The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mildchok, 2023-05-21 13:08:07

หน่วยที่ 7

หน่วยที่ 7


ก คำนำ รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา การวิเคราะห์และออกแบบระบบ เชิงวัตถุระดับชั้น ปวส.2 โดยมีจุดประสงค์ เพื่อศึกษาหาความรู้ในเรื่อง หลักการวิเคราะห์ และออกแบบเชิงวัตถุและได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียน คณะผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านหรือนักเรียน นักศึกษา ไม่มากก็น้อยที่กำลังศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาด ประกานใด คณะผู้จัดทำรายงานขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย


ก สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข การวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรมทางธุรกิจ 1 การวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรมด้วย Class Diagram 1 จำนวนสมาชิกที่มีอยู่ในความสัมพันธ์(Multiplicity) 2 การวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรมด้วย Use Case Diagram 2 การเขียนคำอธิบาย Use Case 2 การบริหารโครงการ 3 สาเหตุการบริหารโครงการล้มเหลว 3 เทคนิคการบริหารโครงการ 4 คำถามปรนัย 5 คำถามอัตนัย 6 อ้างอิง 7 ข


ก หน่วยที่ 7 การวิเคราะห์และการออกแบบโปรแกรมทางธุรกิจ 7.1 การวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรมทางธุรกิจ การวิเคราะห์ระบบและการออกแบบ คือ วิธีการที่ใช้ในการสร้างระบบสารสนเทศขึ้นมาใหม่ใน ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งหรือระบบย่อยของธุรกิจ นอกจากการสร้างระบบสารสนเทศใหม่แล้ว การวิเคราะห์ ระบบ ช่วยในการแก้ไขระบบสารสนเทศเดิมที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นด้วยก็ได้ 7.1.1 การวิเคราะห์ระบบ คือ การหาความต้องการ Requirements ของระบบสารสนเทศว่าคืออะไร หรือ ต้องการเพิ่มเติมอะไรเข้ามาในระบบ 7.1.2 การออกแบบ คือ การนำเอาความต้องการของระบบมาเป็นแบบแผน หรือเรียกว่าพิมพ์เขียวในการ สร้างระบบสารสนเทศนั้นให้ใช้งานได้จริง ตัวอย่างระบบสารสนเทศ เช่น ระบบการขาย ความ ต้องการของระบบก็คือ สามารถติดตามยอดขายได้เป็นระยะ เพื่อฝ่ายบริหารสามารถปรับปรุงการ ขายได้ทันท่วงที 7.2 การวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรมด้วย Class Diagram 7.2.1 Class diagram คือ แผนภาพที่ใช้แสดง Class และความสัมพันธ์ระหว่างคราสของ ระบบที่เราสนใจ โดยมีองค์ประกอบดังนี้ 7.2.1.1 Class Name คือ ชื่อของ Class 7.2.1.2 Attributes คือ คุณลักษณะของ Class 7.2.1.3 Operations หรือ Methods คือ กิจกรรมที่สามารถกระทำกับ Object นั้นได้ 7.2.1.4 Cardinality ratio ใช้แสดงถึงอัตราส่วนของความสัมพันธ์ ใช้แสดงถึงอัตราส่วน ของความสัมพันธ์ แทนที่ด้วยตัวเลข 1, M และ N โดย1 : 1 แทนความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง 1 : N แทนความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหลายM : N แทนความสัมพันธ์แบบหลายต่อหลาย 7.2.2 หลักการในการออกแบบ Class diagram 7.2.2.1 กำหนดขอบเขตของปัญหาให้ชัดเจน 7.2.2.2 วิเคราะห์ Tangible objects ให้ครบทุกตัว 7.2.2.3 วิเคราะห์ Intangible objects ให้ครบทุกตัว 7.2.2.4 วิเคราะห์ Classification abstraction เพื่อแยกแยะและสร้างครางจาก object ที่มีอยู่ 7.2.2.5 วิเคราะห์ Aggregation abstraction โดยพิจารณาคราสที่ได้จาก Classification abstraction ว่ามีความสัมพันธ์กันแบบ 1:Nหรือ N:N 7.2.2.6 วิเคราะห์หา generalization โดยพิจารณาคราสต่างๆ ในคราสไดอะแกรม 1


ก 7.2.2.7 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ (association)โดยพิจารณาคราสต่างๆ ในคราส ไดอะแกรม เพิ่มเติมสัญลักษณะของความสัมพันธ์ลงในคราสไดอะแกรม 7.3 จํานวนสมาชิกที่มีอยู่ในความสัมพันธ์(Multiplicity) 7.4 การวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรมด้วย Use Case Diagram การสร้าง Use Case Diagram เริ่มต้นการสร้าง Use Case Diagram ด้วยการวิเคราะห์หา ขอบเขตของระบบ (Problem Domain) ซึ่งประกอบไปด้วยการค้นหา Actor ที่ควรมีในระบบ และ Use Case ที่มีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับ Actor เหล่านั้นขึ้นมาก่อน จากนั้นจึงเพิ่มเติม Use Case อื่นๆ เข้าไปจนครบหน้าที่การทำงานของระบบ 7.4.1 ค้นหา Actor 7.4.2 ค้นหา Use Case ที่มีปฏิสัมพันธ์กับ Actor นั้นโดยตรง 7.4.3 ค้นหาและสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง Use Case หรือ Actor (ถ้ามี) แล้วเพิ่มเติม Use Caseใหม่ซึ่งอาจเป็น Included Use Case, Extending Use Case ที่เพิ่มเติมจาก Base Use Case ที่มีอยู่แล้ว หรือจะเพิ่ม Base Use Case ใหม่ก็ได้ (ถ้ามี) 7.4.4 ต้องไม่มี Actor ใดเลยที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับ Use Case 7.4.5 ต้องไม่มี Use Case ใดเลยที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับ Actor 7.4.6 Use Case ทุกตัวต้องมีปฏิสัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่งกับ Actor หรือ Use Case ตัว อื่นๆเสมอ 7.4.7 เขียนคำอธิบายแต่ละ Use Case จนครบถ้วน 7.5 การเขียนคําอธิบาย Use Case การเขียนคำอธิบาย Use Case หรือ Flow of Event นั้น ปัจจุบันมีรูปแบบแตกต่างกัน ออกไป แต่ในที่นี้จะเขียนคำอธิบายโดยมีส่วนประกอบ 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ Main Flow และ Exceptional Flow 7.5.1 Main Flow คือ ลำดับกิจกรรม เมื่อ Use Case ดำเนินกิจกรรมตามปกติ โดยการเขียนคำอธิบายใน ลักษณะเป็นย่อหน้า (Paragraph) และ Main Flow จะต้องมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น 1 0,1 0...* 1...* N หนึ่งต่อสอง มีหรือไม่มีก็ได้ ไม่มีหรือมีหลายความสัมพันธ์ มีตั้งแต่ 1 ความสัมพันธ์ถึงหลายความสัมพันธ์ มีตั้งแต่ N ความสัมพันธ์ขึ้นไป 2


ก 7.5.2 Exceptional Flow คือ ลำดับกิจกรรม เมื่อ Use Case ดำเนินกิจกรรมผิดจากปกติ โดยสามารถมีมากกว่า 1Flow ได้ทั้ง Main Flow และ Exceptional Flow จะต้องระบุถึงสาเหตุของการเริ่มต้นและสิ้นสุด กิจกรรมด้วยเสมอ นอกจากการระบุถึง Main Flow และ Exceptional Flow แล้ว เราสามารถ เพิ่มเติมส่วนประกอบอื่นๆ ได้ตามความเหมาะสม โดยในที่นี้จะเพิ่ม Use Case Title, Use Case Id, Primary Actor และ Stakeholder Actor ด้วย 7.6 การบริหารโครงการ สิ่งสำคัญที่ผู้จัดการโครงการ (Project Manager หรือ Project Leader) ต้องคำนึงถึงในการ บริหารโครงการเพื่อให้โครงการนั้นสำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์นั่นได้แก่ 7.6.1 Project Scope Management ขอบเขตงาน (Scope definition) เป็นการแบ่งงานหลัก ๆ ในโครงการให้ย่อยลงจน สามารถมองเห็นรายละเอียดได้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ทีมงานโครงการมักจะ จัดทำรายละเอียดเหล่านี้ให้อยู่ในรูปของโครงสร้างกิจกรรมย่อย (Work Breakdown Structure หรือ WBS) 7.6.2 Project Time Management การบริหารกิจกรรมและกระบวนการในโครงการ เพื่อให้โครงการสำเร็จตามเป้าหมายที่ กำหนดไว้ 7.6.3 Project Cost Management กระบวนการเกี่ยวกับการประมาณการ (Estimate Costs) การตั้งงบประมาณ (Determine Budget) และการควบคุมต้นทุน (Control Cost) ในโครงการ เพื่อให้โครงการสำเร็จ ตามเป้าหมาย โดยอยู่ในงบประมาณที่ได้รับอนุมัติมา 7.6.4 Project Quality Management (PQM) กระบวนการตรวจสอบและติดตามคุณภาพ อันทำให้มั่นใจได้ว่าโครงการที่ดำเนินการ นั้น ได้ตอบโจทย์กับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการที่ตั้งไว้ ซึ่งส่วนที่สำคัญคือ quality system ซึ่งประกอบไปด้วย quality planning, quality assurance, quality control, และ quality improvement ตลอดจน quality policy, objectives, และ responsibility 7.7 สาเหตุการบริหารโครงการล้มเหลว 7.7.1 ความต้องการที่แท้จริงของโครงการนั้น ไม่ได้มีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและ ชัดเจนเพียงพอ ความต้องการที่แท้จริงของโครงการ จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าโครงการนั้นๆ ถูกสร้างมาเพื่อประโยชน์อะไร กับองค์กรซึ่งสิ่งที่จะทำให้ผู้ที่รับผิดชอบในโครงการเข้าถึงข้อมูลเพื่อ สร้างประโยชน์นั้นได้ ย่อมมาจากการเก็บข้อมูลที่เป็นระบบและชัดเจนเพียงพอ มิฉะนั้นแล้วหากความ ต้องการมีความคลาดเคลื่อน อาจทำให้โครงการสะดุดกลางคันได้ 3


ก 7.7.2 ความต้องการมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ความต้องการของผู้บริหาร และผู้ที่รับผิดชอบทั้งหมดในโครงการ เมื่อได้ทำการสรุปเป็น อย่างดีและตกลงเรียบร้อยแล้ว จำเป็นต้องมีความแน่วแน่ในการดำเนินการ เพราะมิฉะนั้น เมื่อความ ต้องการปรับเปลี่ยน แนวทางดำเนินการต่างๆย่อมเปลี่ยนตาม ซึ่งหากปรับเปลี่ยนบ่อย ก็จะทำให้ โครงการไม่แล้วเสร็จได้ 7.7.3 ผู้บริหารยังไม่ทำการสนับสนุนโครงการนั้นๆอย่างเต็มที่ หากโครงการที่ได้ถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดีจากทางองค์กร ซึ่งการดำเนินงานของผู้ที่ รับผิดชอบทั้งหมดในโครงการ ย่อมจะต้องเผชิญกับการบริหารจัดการทรัพยากร การแก้ไขปัญหา ต่างๆ ทั้งที่คาดการณ์ได้และคาดการณ์ได้ยาก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความสนับสนุนจากทาง ผู้บริหารอย่างเต็มที่เพื่อให้ภารกิจลุล่วงไปได้ 7.7.4 ขาดทรัพยากรที่สำคัญๆในการทำโครงการ สิ่งที่เป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งในการทำโครงการ ก็คือทรัพยากรสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหลัก ในความสำเร็จของโครงการ ซึ่งหากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่มีความสำคัญ ทางผู้รับผิดชอบใน โครงการจะต้องทำการวางแผน เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรนั้นหรือหาทางปรับเปลี่ยนเป็นทรัพยากรที่ สามารถทดแทนกันให้ได้ในท้ายที่สุด 7.7.5 ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการไม่ตอบสนองผู้ใช้งานอย่างแท้จริง “ความง่าย” ในการใช้งานจากผลลัพธ์ของโครงการ เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานพึงคาดหวังเป็น อย่างมาก และสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ชี้ชัดได้ว่าโครงการนั้นจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่ผู้ใช้งานได้มีประสบการณ์ มีทางเลือกในการใช้งานในสื่อต่างๆรอบตัว ด้วย ความง่าย ความสะดวกเป็นสำคัญ 7.8 เทคนิคการบริหารโครงการ การบริหารโครงการ (Project Management) คือ การจัดการ การใช้ทรัพยากรต่างๆ ที่มี อยู่อย่างเหมาะสมและสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้การดำเนินโครงการบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้อย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในเวลาที่จำกัด ภายใต้เงื่อนไขสามประการ คือ เวลา (Time) งบประมาณ (Budget) และคุณภาพ (Quality) ซึ่งเป็นหัวใจของการบริหารโครงการ 4


ก คำถาม คำถามปรนัย 1. Class diagram มีกี่องค์ประกอบ ก. 2 องค์ประกอบ ข. 3 องค์ประกอบ ค. 4 องค์ประกอบ ง. 5 องค์ประกอบ 2. 1 : N แทนความสัมพันธ์แบบใด ก. แทนความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ข. แทนความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหลาย ค. แทนความสัมพันธ์แบบหลายต่อหลาย ง. แทนความสัมพันธ์แบบหลายต่อหนึ่ง 3. การเขียนคำอธิบาย Use case มีกี่ส่วนสำคัญ ก. 1 ส่วน ข. 2 ส่วน ค. 3 ส่วน ง. 4 ส่วน 4. Cardinality ratio หมายถึงอะไร ก. คุณลักษณะของ Class ข. ชื่อของ Class ค. อัตราส่วนของความสัมพันธ์ ง. การกำหนดขอบเขตของปัญหา 5. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุการบริหารโครงการล้มเหลว ก. ความต้องการมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ข. ขาดทรัพยากรที่สำคัญในการทำโครงสร้าง ค. ผู้บริหารยังไม่ทำการสนับสนุนโครงการนั้นๆอย่างเต็มที่ ง. การตั้งงบประมาณและการควบคุมตามเป้าหมาย 5


ก คำถามอัตนัย 1. จงอธิบายของคำว่า Class diagram คือแผนภาพที่ใช้แสดง Class และความสัมพันธ์ระหว่างคราสของระบบที่เราสนใจ 2. การวิเคราะห์ระบบ คือ การหาความต้องการ Requirements ของระบบสารสนเทศว่าคืออะไร หรือต้องการเพิ่มเติมอะไร เข้ามาในระบบ 6


ก อ้างอิง Nuthdanai Wangppatham. (2019). บทที่ 7 การวิเคราะห์และออกแบบระบบเชิงวัตถุ. สืบค้น 19 พฤษภาคม 2566, จาก https://nutdnuy.medium.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0 5สาเหตุใดบ้างที่อาจจะทำให้โครงการล้มเหลวได้. กรุงเทพฯ. (2018). สืบค้น 19 พฤษภาคม 2566, จาก https://www.ipluscenter.com/5%E0%B8%AA%E0%B8%B2% ศศิมา สุขสว่าง. (2017). 4 สิ่งสำคัญในการบริหารโครงการให้สำเร็จ. สืบค้น 19 พฤษภาคม 2566, จาก https://www.sasimasuk.com/16883297/4-%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0% การวิเคราะห์ระบบและการออกแบบ System Analysis and Design. กรุงเทพฯ. (2021). สืบค้น 19 พฤษภาคม 2566, จาก https://www.mindphp.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8 7



Click to View FlipBook Version