18/1/2562 สภาวศิวกร
1 : 369.5 °C
2 : 351.6 °C
3 : 335.7 °C
4 : 315.8 °C
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ี꯰284 :
วตั ถทุรงกระบอกแทง่หนงึ꯰มขีนาดเสน้ผา่นศนูยก์ลาง 0.4 m อณุหภมูผิวิ 300 °C มคีา่สภาพการแผร่ังสี
(emissivity) เป็น 0.24 มคีา่การแผร่ังสคีวามรอ้นทป꯰ีลอ่ยออกจากพนื㒿Ȁผวิ 1,935.58 W จงหาความยาวของ
วตั ถแุทง่นี㒿Ȁ
1 : 0.055 m
2 : 0.065 m
3 : 0.075 m
4 : 0.085 m
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ꯰ี285 :
วตั ถทุรงกลมขนาดเสน้ผา่นศนูยก์ลาง 0.3 m มอีณุหภมูผิวิ 200 °C มคีา่สภาพการแผร่ังส ี(emissivity)
เป็น 0.81 จงหาอตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้นทป꯰ีลอ่ยออกจากวตั ถทุรงกลมน㒿ีȀ
1 : 629 W
2 : 637 W
3 : 642 W
4 : 650 W
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ꯰ี286 :
อณุหภมูขิองเปลวไฟภายในเตาหลอมอนั หนงึ꯰เป็น 1,900 K สมมตใิหเ้ปลวไฟในเตาหลอมนัน㒿Ȁเป็นวตั ถดุํา
จงหาความยาวคลนื꯰ทใี꯰หก้ารแผร่ังสสีงูสดุ
1 : 1.53 µm
2 : 1.63 µm
3 : 2.53 µm
4 : 2.63 µm
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 1
ขอ้ท ี꯰287 :
วตั ถทุรงกลมมพีนื㒿Ȁผวิ 0.332 m2 มอีณุหภมูผิวิ 154 °C มคีา่สภาพการแผร่ังส ี(emissivity) เป็น 0.75 วาง
ไวใ้นบรเิวณปรมิาตรปิด (enclosure) ทมี꯰อีณุหภมู ิ58 °C จงหาอตั ราการแผค่วามรอ้นสทุธทิป꯰ีลอ่ยออกจาก
พน㒿ืȀผวิวตั ถุ
1 : 280 W
2 : 290 W
3 : 300 W
4 : 310 W
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 101/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
ขอ้ท ꯰ี288 :
อณุหภมูขิองเปลวไฟภายในเตาหลอมแหง่หนงึ꯰เป็น 1,500 K สมมตใิหเ้ปลวไฟในเตาหลอมนัน㒿Ȁเป็นวตั ถดุํา
จงหากําลงั การแผร่ังส ี(Emissive power, Eb) ของเปลวไฟ
1 : 287.04 kW/m2
2 : 312.63 kW/m2
3 : 331.97 kW/m2
4 : 347.28 kW/m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ี꯰289 :
ทอ่ลมรอ้นไมห่มุ้ฉนวนมพีนื㒿Ȁทผ꯰ีวิเทา่กบั 0.43 m2 ทอ่วางผา่นหอ้งซง꯰ึอากาศและผนังหอ้งมอีณุหภมูเิทา่กนั
คอื 25 °C ถา้ อณุหภมูผิวิทอ่เป็น 110 °C มคีา่สภาพการแผร่ังส ี(emissivity) เป็น 0.86 และสมั ประสทิธิﻂȀ
การพาความรอ้นทผ꯰ีวิทอ่เทา่กบั 34 W/m2.K จงหาอตั ราความรอ้นสญูเสยีทงั㒿หȀมดของทอ่
1 : 1,528.52 W
2 : 1,601.78 W
3 : 1,672.23 W
4 : 1,712.55 W
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ꯰ี290 :
ผวิหนงึ꯰มอีณุหภมู ิT1 = 400 K และ มพีนื㒿Ȁท ี꯰A1 เป็น 4 เทา่ของผวิ A2 ซงึ꯰มอีณุหภมู ิT2 = 800 K โดยผวิทงั㒿Ȁ
สองกําลงั แลกเปลย꯰ีนรังสคีวามรอ้นซงึ꯰กนั และกนั โดยมคีา่ววิแฟคเตอร ์F12 = 0.15 จงหาคา่ววิแฟคเตอร์
F21
1 : 0.4
2 : 0.5
3 : 0.6
4 : 0.7
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ี꯰291 :
โลหะแผน่หนงึ꯰มพีน㒿ืȀทผ꯰ีวิ 0.6 m2 อณุหภมู ิ220 °C ทําการแผร่ังสคีวามรอ้นใหก้บั วสั ดอุกีชนดิหนงึ꯰ทม꯰ีี
อณุหภมู ิ65 °C และมพีนื㒿Ȁทผี꯰วิเป็น 1.5 เทา่ของโลหะแผน่ ใหห้าอตั ราการแลกเปลย꯰ีนรังสคีวามรอ้นสทุธิ
สมมตุวิา่ทงั㒿คȀเู่ป็นวตั ถดุํา
1 : 1,501.93 W
2 : 1,532.28 W
3 : 1,565.64 W
4 : 1,576.03 W
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี292 :
แทง่วสั ดขุนาด 10 x 12 x 20 cm อนั หนง꯰ึมอีณุหภมูผิวิสมํา꯰เสมอ 120 °C จงหาคา่การถา่ยเทความรอ้น
โดยการแผร่ังส ีถา้คา่สภาพการแผร่ังส ี(emissivity) ของผวิเป็น 0.76
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 102/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
1 : 110.58 W
2 : 112.43 W
3 : 113.80 W
4 : 115.13 W
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ี꯰293 :
ขนมเคก๊นําออกจากเตาอบเพอื꯰ทําใหเ้ย็นตวั ลง โดยทข꯰ีนมเคก๊ถอืวา่เป็นทรงกระบอกสงู 8 cm และมเีสน้
ผา่นศนูยก์ลาง 20 cm ถา้อณุหภมูผิวิของขนมเคก๊ทกุดา้นเทา่กบั 90 °C จงหาอตั ราการสญูเสยีความรอ้น
โดยการแผร่ังสขีองขนมเคก๊ โดยทค꯰ีา่สภาพการแผร่ังส ี(emissivity) ของเคก๊ทกุผวิเป็น 0.4
1 : 44.54 W
2 : 53.12 W
3 : 68.32 W
4 : 71.85 W
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ี꯰294 :
วตั ถทุรงกลมขนาดเสน้ผา่นศนูยก์ลาง 50 mm มอีณุหภมูผิวิ 145 °C อตั ราการถา่ยเทความรอ้นโดย
การแผร่ังสมีคีา่ 6.8 W จงหาคา่สภาพการแผร่ังส ี(emissivity) ของวตั ถนุี㒿Ȁ
1 : 0.3
2 : 0.4
3 : 0.5
4 : 0.6
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ี꯰295 :
วตั ถทุรงกระบอกขนาดเสน้ผา่นศนูยก์ลาง 20 mm ยาว 80 mm คา่สภาพการแผร่ังส ี(emissivity) เป็น 0.6
ถา้วตั ถนุมี㒿Ȁกีารแผร่ังสคีวามรอ้นเทา่กบั 6.81 W จงหาอณุหภมูผิวิของวตั ถุ
1 : 93 °C
2 : 110 °C
3 : 146 °C
4 : 161 °C
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ี꯰296 :
จงหาคา่ฟลกั ซค์วามรอ้นสทุธ ิ(net heat flux) ของผวิทบึอนั หนง꯰ึทม꯰ีอีณุหภมู ิ500 K และคา่สภาพ
การแผร่ังส ี(emissivity) เป็น 0.8 ถา้ผวินมี㒿Ȁคีา่อตั รารังสตีกกระทบ (irradiation, G) = 5,000 W/m2 และ
มคีา่อตั ราการดดูกลนืรังสทีผี꯰วิ, Gabs = 3,800 W/m2
1 : 824 W/m2
2 : 965 W/m2
3 : 1,025 W/m2
4 : 1,164 W/m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2 103/130
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0
18/1/2562 สภาวศิวกร
ขอ้ท ꯰ี297 :
วตั ถหุนง꯰ึมรีังสตีกกระทบ (irradiation) = 370 W/m2 วตั ถนุม㒿ีȀคีา่การดดูกลนืของผวิ (absorptivity) = 0.3
และ คา่การผา่นทะลขุองผวิ (transmissivity) = 0.12 จงหาคา่รังสคีวามรอ้นทสี꯰ะทอ้นออกจากผวิวตั ถุ
1 : 124.6 W/m2
2 : 165.6 W/m2
3 : 194.8 W/m2
4 : 214.6 W/m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ี꯰298 :
วตั ถอุนั หนง꯰ึไดร้ับอตั รารังสตีกกระทบ (irradiation) เทา่กบั 500 W/m2 ซงึ꯰วตั ถนุมี㒿Ȁอีตั ราการดดูกลนืรังสี
เทา่กบั 150 W/m2 และคา่อตั ราการผา่นทะลขุองรังสมีคีา่ 25 W/m2 จงหาคา่สภาพการสะทอ้นรังสี
(reflectivity) ของผวิ
1 : 0.32
2 : 0.48
3 : 0.65
4 : 0.83
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 3
ขอ้ท ี꯰299 :
จงหาคา่รังสตีกกระทบ (irradiation) บนวตั ถอุนั หนงึ꯰ ถา้คา่การผา่นทะลขุองผวิ (transmissivity) มคีา่
0.03 และคา่การสะทอ้นของผวิ (reflectivity) มคีา่ 0.5 ในขณะทว꯰ีดั คา่รังสทีถี꯰กูดดูกลนืไดโ้ดยตรงซงึ꯰
เทา่กบั 94 W/m2
1 : 200 W/m2
2 : 225 W/m2
3 : 250 W/m2
4 : 285 W/m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ꯰ี300 :
ถา้คา่อตั รารังสคีวามรอ้นทงั㒿หȀมดทตี꯰กกระทบบนพนื㒿Ȁผวิวตั ถเุทา่กบั 2,200 W/m2 ซง꯰ึมคีา่อตั ราการสะทอ้น
รังสคีวามรอ้น 450 W/m2 และ มคีา่อตั ราการดดูกลนืรังสคีวามรอ้น 900 W/m2 จงคํานวณคา่การผา่นทะลุ
ของผวิ (transmissivity)
1 : 0.175
2 : 0.243
3 : 0.327
4 : 0.386
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ꯰ี301 : 104/130
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0
18/1/2562 สภาวศิวกร
วตั ถดุํามอีณุหภมูทิผ꯰ีวิ 390 K จงคํานวณคา่ Total emissive power
1 : 977 W/m2
2 : 1,042 W/m2
3 : 1,311 W/m2
4 : 1,573 W/m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี302 :
วตั ถดุํามอีณุหภมูผิวิ 450 K จงหาคา่ความยาวคลน꯰ืทใ꯰ีหค้า่ Emissive power มคีา่สงูสดุ
1 : 6.44 ไมครอน
2 : 6.81 ไมครอน
3 : 7.17 ไมครอน
4 : 7.63 ไมครอน
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ꯰ี303 :
วตั ถดุํามคีา่ Emissive power เทา่กบั 2,540 W/m2 จงคํานวณอณุหภมูผิวิวตั ถนุี㒿Ȁ
1 : 150 °C
2 : 163 °C
3 : 187 °C
4 : 191 °C
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี304 :
จงหาคา่การปลอ่ยออกของรังส ี(emissive power) ของวตั ถ ุท ี꯰1,145 K และมคีา่สภาพการแผร่ังสี
(emissivity) เป็น 0.85
1 : 53.26 kW/m2
2 : 67.94 kW/m2
3 : 75.27 kW/m2
4 : 82.84 kW/m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ꯰ี305 :
แผน่เรยีบมพีนื㒿Ȁทผ꯰ีวิ 2.5 cm2 อณุหภมู ิ1,000 K มกีารแผร่ังสคีวามรอ้นออกท ี꯰3.5 W จงหาคา่สภาพ
การแผร่ังส ี(emissivity) ของผวิทอ꯰ีณุหภมูดิงั กลา่ว
1 : 0.18
2 : 0.25
3 : 0.84
4 : 0.83
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 105/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
ขอ้ท ꯰ี306 :
จงหาคา่อตั ราการแลกเปลยี꯰นรังสคีวามรอ้นสทุธขิองวตั ถผุวิเรยีบ 1 ซง꯰ึมพีนื㒿Ȁท ี꯰0.75 m2 อณุหภมูผิวิ 700 K
กบั วตั ถผุวิเรยีบ 2 ซงึ꯰มพีน㒿ืȀท ꯰ี2 m2 อณุหภมูผิวิ 250 K โดยทค꯰ีา่ view factor, F12 = 0.13 สมมตวิา่เป็น
วตั ถดุําทงั㒿สȀองผวิ
1 : 1.31 kW
2 : 2.28 kW
3 : 3.06 kW
4 : 3.55 kW
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 1
ขอ้ท ꯰ี307 :
วตั ถทุรงกลมมเีสน้ผา่นศนูยก์ลาง 18 cm อณุหภมูผิวิ 150 °C อตั ราการถา่ยเทความรอ้นโดยการแผร่ังสี
จากผวิมคีา่ 80.5 W จงหาคา่สภาพการแผร่ังส ี(emissivity) ของวตั ถนุี㒿Ȁ
1 : 0.37
2 : 0.44
3 : 0.54
4 : 0.61
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี308 :
วตั ถทุรงกลมมอีณุหภมูผิวิ 125 °C อตั ราการถา่ยเทความรอ้นโดยการแผร่ังสทีผี꯰วิมคีา่ 65 W คา่สภาพ
การแผร่ังส ี(emissivity) ของผวิมคีา่ 0.66 จงหาขนาดเสน้ผา่นศนูยก์ลางของวตั ถนุ㒿ีȀ
1 : 3.65 cm
2 : 5.75 cm
3 : 7.42 cm
4 : 8.23 cm
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี309 :
เตาเผารปูทรงกระบอกตงั㒿อȀนั หนง꯰ึ ฝาดา้นบนรปูจานกลมมพีน㒿ืȀท ꯰ีA1 เทา่กบั 0.1 m2, T1 = 300 K ในขณะท꯰ี
ฝาลา่งมพีน㒿ืȀท ꯰ีA2 = 0.1 m2, T2 = 600 K และผนังเตาภายในดา้นขา้งมพีนื㒿Ȁท ꯰ีA3 = 0.2 m2, T3 = 800 K
ถา้ถอืวา่ผวิภายในเตานเ㒿ีปȀ็นปรมิาตรปิด (enclosure) และกําหนดใหว้วิแฟคเตอร ์F12 = 0.2 จงหาคา่ววิ
แฟคเตอร ์F31
1 : 0.2
2 : 0.3
3 : 0.4
4 : 0.5
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 3
ขอ้ท ี꯰310 :
เตาเผารปูทรงกระบอกตงั㒿อȀนั หนงึ꯰ ฝาบนรปูจานกลมมพีนื㒿Ȁท ี꯰A1 เทา่กบั 0.1 m2, T1 = 300 K ในขณะทฝ꯰ีา
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 106/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
ลา่งมพีน㒿ืȀท ี꯰A2 = 0.1 m2, T2 = 600 K และผนังขา้งภายในเตามพีน㒿ืȀท ꯰ีA3 = 0.2 m2, T3 = 800 K ถา้
ถอืวา่ภายในเตานเ㒿ีปȀ็นปรมิาตรปิด (enclosure) และผวิดํา จงหาคา่อตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้นสทุธสิผู่วิ A1
กําหนดใหว้วิแฟคเตอร ์F12 = 0.2
1 : 1.67 kW
2 : 1.74 kW
3 : 1.83 kW
4 : 1.96 kW
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 4
ขอ้ท ꯰ี311 :
วตั ถดุํามอีณุหภมู ิ500 K จงหากําลงั แผอ่อกของรังสคีวามรอ้นทค꯰ีวามยาวคลน꯰ืทใ꯰ีหค้า่สงูสดุ (maximum
monochromatic emissive power)
[คา่คงทข꯰ีอง Wien displacement law เทา่กบั 2,898 µm.K]
1 : 347.05 W/m2.µm
2 : 366.19 W/m2.µm
3 : 380.52 W/m2.µm
4 : 400.56 W/m2.µm
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 4
ขอ้ท ี꯰312 :
วตั ถดุํามอีณุหภมู ิ1,640 K จงหาคา่กําลงั แผอ่อกของรังสคีวามรอ้นของวตั ถ ุ(monochromatic emissive
power, Eb) ทค꯰ีวามยาวคลน꯰ื 2.30 µm
1 : 0.1187 MW/m2.µm
2 : 0.1311 MW/m2.µm
3 : 0.1562 MW/m2.µm
4 : 0.1996 MW/m2.µm
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี313 :
แผน่โลหะมอีณุหภมูผิวิ 205 °C และคา่ emissivity เทา่กบั 0.8 วางไวใ้นบรเิวณปิด (enclosure) ขนาด
ใหญม่อีณุหภมู ิ24 °C ถา้อตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้นสทุธจิากผวิเป็น 378 W จงหาพน㒿ืȀทผ꯰ีวิของแผน่
1 : 0.188 m2
2 : 0.388 m2
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 107/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
3 : 0.588 m2
4 : 0.788 m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ี꯰314 :
แผน่เรยีบมพีน㒿ืȀทผี꯰วิ 2.5 cm2 มอีตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้นท ꯰ี5.5 W และมคีา่สภาพการแผร่ังส ี(emissivity)
เทา่กบั 0.25 จงหาอณุหภมูผิวิของแผน่
1 : 1,016.61 K
2 : 1,116.16 K
3 : 1,126.61 K
4 : 1,216.16 K
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ี꯰315 :
กลอ่งปิดถอืเป็นวตั ถดุําดงั รปู มอีณุหภมูพิน㒿ืȀผวิ 1 (ผวิลา่งของกลอ่ง) เทา่กบั 550 K, พนื㒿Ȁผวิ 2 (ผวิบน)
เทา่กบั 400 K และพน㒿ืȀผวิ 3 (ผวิขา้งทงั㒿 Ȁ4 ดา้น) มอีณุหภมู ิ500 K จงหาการแผร่ังสคีวามรอ้นสทุธริะหวา่ง
ผวิท ꯰ี1 ไปยงั ผวิท ี꯰2
1 : 28.88 kW
2 : 41.21 kW
3 : 52.73 kW
4 : 63.77 kW
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 3
ขอ้ท ี꯰316 :
กลอ่งปรมิาตรปิดถอืเป็นวตั ถดุําดงั รปู มอีณุหภมูทิพ꯰ีน㒿ืȀผวิ 1 (ผวิขา้งดา้นขวาของกลอ่ง) เทา่กบั 500 K, พน㒿ืȀ
ผวิท ꯰ี2 (ผวิกลางทงั㒿 Ȁ4 ดา้น) เทา่กบั 400 K และพน㒿ืȀผวิท ี꯰3 (ผวิขา้งดา้นซา้ย) มอีณุหภมู ิ350 K จงหา
การแผร่ังสคีวามรอ้นสทุธริะหวา่งผวิท ꯰ี1 ไปยงั ผวิท ี꯰3
1 : 38.35 kW 108/130
2 : 47.63 kW
3 : 53.11 kW
4 : 61.29 kW
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0
18/1/2562 สภาวศิวกร
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ี꯰317 :
จงหาอตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้นสทุธจิากผวิท ี꯰1 ไปยงั ผวิท ี꯰2 ของแผน่เรยีบทจี꯰ัดวางดงั รปู โดยมคีา่ view
factor, F12 ≈ 0.1
1 : 7.15 kW
2 : 10.67 kW
3 : 14.32 kW
4 : 17.09 kW
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ี꯰318 :
วตั ถทุรงสเ꯰ีหลยี꯰มมขีนาด 10 cm x 15 cm x 18 cm อนั หนง꯰ึมอีณุหภมูผิวิสมําเสมอ 180 ºC อยใู่นสภาวะ
สง꯰ิแวดลอ้มท ꯰ี25 ºC จงหาคา่การแผร่ังสคีวามรอ้นของวตั ถนุ ี㒿ถȀา้คา่สภาพการแผร่ังส ี(emissivity) มคีา่
0.48
1 : 112.5 W
2 : 126.1 W
3 : 137.5 W
4 : 143.3 W
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ี꯰319 :
วตั ถทุรงกลมมเีสน้ผา่นศนูยก์ลาง 18 cm อณุหภมูผิวิ 310 K โดยมคีา่ emissivity เทา่กบั 0.37 จงหาอตั รา
การแผร่ังสคีวามรอ้นของวตั ถุ
1 : 15.6 W
2 : 17.9 W
3 : 19.7 W
4 : 21.6 W
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ี꯰320 :
วตั ถทุรงกลมพน㒿ืȀทผี꯰วิเทา่กบั 0.07 m2 มอีตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้น 75 W และคา่ emissivity เทา่กบั 0.65
สมมตไิมค่ดิผลการพาความรอ้น จงประมาณคา่อณุหภมูทิผี꯰วิของวตั ถุ
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 109/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
1 : 140 ºC
2 : 230 ºC
3 : 320 ºC
4 : 410 ºC
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 1
ขอ้ท ꯰ี321 :
วตั ถทุรงกระบอกเสน้ผา่นศนูยก์ลาง 50 mm ยาว 200 mm อยใู่นสภาวะสงิ꯰แวดลอ้มท ꯰ี22 ºC มคีา่สภาพ
การแผร่ังส ี(emissivity) ทกุผวิเทา่กบั 0.8 จงหาอณุหภมูผิวิของวตั ถ ุถา้อตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้นของ
วตั ถมุคีา่เทา่กบั 55 W สมมตไิมค่ดิการพาความรอ้น
1 : 130.7 ºC
2 : 157.4 ºC
3 : 186.2 ºC
4 : 198.1 ºC
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี322 :
วตั ถทุรงกระบอกเสน้ผา่นศนูยก์ลาง 35 mm ยาว 80 mm มอีณุหภมูผิวิ 135 ºC วางอยใู่นสภาวะสงิ꯰
แวดลอ้มท ี꯰20 ºC และมอีตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้นออกเทา่กบั 10 W จงหาคา่สภาพ
การแผร่ังส(ีemissivity)ของวตั ถุ
1 : 0.2
2 : 0.4
3 : 0.6
4 : 0.8
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี323 :
วตั ถทุรงกระบอกมคีวามยาว (L) เทา่กบั รัศม ี(r) อณุหภมูผิวิเทา่กบั 128 ºC คา่ emissivity เทา่กบั 0.6
และมอีตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้นออกเทา่กบั 25 W จงหาเสน้ผา่นศนูยก์ลางของวตั ถนุี㒿Ȁ
1 : 4.3 cm
2 : 7.1 cm
3 : 9.5 cm
4 : 12.6 cm
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี324 :
วตั ถทุรงสเี꯰หลย꯰ีมมมีติ ิ12 cm x 18 cm x L cm ชน㒿ิȀหนงึ꯰มอีณุหภมูผิวิ 150 ºC มคีา่การแผร่ังสคีวามรอ้น
จากผวิทงั㒿หȀมดเป็น 140 W ถา้คา่ emissivity ของผวิเทา่กบั 0.55 จงหาคา่ L ของวตั ถนุี㒿Ȁ
1 : 6.5 cm
2 : 9.7 cm
3 : 14.6 cm
4 : 16.1 cm
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 110/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
ขอ้ท ꯰ี325 :
วตั ถทุรงสเ꯰ีหลย꯰ีมมมีติ ิ6 cm x 8 cm x 10 cm ถา้คา่อตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้นจากผวิทงั㒿หȀมดเป็น 55 W
และคา่ emissivity ของผวิมคีา่เทา่กบั 0.66 จงหาคา่อณุหภมูผิวิของวตั ถุ
1 : 105.3 ºC
2 : 122.5 ºC
3 : 159.9 ºC
4 : 171.6 ºC
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 4
ขอ้ท ี꯰326 :
วตั ถทุรงสเ꯰ีหลยี꯰มมมีติ ิ5 cm x 10 cm x 8 cm อนั หนง꯰ึมอีณุหภมูผิวิ120 °C และคา่อตั ราการแผร่ังสคีวาม
รอ้นจากผวิทงั㒿หȀมดเป็น 35 W จงหาคา่ emissivity ของวตั ถุ
1 : 0.45
2 : 0.62
3 : 0.76
4 : 0.88
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ี꯰327 :
จงหาคา่ net heat flux ของวตั ถทุบึตามรปู ถา้คา่ irradiation, G = 4,500 W/m2, คา่ surface
absorption = 3,200 W/m2
[แนะนํา: ใชส้มดลุยค์วามรอ้นทผี꯰วิ]
1 : 976 W/m2
2 : 1,178 W/m2
3 : 1,252 W/m2
4 : 1,371 W/m2
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ี꯰328 :
จงหาอณุหภมูผิวิของวตั ถดุงั รปู ถา้ net heat flux ของวตั ถมุคีา่ 1,300 W/m2, คา่ irradiation, G =
5,000 W/m2 และคา่ surface absorption = 3,600 W/m2
[แนะนํา: ใชส้มดลุยค์วามรอ้นทผี꯰วิ]
1 : 201.5 ºC 111/130
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0
18/1/2562 สภาวศิวกร
2 : 237.4 ºC
3 : 245.4 ºC
4 : 266.3 ºC
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 1
ขอ้ท ꯰ี329 :
จงหาคา่ absorptivity ของผวิอนั หนงึ꯰ซง꯰ึม ีnet heat flux = 2,300 W/m2 และมคีา่ irradiation G =
4,800 W/m2, คา่ surface absorption = 2,800 W/m2
1 : 0.45
2 : 0.58
3 : 0.63
4 : 0.68
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี330 :
จงหาคา่ reflectivity ของผวิวตั ถหุนง꯰ึซง꯰ึมคีา่ heat flux = 1,500 W/m2 และคา่ irradiation = 6,200
W/m2, คา่ surface absorption = 3,400 W/m2 และคา่ surface transmission = 1,900 W/m2
1 : 0.145
2 : 0.193
3 : 0.225
4 : 0.264
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ี꯰331 :
จงหาคา่ irradiation ทต꯰ีกบนผวิหนงึ꯰ซง꯰ึมคีา่ absorptivity = 0.42 และ reflectivity = 0.37 โดยสามารถ
วดั คา่ transmitted flux ไดโ้ดยตรงบนผวิซงึ꯰เทา่กบั 38 W/m2
1 : 152 W/m2
2 : 164 W/m2
3 : 177 W/m2
4 : 181 W/m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ี꯰332 :
วตั ถดุําอณุหภมูทิผี꯰วิ 180 °C จงหาคา่ total emissive power ของวตั ถุ
1 : 1,786 W/m2
2 : 2,049 W/m2
3 : 2,387 W/m2
4 : 2,506 W/m2
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 112/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
ขอ้ท ꯰ี333 :
จงหาอตั รารังสคีวามรอ้นสทุธทิผี꯰วิ 2 ไดร้ับ เมอ꯰ืแลกเปลยี꯰นรังสคีวามรอ้นกบั ผวิ 1 ดงั รปู ถา้ววิแฟคเตอร ์F2
(1,3) = 0.2 และ F23 = 0.16
1 : 2,259 W
2 : 2,397 W
3 : 2,468 W
4 : 2,545 W
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 3
ขอ้ท ี꯰334 :
จงหาคา่ฟลกั ความรอ้นสทุธ ิ(net heat flux) ของวตั ถอุณุหภมูผิวิ 500K, emissivity = 0.8 ตามรปู ถา้คา่
irradiation, G = 5,000 W/m2, คา่ surface absorption = 3,800 W/m2
[แนะนํา: ใชส้มดลุยค์วามรอ้นทผ꯰ีวิ]
1 : 765 W/m2
2 : 865 W/m2
3 : 965 W/m2
4 : 1,065 W/m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี335 :
วตั ถดุํามพีนื㒿Ȁทผ꯰ีวิ 0.05 m2 อณุหภมู ิ180 °C มกีารแผร่ังสคีวามรอ้นกบั วตั ถดุําอกีอนั หนงึ꯰ทมี꯰พีน㒿ืȀทผ꯰ีวิเทา่กนั
และมอีณุหภมู ิ50 °C ใหห้าอตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้นสทุธิ
1 : 88.5 W
2 : 105.3 W
3 : 126.8 W
4 : 141.1 W
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ี꯰336 :
วตั ถ ุA พน㒿ืȀทผ꯰ีวิ 0.55 m2 มกีารแผร่ังสคีวามรอ้นใหก้บั วตั ถ ุB ทมี꯰พีนื㒿Ȁทผ꯰ีวิเทา่กนั มอีณุหภมู ิ65 °C จงหา
อณุหภมูขิองวตั ถ ุA ถา้อตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้นสทุธขิองวตั ถ ุA มคีา่ 1,100 W สมมตุวิา่เป็นวตั ถดุําทงั㒿คȀู่
1 : 133.4 °C
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 113/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
2 : 149.5 °C
3 : 174.3 °C
4 : 195.8 °C
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ี꯰337 :
วตั ถทุรงกลมเสน้ผา่นศนูยก์ลาง 9.6 cm อณุหภมูผิวิ 205 °C อยใู่นสง꯰ิแวดลอ้มท ꯰ี30 °C มอีตั ราการแผร่ังสี
ความรอ้น 48 W จงหาคา่ emissivity ของวตั ถุ
1 : 0.36
2 : 0.49
3 : 0.56
4 : 0.66
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 3
ขอ้ท ี꯰338 :
วตั ถทุรงกลมรัศม ี120 mm อณุหภมูผิวิ 200 °C วางอยใู่นสภาวะแวดลอ้มท ี꯰25 °C จงหาอตั ราการแผร่ังสี
ความรอ้นของวตั ถนุ 㒿ีโȀดยทคี꯰า่ emissivity ของผวิมคีา่ 0.8
1 : 410.8 W
2 : 432.4 W
3 : 458.2 W
4 : 465.5 W
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ꯰ี339 :
สเปกตรัมของการแผร่ังสคีวามรอ้นซง꯰ึถอืเป็นคลนื꯰แมเ่หล็กไฟฟ้า ชว่งทม꯰ีองเห็นไดม้คีา่เทา่กบั ขอ้ใด
1 :
2 :
3 :
4 :
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ี꯰340 :
อณุหภมูขิองเปลวไฟภายในเตาหลอมแหง่หนงึ꯰เป็น 2,400 K จงหากําลงั การแผอ่อกรังสขีองเปลวไฟ ถา้
emissivity = 0.95
1 : 1.235 MW/m2
2 : 1.523 MW/m2
3 : 1.787 MW/m2
4 : 1.925 MW/m2
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 114/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
ขอ้ท ี꯰341 :
จงเรยีงลําดบั ความยาวคลนื꯰ (wave length) จากคา่มากไปหานอ้ย ระหวา่ง คลน꯰ืวทิย,ุ รังสอีนิฟราเรด และ
รังสแีกมมา
1 : คลนื꯰วทิย,ุ รังสอีนิฟราเรด ,รังสแีกมมา
2 : รังสแีกมมา, คลน꯰ืวทิย,ุ รังสอีนิฟราเรด
3 : รังสอีนิฟราเรด, รังสแีกมมา, คลนื꯰วทิยุ
4 : รังสอีนิฟราเรด, คลนื꯰วทิย,ุ รังสแีกมมา
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ี꯰342 :
อณุหภมูขิองเปลวไฟภายในเตาหลอมแหง่หนง꯰ึเป็น 2,300 K สมมตุใิหเ้ปลวไฟเป็นวตั ถดุํา จงหาคา่
ความยาวคลนื꯰ (wave length) ทท꯰ีําใหค้า่กําลงั การแผร่ังสคีลน꯰ืเดย꯰ีวมคีา่สงูสดุ (maximum
monochromatic emissive power)
1 : 0.96 µm
2 : 1.26 µm
3 : 1.53 µm
4 : 1.84 µm
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี343 :
ดวงอาทติยม์อีณุหภมู ิ5,800 K ถอืวา่เป็นวตั ถดุํา จงหากําลงั การแผร่ังส ี(emissive power)
1 : 6.416 x 106 W/m2
2 : 6.416 x 107 W/m2
3 : 6.416 x 108 W/m2
4 : 6.416 x 109 W/m2
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ี꯰344 :
วตั ถรุอ้นมอีณุหภมู ิ2,800 K ถา้สมมตุใิหเ้ป็นวตั ถดุํา จงหากําลงั การแผร่ังสทีงั㒿หȀมด
1 : 3.485 x 106 W/m2
2 : 3.485 x 107W/m2
3 : 3.485 x 108 W/m2
4 : 3.485 x 109 W/m2
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 1
ขอ้ท ี꯰345 :
ทอ่สง่ไอน㒿ําȀไมม่ฉีนวนหมุ้ เดนิแนวทอ่ผา่นหอ้งซง꯰ึอากาศและผนังหอ้งมอีณุหภมูเิดยีวกนั คอื 25 °C ทอ่มี
เสน้ผา่นศนูยก์ลาง 70 mm อณุหภมูผิวิทอ่ 180 °C คา่ emissivity ทผี꯰วิเทา่กบั 0.8 และ สมั ประสทิธิﻂȀ
การพาความรอ้นทผี꯰วิทอ่กบั อากาศเทา่กบั 20 W/m2.K จงหาอตั ราการสญูเสยีความรอ้นทงั㒿หȀมดจากผวิทอ่
ตอ่หน่วยความยาว
1 : 953 W/m
2 : 973 W/m
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 115/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
3 : 1023 W/m
4 : 1053 W/m
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ี꯰346 :
แผน่บางขนาด 0.1 m x 0.1 m วางไวภ้ายในพน㒿ืȀทปี꯰ิด (enclosure) ขนาดใหญซ่งึ꯰มอีณุหภมู ิ300 K ผวิลา่ง
แผน่หมุ้ฉนวนและทผี꯰วิบนควบคมุอณุหภมูคิงทเ꯰ีทา่กบั 500 K โดยอาศยั ฮตีเตอรไ์ฟฟ้า ถา้สภาพการแผร่ังสี
(emissivity) ของแผน่เทา่กบั 0.8 จงคํานวณอตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้นสทุธขิองแผน่
1 : 13.98 W
2 : 24.67 W
3 : 27.52 W
4 : 30.01 W
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี347 :
แผน่บางขนาด 50 cm x 50 cm ผวิลา่งของแผน่หมุ้ฉนวนไวแ้ละมคีวามรอ้นสญูเสยีออกจากผวิบนทอ꯰ีตั รา
400 W สอู่ากาศโดยรอบซงึ꯰มอีณุหภมู ิ290 K ถา้ใหผ้วิแผน่มคีา่สภาพการแผร่ังส ี(emissivity) 0.9 และ
สมั ประสทิธกิﻂȀารพาความรอ้นทผ꯰ีวิแผน่เทา่กบั 15 W/m2.K จงหาอณุหภมูขิองแผน่
1 : 342 K
2 : 362 K
3 : 382 K
4 : 402 K
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ี꯰348 :
พน㒿ืȀผวิขนาด 0.5 m2 มคีา่สภาพการแผร่ังส ี(emissivity) 0.8 และอณุหภมู ิ200 °C วางไวภ้ายในบรเิวณพน㒿ืȀ
ผวิปิดขนาดใหญ ่(enclosure) ซง꯰ึมอีณุหภมู ิ30 °C จงหาอตั ราการแผร่ังสคีวามรอ้นทอี꯰อกจากผวิ
1 : 1,046 W
2 : 1,135 W
3 : 1,195 W
4 : 1,214 W
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี349 :
ผนังเตาหนา 0.05 m มคีา่การนําความรอ้น (k) 1.2 W/m.K ทผี꯰วิดา้นนอกของผนังเตาอณุหภมู ิ500K มี
สภาพการแผร่ังส ี(emissivity) = 0.8 มกีารถา่ยเทความรอ้นในรปูของการแผร่ังสคีวามรอ้นสบู่รรยากาศ
และในรปูการพาความรอ้น กําหนดใหบ้รรยากาศมอีณุหภมู ิ300 K และสมั ประสทิธกิﻂȀารพาความรอ้น 25
W/m2.K จงหาอณุหภมูผิวิดา้นในของผนังเตา
1 : 742 K
2 : 811 K
3 : 852 K
4 : 804 K
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 116/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
ขอ้ท ꯰ี350 :
คา่ spectral distribution ของการแผร่ังสขีองผวิหนง꯰ึมกีารกระจายรังสดีงั รปู จงหาคา่กําลงั ปลอ่ยออก
ทงั 㒿หȀ มดของผวิน ี㒿(Ȁtotal emissive power, E)
1 : 1,500 W/m2
2 : 2,000 W/m2
3 : 2,500 W/m2
4 : 3,000 W/m2
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ี꯰351 :
ทรงกลมอลมูเินยีมมเีสน้ผา่นศนูยก์ลาง D = 2 m ดงั รปู โดยการทําเป็นสญูญากาศภายในและใชเ้ป็นหอ้ง
ทดสอบการแผร่ังส ีถา้ผวิภายในเคลอืบดว้ยผงถา่นดําท ꯰ี327 °C จงหาคา่ irradiation (G) บนผวิทดสอบ
เล็กๆ (A1) ทวี꯰างในหอ้งทดสอบน㒿ีȀ
1 : 7,348.3 W/m2
2 : 7,438.3 W/m2
3 : 7,514.9 W/m2
4 : 7,648.3 W/m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ี꯰352 :
ถา้พลงั งานรังสคีวามรอ้นตกกระทบบนวตั ถ ุคอื G = 2,200 W/m2 มปีรมิาณรังสทีสี꯰ะทอ้นกลบั 450 W/m2
และมกีารดดูกลนืรังส ี900 W/m2 จงหาคา่การผา่นทะล ุ(transmissivity) ของวตั ถุ
1 : 0.38
2 : 0.44
3 : 0.48
4 : 0.52
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ꯰ี353 : 117/130
ผวิอนั หนง꯰ึมคีา่ spectral irradiation ดงั รปู จงหาคา่ total irradiation (G) ของผวินี㒿Ȁ
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0
18/1/2562 สภาวศิวกร
1 : 10,000 W/m2
2 : 15,000 W/m2
3 : 20,000 W/m2
4 : 25,000 W/m2
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี354 :
ขอ้ใดคอืคณุสมบตั ขิองวตั ถดุํา (blackbody)
1 : ดดูรังสตีกกระทบทงั 㒿หȀ มดไว ้ไมม่กีารสะทอ้นกลบั
2 : แผร่ังสไีดม้ากกวา่วตั ถอุน꯰ืๆ ทกุชนดิทอี꯰ณุหภมูแิละความยาวคลน꯰ืเดยีวกนั
3 : แผร่ังสอีอกโดยไมข่น㒿ึȀกบั ทศิทาง
4 : ถกูทกุขอ้
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ꯰ี355 :
พน㒿ืȀผวิ A1 มเีสน้ผา่นศนูยก์ลาง d และวางในพนื㒿Ȁผวิปิดรปูครงึ꯰ทรงกลม A3 ดงั รปู ถา้ d = 0.1D จงหาคา่ววิ
แฟคเตอร ์F13
1 : 0.1
2 : 0.4
3 : 0.7
4 : 1.0
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 4
ขอ้ท ꯰ี356 :
พนื㒿Ȁผวิของทรงกลมรว่มศนูยก์ลาง (concentric sphere) แสดงดงั รปู โดยกําหนดให ้R1 = (2/3)R2 จงหา
คา่ววิแฟคเตอร ์F21
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 118/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
1 : 0.333
2 : 0.444
3 : 0.545
4 : 1.000
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
ขอ้ท ี꯰357 :
ผวิอนั หนง꯰ึมอีณุหภมู ิ500 K และคา่ spectral emissive power ดงั รปู จงหาคา่ emissivity ของผวิน㒿ีȀ
1 : 0.46
2 : 0.56
3 : 0.66
4 : 0.76
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี358 :
พจิารณาการแผร่ังสขีองพนื㒿Ȁผวิปิด A1, A2 และ A3 ดงั รปู ซงึ꯰เป็นวตั ถดุํา ให ้A1 เป็นพนื㒿Ȁผวิเล็กมคีา่เทา่กบั
0.05 m2 อณุหภมู ิ1,200 K จงหาคา่อตั ราการแผร่ังสสีทุธขิองผวิ A1 กบั A3 ซงึ꯰มอีณุหภมู ิ800 K ถา้
กําหนดให ้F13 = 0.877
1 : 4.14 kW 119/130
2 : 4.42 kW
3 : 4.68 kW
4 : 4.85 kW
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 1
ขอ้ท ꯰ี359 :
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0
18/1/2562 สภาวศิวกร
เตาเผาทรงกระบอกตงั㒿มȀผีวิภายในกําหนดดงั รปูคอื A1 และ A2 คอืผวิลา่งและผวิบน สว่น A3 คอืผวิขา้ง ถา้
ให ้H = D/2 และคา่ววิแฟคเตอร ์F12 = 0.38 จงหาคา่ววิแฟคเตอร ์F31
1 : 0.31
2 : 0.38
3 : 0.62
4 : 1.00
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 1
ขอ้ท ꯰ี360 :
วตั ถทุรงกลมมอีณุหภมูผิวิ 125 °C อตั ราการถา่ยเทความรอ้นโดยการแผร่ังสทีผ꯰ีวิมคีา่ 65 W คา่สภาพ
การแผร่ังส ี(emissivity) ของผวิมคีา่ 0.66 จงหาขนาดเสน้ผา่นศนูยก์ลางของวตั ถนุี㒿Ȁ
1 : 9.58 cm
2 : 12.25 cm
3 : 14.84 cm
4 : 15.07 cm
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
เนอ㒿ืȀหาวชิา : 407 : 6.Application หรอื Practical Used
ขอ้ท ꯰ี361 :
นํ㒿าȀถกูใชเ้ป็นของไหลทํางานทงั㒿คȀใู่นเครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบทอ่ซอ้นกนั (double pipe heat
exchanger) โดยนํ㒿าȀรอ้นไหลเขา้ท ี꯰90 °C และ 10,000 kg/hr ในขณะนํ㒿าȀเย็นไหลเขา้ท ี꯰10 °C และ
20,000 kg/hr ถา้คา่ effectiveness ของเครอ꯰ืงนเี㒿ปȀ็น 60% จงหาอตั ราความรอ้นทน꯰ี㒿ําȀเย็นไดร้ับ ถา้สมมตวิา่
คา่ความรอ้นจําเพาะ (Cp) ของนํ㒿าȀคงทแี꯰ละเทา่กบั 4.18 kJ/kg.K
1 : 518.4 kW
2 : 534.5 kW
3 : 557.3 kW
4 : 572.4 kW
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี362 :
เครอื꯰งแลกเปลยี꯰นความรอ้นอนั หนงึ꯰ใชน้ํ㒿าȀมนั เครอ꯰ืงรอ้นเพอื꯰การอนุ่น㒿ําȀ นํ㒿าȀมนั เครอื꯰งไหลเขา้ท ꯰ี140 °C และ
ออกท ꯰ี62 °C สว่นน㒿ําȀไหลเขา้ท ี꯰30 °C และออกท ꯰ี70 °C โดยของไหลทงั㒿คȀมู่อีตั ราการไหลเทา่กนั อยาก
ทราบวา่เครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหนสามารถทํางานไดภ้ายใตเ้งอื꯰นไขน㒿ีȀ
1 : แบบไหลสวนทางกนั (counterflow)
2 : แบบไหลตามกนั (parallel flow)
3 : ไดท้งั㒿แȀบบไหลสวนทางกนั และแบบไหลตามกนั
4 : ไมส่ามารถเป็นไปไดท้งั㒿แȀบบไหลสวนทางกนั และแบบไหลตามกนั
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 120/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ꯰ี363 :
เครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบทอ่ซอ้นกนั ใชเ้พอื꯰หลอ่เย็นนํ㒿าȀมนั เครอ꯰ืงจากอณุหภมู ิ160 °C ใหเ้หลอื 60
°C โดยใชน้㒿ําȀเย็นทอ꯰ีณุหภมู ิ25 °C เป็นตวั หลอ่เย็นอตั ราการไหลของของไหลทงั㒿คȀเู่ป็น 2 kg/s เทา่กนั จง
หาอณุหภมูทิท꯰ีางออกของนํ㒿าȀเย็น
กําหนดใหค้า่ความรอ้นจําเพาะของนํ㒿าȀมนั และนํ㒿าȀเทา่กบั 2,263 J/kg.K และ 4,180 J/kg.K ตามลําดบั
1 : 74.19 °C
2 : 79.14 °C
3 : 84.19 °C
4 : 89.14 °C
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี364 :
เครอื꯰งแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบทอ่ซอ้นชนดิไหลสวนทางกนั ใชเ้พอ꯰ืใหค้วามรอ้นแกน่ํ㒿าȀท ี꯰0.8 kg/s จาก
อณุหภมูเิขา้ Tc,i = 30 °C เป็น Tc,o = 80 °C โดยใชน้ํ㒿าȀมนั รอ้นไหลเขา้ท ꯰ีTh,i = 120 °C และไหลออกที꯰
Th,o = 85 °C โดยเครอื꯰งนม㒿ีȀคีา่สมั ประสทิธกิﻂȀารถา่ยเทความรอ้นรวม (U) = 125 W/m2.K จงหาพน㒿ืȀทกี꯰าร
ถา่ยเทความรอ้นของเครอื꯰ง
กําหนดใหค้า่ความรอ้นจําเพาะของน㒿ําȀเทา่กบั 4,180 J/kg.K
1 : 21.6 m2
2 : 24.3 m2
3 : 28.4 m2
4 : 31.6 m2
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี365 :
เครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลสวนทางกนั ของของไหล 2 ชนดิ ซงึ꯰ของไหลรอ้นมอีณุหภมูเิขา้และ
ออกเป็น 65 และ 40 °C สว่นของไหลเย็นมอีณุหภมูเิขา้และออกเป็น 15 และ 30 °C จงหาคา่
effectiveness ของเครอื꯰งน ี㒿ถȀา้ของไหลเย็นมคีา่ความจนุอ้ยทส꯰ีดุ
1 : 0.25
2 : 0.3
3 : 0.35
4 : 0.4
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี366 :
ในเครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลตามกนั (parallelflow, pf) และแบบไหลสวนทางกนั
(counterflow, cf) ถา้ใหอ้ณุหภมูทิางเขา้และทางออกของเครอ꯰ืงแลกเปลย꯰ีนทงั㒿คȀมู่คีา่เหมอืนกนั คา่การ
ถา่ยเทความรอ้น (Q) เหมอืนกนั และคา่สมั ประสทิธกิﻂȀารถา่ยเทความรอ้นรวม (U) เหมอืนกนั ขอ้ใดกลา่วถกู
ตอ้งเกย꯰ีวกบั พนื㒿Ȁทถี꯰า่ยเทความรอ้น (A) ของเครอ꯰ืงทงั㒿สȀองแบบ
1 : A,cf > A,pf
2 : A,cf < A,pf
3 : A,cf = A,pf
4 : ไมม่คีําตอบใดถกู
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 121/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี367 :
เครอื꯰งแลกเปลยี꯰นความรอ้นอนั หนงึ꯰ใชน้ํ㒿าȀมนั เครอ꯰ืงรอ้นเพอื꯰การอนุ่น㒿ําȀซงึ꯰น㒿ําȀมนั เครอื꯰งไหลเขา้ท ี꯰110 ºC และ
ออกท ꯰ี60 ºC น㒿ําȀไหลเขา้ท ี꯰40 ºC และออกท ꯰ี70 ºC จงหาอตั ราการไหลของนํ㒿าȀมนั เครอื꯰งถา้นํ㒿าȀมอีตั ราการ
ไหลเทา่กบั 4 kg/s กําหนดใหค้า่ความรอ้นจําเพาะของน㒿ําȀมนั และนํ㒿าȀเทา่กบั 2,263 J/kg.K และ 4,180
J/kg.K ตามลําดบั
1 : 4.03 kg/s
2 : 4.23 kg/s
3 : 4.43 kg/s
4 : 4.63 kg/s
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี368 :
น㒿ําȀถกูใชเ้ป็นของไหลทํางานทงั㒿คȀใู่นเครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลตดั กนั (crossflow heat
exchanger) โดยนํ㒿าȀรอ้นไหลเขา้ท ี꯰90 °C และ 10,000 kg/hr ในขณะนํ㒿าȀเย็นไหลเขา้ท ี꯰10 °C และ
20,000 kg/hr ถา้คา่ effectiveness ของเครอื꯰งนเ㒿ีปȀ็น 60% จงหาอณุหภมูทิางออกของนํ㒿าȀเย็น ถา้สมมตวิา่
คา่ความรอ้นจําเพาะ (Cp) ของน㒿ําȀคงทแี꯰ละเทา่กบั 4.18 kJ/kg.K
1 : 33.8 °C
2 : 34.1 °C
3 : 36.5 °C
4 : 37.4 °C
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี369 :
ในการแลกเปลย꯰ีนความรอ้นของหน่วยปรับคนืความรอ้น (gastogas heat recovery unit) อากาศมี
อณุหภมูไิหลเขา้และออกท ี꯰30 °C และ 260 °C ตามลําดบั โดยแกส๊ไอเสยีรอ้นมอีณุหภมูไิหลเขา้และออก
ท ꯰ี400 °C และ 150 °C ตามลําดบั คา่ความแตกตา่งของอณุหภมูเิฉลย꯰ีเชงิล็อค(LMTD)ทเี꯰หมาะสมผา่น
เครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นน ี㒿มȀคีา่ประมาณเทา่ไร
1 : 150 °C
2 : 140 °C
3 : 130 °C
4 : 120 °C
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี370 :
น㒿ําȀเย็นไหลเขา้เครอื꯰งแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบทอ่ซอ้นไหลสวนทางกนั ท ꯰ี10 °C และ 8 kg/s โดยทมี꯰นีํ㒿าȀ
รอ้นไหลเขา้เครอ꯰ืงนที㒿Ȁ ี꯰70 °C และ 2 kg/s ถา้สมมตวิา่คา่ความรอ้นจําเพาะ (Cp) ของน㒿ําȀคงทแ꯰ีละเทา่กบั
4.18 kJ/kg.K จงหาอตั ราการถา่ยเทความรอ้นสงูสดุทจ꯰ีะทําได ้
1 : 491.6 kW
2 : 501.6 kW
3 : 511.6 kW
4 : 522.6 kW
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 122/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
ขอ้ท ี꯰371 :
ถา้ใหข้องไหล 3 ชนดิ คอื อากาศ ปรอทและนํ㒿าȀมนั เครอ꯰ืง ซงึ꯰มคีา่พลานทน์ัมเบอร ์(Pr) = 0.7, 0.025 และ
1,500 ตามลําดบั แตล่ะอยา่งใหไ้หลผา่นแผน่ผวิเรยีบรอ้น (hot flat plate) อยากทราบวา่ของไหลชนดิ
ไหนจะใหค้า่ความหนาของชนั㒿Ȁชดิผวิของความเร็ว (velocity boundary layer thickness) โตกวา่ความหนา
ของชนั㒿Ȁชดิผวิของความรอ้น (thermal boundary layer thickness)
1 : อากาศ
2 : ปรอท
3 : นํ㒿าȀมนั เครอ꯰ืง
4 : เทา่กนั ทงั㒿สȀามของไหล
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ี꯰372 :
ในการไหลผา่นแผน่เรยีบ ความสมั พันธร์ะหวา่งความหนาของชนั㒿Ȁชดิผวิของความเร็ว (velocity boundary
layer thickness) และ ความหนาของชนั㒿Ȁชดิผวิของความรอ้น (thermal boundary layer thickness) ขนึ㒿Ȁ
อยกู่บั คา่ของตวั แปรใด
1 : เรยโ์นลดน์ัมเบอร ์(Re)
2 : นัสเซลิทน์ัมเบอร ์(Nu)
3 : สมั ประสทิธคิﻂȀวามเสยีดทาน (Cf)
4 : พลานทน์ัมเบอร ์(Pr)
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ꯰ี373 :
เครอื꯰งแลกเปลย꯰ีนความรอ้นแบบทอ่ซอ้นไหลสวนทางกนั (counter flow) มอีณุหภมูขิองไหลรอ้นทที꯰าง
เขา้และออกเทา่กบั 65 และ 40 °C ตามลําดบั และอณุหภมูขิองไหลเย็นทท꯰ีางเขา้ 15 และทางออก 30
°C จงหาคา่ Effectiveness ของเครอื꯰งแลกเปลยี꯰นความรอ้นน ี㒿ถȀา้ของไหลเย็นมคีา่อตั ราความจคุวามรอ้น
(heat capacity) นอ้ยทส꯰ีดุ
1 : 0.3
2 : 0.4
3 : 0.5
4 : 0.6
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 1
ขอ้ท ꯰ี374 :
เครอ꯰ืงแลกเปลย꯰ีนความรอ้นทอ่ซอ้นแบบไหลสวนทางกนั (counter flow) มนีํ㒿าȀรอ้นไหลเขา้ท ꯰ี2.5 kg/s
และอณุหภมู ิ100 °C สว่นนํ㒿าȀเย็นไหลเขา้ท ꯰ี5.0 kg/s และอณุหภมู ิ20 °C มคีา่ประสทิธผิล
(effectiveness) = 0.8 อตั ราการถา่ยเทความรอ้นทงั㒿หȀมดเทา่กบั 670 kW จงหาอณุหภมูทิางออกของน㒿ําȀ
รอ้นและนํ㒿าȀเย็น โดยทค꯰ีา่ความรอ้นจําเพาะ (Cp) ของนํ㒿าȀเย็น = 4,178 J/kg.K และ นํ㒿าȀรอ้น = 4,188
J/kg.K
1 : Tc,o = 42 °C, Th,o = 36 °C
2 : Tc,o = 52 °C, Th,o = 36 °C
3 : Tc,o = 42 °C, Th,o = 23 °C
4 : Tc,o = 52 °C, Th,o = 23 °C
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 123/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
ขอ้ท ꯰ี375 :
เครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลตดั กนั (crossflow) น㒿ําȀรอ้นไหลเขา้ทอี꯰ณุหภมู ิ90 °C อตั ราการไหล
10,000 kg/h ในขณะทนี꯰㒿ําȀเย็นไหลเขา้ทอ꯰ีณุหภมู ิ10 °C อตั ราการไหล 20,000 kg/h ถา้คา่ effectiveness
ของเครอ꯰ืงเป็น 60% จงหาอณุหภมูทิางออกน㒿ําȀรอ้น โดยทคี꯰า่ความรอ้นจําเพาะของ น㒿ําȀเย็น, Cp,c = 4,179
J/kg.K และ นํ㒿าȀรอ้น, Cp,h = 4,195 J/kg.K
1 : 30 °C
2 : 42 °C
3 : 49 °C
4 : 51 °C
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
ขอ้ท ี꯰376 :
เครอ꯰ืงแลกเปลย꯰ีนความรอ้นไหลตดั กนั (crossflow) มพีนื㒿Ȁทผ꯰ีวิ 10 m2 โดยใชแ้กส๊ไอเสยีซง꯰ึไหลเขา้ท ี꯰2
kg/s และ 325 °C แลกเปลยี꯰นความรอ้นกบั นํ㒿าȀเย็นท ꯰ี0.5 kg/s อณุหภมูทิางเขา้และออกเทา่กบั 25 และ
150 °C ตามลําดบั จงหาคา่สมั ประสทิธกิﻂȀารถา่ยเทความรอ้นรวม (U) ถา้คา่ตวั ประกอบแกไ้ข (LMTD) F =
0.94 โดยทคี꯰า่ Cp ของน㒿ําȀและอากาศ เทา่กบั 4,203 J/kg.K และ 1,040 J/kg.K ตามลําดบั
1 : 145.89 W/m2.K
2 : 150.36 W/m2.K
3 : 155.45 W/m2.K
4 : 160.28 W/m2.K
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ี꯰377 :
เครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นถกูออกแบบเพอื꯰หลอ่เย็นสารละลายเอททลิแอลกอฮอล ์(ethyl alcohol
solution) ซงึ꯰เอททลิแอลกอฮอล ์ไหลเขา้ท ี꯰8.7 kg/s มอีณุหภมูเิขา้และออกเป็น 75 และ 45 °C ตาม
ลําดบั โดยใชน้㒿ําȀเป็นสารหลอ่เย็นไหลเขา้ท ꯰ี9.6 kg/s และ 20 °C จงหาอณุหภมูทิางออกของน㒿ําȀ
กําหนดให ้Cp,h = 3,840 J/kg.°C, Cp,c = 4,180 J/kg.°C
1 : 43 °C
2 : 45 °C
3 : 47 °C
4 : 49 °C
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี378 :
เครอ꯰ืงแลกเปลย꯰ีนความรอ้นโดยของไหลรอ้น ไหลเขา้ท ꯰ี10.0 kg/s มอีณุหภมูเิขา้และออก เป็น 70 และ
40 °C ตามลําดบั โดยใชน้㒿ําȀเป็นสารหลอ่เย็นไหลเขา้ท ี꯰10.5 kg/s และ 20 °C จงหาอตั ราการถา่ยเทความ
รอ้นทใี꯰หแ้กน่ํ㒿าȀเย็น
กําหนดให ้Cp,h = 3,840 J/kg.°C, Cp,c = 4,180 J/kg.°C
1 : 1,002 kW
2 : 1,052 kW
3 : 1,152 kW
4 : 1,252 kW
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 124/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
ขอ้ท ี꯰379 :
เครอื꯰งแลกเปลย꯰ีนความรอ้นแบบทอ่ซอ้นชนดิไหลสวนทางกนั ใชเ้พอ꯰ืถา่ยเทความรอ้นจากน㒿ําȀรอ้นใหแ้กน่㒿ําȀ
เย็น โดยนํ㒿าȀรอ้นมอีณุหภมูเิขา้และออกเทา่กบั 260 °C และ 140 °C ตามลําดบั และน㒿ําȀเย็นมอีณุหภมูเิขา้
และออกเทา่กบั 70 °C และ 125 °C จงหาความแตกตา่งของอณุหภมูเิชงิล็อค (Logarithmic mean
temperature difference, LMTD)
1 : 84 °C
2 : 89 °C
3 : 94 °C
4 : 99 °C
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ี꯰380 :
เครอ꯰ืงแลกเปลย꯰ีนความรอ้นแบบทอ่ซอ้นชนดิไหลตามกนั ใชเ้พอ꯰ืถา่ยเทความรอ้นจากนํ㒿าȀรอ้นใหแ้กน่㒿ําȀเย็น
โดยนํ㒿าȀรอ้นมอีณุหภมูเิขา้และออกเทา่กบั 260 °C และ 140 °C ตามลําดบั และน㒿ําȀเย็นมอีณุหภมูเิขา้และ
ออกเทา่กบั 70 °C และ 125 °C จงหาความแตกตา่งของอณุหภมูเิชงิล็อค (Logarithmic mean
temperature difference, LMTD)
1 : 64.5 °C
2 : 68.9 °C
3 : 72.3 °C
4 : 76.7 °C
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ี꯰381 :
กา๊ซไอเสยีรอ้นไหลเขา้ทอ่มคีรบีของเครอื꯰งแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลตดั กนั (crossflow) ท ꯰ี300 °C
และออกท ꯰ี100 °C เพอื꯰ใชใ้หค้วามรอ้นแกน่㒿ําȀอดั ตวั ท ꯰ี1 kg/s จาก 35 °C เป็น 125 °C จงหาอตั ราการ
ถา่ยเทความรอ้นสงูสดุ (maximum heat transfer rate)
กําหนดใหค้า่ความรอ้นจําเพาะของกา๊ซไอเสยีและน㒿ําȀเทา่กบั 1,000 J/kg.°C และ 4,197 J/kg.°C ตาม
ลําดบั
1 : 0.33 MW
2 : 0.48 MW
3 : 0.50 MW
4 : 0.63 MW
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี382 :
กา๊ซไอเสยีรอ้นไหลเขา้ทอ่มคีรบีของเครอื꯰งแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลตดั กนั (crossflow) ท ี꯰300 °C
และออกท ี꯰100 °C เพอื꯰ใชใ้หค้วามรอ้นแกน่㒿ําȀอดั ตวั ท ꯰ี1 kg/s จาก 35 °C เป็น 125 °C คา่ U ถอืตามพน㒿ืȀที꯰
ผวิดา้นกา๊ซเป็น 100 W/m2.°C และ NTU = 2.1 จงหาพนื㒿Ȁทผี꯰วิถา่ยเทความรอ้นดา้นกา๊ซ(Ah)
กําหนดใหค้า่ความรอ้นจําเพาะของกา๊ซไอเสยีและน㒿ําȀเทา่กบั 1000 J/kg.°C และ 4197 J/kg.°C ตามลําดบั
1 : 33.8 m2
2 : 35.9 m2
3 : 39.7 m2
4 : 41.4 m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 3
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 125/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
ขอ้ท ี꯰383 :
เครอ꯰ืงแลกเปลย꯰ีนความรอ้นแบบไหลตดั กนั โดยมคีา่ U และพน㒿ืȀทตี꯰ามดา้นกา๊ซเป็น 100 W/m2.°C และ 40
m2 ตามลําดบั โดยมนีํ㒿าȀเย็นไหลเขา้ท ꯰ี1 kg/s และ 35 °C แลกเปลย꯰ีนกบั กา๊ซรอ้นซงึ꯰ไหลเขา้ท ี꯰1.5 kg/s
และ 250 °C จงหาคา่ NTU
กําหนดใหค้า่ความรอ้นจําเพาะของกา๊ซรอ้นและนํ㒿าȀเทา่กบั 1,000 J/kg.°C และ 4,197 J/kg.°C ตามลําดบั
(NTU = UA/Cmin)
1 : 1.52
2 : 2.67
3 : 3.42
4 : 4.35
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ี꯰384 :
กา๊ซไอเสยีรอ้นไหลเขา้ทอ่ของเครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลตดั กนั (crossflow) ท ꯰ี1.5 kg/s และ
250 °C เพอ꯰ืใชใ้หค้วามรอ้นแกน่ํ㒿าȀอดั ตวั ทอ꯰ีตั ราการไหล 1 kg/s และ 35 °C จงหาอตั ราการถา่ยเทความ
รอ้นของเครอ꯰ืงน ี㒿โȀดยทคี꯰า่ effectiveness = 0.82 และกําหนดใหค้า่ความรอ้นจําเพาะของกา๊ซรอ้นและนํ㒿าȀ
เทา่กบั 1,000 J/kg.°C และ 4,197 J/kg.°C ตามลําดบั
1 : 0.185 MW
2 : 0.225 MW
3 : 0.265 MW
4 : 0.295 MW
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี385 :
น㒿ําȀมนั รอ้น (hot oil) ท ꯰ี100 °C ใชท้ําใหอ้ากาศรอ้นในเครอ꯰ืงแลกเปลย꯰ีนความรอ้น shellandtube และ
อากาศไหลใน shell ท ꯰ี2.0 kg/s คา่ความรอ้นจําเพาะของอากาศเป็น 1,009 J/kg.°C ถกูทําใหร้อ้นจาก 20
เป็น 80 °C คา่ความรอ้นจําเพาะของนํ㒿าȀมนั เป็น 2,100 J/kg.°C และอตั ราการไหลของน㒿ําȀมนั เป็น 3 kg/s
จงหา Effectiveness
1 : 0.67
2 : 0.70
3 : 0.72
4 : 0.75
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 4
ขอ้ท ꯰ี386 :
น㒿ําȀมนั รอ้น (hot oil) ใชท้ําใหอ้ากาศรอ้นในเครอื꯰งแลกเปลยี꯰นความรอ้น shellandtube โดยนํ㒿าȀมนั ไหลใน
ทอ่ 6 กลบั ไหลเขา้ท ี꯰100 °C และออกท ี꯰80 °C อากาศไหลเขา้ใน shell เทย꯰ีวเดยีวท ี꯰2.0 kg/s และ
20 °C ถกูทําใหร้อ้นเป็น 80 °C จงหาอตั ราการไหลของนํ㒿าȀมนั
กําหนดใหค้า่ความรอ้นจําเพาะของอากาศและนํ㒿าȀมนั เทา่กบั 1,009 J/kg.°C และ 2,018 J/kg.°C ตาม
ลําดบั
1 : 2.25 kg/s
2 : 2.5 kg/s
3 : 2.75 kg/s
4 : 3.0 kg/s
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4 126/130
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0
18/1/2562 สภาวศิวกร
ขอ้ท ี꯰387 :
เครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลตดั กนั (crossflow) ถกูออกแบบเพอ꯰ืทําการหลอ่เย็นน㒿ําȀรอ้น [Cp =
4,180 J/kg.°C] ซง꯰ึไหลเขา้ท ꯰ี0.25 kg/s และ 90 °C โดยใชอ้ากาศเป็นตวั หลอ่เย็น [Cp = 1,005 J/kg.
°C] อากาศไหลเขา้ท ꯰ี15 °C และ 2.0 kg/s โดยทค꯰ีา่สมั ประสทิธกิﻂȀารถา่ยเทความรอ้นรวม (overall heat
transfer coefficient) = 250 W/m2.°C จงหาพน㒿ืȀทถ꯰ีา่ยเทความรอ้น โดยใหค้า่ NTU = 2.0
1 : 6.54 m2
2 : 8.36 m2
3 : 10.37 m2
4 : 12.25 m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
ขอ้ท ี꯰388 :
เครอ꯰ืงแลกเปลย꯰ีนความรอ้นแบบไหลตดั กนั (crossflow) ถกูออกแบบใหห้ลอ่เย็นน㒿ําȀรอ้น [Cp = 4,180
J/kg.°C] ซง꯰ึไหลเขา้ท ꯰ี0.25 kg/s และ 90 °C โดยใชอ้ากาศเป็นตวั หลอ่เย็น [Cp = 1,005 J/kg.°C] ซงึ꯰
ไหลเขา้ท ꯰ี15 °C และ 2.0 kg/s จงคํานวณหาอณุหภมูนิ㒿ําȀทที꯰างออก ถา้คา่ effectiveness = 0.72
1 : 36 °C
2 : 38 °C
3 : 40 °C
4 : 42 °C
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ꯰ี389 :
เครอื꯰งแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลตดั กนั (crossflow) ถกูออกแบบใหห้ลอ่เย็นน㒿ําȀรอ้น [Cp = 4,180
J/kg.°C] ซงึ꯰ไหลเขา้ท ꯰ี0.25 kg/s และ 90 °C โดยใชอ้ากาศเป็นตวั หลอ่เย็น [Cp = 1,005 J/kg.°C] ซง꯰ึ
ไหลเขา้ท ี꯰15 °C และ 2.0 kg/s จงคํานวณหาอณุหภมูอิากาศทท꯰ีางออก ถา้คา่ effectiveness = 0.72
1 : 34.6 °C
2 : 37.5 °C
3 : 40.2 °C
4 : 43.1 °C
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ี꯰390 :
เครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลสวนทางกนั (counterflow) ถกูออกแบบใหห้ลอ่เย็นนํ㒿าȀมนั [Cp =
2,000 J/kg.K] ซง꯰ึไหลเขา้ท ี꯰2 kg/s และ 100 °C โดยใชน้㒿ําȀเป็นตวั หลอ่เย็น [Cp = 4,170 J/kg.K] ซง꯰ึ
ไหลเขา้ท ꯰ี20 °C และ 0.48 kg/s จงคํานวณหาอณุหภมูนิ㒿ําȀทท꯰ีางออก ถา้คา่ effectiveness = 0.82
1 : 81.3 °C
2 : 83.5 °C
3 : 85.6 °C
4 : 87.5 °C
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 3
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 127/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
ขอ้ท ꯰ี391 :
เครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลสวนทางกนั (counterflow) ถกูออกแบบใหห้ลอ่เย็นน㒿ําȀมนั [Cp =
2,000 J/kg.K] ซง꯰ึไหลเขา้ท ꯰ี2 kg/s และ 100 °C โดยใชน้㒿ําȀเป็นตวั หลอ่เย็น [Cp = 4,170 J/kg.K] ซง꯰ึ
ไหลเขา้ท ี꯰20 °C และ 0.48 kg/s สมั ประสทิธกิﻂȀารถา่ยเทความรอ้นรวม (overall heat transfer
coefficient) U = 400 W/m2.°C จงคํานวณหาพน㒿ืȀทผ꯰ีวิทม꯰ีกีารถา่ยเทความรอ้น โดยทค꯰ีา่ NTU = 2.5
1 : 10.23 m2
2 : 12.51 m2
3 : 14.36 m2
4 : 16.56 m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี392 :
เครอื꯰งแลกเปลยี꯰นความรอ้น shellandtube ไดอ้อกแบบเพอ꯰ืใหค้วามรอ้นแกน่㒿ําȀซงึ꯰ไหลเขา้ทอ่ท ꯰ี1 kg/s
และ 19 °C โดยการผา่นน㒿ําȀมนั เครอ꯰ืงรอ้นทอ꯰ีณุหภมู ิ90 °C ใน shell ของเครอื꯰ง ถา้คา่ effectiveness =
0.7 จงหาอณุหภมูนิ㒿ําȀมนั ทอี꯰อกจากเครอื꯰ง
กําหนดใหค้า่ความรอ้นจําเพาะของน㒿ําȀมนั และน㒿ําȀเทา่กบั 2,100 J/kg.C และ 4,180 J/kg.°C ตามลําดบั
1 : 34.5 °C
2 : 36.8 °C
3 : 38.6 °C
4 : 40.3 °C
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 4
ขอ้ท ꯰ี393 :
เครอื꯰งแลกเปลยี꯰นความรอ้น shellandtube ไดอ้อกแบบเพอ꯰ืใหค้วามรอ้นแกน่ํ㒿าȀซง꯰ึไหลเขา้ทอ่ท ี꯰1 kg/s
และ 19 °C โดยการผา่นน㒿ําȀมนั เครอื꯰งรอ้นทอ꯰ีณุหภมู ิ90 °C ใน shell โดยพน㒿ืȀทผี꯰วิการถา่ยเทความรอ้น(A)
= 25.2 m2 และสมั ประสทิธกิﻂȀารถา่ยเทความรอ้นรวม (overall heat transfer coefficient) U = 250
W/m2.°C จงหาคา่ NTU
กําหนดใหค้า่ความรอ้นจําเพาะของน㒿ําȀมนั และนํ㒿าȀเทา่กบั 2,100 J/kg.°C และ 4,180 J/kg.°C ตามลําดบั
1 : 1.8
2 : 2
3 : 2.2
4 : 2.4
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
ขอ้ท ี꯰394 :
เครอ꯰ืงแลกเปลย꯰ีนความรอ้นแบบไหลตดั กนั ถกูออกแบบใหห้ลอ่เย็นนํ㒿าȀมนั เครอ꯰ืงรอ้น [Cp,h = 2,300 J/kg.
°C] ซง꯰ึไหลเขา้ท ꯰ี3.5 kg/s และ 85 °C และใชน้㒿ําȀเป็นตวั หลอ่เย็น [Cp,c = 4,180 J/kg.°C] ไหลเขา้ท ꯰ี4.9
kg/s และ 20 °C สมั ประสทิธกิﻂȀารถา่ยเทความรอ้นรวมเทา่กบั 300 W/m2.°C จงหาพน㒿ืȀทกี꯰ารถา่ยเทความ
รอ้นของเครอ꯰ืง ซง꯰ึมคีา่ NTU = 2.3
1 : 58.1 m2
2 : 61.7 m2
3 : 63.9 m2
4 : 65.4 m2
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 128/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี395 :
เครอื꯰งแลกเปลย꯰ีนความรอ้นแบบไหลตดั กนั ถกูออกแบบใหห้ลอ่เย็นนํ㒿าȀมนั เครอื꯰งรอ้น [Cp,h = 2,300 J/kg.
°C] ซงึ꯰ไหลเขา้ท ี꯰3.5 kg/s และ 85 °C และใชน้ํ㒿าȀเป็นตวั หลอ่เย็น [Cp,c = 4,180 J/kg.°C] ไหลเขา้ท ี꯰4.9
kg/s และ 20 °C สมั ประสทิธกิﻂȀารถา่ยเทความรอ้นรวมเทา่กบั 300 W/m2.°C จงหาอณุหภมูนิํ㒿าȀมนั เครอ꯰ืง
ทท꯰ีางออก ถา้คา่ Effectiveness = 0.68
1 : 36.9 °C
2 : 38.3 °C
3 : 40.8 °C
4 : 42.6 °C
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 3
ขอ้ท ꯰ี396 :
เครอื꯰งแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลตดั กนั ถกูออกแบบใหห้ลอ่เย็นน㒿ําȀมนั เครอื꯰งรอ้น [Cp,h = 2,300 J/kg.
°C] ซง꯰ึไหลเขา้ท ꯰ี3.5 kg/s และ 85 °C และใชน้ํ㒿าȀเป็นตวั หลอ่เย็น [Cp,c = 4,180 J/kg.°C] ไหลเขา้ท ี꯰4.9
kg/s และ 20 °C สมั ประสทิธกิﻂȀารถา่ยเทความรอ้นรวมเทา่กบั 300 W/m2.°C จงหาอณุหภมูนิ㒿ําȀทท꯰ีางออก
ถา้คา่ Effectiveness = 0.68
1 : 35.1 °C
2 : 37.4 °C
3 : 39.6 °C
4 : 41.3 °C
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ี꯰397 :
เครอื꯰งแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลตามกนั ถกูออกแบบใหห้ลอ่เย็นของไหลรอ้น [Cp,h = 3,840 J/kg.
°C] ซง꯰ึไหลเขา้ท ꯰ี8.7 kg/s และ 75 °C ออกท ꯰ี45 °C โดยใชน้ํ㒿าȀเป็นตวั หลอ่เย็น [Cp,c = 4,180 J/kg.°C]
ซงึ꯰ไหลเขา้ท ꯰ี9.6 kg/s และ 15 °C ออกท ี꯰40 °C สมั ประสทิธกิﻂȀารถา่ยเทความรอ้นรวมเทา่กบั 500
W/m2.°C จงหาพนื㒿Ȁทถี꯰า่ยเทความรอ้น
1 : 75.17 m2
2 : 80.28 m2
3 : 85.56 m2
4 : 90.68 m2
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 4
ขอ้ท ꯰ี398 :
เครอ꯰ืงแลกเปลยี꯰นความรอ้นแบบไหลสวนทางกนั ถกูออกแบบใหห้ลอ่เย็นของไหลรอ้น [Cp,h = 3,840
J/kg.°C] ซง꯰ึไหลเขา้ท ꯰ี8.7 kg/s และ 75 °C ออกท ี꯰45 °C โดยใชน้㒿ําȀเป็นตวั หลอ่เย็น [Cp,c = 4,180
J/kg.°C] ซงึ꯰ไหลเขา้ท ꯰ี9.6 kg/s และ 15 °C ออกท ี꯰40 °C คา่สมั ประสทิธกิﻂȀารถา่ยเทความรอ้นรวมเทา่กบั
500 W/m2.°C จงหาพน㒿ืȀทถี꯰า่ยเทความรอ้น
1 : 60.02 m2
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 129/130
18/1/2562 สภาวศิวกร
2 : 61.85 m2
3 : 62.26 m2
4 : 63.14 m2
คําตอบทถี꯰กูตอ้ง : 2
ขอ้ท ꯰ี399 :
เครอ꯰ืงแลกเปลย꯰ีนความรอ้นแบบไหลสวนทางกนั ใชเ้พอ꯰ืหลอ่เย็นนํ㒿าȀมนั รอ้นซง꯰ึไหลเขา้ท ี꯰120 °C ออกที꯰
85 °C โดยใชน้㒿ําȀเป็นตวั หลอ่เย็น [Cp,c = 4,180 J/kg.°C] ซงึ꯰ไหลเขา้ท ี꯰0.8 kg/s และ 30 °C ไหลออกที꯰
80 °C ถา้สมั ประสทิธกิﻂȀารถา่ยเทความรอ้นรวม 125 W/m2.°C จงคํานวณพน㒿ืȀทผี꯰วิถา่ยเทความรอ้น
1 : 28.4 m2
2 : 30.5 m2
3 : 32.1 m2
4 : 34.3 m2
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 1
ขอ้ท ี꯰400 :
เครอ꯰ืงแลกเปลย꯰ีนความรอ้น shellandtube ใชเ้พอ꯰ืใหค้วามรอ้นแกน่㒿ําȀซงึ꯰ไหลเขา้ท ꯰ี0.7 kg/s และ 20 °C
ไหลออกท ꯰ี65 °C โดยใน shell มนีํ㒿าȀมนั เครอื꯰งรอ้นไหลเขา้ท ี꯰120 °C และออกท ꯰ี60 °C นํ㒿าȀนัน㒿Ȁจะไหลใน
ทอ่ผนังบางจํานวน 10 ทอ่ทมี꯰เีสน้ผา่นศนูยก์ลาง 25 mm ถา้คา่ U = 400 W/m2.°C จงหาความยาวของ
ทอ่ โดยคา่ความรอ้นจําเพาะของน㒿ําȀมนั และน㒿ําȀเทา่กบั 2,100 และ 4,197 J/kg.°C ตามลําดบั คา่ตวั
ประกอบแกไ้ข(LMTD), F=0.9
1 : 9.26 m
2 : 9.93 m
3 : 10.35 m
4 : 10.94 m
คําตอบทถ꯰ีกูตอ้ง : 2
สภาวศิวกร 487/1 ซอย รามคําแหง 39 (เทพลลีา 1) แขวงพลบั พลา เขตวงั ทองหลาง กรงุเทพฯ 10310 สาย
ดว่น 1303 โทรสาร 029356695
@ สงวนลขิสทิธ ิﻂ2Ȁ555 สภาวศิวกร : ตดิตอ่สภาวศิวกร | Contact
http://www.coe.or.th/memexam/main/app4011.php?aSubj=52&aDb=0 130/130