ้างพุ่งหอก บ้างยิงเกาทัณฑ์ เข้าตะลุมบอนกันกลางสนามรบ ส่วนท่ีตายทับกันเหมือนกอง
ฟาง เลอื ดไหลนองไปทว่ั ท้องทงุ่ กองหลังก็หนุนขนึ้ ไปไมข่ าดสาย

เม่อื น้นั สังคามาระตาแขง็ ขนั
เหน็ พวกพลไพรตี ีประจัญ โยธาขยั้นหยุดยัง้
พระกร้ิวโกรธนกั ดังอคั คี แกวง่ กระบข่ี ข่ี ับม้าทน่ี ัง่
โรมรกุ บกุ ไปแตล่ าพัง ไล่หลังพวกพลเข้ารณรงค์

ฯ ๔ คา ฯ เชดิ

คาศพั ทน์ ่ารู้ : อัคคี แปลว่า ไฟ

ถอดความไดว้ า่ : สงั คามาระคาเหน็ ขา้ ศึกโจมตไี มห่ ยุดกโ็ กรธมากแกว่งดาบขับม้าเข้าโจมตขี า้ ศกึ ตามลาพงั

เม่ือนัน้ ระเดน่ มนตรสี งู ส่ง
กับระเดน่ ทง้ั สามสุรยิ ว์ งศ์ ต่างองค์ผนั แปรแลตาม
เหน็ สังคามาระตากลา้ นกั ยงั อ่อนศกั ดหิ์ กั ศกึ ไม่เกรงขาม
มไิ วใ้ จในทที าสงคราม ตา่ งขบั มา้ ตามไปทนั ใด

ฯ ๔ คา ฯ

คาศัพท์นา่ รู้ : ผันแปร แปลว่า เปลย่ี น

ถอดความได้วา่ : อิเหนากับระเด่นท้งั สามหนั ไปดูเหน็ สังคามาระตากลา้ หาญไม่กลวั เกรงขา้ ศึกจงึ ขบั ม้าตามไป

เมอ่ื น้นั ทา้ วกะหมังกุหนิงเป็นใหญ่
เห็นระเดน่ ทั้งสจ่ี งึ ถามไป เจา้ ผ้ใู ดท่ีช่ือจรกา

ฯ ๒ คา ฯ

คาศพั ทน์ ่ารู้ : ระเด่นท้ัง แปลว่า โอรสหรอื ธดิ าของกษัตรยิ ์เมืองใหญ่

ถอดความได้ว่า : ทา้ วกะหมังกุหนิงมองเหน็ อเิ หนาและระเดน่ ทงั้ สามจงึ ถามวา่ ใครคือจรกา

เม่อื นนั้ ระเดน่ มนตรีใจกล้า
ยิม้ พลางทางตอบวาจา เรายกมาแต่กรุงกุเรปนั
จะสังหารผลาญพวกปัจจามติ ร ที่มาติดดาหาเขตขนั ธ์
ซ่ึงท่านถามหาจรกาน้ัน มไิ ด้มาดว้ ยกนั ในกองนี้

ฯ ๔ คา ฯ

คาศพั ทน์ ่ารู้ : สงั หาร แปลว่า ฆา่

ถอดความได้วา่ : อเิ หนาย้ิมแล้วตอบวา่ ยกทพั มาจากเมืองกุเรปนั เพ่ือสังหารขา้ ศกึ ท่ีมาตดิ เมืองดาหา มาถามหาจรกาน้ัน
ไมอ่ ยใู่ นกองทัพน้ี

เมือ่ น้ัน ทา้ วกะหมงั กหุ นงิ เรืองศรี
รวู้ า่ ระเดน่ มนตรี ภมู ีครั้นคร้ามขานวิญญาณ์
แตม่ านะตอบไปดว้ ยใจหาญ เจ้าผ้วู งศ์วานอสัญหยา
แตล่ ะองคท์ รงโฉมโสภา ชนั ษาอายกุ ็ยังเยาว์
ได้เห็นก็เปน็ นา่ เสียดาย จะพากันมาตามเสยี เปล่าเปล่า
ไมค่ วรคสู่ ู้รบกับเรา ครน้ั จะฆ่าเสียเลา่ กอ็ ายใจ
อนึง่ ตวั เจ้ากบั เราน้ี จะราคเี คืองกนั กห็ าไม่
ให้จรกามาเถดิ จะชงิ ชยั เจ้าจะไดด้ เู ลน่ เปน็ ขวัญตา

ฯ ๘ คา ฯ

คาศพั ท์นา่ รู้ : ชนั ษา แปลว่า อายุ

คาศพั ทน์ ่ารู้ : ขวญั ตา แปลวา่ เป็นคาเรียกหญิงท่รี กั หรือคนที่รักมาก ๆ

ถอดความได้ว่า : ท้าวกะหมังกุหนิงรู้ว่าเป็นอิเหนาก็รู้สึกกลัวอยู่ลึก ๆ แต่แข็งใจตอบว่า อิเหนาอายุยังน้อยและรูปร่างก็
สวยงามพอได้เห็นก็นา่ เสียดายที่ต้องมาตายเสียเปล่าไม่ควรต่อสู้กับทา้ วกะหมงั กุหนงิ เพราะทา้ วกะหมังกุหนิงกับอิเหนา
ไม่มีขอ้ ขดั ขอ้ งหมองใจกนั ใหจ้ รกามารบเถิดจะไดด้ ูเล่นเป็นขวัญตา

เมอื่ นน้ั พระองค์วงศ์อสญั แดหวา
จงึ ตอบว่าอันตัวจรกา มไิ ดอ้ ยดู่ าหาธานี
เมือ่ หลบั ตามารบไห้ผิดเมือง รี้พลตายเปลอื งไมพ่ อที่
จะรบกับจรกาดังวา่ นี้ จงล่าเลกิ โยธถี อยไป
แมน้ ไม่รแู้ ห่งเมืองจรกา จะช่วยชี้มรรคาบอกให้
ถ้าขืนต้ังประชิดติดกรุงไกร คงชงิ ชยั ไมฟ่ งั ท่านพาที
ถึงมาตรแม้นจรกามิมาเล่า ตวั เราจาช่วยดว้ ยเป็นพี่
เมตตาวา่ น้องเป็นสตรี จะทอดท้งิ เสียอย่างไร
ใช่นางเกิดในปทุมา สรุ ิยว์ งศพ์ งศานั้นหาไม่
จะมาชว่ งชิงกนั ดงั ผลไม้ อนั จะได้นางไปอย่าสงกา

ฯ ๑๐ คา ฯ

ศพั ท์นา่ รู้ : มารศรี แปลว่า นาง, นางงาม
ศพั ท์น่ารู้ : สงกา แปลว่า ความแคลงใจ, ความสงสัย

ถอดความได้ว่า : อิเหนาจึงตอบว่าอันตัวจรกาน้ันไม่ได้อยู่ท่ีเมืองดาหานี้เม่ือท้าวกะหมังกุหนิงหลับหูหลับตามารบผิด
เมือง ทาให้ไพรพ่ ลล้มตายเสยี เปล่า ถ้าจะรบกบั จรกากต็ ้องไปเมืองของจรกา หากไม่รู้จกั ทาง อิเหนาจะช่วยช้ีทางให้ แต่
ถ้ายังขืนตั้งทัพประชิดดาหาอยู่อีก ก็คงจะต้องรบกัน เพราะถึงระตูจรกาจะไม่ยกทัพมา ตัวอิเหนาเองในฐานะพ่ีชาย ก็
ต้องปกปอ้ งบษุ บาผเู้ ป็นนอ้ งให้ปลอดภัย

เมอ่ื น้ัน ทา้ วกะหมงั กุหนงิ ใจกล้า
จึงวา่ เรายกโยธา หมายมาจะชิงพระบุตรี
ถงึ จะรับของสูร่ ะตูไว้ ยังมไิ ด้ทาการภเิ ษกศรี
จรกาไมม่ าก็ย่งิ ดี ไมม่ ผี หู้ วงแหนเกยี ดกัน
สุดแทแ้ ตน่ างอยู่ทไี่ หน เรากจ็ ะชงิ ชัยทนี่ ้นั
อนั ชิงนางอยา่ งนีไ้ มผ่ ิดธรรม์ ธรรมเนียมนนั้ มีแตบ่ รุ าณมา
สุดแต่ใครดีใครได้ การกระไรของเจ้าผู้เชษฐา
จงยกทพั กลับคนื ไปพารา เบอื้ งหนา้ จะไดส้ ืบสุรยิ ว์ งศ์

ฯ ๘ คา ฯ

ศัพทน์ า่ รู้ : บุตรี แปลว่า ลูกผหู้ ญงิ
ศัพท์นา่ รู้ :
เชษฐา แปลว่า พ่ี

ถอดความได้ว่า : ท้าวกะหมังกุหนิงจึงช้ีแจงว่า ที่ยกกองทัพมาหมายจะชิงตัวนางบุษบา เพราะถึงท้าวดาหาจะรับของ
หมั้นจากจรกาไว้แล้ว แต่ก็ยังมิได้อภิเษกสมรสกัน จรกาไม่ได้มาด้วยก็ดี จะได้ไม่มีก้างขวางคอ การชิงนางเช่นนี้ย่อมไม่
ผิดธรรมเนียมเพราะเป็นประเพณีมาแต่โบราณ สุดแต่ว่าใครจะมีฝีมือมากกว่าก็ได้นางไป ดังน้ัน เร่ืองนี้คงไม่ใช่ธุระ
กงการอะไรของพชี่ าย เพราะฉะน้นั จงยกทพั กลบั ไปเสยี ดกี ว่า

เมอ่ื นัน้ ระเด่นมนตรตี อบตามประสงค์
ซึง่ จะใหเ้ รายกจตรุ งค์ คืนคงกรุงไกรนนั้ ไม่ควร
อบั อายไพร่ฟ้าประชาชน เสนีร้พี ลจะแซส่ รวล
หรอื หมายไมส่ มคะเนเรรวน จึงชวนพูดจาหย่าทัพ
อยา่ พกั พูดอุบายให้ตายใจ ท่านมิยกคืนไปกไ็ ม่กลับ
ร้ีพลจะพลอยย่อยยับ เรากับระตมู าสกู้ นั
จะไดล้ องฤทธีฝมี อื ให้ลือช่ือในชวาเขตขนั ธ์
หรอื รักตวั กลวั จะม้วยชวี ัน บงั คมคลจะให้คืนไปพารา

ฯ ๘ คา ฯ

ศพั ทน์ า่ รู้ : หย่าทัพ แปลว่า พราก, แยก
ศพั ทน์ ่ารู้ : พารา แปลวา่ เมือง

ถอดความได้ว่า : อิเหนาจึงท้ารบกับท้าวกะหมังกุหนิง แล้วบอกว่าหากรักตัวกลัวตาย ก็ให้รีบมาก้มกราบแล้วยกทัพ
กลับเมืองไปเสยี

เมือ่ นั้น วหิ ยาสะกาใจกลา้
ได้ฟังคง่ั แคน้ แทนบิดา จงึ ร้องตอบวาจาว่าไป
ดกู อ่ นอริราชไพรี อย่าพาทีลบหลู่ท่านผใู้ หญ่
โอหงั บงั อาจประมาทใคร จะนบนอบยอบไหวอ้ ย่าเพ่งิ นกึ
มเิ ราก็เจา้ จะตายลง อย่าหมายจติ คดิ คะนงึ ในการศึก
ยงั มิทันพันตมู าขู่คกึ จะรบั แพแ้ ลลึกไมม่ ีลาย

ฯ ๖ คา ฯ

ศัพท์น่ารู้ : ลบหลู่ แปลวา่ ดหู มิน่ ดแู คลน

ถอดความได้ว่า : วิหยาสะกาได้ยินแล้วเคียดแค้นแทนท้าวกะหมังกุหนิง จึงกล่าวกับอิเหนาว่าอย่าปากกล้าโอหังลบหลู่
ผ้ใู หญ่ อย่าทะนงตัวว่าเกง่ เม่ือรบกนั ไมใ่ ครก็ใครกต็ ้องตายกันไปข้างหน่ึง นีย่ ังไมท่ ันรบเลยก็มาพดู จาข่มขใู่ ห้คตู่ ่อสู้ยอม
แพ้เสียแลว้

เม่ือน้นั สงั คามาระตาเฉดิ ฉาย
ฟงั วิหาสะกาอภปิ ราย หยาบคายเคืองขดั อัธยา
จงึ ทูลองคร์ ะเด่นมนตรี น้องนจี้ ะขออาสา
สวู้ ิหยาสะกาผู้ศกั ดา พระองค์จงยืนมา้ เปน็ ประธาน

เฉิดฉาย ฯ ๔ คา ฯ

ศพั ทน์ ่ารู้ : แปลว่า งาม, รูปรา่ งงาม

ถอดความไดว้ า่ : สังคามาระตาฟังวิหยาสะกาพูดดังนน้ั ก็โกรธ ขออาสารบกับวิหยาสะกา

เมอ่ื นนั้ ระเดน่ มนตรใี จหาญ
จงึ ตอบอนุชาชัยชาญ เจ้าจะต้านตอ่ ฤทธิ์กต็ ามใจ
แตอ่ ยา่ ลงจากพาชี เพลงกระบี่ยงั หาชานาญไม่
เพลงทวนสันทดั ชัดเจนใจ เห็นจะมชี ัยแกไ่ พรี

ฯ ๔ คา ฯ

ศพั ทน์ า่ รู้ : อนุชา แปลวา่ ผเู้ กดิ ทหี ลงั , น้อง, น้องชาย

ถอดความไดว้ า่ : อเิ หนาก็อนญุ าตแตก่ าชับเตือนวา่ อยา่ ลงจากหลงั มา้ เพราะไม่ชานาญเพลงดาบ ใหร้ บดว้ ยทวนบนหลงั
มา้ ซึ่งชานาญดแี ล้วจะได้มชี ัยชนะในการรบ

เม่อื นน้ั สงั คามาระตาเรอื งศรี
น้อมองค์ลงถวายอญั ชลี กะระตะพาชขี ึ้นไปพลนั

ฯ ๒ คา ฯ

ศพั ท์น่ารู้ : กะระตะ แปลวา่ ทาเสียงกอ๊ กแก๊ก เปน็ เสยี งกระทบของแขง็ คลา้ ยเสยี งเท้ามา้ วง่ิ

ถอดความไดว้ า่ : สงั คามาระตาจึงขบั มา้ ไปหยุดทหี่ น้าวิหยาสะกา ร้องทา้ ใหร้ บด้วยเพลงทวน

ยืนมาอยตู่ รงวิหยาสะกา แสรง้ ทาเปน็ ทเี ย้ยหยนั
แล้ววา่ ใครไมค่ ดิ แก่ชีวัน จะชงิ ตุนาหงันพระธิดา
จงมาเล่นทวนด้วยกันก่อน ให้เหน็ ฤทธิรอนแกลว้ กล้า
แมน้ ควรคกู่ ับวงศเ์ ทวา จงึ จะยกกัลยาให้ไป

ฯ ๔ คา ฯ

ศัพทน์ า่ รู้ : กัลยา แปลวา่ นางงาม

ถอดความไดว้ ่า : และแกลง้ เยาะเย้ยวา่ หากมีฝมี ือควรคู่กบั วงศ์เทวัญก็จะยกนางบษุ บาให้

เม่ือนั้น วิหยาสะกาศรใี ส
ไดฟ้ ังแค้นขัดกลัดใจ จึงตอบคาไปดว้ ยพลนั
ดกู อ่ นเจา้ ผู้เรืองฤทธริ งค์ รปู ทรงงามสมคมสนั
เชอื้ ชาติญาติวงศพ์ งศพ์ นั ธ์ อย่เู ขตขณั ฑธ์ านบี รุ ไี ร
หรือเปน็ วงศอ์ สัญแดหวา ในสนี่ ครเปน็ ไฉน
จึงปน้ั หนา้ มาตอ่ ฤทธไิ กร ไมก่ ลวั ชวี าลัยจะมรณา
ทยี่ นื ม้าอยขู่ ้างหลงั น้นั กั้นกลดพ้นื สุวรรณโอ่อา่
นามวงศ์พงศ์ใดจงบอกมา แจง้ กจิ จาแลว้ จึงจะรบกนั

ฯ ๘ คา ฯ

ศัพท์น่ารู้ : นคร แปลว่า เมอื ง, กรุง
ศัพทน์ า่ รู้ :
ชวี าลยั แปลวา่ ตาย

ถอดความได้ว่า : วิหยาสะกาแค้นใจยง่ิ นกั จึงถามออกไปวา่ เจ้าผูเ้ กง่ กลา้ มีชื่อเสยี งเรียงนามว่าอะไร อยู่เมืองไหนเป็นเชอ้ื
สายตระกูลใด หรือเป็นเชือ้ สายในวงศ์เทวัญของสเี่ มืองจงึ มาทา้ รบช่างไมก่ ลัวตาย และผทู้ ที่ รงมา้ อยู่ในร่มมีใครบ้าง แล้ว
คอ่ ยมารบกัน

เมอ่ื น้ัน สังคามาระตาเฉิดฉัน
ได้ฟงั ดังศรเสยี บกรรณ จงึ ตอบไปพลนั ทนั ใด
อนั องค์สมเดจ็ พระปิ่นเกลา้ คืออเิ หนากเุ รปันเปน็ ใหญ่
นน่ั กะหรดั ตะปาตชี าญชยั ร่วมในสรุ ยิ ว์ งศธ์ บิ ดี
นส่ี ุหรานากงทรงสวัสด์ิ องค์อะหนะสงิ หดั ส่าหรี
น่ันระเดน่ ดาหยนภมู ี อยูห่ มันหยาธานีกรุงไกร
เราช่อื สังคามาระตา หนอ่ ท้าวปกั มาหงนั เปน็ ใหญ่
ไดเ้ ปน็ อนชุ าเรืองชัย ภวู ไนยองค์ระเด่นมนตรี

ฯ ๘ คา ฯ

ศัพทน์ า่ รู้ : กรรณ แปลว่า หู หรอื ใบหู
ศัพท์นา่ รู้ : ธานี แปลวา่ เมอื ง

ถอดความไดว้ ่า : สงั คามาระตาได้ฟงั ก็โกรธมาก ก็ชี้แจงว่ามีอิเหนาเมืองกุเรปัน กะหรัดตะปาตพี ี่ชายอิเหนา สุหรานากง
แหง่ เมืองสงิ หัดสา่ หรี ระเดน่ ดาหยนจากเมอื งหมันหยา ตัวเราชอื่ สังคามาระตาบุตรท้าวปักมาหงันเปน็ นอ้ งของอเิ หนา

เมือ่ นนั้ วิหยาสะกาเรอื งศรี
ยม้ิ แลว้ จงึ กลา่ ววาที ซ่งึ วา่ มาน้ยี งั แคลงใจ
อนั กาหลงั สิงหดั สา่ หรนี ัน้ ดาหากเุ รปนั กรงุ ใหญ่
ทงั้ หมนั หยาธานีนัน้ ไซร้ กแ็ จ้งใจว่าวงศ์กนั สบื มา
ตวั สอิ ยปู่ กั มาหงนั ใช่วงศ์อสัญแดหวา
เหตุใดวา่ เปน็ อนชุ า นบั ในวงศาประการใด
หรอื หนง่ึ พ่งึ จะมาเปน็ น้อง เกย่ี วข้องรกั กันเป็นไฉน
เราคดิ เหน็ ผดิ ประหลาดใจ จงบอกไปแต่จรงิ บัดนี้

ฯ ๘ คา ฯ

ศพั ทน์ า่ รู้ : แคลงใจ แปลวา่ ไมแ่ น่ใจหรือวางใจลงไปได้เพราะออกจะสงสยั
ศพั ท์นา่ รู้ : วาที แปลว่า ผูพ้ ดู , ผูก้ ล่าว, ผชู้ แ้ี จง, ผทู้ ่เี ลน่ ดนตรี

ถอดความไดว้ ่า : วิหยาสะกายม้ิ เยาะแลว้ วา่ ยงั สงสัยว่าตวั สงั คามาระตานั้นเปน็ นอ้ งอเิ หนาได้อย่างไร หรอื มคี วามรกั ใคร่
กนั ขอให้บอกมาตามตรง

เมอ่ื นน้ั สังคามาระตาเรอื งศรี
ฟงั วิหยาสะกาพาที ดงั ตรเี พชรบาดในอุรา
จงึ รอ้ งว่าเหวยไพริน ลมล้ินหยาบคายหนกั หนา
มาถามไถ่ไลเ่ อากจิ จา คอื จะปรารถนาสง่ิ ใด
สดุ แตว่ า่ จิตพิศวาส กน็ บั เป็นวงศ์ญาตกิ นั ได้
อยา่ ชักเจรจาใหช้ า้ ไป จะชิงชยั ให้เหน็ ฝมี อื กนั
ว่าพลางทางกรายปลายทวน ราร่ายเป็นกระบวนหวนหนั
ชักอาชาชดิ ติดพัน เขา้ ประจัญจว้ งโจมโถมแทง

ฯ ๘ คา ฯ เชิดฉงิ่

ศพั ทน์ ่ารู้ : อรุ า แปลว่า อก
ศัพท์นา่ รู้ :
อาชา แปลวา่ ม้า

ถอดความไดว้ า่ : สงั คามาระตาโกรธมากรอ้ งว่าไอข้ า้ ศึกวาจาหยาบคายมาถามเอาอะไรนักหนา จงึ ตอบวา่ “สุดแตว่ ่าจติ
พศิ วาส กน็ ับเปน็ วงศ์ญาตกิ ันได้” หลังจากที่เจรจาไดส้ กั พกั ก็ลงมือรบกัน

เมอ่ื นั้น วหิ ยาสะกาเขม้ แขง็
ขับม้าเลี้ยวล่อตอ่ แยง้ กรายพระแสงทวนราเปน็ ทานอง
กลอกกระหยับกลับแทงซา้ ยขวา สงั คามาระตาปัดป้อง
ถอ้ ยทีหนไี ลร่ บั รอง เปลย่ี นทา่ ทวนทองแทงกนั

ฯ ๔ คา ฯ พญาเดิน

ศัพท์นา่ รู้ : พระแสง แปลวา่ ศัตราวธุ

ถอดความได้ว่า : ท้ังสองสู้ด้วยทวนบนหลังม้าอย่างกล้าหาญ สง่างามร่ายรายักย้ายเปล่ียนแปลกระบวนท่าเพลงทวน
อย่างชานิชานาญ

เมอื่ นั้น สังคามาระตาแขง็ ขนั
ขับมา้ ไวว่องป้องประจญั เป็นเชิงช้ันชงิ ชยั ในทีทวน
รา่ ยรบั กลบั แทงไม่แพลงพลา้ วหิ ยาสะกาผดั ผันหนั หวน
ต่างเรียงเคยี งร่ายยา้ ยกระบวน ปะทะทวนรวนรกุ คลกุ คลี

ฯ ๔ คา ฯ

ศพั ทน์ า่ รู้ : ประจญั แปลว่า ทหาร

ถอดความได้วา่ : ในท่สี ดุ สงั คามาระตา ก็แกล้งลวงให้วิหยาสะกาแทงทวนแลว้ ทาทพี ่ายหนี

เมื่อนน้ั วิหยาสะกาเรืองศรี
ชกั มา้ วงว่ิงชงิ ที โหมหกั ไพรกี แ็ รงฤทธ์ิ
โถมแทงแลว้ แปรเปลย่ี นกระบวน ทบทวนม้าท่นี ่ังไมพ่ ลั้งผดิ
หมายเขม้นเข่นฆ่าปัจจามติ ร ตามตดิ ตา้ นทานราญรอน

ฯ ๔ คา ฯ

ศพั ทน์ า่ รู้ : ปัจจามติ ร แปลว่า ขา้ ศึก, ศตั รู

ถอดความไดว้ า่ : วิหยาสะกาหลงกลชักม้าเล้ยี วตาม

เมือ่ น้ัน สังขคามาระตาชาญสมร
รบรับเคีย่ วขบั อัสดร ยอกยอ้ นเปลย่ี นกลรณรงค์
กลับกลอกร่าร่ายฃกรายพระแสง ปะทะแทงลวไปใหใ้ หลหลง
แล้วทาเสยี เชิงชกั มา้ ทรง ตลบวนเวยี นหนั ไปทันที

ฯ ๔ คา ฯ เชิด

ศพั ทน์ ่ารู้ : อสั ดร แปลว่า ม้าดี, ย่งิ กว่าม้า (สัตว์ทเ่ี กดิ โดยพอ่ เป็นลา แมเ่ ปน็ มา้ คอื ล่อ)

ถอดความได้ว่า : สังคามาระตาตลบหลังกลบั มาทันที แล้วแทงทวนสอดลอดเกราะของวิหยาสะกาทาให้วิหยาสะกาตก
จากหลงั มา้ ตายทนั ที


Click to View FlipBook Version