The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rachata_2504, 2022-02-24 04:15:03

บทที่1

บทที่1

ความเป็ นครูมอื อาชีพ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

บทท่ี 1

รกั และศรทั ธาในวิชาชีพครู

บทนา

ครูเป็นบุคคลท่ีสำคญั ทีส่ ดุ ในกำรจัดกำรเรยี นกำรสอน ครเู ปน็ ผจู้ ดั กจิ กรรมกำรเรยี นรทู้ จ่ี ะ
ทำใหผ้ เู้ รียนเกิดกำรเรยี นรู้ เป็นคนดี มคี วำมรู้ และอยูด่ ีมีควำมสุขได้ ลว้ นเกดิ มำจำกกำรจดั
กระบวนกำรเรยี นรจู้ ำกครทู ั้งสนิ้ วิชำชพี ครูมคี วำมสำคัญตอ่ กำรจัดกำรศึกษำของชำติ เมอื่ ครูมี
ควำมรกั และควำมศรทั ธำในอำชีพของตนแลว้ จะทำให้มใี จผกู พันกับงำน เอำใจใสแ่ ละเข้ำใจเนอื้
แท้ของงำนซ่งึ เปน็ พน้ื ฐำนของควำมสำเรจ็ หรือมคี วำมศรัทธำในองคก์ ร ย่อมมีควำมกระตือรือรน้
ที่จะก้ำวไปขำ้ งหน้ำ ตั้งใจทำงำนทกุ อย่ำงลุล่วงไปไดด้ ้วยดี และเป็นประโยชนต์ ำมเปำ้ หมำยของ
องค์กร และประสบควำมสำเร็จในหนำ้ ทีก่ ำรงำนได้ในที่สุด

ความรกั และศรทั ธาในวชิ าชีพครู

จากขอ้ บังคับของคุรุสภา วา่ ดว้ ยจรรยาบรรณวิชาชีพ พ.ศ. 2556 (ราชกจิ จานุเบกษา, 2556)
ได้กาหนดวา่ ไวใ้ นข้อ 4 ในข้อบงั คบั น้วี า่

วิชาชีพ หมายความว่า วชิ าชีพทางการศึกษาทาหน้าที่หลกั ดา้ นการเรยี นการสอนและการ
ส่งเสรมิ การเรยี นรูข้ องผ้เู รยี นดว้ ยวธิ ีการต่าง ๆ รวมทงั้ ความรับผดิ ชอบดา้ นการบริหารการศกึ ษาใน
สถานศึกษาปฐมวัย ข้นั พน้ื ฐาน และอุดมศึกษาท่ตี า่ กวา่ ปรญิ ญาท้ังของรฐั และเอกชน และการบรหิ าร
สถานศกึ ษานอกสถานศกึ ษาในระดับเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา ตลอดจนการสนับสนุนการศกึ ษาใหบ้ รกิ าร
หรอื ปฏบิ ตั งิ านเกยี่ วเนอื่ งกบั การจัดกระบวนการเรียนการสอน การนเิ ทศ และการบริหารการศึกษา
ในหน่วยงานตา่ ง ๆ และ

ครู หมายความว่า บคุ คลซึ่งประกอบวชิ าชีพหลกั ทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริม
การเรียนร้ขู องผู้เรยี นด้วยวธิ กี ารตา่ ง ๆ ในสถานศึกษาปฐมวยั ขั้นพ้นื ฐาน และอดุ มศกึ ษาท่ตี ่ากวา่
ปรญิ ญาท้งั ของรัฐและเอกชน

ดังน้ัน ครูจงึ จาเป็นต้องประพฤตติ ามจรรยาบรรณของวิชาชีพและแบบแผนพฤติกรรมตาม
จรรยาบรรณวิชาชีพ ทีก่ าหนดเปน็ จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง จรรยาบรรณต่อวชิ าชพี และจรรยาบรรณ
ต่อผรู้ ับบรกิ าร โดยเฉพาะจรรยาบรรณตอ่ วชิ าชีพไดก้ าหนดไว้ชัดเจน คอื ผปู้ ระกอบวชิ าชีพครู ต้องรกั
ศรทั ธา ซอ่ื สัตย์สุจรติ รบั ผดิ ชอบต่อวิชาชพี และเป็นสมาชิกทีด่ ตี อ่ องคก์ รวิชาชพี

1

ความเป็ นครูมืออาชีพ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

แบบแผนพฤตกิ รรมตามจรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539 ซึ่งตามจรรยาบรรณครูขอ้ ที่ 7 ครูย่อม
รักและศรทั ธาในวิชาชีพครู และเปน็ สมาชกิ ทด่ี ีขององคก์ รวิชาชพี ครู ได้กาหนด หลกั การ คาอธิบาย
และพฤตกิ รรมสาคญั ดงั น้ี (สานักงานเลขาธิการครุ ุสภา, 2541)

หลักการ
ความรักและเช่อื มั่นในอาชีพของตนยอ่ มทาให้ทางานอย่างมคี วามสุขและมุ่งมัน่ อนั จะ
สง่ ผลให้อาชพี นนั้ เจรญิ รุ่งเรืองและม่นั คง ดงั นน้ั ครยู ่อมรกั และศรัทธาในอาชพี ครู และเป็นสมาชกิ ท่ีดี
ขององคก์ รวชิ าชีพครดู ้วยความเต็มใจ
คาอธิบาย
ความรักและศรทั ธาในวชิ าชีพครู และเปน็ สมาชิกทด่ี ขี ององคก์ รวชิ าชพี ครู หมายถงึ
การแสดงออกดว้ ยความชืน่ ชมและเชื่อม่นั ในอาชพี ครดู ้วยตระหนกั วา่ อาชีพนีเ้ ปน็ อาชพี ทม่ี เี กยี รติ
มีความสาคัญและจาเปน็ ต่อสงั คม ครพู ึงปฏิบตั ิงานดว้ ยความเต็มใจและภมู ใิ จ รวมท้ังปกป้อง
เกียรตภิ ูมิของอาชพี ครู เขา้ รว่ มกิจกรรมและสนับสนุนองค์กรวชิ าชพี ครู
พฤติกรรมสาคัญ

1. เชื่อมั่น ชืน่ ชม ภมู ิใจในความเปน็ ครแู ละองค์กรวชิ าชีพครู ว่ามคี วามสาคัญและ
จาเป็นต่อสังคม ตวั อย่างเชน่

1) ช่ืนชมในเกยี รตแิ ละรางวัลทีไ่ ดร้ ับและรกั ษาไว้อยา่ งเสมอต้นเสมอปลาย
2) ยกยอ่ งชมเชยเพ่อื นครทู ่ปี ระสบผลสาเร็จเกี่ยวกบั การสอน
3) เผยแพรผ่ ลสาเรจ็ ของตนเองและเพ่ือนครู
4) แสดงตนวา่ เปน็ ครอู ย่างภาคภมู ิ
2. เป็นสมาชกิ องคก์ รวิชาชพี ครแู ละสนับสนนุ หรือเข้ารว่ มหรอื เปน็ ผู้นาในกิจกรรม
พัฒนาวิชาชีพครู ตัวอย่างเชน่
1) ปฏิบตั ิตามเงอื่ นไขข้อกาหนดขององคก์ ร
2) รว่ มกจิ กรรมทอี่ งคก์ รจดั ข้ึน
3) เป็นกรรมการหรอื คณะทางานขององคก์ ร
4) สนบั สนนุ การดาเนนิ งานขององคก์ รวิชาชีพครู
5) ศรทั ธาตอ่ ผนู้ า
6) เคารพและเลือ่ มใสตอ่ อาจารยผ์ ูส้ อน
3. ปกป้องเกียรติภมู ขิ องครูและองคก์ รวชิ าชีพ ตัวอยา่ งเชน่
1) เผยแพรป่ ระชมสมั พันธผ์ ลงานของครูและองคก์ รวชิ าชพี ครู
2) เมอื่ มีผเู้ ขา้ ใจผดิ เกี่ยวกับวงการวชิ าชีพครูกช็ แ้ี จงทาความเข้าใจให้ถกู ตอ้ ง
3) รกั เคารพในสถาบันผลิตครู
นอกจากน้ัน ขอ้ บังคบั ครุ ุสภา วา่ ด้วยแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวชิ าชีพ
พ.ศ. 2550 ยังระบุจรรยาบรรณต่อวชิ าชีพว่า ครูตอ้ งรัก ศรัทธา ซื่อสตั ยส์ จุ รติ รับผิดชอบต่อวิชาชีพ

2

ความเป็ นครูมืออาชพี ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

และเปน็ สมาชกิ ที่ดีขององค์กรวชิ าชีพ โดยตอ้ งประพฤตแิ ละละเว้นการประพฤตติ ามแบบแผน
พฤตกิ รรม ดังตัวอย่างต่อไปน้ี

พฤตกิ รรมทีพ่ งึ ประสงค์
1. แสดงความชืน่ ชมและศรทั ธาในคุณคา่ ของวชิ าชีพ
2. รกั ษาชอ่ื เสียงและปกปอ้ งศกั ดิศ์ รแี หง่ วิชาชพี
3. ยกย่องและเชดิ ชเู กยี รติผู้มผี ลงานในวิชาชีพใหส้ าธารณชนรับรู้
4. อุทศิ ตนเพื่อความก้าวหนา้ ของวชิ าชพี
5. ปฏบิ ตั หิ นา้ ทด่ี ้วยความรบั ผิดชอบ ซ่อื สัตยส์ จุ รติ ตามกฎ ระเบียบ และแบบแผนของ
ทางราชการ
6. เลือกใช้หลกั วิชาทถ่ี กู ต้อง สรา้ งสรรค์เทคนคิ วิธีการใหมๆ่ เพือ่ พฒั นาวิชาชพี
7. ใช้องคค์ วามรหู้ ลากหลายในการปฏิบัตหิ น้าที่ และแลกเปลย่ี นเรยี นรู้กับสมาชกิ ใน
องคก์ าร
8. เขา้ รว่ มกิจกรรมของวชิ าชีพหรือองค์กรวชิ าชีพอยา่ งสรา้ งสรรค์
พฤตกิ รรมทไี่ มพ่ ึงประสงค์
1. ไมแ่ สดงความภาคภมู ิใจในการประกอบวิชาชพี
2. ดหู มิ่น เหยียดหยาม ให้รา้ ยผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ ศาสตร์ในวชิ าชีพ หรือองค์กร
วชิ าชพี
3. ประกอบการงานอ่ืนทีไ่ มเ่ หมาะสมกับการเป็นผปู้ ระกอบวิชาชพี ทางการศกึ ษา
4. ไม่ซอื่ สตั ย์สจุ ริต ไมร่ ับผิดชอบ หรอื ไม่ปฏบิ ัติตามกฎ ระเบยี บ หรือแบบแผนของทาง
ราชการจนก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หาย
5. คัดลอกหรือนาผลงานของผอู้ ืน่ มาเป็นของตน
6. ใช้หลักวชิ าการทไ่ี ม่ถกู ตอ้ งในการปฏิบัติวชิ าชีพ สง่ ผลใหศ้ ิษยห์ รือผ้รู บั บรกิ ารเกดิ
ความเสียหาย
7. ใชค้ วามรูท้ างวชิ าการ วชิ าชพี หรอื อาศยั องค์กรวชิ าชพี แสวงหาประโยชนเ์ พือ่ ตนเอง
หรอื ผู้อน่ื โดยมชิ อบ
โดยสรุปแลว้ การปลูกฝงั จิตวญิ ญาณความเป็นครูเพื่อยกระดบั การพฒั นาครูในศตวรรษ
ที่ 21 นน้ั ครูจะตอ้ งแสดงออกด้วยความช่ืนชมและเชอ่ื ม่นั ในอาชีพครดู ้วยตระหนกั ว่าอาชีพนเ้ี ป็น
อาชพี ท่ีมเี กียรติ มคี วามสาคัญและจาเปน็ ต่อสงั คม ครพู งึ ปฏบิ ัติงานด้วยความเตม็ ใจและภมู ใิ จ รวมทง้ั
ปกปอ้ งเกรียติภูมขิ องอาชพี ครู เป็นสมาชกิ ท่ดี ขี ององคก์ รวชิ าชพี เข้าร่วมกิจกรรมและสนับสนนุ
องค์กรวชิ าชีพครู รวมทงั้ การยดึ ถอื ปฏิบัติตามแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชพี
กรณี ประวัตคิ รดู ีเด่น ส่กู ารสรา้ งแรงบันดาลใจ รกั และศรทั ธาในวชิ าชพี ครู
ครคู นที่ 1 ครูประทปี อ้ึงทรงธรรม ฮาตะ เกดิ เมอื่ วนั ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2496 เป็นบุตรคน
สดุ ทอ้ งในบรรดาพีน่ ้อง 7 คน ครอบครวั ของทา่ นยากจน อาศยั อยใู่ นชุมชนแออดั คลองเตย แต่ครู
ประทีปเห็นคุณคา่ ของการศึกษา จงึ เรียนภาคค่าท่วี ิทยาลยั สวนดุสติ และระหวา่ งทเี่ รียนอยู่น้ี ท่านก็
ไดเ้ ปิดโรงเรียนสอนหนงั สอื ให้กบั เดก็ ๆ ท่ีพ่อแมท่ อดท้ิงใหอ้ ยตู่ ามลาพัง โดยครูประทีปคดิ คา่ จ้างสอน

3

ความเป็ นครูมืออาชพี ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

ต่อวนั ตอ่ หวั อัตราละ 1 บาท จนชาวบ้านขนานนามโรงเรยี นของทา่ นวา่ “โรงเรยี นวนั ละบาท”
ต่อมาโรงเรียนพัฒนาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง จนจดั การเรียนการสอนเป็นมาตรฐาน ชาวบ้านในระแวกนั้นจงึ
ร่วมกนั ตั้งช่อื โรงเรียนใหม่วา่ “โรงเรยี นชุมชนหม่บู ้านพฒั นา” แต่ทางราชการปฏเิ สธโรงเรียนแห่งนี้
โดยอา้ งวา่ ครปู ระทปี ไม่มีวฒุ ิบตั รครทู แ่ี สดงถึงคุณสมบตั กิ ารเป็นครูได้ แตค่ รูประทีปยังยนื ยนั
เจตนารมณท์ าเพอื่ เด็ก ๆ และประเทศชาตติ ่อไป จนกว่าภาครฐั จะเข้ามาดแู ลเร่อื งนอี้ ย่างจรงิ จัง
นอกจากนี้นักเรยี นของครูประทีปยงั ไม่มีใบสูจบิ ตั ร จงึ ทาใหไ้ ม่สามารถออกใบประกาศนยี บตั รให้
นกั เรียนเม่ือจบการศึกษาได้ แตค่ รูประทปี ได้ต่อสู้เรื่องสิทธิในการศกึ ษาของเด็กด้อยโอกาสเปน็ เวลา
กว่า 10 ปี จนผดู้ อ้ ยโอกาสได้รับสิทธใิ นการศึกษา ผลงานการต่อสูข้ องครูประทีปโดดเดน่ จนได้รบั
รางวลั แมก็ ไซไซในท่สี ดุ

ครูคนที่ 2 ครูสพุ ทิ ยา เตมยี กะลิน โรงเรียนบา้ นสลา่ เจยี งตอง จงั หวัดแมฮ่ อ่ งสอน
ย่อบทความ โรงเรียนของฉัน บ้านสล่าเจียงตอง จากโครงการ“ตามรอยเกยี รตยิ ศครูผมู้ ีอุดมการณ์
และจติ วิญญาณครู”พ.ศ. 2554 (สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน, 2554)

บา้ นสล่าเจยี งตองอย่ทู ่ไี หน มสี ภาพอยา่ งไร ฉันไม่อาจหยัง่ รู้ได้ร้เู พียงวา่ อย่ใู นป่าลกึ กลางหบุ
เขาตดิ แนวชายแดนพมา่ ตอ้ งเดินลดั เลาะลาห้วย 60 กวา่ ลาห้วย เป็นระยะทาง 95 กโิ ลเมตร sน้า
แล้งใชเ้ วลาเดนิ ทางไป-กลบั 8 ชวั่ โมงหน้าฝนใช้เวลา 2-3 วนั หนจู ะไปอยูอ่ ย่างไรล่ะลูก เสยี งแม่ร้อง
ถามดว้ ยความหว่ งใย หนไู ม่กลวั หรือลูก เสยี งพอ่ ถามซา้ ด้วยความกังวลฉนั สา่ ยหน้า คาตอบสะดดุ อยู่
ในลาคอเพราะฉันเองกย็ งั ไมร่ ู้ว่า ฉนั จะตอ้ งไปพบสภาพอย่างไร ท่ีโรงเรยี นบา้ นสล่าเจยี งตองฉนั นกึ ใน
ใจว่า คงไมต่ ่างจากโรงนาที่โรงเรยี นบ้านสดุ ห้วยนาเทา่ ใดนกั ฉนั จะต้องไปพบกบั อะไร ชาวบา้ นจะดี
กับฉันไหม นักเรยี นของฉนั จะเป็นอย่างไร เพ่อื นร่วมงานของฉันจะเข้ากับฉนั ได้ไหม ทกุ คาถามพรงั่ พรู
อยใู่ นสมอง ซ่งึ ฉันก็ยังไมส่ ามารถตอบคาถามเหล่านั้นได้ฉนั เฝ้ารอ จนกระทง่ั วันทฉี่ ันต้องเดินทางไปรบั
ตาแหนง่ ฉนั ออกจากบ้านแต่เชา้ ตรู่ มพี ่อกบั แมม่ ายนื สง่ ท่หี ัวบนั ไดบา้ น และมองตามรถที่มารบั ฉนั จน
สดุ สายตาฉนั เหมารถกระบะของคนใกล้บา้ นในราคา 4,500 บาท เพราะฉันเองไม่กลา้ ที่จะใหค้ นท่ีไม่
รู้จกั คุน้ เคยมาส่งสภาพสองขา้ งทางเป็นป่าทบึ ดนู ่าสะพรงึ กลัว สภาพถนนกงึ่ ลาธาร มีกอ้ นหนิ กอ้ นโต
ๆ ขรขุ ระตลอดระยะทาง ทาเอาฉนั นง่ั หวั สั่นหัวคลอนมาตลอดทาง ไม่กล้าแมจ้ ะหลับตาเพียงชัว่ อดึ ใจ
เพราะไมร่ วู้ า่ จะเกิดอะไรในเสี้ยววนิ าทีนั้น รถวิง่ โขยกเขยก หยุดบา้ ง คลานบา้ ง มาตามทางท่ีเป็นหุบ
หว้ ยและหุบเหวอยขู่ า้ งทาง กวา่ จะถึงบา้ นสล่าเจียงตองตะวนั กเ็ กอื บจะลบั เหลีย่ มเขาพอรถแลน่ เข้า
เขตหมบู่ า้ น แลว้ เลี้ยวเขา้ ซอยเลก็ ๆ ไปสักพัก ฉนั ก็เหน็ ปา้ ยโรงเรียนเกา่ ครา่ ครา่ ตวั อกั ษรเลอะเลอื น
“โรงเรยี นบา้ นสล่าเจียงตอง” ทันทีท่ฉี ันละสายตาจากปา้ ยชอ่ื โรงเรยี น ภาพของกระต๊อบหลังคามงุ
ใบตองก็ปรากฏแจม่ ชดั สภาพที่เห็นทาให้ฉันเร่มิ ทอ้ แท้ โรงเรยี นไกลถงึ เพยี งนี้ ใครท่ไี หนจะเข้ามาดู
และบริจาคเงนิ ชว่ ยเหลือ

ทันทีท่ีรถจอด เด็ก ๆ หน้าตามอมแมมใสเ่ ส้อื ผ้าเกา่ ๆ มายืนออกันอย่หู นา้ กระต๊อบ และ
มองดูฉนั ดว้ ยแววตาตื่นตระหนกแกมประหลาดใจ แล้วก็พร้อมใจกนั วิง่ หายไปดา้ นหลังกระต๊อบอยา่ ง
รวดเร็วมหี นนู อ้ ยใจกลา้ 2-3 คนท่แี อบอยขู่ ้างกระต๊อบ เฝา้ ดเู หตุการณ์ตา่ ง ๆ ด้วยความอยากรู้อยาก
เห็น และฉนั แอบเหน็ แววตาแหง่ ความเปน็ มิตรซอ่ นอยดู่ ว้ ยหวั หน้าหมูบ่ า้ นเปน็ ชาวเขาเผ่าไทยใหญ่
ดูทา่ ทางใจดี ยนื ย้มิ รอรบั ฉนั ด้วยไมตรี พร้อมคณะประมาณ 10 กว่าคน ท่ฉี นั คาดวา่ น่าจะเป็น

4

ความเป็ นครูมืออาชพี ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

ผู้ปกครองนักเรียนกล่มุ ทว่ี ่งิ หนไี ปเมอ่ื คร่พู วกเขาเชิญใหฉ้ ันเขา้ ไปในกระตอ๊ บซง่ึ มแี ครไ่ มต้ ั้งอยู่ 2-3 ตัว
บนแคร่มีอาหารจัดเปน็ สารบั เตรียมพรอ้ มไว้ตอ้ นรบั ฉันฉันแอบมองดอู ยา่ งลงั เลวา่ จะกินหรือไมก่ นิ ดี
มีเนื้อยา่ ง แกงเผ็ดหมู และผัดผกั คะน้า ซง่ึ ดนู า่ กนิ ทเี ดียว หัวหนา้ หม่บู า้ นและคณะเชิญให้ฉันกินขา้ ว
ด้วยรอยย้มิ ทด่ี ูจรงิ ใจและเป็นมิตรฉนั นัง่ ลงกินขา้ วมอื้ แรกทบี่ า้ นสลา่ เจยี งตอง ดว้ ยความรสู้ กึ อบอ่นุ
และคลายกงั วล เพราะฉันพอจะเดาได้ว่าเป็นอาหารม้อื พิเศษสาหรบั ที่น่ีหลงั อาหารกลางวัน ฉนั เดนิ ดู
บริเวณโดยรอบของโรงเรยี น พลางนึกในใจว่าฉันจะยอมเหนือ่ ย เพือ่ สร้างโรงเรียนบ้านสล่าเจยี งตอง
ใหเ้ ปน็ โรงเรียนในฝนั ของฉนั เนือ่ งจากโรงเรียนไม่มีบา้ นพักครฉู นั จึงขอใหห้ วั หน้าหมู่บ้านพาฉันไป
อาศยั นอนทสี่ ถานอี นามัยประจาตาบล ซ่งึ มเี จ้าหน้าทีส่ าธารณสุขเป็นชายร่างเล็กที่มอี ายุไล่เลยี่ กบั ฉนั
และดูจะเข้าใจความรูส้ กึ ของฉนั ไดด้ ี เพราะเขาเองก็เคยอยใู่ นสภาพเชน่ ฉันมาก่อน

แต่เดมิ โรงเรยี นบา้ นสลา่ เจยี งตองมีนกั เรยี น 78 คน เป็นนกั เรียนประจา 12 คน เพราะบ้าน
อยู่ไกลไม่สามารถเดนิ ทางไป-กลบั ได้ภายในวันเดยี ว ท่ีนอนของพวกเขาคือกระต๊อบทใี่ ชเ้ ปน็ ห้องเรียน
ในเวลากลางวันนัน่ เอง นกั เรยี นประจากลุ่มนี้จะไดก้ ลับบา้ นเดอื นละครง้ั วันแรกของการทาหน้าท่ี
ครใู หญ่ ฉนั ใช้กลยุทธจ์ ากวิชาการศกึ ษาทเี่ รยี นมา โดยยึดหลักการมีส่วนรว่ ม ใหน้ ักเรยี นออก
ความเห็นว่าทาอยา่ งไร พวกเขาจงึ จะมขี า้ วกินครบ 3 มือ้ ในแต่ละวนั เด็ก ๆ เสนอว่าเราควรปลกู ผกั
ทาสวนครวั รวั้ กนิ ได้กนั เอง ซ่ึงแนน่ อนฉนั เหน็ ด้วยฉันและเดก็ ๆ เดนิ ไปด้านหลังโรงเรียนและแบ่งพ้ืนที่
ในการทาสวนครัว พรอ้ มจดั เวรดแู ลรับผิดชอบ โดยให้นกั เรยี นแบง่ กลุ่มกนั เองตามความพอใจ เมอ่ื มี
พ้ืนทแ่ี ละผูร้ บั ผดิ ชอบเราปรกึ ษากันว่าจะปลกู อะไรก่อนดรี ะยะนน้ั เป็นชว่ งปลายฝนตน้ หนาวเด็ก ๆ
พากันเสนอให้ปลกู คะนา้ ผักกาดหอมและกระเทยี ม ฉนั จึงกาหนดให้เดก็ ทัง้ 4 กล่มุ ปลกู ผักแตล่ ะ
ชนดิ ทพ่ี วกเขาเสนอกันขน้ึ มา โดยขอเมลด็ พันธุ์จากครอบครวั ของเด็ก ๆ ท่ปี ลกู ผักชนดิ นัน้ ๆ มาจาก
บ้านเดก็ ๆ ต่างดใี จท่พี วกเขาจะไดม้ ีอาหารกนิ ครบ 3 มอ้ื เพราะบางคนยากจนขนาดต้องกนิ ขา้ วคลุก
นา้ พริกเพียงวันละมื้อ ดังน้ัน เด็ก ๆ จงึ พอใจท่จี ะอยู่โรงเรียนมากกวา่ อยูบ่ า้ นเมอ่ื มอี าหารกินครบ 3
มอ้ื แตย่ ังขาดอาคารเรยี นและทนี่ อนท่ีถูกสขุ ลักษณะ ฉนั เร่ิมหาวิธที ี่จะขอความช่วยเหลอื จากผ้มู ีจิต
กุศล และมีใจเมตตาทจ่ี ะทาบญุ และชว่ ยเหลือการศกึ ษาของชาติฉนั ถ่ายภาพโรงเรียน แสดงใหเ้ หน็
ความทุกขย์ ากและขาดแคลนของเด็ก ๆ และเขียนโครงการขอรบั การสนบั สนุนงบประมาณจากบคุ คล
และหนว่ ยงานท้ังภาครัฐและภาคเอกชนนับสบิ แหง่ ฉันเฝ้ารอคาตอบ แตก่ ็เงยี บหายเหมือนคลน่ื
กระทบฝงั่ จนฉันเริ่มสนิ้ หวัง

และแลว้ วันทฉ่ี นั รู้สกึ หมดหวัง ฉนั ไดพ้ บแสงแห่งความหวงั จดุ ประกายใหฉ้ นั เรม่ิ คิดทจี่ ะกา้ ว
เดนิ ต่อไปอยา่ งไม่ทอ้ ถอยจดหมายตอบรบั ที่จะให้ความช่วยเหลือในการสรา้ งอาคารพกั นอนจากทา่ น
บรรหารและคุณหญงิ แจ่มใส ศลิ ปอาชา เงินบริจาคซอ้ื ที่ดนิ เพอื่ ก่อสร้างบา้ นพกั ครูและอาคารเรียน
จากคุณหญงิ กษมา วรวรรณ ณ อยธุ ยา ม.ร.ว.สรุ ธวชั ศรธี วัช ผูใ้ จบญุ ทั้งภาครัฐ เอกชน และ
ชาวตา่ งชาติ ที่ศรัทธาในความมุ่งมั่นของฉนั และเคยให้ความชว่ ยเหลือตง้ั แต่โรงเรียนบา้ นสดุ ห้วยนา
กย็ งั ตามมาชว่ ยเหลอื ฉนั ทนี่ ก่ี ารทาความดเี พอ่ื ผ้อู น่ื โดยไม่หวังส่งิ ตอบแทน ทาให้ไดส้ งิ่ ตอบแทนที่
ย่ิงใหญ่และเกนิ ความคาดหมายยิ่งนักจากสภาพกระต๊อบ กลายมาเปน็ โรงเรยี นท่ีมอี าคารเรียน หอพัก
โรงอาหารและอาคารประกอบ ทาให้โรงเรยี นบา้ นสล่าเจียงตอง มสี ภาพเหมาะสมที่จะเปน็ โรงเรยี น
มากกวา่ เดิม

5

ความเป็ นครูมืออาชีพ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

อาจกลา่ วได้ว่าฉันอุทศิ เวลาทง้ั 24 ชว่ั โมง ให้เขาเหล่านน้ั อยา่ งไมร่ สู้ กึ เบอ่ื หรอื ท้อเพราะฉนั
ไม่ไดค้ ิดวา่ เป็นเพียงหน้าที่ แต่มนั เปน็ จติ วิญญาณแหง่ สานกึ ของความรบั ผดิ ชอบ ท่ีฉันจะต้องดแู ลพวก
เขาใหด้ ีที่สดุ เท่าทฉ่ี นั จะทาได้ เพราะเขาเหลา่ นัน้ คอื ชีวติ ของฉัน ต้ังแต่ 6 โมงเช้า ฉนั ต้องปลกุ เดก็ ๆ
ให้ตื่นขนึ้ มาลา้ งหน้า แปรงฟัน ไปเล้ียงสตั ว์ ดูแปลงผกั ทาอาหารเช้ากนิ และเข้าเรยี น ซึ่งแรก ๆ จะมี
ปญั หามาก เพราะอากาศหนาวเยน็ เด็ก ๆ ไม่คุ้นชินกบั การตื่นเช้า ซ่งึ ฉนั จะค่อย ๆ ปรับเวลาจาก 8
โมงมาเปน็ 7 โมง และ 6 โมง ตามลาดบั ในที่สุดเดก็ ๆ ก็ทาได้จนกลายเปน็ ความเคยชิน เดก็ นกั เรยี น
ที่นม่ี ักมีปญั หาเรอ่ื งขาดเรียนและการลาออก เพราะตอ้ งตดิ ตามพ่อแม่ไปทาไรเ่ ลอ่ื นลอย ไปรับจา้ ง
ทาไร่ บางครัง้ หายไป 2-3 เดอื น ฉนั จงึ ตอ้ งแกป้ ญั หาโดยการสอนซอ่ มเสริมใหใ้ นช่วงหลงั เลิกเรียน
หรอื ใหเ้ รียนในวนั หยุด เด็กคนไหนไมเ่ ก่งก็จะให้เรียนซา้ ชั้น เดก็ คนไหนหวั ดีก็จะใหเ้ ล่ือนชั้น โดยเนน้
คณุ ภาพของผูเ้ รียนมากกว่าปริมาณทีจ่ บ เนน้ ความเสมอภาคทางการศกึ ษาไม่ว่าจะเปน็ เด็กเชอื้ ชาติ
ไหน อายุเทา่ ใด ทกุ คนมีโอกาสเรียนเหมือนกันหมด เด็กท่ีนี่เมื่อจบชน้ั ป.6 ไปเรยี นต่อในระดบั มธั ยม
มกั ได้รับการมอบหมายให้เปน็ หัวหนา้ หรอื ผนู้ า หรือเปน็ แกนนาใหก้ ับนักเรยี นอนื่ ๆ เพราะได้รับการ
ปลกู ฝังและฝกึ ฝนจากฉัน ให้เขารู้จกั คิด กล้าพดู กลา้ ทา ในสง่ิ ท่ถี ูกต้อง และฉนั จะกนั เงนิ เดอื นเอาไว้
สว่ นหน่งึ เพอื่ เป็นทนุ การศกึ ษาให้เดก็ ที่จบ ป.6 ทกุ คน คนละ 1,500 บาท

จากสายตาของนักเรยี นทีม่ องฉนั อย่างตื่นตระหนก ดหู วาดระแวงและไม่ไว้วางใจ กลายเป็น
สายตาที่มองฉันด้วยความรักความศรัทธา และพากันเรียกฉนั ว่า “แมค่ รู”และพลอยพาใหบ้ รรดาพอ่
แม่ ผูป้ กครองที่เปน็ ชาวบา้ นเรยี กตามไปด้วยน่ีเปน็ อีกสง่ิ หนงึ่ กระมงั ท่ที าให้พวกเขารกั และผกู พนั
ยกยอ่ งใหฉ้ นั เปน็ “แม่” ของเขาอกี คนหน่ึงหลังจากมีอาคารเรยี น หอนอน โรงอาหาร และอาคาร
ประกอบ ซง่ึ นับเป็นโครงสร้างหลกั แหง่ สถานศึกษาแลว้

ฉันก็มานง่ั คดิ วา่ ฉนั จะทาอย่างไร จึงจะสอนใหเ้ ด็กนกั เรียนของฉนั ซง่ึ เปน็ ชาวเขาเผ่ากะเหรยี่ ง
และไทยใหญ่ สว่ นใหญ่ใช้ภาษาถ่นิ ในการสอ่ื สาร จะสามารถเรียนร้แู ละเขา้ ใจภาษาไทยภาคกลางซง่ึ
เปน็ ภาษามาตรฐานจนสามารถอ่านออก เขียนได้ และใช้ส่ือสารด้วยการพดู ได้ ฉนั ทบทวนความรทู้ ่ี
เคยเรียนมาในระดับประกาศนียบัตรและปรญิ ญาตรใี นทสี่ ุดฉันกพ็ บว่าฉนั ควรนาวธิ ีสอนภาษาไทย
แบบมุ่งประสบการณ์ (มปภ.) เปน็ การสอนท่เี หมาะสมกับวยั ของนักเรยี นที่ไมเ่ คยเรยี นร้ภู าษาไทย
มากอ่ น การสอนแบบมุ่งประสบการณภ์ าษา (Concentrated Language Encounters หรือ CLE)
ซึง่ เร่มิ มีท่ปี ระเทศออสเตรเลียใช้ทดลองสอนกับนกั เรยี นพน้ื เมอื ง ผลการทดลองสอนภาษาองั กฤษ
ประสบความสาเร็จดีย่ิง นักเรยี นชาวพื้นเมอื งเกอื บ 100% สามารถอ่าน เขียน ฟัง และพดู ภาษาอังกฤษ
ได้เป็นอยา่ งดี ซ่ึงมหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒประสานมิตรนามาทดลองและไดผ้ ลดี สานกั งาน
ประถมศกึ ษาจังหวดั แม่ฮอ่ งสอน (สปจ.แม่ฮอ่ งสอน) ได้นาการสอนภาษาไทยแบบมุง่ ประสบการณ์
ภาษา (มปภ.) มาพัฒนาครู และนาการสอนแบบน้ีไปสอนทกุ โรงเรียนทงั้ จังหวดั แมฉ้ ันจะถูกกาหนด
ใหม้ บี ทบาทหนา้ ที่ ผู้อานวยการโรงเรยี น แต่ฉันก็ถือว่าฉันเปน็ ครแู ละเปน็ คนไทย นอกจากจะมี
บทบาทผ้บู ริหารแล้ว ฉนั ก็ควรมสี ่วนชว่ ยในการสอนด้วยฉนั จงึ ปรึกษากับเพื่อนครเู พ่ือวางแผนในการ
ใช้การสอนภาษาไทยแบบมงุ่ ประสบการณภ์ าษามาใช้ท่ีโรงเรียนบา้ นสล่าเจียงตอง

จติ วญิ ญาณความเปน็ ครู

6

ความเป็ นครูมอื อาชพี ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

คาวา่ “จิตวิญญาณ” มาจากคาว่า “จติ ” และ “วญิ ญาณ” โดยสรปุ หมายถึง สงิ่ ที่สงิ อยู่
ในตน ทาให้เป็นบุคคลขน้ึ เปน็ ความร้แู จง้ ความร้สู ึกตวั จติ ใจ (ราชบณั ฑติ ยสถาน, 2554) สาหรบั
นกั จิตวทิ ยา Snyder และ Lopez (2007) ไดใ้ ห้ความหมายของ จิตวญิ ญาณ (Spirituality) ว่าเป็น
การหาหนทางท่นี าไปสกู่ ารยอมรับและภาคภมู ิใจในตนเอง

นกั วิชาการไทยไดจ้ าแนกความหมายของจติ วิญญาณเปน็ 3 ความหมาย ประกอบดว้ ย
1) ความเปน็ เอกัตตาหรอื ปจั เจกบุคคล หมายถงึ ความเปน็ ตวั ตนทีม่ ีลกั ษณะเฉพาะของ
แต่ละบุคคลซงึ่ เกดิ จากการหยง่ั รูน้ าไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิและการเกดิ ศรทั ธาในเร่ืองใดเร่อื งหน่ึง (ศภุ ลักษณ์
ทดั ศรี และ อารยา พรายแย้ม, 2554)
2) ความมคี ุณค่าสูงสง่ หมายถึง ปัญญาหลักการของชวี ติ เชน่ ความดี บญุ กุศล คุณธรรม
จรยิ ธรรม การรู้จกั ผดิ ชอบช่วั ดี มีจิตใจสงู ข้ึน (ประเวศ วะสี, 2553 ; ประสทิ ธิ์ อนุ่ หนองกุ่ง, 2555)
3) ความเปน็ นามธรรม หมายถงึ โครงสร้างหนงึ่ ของมนุษยท์ ีน่ อกเหนอื จากร่างกายและ
จติ ใจ จบั ตอ้ งไม่ได้ พฒั นามาจากความผกู พนั ดา้ นจติ ใจของมนษุ ยก์ ับสงิ่ แวดลอ้ ม เป็นแหล่งของ
ความหวัง พลังใจที่เข้มแข็ง เปน็ ขุมพลังของชีวิตทที่ าให้ประสบความสาเรจ็ และมคี วามสขุ
(พชั นี สมกาลงั , 2556)
ดงั นนั้ จติ วิญญาณ หมายถงึ โครงสรา้ งหน่ึงของมนุษย์ทผี่ สมผสานมติ ิรา่ งกายและมติ ิจติ สงั คม
เข้าดว้ ยกนั เป็นส่ิงทใ่ี หค้ วามหมายแก่ชีวิตและชว่ ยกาหนดแนวทางการปฏบิ ัติซงึ่ มีผลตอ่ ความสุขและ
ความสาเร็จในชวี ิตหรอื วชิ าชีพ
สาหรับจติ วญิ ญาณความเปน็ ครู (Teacher spirituality) ได้มีผรู้ ้แู ละนักวชิ าการไดใ้ หน้ ิยามไว้
ดังน้ี
คาบรรยายเรือ่ ง “วิญญาณของความเปน็ ครู” ของทา่ นพทุ ธทาสภกิ ขุ (2513 อา้ งถึงใน
อตภิ พ ภทั รเดชไพศาล, 2554) ในโอกาสงานอบรมครูของทางราชการ ทค่ี า่ ยธรรมบุตรเมอ่ื วนั ท่ี 8
เมษายน 2513 มีการอธิบายความหมายของคาๆ น้ีไวอ้ ย่างน่าสนใจวา่ “เม่อื พดู ว่าวิญญาณของความ
เป็นครู น้ีกห็ มายความว่าเจตนารมณ์ของความเปน็ ครู, เน้อื แท้ หัวใจของความเปน็ ครู, กลา่ วกค็ ือพูด
เรือ่ งครู ในแงท่ ีเ่ กยี่ วกับธรรมะ มธี รรมะก็เปน็ ครู ไมม่ ธี รรมะก็ไม่เป็นครู ความหมาย (ของการเปน็ คร)ู
ที่สูงสดุ หรอื เปน็ วิญญาณเป็น spirit น้ัน ไม่พน้ ไปจากคาเดมิ ของคาว่าคุรุ หรือครู คือผนู้ าในทาง
วญิ ญาณ แมเ้ ราจะสอนหนงั สอื เดก็ กข็ อให้สอนไปในลกั ษณะทีว่ ่า ใหว้ ญิ ญาณของเดก็ สว่างไสว
แจม่ แจง้ เจริญงอกงามขนึ้ ”
ทวี สระน้าคา (2560) ได้ให้ความหมายของจติ วิญญาณความเป็นครไู วว้ ่าเป็นความรูส้ ึก
นึกคดิ ในบทบาทหน้าท่ใี นวชิ าชพี ครแู ละสานึกในตวั ตนของครูในการหลอ่ หลอมให้ศษิ ยเ์ ป็นคนดี
เปน็ คนท่ีมคี วามสุขและเปน็ คนทีเ่ รยี นร้ไู ดเ้ ก่งไดอ้ ย่างชาญฉลาดปราดเปรอ่ื ง หรืออาจกลา่ วสัน้ ๆ
วา่ เป็นบทบาทหน้าท่ีสาคัญท่ีสดุ ของครทู ี่จะส่งั สอนใหศ้ ิษยท์ ุกคนเปน็ ผู้รู้ ผู้ตนื่ ผเู้ บิกบาน นน่ั เอง
วลั นกิ า ฉลากบาง (2559) ได้สรุปความหมายของจิตวญิ ญาณความเปน็ ครู คือ จติ สานึกตาม
กรอบคุณธรรม จรยิ ธรรม ซงึ่ ทาใหเ้ กิดการใฝร่ ู้ คน้ หา สร้างสรรค์ ถ่ายทอด ปลูกฝังและเป็นแบบอยา่ ง
ทดี่ ที งั้ ของศษิ ย์ เพือ่ นร่วมงาน และคนในสงั คม

7

ความเป็ นครูมอื อาชพี ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

โดยสรปุ แล้ว จติ วญิ ญาณความเป็นครู คอื เจตนาท่อี ยภู่ ายในจิตใจของบุคคลทมี่ ีคุณธรรม
จริยธรรม และความปรารถนาดี มคี วามเขา้ ใจทจี่ ะพฒั นาศิษย์ตามศักยภาพ หลอ่ หลอม ขัดเกลาให้
เปน็ คนดีของสังคม พร้อมกับตระหนกั ถงึ การพัฒนาอย่างองคร์ วม ด้วยความจรงิ ใจ เสยี สละ ใฝร่ ู้
คน้ หา สรา้ งสรรค์ ถ่ายทอด ปลกู ฝงั และเปน็ แบบอย่างที่ดีของสงั คม

คณุ ลักษณะของครทู ม่ี จี ิตวิญญาณความเป็นครู

คุณลกั ษณะของครูท่ีมจี ิตวญิ ญาณความเปน็ ครมู ีผ้รู แู้ ละนกั วิชาการไดร้ ะบุไวด้ งั นี้
พุทธทาสภิกขุ (2529) ไดก้ ลา่ วถึงคาวา่ “ครู” เปน็ คาทสี่ งู มาก เปน็ ผูเ้ ปิดประตทู างวญิ ญาณ
แล้วกน็ าให้เกดิ ทางวิญญาณไปสคู่ ุณธรรมเบ้อื งสูง เปน็ เรื่องทางจติ ใจโดยเฉพาะ มไิ ด้หมายถงึ เรอ่ื งวัตถุ
ดงั น้ัน ครู คอื ผู้ยกวญิ ญาณของโลก ให้สงู ข้ึนโดยหนา้ ท่ี และโดยสทิ ธิครู คอื ปูชนียบุคคลของโลก ครู
มิใช่เรอื จ้างที่จะรบั จา้ งสอนหนงั สือ หรอื วชิ าบางวิชา ในหวั ใจของครูมีแตป่ ญั ญากับเมตตาเคียงคกู่ ัน
อยู่ กล่าวคอื

1) ปญั ญา คือ ความรคู้ วามสามารถที่จะยกวญิ ญาณของเด็กให้สูงขึ้น
2) เมตตา คือ ความรกั ความเสียสละเพอ่ื ทาหนา้ ที่ของตน โดยไม่ร้สู ึกเหน็ดเหนือ่ ยหรอื
เออื มระอา
จากการสังเคราะห์พระราชดารัสและพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทร
มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช ตลอดระยะเวลาครองสริ ริ าชสมบัตคิ รบ 70 ปีของพระองค์ทีป่ รากฏใน
พระบรมราโชวาทและพระราชดารสั ท่เี กี่ยวขอ้ งกับความเป็นครู พบว่าคณุ ลักษณะของครูท่ีดมี ีจิต
วิญญาณความเปน็ ครูนั้น สามารถจาแนกไดอ้ อกเป็น 5 คุณลักษณะดงั ต่อไปนี้ (อบุ ล เลีย้ ววาริน,
2556)
1) คุณลกั ษณะของครูทด่ี ี ต้องมีคณุ ธรรม จริยธรรม
2) คณุ ลักษณะของครทู ีด่ ีตอ้ งประพฤตติ นเปน็ ที่เคารพรักของผ้เู รยี น
3) คณุ ลักษณะของครูทดี่ ตี อ้ งอดทน เสียสละ และมเี มตตา
4) คณุ ลักษณะของครูทด่ี ีต้องไมม่ ุ่งหวังผลตอบแทนทเี่ ปน็ ยศศักด์ิความร่ารวย หรอื
ประโยชนท์ าง วัตถุแต่อย่างเดยี ว
5) คุณลกั ษณะของครูทด่ี ตี อ้ งยึดม่ันในคณุ งามความดี
ในขณะท่ี กติ นิ นั ท์ โนสุ (2557) ได้ระบวุ า่ คุณลักษณะของครูที่มีจิตวิญญาณความเป็นครู
มีองคป์ ระกอบ 10 องค์ประกอบ ได้แก่ การพฒั นาตนเอง ความมีเหตผุ ลในการปฏบิ ัตงิ าน ความคิด

8

ความเป็ นครูมอื อาชพี ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

รเิ ริม่ สร้างสรรค์ การปฏิบัตติ ามจรรยาบรรณวิชาชีพ ความวริ ิยะอุตสาหะ ความมเี มตตากรุณา
ความซ่ือสัตยต์ ่อวิชาชีพ ความดี ความรักศรัทธาในวชิ าชพี และการปฏบิ ัติการสอน

สาหรับ วลั นกิ า ฉลากบาง (2559) ได้ระบวุ า่ คุณลักษณะของครทู ม่ี จี ิตวญิ ญาณความเปน็ ครู
ประกอบดว้ ย 1) คุณลกั ษณะส่วนตวั และการมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม เช่น วิริยะอุตสาหะ เมตตากรุณา
ซื่อสตั ย์ มีเหตผุ ล เปน็ ตน้ 2) การตระหนกั ร้แู ละปฏิบัติตนบนวิถีความเปน็ ครู เชน่ ทางานเพอื่ เดก็
ปฏบิ ัติตนตามจรรยาบรรณวชิ าชีพครู เปน็ แบบอย่างท่ดี ี เปน็ ตน้ 3) รกั และศรัทธาในวชิ าชีพครู
4) ความเชย่ี วชาญในการสอน และ 5) การพฒั นาตนเองอยา่ งต่อเน่อื ง

ในสว่ นของ ปยิ ะวฒั น์ กรมระรวย (2560) ระบุว่าคนทีเ่ ป็นครูและมีจิตวิญญาณความเป็นครู
จะต้องมีคุณลักษณะ ประกอบดว้ ย ความศรัทธาในวิชาชพี ครู ความรับผิดชอบ ความเสยี สละ ความ
อดทน การรจู้ กั ในบทบาทหน้าที่ ความมงุ่ มนั่ ปฏิบตั ิหน้าท่ี ความรักและเมตตาช่วยเหลอื ต่อศษิ ย์
ความเขา้ ใจเคารพเห็นคณุ ค่าในตนเองและผ้อู ่นื และการเป็นแบบอย่างที่ดขี องสงั คม

ณฏั ฐภรณ์ หลาวทอง และ ปยิ วรรณ วิเศษสวุ รรณภมู ิ (2553) ไดพ้ ัฒนาแบบวัดจิตวิญญาณ
ความเป็นครู โดยมี 4 ด้านหลกั ได้แก่ 1) ดา้ นการปฏบิ ัตติ นตามหนา้ ทข่ี องครู 2) ด้านการปฏิบัติตอ่
ศษิ ยโ์ ดยเสมอภาค 3) ดา้ นความเช่ือม่ันในศกั ยภาพมนุษย์ และ 4) ด้านความเสียสละในงานครู
สจวี รรณ ทรรพวสุ (2560) ระบวุ ่า คณุ ลักษณะของครทู ีม่ ีจิตวญิ ญาณความเปน็ ครู เปน็ คุณลักษณะที่
แสดงซงึ่ พฤตกิ รรมเปน็ ทป่ี ระจกั ษ์ นา่ ช่นื ชมและเปน็ ท่ยี อมรบั ในการปฏิบตั หิ น้าทค่ี รทู ้ังท่เี ป็นทางการ
และไม่เป็นทางการด้วยคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความปรารถนาดี มคี วามเข้าใจทจ่ี ะพัฒนาศิษยต์ าม
ศักยภาพพรอ้ มกบั ตระหนักถึงการพฒั นาอยา่ งองคร์ วม ดว้ ยความจรงิ ใจ เสยี สละ ใฝร่ ู้ ค้นหา
สรา้ งสรรค์ ถ่ายทอด ปลูกฝัง และเป็นแบบอย่างทด่ี ขี องสงั คม ซง่ึ มีความสอดคลอ้ งกับคุณลกั ษณะครู
ทีพ่ ึงประสงค์ ดงั ที่ ธรี วัฒน์ เล่ือนฤทธ์ิ (2552) กลา่ วคือ ครตู ้องเปน็ ผทู้ ีม่ ีความรู้ พัฒนาตนเอง มี
ความคดิ สรา้ งสรรค์ ทันเหตกุ ารณ์รักและศรทั ธาในวชิ าชีพครู มีความเสยี สละ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม
เป็นแบบอย่างทีด่ แี กศ่ ิษยแ์ ละสังคม มีความมงุ่ มน่ั ในการพัฒนาเดก็ และเยาวชน ตลอดจนมกี าร
ส่งเสริมและพฒั นาศิลปะและวฒั นธรรม มคี วามอดทน รับผิดชอบต่อหนา้ ท่ีเอาใจใส่ตอ่ นักเรยี น
มคี วามขยันหม่นั เพยี ร รกั ความยุตธิ รรม และดารงชีวติ อยา่ งเรยี บงา่ ย ดังน้นั การพัฒนาใหผ้ ูป้ ระกอบ
วชิ าชีพครู และนักศึกษาครใู นสถาบันผลติ ครูมีจติ วญิ ญาณความเป็นครจู ะเป็นส่วนทมี่ คี วามสาคัญให้
การประกอบวิชาชพี ครูมคี วามสมบูรณ์ ในการพัฒนาศิษย์ และเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพทาง
การศึกษา ดงั เชน่ สานักงานส่งเสริมสงั คมแห่งการเรยี นร้แู ละคณุ ภาพเยาวชน (2557) ไดก้ ล่าวถึง
คณุ ลักษณะครทู ี่มคี ณุ ภาพในการยกระดบั คณุ ภาพครูในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ เป็นผูท้ ีม่ ีจติ วญิ ญาณ
ความเปน็ ครู และผ้มู คี วามรู้ ความสามารถและทักษะการจัดการเรียนรู้ มีทักษะการสอื่ สาร อานวย
ความสะดวกในการเรยี นรทู้ ่มี ีประสิทธภิ าพ ตื่นรู้ ทันสมยั ทันเหตุการณ์ เป็นแบบอย่าง ทางคุณธรรม
จริยธรรมและศีลธรรม รวมทั้งภาคภูมใิ จในการเป็นพลเมืองไทยและพลโลก

สาหรบั อมรรตั น์ แก่นสาร (2560) ไดร้ ะบวุ ่าองค์ประกอบของจิตวญิ ญาณความเปน็ ครู
ประกอบดว้ ย 1) ความผูกพนั ระหวา่ งครูกบั ศิษย์ 2) ความรักและศรัทธาในวชิ าชีพ 3) การมีจิตวิทยา
ในการสอน 4) การเปน็ แบบอยา่ งที่ดี 5) การมีคุณธรรมและจรยิ ธรรม 6) การปฏบิ ัตติ ามบทบาท
หน้าที่ และ 7) การมมี นุษยสัมพันธ์ทีด่ ีและมคี วามเปน็ กลั ยาณมติ ร

9

ความเป็ นครูมอื อาชพี ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

โดยสรปุ แลว้ คุณลักษณะของครูทม่ี จี ิตวิญญำณควำมเปน็ ครู ประกอบดว้ ย 1) มีควำม
อดทน วริ ยิ ะอุตสำหะ เสยี สละในหน้ำท่ขี องตน 2) มีควำมรักและเมตตำต่อศษิ ย์ ประกอบดว้ ย
กลมุ่ ข้อควำม ควำมผกู พนั ระหวำ่ งครูกับศิษย์ เคำรพเห็นคุณค่ำในตนเองและผูอ้ ืน่ ควำมเชื่อมนั่
ในศกั ยภำพมนษุ ย์ กำรมีมนุษยสัมพันธท์ ี่ดีและมีควำมเป็นกลั ยำณมติ ร 3) มีควำมรู้และพฒั นำใน
วิชำชีพครอู ยำ่ งตอ่ เนอ่ื ง ประกอบด้วยกลุ่มขอ้ ควำม ควำมรู้ ควำมสำมำรถและทักษะกำรจดั กำร
เรยี นรู้ ควำมคิดรเิ รม่ิ สร้ำงสรรค์ ทนั สมยั ทนั เหตกุ ำรณ์ ทกั ษะกำรสอื่ สำร อำนวยควำมสะดวกใน
กำรเรยี นรอู้ ยำ่ งมีประสทิ ธภิ ำพ 4) มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ประกอบดว้ ยกล่มุ ข้อควำม ควำมซ่ือสตั ย์
ตอ่ วชิ ำชีพ ไมม่ ุ่งหวังผลประโยชน์ตำ่ งตอบแทน ยดึ ม่นั ในหลักคุณงำมควำมดี 5) กำรเปน็
แบบอย่ำงท่ีดี ประกอบดว้ ยกลุ่มข้อควำม ประพฤติตนเปน็ ที่เคำรพรักของผ้เู รยี น 6) รกั และ
ศรัทธำในวิชำชีพครู ประกอบดว้ ยกลุ่มขอ้ ควำม กำรตระหนักรู้และปฏิบัติตนบนวถิ ีควำมเป็นครู
ปฏบิ ตั ิตำมจรรยำบรรณวชิ ำชีพ

บทเพลงทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับจติ วญิ ญาณความเปน็ ครู

เพลง แม่พิมพข์ องชาติ
คารอ้ ง / ทานอง : สุเทพ โชคสกลุ

แสงเรืองเรืองทสี่ ่องประเทืองอยู่ทว่ั เมอื งไทย
คือแมพ่ ิมพ์อันนอ้ ยใหญ่ โอ้ครูไทยในแดนแหลมทอง
เหนอื่ ยยากอยา่ งไรไม่เคยบ่นไปให้ใครเขามอง
ครูนัน้ ยงั ลาพองในเกยี รติของตนเสมอมา

ทีท่ างานชา่ งสดุ กันดารในปา่ ดงไพร
ถงึ จะไกลกเ็ หมือนใกล้ เรง่ รุดไปใหท้ นั เวลา
กลับบา้ นไมท่ ันบางวนั ต้องไปอาศยั หลวงตา
ครอบครวั คอยท่าไมร่ วู้ า่ ไปอยไู่ หน
ถงึ โรงเรยี นกเ็ จยี นจะสายจวนไดเ้ วลา
เหน็ ศษิ ย์รออยู่พรอ้ มหน้า ตอ้ งรีบมาทาการสอน
ไม่มีเวลาทจ่ี ะได้มาหยดุ พอพกั ผอ่ น
โรงเรียนในดงปา่ ดอนให้โหยอ่อนสะทอ้ นอุรา
ชื่อของครฟู ังดูก็หรูชวนชื่นใจ
งานทท่ี าก็ย่งิ ใหญ่ สรา้ งชาตไิ ทยใหว้ ัฒนา
ฐานะของครใู ครๆ ก็รวู้ า่ ด้อยหนกั หนา
ยงั สทู้ นอุตสา่ หส์ ั่งสอนศษิ ยม์ าเปน็ หลายปี
น่แี หละครทู ่ีให้ความรู้อยู่รอบเมืองไทย

10

ความเป็ นครูมอื อาชพี ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

หวังส่ิงเดียวคือขอให้ เดก็ ของไทยในผนื ธานี
ไดม้ ีความรเู้ พ่อื ชว่ ยเชิดชไู ทยใหผ้ ่องศรี
ครกู ภ็ ูมใิ จทสี่ มความเหนือ่ ยยากตรากตรามา

เพลง พระคุณทสี่ าม

คารอ้ ง / ทานอง : ครอู ร่าม ขาวสะอาด
ครบู าอาจารย์ท่ีท่านประทานความรูม้ าให้
อบรมจิตใจใหร้ ู้ผดิ ชอบชั่วดี
กอ่ นจะนอนสวดมนต์ออ้ นวอนทุกที
ขอกศุ ลบญุ บารมีส่งเสรมิ ครนู ี้ให้รม่ เย็น

ครูมบี ุญคุณจึงตอ้ งเทิดทูนเอาไว้เหนือเกล้า
ท่านสั่งสอนเราอบรมใหเ้ ราไมเ่ ว้น
ทา่ นอุทศิ ไม่คดิ ถึงความยากเย็น
สอนให้รจู้ ัดเจนเฝ้าแนะเฝา้ เน้นมิได้อาพราง
( * ) พระคณุ ที่สามงดงามแจ่มใส
แตว่ ่าใครหนอใครเปรยี บเปรยครูไวว้ ่าเปน็ เรอื จ้าง
ถา้ หากจะคดิ ยง่ิ คิดยิ่งเหน็ ว่าผดิ ทาง
มใี ครไหนบ้างแนะนาแนวทางอย่างครู
บญุ เคยทามาแต่ปางใดเรายกใหท้ ่าน
ตั้งใจกราบกรานเคารพคุณทา่ นกตัญญู
โรคและภัยอยา่ มาแผว้ พานคณุ ครู
ขอกศุ ลผลบญุ ค้าชูใหค้ รเู ป็นสขุ ชวั่ นริ ันดร
ซา้ ( * ) ใหค้ รเู ป็นสุขชัว่ นิรันดร...

เพลง ครใู นดวงใจ นักร้อง ไมค์ ภิรมยพ์ ร

ปา เจ รา จริยา โหน ติ คุนุตรา นสุ า สกา
ปากกาหัวใจ เขยี นชอื่ ครูไว้บชู า
จารกึ พระคณุ สูงค่าผู้นาวิชามาให้
เป็นศิษยม์ ีครจู ึงยนื สอู้ ยา่ งผมู้ ีชยั

คุณครูชน้ี าทางใจ จงึ ทาใหศ้ ิษย์มวี ันนี้
ภาพครูแสนดยี งั ตดิ ตรึงที่ดวงใจ

เปน็ ผูม้ ีแตใ่ ห้มหี วั ใจสู้งานเตม็ ที่
รักศษิ ยท์ กุ คนไมเ่ คยบน่ จนหรือม่งั มี

11

ความเป็ นครูมืออาชีพ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

จับชอลค์ เขยี นคุณความดจี บั มือชค้ี ณุ ธรรม
*ครทู างานหนกั แตก่ ร็ ักศักด์ศิ รี

พอใจสง่ิ ทต่ี นมเี ป็นพมิ พ์ดใี ห้ลกู ศิษยจ์ า
ทุกเสน้ ทางสู้ ศิษย์ยึดครูน้นั เปน็ ผนู้ า

คาสอนทุกอย่างจดจาทกุ การกระทาเรยี นรู้

**ปากกาหัวใจเขียนช่ือครูไว้บชู า
บนั ทกึ ความดสี ูงคา่ นามา เปน็ แนวทางสู้

สงั คมวนุ่ วายขอสง่ ใจมายนื ข้างครู
ครูยัง สงั คมจงึ อยู่ ศิษยเ์ ชิดชู.... ครใู นดวงใจ...

 กิจกรรม

ใบงานที่ 1.1
ความรกั และศรัทธาในวชิ าชพี ครู

ใหผ้ เู้ ข้าอบรมอธบิ ายประเด็นต่อไปนี้
1. ความหมายของ ความรักและศรัทธาในวชิ าชพี ครู เป็นอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. พฤตกิ รรมท่แี สดงออกว่าเปน็ ผมู้ คี วามรกั และศรทั ธาในวิชาชีพครเู ปน็ อยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรอื ไมพ่ ึงประสงค์ในความรกั และศรทั ธาในวิชาชพี ครูเปน็
อย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

12

ความเป็ นครูมอื อาชีพ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

ใบงานที่ 1.2
จติ วิญญาณความเป็นครู

ให้ผเู้ ขา้ อบรมอธิบายประเด็นตอ่ ไปน้ี
1. ความหมายของจติ วิญญาณความเป็นครู เป็นอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. คณุ ลกั ษณะของคนที่มจี ิตวญิ ญาณความเป็นครู เป็นอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงยกตวั อยา่ งครูท่ที า่ นร้จู ักทไี่ ด้รบั การชืน่ ชมจากสงั คมว่าเปน็ ครทู ีม่ ีจิตวิญญาณความเปน็
ครู พร้อมอธบิ ายพฤตกิ รรมท่แี สดงออกวา่ สอดคลอ้ งกับคุณลกั ษณะจิตวิญญาณความเป็นครูอยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 แบบทดสอบประจาบทที่ 1

คาช้ีแจง ใหเ้ ลอื กคาตอบทถ่ี กู ตอ้ งท่สี ดุ เพยี งคาตอบเดียว โดยทาเครือ่ งหมาย กากบาท (X) ลงใน
กระดาษคาตอบทแ่ี จกให้

1. ขอ้ ใดเปน็ ความหมายของครู ตามข้อบังคับของครุ สุ ภาที่ไมถ่ ูกตอ้ ง ?
ก. ผ้ทู ี่ทาหนา้ ทีใ่ นการจดั การเรียนรู้ในสถานศกึ ษาของรัฐในระดับประถมศกึ ษา
ข. ผทู้ ีท่ าหน้าที่ในการจดั การเรียนรใู้ นสถานศึกษาของเอกชนในระดับประถมศกึ ษา
ค. ผู้ที่ทาหนา้ ทใ่ี นการจดั การเรียนรู้ในสถานศกึ ษาของรฐั ในระดับมธั ยมศึกษา
ง. ผทู้ ่ีทาหน้าทใ่ี นการจดั การเรยี นร้ใู นสถานศึกษาของเอกชนในระดับปรญิ ญาตรี

2. ขอ้ ใดเปน็ วชิ าชีพทางการศกึ ษาทถี่ ูกต้องที่สดุ ?
ก. การทาหน้าที่หลักในการจดั การเรียนรู้
ข. การทาหน้าทใี่ นการส่งเสรมิ การเรียนรู้
ค. การทาหนา้ ท่ีในการบริหารการศกึ ษา
ง. ถูกทุกขอ้

3. ขอ้ ใดกลา่ วถูกตอ้ งตามแบบแผนพฤตกิ รรมตามจรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539 ขอ้ ที่ 7 ?
ก. รักและศรัทธาในอาชีพครู
ข. รัก เชอื่ มั่น และศรัทธาในวิชาชพี ครู

13

ความเป็ นครูมอื อาชพี ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

ค. ครูย่อมรกั และศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นสมาชกิ ท่ีดีขององคก์ รวิชาชีพครู
ง. ครยู อ่ มรัก เช่ือมน่ั และศรทั ธาในวิชาชพี ครู และเป็นสมาชกิ ทีด่ ีขององคก์ รวชิ าชพี ครู
4. พฤตกิ รรมใดทีบ่ ง่ บอกถึง เช่อื มั่น ชนื่ ชม ภูมใิ จในความเปน็ ครแู ละองค์กรวชิ าชีพครู ว่ามี
ความสาคัญและจาเปน็ ตอ่ สังคม ?
ก. ยกยอ่ ง ชมเชยเพ่ือนครทู ป่ี ระสบผลสาเรจ็ เก่ียวกบั การสอน
ข. ขอบคุณอาจารย์และตวิ เตอรท์ ีช่ ว่ ยให้ตนเองสอบบรรจคุ รไู ด้
ค. ขอช่ือตนเองในผลงานเพอ่ื นครูเพอื่ เผยแพรเ่ กียรตภิ มู ิของตน
ง. เสนอขอรับรางวัลทกุ คร้ังท่ีหน่วยงานอื่นเปิดโอกาสให้

5. ข้อใดท่ีไมใ่ ช่การเปน็ สมาชกิ องค์กรวิชาชีพครูและสนบั สนุนหรอื เข้าร่วมหรือเป็นผนู้ าใน
กจิ กรรมพัฒนาวิชาชพี ครู ?
ก. ร่วมกจิ กรรมทีอ่ งคก์ รจดั ขึน้
ข. สนบั สนุนการดาเนนิ งานขององคก์ รการกศุ ลให้มาก
ค. ปฏบิ ตั ติ ามเงื่อนไขขอ้ กาหนดขององคก์ ร

ง. เปน็ กรรมการหรือคณะทางานขององคก์ ร

6. ข้อใดเปน็ พฤตกิ รรมท่พี ึงประสงค์ต่อความรักและศรัทธาในวิชาชพี ครู ?
ก. ดูหมน่ิ เหยยี ดหยาม ให้ร้ายผ้รู ่วมประกอบวชิ าชีพ ศาสตรใ์ นวิชาชีพ หรอื องคก์ ร
ข. ประกอบการงานอืน่ ทไ่ี ม่เหมาะสมกับการเปน็ ผ้ปู ระกอบวิชาชพี ทางการศกึ ษา
ค. เลอื กใชห้ ลกั วชิ าทถี่ กู ตอ้ ง สรา้ งสรรคเ์ ทคนิค วิธีการใหมๆ่ เพอ่ื พัฒนาวชิ าชพี
ง. คดั ลอกหรือนาผลงานของผอู้ นื่ มาเป็นของตน

7. ข้อใดเปน็ จติ วญิ ญาณในความหมายของ ความมคี ณุ ค่าสงู สง่ ถกู ต้องที่สดุ ?
ก. การหย่งั รนู้ าไปส่กู ารปฏบิ ตั ิ
ข. การเกิดศรทั ธาในเร่อื งใดเร่อื งหนึ่ง
ค. การร้จู ักผดิ ชอบชั่วดี มจี ิตใจสงู ขน้ึ
ง. การมีความหวัง พลังใจที่เขม้ แขง็

8. ขอ้ ใดเปน็ จติ วิญญาณความเปน็ ครอู ันเริม่ ตน้ ของทา่ นพุทธทาสภกิ ขุ ?
ก. ผนู้ าทางจติ วิญญาณ
ข. ผสู้ อนเดก็ ให้เป็นคนดี
ค. ผูน้ าแสงสวา่ งทางปัญญาให้เด็ก
ง. ผมู้ ีเจตนารมณข์ องความเป็นครู

9. ข้อใดควรเป็นคณุ ลกั ษณะแรกของการมีจติ วญิ ญาณความเป็นครู ?

14

ความเป็ นครูมืออาชพี ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

ก. การปฏบิ ัติตนตามหนา้ ทขี่ องครู
ข. การปฏบิ ตั ิต่อศิษยโ์ ดยเสมอภาค

ค. ความเชอ่ื มน่ั ในศกั ยภาพมนษุ ย์
ง. ความเสยี สละในงานครู

10. ตามเนื้อเพลง แมพ่ ิมพข์ องชาติ ในท่อนใดท่แี สดงถงึ ความรักและศรทั ธาในวิชาชพี ครู ?

ก. แสงเรืองเรืองท่ีส่องประเทอื งอยู่ทว่ั เมืองไทย
ข. คอื แม่พมิ พอ์ ันน้อยใหญ่ โอ้ครไู ทยในแดนแหลมทอง

ค. เหน่ือยยากอย่างไรไม่เคยบน่ ไปให้ใครเขามอง
ง. ครนู ั้นยังลาพองในเกยี รติของตนเสมอมา

อ้างอิง

กติ นิ นั ท์ โนสุ. (2557). องคป์ ระกอบและตวั บง่ ชีจ้ ติ วญิ ญาณความเปน็ ครู สังกดั สานักงานเขตพ้ืนที่
การศกึ ษาประถมศกึ ษาในจังหวดั ภาคเหนอื ตอนบน. วารสารการวจิ ัยกาสะลองคา. 2(5),
53 – 65.

ณฏั ฐภรณ์ หลาวทอง และ ปิยวรรณ วเิ ศษสุวรรณภมู .ิ (2553). การพฒั นาแบบวัดจติ วิญญาณความ
เป็นครู. วารสารวธิ วี ิทยาการวจิ ยั . 23(1), 25-54.

ทวี สระน้าคา. (2560). การปลกู ฝงั จติ วญิ ญาณความเป็นครู. ค้นเมือ่ 2 พฤศจกิ ายน 2560. จาก
https://www.slideshare.net/tawsra/ss-79285495

ธรี วฒั น์ เล่ือนฤทธิ์. (2552). การพฒั นาตวั บ่งช้ีคดั สรรการปฏบิ ตั งิ านมาตรฐานวิชาชีพครู.
วิทยานพิ นธ์ มหาบัณฑติ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.

ประเวศ วะสี. (2553). ธรรมชาตขิ องสรรพส่ิง : การเขา้ ถงึ ความจรงิ ท้งั หมด. นนทบรุ ี : กรีน-
ปญั ญาญาณ.

ประสทิ ธิ์ อ่นุ หนองกงุ่ . (2555). เอกสารประกอบการสัมมนาภาวะผูน้ า. สกลนคร: มหาวิทยาลยั
ราชภฏั สกลนคร.

15

ความเป็ นครูมอื อาชพี ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รชฏ สุวรรณกฏู

ปยิ ะวฒั น์ กรมระรวย. (2560). โมเดลเชิงสาเหตุปัจจัยทสี่ ่งผลตอ่ จิตวญิ ญาณความเปน็ ครู. Veridian
E-Journal. 10(3), 836-852.

พชั นี สมกาลัง. (2556). จติ วญิ ญาณของผ้นู าทางการพยาบาล ฟลอเรนซ์ ไนตงิ เกล. กรงุ เทพฯ :
โรงพมิ พ์แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พุทธทาสภิกข.ุ (2529). ธรรมสาหรับครู. กรุงเทพฯ: สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาต.ิ
ราชกจิ จานุเบกษา. (2556). ขอ้ บังคับของคุรุสภา ว่าดว้ ยจรรยาบรรณวชิ าชพี พ.ศ. 2556. เลม่

130 ตอนพิเศษ 130 ง, หน้า 72 – 74.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2554). พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรงุ เทพฯ : นานมี

บคุ ส์พบั ลิเคชั่นส์.
วัลนิกา ฉลากบาง. (2559). จิตวญิ ญาณความเปน็ ครู : คณุ ลักษณะสาคัญของครมู ืออาชีพ. วารสาร

มหาวทิ ยาลัยนครพนม. 6(2), 123-127.
ศุภลักษณ์ ทัดศรี และ อารยา พรายแยม้ . (2554). จิตวิญญาณในชีวิตประจาวนั . กรุงเทพฯ :

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหิดล.
สจวี รรณ ทรรพวสุ. (2560). กลยุทธก์ ารพัฒนาจติ วิญญาณความเปน็ ครูเพ่อื ส่งเสรมิ ความเปน็ ครู

วชิ าชีพของนกั ศึกษา คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสนุ ันทา. วารสารราชพฤกษ์.
15(1), 1-10.
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน. (2554). ยอดครผู ้มู อี ุดมการณ์ โครงการ “ตามรอย
เกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจติ วญิ ญาณครู พ.ศ.2554”. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนมุ
สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย.
สานกั งานเลขาธกิ ารคุรสุ ภา. (2541). แบบแผนพฤตกิ รรมตามจรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539.
กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์คุรุสภาลาดพรา้ ว.

สานกั งานสง่ เสริมสังคมแหง่ การเรยี นรู้และคุณภาพเยาวชน. (2557). การยกระดับคณุ ภาพครูไทยใน
ศตวรรษ ท่ี 21. ในการประชุมวชิ าการ “อภิวฒั น์การเรยี นรู้...สจู่ ุดเปลย่ี นประเทศไทย”
กรุงเทพฯ: สานักงานสง่ เสรมิ สงั คมแหง่ การเรยี นรแู้ ละคณุ ภาพเยาวชน.

อติภพ ภัทรเดชไพศาล. (2554). จิตวิญญาณความเป็นครูในสังคมไทย. หนงั สอื พิมพส์ ยามรฐั รายวัน
ฉบับประจาวนั ศกุ รท์ ี่ 30 ธันวาคม 2554.

อมรรัตน์ แก่นสาร. (2559). “การพฒั นาตัวบ่งช้ีจิตวิญญาณความเปน็ ครู ของครูสงั กดั สานกั งาน
คณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน.” วารสารมหาวทิ ยาลยั นครพนม.7(1), 7-15.

อบุ ล เลยี้ ววารนิ . (2556). ความเปน็ ครูวิชาชีพ. กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร.
Snyder, C.R. & Lopez, S.J. (2007). Positive psychology: The scientific and practical

exploration of human strengths. Thousand Oaks, CA: Sage Publication, Inc.

16


Click to View FlipBook Version