The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ืืืืืืิNumber in English

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 1800901332331, 2024-02-20 00:02:55

ืืืืืืิNumber1-10

ืืืืืืิNumber in English

Keywords: Number1-10

จังหวัดนครปฐม “นครปฐม” เป็ นอู่อารยธรรมสา คญัที่มีประวตัิความเป็ นมายาวนานในแผน่ดินสุวรรณภูมิ จากหลักฐาน ทางประวตัิศาสตร ์ กล่าววา่เมืองนครปฐมแต่เดิมน้นัต้งัอยรู่ ิมทะเลเป็ นเมืองเก่าแก่มีความเจริญรุ่งเรือง มานบัต้งัแต่สมยัสุวรรณภูมิและเป็ นราชธานีสา คญั ในสมยัทวารวดีในยคุน้นันครปฐมเป็ นแหล่ง เผยแพร่อารยธรรมจากประเทศอินเดีย ซ่ึงรวมท้งัพุทธศาสนา นครปฐมจึงเป็ นศูนยก ์ ลางของความ เจริญ มีชนชาติต่างๆ อพยพเขา ้ มาต้งัถิ่นฐานอยเู่ป็ นจา นวนมาก ต่อมาไดเ ้ กิดความแหง ้ แลง ้ ข้ึนในเมือง นครปฐม เพราะกระแสน้า ที่ไหลผา่นตวัเมืองเปลี่ยนเส้ นทาง ประชาชนจึงอพยพไปต้งัหลกัแหล่งอยู่ ริมน้า และสร ้ างเมืองใหม่ข้ึนชื่อ“เมืองนครไชยศรี” หรือ “ศรีวิชัย” นครปฐมจึงกลายเป็ นเมืองร้างมา เป็ นเวลาหลายร ้ อยปีจนกระทงั่พระบาทสมเดจ ็ พระจอมเกลา ้ เจา ้ อยหู่วัขณะที่ทรงยงัผนวชได้ธุดงค์ไป พบพระปฐมเจดีย ์ และทรงเห ็ นวา่เป็ นเจดียอ ์ งคใ์ หญ่ไม่มีที่ใดเทียบเท่าคร้ันเมื่อได้ครองราชย์ จึงโปรด ฯ ใหก ้่อเจดียแ ์ บบลงักาครอบองคเ ์ ดิมไว ้โดยใหช ้ื่อวา่ “พระปฐมเจดีพระปฐมเจดีย์ให้มีสภาพดี และ โปรดฯ ใหข ้ ดุคลองเจดียบ ์ูชาเพื่อใหก ้ ารเสดจ ็ มานมสัการสะดวกข้ึนต่อมาในสมยัพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกลา ้ เจา ้ อยหู่วั ไดเ ้ ริ่มก่อสร ้ างทางรถไฟสายใตผ ้ า่นเมืองนครปฐม ซ่ึงขณะน้นยังเป็ นป่ ารก ั พระองคจ ์ึงโปรดฯ ใหย ้ า ้ ยเมืองจากตา บลท่านาอา เภอนครชยัศรีมาต้งัที่บริเวณองคพ ์ ระปฐมเจดีย์ เหมือนเช่นคร้ังสมยัโบราณย์” ทรงปฏิสังขรณ ์ สิ่งต่างๆ


จังหวัดราชบุรี ราชบุร ี ดินแดนวฒันธรรมลุ่มน ้ า แม่กลองและสายหมอกแห่งขนุเขาตะนาวศร ี เป็ นจงัหวดัหน่ึ งในภาคกลางดา ้ นตะวนัตกท ี่มีภูมิประเทศ หลากหลาย จากพ ้ ื นท ี่ท ี่ราบต่า ลุ่มแม่น ้ า แม่กลองอนัอุดม แหล่งเพาะปลูกพ ื ชผกัผลไมเ ้ศรษฐกิจนานาชนิด สู่พ ้ ืนที่สูงทิวเทือกเขาตะนาวศรี ทอดตัวยาวทางทิศตะวันตกจรดชายแดนไทย-พม่า จากตา นานและหลกัฐานทางประวตัิศาสตร ์ ทา ใหส้ ันนิษฐานไดว ้ า่ราชบุร ี เป็ นหวัเม ื องท ี่เจริญรุ่งเร ื องมากแห่งหน่ึงของแคว้นสุวรรณภูมิมา ต ้ งัแต่สมยัท ี่พระเจา ้ อโศกมหาราชแห่งอินเด ี ยไดเ ้ ผยแพร่พทุธศาสนาเขา ้ มาในดินแดนแถบน ้ ี เม ื่อราวปี พ.ศ. 218 โดยแคว้นสุวรรณภูมิน ้ ี ม ี ศูนยก ์ ลางการปกครองอยทู่ ี่นครปฐมหร ื อท ี่สมยัน ้ นัเร ี ยกกนัวา่"ทวารวดี” ราชบุร ี ยงัเป็ นแหล่งพบปะของพอ่คา ้ วาณิชแต่คร ้ังโบราณ ท ้ งัยงั เป็ นเม ื องหนา ้ ด่านท ี่ติดต่อกบัพม่า ราชบุร ี จ ึ งเป็ นดินแดนท ี่ม ี ความหลากหลายทางชาติพนัธุ์ ท ี่สุดแห่งหน่ึ ง ห่างจากกรุงเทพมหานครเบ ้ ื องทิศตะวนัตกราว 110 กิโลเมตร เป็ นท ี่ต ้ งัของจงัหวดัราชบุร ี ดินแดนอนัเป็ นท ี่มาของโอ่งเคลือบลายมังกรและ ผา ้ ทอบา ้ นไร่หร ื อผา ้ ขาวมา ้ อนัล ื อช ื่อ สา หรับผไู้ ม่ใช่ชาวบา ้ นพ ้ ื นถิ่นนอ ้ ยคนนกัจะเขา ้ใจวา่อุตสาหกรรมเคร ื่องปั่นดินเผาและหตัถกรรมทอผา ้ พ ้ ื นเม ื องเป็ นเป็ นเพ ี ยงผลงานบางส่วนท ี่สะทอ ้ นความหลากหลายของราชบุร ี ท ี่ฝากร่องรอยทางประวตัิศาสตร ์ สังคม และวฒนธรรมั


จ ั งหวด ั พท ั ล ุ ง เป็นจงัหวดัหน่ึงในภาคใตข้องประเทศไทย ที่มีประวตัิความเป็นมาอนัยาวนาน ต้งัแต่สมยัก่อนประวัติศาสตร์ ดงัปรากฏหลกัฐานจากการคน้พบขวานหินขดัในทอ้งที่ทวั่ ไปหลายอา เภอในสมยัศรีวชิยั (พุทธศตวรรษที่ 13 –14) บริเวณเมืองพทัลุงเป็นแหล่งชุมชนที่ไดร้ับวฒันธรรมอินเดียในดา้นพระพุทธศาสนาลทธิมหายาน มี ั หลกัฐานคน้พบ เช่น พระพิมพด์ินดิบจา นวนมากเป็นรูปพระโพธิสัตว์รูปเทวดาโดยคน้พบบริเวณถ้า คูหา สวรรค์และถ้า เขาอกทะลุ ต่อมาในพุทธศตวรรษที่19 เมืองพทัลุงไดต้้งัข้ึนอยา่งมนั่คงภายใตก้ารปกครองของกรุงศรีอยุธยา ในสมัย พระบรมไตรโลกนาถ ได้ปรากฏชื่อเมืองพัทลุง ในกฎหมายพระอัยการนาทหารหัวเมือง พ.ศ.1998 ระบุวา่ เมืองพทัลุง มีฐานะเป็นเมืองช้นัตรีซ่ึงนบัไดว้า่เป็นหวัเมืองหน่ึงของพระราชอาณาจกัรทางใต้ที่ต้งัเมือง พทัลุงในระยะเริ่มแรกน้นัเชื่อกนัวา่ต้งัอยทู่ ี่เมืองสทิงพระจงัหวดัสงขลาในปัจจุบน มักจะประสบปัญหา ั โดนโจมตีจากกลุ่มโจรสลดัมาเลย์อยเู่สมอโดยเฉพาะอยา่งยงิ่กลุ่มโจรสลดัราแจะอารูและอุยงคตนะ ได้เข้า ปลน้ สดมภโ์จมตีเผาทา ลายเมืองอยเู่นืองๆ ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม ด๊ะโตะ๊โมกอล ชาวมุสลิมที่อพยพมาจากเมืองสาเลห์บริเวณหมู่เกาะชวา ซึ่งเป็ น ตน้ตระกูลของสุลต่านสุไลมาน แห่งเมืองสงขลาไดเ้ขา้มาต้งัถิ่นฐานคา้ขาย ณ หวัเขาแดงแลว้ต้งัประชาคม มุสลิมข้ึน ตรงน้นัอยา่งสงบ ไม่มีการขดัแยง้กบัชาวเมืองที่อยมู่าก่อน ปักหลกัอยยู่ าวนานจนมีผู้คนอพยพมา อาศยัอยมู่ากข้ึน ในที่สุดก็พฒันาข้ึนมาเป็นเมืองท่าปลอดภาษีมีเรือสา เภาแวะเขา้มาซ้ือ


จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร มีการก่อต้งัมาเป็ นเม ื องข้ึ นราวๆ ปี พ.ศ. 2310 ในสมัยปลาย กรุงศรีอยุธยาค่ะ ช่วงที่เจา ้ กินรีบุตรชายของเจา ้ จนัทรสุริยวงศ์ผู้ปกครองบ้าน หลวงโพนสิน ที่ต้งัอยใู่นบริเวณพระธาตุอิงฮังแขวงสะหวันนะเขต ประเทศ สปป. ลาวในปัจจุบนั ไดข ้ า ้ มลา น้า โขงมาสร ้ างเม ื องข้ึ นที่บริเวณปากห้วยมุก


จังหวัดนครศรีธรรมราช • ก ำแพงเมือง นับเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์อันส ำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมรำชที่ใครเดินทำงไปแล้วต้องหำ โอกำสไปเก็บภำพถ่ำยเป็นที่ระลึกกันสักครั้ง เนื่องจำกก ำแพงแห่งนี้เป็นก ำแพงประวัติศำสตร์ที่ถูกสร้ำงขึ้น ตั้งแต่สมัยอดีต และนับเป็นโบรำณสถำนอันเก่ำแก่ที่ส ำคัญต่อชำวนครศรีเป็นอย่ำงมำก สำมำรถสะท้อน ถึงควำมแข็งแกร่ง และควำมเจริญรุ่งเรืองได้เป็นอย่ำงดี ซึ่งในปัจจุบันได้มีกำรพัฒนำบูรณะก ำแพงให้มี ควำมสวยงำมมำกยิ่งขึ้น เพื่อเป็นหนึ่งในพิกัดท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสำมำรถเดินทำงมำเช็กอินกันได้


จังหวัดกระบี่ กระบี่เป็นจงัหวดัหน่ึงทางภาคใต้ต้งัอยรู่ ิมฝั่งทะเลอนัดามนัจากหลกัฐานทางโบราณคดีสันนิษฐานไดว้า่บริเวณ เมืองกระบี่เคยเป็นแหล่งชุมชนโบราณก่อนประวตัิศาสตร์และต่อเนื่องมาจนถึงสมยัประวตัิศาสตร์ กล่าวกนัวา่ดินแดนน้ีแต่เดิมคือ เมืองบนัไทยสมอ1 ใน 12 เมืองนักษัตร ที่ใช้ตราลิงเป็ นตราประจา เมืองข้ึน กบั อาณาจกัรนครศรีธรรมราช กระบี่เคยเป็นชุมชนโบราณก่อนประวตัิศาสตร์มีผคู้น้พบเครื่องมือยคหินเป็ นจ านวนุ มากกระจดักระจายทวั่ ไป และยงัพบภาพเขียนสีโบราณบนผนงัถ้า หลายแห่งในเขตจงัหวดักระบี่โดยเฉพาะบริเวณ อา เภอคลองท่อม และในประวตัิศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช ( อาณาจักรตามพรลิงค์ ) กระบี่เป็ นเมืองหนึ่งใน 12 นักษัตร มีตราประจ าเมืองเป็ นรูปลิง ( ปี วอก )จงัหวดักระบี่ต้งัข้ึนสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ในอดีตเป็นเพียงแขวงหน่ึงอยใู่นอา นาจปกครองและบงัคบับญัชาของเมืองนครศรีธรรมราช เรียกวา่ “แขวงเมืองปกาสัย” พระยาผคู้รองเมืองนครศรีธรรมราช ใหป้ลดัเมืองฯ มาต้งัค่ายทา เพนียดจับช้างใน ทอ้งถิ่นที่ตา บลปกาสัยและไดม้ีราษฎรจากเมืองนครศรีธรรมราช อพยพมาต้งัหลกัแหล่งทา มาหากินเพิ่มมากข้ึน


จังหวัดนครนายก นครนายกเป็นจงัหวดัในภาคกลางสนันิษฐานวา่เคยเป็นเมืองสมยัทวาราวดีมีหลกัฐานแนวกา แพงเนินดินและสนัคูอยทู่ ี่ตา บลดงละครแต่ นครนายกน้นั ปรากฏหลกัฐานในสมยัอยธุยาเป็นเมืองหนา้ด่านทางทิศตะวนัออกในสมยัพระเจา้อทู่องในปีพ.ศ.2437รัชกาลที่5ทรงจัดลักษณะ การปกครองโดยแบ่งเป็น มณฑลนครนายกไดเ้ขา้ไปอยใู่นเขตมณฑลปราจีนบุรีจนเมื่อพ.ศ.2445ทรงเลิกธรรมเนียมการมีเจ้าครองเมืองและให้ มีตา แหน่งผวู้า่ราชการจงัหวดัข้ึนแทนและในช่วงพ.ศ.2486-2489นครนายกได้โอนไปรวมกบัจงัหวดัปราจีนบุรีและสระบุรีหลงัจากน้นัจึงแยก เป็ นจังหวัดอิสระ จงัหวดันครนายกเดิมชื่อบา้นนาเล่ากนัวา่ ในสมยักรุงศรีอยธุยาดินแดนของ นครนายกเป็ นป่ ารกชัฏ เป็ นที่ดอนท านาหรือท าการเพาะปลูก อะไรไม่ค่อยไดผ้ลมีไขป้่าชุกชุมผคู้นจึงพา กนัอพยพไปอยทู่ ี่อื่น จนกลายเป็นเมืองลา้งต่อมาพระมหากษตัริยท์รงทราบความเดือดร้อนของ ชาวเมืองจึง โปรดใหย้กเลิกภาษีค่านา เพื่อจูงใจใหช้าวเมืองอยทู่ ี่เดิมทา ใหม้ีผคู้นอพยพมาอยเู่พิ่มมากข้ึนจนเป็นชุมชนใหญ่และเรียก และเรียก เมืองน้ีจนติดปากวา่เมืองนา-ยกภายหลงัจึงกลายเป็นนครนายกจนทุกวนัน้ี


จง ั หวด ั เช ี ยงใหม ่ เมืองเชียงใหม่มีชื่อที่ปรากฏในตา นานวา่"นพบุรีศรีนครพิงคเ์ชียงใหม่" เป็นราชธานีของอาณาจกัรลา้นนาไทยมาต้งัแต่พระยามงัรายไดท้รงสร้างข้ึน เมื่อ พ.ศ.1839 ซึ่งมี อายุครบ 710 ปี ในปี พ.ศ.2549 และเมืองเชียงใหม่ไดม้ีวิวฒันาการ สืบเนื่อง กนัมาในประวตัิศาสตร์ตลอดมา เชียงใหม่มีฐานะเป็นนครหลวงอิสระ ปกครองโดยกษตัริยร์าชวงศมัง์ ราย ประมาณ 261 ปี (ระหวา่ง พ.ศ.1839-2100) ในปี พ.ศ.2101 เชียงใหม่ไดเ้สียเอกราชใหแ้ก่กษตัริยพ์ม่าชื่อบุเรงนอง และไดต้กอยภู่ายใตก้าร ปกครองของพม่านานร่วมสองร้อยปีจนถึงสมยัพระบาทสมเดจ็พระเจา้ตากสินมหาราช และพระบาทสมเดจ็พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ไดท้รงช่วยเหลือล้านนาไทยภายใต้การน าของพระยากาวิละและพระยาจ่าบา้นในการท าสงครามขบัไล่ พม่าออกไปจากเชียงใหม่และเมืองเชียงแสนไดส้าเร็จ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชสถาปนาพระยากาวิละเป็นเจา้เมืองเชียงใหม่ในฐานะเมืองประเทศราชของกรุงเทพมหานคร และมีเช้ือสายของพระยากาวิละ ซึ่งเรียกวา่ ตระกูลเจา้เจด็ตน ปกครองเมืองเชียงใหม่เมืองลา พูนและลาปางสืบต่อมาจนกระทงั่ ในรัชสมยัของ พระบาทสมเดจ็พระจุลจอมเกลา้เจา้อยหู่วัฯ ได้โปรดให้ปฏิรูปการปกครอง หัวเมืองประเทศราช ได้ยกเลิกการมีเมืองประเทศราชในภาคเหนือ จดัต้งัการปกครองแบบ มณฑลเทศาภิบาลเรียกวา่มณฑลพายพัและเมื่อปีพ.ศ.2476 พระบาทสมเดจ็พระปกเกลา้เจา้อยหู่วัไดป้รับปรุงการปกครองเป็นแบบจงัหวดัเชียงใหม่จึงมีฐานะเป็นจงัหวดัจนถึงปัจจุบนั


จง ั หวด ั ภ ู เกต ็ • เป็นจังหวัดหนึ่งทำงภำคใต้ของประเทศไทย และเป็นเกำะขนำดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ในทะเลอันดำมัน จังหวัดที่ใกล้เคียงทำงทิศเหนือ คือจังหวัดพังงำ ทำงทิศตะวันออก คือ จังหวัดพังงำ ทั้งเกำะล้อมรอบด้วยมหำสมุทรอินเดีย และยังมีเกำะที่อยู่ในอำณำเขตของจังหวัดภูเก็ต ทำงทิศใต้และตะวันออก กำรเดินทำงเข้ำสู่ภูเก็ตนอกจำกทำงเรือแล้ว สำมำรถเดินทำงโดยรถยนต์ซึ่งมีเพียงเส้นทำงเดียวผ่ำนทำงจังหวัดพังงำ โดยข้ำมสะพำนสำรสินและสะพำนคู่ขนำน คือ สะพำนท้ำวเทพกระษัตรีและสะพำนท้ำวศรีสุนทร เพื่อเข้ำสู่ตัวจังหวัด และทำงอำกำศโดยมีท่ำ อำกำศยำนนำนำชำติภูเก็ตรองรับ ท่ำอำกำศยำนนี้ตั้งอยู่ทำงทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกำะ


Click to View FlipBook Version