The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

โครงงานสำรวจพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4/2โรงเรียนเทศบาล 2 (คลองจิหลาด)

โครงงานสำรวจจ

โครงงานส ำรวจ เรื่อง พฤติกรรมการใช้โทรศพัทม์ ือถือของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2 โรงเรียนเทศบาล ๒ (คลองจิหลาด) จัดท าโดย นายณัชชานนท์ สมพงษ์ เลขที่5 ม.4/2 นางสาวปาลิตา น้าประเสริฐ เลขที่29 ม.4/2 นางสาวสาวิกา ห้าฝา เลขที่35 ม.4/2 ครูท ี่ปร ึ กษำ คุณครู จรรยา อังศุกาญจนกุล โรงเรียนเทศบาล ๒ (คลองจิหลาด) สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองกระบี่ อ าเภอเมือง จังหวัดกระบี่


ชื่อโครงงาน : การส ารวจพฤติกรรมการใช้โทรศัพทม์ ือถือของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2 โรงเรียนเทศบาล ๒ (คลองจิหลาด ) ประเภทของโครงงาน :โครงงานส ารวจ ผู้เสนอโครงงาน :1) นาย ณัชชานนท์ สมพงษ์ เลขที่5 ม.4/2 2) น.ส ปาลิตา น้าประเสริฐ เลขที่ 29 ม.4/2 3) น.ส สาวิกา ห้าฝา เลขที่ 35 ม.4/2 ครูที่ปรึกษาโครงงาน :จรรยา อังศุกาญจนกุล ปี การศึกษา: 2566 บทคัดย่อ การศึกษาเรื่องพฤติกรรมการใชโ้ทรศพัทม์ ือถือของนกัเรียนช้นัเพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้ โทรศัพท์มือถือของนักเรียนมัธยมศึกษาปี ที่4กลุ่มตวัอยา่งที่ใชใ้นการศึกษานกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่ คือ4/2โรงเรียนเทศบาล 2คลองจิหลาด) 1.ขอ้มูลทวั่ ไปของผูส้อบถามกลุ่ตวัอยา่งที่ใชใ้นการศึกษาท้งัหมด37คนเพศหญิง จ านวน 23คน คิดเป็ นร้อยละ62.16 เพศชายจ านวน 14คนคิดเป็ นร้อยละ37.83 2.ข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือระยะเวลาการใช้โทรศัพท์อยู่ในช่วงมากกว่า3ชวั่โมงต่อวนั 3.พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือโดยมากแล้วกลุ่มตัวอย่างมักใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อความบันเทิง เพื่อความสนุก มากกว่าที่จะน าไปท าให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง


กิตติกรรมประกำศ การส ารวจเรื่อง พฤติกรรมการใช้โทรศพัทม์ ือถือของนกัเรียนช้นัม.4/2น้ีสา เร็จไดด้ว้ยความกรุณาของคุณครู จรรยา อังศุกาญจนกุล และนายวัฒนา ชายกุล ทยี่อมเสียสละเวลาอนัมีค่าเพื่อให้คา แนะนา ช้ีแจงให้ปรับปรุงแกไ้ข บกพร่องต่างๆมาโดยตลอด จนโครงงานเล่มน้ีเสร็จสมบูรณ์ผูศ้ึกษาทา โครงงานน้ีจึงขอขอบคุณเป็ นอย่างสูงขอขอบคุณ พ่อแม่พี่ๆเพื่อนๆที่ให้คา ปรึกษารวมท้งัเป็นกา ลงัใจที่ดีเสมอมาขอขอบคณุเพื่อนๆมธัยมศึกษาปี่ท4ี่/2ที่เสียสละเวลาและ ให้ความร่วมมือในการทา แบบสอบถามและขอขอบคุณเพื่อนๆที่ช่วยให้คา แนะนา ดีๆ เกี่ยวกบัการทา โครงงานชิ้นน้ี สุดทา้ยน้ีผูจ้ดัทา หวงัเป็นอยา่งยิ่งว่าการสา รวจพฤติกรรมการใชโ้ทรศพัทม์ ือถือเรื่องน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อการ ส าพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ ของผู้ที่สนใจต่อไป คณะผู้จัดท า


บทที่1 บทน า ที่มาและความส าคัญ ในสังคมไทยสมัยโบราณมีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนกลายเป็ นวิถีชีวิตที่ทุกคนใน สังคมตอ้งปฏิบตัิการดา รงชีวิตเป็นไปอยา่งเรียบง่ายไม่ยึดติดกบัเทคโนโลยีหรือสิ่งอา นวยความสะดวก สังคมไทยในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงจากสมัยโบราณอย่างมาก อันเนื่องมาจากมีการพัฒนาวิทยาการด้านต่างๆ รวมไปถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารหรือโทรศพัทม์ ือถือที่ขณะน้ีได้เข้ามามีบทบาทส าคัญกับการด ารง ชีวิตในสังคม ท้งัช่วยให้ติดต่อสื่อสารกนัไดอ้ยา่งสะดวกและรวดเร็วรูปลักษณ์ที่สวยงามและฟังก์ชันที่ให้ความบันเทิง อีกมากมายจึงท าให้กลายเป็ นที่น่าสนใจของคนในสังคมหลายกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็ นกลุ่มที่ตกอยู่ในวัตถุนิยม ตามแฟชนั่และรักความสะดวกอยา่งไรก็ตามโทรศพัทม์ ือถือก็มีท้งัประโยชน์และโทษศพัทม์ ือถือจะช่วยให้สะดวกต่อการ ติดต่อสื่อสารแมว้่าโทรไป แต่หากใช้ในทางที่ผิด หรือใช้ผิดที่ผิดเวลาผิดวตัถุประสงค์ก็จะก่อให้เกิดผลเสียต่างๆตามมา ได้ จากที่กล่าวมาแล้ว ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาถึงพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของกลุ่มวัยรุ่นตัวอย่างคือ ซึ่งนักเรียนมัธยมศึกษาปี ที่4/2โรงเรียนเทศบาล 2(คลองจิหลาด)ซึ่งวัยรุ่นเป็ นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคมและสติปัญญา เป็นวยัแห่งการเรียนรู้แสวงหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นของตน วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใชโ้ทรศพัทม์ ือถือของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2 2. เพื่อสา รวจความคิดเห็นของนกัเรียนช้นั 4/2 เกี่ยวกับการใช้โทรศพท์มือถือ ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. ทราบถึงการใชโ้ทรศพัทม์ ือถือของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2 2. ทราบความคิดเห็นของนกัเรียนช้นั 4/2 เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือ ขอบเขตการวิจัย นกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2โรงเรียนเทศบาล 2(คลองจิหลาด)จ านวน 37คน


นิยามศัพท์เฉพาะ โทรศัพท์มือถือคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการสื่อสารสองทางผ่านโทรศัพท์มือถือใช้คลื่นวิทยุ ในการติดต่อกับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือโดยสถานีโดยเครือข่ายของโทรศัพท์มือถือแต่ละผู้ให้บริการจะเชื่อมต่อ กับเครือข่ายโทรศพัทม์ ือถือของผูใ้ห้บริการอื่นโทรศพัทม์ ือถือที่มคีวามสามารถเพิ่มข้ึนในลกัษณะคอมพิวเตอร์ พกพาถึงในชื่อสมาร์ตโฟน


บทที่2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาคน้ควา้คร้ังน้ีไดศ้ึกษาเอกสารและงานวิจยัที่เกี่ยวขอ้ง ดงัต่อไปน้ี 1. แนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมวัยรุ่น 2. แนวคิดเกี่ยวกับการสื่อสาร 3. แนวคิดเกี่ยยวกับพฤติกรรม 4. งานวิจัยที่เกี่ยว แนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมวัยรุ่น วัยรุ่นมาจากศัพท์ภาษาอังกฤษว่าAdolescence หมายถึง การเจริญเติบโตไปสู่วุฒิภาวะเมื่อกล่าวถึงวัยรุ่น คนทวั่ ไปมกันึกถึงผูท้ี่อยใู่นช่วง13–19ปีโดยประมาณ หรือหากแบ่งตามช้นัเรียนถึงผุ้เรียนที่เรียนอยู่ใน ช้นั ประถมศึกษาตอนปลายก็จนไปถึงระดบัอุดมศึกษาปีตน้ๆกุญชรี 25452(ค้าขาย) Dusek อ้างอิงถึงใน (กุณฑล มีชัย 2550: 5)หมายถึง วัยที่เชื่อมระหว่างการเป็ นการเป็ นผู้ใหญ่อันเป็ นระยะที่จะต้องมีการปรับ พฤติกรรมวัยเด็กไปสู่พฤติกรรมแบบผู้ใหญ่สู่เด็กวัยรุ่นจึงไม่มีการเจริญเติบโตทางด้านร่างกายแต่หมาย ถึงการเจริญเติบโตทางสังคมซึ่งอยู่ในกรอบของวัฒนธรรมแต่ละที่ลักษณะที่ส าคัญต่อวัยรุ่น 1. เป็นวยัแห่งหัวเล้ียวหัวต่อของชีวิต ผลลพัธ์ของพฤติกรรมในวยัน้ีจะมีผลต่อบุคคลยาวในช่วงวยัอื่นต่อมาท้งัดา้นการเรียน การทา งาน การใชช้ีวิตคู่ เจตคติที่มีต่อสิ่งต่างๆ สับสนในบทบาท ที่ไม่ชดัเจนของเช่นไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ความคาบเกี่ยว ระหว่างความเป็นเด็กกบัความเป็นผูใ้หญ่น้ีผลต่อความรู้สึกนึกคิดของเด็กมากมีเด็กจะรู้สึกวางตัวยากไม่รู้ว่าจะท า ตัวอย่างจึงจะถูกต้องและเหมาะสม 2. เป็ นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและเจตคติในวัยรุ่นจะควบคู่กบัการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดข้ึนเช่นการเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงความสนใจความไม่มนั่ใจเกี่ยวกบัความสามารถและความถนดัของตนเอง 3.เป็นวยัแห่งปัญหาอาจกล่าวไดว้่าวยัรุ่นเป็นวยัเจา้ปัญหามากที่สุด ส่วนใหญ่ที่เกิดข้ึนน้นัสาเหตุที่มีการ เกิดจะเปลี่ยนแปลงทางร่างกายนนั่เองภาวะความวา้วุ่นใจไม่สบายตวัไม่สบายใจา ให้เกิดความหงุดหงิดวิตกกังวล อารมณ์เสียง่าย ไม่ ต้องการเอาอย่าง


อยากพูดคุยกับใคร หรือพูดจายียวน าให้เกิดความไม่เขาใจกันในจนทกลุ่มเพื่อนหรือพี่น้อง เกิดเป็ นปัญหาทาง อารมณ์และปัญหาสังคมของเด็กวยัน้ี 4.เป็ นวัยที่ต้องการเรียนรู้ ความเป็ นตัวของตัวเอง เด็กจะแสดงให้เห็นว่าเขาต้องการกลุ่มการยอมรับ และถือเป็ นส่วนหน่ึงของกลุ่ม แต่กระน้นัเด็กเองยงัไม่แน่ใจในบทบาทของตนเขาต้องการให้รู้ว่าเขาต้องแสดง บทบาทใดในสังคม คือ การพยายามหาเอกลักษณ์ของตัวเอง จากการแต่งกาย การใช้ค าพูดที่เข้าใจกันเฉพาะใน กลุ่มวยัรุ่นเท่าน้นั 5.เป็ นช่วงวัยแห่งจินตนาการวัยรุ่นชอบฝันสร้างวิมานในอากาศจินตนาการตนเองหรือบุคคลต่างๆ เป็นสิ่งต่างๆที่ตนเองชอบเด็กสารถแสดงออกในรูปของการประพนัธ์เพลง เขียนบทกลอนประกอบการหรือ แมก้ระทงั่การแต่งกายตามแบบเพลง บุคคลในสังคมที่ตนเองชื่นชอบและ


แนวคิดการเกี่ยวกับการสื่อสาร กระบวนการของการถ่ายทอดสาร(massage)( จากบุคคลฝ่ ายหนึ่งซึ่งเรียกว่าsource)ผู้สงสารไปยังบุคคล อีกฝ่ ายหนึ่งซึ่ง(เรียกว่าผู้รับสารreceiver)โดยผ่านสาร(channel)การสื่อสารน้นัจัดได้ว่าเป็นปัจจัยท ี่ าคัญอกีปัจจัย หนึ่งในชีวิตมนุษย์นอกเหนือจากปัจจัยที่สี่ที่เป็ นเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์และยังได้แก่อาหาร ที่อยู่อาศัย ยา รักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม แม้การสื่อสารจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรงกับความเป็ นตายของมนุษย์เหมือน ( ปัจจัยสี่ )ของตนแต่การที่จะให้ได้มาซึ่งปัจจุบนั ปัจจยัสี่น้นัยอ่มอาศยัการสื่อสารเป็นเครื่องอา นวยความสะดวก มนุษย์ อาศัยเพื่อการสื่อสารเป็ นเครื่องมือเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการด าเนินชีวิตหรือกิจกรรมใดๆของตนเพื่อ อยู่ด้วยกันกับคนอื่นในสังคมการสื่อสารเป็ นพื้นฐานของการติดต่อของมนุษย์และเป็ น(เครื่องมือส าคัญ)ของการ การติดต่อของมนุษย์และเป็ นเครื่องมือส าคัญของกระบวนการทางสังคม ยิ่งสังคมมีความสลับซับซ้อนมากและ ประกอบด้วยคนจ านวนมากเท่าใดการสื่อสารก็ยิ่งมีความส าคัญมากขึ้นเท่านั้นการเปลี่ยนแปลงทาง เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสังคมที่น ามาซึ่งความสลับซับซ้อนก่อให้เกิดความไม่เข้าใจและความไม่แน่ใจแก่สมาชิกของ สังคมย่อมต้องอาศัยการสื่อสารเป็นเครื่องมือเพื่อแก้ไขปัญหา ดังกล่าว การสื่อสาร มีความส าคัญต่อมนุษย์5ประการคือ 1. ความส าคัญต่อการเป็ นสังคม 2. ความส าคัญต่อชีวิตประจ าวัน 3. ความส าคัญต่ออุตสาหกรรมและธุรกิจ 4. ความส าคัญต่อการปกครอง 5. ความส าคัญต่อการเมืองระหว่างประเทศ แนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรม ปัญชลี ดวงเอียด 2549:(15)ได้กล่าวถึง ผลการวิจัยของนักวิชาการว่าเยาวชนในยุคปัจจุบันค่อนข้างเป็ นคน ข้ีเหงา ติด โทรศัพท์มือถือชอบออกนอกบ้าน มคีวามอ่อนแอทางจิตใจไม่มีความเชื่อมนั่ในติดสุขนิยมตวัเองบริโภค วัตถุนิยม ต้องการความรวดเร็วขาดความยบัย้งัชั่งใจไม่มีความอดทนกล้นัอดมีคา่นิยมทางเพศเสรีของเกี่ยวกบัสิ่งเสพ ติดเมิน ศาสนา ขาดสาระและไร้ส านึก ยาวชนส่วนใหญ่ใช้เวลาในการพูดคุยโทรศัพท์นานวันละหลายชวั่โมงโดยจะ เปิ ดโทรศัพท์มือถือไว้ตลอด เวลาพูดคุยกับเพื่อนพูดคุยกันนานๆทุกเรื่องทุกเวลาทุกสถานที่สาระและไม่มีสาระเสมือน ว่าเยาวชนเป็ นทาสสาระและไม่มีสาระเสมือนว่า เยาวชนเป็นทาสท้งัยงัขาดความโทรศพัทม์ ือถือระมดัระวงัในการใช ้ ภาษาว่าเหมาะกับกาลเทศะหรือไม่ และมักใช้ค าแสลงเช่นภาษา “แอบแบ๊ว” ซ่ึงเป็นภาษาที่นิยมในหมูเยาวชน ขณะน้ี นอกจากน้ีเยาวชนยังชอบ วิ่งตามแฟชนั่มีค่านิยมฟุ้งเฟ้อเห่อของใหม่เปลี่ยนโทรศพัทม์ ือถือเป็นรุ่นใหม่บ่อยๆนอกจาก จะขาดระเบียบวินัยในเรื่อง ทวั่ๆไปแลว้ยงัขาดวินยัในการใช้เงินอีกดว้ย พฤติกรรมดงักล่าว ช้ีให้เห็นว่ากลุ่มเยาวชนซ่ึง เป็ นใหญ่ในสังคมก าลังอยู่กับความไม่พอดีไม่พอเพียงในการด าเนินชีวิตจากพฤติกรรมของเยาวชนดังกล่าวให้สามารถ มองเห็นสภาพของสังคมที่ชีวิต ประจ าวันก าลังถูกผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่


ซึ่งนับวันจะมีรูปแบบการให้บริการที่หลากหลายแม้ SMSจะเป็ นเพียงสาเหตุเดียวที่รวมอยู่กับสาเหตุใหญ่เพราะ เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดที่ทา ให้เกิดการติดต่อกนัโดยส่วนตวัระหว่างบุคคลน้นัยอมนา มาซ่ึงความสัมพนัธ์ที่ก่อตว ั ไดเ้ร็วข้ึน แต่เยาวชนที่ใช้เครื่องมือสื่อสารน้นัๆวุฒิภาวะหรือภูมิคุ้มกันมีมากน้อยเพียงใน งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วรวุฒิ เจริญศรีพรพงษ์2546: ( 50-65)ได้ศึกษาการวิเคราะห์ความต้องการใช้โทรศัพท์มือถือของวัยรุ่นใน กรุงเทพมหานครที่มีโทรศัพท์มือถือใช้อยู่ในปัจจุบัน พบว่า ระบบที่ใช้AIS สาเหตุส่วนใหญ่ใชข้องที่ตดัสินใจซ้ือ ส่วนใหญ่ตอบว่า เพราะจา เป็นการตดัสินใจซ้ือเป็นความตอ้งการของตนเองส่วนใหญ่ต่อเดือนส่วนใหญ่ใช้ไม่เกิน ค่าใช้จ่าย500บาท และใช้ติดต่อกับผู้ปกครองมากที่สุดบริการเสริมที่มีในตัวเครื่องโทรศัพท์มือถือที่มีการใช้มาก ที่สุดSMSคือ ธีระ กุลสวัสดิ์2534: ( 28-42)ได้ศึกษาพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือในขณะขับรถของผู้ขับขี่พบว่า รถยนต์รณรงค์จากสื่อต่างๆ ได้เขาถึงกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่แล้ว านวนผู้ที่รับรู้แต่กลับพบว่าการรณรงค์มีการ ใช้อุปกรณ์ช่วยฟังและไม่ใช้ อุปกรณ์ช่วยฟัง อยู่ในสัดสวนที่ใกล้เคียงกัน โดยผู้ที่ใช้อุปกรณ์ช่วยฟัง ให้เหตุผลว่า ค านึงถึงความปลอดภัยมาก ที่สุด ความ แตกต่างทางด้านเพศ อายุ สถานภาพสมรส การศึกษาอาชีพประสบการณ์ ในการขับขี่ ไม่มี ผลต่อพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ช่วยฟัง ศิราพร ศรีแดน2544:( 124-145)ได้ศึกษาการแข่งขันทางธุรกิจการค้า และค่านิยมการใช้โทรศัพท์ มือถือ กรณีศึกษาอ าเภอเมือง จังหวัดหนองบัวล าภู พบว่าการแข่งขัน ธุรกิจการคาในเขตจังหวัดหนองบัวล าภูมีการ การแข่งขนัท้งัหมด6ด้าน คือ ด้านการโฆษณาร้านค้าที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือเพื่อส่งเสริมการขายด้านการบริการ ดา้นเงื่อนไขการซ้ือ ดา้นราคา ดา้นบริการหลงัการขายและส่วนประกอบดา้นอื่นๆ เช่นา เลที่ต้งัการตกแต่งร้านการ แต่งกายของพนักงานขาย ค่านิยมการใช้ โทรศัพท์มือถือ พบว่าผู้ใช้เลือกจากเครื่องที่มี ราคาถูกมากที่สุดและเลือก ใชจ้ากระบบสัญญาณเครือขายที่ครอบคลุม พ้ืนที่มีเหตุผลในการใช้เพราะความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร และใช้ตามสมัยนิยม


บทที่3 วิธีการด าเนินงาน การวิจัยเรื่องพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของนักเรียนมัธยมศึกษาปี ที่4/2โรงเรียนเทศบาล2(คลองจิหลาด)คร้ังน้ี เป็ นการศึกษาเชิงส ารวจ(Surveyresearch) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของนักเรียนมัธยมศึกษาปี ที่4/2 โรงเรียนเทศบาล2(คลองจิหลาด)โดยผู้วิจัยได้ด าเนินการเกี่ยวกับประชากรและกลุ่มตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย การวิเคราะห์ขอ้มูลการเก็บรวบรวมขอ้มูล ดงัตอ่ ไปน้ี ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการวิจยัคร้ังน้ีคือ นกัเรียนมธัยมศึกษาปีที่4/2โรงเรียนเทศบาล2(คลองจิหลาด)จังหวัดกระบี่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใชใ้นการวิจยัคร้ังน้ีคือQuestionaire)แบบสอบถามแบ่งออกเป็ น(3 ส่วน ดงัน้ี ส่วนที่1เป็ นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลจ านวน2ไดแ้ก่เพศและแผนการเรียน ส่วนที่2แบบสอบถามข้อมูลของโทรศัพท์มือถือ ส่วนที่3แบบสอบถามพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือผู้วิจัยได้ใช้มาตราวัดพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ แบบมาตร ส่วน4ระดับ เกณฑ์การให้คะแนน คือ 4 หมายความว่า มากที่สุด 3 หมายความว่า มาก 2 หมายความว่า น้อย 1 หมายความว่า น้อยที่สุด การรวบรวมข้อมูล 1. กลุ่มตัวอย่างนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2โรงเรียนเทศบาล2(ค 2. รวบรวมแบบสอบถาม 3. วิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมMicrosoft Office Excel


สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สถิติที่ใชใ้นการตรวจสอบเพื่อหาความเชื่อมนั่ของแบบสอบถามท้งัฉบบัโดยไดก้า หนดเกณฑด์งัน้ี 3.00 – 4.00 ความพึงพอใจ มากที่สุด 2.00 – 2.99 ความพึงพอใจ มาก 1.50 – 1.99 ความพึงพอใจ น้อย 1.00 – 1.49 ความพึงพอใจ น้อยที่สุด


บทที่4 ผลการวิจัย การศึกษาคร้ังน้ีเป็นการศึกษาพฤติกรรมการใชโ้ทรศพัทม์ ือถือของนกัเรียนช้4ั/2 การน าเสนอผลการวิจัยมัธยมศึกษาปี ที่ 4/2แบ่งเป็ น2 ส่วน คือ ส่วนที่1ผลการวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลประกอบด้วย เพศ และแผนการเรียน ส่วนที่2ผลการวิเคราะห์ขอ้มูลพฤติกรรมการใชโ้ทรศพัทม์ ือถือของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4 ส่วนที่3ผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลประกอบด้วย เพศ และแผนการเรียน ตารางที่1จา นวนและร้อยละของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2จ าแนกตามเพศ และแผนการเรียนศิลป์ ภาษา ปัจจัยส่วนบุคคลเพศ จ านวน ร้อยละ ชาย 14 37.84 หญิง 23 62.16 จากตารางที่1 พบว่าจากกลุ่มตวัอยา่งนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2จ านวน37 คนสามารถอธิบายปัจจยัส่วนบุคคลไดด้งัน้ี เพศ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิง23จ านวนคนคิดเป็ นร้อยละ62.16 รองลงมาคือเพศชาย จ านวน 14 คน คิด เป็ นร้อยละ37.84


ตารางที่2ผลการวิเคราะห์ขอ้มูลพฤติกรรมการใชโ้ทรศพัทม์ ือถือของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2 ตารางที่2ร้อยละ(%)ของการ ตอบแบบสอบถามในแต่ละระดับ ล าดับ พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ ระดับการด าเนิดงาน สรุปผลการตอบ น้อย แบบสอบถาม ที่สุด น้อย มาก มาก ที่สุด 1. น าโทรศัพท์มือถือมาใช้ประโยชน์มากน้อยแค่ ไหน 16.2% 13.5% 37.8% 32.4% ส่วนใหญ่มาก 2. ใช้โทรศัพท์มือถือในการค้นคว้าหาข้อมูลมาก น้อยแค่ไหน 0% 1.4% 54.3% 34.3% ส่วนใหญ่มาก 3. ใช้โทรศัพท์มือถือกับการเล่นเกมบ่อยแค่ไหน 8.3% 63.9% 13.9% 13.9% ส่วนใหญ่น้อย 4. ใช้โทรศัพท์มือถือในการฟังเพลงบ่อยแค่ไหน 39.7% 10.8% 40.5% 18.9% ส่วนใหญ่มาก 5. ใช้โทรศัพท์มือถือในการสื่อสารผู้ปกครองบ่อย แค่ไหน 35.1% 21.6% 16.2% 27% ส่วนใหญ่น้อยที่สุด 6. ใช้โทรศัพท์มือถือในการเล่นโซเซี่ยลบ่อยแค่ ไหน 13.5% 16.2% 27% 43.2% ส่วนใหญ่มากที่สุด


ตารางที่3(ค่าเฉลี่ยX) พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ ล าดับ แบบสอบถาม ระดับความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย 4 3 2 1 1 12 14 5 6 9.25 2 12 19 4 0 7.6 3 5 5 23 3 9 4 7 15 4 11 8.2 5 10 6 8 13 8.4 6 16 10 6 5 8.6 รวม 8.51 จากตาราง1และ2 พบว่านกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2โรงเรียนเทศบาล2(คลองจิหลาด) สรุปพฤติกรรม การใช้โทรศัพท์มือถือคือ 1.น าโทรศัพท์มือถือมาใช้ประโยชน์อยู่ในระดับที่มากถึง(X=9.25) 2.ใช้โทรศัพท์มือถือในการค้นคว้าหาข้อมูลอยู่ในระดับที่มากถึง(X=7.6) 3.ส่วนนักเรียนที่ใช้โทรศัพท์ในการเล่นเกมอยู่ในระดับที่มากถึง (X=9) 4.ใช้โทรศัพท์ในการฟังเพลงอยู่ในระดับที่มากถึง(X=8.2) 5.นักเรียนที่ใช้โทรศัพท์มือถือในการสื่อสารกับผู้ปกครองอบู่ในระดับที่น้อยมากถึง(X=8.4) 6.ใช้โทรศัพท์มาใช้ในการเล่นโซเชี่ยลอยู่ในระดับที่มากถึง(X=8.61)


บทที่5 สรุปผลการวิจัย โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องพฤติกรรมการใช้โทรศพัทม์ ือถือของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2 โรงเรียนเทศบาล ๒ (คลองจิหลาด) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใชโ้ทรศพัทม์ ือถือของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2 2.เพื่อสา รวจความคิดเห็นของนกัเรียนช้นั 4/2เกี่ยวกับการใช้โทรศพท์มือถือ สรุปผลการทดลอง ประโยชน์ที่คาดว่า จะไดร้ับ และขอ้เสนอแนะ ดงัน้ี อภิปรายผลการวิจัย จากการศึกษาพฤติกรรมการใชโ้ทรศพัทม์ ือถือของนกัเรียนช้นัม.4/2 โรงเรียนเทศบาล2คลองจิหลาด พบว่าการใช้โทรศัพท์มือถือ มากที่สุดคือการใช้โทรศัพท์มือถือฟังเพลง เล่นโซเชียล เช่น FACEBOOK TWITTER INSTAGRAM LINE การใช้โทรศัพท์คุยกับเพื่อนเล่นครายเครียด การใช้โทรศัพท์น้อยที่สุดคือการ ใช้โทรศัพท์มถือคุยกับผู้ปกครองสื่อสารกับผู้ปกครอง โดยมากแล้วกลุ่มตัวอย่างมักน ามาใช้เล่นโซเชียลมากกว่า ใช้เรียน สรุปผลกำรวิจัย ผลการวิจยัการศึกษาคร้ังน้ีเป็นการศึกษาเรื่องพฤติกรรมการใชโ้ทรศพัทม์ ือถือของนกัเรียน ช้นัม4/2 โรงเรียนเทศบาล2คลองจิหลาดมีวตัถุประสงคเ์พื่อศึกษาพฤติกรรมของนกัเรียนช้นัม4/2ผู้วิจัยได้ด าเนินการ สอบถามเป็ นเครื่องมือ ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. ทราบถึงการใชโ้ทรศพัทม์ ือถือของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2 2. ทราบความคิดเห็นของนกัเรียนช้นั 4/2เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือ ข้อเสนอแนะ 1.ควรมีการเก็บขอ้มูลจากกลมุ่เป้าหมายให้มากกว่าน้ี 2.ควรมีการให้ความรู้กับกลุ่มเป้าหมาย ถึง ประโยชน์ และโทษของการใช้อินเตอร์เน็ตจากโทรศัพท์มือถือ


บรรณำนุกรม ชื่องานวิจัย พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของนกัเรียนช้นัมธัยมศึกษาปีที่4/2โรงเรียนเทศบาล2(คลองจิหลาด) http://www.thaischool1.in.th/_files_school/44100437/workteacher/44100437_1_20210508-233601.pdf นางเดือนเพ็ญ สังข์งาม


ภำคผนวก


Click to View FlipBook Version