บนั ทึกข้อความ
ส่วนราชการ กลุ่มงานวิชาการ โรงเรียนวดั ใหญ่บ้านบอ่ (บา้ นบอ่ ราษฎรบำรงุ )
ท่ี ศธ ๐๔๑๒๕๑๐๒/พิเศษ วันท่ี ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕
เรอื่ ง ขออนญุ าตใช้แผนการจัดการเรยี นรู้
เรียน ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นวัดใหญบ่ า้ นบ่อ (บา้ นบอ่ ราษฎรบำรงุ )
.
ด้วยข้าพเจ้า นายนัฐพล อ่วมกระทุ่ม ตำแหน่ง ครูชำนาญการ โรงเรียนวัดใหญ่บ้านบ่อ (บ้านบ่อราษฎร
บำรุง) อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร
ได้รบั มอบหมายให้ทำการสอนในภาคเรียนท่ี ๑ - ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ในรายวิชา ภาษาไทยพน้ื ฐาน ๖ รหัสวิชา
ท ๑๖๑๐๑ ชั้น ประถมศึกษาปที ่ี ๖
ในการนี้ ขา้ พเจ้าได้จดั เตรียมการสอนโดยการวิเคราะหม์ าตรฐานตวั ชว้ี ดั ผู้เรียนและสภาพปญั หาในการเรียน
การสอนจากปีท่ีผ่าน จงึ ได้วางแผนเพื่อพัฒนาการจดั การเรียนรู้ในส่วนที่รบั ผิดชอบตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ โดยได้จัดทำ [✓] คำอธิบายรายวิชา [✓] โครงสร้างรายวิชา [ ] กำหนดการสอน
[✓] แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ เห่จับระบำ ซึง่ ขา้ พเจ้าไดแ้ บง่ หนว่ ยการเรียนรู้โดยเนน้ ผู้เรียนเป็น
สำคัญและได้กำหนดเวลาเรียน สัดส่วนคะแนน เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว จึงขออนุญาตดำเนินการสอนตามแผนการ
จดั การเรยี นรู้และโครงการจดั การเรยี นรู้ท่ีกำหนดตามเอกสารแนบมานี้
จึงเรียนมาเพือ่ โปรดพิจารณา
ลงชื่อ
(นายนัฐพล อว่ มกระทุม่ )
ตำแหนง่ ครชู ำนาญการ โรงเรียนวดั ใหญ่บ้านบอ่
ความเห็นหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ อนุบาล [ ] สอดคลอ้ งกับ มฐ/ตัวช้วี ัด [ ] ไม่สอดคล้อง ควรแกไ้ ข
............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ
(นางสาวธญั พร บุญส่ง)
ตำแหน่ง หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มบริหารฝา่ ยวชิ าการ [ ] ถกู ต้องตามรปู แบบท่ีกำหนด [ ] ไมถ่ กู ต้อง ควรแกไ้ ข
............................................................................................................................................................................
ลงชือ่
(นางสาวอรอุมา นามคุณ)
ตำแหน่ง หัวหน้ากลมุ่ บริหารฝ่ายวชิ าการ
❑ อนุมัติ ❑ ไมอ่ นุมัติ เพราะ ................................................................................................................
ลงชอ่ื
(นางสาวสมถวิล ศรอี ่อน)
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นวัดใหญบ่ ้านบ่อ (บา้ นบอ่ ราษฎรบำรุง)
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
เวลา 160 ช่ัวโมง
ท ๑6๑๐๑ ภาษาไทยพ้ืนฐาน 6
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6
อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความที่เป็น
โวหาร อ่านเรื่องสั้น ๆอย่างหลากหลาย อธิบายความหมายของคำศัพท์ที่มาจากประเทศในกลุ่มอาเซียน
แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคิดเหน็ จากเรื่องท่ีอ่าน วิเคราะห์และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับเร่ืองที่อ่านเพ่ือนำไปใช้
ในการดำเนินชีวิต อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย อ่านเรื่องส้ัน ๆ หลักเศรษฐกิจพอเพียง คำสั่ง ข้อแนะนำ และ
ปฏิบัติตาม อธิบายความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนที่ แผนภูมิและกราฟ เลือกอ่านหนังสือ
ตามความสนใจและอธบิ ายคณุ ค่าทไ่ี ดร้ บั มีมารยาทในการอ่าน
คัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้อง ชัดเจน และ
เหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ
เขียนย่อความจากเรื่องอ่าน เขียนเรื่องราวที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เขียนจดส่วนตัว
กรอกแบบรายการตา่ งๆ เขยี นเรอ่ื งตามจินตนาการและสรา้ งสรรค์ มมี ารยาทในการเขียน
ฝึกทกั ษะการฟัง การดูและการพดู พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจดุ ประสงค์ของเรื่องที่ฟังและดู ตั้ง
คำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู วิเคราะห์ความน่าเช่ือถือจากเรื่องท่ีฟังและดูสื่อโฆษณา
อย่างมีเหตุผล พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา พูดโน้มน้าว
อยา่ งมีเหตผุ ลและนา่ เชอื่ ถือ มีมารยาทในการฟัง การดแู ละการพูด
วิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค ใช้คำได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล รวบรวมและ
บอกความหมายของคำภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย ระบุลักษณะของประโยค แต่งบทร้อยกรอง
วิเคราะห์เปรียบเทยี บสำนวนทเ่ี ปน็ คำพังเพยและสภุ าษิต
แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน เล่านิทานพื้นบ้านท้องถิ่นตนเองและนิทาน
พืน้ บ้านของท้องถิน่ อ่นื อธิบายคณุ ค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน สรปุ ความรู้จากเนือ้ เรอ่ื งท่ีเก่ียวข้อง
กับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและ
บทร้อย โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ
กระบวนการแก้ปญั หา กระบวนการสงั เกต กระบวนกรแยกขอ้ เท็จจริง กระบวนการคน้ คว้า กระบวนการใช้
เทคโนโลยีในการสื่อสาร กระบวนการใช้ทักษะทางภาษา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งค ำถาม
ตอบคำถาม ใชท้ กั ษะการฟงั การดูและการพูด พดู แสดงความคิดเห็น กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของ
การอนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วธิ ีการของเศรษฐกิจ
พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กบั ชีวติ ประจำวันได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตวั ช้ีวดั
รายวชิ า ภาษาไทยพื้นฐาน 6 โครงสร้างรายวิชาภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 น้ำหนกั 4 หน่วยการเรียน
รหสั วิชา ท 16101
เวลา 160 ช่วั โมง
หน่วยที่ ช่ือหน่วย มาตรฐานตวั ช้ีวดั สาระสำคัญ จำนวน นำ้ หนัก
ช่ัวโมง คะแนน
ภาคเรียนท่ี ๑ 10
๖
1 เหจ่ ับระบำ ท 1.1 ป.๖/๑ การอา่ นวรรณกรรมเร่ือง เห่จบั ระบำ และ 10
๖
ป.6/3 บทเหก่ ล่อมพระบรรทม : เห่เร่ือง จบั ระบำ 1๔
๙
ป.6/4 จะต้องอ่าน ออกเสียงใหถ้ ูกต้องตามหลักการอ่าน ๘
๕
ป.6/5 ออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง สามารถ
ท 5.1 ป.๖/๑ แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเหน็ แสดงความคดิ เห็น
ป.6/3 เพ่ืออธิบายความรู้และข้อคดิ ในการนำไป
ประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจริง
2 การเดินทาง ท 1.1 ป.๖/๑ การศกึ ษาบทร้อยกรอง เสภาเรอ่ื งขุนชา้ งขนุ แผน
ของ ป.6/5 ตอน กำเนดิ พลายงาม จะต้องอา่ นออกเสียงให้
พลายงาม ท 5.1 ป.๖/๑ ถูกต้องตามหลักการอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง
ป.6/3 เปน็ ทำนองเสนาะ แสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับ
ป.6/4 เร่ือง และอธบิ ายคุณคา่ เร่ืองที่อา่ นเพื่อนำมา
แก้ปญั หาในการดำเนนิ ชวี ิตและท่องจำบท
อาขยานท่มี คี ุณค่า
๓ การอ่านคำใน ท 1.1 ป.๖/๑ การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง
ภาษาไทย ป.6/8 ตอ้ งอา่ นให้ถูกตอ้ งตามหลักการอา่ น มมี ารยาท
ป.6/9 ในการอ่าน และเลือกอ่านหนังสือตามความสนใจ
ท 2.1 ป.6/3 สามารถอธบิ ายคณุ ค่าทไี่ ดร้ บั และนำไปพูด
ท 3.1 ป.6/5 โนม้ น้าวเชิญชวนให้ผอู้ น่ื อา่ นหนงั สือ และ
เขียนแผนภาพความคดิ จากเรื่องที่อา่ น
๔ ชนิดของคำ ท 2.1 ป.6/9 การวิเคราะหช์ นิดและหนา้ ท่ีของคำในประโยค
และหนา้ ท่ี ท 4.1 ป.6/1 จะชว่ ยให้ใช้ภาษาไทยได้อย่างถกู ต้อง
ของคำ การคัดลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัดและ
คร่งึ บรรทดั จะตอ้ งคดั ให้ถกู ต้องตามรปู แบบ
การเขียนตัวอักษรไทย และมารยาทในการเขียน
หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานตวั ชี้วดั สาระสำคญั จำนวน น้ำหนกั
ชวั่ โมง คะแนน
๕ จดแลว้ จำ ท 1.1 ป.6/3 การอา่ นวรรณกรรม เร่อื ง จดแล้วจำ และบท
8 ๕
ป.6/4 รอ้ ยกรองเรื่อง ความจำ จะต้องอ่านออกเสยี งให้
8 ๕
ป.6/5 ถูกต้องตามหลักการอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
10 ๖
ท 5.1 ป.6/3 และบทร้อยกรอง ตอบคำถามเกยี่ วกับเรื่อง
12 ๘
พรอ้ มแยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคิดเห็นจากเรื่อง ๘๐ ๕๐
ทอี่ า่ น สามารถแสดงความคิดเหน็ และนำความรู้
ขอ้ คิด เพื่อนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จริง
๖ นกั สืบทองอนิ ท 1.1 ป.6/4 การอ่านนิทานทองอนิ ตอน นากพระโขนงทส่ี อง
ป.6/5 จะตอ้ งตอบคำถามเก่ยี วกบั เรื่อง พร้อมแยกแยะ
ท 5.1 ป.6/3 ข้อเทจ็ จริง ขอ้ คิดเหน็ และแสดงความคดิ เห็น
เพื่ออธิบายการนำความรู้ และข้อคดิ มาใช้ในการ
แกป้ ัญหาและประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จรงิ อยา่ งถูกต้อง
และเหมาะสม
๗ ประโยคใน ท 2.1 ป.6/4 การเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งจะชว่ ยใหส้ ามารถ
ภาษาไทย ป.6/7 พฒั นาการเขยี นเรียงความและการเขยี นเร่อื งตาม
ป.6/8 จินตนาการได้อยา่ งสรา้ งสรรค์ สว่ นการกรอก
ป.6/9 แบบรายการ เป็นการเขยี นรายละเอยี ดต่างๆ ลง
ท 4.1 ป.6/4 ในแบบรายการเพ่ือนำข้อมูลทก่ี รอกไปใช้งาน
การสอื่ สารดว้ ยการพดู หรือการเขียนจะต้อง
เข้าใจส่วนประกอบของประโยค และเจตนาของผู้
สง่ สาร จงึ จะสามารถส่ือสารไดเ้ ขา้ ใจ และชดั เจน
๘ ภาษา ท 1.1 ป.6/1 การใช้คำท่ีมาจากภาษาต่างประเทศจะต้อง
ต่างประเทศ ท 2.1 ป.6/2 เข้าใจความหมาย อ่านออกเสียงใหถ้ กู ต้องชัดเจน
ในภาษาไทย ป.6/3 ศกึ ษาใหเ้ ข้าใจและเลือกสรรคำให้เหมาะสม
ท 4.1 ป.6/3 รวมถงึ ตอ้ งรจู้ ักการเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง
เพือ่ นำไปส่กู ารพัฒนางานเขยี นตา่ งๆ
ภาคเรยี นท่ี ๑ จำนวน ๘ หนว่ ย
หนว่ ยท่ี ชื่อหน่วย มาตรฐานตวั ชี้วดั สาระสำคัญ จำนวน นำ้ หนกั
ช่วั โมง คะแนน
ภาคเรยี นท่ี ๒ 14 ๙
๙ ศกึ ไมยราพ ท 1.1 ป.6/1 การอา่ นวรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน 10 ๖
ป.6/3 ศกึ ไมยราพ จะต้องอ่านออกเสยี งให้ถูกต้อง 8๕
ป.6/5 ตามหลักการอา่ นออกเสยี งเป็นทำนองเสนาะ 8๕
ท 5.1 ป.๖/๑ สามารถแสดงความคดิ เหน็ เพ่ืออธิบายความรู้ 10 ๖
ป.6/3 และข้อคิดในการนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจรงิ
๑๐ กำเนิด ท 1.1 ป.6/1 การอา่ นวรรณคดีเรื่อง ราชาธิราช ตอน
มะกะโท ป.6/3 กำเนิดมะกะโท จะต้องอ่านออกเสยี งตาม
ท 5.1 ป.6/1 หลกั การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว สามารถ
ป.6/3 จบั ใจความสำคญั แสดงความคดิ เหน็ เพ่ือ
อธบิ ายคณุ ค่าและนำข้อคิดไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ
จรงิ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๑๑ คำราชาศัพท์ ท 2.1 ป.6/6 การใช้ภาษาไทยจะต้องคำนงึ ถึงระดบั ภาษา
ป.6/9 ในการสอ่ื สาร และการพดู รายงานจะต้อง
ท 3.1 ป.6/4 เรียบเรียงลำดบั ขั้นตอนของเหตกุ ารณท์ ่เี กิดขึน้
ป.6/6 ตามจุดประสงคท์ ี่กำหนดอยา่ งมีมารยาท
ท 4.1 ป.6/2 ส่วนการเขียนจดหมายสว่ นตัวจะตอ้ งเขยี นให้
ถูกต้องตามรูปแบบและมีมารยาทในการเขยี น
๑๒ บทรอ้ ยกรอง ท 1.1 ป.6/6 การอ่านงานเขยี นเชิงอธบิ าย คำส่งั ขอ้ แนะนำ
ท 2.1 ป.6/5 มุ่งให้ผู้อา่ นปฏิบัตติ ามได้อย่างถกู ต้อง สว่ น
ท 4.1 ป.6/5 การเขียนย่อความและการแต่งบทรอ้ ยกรอง
เป็นการเขยี นที่มรี ปู แบบเฉพาะ ต้องศกึ ษา
วธิ กี ารเขียนและเลือกใช้คำให้เหมาะสม
๑๓ สุภาษติ สอน ท 1.1 ป.6/1 การอ่านวรรณกรรมเรื่อง สุภาษติ สอนจติ
จติ เตอื นใจ ป.6/3 เตือนใจ และวรรณคดเี รื่อง โคลงสภุ าษิต
ท 5.1 ป.6/1 นฤทุมนาการ จะต้องอ่านออกเสียงใหถ้ ูกต้อง
ป.6/3 ตามหลักการอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และ
บทร้อยกรอง สามารถจับใจความสำคัญ แสดง
ความคิดเหน็ เพ่ืออธิบายความรู้ และข้อคิดใน
การนำไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจริง
หนว่ ยท่ี ชือ่ หน่วย มาตรฐานตวั ชี้วัด สาระสำคญั จำนวน นำ้ หนกั
๑๔ ภาษาถิ่น ท 1.1 ป.6/7 ช่วั โมง คะแนน
ท 3.1 ป.6/5 การอ่านสัญลักษณ์ แผนภมู ิ แผนที่ จะต้อง 1๒
๑๕ ถอ้ ยคำ เข้าใจสญั ลักษณแ์ ละบอกความหมายของ ๘
สำนวน ป.6/6 ข้อมลู ได้ ภาษาถิน่ เปน็ ภาษาท่ีใช้สอ่ื สาร 8
ท 4.1 ป.6/2 เฉพาะถิน่ มีลกั ษณะถ้อยคำและสำเนยี งทเ่ี ป็น ๕
๑๖ อำลา อาลยั ท 5.1 ป.6/2 เอกลักษณ์ของทอ้ งถิ่นน้นั ๆ การเลา่ นทิ าน
พืน้ บา้ นดว้ ยภาษาถน่ิ จะต้องเลอื กใชค้ ำให้ ๖
ท 1.1 ป.6/2 เหมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล สว่ นการโตว้ าที
ท 3.1 ป.6/1 เป็นการพดู โต้ตอบและหกั ล้างกันด้วยเหตผุ ล โดย ๕๐
การโนม้ นา้ วใจผูฟ้ งั ใหเ้ หน็ ดว้ ย หรอื คล้อยตาม ๑๐๐
ป.6/2 ฝา่ ยผพู้ ูดด้วยการพูดอยา่ งมีมารยาท
ป.6/3
ป.6/6 การศึกษาทักษะการใชภ้ าษาไทย โดยการอ่าน
ท 4.1 ป.6/6 และอธบิ ายความหมายของสำนวนโวหาร
วเิ คราะห์เปรียบเทียบสำนวนที่เป็นสภุ าษติ
คำพงั เพย ฝกึ ฟังและดสู อื่ ต่างๆ ให้สามารถพดู
แสดงความรูค้ วามเขา้ ใจ ตง้ั คำถามและ
ตอบคำถามเชงิ เหตผุ ล วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ
ของส่ือ
ท 1.1 ป.6/1 การอ่านวรรณกรรมเรื่อง สุภาษิตสอนจิต 10
ป.6/3 เตอื นใจ และวรรณคดเี รื่อง โคลงสุภาษิต ๘๐
ป.6/5 นฤทมุ นาการ จะต้องอ่านออกเสียงให้ถูกตอ้ ง
ตามหลักการอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้ว
ป.6/3 และบทร้อยกรอง สามารถจับใจความสำคัญ
ท 5.1 ป.6/1 แสดงความคดิ เหน็ เพื่ออธบิ ายความรู้ ขอ้ คดิ
ป.6/3 ในการนำไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
ป.6/4
ภาคเรยี นท่ี ๒ จำนวน ๘ หนว่ ย
รวม ๒ ภาคเรยี น ๑๖ หนว่ ย ๑๖๐
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ เห่จบั ระบำ
โรงเรยี นวดั ใหญ่บา้ นบ่อ (บา้ นบ่อราษฎรบำรงุ ) สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสมทุ รสาคร
รายวิชา ภาษาไทยพ้นื ฐาน ๖ รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ เหจ่ ับระบำ เวลา ๑๐ ชว่ั โมง เร่ือง การอา่ นบทร้อยแกว้ เวลา ๒ ชวั่ โมง
ชั้น ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ผสู้ อน นายนัฐพล อ่วมกระทุ่ม
1. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอ่านออกเสียงคำ ข้อความในวรรณกรรม เรื่อง เหจ่ ับระบำ จะต้องอ่านออกเสียงให้ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
บทรอ้ ยแก้ว
2. ตัวชีว้ ัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ตวั ชวี้ ัด
ท 1.1 ป.6/1 อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้ถกู ต้อง
2.2 จุดประสงค์การเรยี นรู้
- อ่านออกเสียงวรรณกรรม เรื่อง เหจ่ บั ระบำ ได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง
3.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถ่ิน
การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง
- วรรณกรรม เรื่อง เห่จบั ระบำ
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทักษะการเปรียบเทยี บ
4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มคี วามรับผดิ ชอบ
4. รกั ความเปน็ ไทย
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
วธิ ีสอนโดยการจดั การเรยี นรู้แบบร่วมมือ : เทคนคิ คคู่ ดิ
นกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เร่อื ง เหจ่ ับระบำ คำถามกระตุ้นความคดิ
ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น นกั เรยี นคิดวา่ การอ่านออกเสียง
อยา่ งชดั เจน จะทำใหก้ ารอา่ นเรอื่ ง
สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ : — น้ันๆ มีความนา่ สนใจมากข้ึนหรือไม่
เพราะเหตใุ ด
1. นกั เรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ
2. ครูสนทนากบั นักเรียนเกย่ี วกับการเกิดปรากฏการณฟ์ ้าแลบ (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรียน
ฟ้ารอ้ ง จากนั้นให้นักเรียนแสดงความคดิ เห็นวา่ เกดิ ปรากฏการณ์ โดยให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของครผู ู้สอน)
ดงั กล่าวได้อย่างไร
3. ครูแจ้งใหน้ กั เรียนทราบวา่ จะใหน้ กั เรยี นฝกึ อ่านออกเสียง
วรรณกรรม เรือ่ ง เหจ่ ับระบำ ซึง่ เป็นเรอ่ื งราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ
ปรากฏการณ์ฟ้าแลบฟ้ารอ้ ง
ข้ันสอน
สื่อการเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดีฯ ป.6
1. นกั เรยี นรว่ มกันสนทนาเกี่ยวกับหลกั การอ่านออกเสยี ง
บทรอ้ ยแกว้ เพื่อเปน็ การทบทวนความรู้ แลว้ สรุปหลักการอ่าน
ออกเสยี งบทร้อยแก้ว
2. ครูแบ่งนักเรียนออกเปน็ กลมุ่ กล่มุ ละ 4 คน คละกนั ตาม
ความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนขา้ งเก่ง ปานกลาง
ค่อนข้างอ่อน และอ่อน
3. ครอู า่ นออกเสยี งวรรณกรรม เร่อื ง เหจ่ ับระบำ จากหนังสอื เรียน
เปน็ ตวั อย่างใหน้ ักเรียนฟัง 2 ย่อหนา้
4. นักเรียนสงั เกตการอา่ นออกเสียงของครู ในประเด็นที่กำหนด
ดงั นี้
1) การแบ่งวรรคตอนในการอา่ น
2) การอา่ นออกเสียง ร ล และคำควบกล้ำ
3) การใช้นำ้ เสียงในการอ่าน
5. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั อา่ นออกเสียงวรรณกรรม เร่ือง
เห่จบั ระบำจากยอ่ หน้าที่ครอู ่านเปน็ แบบ
6. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันอ่านออกเสียงวรรณกรรม เร่ือง
เหจ่ บั ระบำพร้อมกนั แลว้ บอกข้อบกพรอ่ งในการอ่านออกเสยี ง
ของตนเองและสมาชิกกลมุ่ จากนัน้ รวบรวมขอ้ บกพร่องของ
สมาชกิ กลมุ่ ทกุ คน
7. ตัวแทนของแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการรวบรวมขอ้ บกพร่องใน คำถามกระตุน้ ความคดิ
การอา่ นออกเสยี งของสมาชกิ กล่มุ จากน้นั ครชู ่วยกันหาแนวทาง นักเรียนมีวธิ ีการตรวจสอบ
ในการอา่ นออกเสียงใหถ้ ูกต้องและดยี ิ่งขนึ้ การอ่านของตนเอง และสมาชิกในกล่มุ
อยา่ งไร
8. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ อา่ นออกเสียงวรรณกรรมเร่ือง เหจ่ บั ระบำ
จากหนังสอื เรียน ตามย่อหนา้ ท่ีครูกำหนดตอ่ เน่ืองกนั ไปจนจบ (พจิ ารณาตามคำตอบของนกั เรยี น
เรื่อง โดยให้อยใู่ นดุลยพินิจของครูผู้สอน)
9. ครเู สนอแนะวิธีการฝึกอ่าน เพ่ือให้สมาชกิ ในแต่ละกลุ่มได้ปฏิบตั ิ
กิจกรรมรว่ มกนั ทกุ คน เช่น การแบ่งวรรคตอน การอ่านออกเสยี ง
คำควบกล้ำ การฝึกอา่ นคำศัพท์ยาก โดยให้สมาชกิ ในกลมุ่
จับคกู่ ันเพื่อฝกึ การอ่านออกเสยี งทถี่ ูกต้อง จากนน้ั ผลัดกนั อ่าน
สงั เกต ติชมและเสนอแนะใหเ้ พ่ือนปรับปรงุ แก้ไขข้อบกพร่อง
๑๐. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้ว ตามหลกั
การอา่ นทถี่ ูกต้อง จากนน้ั ประเมนิ ผลการอา่ นออกเสยี ง
บทรอ้ ยแก้วของกลุ่มตนเองด้วยความมนั่ ใจ
ขั้นสรุป
ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ : —
1. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
2. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ อา่ นออกเสียงวรรณกรรม เรือ่ ง เห่จับระบำ
จากยอ่ หนา้ ทค่ี รกู ำหนดใหต้ ่อเนือ่ งกันไปจนจบเร่ือง
3. ครูเนน้ ยำ้ ใหน้ ักเรียนตระหนกั ถึงความสำคัญของ
การอา่ นออกเสยี งอยา่ งถูกตอ้ งและชัดเจน
7. การวัดและประเมินผล
วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ แบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี (ประเมนิ ตามสภาพจริง)
1 1
ประเมินการอ่านออกเสยี งบทร้อยแก้ว แบบประเมนิ การอา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
สงั เกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ มีความรบั ผดิ ชอบ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
และรักความเป็นไทย เกณฑ์
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรียนรู้
- หนงั สือเรียน ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ป.6
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
—
แบบประเมนิ การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้
คำช้ีแจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมการอ่านของนักเรยี น แล้วขดี ✓ ลงในชอ่ งวา่ งท่ีตรงกับระดับคะแนน
ลำดับท่ี ชือ่ – สกลุ ถูกต้องตาม การแบ่ง ออกเสียง การใช้น้ำเสยี ง รวม
ของผรู้ ับการ อกั ขรวธิ ี วรรคตอน ชัดเจน 12
คะแนน
ประเมิน 321 321 321321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
ปฏบิ ัติไดถ้ ูกตอ้ ง ............../.................../................
ปฏิบตั มิ ีขอ้ บกพร่องปานกลาง
ปฏบิ ัตมิ ขี อ้ บกพร่องมาก ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
10 - 12 ดี
6-9 พอใช้
ตำ่ กว่า 6 ปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
คำช้ีแจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องวา่ ง
ท่ตี รงกับระดับคะแนน
ลำดบั ท่ี ช่ือ – สกลุ ความมีวนิ ยั ความมีนำ้ ใจ การรับฟัง การแสดง การตรงต่อ รวม
ของผ้รู ับการ เออ้ื เฟ้ือ ความคิดเหน็ ความคดิ เหน็ เวลา 15
เสยี สละ คะแนน
ประเมิน 321
321321321321
เกณฑ์การให้คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผ้ปู ระเมิน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ............../.................../................
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
คำชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ ลงในชอ่ งว่าง
ทตี่ รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดับที่ ชอ่ื – สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟัง ความตง้ั ใจ การแก้ไข รวม
ของผู้รับ ร่วมมอื กัน ความ ความคดิ เหน็ ทำงาน ปัญหา/หรือ 15
การประเมิน ทำกจิ กรรม คิดเหน็ ปรบั ปรุง คะแนน
321 ผลงานกล่มุ
321 321321
321
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน
............../.................../...............
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
คำช้แี จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในชอ่ งว่าง
ทตี่ รงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน 321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเม่อื ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาติได้ และบอกความหมายของ
เพลงชาติ
กษตั ริย์
1.2 ปฏิบัตติ นตามสทิ ธิและหน้าที่ของนักเรยี น ให้ความรว่ มมอื ร่วมใจ
2. ซอื่ สตั ย์ สุจรติ ในการทำงานกับสมาชิกในหอ้ งเรยี น
3. มีวนิ ัย 1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทสี่ ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ต่อ
รับผิดชอบ โรงเรยี นและชุมชน
4. ใฝเ่ รยี นรู้
1.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาท่ีตนนับถอื ปฏบิ ตั ติ นตามหลักของศาสนา
และเปน็ ตวั อย่างที่ดขี องศาสนิกชน
1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เก่ยี วกับสถาบนั
พระมหากษัตรยิ ์ตามท่ีโรงเรยี นและชมุ ชนจัดขนึ้ ช่นื ชมใน
พระราชกรณียกจิ พระปรชี าสามารถของพระมหากษัตริยแ์ ละ
พระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มลู ท่ถี ูกตอ้ ง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ัติในส่งิ ทถ่ี กู ต้อง ละอาย และเกรงกลวั ที่จะทำความผิด ทำตาม
สญั ญาท่ตี นให้ไวก้ ับพ่อแม่หรอื ผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ิตนต่อผ้อู น่ื ด้วยความซื่อตรง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่
เพอ่ื นดา้ นความซ่ือสัตย์
3.1 ปฏิบตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวและ
โรงเรยี น มีความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกจิ กรรมต่างๆ ใน
ชีวิตประจำวันมีความรบั ผดิ ชอบ
4.1 ตั้งใจเรียน
4.2 เอาใจใส่ในการเรยี น และมคี วามเพยี รพยายามในการเรยี น
4.3 เข้าร่วมกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ
4.4 ศึกษาค้นคว้า หาความรจู้ ากหนงั สือ เอกสาร สงิ่ พิมพ์ สื่อเทคโนโลยี
ต่างๆแหล่งการเรียนรู้ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน และเลือก
ใชส้ ือ่ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
4.5 บันทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสิ่งท่ีเรยี นรู้ สรปุ เปน็
องคค์ วามรู้
4.6 แลกเปลยี่ นความรู้ ด้วยวธิ ีการต่างๆ และนำไปใช้ในชีวติ ประจำวัน
แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (ต่อ)
คำชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ งว่าง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงค์ดา้ น 321
5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรพั ย์สินและสิง่ ของของโรงเรียนอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรียนอย่างประหยดั และร้คู ุณคา่
5.3 ใช้จา่ ยอยา่ งประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงนิ
6. มงุ่ มัน่ ในการ 6.1 มีความต้ังใจและพยายามในการทำงานที่ไดร้ ับมอบหมาย
ทำงาน 6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน
8.2 อาสาทำงาน ช่วยคิด ชว่ ยทำ และแบ่งปนั ส่งิ ของให้ผอู้ ่นื
8.3 ดแู ล รกั ษาทรัพยส์ มบัติและส่ิงแวดลอ้ มของห้องเรียน โรงเรียน
ชุมชน
8.4 เข้ารว่ มกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรียน
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชอื่ ...................................................ผูป้ ระเมนิ
พฤติกรรมทป่ี ฏิบัตชิ ดั เจนและสม่ำเสมอ .............../.................../................
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบ่อยครั้ง
พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั ิบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ เหจ่ บั ระบำ
โรงเรียนวัดใหญ่บ้านบ่อ (บา้ นบอ่ ราษฎรบำรุง) สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสมทุ รสาคร
รายวิชา ภาษาไทยพ้นื ฐาน ๖ รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑ เห่จับระบำ เวลา ๑๐ ชว่ั โมง เรอื่ ง การอ่านเร็วและจับใจความ เวลา ๒ ช่วั โมง
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ผู้สอน นายนัฐพล อว่ มกระทมุ่
1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การอา่ นวรรณกรรม เร่ือง เหจ่ บั ระบำ จะต้องฝึกการอ่านเร็ว สรุปใจความสำคญั แยกแยะข้อเทจ็ จรงิ และข้อคดิ เห็น
พร้อมกับอธิบายการนำความรู้และข้อคดิ จากวรรณกรรมเพื่อนำไปตัดสนิ ใจแกป้ ัญหาในการดำเนินชวี ติ ได้
2. ตวั ชี้วัด/จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 ตวั ชวี้ ัด
ท 1.1 ป.6/3 อา่ นเรื่องสั้นๆ อย่างหลากหลาย โดยจบั เวลาแล้วถามเกยี่ วกับเร่ืองท่ีอา่ น
ป.6/4 แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ จากเรือ่ งทีอ่ ่าน
ป.6/5 อธบิ ายการนำความรู้และความคิดจากเรื่องทอี่ า่ นไปตดั สินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต
2.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑) จบั ใจความสำคญั ของวรรณกรรม เร่ือง เห่จับระบำ แลว้ ตอบคำถามได้
๒) แยกข้อเท็จจริงและข้อคดิ เห็นจากวรรณกรรม เร่ือง เหจ่ บั ระบำ ได้
๓) อธิบายการนำความรูแ้ ละขอ้ คิดจากวรรณกรรม เร่ือง เหจ่ บั ระบำ ได้
3. สาระการเรยี นรู้ 2) การอา่ นเรว็
3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
1) การอา่ นจับใจความจากส่ือต่างๆ - วรรณกรรม เรอ่ื ง เหจ่ ับระบำ
3.2 สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถนิ่ - วรรณกรรม เร่ือง เห่จบั ระบำ
1) การอ่านจบั ใจความจากส่ือตา่ งๆ เช่น
2) การอ่านเรว็ เช่น
4. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น 2) ทักษะการสรปุ ลงความเห็น
4.1 ความสามารถในการส่อื สาร 4) ทกั ษะการนำความรไู้ ปใช้
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการคัดแยก
2) ทกั ษะการวิเคราะห์
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 2. ใฝเ่ รียนรู้
1. มีวินยั 4. รกั ความเปน็ ไทย
3. มคี วามรับผิดชอบ
6. กจิ กรรมการเรียนรู้ คำถามกระต้นุ ความคิด
วธิ ีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมอื : เทคนคิ การเรยี นรว่ มกนั ข้อความ หรือหนงั สือ 1
หน้ากระดาษ นักเรียนใช้เวลาในการอา่ น
ขัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น กน่ี าที
สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ : —
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดย
1. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ให้อยูใ่ นดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
2. ครูสุ่มเรยี กนกั เรียน 2 คน ออกมาอ่านข้อความทีค่ รเู ตรยี มไว้
1 ย่อหนา้ จากน้ันครจู บั เวลาตามความเหมาะสม เมื่อครบ
กำหนดเวลา
แลว้ ครูบอกสัญญาณให้หยุดอ่าน แล้วให้นกั เรยี นระบุวรรคตอน
สดุ ท้ายท่ีนักเรียนอ่าน
3. นกั เรยี นเปรยี บเทยี บความแตกต่างของการอ่านของเพ่ือนท้ัง
สองคน จากน้นั ครูอธบิ ายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ การอ่านเรว็ เปน็
คณุ สมบัตทิ ส่ี ำคญั ของการอา่ นทีด่ ี และการอ่านเร็วจะตอ้ ง
สามารถสรุปใจความสำคัญหรอื ตอบคำถามจากเร่ืองที่อ่านได้
ขน้ั สอน
สื่อการเรยี นรู้ : หนังสอื เรยี น วรรณคดีฯ ป.6
1. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกันฝึกอ่านเรว็ จากวรรณกรรม
เรื่อง เหจ่ บั ระบำ โดยให้สมาชิกรว่ มกันวางแผนในการอ่าน
2. สมาชกิ ในแต่ละกลุม่ รว่ มกันตรวจสอบการอา่ นและแสดง
ความคิดเห็น เพอ่ื ร่วมกนั หาแนวทางในการแกไ้ ขที่เหมาะสม
3. ครกู ำหนดข้อความจากเรื่อง เหจ่ บั ระบำ จากหนังสือเรียน ให้
แต่ละกลมุ่ ช่วยกันจับใจความสำคัญ (กำหนดจำนวนขอ้ ความ
ตามความเหมาะสม) โดยใหส้ มาชิกในแตล่ ะกล่มุ จบั คกู่ นั เป็น 2
คู่ แล้วให้แตล่ ะคู่ ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ดังน้ี
- สมาชกิ คนท่ี 1 อ่านข้อความ และเขยี นสรุปใจความสำคญั
- สมาชกิ คนท่ี 2 เปน็ ฝา่ ยสงั เกต ตรวจสอบใจความสำคัญ
ใหส้ มาชกิ แตล่ ะคู่เปล่ียนบทบาทกันในข้อความต่อไป
4. นักเรยี นรวมกลุม่ เดิม (4 คน) ใหแ้ ต่ละคนู่ ำใจความสำคญั ของคู่
ตนเองมานำเสนอให้เพื่อนอีกคหู่ นงึ่ ฟัง เพอื่ ช่วยกนั ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
5. ครสู ุ่มเรียกนกั เรยี นแตล่ ะคนอ่านสรปุ ใจความสำคัญในแต่ละ
ข้อความ
6. ครใู ห้นักเรียนช่วยกันอภปิ รายและแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับ คำถามกระตุ้นความคดิ
ขอ้ เท็จจรงิ และข้อคิดเหน็ ของการเกดิ ปรากฏการณ์ฟา้ แลบ
ฟา้ รอ้ ง จากวรรณกรรม เรื่อง เหจ่ บั ระบำ พรอ้ มอธบิ าย ปรากฏการณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในธรรมชาติ
เหตผุ ลประกอบ ต่างๆ สามารถอธบิ ายดว้ ยวิธีทาง
วิทยาศาสตร์ได้ทุกเรื่องหรือไม่ เพราะ
7. สมาชกิ แต่ละกลุม่ สรุปผลอภิปรายและแสดงความคดิ เห็น แลว้ เหตุใด
แยกข้อเท็จจริงและข้อคดิ เหน็ ของการเกดิ ปรากฏการณ์ฟ้าแลบ
ฟา้ รอ้ งจากวรรณกรรม เรื่อง เห่จับระบำ พรอ้ มอธิบายเหตุผล (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน โดย
ประกอบ ให้อย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู้ อน)
8. ตัวแทนของแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอความรทู้ ห่ี น้าชัน้ เรยี น
ข้ันสรปุ
สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้ : —
1. นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด
2. นกั เรียนร่วมกนั สรุปความร้แู ละข้อคดิ ท่ีไดร้ บั จากวรรณกรรม
เร่ือง เห่จบั ระบำ แลว้ บนั ทึกความรู้ท่ไี ดล้ งในแบบบันทึก
การอ่าน
3. ครูแนะนำให้นกั เรียนลองศึกษาความรูท้ างดา้ นวิทยาศาสตร์
หรอื สอบถามข้อมลู จากผู้ปกครองเกี่ยวกบั ความเชอ่ื ในการเกดิ
ฟ้าแลบฟา้ ร้อง
7. การวดั และประเมนิ ผล
วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจแบบบันทกึ การอ่าน แบบบนั ทกึ การอ่าน
ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน เกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มีความรับผิดชอบ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
และรักความเป็นไทย ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
8.1 สอื่ การเรียนรู้
- หนงั สือเรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.6
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
—
แบบบันทกึ การอ่าน
ช่อื หนังสือ ช่ือผแู้ ต่ง นามปากกา
สำนกั พิมพ์ ปที ีพ่ มิ พ์
จำนวนหนา้ สถานทพี่ ิมพ์
พ.ศ. เวลา
ราคา บาท อ่านวันที่ เดือน
1. สาระสำคัญของเรื่อง
2. วเิ คราะหข์ ้อคิด/ประโยชนท์ ่ไี ดจ้ ากเร่ืองทอ่ี ่าน
3. สง่ิ ทสี่ ามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวนั
4. ขอ้ เสนอแนะของครู ลงชือ่ ผปู้ กครอง
( )
ลงชือ่ นักเรยี น
() ครูผูส้ อน
)
ลงชื่อ
( ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 1 คะแนน
ผลงานมีความสมบรู ณช์ ัดเจน
ผลงานมีขอ้ บกพร่องเพยี งเล็กนอ้ ย
ผลงานมขี ้อบกพร่องมาก
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
คำชแ้ี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ ลงในชอ่ งว่าง
ทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
1 ความถูกตอ้ งของเนื้อหา
2 ความคิดสร้างสรรค์ รวม
3 วธิ ีการนำเสนอผลงาน
4 การนำไปใช้ประโยชน์
5 การตรงต่อเวลา
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางสว่ น
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรับปรงุ
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
คำช้แี จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ที่ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดับท่ี ชื่อ – สกลุ ความมีวินัย ความมนี ำ้ ใจ การรบั ฟัง การแสดง การตรงตอ่ รวม
ของผรู้ ับการ เอ้อื เฟ้อื ความคิดเหน็ ความคดิ เห็น เวลา 15
เสียสละ คะแนน
ประเมิน 321
321321321321
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............../.................../................
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ ท่ี
คำช้ีแจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องว่าง
ตรงกับระดับคะแนน
ลำดับที่ ช่อื – สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟงั ความต้ังใจ การแก้ไข รวม
ของผรู้ ับ ร่วมมือกัน ความ ความคดิ เห็น ทำงาน ปญั หา/หรอื 15
การประเมนิ ทำกจิ กรรม คดิ เห็น ปรับปรงุ คะแนน
321 ผลงานกลมุ่
321 321321
321
ลงช่ือ...................................................ผูป้ ระเมนิ
............../.................../...............
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ
แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คำช้ีแจง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ ลงในช่องว่าง
ทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ ้าน 321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่ือไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาติได้ และบอกความหมายของ
เพลงชาติ
กษัตรยิ ์
1.2 ปฏิบัติตนตามสทิ ธิและหน้าท่ีของนักเรยี น ใหค้ วามรว่ มมือ ร่วมใจ
2. ซอื่ สตั ย์ สุจรติ ในการทำงานกับสมาชกิ ในหอ้ งเรยี น
3. มวี นิ ัย 1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทส่ี รา้ งความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อ
รับผดิ ชอบ โรงเรยี นและชุมชน
4. ใฝ่เรียนรู้
1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาที่ตนนับถอื ปฏิบัตติ นตามหลักของศาสนา
และเป็นตวั อยา่ งที่ดีของศาสนิกชน
1.5 เข้ารว่ มกจิ กรรมและมสี ่วนรว่ มในการจดั กิจกรรมท่ีเกย่ี วกบั สถาบนั
พระมหากษัตริย์ตามท่โี รงเรียนและชุมชนจัดขนึ้ ชน่ื ชมใน
พระราชกรณียกจิ พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริยแ์ ละ
พระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลทถ่ี ูกต้อง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ตั ิในสงิ่ ท่ีถกู ต้อง ละอาย และเกรงกลวั ท่จี ะทำความผดิ ทำตาม
สญั ญาท่ตี นให้ไว้กบั พ่อแม่หรือผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏิบัตติ นตอ่ ผู้อ่ืนด้วยความซ่ือตรง และเปน็ แบบอย่างทีด่ ีแก่
เพือ่ นด้านความซื่อสัตย์
3.1 ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคับของครอบครวั และ
โรงเรยี น มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ใน
ชวี ติ ประจำวนั มีความรบั ผิดชอบ
4.1 ต้งั ใจเรียน
4.2 เอาใจใส่ในการเรียน และมคี วามเพยี รพยายามในการเรียน
4.3 เข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรตู้ ่างๆ
4.4 ศกึ ษาคน้ คว้า หาความรูจ้ ากหนังสอื เอกสาร ส่ิงพิมพ์ ส่ือเทคโนโลยี
ต่างๆแหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน และเลอื ก
ใชส้ ่อื ไดอ้ ย่างเหมาะสม
4.5 บันทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางส่ิงทีเ่ รยี นรู้ สรุปเปน็
องคค์ วามรู้
4.6 แลกเปล่ียนความรู้ ด้วยวิธีการตา่ งๆ และนำไปใช้ในชีวติ ประจำวัน
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ต่อ)
คำช้ีแจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ ลงในชอ่ งวา่ ง
ทตี่ รงกับระดบั คะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ด้าน 321
5. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยดั
5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรู้คณุ ค่า
6. มุง่ มน่ั ในการ 5.3 ใช้จ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเก็บออมเงิน
ทำงาน 6.1 มคี วามต้ังใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพ่ือใหง้ านสำเรจ็
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มีจิตสำนกึ ในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภมู ิปัญญาไทย
7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย
8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน
8.2 อาสาทำงาน ช่วยคดิ ช่วยทำ และแบง่ ปันสง่ิ ของให้ผ้อู ืน่
8.3 ดแู ล รักษาทรัพยส์ มบัตแิ ละสิ่งแวดล้อมของห้องเรียน โรงเรียน
ชุมชน
8.4 เข้าร่วมกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
พฤติกรรมที่ปฏิบัติชดั เจนและสมำ่ เสมอ .............../.................../................
พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ชิ ดั เจนและบอ่ ยคร้งั
พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ิบางครง้ั ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๓
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ เห่จับระบำ
โรงเรียนวดั ใหญ่บา้ นบ่อ (บา้ นบ่อราษฎรบำรงุ ) สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาสมุทรสาคร
รายวิชา ภาษาไทยพ้นื ฐาน ๖ รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เห่จับระบำ เวลา ๑๐ ช่วั โมง เรื่อง เรียนรู้วรรณคดี เห่จับระบำ (๑) เวลา ๒ ช่ัวโมง
ช้ัน ประถมศึกษาปที ี่ ๖ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ผ้สู อน นายนฐั พล อว่ มกระทุม่
1. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอ่านบทเห่กล่อมพระบรรทม เหเ่ ร่ือง จบั ระบำ จะต้องอ่านออกเสียงบทรอ้ ยกรองเป็นทำนองเสนาะ
2. ตัวช้วี ดั /จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ตวั ช้ีวัด
ท 1.1 ป.6/1 อ่านออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถูกต้อง
2.2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
- อา่ นบทร้อยกรองจากบทเห่กล่อมพระบรรทม เห่เรื่อง จับระบำ เปน็ ทำนองเสนาะได้
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- การอ่านบทรอ้ ยกรองเป็นทำนองเสนาะ
3.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
การอ่านบทรอ้ ยกรองเป็นทำนองเสนาะ เช่น
- บทเห่กล่อมพระบรรทม เหเ่ รื่อง จับระบำ
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการสังเกต
2) ทกั ษะการเปรยี บเทยี บ
4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มีความรับผดิ ชอบ
4. รกั ความเป็นไทย
6. กิจกรรมการเรียนรู้ คำถามกระตุน้ ความคดิ
วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการปฏิบัติ นกั เรียนคิดวา่ การอ่านบทร้อยกรอง
ไดถ้ ูกต้องและมคี วามไพเราะเปน็
ขัน้ ที่ 1 สังเกต รับรู้ พรสวรรค์เฉพาะตวั ของผอู้ ่านหรือไม่
สอ่ื การเรยี นรู้ : 1. หนังสือเรยี น วรรณคดฯี ป.6
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดย
2. ซีดีบทเห่กล่อมพระบรรทม ให้อยู่ในดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)
1. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
2. ครูเปิดซดี ีบทเห่กล่อมพระบรรทม เหเ่ รื่อง จบั ระบำ ให้นักเรยี น
ฟงั จากนน้ั ถามนักเรียนว่า นกั เรยี นเคยไดย้ ินหรือไม่ จากนั้น
ครูอธบิ ายความเปน็ มา และใหน้ ักเรยี นศกึ ษาความรเู้ พิ่มเตมิ
จากหนังสือเรยี น
3. ครเู ปดิ ซดี บี ทเห่กลอ่ มพระบรรทม เหเ่ ร่อื ง จบั ระบำ ให้นักเรียน
ฟังอีกครัง้ เพื่อให้นักเรยี นสงั เกตการอ่านออกเสียง ท่วงทำนอง
การเห่
ขั้นท่ี 2 ทำตามแบบ
สอ่ื การเรียนรู้ : 1. หนังสอื เรยี น วรรณคดีฯ ป.6
2. ซดี บี ทเหก่ ล่อมพระบรรทม
1. ครูเปดิ ซดี ีบทเห่กล่อมพระบรรทม เหเ่ รอื่ ง จับระบำ ใหน้ ักเรยี น
ฟงั และใหน้ ักเรียนสงั เกตการอา่ นออกเสยี ง ทว่ งทำนองการเห่
2. ครอู ธิบายลกั ษณะการอา่ นออกเสยี ง ท่วงทำนองในการเห่
แลว้ ให้นักเรียนฝกึ อา่ นตามซดี บี ทเห่กลอ่ มพระบรรทม
ตามที่ครูเปดิ ให้ฟัง
3. นกั เรียนฝึกอ่านออกสยี งเปน็ ทำนองเสนาะตามแบบ
4. ครูสงั เกตการอ่านออกเสียงของนกั เรียน หากมีข้อบกพร่องให้
ครเู สนอแนะให้แก้ไข หรือเปิดซีดบี ทเหก่ ล่อมพระบรรทม
เหเ่ รื่องจบั ระบำ ให้นักเรียนฟังอกี ครั้ง
ขน้ั ท่ี 3 ทำเองโดยไม่มแี บบ
สอื่ การเรียนรู้ : หนังสือเรียน วรรณคดีฯ ป.6
1. นกั เรียนรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1) จากน้ัน
ร่วมกันฝกึ อ่านออกเสียงบทเห่กล่อมพระบรรทม เหเ่ รอ่ื ง
จับระบำ เปน็ ทำนองเสนาะ โดยไมม่ ีแบบ
2. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ฝึกอ่านออกเสียงบทเห่กลอ่ ม
พระบรรทมเหเ่ รื่อง จับระบำ จากนนั้ ผลัดกนั อ่านทลี ะคน
ต่อเนือ่ งกนั ไปจนจบหรือกำหนดบทในการอ่านเอง เมื่อครบ
ทุกคนแล้วให้สมาชิกในกลุ่มร่วมกนั บอกข้อบกพรอ่ งของ
สมาชกิ แตล่ ะคน จากนั้นหาแนวทางในการแก้ไขการอา่ นที่
บกพร่อง หรือครเู สนอแนะข้อบกพร่อง และแก้ไขให้
3. นักเรยี นแต่ละกลุม่ นำข้อเสนอแนะมาปรบั ปรงุ แกไ้ ขการอ่าน
ออกเสยี งบทเห่กลอ่ มพระบรรทม เหเ่ ร่ือง จับระบำ
ขัน้ ที่ 4 ฝึกทำให้ชำนาญ
สื่อการเรยี นรู้ : หนงั สือเรยี น วรรณคดฯี ป.6
1. นกั เรียนร่วมกันฝึกอ่านออกเสียงบทเห่กล่อมพระบรรทม เห่
เรื่อง จับระบำ เป็นทำนองเสนาะ
2. ครกู ำหนดบทอา่ นใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั อ่านออกเสียง
บทเห่กลอ่ มพระบรรทม เห่เร่ือง จบั ระบำ จากนั้นอา่ นทลี ะ
กล่มุ ต่อเนื่องกนั ไปจนจบ
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มอ่านออกเสียงบทเหก่ ล่อมพระบรรทม เห่
เรือ่ ง จับระบำ เปน็ ทำนองเสนาะกับครู เปน็ รายกล่มุ
7. การวัดและประเมนิ ผล
วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑ์
ประเมนิ การอา่ นออกเสียงบทร้อยกรอง
แบบประเมนิ การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
สงั เกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มคี วามรบั ผิดชอบ
และรักความเปน็ ไทย เกณฑ์
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ป.6
2) ซีดีบทเหก่ ล่อมพระบรรทม
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
—
แบบประเมนิ การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรอง
คำชแี้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมการอ่านของนักเรยี น แล้วขีด ✓ ลงในชอ่ งวา่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
ลำดับท่ี ช่ือ – สกลุ ถูกตอ้ งตาม การแบง่ ออกเสียง การใช้น้ำเสียง รวม
ของผู้รับการ ลักษณะคำ วรรคตอน ชดั เจน 321 12
ประพนั ธ์ คะแนน
ประเมิน 321 321
321
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
ปฏิบัติได้ถกู ตอ้ ง ............../.................../................
ปฏิบัติมขี ้อบกพร่องปานกลาง
ปฏบิ ัติมขี อ้ บกพร่องมาก ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
10 - 12 ดี
6–9 พอใช้
ตำ่ กวา่ 6 ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
ชอื่ ชั้น
คำชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ ลงในช่องวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
ลำดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของผูอ้ ื่น
3 การทำงานตามหนา้ ท่ีท่ไี ด้รบั มอบหมาย
4 ความมนี ำ้ ใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมนิ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ............../.................../...............
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ
ชื่อกลมุ่ ชนั้
คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในช่องวา่ ง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
1 การแบ่งหนา้ ท่ีกนั อยา่ งเหมาะสม
2 ความร่วมมือกนั ทำงาน
3 การแสดงความคิดเหน็
4 การรบั ฟงั ความคิดเหน็
5 ความมีน้ำใจชว่ ยเหลอื กนั
รวม
ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรับปรงุ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑ เห่จบั ระบำ
โรงเรียนวัดใหญ่บา้ นบ่อ (บ้านบอ่ ราษฎรบำรุง) สำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสมุทรสาคร
รายวิชา ภาษาไทยพืน้ ฐาน ๖ รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ เหจ่ ับระบำ เวลา ๑๐ ชว่ั โมง เรอ่ื ง เรียนรวู้ รรณคดี เหจ่ ับระบำ (๒) เวลา ๒ ช่ัวโมง
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ผู้สอน นายนฐั พล อว่ มกระทุ่ม
1. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การอา่ นบทเห่กล่อมพระบรรทม เหเ่ รือ่ ง จับระบำ จะต้องอธบิ ายความหมายของคำศพั ท์ และสรปุ ใจความสำคัญ
2. ตัวช้ีวัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ตวั ชี้วัด
ท 1.1 ป.6/3 อ่านเรื่องสนั้ ๆ อยา่ งหลากหลาย โดยจับเวลาแลว้ ถามเก่ียวกับเรอื่ งทอี่ า่ น
2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธิบายความหมายของคำศัพทจ์ าก บทเห่กล่อมพระบรรทม เหเ่ ร่อื ง จับระบำ ได้
2) สรปุ ใจความสำคัญจาก บทเห่กล่อมพระบรรทม เห่เรอื่ ง จบั ระบำ ได้
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- การอา่ นจับใจความจากส่อื ตา่ งๆ
3.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถิ่น
การอ่านจับใจความจากสอ่ื ตา่ งๆ เชน่
- บทเหก่ ลอ่ มพระบรรทม เห่เรอ่ื ง จับระบำ
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
- ทกั ษะการสรุปลงความเห็น
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบ
4. รกั ความเปน็ ไทย
6. กิจกรรมการเรียนรู้
วิธสี อนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการเรียนความรู้ความเข้าใจ
ชั่วโมงท่ี 1
ข้นั ท่ี 1 สงั เกต ตระหนัก คำถามกระตุ้นความคดิ
สอ่ื การเรียนรู้ : 1. ตัวอย่างบทเห่กล่อม การร้คู วามหมายของคำศพั ทจ์ าก
2. พจนานุกรม วรรณคดีและวรรณกรรม มีความสำคัญ
อยา่ งไร
1. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
(ชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจความหมายของคำได้
2. ครูนำตัวอยา่ งบทเหก่ ล่อม มาแสดงท่ีหนา้ ชัน้ เรยี น จากน้ันให้ ถูกต้องและเขา้ ใจเร่ืองราวไดด้ ี)
นักเรยี นอา่ นออกเสียงพร้อมกัน
๏ เห่เอยนางเอก มณีเมขลา
ลอยเรใ่ นเมฆา ถือจินดาดงั ดวงดาว
๏ โยนเลน่ เหน็ แกว้ สว่างแวววามวาว
ลอยฟ้าเวหาหาว รปู ราวกับกนิ รี
3. ครูถามนักเรียนวา่ นักเรยี นคนใดสามารถอธบิ ายเน้ือความจาก
ตวั อย่างบทเห่กลอ่ มได้ จากน้ันให้ร่วมกันบอกลำดับในการแปล
หรือถอดความจากตวั อย่าง
4. ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรียนเขา้ ใจว่า การอธบิ ายเนอื้ ความจาก
ตัวอยา่ งจะตอ้ งรจู้ ักความหมายของคำศัพท์ เรียบเรียง
ความหมายของทง้ั บทแลว้ สรุปใจความสำคัญ
5. นกั เรยี นรวมกล่มุ เดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1) จากน้ัน
ใหน้ ักเรยี นช่วยกนั หาความหมายของคำศัพท์ จากพจนานุกรม
ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน แลว้ เรียบเรียงความหมายของท้ังบท
และสรปุ ใจความสำคัญ
6. ตวั แทนของแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอการสรุปใจความสำคัญ
ครูตรวจสอบความถูกต้อง และอธิบายให้นักเรยี นตระหนัก
ถึงความสำคัญของการอ่านบทรอ้ ยกรองและสรุปใจความ
สำคัญของเร่ือง
7. ครูมอบหมายใหน้ ักเรยี นแต่ละกล่มุ ปฏิบัติกจิ กรรมตามประเดน็
ทก่ี ำหนด ดังนี้
1) อธิบายความหมายของคำศพั ท์
2) สรุปใจความสำคญั ของเร่ือง
ขนั้ ท่ี 2 วางแผนปฏิบตั ิ คำถามกระตุ้นความคิด
สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้ : —
นกั เรยี นเคยไดย้ ินเร่อื งเล่า หรอื
นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั วางแผนการปฏิบัติกิจกรรมในประเดน็ ท่ี นิทานทีเ่ กีย่ วกับปรากฏการณฟ์ า้ แลบฟ้า
ได้รับมอบหมาย รอ้ งอน่ื ๆ บ้างหรือไม่ อย่างไร
ขั้นที่ 3 ลงมอื ปฏบิ ตั ิ (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรียน
ส่ือการเรยี นรู้ : 1. หนงั สอื เรยี น วรรณคดฯี ป.6 โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)
2. พจนานุกรม
นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันปฏิบตั ิกิจกรรมในประเด็นท่ีได้รบั
มอบหมายตามที่ได้วางแผนร่วมกัน
ชั่วโมงท่ี 2
ข้นั ท่ี 4 พฒั นาความรู้ ความเขา้ ใจ : เทคนิคคู่คิดส่สี หาย
ส่ือการเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 1
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสรุปผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามประเดน็ ท่ี
กำหนดดังน้ี
1) อธิบายความหมายของคำศพั ท์
2) สรุปใจความสำคญั ของเร่ือง
2. นักเรียนแต่กลุ่มส่งตวั แทนออกมานำเสนอผลงานท่ีหน้าช้ันเรยี น
3. นกั เรยี นทำใบงานท่ี 1 เร่อื ง จบั ใจความจากบทเห่กล่อม
พระบรรทม : เห่เรือ่ ง จบั ระบำ โดยให้สมาชิกแต่ละคนใน
กลมุ่ อา่ นและสรุปใจความสำคญั บทเห่กล่อมทีก่ ำหนดด้วย
ตนเอง จากนน้ั จับคเู่ ดิมผลดั กนั อ่านและสรุปใจความสำคญั ให้
เพอ่ื นทเ่ี ป็นคู่ฟงั
4. นักเรยี น 2 คู่ มารวมกลุม่ เดิม (4 คน) ผลัดกนั อา่ นและสรุป
ใจความสำคญั บทเห่กล่อมท่ีกำหนดของคู่ตนเองให้เพือ่ นอกี คู่
หนง่ึ ฟงั ช่วยกันตรวจสอบความถกู ต้อง
ขน้ั ที่ 5 สรปุ
สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้ : —
1. นกั เรียนรว่ มกันสรปุ ใจความสำคัญจากบทเหก่ ล่อมพระบรรทม
เห่เรอ่ื ง จบั ระบำ
2. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคิด จากนัน้ ครเู สนอแนะให้
นกั เรียนอ่านหนงั สือเกย่ี วกับนิทาน หรอื ตำนานพื้นบ้านท้องถิ่น
แล้วบนั ทึกความร้ทู ี่ได้ลงในแบบบนั ทกึ การอ่าน
7. การวดั และประเมินผล
วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1 ใบงานที่ 1
ตรวจแบบบันทกึ การอา่ น แบบบันทึกการอ่าน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม เกณฑ์
สังเกตความมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ มคี วามรบั ผดิ ชอบ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
และรักความเปน็ ไทย เกณฑ์
ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ป.6
2) พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542
3) ตัวอยา่ งบทเห่กลอ่ ม
4) ใบงานท่ี 1 เร่อื ง จบั ใจความจากบทเหก่ ล่อมพระบรรทม : เหเ่ ร่ือง จบั ระบำ
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
—
ใบงานท่ี 1 เร่อื ง จับใจความจากบทเห่กลอ่ มพระบรรทม : เหเ่ รอ่ื ง จบั ระบำ
คำชี้แจง ให้นกั เรยี นสรุปใจความสำคัญจากบทรอ้ ยกรองท่ีกำหนด
๏ ครน้ั ปจั ฉิมคมิ หนั ต์ ถึงวสนั ตฤดู
ฟ้าคำรณฝนฟู เสียงซ่ซู สู่ าดเซ็น
๏ กับสรุ างคน์ างสวรรค์ ฝูงเทวญั บนั เทงิ
จบั ระบำทำเชงิ ร่ืนเริงบันเทงิ ใจ
๏ เมขลากล้าแกลว้ ลอ่ แกว้ แววไว
โยนสว่างเหมอื นอย่างไฟ ปลาบนัยนเ์ นตรขุนมาร
๏ เปรย้ี งเปรี้ยงเสยี งขวาน กอ้ งสะทา้ นสากล
ไลน่ างกลางฝน มืดมนในเมฆา
ใบงานที่ 1 เร่ือง จับใจความจากบทเห่กลอ่ มพระบรรทม : เห่เร่ือง จับระบำ เฉลย
คำช้ีแจง ให้นกั เรียนสรุปใจความสำคญั จากบทรอ้ ยกรองที่กำหนด
๏ ครน้ั ปัจฉมิ คิมหันต์ ถงึ วสนั ตฤดู
ฟ้าคำรณฝนฟู เสยี งซู่ซู่สาดเซน็
หลงั จากส้ินฤดรู ้อน แลว้ เข้าสู่ฤดฝู นก็จะปรากฏให้มีเสียงฟ้าร้อง ฝนตกสาดกระเซ็น
๏ กบั สรุ างค์นางสวรรค์ ฝูงเทวัญบนั เทิง
จบั ระบำทำเชิง ร่นื เรงิ บนั เทงิ ใจ
เหล่านางฟ้าและเทวดา ต่างพากันเลน่ ระบำกันอยา่ งมีความสขุ สนกุ สนาน
๏ เมขลากลา้ แกลว้ ลอ่ แกว้ แววไว
โยนสวา่ งเหมือนอย่างไฟ ปลาบนัยนเ์ นตรขุนมาร
ความสว่างไสวท่เี กิดจากลกู แกว้ ทน่ี างเมขลาโยนเล่น ทำให้เกดิ แสงสวา่ งเขา้ ตารามสรู
๏ เปร้ยี งเปรย้ี งเสียงขวาน ก้องสะทา้ นสากล
ไล่นางกลางฝน มืดมนในเมฆา
รามสรู ขวา้ งขวานไล่นางเมขลากลางสายฝน ทำให้เกิดเสยี งดังเปรีย้ งๆ ก้องไปทัว่ ท้องฟ้า
แบบบนั ทกึ การอา่ น
ชื่อหนังสอื ชอื่ ผู้แต่ง นามปากกา
สำนักพมิ พ์ ปีทีพ่ มิ พ์
จำนวนหน้า สถานท่พี ิมพ์
พ.ศ. เวลา
ราคา บาท อ่านวนั ที่ เดือน
1. สาระสำคัญของเร่ือง
2. วเิ คราะห์ข้อคิด/ประโยชนท์ ี่ได้จากเร่ืองทอ่ี ่าน
3. ส่ิงทสี่ ามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั
4. ข้อเสนอแนะของครู
ลงชื่อ นักเรยี น ลงชอื่ ผู้ปกครอง
() ( )
ลงช่ือ ครูผ้สู อน
( )
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานมีความสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานมีข้อบกพร่องเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานมขี อ้ บกพร่องมาก
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๕
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ เหจ่ ับระบำ
โรงเรียนวดั ใหญบ่ า้ นบ่อ (บา้ นบอ่ ราษฎรบำรงุ ) สำนักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษาสมทุ รสาคร
รายวิชา ภาษาไทยพื้นฐาน ๖ รหสั วิชา ท ๑๖๑๐๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๑ เหจ่ ับระบำ เวลา ๑๐ ชวั่ โมง เรอ่ื ง เรยี นรู้วรรณคดี เห่จับระบำ (๓) เวลา ๒ ช่ัวโมง
ช้ัน ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ผ้สู อน นายนัฐพล อว่ มกระทุ่ม
1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การอ่านบทเห่กล่อมพระบรรทม เหเ่ รือ่ ง จับระบำ จะต้องแสดงความคดิ เห็นและอธบิ ายคุณค่า เพ่ือนำไปประยกุ ต์ใช้
ในชวี ติ จรงิ
2. ตวั ชว้ี ดั /จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 ตวั ชีว้ ดั
ท 5.1 ป.3/1 แสดงความคิดเหน็ จากวรรณคดีหรอื วรรณกรรมที่อา่ น
ป.3/3 อธิบายคณุ คา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมทอี่ ่านและนำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จริง
2.2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) แสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั บทเหก่ ล่อมพระบรรทม เหเ่ ร่ือง จับระบำ ได้
2) อธิบายคุณค่าจาก บทเห่กล่อมพระบรรทม เห่เร่ือง จบั ระบำ ได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
วรรณคดีและวรรณกรรม เช่น
- วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียนและตามความสนใจ
3.2 สาระการเรียนรูท้ อ้ งถนิ่
วรรณคดีและวรรณกรรม เช่น
- บทเห่กลอ่ มพระบรรทม เห่เรอ่ื ง จบั ระบำ
4. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น 2) ทกั ษะการเชื่อมโยงความรู้
4.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร 4) ทักษะการประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
4.2 ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการวิเคราะห์
3) ทกั ษะการสงั เคราะห์
4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มีความรับผดิ ชอ
4. รักความเป็นไทย
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมือ : เทคนิคการสัมภาษณ์ 3 ข้นั ตอน
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน คำถามกระตุ้นความคดิ
นักเรยี นคดิ ว่า การกระทำของ
ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ : — นางเมขลาและรามสูร ทำให้ผอู้ ่ืนได้รบั
ความเดือดรอ้ นหรอื ไม่ อยา่ งไร
1. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
2. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสนทนาเก่ยี วกบั ลกั ษณะนสิ ยั หรือ (พิจารณาตามคำตอบของนกั เรียน
โดยให้อยูใ่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
การกระทำของนางเมขลากับรามสรู
ขน้ั สอน
ส่ือการเรยี นรู้ : ใบงานท่ี 1
1. นกั เรียนรวมกลมุ่ เดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1) แลว้
กำหนดหมายเลข 1- 4 ให้สมาชกิ แตล่ ะคนในกลุม่
2. ครกู ำหนดให้นักเรยี นหมายเลข 1 สมั ภาษณ์นักเรียน
หมายเลข 2 และนกั เรียนหมายเลข 3 สมั ภาษณน์ ักเรียน
หมายเลข 4 เก่ยี วกับข้อคิดและคุณค่าของเร่ือง ตามประเด็น
ที่กำหนดให้ในใบงานที่ 1 เรื่อง คุณคา่ บทเห่กล่อม
พระบรรทม : เหเ่ ร่อื ง จับระบำ
3. นกั เรยี นแต่ละหมายเลขเปล่ียนบทบาทกัน โดยใหน้ ักเรยี น
หมายเลข 2 สมั ภาษณน์ กั เรียนหมายเลข 1 และนักเรยี น
หมายเลข 4 สัมภาษณ์นกั เรียนหมายเลข 3
4. สมาชกิ กลุ่มจะหมุนเวยี นกนั สรุปใจความท่ีไดร้ ับฟังจาก
การสมั ภาษณ์ให้สมาชิกคนอื่นๆ ฟังว่า เพ่ือนพดู อะไร ได้
ใจความ สำคญั อยา่ งไร เช่น
- หมายเลข 1 บอกกับหมายเลข 3 และ 4 เกี่ยวกับใจความ
สำคัญของเรอ่ื งทีห่ มายเลข 2 ให้สมั ภาษณ์
- หมายเลข 2 บอกกับหมายเลข 3 และ 4 เกยี่ วกับใจความ
สำคัญของเรื่องทีห่ มายเลข 1 ใหส้ ัมภาษณ์
- หมายเลข 3 บอกกบั หมายเลข 1 และ 2 เก่ยี วกับใจความ
สำคญั ของเร่อื งทหี่ มายเลข 4 ใหส้ มั ภาษณ์
- หมายเลข 4 บอกกับหมายเลข 1 และ 2 เกี่ยวกบั ใจความ
สำคญั ของเร่ืองท่หี มายเลข 3 ใหส้ ัมภาษณ์
5. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ สรปุ ใจความสำคญั เกย่ี วกบั ข้อคดิ และคุณค่า
จากบทเหก่ ล่อมพระบรรทม : เห่เรื่อง จับระบำ แล้วบันทึกลง
ในใบงานที่ 1 เสร็จแล้วนำส่งครูตรวจ
ขน้ั สรุป คำถามกระตนุ้ ความคิด
สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ : — นกั เรยี นร้สู กึ อยา่ งไรกับตำนานเรอื่ ง
การเกิดฟ้าแลบฟ้าร้อง
1. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
2. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ คุณค่าท่ีได้จากบทเห่กลอ่ มพระบรรทม (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน
โดยให้อยใู่ นดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
: เห่เรอ่ื ง จับระบำ
ครูมอบหมายให้นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ จัดทำแผ่นพบั แสดงคุณค่าและความรู้เร่อื ง เห่จบั ระบำ และบทเห่กล่อม
พระบรรทม : เหเ่ รือ่ ง จับระบำ
นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่ือง เห่จับระบำ
7. การวัดและประเมนิ ผล
วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1 ใบงานท่ี 1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สังเกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มีความรับผิดชอบ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
และรักความเปน็ ไทย เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแผ่นพับแสดงคุณคา่ และความรเู้ ร่ือง แบบประเมินแผน่ พับแสดงคุณคา่ และ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เห่จับระบำ และบทเห่กล่อมพระบรรทม : ความรูเ้ ร่อื ง เห่จบั ระบำ และบทเหก่ ลอ่ ม เกณฑ์
เห่เรอื่ ง จับระบำ พระบรรทม : เหเ่ รอื่ ง จับระบำ
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรียนรู้
- ใบงานที่ 5.1 เรื่อง คุณคา่ บทเห่กลอ่ มพระบรรทม : เหเ่ รื่อง จบั ระบำ
8.2 แหล่งการเรยี นรู้ —
การประเมินชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
แบบประเมินแผ่นพับแสดงคุณคา่ และความร้เู รอ่ื ง เหจ่ บั ระบำ
และบทเหก่ ล่อมพระบรรทม : เห่เรือ่ ง จับระบำ
ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
321
1 การสรปุ ใจความสำคัญ
2 การแยกขอ้ เท็จจรงิ และข้อคิดเหน็
3 การอธิบายคุณค่าและความรู้จากเรอื่ ง
4 ผลงานแผ่นพับ
รวม
ลงช่อื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 3
ดี = 2
พอใช้ = 1
ปรับปรุง =
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
10 - 12 ดี
6-9
ตำ่ กว่า 6 พอใช้
ปรับปรงุ
ใบงานท่ี 1 เรอื่ ง คณุ คา่ บทเหก่ ลอ่ มพระบรรทม : เห่เรอ่ื ง จับระบำ
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนตอบคำถามท่ีกำหนดให้ถกู ต้อง
1. การเกิดปรากฏการณ์ฟ้าแลบฟ้ารอ้ งจะเกิดข้ึนในช่วงฤดูใด และมีสาเหตุการเกิดอยา่ งไร
2. นางเมขลาและรามสรู มีลักษณะนสิ ยั อยา่ งไร หากต้องการให้ท้ังสองผูกมิตรกนั ควรจะปฏิบตั อิ ยา่ งไรต่อกนั
3. บทเหก่ ลอ่ มพระบรรทม : เหเ่ รื่อง จับระบำ ให้ประโยชนก์ บั ผู้อ่านอย่างไร
ใบงานที่ 1 เรื่อง คณุ คา่ บทเหก่ ลอ่ มพระบรรทม : เหเ่ รอื่ ง จับระบำ เฉลย
คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามท่ีกำหนดให้ถูกต้อง
1. การเกิดปรากฏการณ์ฟ้าแลบฟ้ารอ้ งจะเกิดขึน้ ในชว่ งฤดูใด และมีสาเหตุการเกิดอยา่ งไร
2. นางเมขลาและรามสรู มีลักษณะนิสัยอยา่ งไร หากต้องการให้ทงั้ สองผูกมิตรกนั ควรจะปฏบิ ตั อิ ยา่ งไรต่อกัน
3. บทเห่กลอ่ มพระบรรทม : เห่เรอื่ ง จบั ระบำ ใหป้ ระโยชน์กบั ผู้อ่านอย่างไร
(พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อย่ใู นดลุ ยพินิจของครผู ู้สอน)
ภาคผนวก
แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1
คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. ปรากฏการณ์ฟ้าแลบฟ้ารอ้ ง มกั จะเกิดข้ึนในฤดูกาลใด 6. ขอ้ ใดไม่ใช่ความหมายของคำวา่ จินดา
ก. คิมหนั ตฤดู ข. วสันตฤดู ก. ความคิด ข. ความนกึ
ค. เหมันตฤดู ง. ปจั ฉมิ ฤดู ค. เคร่อื งใช้ ง. แกว้ อนั มีคา่
2. บทเห่กลอ่ มพระบรรทม ผแู้ ต่งมจี ุดประสงคเ์ พื่อใช้ อา่ นคำประพันธ์ทีก่ ำหนด แล้วตอบคำถาม ข้อ 7-8
เหก่ ลอ่ มบุคคลดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
ก. พระราชธดิ า ข. พระราชโอรส เปร้ียงเปร้ยี งเสยี งขวาน ก้องสะทา้ นสากล
ไล่นางกลางฝน มดื มนในเมฆา
ค. เจ้านายช้นั สงู ง. บคุ คลสามญั ชนทั่วไป
๓.ข้อใดกลา่ วถูกต้องตามตำนานการเกดิ ปรากฏการณ์ 7. คำว่า สากล มคี วามหมายตรงกบั ข้อใด
ฟา้ แลบฟ้ารอ้ ง
ก. ทัง้ หมด ข. มาตรฐาน
ก. เสียงฟ้ารอ้ งเกดิ จากรามสูรขว้างขวาน
ข. เสียงฟา้ รอ้ งเกดิ จากเมขลาล่อแก้ว ค. เครื่องใช้ ง. แกว้ อนั มีค่า
ค. ฟ้าแลบเกิดจากรามสูรขวา้ งขวาน
ง. ฟ้าแลบเกิดจากเมขลาลอ่ แก้ว 8.คำว่า เมฆา มีความหมายตรงกับข้อใด
4. เร่ืองเมขลากับรามสรู เป็นตำนานท่ีอธิบายเก่ียวกบั เร่ือง ก. วิมาน ข. สวรรค์
ใด
ค. สายฝน ง. ทอ้ งฟา้
ก. อธบิ ายปรากฏการณ์ฟ้าแลบฟา้ รอ้ งในฝนหลงฤดู
ข. อธบิ ายปรากฏการณ์ฟา้ แลบฟา้ รอ้ งที่เกิดในฤดูฝน 9. ขอ้ ใดเปน็ หนา้ ที่ของนางเมขลา
ค. อธิบายความบาดหมางกนั ระหว่างเมขลากับรามสูร ก. รักษามหาสมุทร
ง. อธบิ ายความสำคัญของอาวุธประจำกายของเมขลา ข. ตรวจความเรียบร้อยในท้องฟ้า
ค. ควบคุมพฤติกรรมของรามสูร
กบั รามสรู ง. เฝา้ ระวังความปลอดภยั บนสวรรค์
5. บทเห่กลอ่ มพระบรรทม เหเ่ รื่อง จับระบำ เป็นผลงาน 10.จากเรือ่ ง เห่จับระบำ สะท้อนใหเ้ ห็นความเชื่อของคน
ของบุคคลใด ไทยอย่างไร
ก. สุนทรภู่
ข. เจ้าฟ้ากุ้ง ก. ความเชอ่ื เรื่องโชคลาง
ค. พระยาพระคลัง (หน) ข. ความเชือ่ เรอื่ งฤดูกาล
ง. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั ค. ความเชอ่ื เรือ่ งของวิเศษ
ง. ความเชื่อในเร่ืองเทวดา นางฟ้าว่ามีอยู่จรงิ
ได้คะแนน คะแนนเตม็
10