ทศชาติชาดก
เร่ืองราวของพระชาติ 10 ชาตสิ ดุ ทา้ ย
กอ่ นที่จะมาประสตู เิ ป็นเจา้ ชายสทิ ธตั ถะ
เตมยี ชาดก – เนกขมั มบารมี ี (ออกบวช)
ชนกชาดก - วิรยิ ะบารมี
สวุ รรณสามชาดก - เมตตาบารมี
เนมริ าชชาดก - อธิษฐานบารมี
มโหสถชาดก - ปญั ญาบารมี
ภรู ิทตั ชาดก - ศีลบารมี
จนั ทชาดก - ขันตบิ ารมี
นารทชาดก - อุเบกขาบารมี
วิทูรชาดก - สัจจะบารมี
เวสสันดรชาดก - ทานบารมี
มหาเวสสนั ดรชาดก
มที ง้ั หมด ทั้ง 13 กัณฑ์ ไดแ้ ก่
1. กณั ฑ์ทศพร 2. กณั ฑห์ ิมพานต์
3. ทานกัณฑ์ 4. กณั ฑ์วนปเวศน์
5. กัณฑ์ชูชก 6. กัณฑ์จลุ พน
7. กัณฑ์มหาพน 8. กณั ฑ์กุมาร
9. กัณฑ์มทั รี 10. กณั ฑส์ ักบรรพ
11. กณั ฑ์มหาราช 12. กณั ฑฉ์ กษัตรยิ ์
13. นครกณั ฑ์
*ถา้ สนใจศึกษาเรอื่ งทศชาตแิ ละกณั ฑท์ งั้ 13 เพม่ิ เตมิ
อา่ นไดจ้ าก E-book เรอ่ื ง ทศชาตชิ าดก
ลักษณะคาประพันธ์
เป็นรา่ ยท่ีไมก่ าหนดจานวนคาในวรรคหน่งึ ๆ
(แตไ่ ม่นอ้ ยกว่า 5 คา) ในเรอื่ งการสมั ผัส
คาสดุ ท้ายของวรรคหน้าสัมผัสกับคาหนึ่งคาใด
ในวรรคถดั ไป แต่ไมค่ วรอยใู่ กลค้ าสดุ ทา้ ยของวรรค
เมื่อจบนิยมลงท้ายด้วยคาสร้อยว่าวา่ แล้วแล
นนั้ แล นเี้ ถิด โนน้ เถิด ฉะนี้ ฉะนน้ั ฯลฯ เป็นตน้
นยิ มแตง่ เป็นรอ้ ยกรองเพื่อใช้สาหรบั สวด อา่ นและจารึก
เช่น คาบวงสรวงสดุดี คาประกาศ เปน็ ตน้
ผู้แตง่
ในร่ายยาวมหาเวสสนั ดรชาดกประกอบดว้ ย
หลายสานวน ซึ่งไดร้ บั คดั เลอื กวา่ มสี านวนดีทีส่ ดุ
ในแตล่ ะกณั ฑ์ จนครบทง้ั 13 กณั ฑ์
เจา้ พระยาพระคลัง (หน)
แต่งกัณฑ์กมุ ารและกณั ฑ์มัทรี
กวเี อกสมัยต้นรตั นโกสนิ ทร์ มผี ลงานการประพันธ์
เช่น อเิ หนาคาฉันท์ สามกก๊ ราชาธิราช
เร่ืองยอ่
1 พระเวสสนั ดร
ยกกัณหาและชาลี
แกช่ ชู ก
2 เทวบุตรนมิ ติ กายมาเปน็ พญาพาฬมฤคราช
เพือ่ ขดั ขวางไม่ให้พระนางมัทรีกลับถึงอาศรม
3 พระนางมัทรเี ขา้ ปา่ ไปหาอาหารตามปกติ
แต่พบลางรา้ ยและเจอสตั ว์รา้ ยทง้ั 3 ขวางทาง
ทาใหก้ ลบั อาศรมชา้ กวา่ ปกติ
4 เมอ่ื เสดจ็ กลับถงึ อาศรมไดท้ ลู ถามพระเวสสันดร
ถึงพระกมุ ารท้ังสอง พระเวสสันดรแสรง้ บรภิ าษต่อวา่
ทาใหพ้ ระนางมัทรีเสยี พระทัยและเทย่ี วตามหาสองกมุ าร
5 พระนางมัทรเี ที่ยวเสด็จตามหากุมารท้งั สอง
“ทวั่ ประเทศทกุ ราวปา่ ” ต้งั แตย่ ามเย็นจนรงุ่ เชา้
จนส้ินไรเ้ ร่ียวแรง เมื่อเสด็จกลับมาถึงทอี่ าศรม
กส็ ลบไป
6 คร้นั พระนางมัทรฟี ้ืนคืนสติ
พระเวสสันดรจงึ ยอม
บอกความจรงิ วา่ ได้มอบสองกุมาร
ใหแ้ ก่ชูชกแลว้ พระนางมัทรีจงึ
อนโุ มทนาบตุ รทานบารมี
ทาให้เทวดานางฟ้าทัง้ หลาย
ตา่ งรอ้ งสาธุการสรรเสริญ
และโปรยดอกไมท้ ิพย์
ท่ีพระนางมัทรีทรงกระทาอนโุ มทนาทาน
- จบกณั ฑม์ ทั รี -
วเิ คราะห์คุณคา่
คณุ คา่ ด้านเน้ือหา
1) รปู แบบ ใช้คาประพนั ธป์ ระเภทใด?
2) แกน่ เรอ่ื งมเี น้อื หาสาระเกย่ี วกับส่ิงใด?
3) โครงเร่อื งดาเนินเรอื่ งอยา่ งไร?
4) ตัวละครในเร่อื งมีลกั ษณะนสิ ัยอย่างไร?
5) ฉากและบรรยากาศในเรื่องเป็นอยา่ งไร?
6) ผแู้ ต่งใชก้ ลวิธใี นการแต่งอย่างไรบ้าง?
วิเคราะห์คุณคา่
คณุ คา่ ด้านวรรณศลิ ป์
1) พบลักษณะการสรรคามาใชใ้ นเรอื่ งอยา่ งไร?
2) ถอ้ ยคาสานวนทก่ี วีเลอื กมาใช้แสดงอารมณ์
ความรูส้ ึกของตวั ละครอย่างไร?
3) กวใี ช้โวหารใดบ้างในเน้อื เร่ืองเพอ่ื ให้ผู้อา่ น
เกดิ จินตภาพ
4) กวไี ดใ้ ชภ้ าพพจน์ใดบ้าง เพอื่ พรรณนา
ในเนอ้ื เร่อื งได้อยา่ งโดดเดน่
5) นกั เรยี นพบสานวนสภุ าษิตใดจากเนอื้ เร่อื ง?
วิเคราะหค์ ณุ คา่
คุณค่าด้านสงั คม
1) ในเนือ้ เรือ่ งสะท้อนค่านยิ มของสังคมไทย
สมัยโบราณอยา่ งไรบา้ ง?
2) ตวั ละครในเน้ือเร่อื งสะท้อนธรรมชาติ
ของมนษุ ย์อย่างไร?
3) เหตกุ ารณ์ในเนือ้ เรอื่ งชว่ งใดที่สะทอ้ น
ความเชอื่ ของสงั คมไทย สะท้อนความเช่อื ดา้ นใด?
สะทอ้ นคดิ
“พนิ จิ ภูมิปญั ญาทางภาษา”
เร่อื งมหาเวสสนั ดรชาดกเกย่ี วข้องกับ
ขนบธรรมเนียมประเพณไี ทยในเรอ่ื งใด
มสี ง่ิ ใดทส่ี ะทอ้ นถึงภูมปิ ัญญาทางภาษา
ซึ่งเป็นมรดกสืบทอดมาจนถงึ ปัจจบุ นั ?
สะทอ้ นคดิ
“พนิ จิ วรรณคดี”
นกั เรยี นไดร้ บั ขอ้ คดิ คติสอนใจ
หรอื ประโยชนจ์ ากการศึกษาเรอื่ ง
มหาเวสสนั ดรชาดกอยา่ งไรบ้าง
ท่สี ามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ได้