การให้การปรึกษา(COUNSELING)
ประโยชน์
เออื อาํ นวยให้ผู้มีปัญหา ได้สํารวจปัญหา รู้ความต้องการและเข้าใจตนเอง
มที างเลอื กในการแก้ปัญหา
มีทปี รึกษาเพอื ความสบายใจ ได้ระบายความคับข้องใจ
มกี าํ ลงั ใจ มคี วามหวงั ในการแก้ไขปัญหา
มหี ลกั และแนวทางในการแก้ไขและป้ องกนั ปัญหา
ขจัดความวติ กกงั วล ก่อนทจี ะเกดิ วกิ ฤตทิ าํ ให้เกดิ ปัญหาทซี ับซ้อน
ช่วยให้เกดิ การยอมรับในสิงทเี กดิ ขึน และปรับตวั ในการแก้ปัญหานันๆ
ได้ข้อมูลทรี อบด้านเป็ นประโยชน์ต่อการตดั สินใจในการป้ องกนั และแก้ไข
ปัญหา
ความหมายของการให้การปรึกษา
การให้การปรึกษา เป็ นกระบวนการทีอาศัย
สัมพนั ธภาพทีดรี ะหว่างผู้ให้การปรึกษาและผู้รับ
การปรึกษา ซึงผู้ให้การปรึกษาใช้ทักษะต่าง ๆ เพอื
ช่วยเหลอื และเออื อาํ นวยให้ผู้รับการปรึกษาสํารวจ
และทําความเข้าใจปัญหา สาเหตขุ องปัญหา และ
ความต้องการของตน ตลอดจนสามารถหาวธิ ีแก้ไข
ปัญหาเหล่านันด้วยตนเอง
ลกั ษณะเฉพาะของการให้การปรึกษา
1) เป็ นการให้ความช่วยเหลอื ในปัญหาทเี กดิ จากจิตใจ อารมณ์ และสังคม
รวมถึงความเชือ ค่านิยม และวฒั นธรรม ดงั นันจะเน้นการแก้ปัญหาโดย
ให้ความสําคัญในเรืองอารมณ์ ความรู้สึกทจี ะเป็ นตัวสืบค้นต่อไปถึง
ปัญหาพฤติกรรม เพอื ปรับเปลยี นพฤตกิ รรมให้เหมาะสม
2) เน้นสัมพนั ธภาพทดี ีระหว่างผู้ให้การปรึกษาและผู้รับการปรึกษาให้เกดิ
ความไว้วางใจ ผ่อนคลาย กล้าเปิ ดเผยตนเอง ยอมรับรู้ ทาํ ความเข้าใจ
และแก้ไขปัญหาของตนเอง
3) เน้นการสือสารสองทาง เป็ นการสร้างความเข้าใจให้ตรงกนั ระหว่างผู้ให้
การปรึกษาและผู้รับการปรึกษา โดยสือด้วยคาํ พดู และหรืออากปั กริ ิยา
ลกั ษณะเฉพาะของการให้การปรึกษา
4) เป็ นกระบวนการทพี ูดคยุ กนั อย่างมเี ป้ าหมาย มขี ันตอน และมกี ารใช้ทกั ษะเฉพาะที
เหมาะสมขึนอยู่กบั โอกาส จงั หวะ และสถานการณ์ทผี ้ใู ห้การปรึกษาจะเลอื กใช้
5) เน้นความรู้สึกนกึ คดิ ปัญหา และความต้องการ รวมไปถงึ การรับรู้ปัญหา การ
ตดั สินใจเลอื ก และการแก้ไขปัญหาตงั อยู่บนศักยภาพของผ้รู ับการปรึกษา
6) เน้นการแก้ปัญหาในปัจจบุ ัน คอื การแสดงออกถงึ ความรู้สึกนึกคดิ ความเชือ ท่าที
และคาํ พูดทปี รากฏในขณะนัน เพอื ผ้รู ับการปรึกษาจะได้ตดั สินใจแก้ไขปัญหาได้
7) ไม่มคี าํ ตอบสําเร็จรูปหรือตายตวั ทผี ้ใู ห้การปรึกษาเตรียมไว้ล่วงหน้า เนอื งจากเป็ น
การสือสารระหว่างผ้ใู ห้การปรึกษาและผ้รู ับการปรึกษา คาํ ตอบขึนอยู่กบั ความ
ต้องการ การตดั สินใจเลอื ก และศักยภาพของผ้รู ับการปรึกษา
8) การให้การปรึกษาไม่ใช่การแนะแนว สังสอน ปลอบใจ หรือตดั สินถูกผดิ แต่ละคน
ย่อมมี เหตผุ ลของตนเองในการทจี ะกระทาํ หรือไม่กระทาํ สิงใด ๆ แต่การให้การ
ปรึกษาเป็ นการช่วยให้ผ้รู ับการปรึกษามแี นวทางแก้ไขปัญหา สามารถพจิ ารณา
ทางเลอื กได้มากขึนและตดั สินใจง่ายขึน
วตั ถปุ ระสงคข์ องการใหก้ ารปรกึ ษา
การใหก้ ารศกึ ษาเป็ นกระบวนการทีช่วยใหผ้ ูร้ บั การปรึกษาสามารถรบั ผิดชอบต่อตนเองได้
ในดา้ นต่าง ๆ ดงั นี
1.เขา้ ใจตนเองและเขา้ ใจปัญหาของตน ซงึ จะก่อใหเ้ กิดความตระหนกั และมีแรงจงู ใจใน
การแกป้ ัญหา
2.มีความรแู้ ละทกั ษะในการแกป้ ัญหาและตดั สนิ ใจไดด้ ว้ ยตนเองอยา่ งเหมาะสมกบั ตน
3.ปรบั เปลยี นพฤตกิ รรมในทางทีเหมาะสม โดยใชศ้ กั ยภาพของตนในการเลอื ก และ
คน้ หาวิธีการทีเหมาะสม
ความแตกต่างระหว่างการให้การปรึกษาและการให้สุขศึกษา
องค์ประกอบ การให้การปรึกษา การให้สุขศึกษา
สือสารสองทาง เน้นแบบสองทาง ไม่เน้นแบบสองทาง
องค์ประกอบของสารทเี น้น เน้นความรู้สึก เน้นความรู้และข้อมูล
กลุ่มเป้ าหมายทีรับบริการ กลุ่มทมี ีปัญหาจิตสังคม กลุ่มบุคคลทัวไป
ลกั ษณะหน่วยบริการ มีความเฉพาะเป็ นส่วนตวั ไม่จําเป็ นต้องเป็ นส่วนตวั
กระบวนการทใี ช้ เน้นทกุ ขนั ตอน เน้นการให้ข้อมูล
เทคนิคทใี ช้ มีลักษณะเฉพาะ ไม่มีลกั ษณะเฉพาะ
ความรู้สึกของผู้รับบริการ เสมอภาค ด้อยกว่าผู้ให้บริการ
ความหวงั ของผู้ให้บริการ ไม่มกี ารกาํ หนดล่วงหน้า มีการกาํ หนดล่วงหน้า
องค์ประกอบของการให้การปรึกษา
คุณสมบตั ขิ องผู้ให้การปรึกษา(counselor)
ผู้รับการปรึกษา(counselee/client)
ทกั ษะพนื ฐานในการสือสาร(ฟัง ทวนความ สะท้อน ฯลฯ)
กระบวนการให้การปรึกษาตามขนั ตอนต่างๆ
นโยบายของแต่ละสถานประกอบการ/แต่ละหน่วยงาน
ข้อควรระวงั ในการให้การปรึกษา
ผู้ให้การปรึกษาต้องเตรียมพร้อม รับฟังปัญหาได้ มอี ารมณ์มันคง อย่า
เผลอตัดสินใจให้ ใส่ใจ ให้กาํ ลงั ใจและพงึ รักษาสัมพนั ธภาพทดี ไี ว้
บางเรืองมีความจําเป็ นต้องส่งต่อผู้เชียวชาญหรือ หน่วยงานทเี กยี วข้อง
“กระบวนการในการให้การปรึกษา”
“กระบวนการในการให้การปรึกษา”
1) สร้างสัมพนั ธภาพและตกลงบริการ
2) สํารวจปัญหา,เข้าใจปัญหาและสาเหตคุ วามต้องการ
3) วางแผนการแก้ไขปัญหา
4) ยตุ บิ ริการ
กระบวนการการใหก้ ารปรึกษา
Co. Cl. ตงั ใจนําไปปฏบิ ตั ิ Cl. Co.
ไวว้ างใจ
รเู้ ป้าหมายและ
วธิ แี กป้ ญั หา
สาํ รวจตนเอง
กระจา่ งแจง้
เขา้ ใจปญั หา
สาเหตุ ความตอ้ งการ
Summary
Focusing
Clarification
ขนั ตอนที 1
“การสร้างสัมพนั ธภาพ”
เพอื สร้างความไว้วางใจ กล้าเปิ ดเผยเรืองราว
1. การทักทาย (Greeting)
2. การพดู คุยเรืองทวั ไป (Small talk)
3. การใส่ใจ (Attending)
1. ภาษาพูด (Verbal)
2. ภาษาท่าทาง (Non-verbal)
4. การเปิ ดประเดน็ (Opening)
ภาษากาย…….
ได้แก่กริ ิยาท่าทาง การเคลอื นไหวของร่างกาย นําเสียง
จังหวะการพูด ความดนั ของเสียง
Squarely = การนังแบบมุมฉาก
Open = เปิ ดเผย
Lean = โน้มตวั เลก็ น้อย
Eye contact = สบตา
Relax = สบาย ๆ
ตกลงบริการ
...หลกั การเบอื งต้น...
วตั ถุประสงค์
ประเดน็ ทจี ะพดู
บทบาทผู้ให้/ผู้รับ
เวลา
......การเกบ็ ความลบั .......
ขนั ตอนที 2
“การสํารวจและทาํ ความเข้าใจปัญหา
สาเหตุ และความต้องการ”
1. ภูมหิ ลงั ความเป็ นมา( เท่าทจี ําเป็ น )
2. องค์ประกอบของปัญหา
2.1 เนือหาของปัญหา รูปแบบของการเกดิ ปัญหา
ความรุนแรง
ความรู้สึก
ความคดิ
2.2 ผลกระทบต่อผู้รับการปรึกษา
2.3 พฤตกิ รรมของ Cl.
2.4 สัมพนั ธภาพของ Cl. ต่อคนอนื ครอบครัว
เพอื น
ผู้ร่วมงาน
คนทมี สี ่วนในปัญหา
2.5 ศักยภาพของ Cl. วธิ ีแก้ปัญหาปัจจุบนั
วธิ ีแก้ปัญหาในอดตี
ผู้ให้การช่วยเหลอื
วธิ ีทาํ ความเข้าใจปัญหา สาเหตุ และความต้องการ
1. ทบทวนและสรุปข้อมูล เวลา
2. จดั เรียงลาํ ดบั และเชือมโยง ผ้ไู ด้รับผลกระทบ
ความรุนแรง
3. การพจิ ารณาและเลอื กปัญหา ความต้องการ
ความรุนแรง
ความเร่งด่วน
ประโยชน์
ความเป็ นไปได้
ขนั ตอนที 3
“การวางแผนแก้ไขปัญหา”
องค์ประกอบพนื ฐาน
1. แรงจูงใจ
2. ศักยภาพ
3. การสนับสนุนทางสังคม
“ประเภทของปัญหา”
1. ขาดความรู้
2. อารมณ์ความรู้สึก
3. ขาดแนวทางหรือขาดทักษะปฏบิ ัติ
“วธิ ีการวางแผนแก้ไขปัญหา”
1. มแี รงจูงใจในการแก้ไขปัญหา
2. กาํ หนดเป้ าหมายได้
3. สํารวจทางเลอื กต่างๆเพอื แก้ไขปัญหา
4. พจิ ารณาทางเลอื กทพี งึ ประสงค์
5. กาํ หนดแผนโดยละเอยี ด
ประเภทของปัญหา เทคนิคทใี ช้
1. ขาดความรู้ ให้ข้อมูล
2.อารมณ์ความรู้สึก ให้กาํ ลงั ใจ
3. ขาดแนวทางหรือขาดทกั ษะปฏิบัติ ฝึ กทกั ษะ
4.ไม่สามารถตดั สินใจได้ การพจิ ารณาทางเลอื ก
5.ไม่รู้แนวทางปฏิบตั ิ การเสนอแนะ
ขนั ตอนที 4
“การยตุ บิ ริการ”
“ความหมาย”
เป็ นการยุติการให้การปรึกษาในแต่ละครังและการยุตกิ ารให้คําปรึกษา
ในแต่ละราย
วตั ถุประสงค์
1. เพอื ตรวจสอบความเข้าใจร่วมกนั ในสิงทไี ด้พดู คุยในแต่ละครัง
2. เพอื กาํ หนดแนวทางปฏิบัติ เช่น การนัดหมายครังต่อไป การนําไป
ปฏิบัตจิ ริง การส่งต่อ
“เงอื นไขการยุตบิ ริการ”
1. หมดเวลา
2. Cl.ผ่อนคลาย พบแนวทางปฏบิ ตั ิ
3. สถานการณ์ เกนิ ขอบข่ายการช่วยเหลอื ด้านจติ ใจ/อนั ตราย
4. Cl. เกดิ ภาวะพงึ พงิ Co.
5. Cl. ไม่ให้ความร่วมมอื
6. ประเด็นเกนิ ขดี ความสามารถของ Co.
“ขนั ตอนการยตุ กิ ารให้คาํ ปรึกษา”
1. ประเมินสถานการณ์
2. การสรุปความ
3. การนัดหมายครังต่อไป
4. การส่งต่อ
5. การลา
“ทกั ษะในการให้การปรึกษา”
“ทกั ษะพนื ฐานการให้การปรึกษา”
1. การฟัง
2. การสังเกต
3. การถาม
4. การเงยี บ
5. การทวนซํา
การฟัง
Cl.ได้ระบายความคดิ อารมณ์ ความรู้สึก และได้เรียนรู้เข้าใจ
ตนเองและผู้อนื เข้าใจสิงทเี ป็ นปัญหา ยอมรับ แยกแยะความรู้สึก
และเลอื กทางแก้ด้วยตนเอง
Co. สามารถจับประเดน็ ปัญหา และแกะรอยตามปัญหาของ Cl.
Co. และ Cl. เข้าใจปัญหาตรงกนั
การฟังอย่างใส่ ใจ(LADDER)
LOOK = มองประสานสายตา ตังใจ มสี ติ พยายามจบั ประเดน็
ASK = ถามในจุดทสี งสัย แกะรอยตามประเดน็
DO NOT INTERRUPT = ไม่แทรกขดั จงั หวะ
DO NOT CHANGE THE SUBJECT = ไม่เปลยี นเรือง
EMOTION = ใส่ใจการแสดงออกทางอารมณ์
RESPONSE = แสดงสีหน้าท่าทางตอบสนอง
การสังเกต
เป็ นทักษะการใส่ใจ เพอื รับรู้ในพฤตกิ รรมต่างๆ ที Cl.
แสดงออกมา
เพอื Co. สามารถเลอื กใช้ทักษะได้อย่างเหมาะสม
การถาม
เป็ นทกั ษะในการให้โอกาส Cl. ได้บอกถึงความรู้สึก และเรืองราว
ต่างๆ ทตี ้องการปรึกษา ทาํ ให้ Co. เข้าใจถงึ ปัญหา และ Cl. ได้
คดิ คาํ นึงถึงปัญหาของตนเอง
การเงยี บ
เป็ นช่วงเวลาทไี ม่มกี ารสือสารด้วยวาจา ระหว่าง Co. และ Cl.
เงยี บสนิท เงียบทมี เี สียงบางอย่าง
“เงยี บบวก” “เงยี บลบ”
เว้นจงั หวะการพูด แสดงความไม่สบายใจ
รู้สึกเจ็บใจหรือเสียใจ ไม่อยากพูดเรืองตนเอง
เพอื ให้ Co.พูด
เพอื คดิ
เพอื พกั ฟื นจากความเหน็ดเหนือย
การทวนซํา
# เป็ นการพูดในสิงที Cl. ได้บอกเล่าอกี ครังโดยไม่ได้มกี าร
เปลยี นแปลงโดยไม่มกี ารเปลยี นแปลงทงั ภาษาและความรู้สึก
# ช่วยให้ Cl.เข้าใจชัดเจนในสิงทตี ้องการปรึกษา
# เป็ นวธิ สี ือความใส่ใจของ Co. ทมี ตี ่อ Cl.
# Cl.เปิ ดเผยตนเองมากขนึ และพดู ต่อไป
# ตรวจสอบว่า สิงที Co.ได้ยนิ ถูกต้องหรือไม่
การทวนซํา
# ทวนซําอย่างเดยี วกบั สิงที Cl. พูด...ทุกคาํ
# ทวนซําแบบเปลยี นหรือเพมิ สรรพนาม
# ทวนซําเฉพาะประเด็นสําคญั เพยี งส่วนเดียว
# ทวนซําแบบสรุป
การสะท้อนความรู้สึก
“เป็ นการรับรู้ความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ ที Cl. ได้แสดงออกมา
ด้วยวาจาหรือกริ ิยาท่าทาง และเป็ นการให้ข้อมูลย้อนกลบั อย่าง
ชัดเจนเป็ นภาษาพดู ให้ Cl. เกดิ ความเข้าใจในสิงทเี ป็ นปัญหา
ของตนเองได้ชัดเจนและเป็ นจริง”
# Cl. เกดิ ความไว้วางใจ เนืองจาก Co. เข้าใจความรู้สึกในปัญหา
ของตนเอง
“การให้ข้อมูล”
หลกั การเบอื งต้น
* สํารวจความรู้ ความเข้าใจ การปฏบิ ตั ติ วั ของผ้รู ับบริการ
* วเิ คราะห์หาความถูกต้อง ส่วนทผี ดิ ส่วนทีขาดหายไป
* ให้ข้อมูลเพอื แก้ไขส่วนทผี ดิ เพมิ เตมิ ส่วนทขี าดให้สมบูรณ์
* ควรบอกเป็ นลาํ ดบั ให้ชัดเจน เป็ นรูปธรรมอาจสาธิตให้ดู
* ตรวจสอบว่าผ้รู ับบริการเข้าใจและปฏบิ ัตไิ ด้จริง
“การพจิ ารณาทางเลอื ก”
“เป็ นทกั ษะในการวางแผนแก้ไขปัญหา”
# Cl. พอจะได้แนวทางแต่ยงั ลงั เล ไม่มนั ใจในการตัดสินใจ
# ใช้พจิ ารณาแนวทางแก้ไขปัญหาทลี ะด้าน จนกระจ่างชัดว่า
แต่ละด้านมขี ้อดขี ้อเสียอะไรบ้าง
การเสนอแนะ
เป็ นการชีแนะแนวทางปฏบิ ัติในการแก้ปัญหาแก่ Cl. โดย
# Cl. จะเป็ นผู้เลอื กปฏบิ ัตเิ อง
# Cl. ทราบแนวทางปฏบิ ัติตัว
# Cl. สามารถวางแผนแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม
# Cl. ได้มโี อกาสพจิ ารณาข้อเสนอแนะว่าเหมาะสมกบั ตน
หรือไม่
วธิ ีการให้ข้อเสนอแนะ
1. สํารวจว่า Cl. ไม่สามารถคดิ หาแนวทางปฏบิ ัติได้
2. สํารวจว่า Cl. เคยแก้ปัญหาประเภทนีหรือไม่
3. ให้การเสนอแนะโดยบอกวธิ ปี ฏบิ ัติ หรือสนับสนุนให้ปฏบิ ตั ิ
ตามประสบการณ์
4. ตรวจสอบปฏกิ ริ ิยาโต้ตอบ
5. อาจมกี ารซ้อมปฏบิ ัติ
การให้กาํ ลงั ใจ
“เป็ นทกั ษะทใี ช้ด้านจติ ใจเพอื ช่วยให้ Cl. ได้พดู หรือแสดง
ความรู้สึกออกมา และให้การแก้ปัญหาดําเนินต่อไปด้วยดี
มกั ทาํ เมอื Cl. ขาดความมนั ใจ วติ กกงั วลมองดูตวั เองด้อยเกนิ กว่าที
จะแก้ไขปัญหา ซึงต้ององิ อยู่บนศักยภาพของ Cl. ไม่ใช่มาจาก Co.
หรือการปลอบใจทใี ช้ในสังคมทวั ไป”
วธิ ีการให้กาํ ลงั ใจ
1. สํารวจ อารมณ์ ความคดิ ความรู้สึก
2. การจบั และสะท้อนความรู้สึก
3. ค้นหาศักยภาพของ Cl.
4. สนับสนุนศักยภาพ
ผู้ให้คาํ ปรึกษา
ทศั นคตทิ ดี ี ทักษะการตดิ ต่อสือสาร
การยอมรับ การสร้างความสัมพนั ธ์
การไม่ตดั สินใคร การสร้างบุคลกิ ภาพ
การไม่ชีนํา การเป็ นผู้ฟังทดี ี
การเกบ็ รักษาความลบั
การดูแลเอาใจใส่ การสือสารด้วยกริ ิยาท่าทาง
การตรวจสอบ
การตอบคาํ ถาม