The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สมัยรัชกาลที่7

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Naoki Yayoi, 2023-01-29 10:35:58

สมัยรัชกาลที่7

สมัยรัชกาลที่7

นาฏศิลป์ไป์ ทยในสมัย มั รัต รั นโกสิน สิ ทร์


คำ นำ หนังอิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้่่จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชานาฏศิลป์ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่6 เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ ในเรื่่องนาฏศิลป์ไทยในสมัยรัตนโกสินทร์และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็น ประโยชน์กับการเรียน ผู้จัดทำ หวังว่า หนังอิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือ นักเรียน นักศึกษา ที่กำ ลัง หาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำ หรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำ ขอ น้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดทำ วันที่ 20/01/2566


สารบัญ ชีวประวัติ รัชกาล 7 สุวรรณี ชลานุเคราะห์ ละครพูดหะซัน มหาอุปรากรดารณี ละครรำ วาสันตี คณะละครจันทโรภาส คณะละครหลวงวิจิตรวาทการ 1-2 3 4 4 4 5 6 7 8 คณะละครของพระนางเธอลักษมีลาวัณ ละครรำ กับสงครามโลกครั้งที่2


พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่ หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๗ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์เป็นพระ ราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จ พระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูก ยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ ทรงพระราชสมภพเมื่อวันพุธที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๓๖ ต่อมา ในพ.ศ. ๒๔๔๘ พระบรมชนกนาถ โปรด ชีวประวัติ รัชกาลที่ 7 รัชสมัยสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้มีการจัดตั้งศิลปากรขึ้น แทนกรมมหรสพที่ถูกยุบไป ทำ ให้ศิลปะโขน ละคร ระบำ รำ ฟ้อน ยัง คงปรากฏอยู่ เพื่อเป็นแนวทางในการอนุรักษ์และพัฒนาสืบต่อไป 1


ปีโปีป้กั ป้ กั มมี่ :) ✦ มีการบันทึกแผ่นเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นการขับร้องประสาน เสียง ✦ พ.ศ. ๒๔๗๕ มีการใช้โน้ตสากลการร้องแบบไทยสากล ✦ มีการใช้เครื่องดนตรีสากลและใช้เพลงตะวันตกทำ ภาพยนตร์ ✦ ประชาชนแต่งกายแบบตะวันตกไม่นุ่งโจงกระเบน การละครก็มิได้สูญหายไป มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะสมกับสังคม พัฒนาการของละครให้เข้ากับยุคสมัยซึ่งอยู่ในช่วงสงคราม ละครมีเนื้อหา ปลุกใจ การแสดงกระชับ มีการแสดงสลับระหว่างวงดนตรีไทย และวงดนตรีสากล มีการพัฒนาการร้อง เพลงไทยให้เข้ากับ ดนตรีสากลโดยตัดการเอื้อนแบบเพลงไทยเดิม อันเป็นการกําเนิดของการร้อง เพลงไทยสากล เกิด คณะละครเวทีเอกชนที่มีชื่อเสียงหลายคณะ คณะที่ได้รับความนิยมจาก ประชาชนในยุคนั้นคือ คณะจันทโรภาส ของพรานบูรณ์ ซึ่งเป็นละครที่เรียกว่าหญิงเป็นชาย ต่อมา เมื่อหลวงวิจิตวาทการเป็น อธิบดีกรมศิลปากรจึงมีละครชายจริงหญิงแท้เกิดขึ้น ทั้งละครร้อง ละครพูด และละครย่อย ซึ่งเป็น ที่มาของการแสดงตลกในปัจจุบัน 2


daily planner M W S S T T F ‘สุวรรณีชลานุเคราะห์’ เ กิ ด เ มื่ อ วั น ที่ ๑ พ ฤ ษภ า ค ม พุ ท ธ ศั ก ร า ช ๒ ๔ ๖ ๙ ที่ จั ง ห วั ด น น ท บุ รี เ ป็ น ล ะ ค ร ห ล ว ง สำ นั ก พ ร ะ ร า ช วั ง รุ่ น สุด ท้ า ย ป ล า ย สมั ย พ ร ะ บ า ท สม เ ด็ จ พ ร ะ ป ก เ ก ล้ า เ จ้ า อ ยู่ หั ว เ ป็ น น า ฏ ศิ ล ปิ น ที่ มี ค ว า ม เ ชี่ ย ว ช า ญ น า ฏ ศิ ล ป์ ไ ท ย ทั้ ง แ บ บ พื้ น เ มื อ ง แ ล ะ แ บ บ ร า ช สำ นั ก เ ค ย แ สด ง เ ป็ น ตั ว เ อ ก ใ น ล ะ ค ร แ บ บ ต่ า ง ๆ ใ ห้ ก ร ม ศิ ล ป า ก ร ม า แ ล้ ว ม า ก ม า ย ห ล า ย เ รื่ อ ง ห ล า ย ต อ น บ ท บ า ท ที่ ไ ด้ รั บ ก า ร ย ก ย่ อ ง แ ล ะ นิ ย ม ช ม ช อ บ จ า ก ผู้ ช ม ม า ก ที่ สุด “ ตั ว พ ร ะ ” เ ข่ น อิ น เ ห น า สัง ข์ ท อ ง พ ร ะ ไ ว ย ไ ก ร ท อ ง สัต ย ว า น บ า ง ค รั้ ง ก็ แ สด ง เ ป็ น “ น า ง เ อ ก ” เ ช่ น ล ะ เ ว ง วั ล ล า เ ป็ น ต้ น เ ป็ น ผู้ อ นุ รั ก ษ์ แ บ บ แ ผ น ท่ า รำ น า ฏ ศิ ล ป์ ไ ท ย แ ล ะ ล ะ ค ร รำ ไ ว้ ไ ด้ ม า ก ที่ สุด เ ค ย แ สด ง แ ล ะ นำ ค ณ ะ ไ ป แ สด ง แ ล ก เ ป ลี่ ย น วั ฒ น ธ ร ร ม ใ น ห ล า ย ป ร ะ เ ท ศ ไ ด้ ถ่ า ย ท อ ด วิ ช า น า ฏ ศิ ล ป์ ใ ห้ กั บ นิ สิต นั ก ศึ ก ษ า ใ น ม ห า วิ ท ย า ลั ย วิ ท ย า ลั ย แ ล ะ โ ร ง เ รี ย น ต่ า ง ๆ ห ล า ย แ ห่ ง เ ป็ น ผู้ เ พี ย บ พ ร้ อ ม ด้ ว ย จ ริ ย ธ ร ร ม คุ ณ ธ ร ร ม แ ล ะ อุ ทิ ศต น เ พื่ อ ป ร ะ โ ย ช น์ใ ห้ แ ก่ สา ข า วิ ช า ชี พ ม า เ ป็ น เ ว ล า ก ว่ า ๔ ๐ ปี จ น เ ป็ น ที่ ย อ ม รั บ กั นใ น ว ง ก า ร น า ฏ ศิ ล ปิ น ว่ า เ ป็ น ผู้ มี ค ว า ม สา ม า ร ถ สูง ยิ่ ง ต่ อ เ นื่ อ ง ม า ต ล อ ด น า ง สุว ร ร ณี ช ล า นุ เ ค ร า ะ ห์ จึ ง ไ ด้ รั บ ก า ร ย ก ย่ อ ง เ ชิ ด ชู เ กี ย ร ติ เ ป็ น ศิ ล ปิ น แ ห่ ง ช า ติ สา ข า ศิ ล ป ะ ก า ร แ สด ง ( น า ฏ ศิ ล ป์ - ล ะ ค ร รำ ) ปี พุ ท ธ ศั ก ร า ช ๒ ๕ ๓ ๓ 3


บทละครดึก ดึ ดํา ดํ บรรพ์ที่ พ์ ที่ กวีท่ วี ท่ าน อื่นนิพนินธ์ ไว้ใว้ น สมัย มั รัช รั กาลที่ 7 คือ เรื่อ รื่ งหะซัน ซั ดารณีแ ณี ละวา สัน สั ตี นิพนินธ์โธ์ ดยพระเจ้า จ้ วรวง ศ์เธอ พระองค์เจ้า จ้ อาทิตทิพ อาภาพลตรีห รี ลวงวิจิวิตจิรวาท การ ได้ปด้ ระพัน พั ธ์ว ธ์ รรณกรรม ประเภทละครเรื่อ รื่ งใหญ่ ประมาณ 77 เรื่อ รื่ ง และบท ละครเรื่อ รื่ งเล็ก บทละคร โทรทัศน์ และบทวิทวิยุกระจาย เสีย สี ง อีกประมาณ 37 เรื่อ รื่ ง เรื่อ รื่ งที่มีชื่ มี ชื่ อ ชื่ เสีย สี งในสมัย มั นั้น นั้ ได้แ ด้ ก่ เลือดสุพ สุ รรณ ศึกถลาง เจ้า จ้ หญิงญิแสนหวี อานุภ นุ าพพ่อ พ่ ขุนรามคําแหง พ่อ พ่ ขุนผาเมือ มื ง อานุภ นุ าพแห่ง ห่ ความรัก รั และ อานุภ นุ าพแห่ง ห่ ความเสีย สี สละ ทรงสนพระทัยในภาพยนตร์ ซึ่ง ซึ่ พระองค์ ทรงพระราช นิพนินธ์ ไว้ 3 เรื่อ รื่ ง แหวนวิเวิศษ ชิงชินาง เจ้า จ้ กรุง รุ จีน จี ละครพูด หะซัน ซั มหาอุปรากร ดารณี ละครรำ วาสัน สั ตี 4


ล ะ ค ร จั น ท โ ร ภ า ส ล ะ ค ร ค ณ ะ นี้ มี ค น สำ คั ญ ที่ เ ป็ น ผู้ เ ขี ย น เ รื่ อ ง คื อ พ ร า น บู ร พ์ เ ร า อ า จ จ ะ เ รี ย ก ไ ด้ว่ า ล ะ ค ร จั น ท โ ร ภ า ส ข อ ง น า ย จ ว ง จั น ท ร์ จั น ท ร ค ณ า ( พ ร า น บู ร พ์ ) สิ่ ง ที่ พ ร า น บู ร พ์ ทำ เ ป็ น ห ลั ก คื อ ป รั บ ป รุ ง จ า ก เ พ ล ง ไ ท ย เ ดิม ที่ มี ทำ น อ ง เ อื้ อ น ม า เ ป็ น เ พ ล ง ไ ท ย ส า ก ล ที่ ไ ม่ มี ทำ น อ ง เ อื้ อ น เ กื อ บ จ ะ เ รี ย ก ว่ า ท่ า น ผู้ นี้ ใ ห้ กำ เ นิ ด เ พ ล ง ไ ท ย ส า ก ล ล ะ ค ร เ รื่ อ ง ที่ มี ชื่ อ เ สี ย ง โ ด่ง ดัง คื อ เ รื่ อ ง จั น ท ร์ เ จ้ า ข า พ ร า น บู ร พ์ นำ เ รื่ อ ง ส า ว เ ค รื อ ฟ้ า ข อ ง พ ร ะ เ จ้ า บ ร ม ว ง ศ์ เ ธ อ ก ร ม พ ร ะ น ร า ธิ ป ป ร ะ พั น ธ์ พ ง ศ์ ม า ทำ เ ป็ น ล ะ ค ร ร้ อ ง ใ ห ม่ เ รี ย ก ต า ม ภ า ษ า ญี่ ปุ่ น ว่ า โ จ๊ ะ โ จ้ ซั ง แ ล ะ มี เ รื่ อ ง ฝ น สั่ ง ฟ้ า คื น ห นึ่ ง ยั ง จำ ไ ด้ เ ป็ น ต้ น 0 1 J u l y , 2 0 2 2 คณะละครจัน จั ทโรภาส คณะละครเอกชน 5


คณะละครหลวงวิจิตรวาทการ หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. ๒๔๗๕ กรม ศิลปากรได้รวบรวมศิลปิน โขน ละคร และนักดนตรี ขึ้นมารวมกัน ใหม่อีกครั้งหนึ่งตั้งเป็นกองขึ้นในกรมศิลปากร ทั้งได้ตั้งโรงเรียนนาฏ ดุริยางค์ศาสตร์ ขึ้นฝึกฝนนักเรียนด้วยเพื่อรักษาศิลปะของชาติไว้มิ ให้เสื่อมสูญ ในระยะนี้หลวงวิจิตรวาทการ (กิมเหลียง วัฒนปฤดา) ดำ รงตำ แหน่งอธิบดีกรมศิลปากร เป็นทั้งนักการทูตและนัก ประวัติศาสตร์ ท่านจึงมองเห็นคุณค่าทางการละครที่จะใช้เป็นสื่อ ปลุกใจ ให้ประชานเกิดความรักชาติ เนื้อหาจะนำ มาจาก ประวัติศาสตร์ตอนใดตอนหนึ่ง บทละครจะมีทั้งรัก รบ อารมณ์ สะเทือนใจ ความรักที่มีต่อคู่รัก ถึงแม้จะมากมายเพียงไร ก็ไม่เท่ากับ ความรักชาติ ตัวเอกของเรื่องเสียสละชีวิต พลีชีพเพื่อชาติ ด้วยเหตุ ที่ละครของท่านไม่เหมือนการแสดงละครที่มีอยู่ก่อน คนทั้งหลายจึง เรียกละครของท่านว่า "ละครหลวงวิจิตรวาทการ" ผู้แสดง มักใช้ผู้ แสดงทั้งผู้ชาย และผู้หญิง แสดงตามบทบาทในเรื่องที่กำ หนด หลวงวิจิตรวาทการ (กิมเหลียง วัฒนปฤดา) เรื่องที่แสดง เรื่องที่แสดง ได้แก่ ราชมนู พระเจ้ากรุงธน ศึกถลาง เจ้าหญิงแสน หวี พระมหาเทวี เบญจเพส น่านเจ้า อนุสาวรีย์ไทย พ่อขุนผาเมือง ดาบแสนเมือง ชนะมาร เจ้าหญิงกรรณิการ์ สีหราชเดโช ตายดาบ หน้า ลานเลือดลานรัก เพชรรัตน์-พัชรา ลูกพระคเณศ ครุฑดา โชคชีวิต อานุภาพ พ่อขุน- รามคำ แหง อานุภาพแห่งความเสียสละ อานุภาพแห่งความรัก อานุภาพแห่งศีลสัตย์ และเลือดสุพรรณ ดนตรีที่ใช้ ดนตรีบรรเลงด้วยวงดนตรีไทยและวงดนตรีสากลประกอบกัน เพลงร้อง มีทั้งเพลงไทยเดิมและเพลงไทย สากล ซึ่งการใช้เพลง ไทยสากลจะมี ๓ ลักษณะ คือ ๑. เพลงไทยสากลที่ให้ตัวละครร้องโต้ตอบกัน มักเป็น เพลงรัก เช่น เพลงดวงจันทร์ ในบทละครเรื่อง เลือดสุพรรณ ๒. เพลงไทยสากลที่ให้ตัวละครร้องประกอบการ แสดง เนื้อร้องและท่วงทานองมักสอดคล้องกับบรรยากาศใน ท้องเรื่อง เช่น เพลงยากเย็น ในบทละครเรื่องเลือดสุพรรณ ๓. เพลงไทยสากลอีกประเภท คือ เพลงปลุกใจ ซึ่งมัก แทรกอยู่ในบทละครประวัติศาสตร์ของท่านแทบทุกเรื่อง เช่น เพลงเลือดสุพรรณ ในบทละครเรื่องเลือดสุพรรณ บทละครเลือดสุพรรณ ละครรำ วาสันตี ละครพูด หะซัน มหาอุปรากร ดารณี 6


คณะละครของพระนางเธอลักษมีล มี าวัณ วั เป็น ป็ ละครที่ได้รั ด้ บ รั อิทธิพธิลมาจากโอ เปร่า ร่ ใช้เ ช้ สีย สี งดนตรีเ รีป็น ป็ สื่อ สื่ ที่สำ คัญ ที่สุด สุ ใน นำ เค้าเรื่อ รื่ งมาจากที่อื่นและที่ ทรงคิดขึ้น ขึ้ เอง เรื่อ รื่ งที่ทรงคิดขึ้น ขึ้ เอง มัก มั เป็น ป็ เรื่อ รื่ งเกี่ยวกับความรัก รั การ ปลอมตัว ความ การเดินดิเรื่อ รื่ ง ผสม ผสานกับแบบแผนของละครรำ ของ ไทย ลักษณะของเนื้อ นื้ เรื่อ รื่ งที่นำ มา แสดงละครร้อ ร้ งมีทั้ มี ทั้ ง ทั้ ที่ทรง ภาพยนตร์ใร์ นรัช รั กาลที่7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้า จ้ อยู่หั ยู่ วหัทรงพระราช นิพนธ์บธ์ทภาพยนตร์ไร์ว้ 3 ว้ เรื่อรื่ง คือเรื่อรื่ง แหวนวิเวิศษ ชิงชิ นาง และพระเจ้า จ้ กรุงจีนจีและทรง กํากับภาพยนตร์ด้ร์ ด้ วย พระองค์เอง 7


ละครรำ กับสงครามโลกครั้ง รั้ ที่2 ระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา (พ.ศ. 2484-2488) ทําให้ประเทศไทย ๆ ข้าวยากหมากแพง สับสน และกําลังเผชิญหน้าอยู่กับการคุกคามทั้ง ทางแสนยานุภาพและวัฒนธรรม รัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่ง ได้เตรียมตัวรับมือกับภาวะเช่นนี้มาก่อนแล้ว ด้วยการประกาศการเตรียม พร้อมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม การค้า ตลอดจนความเป็นอยู่ แบบ “พอเพียง” รวมไปถึงเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขนานใหญ่ เพื่อสร้าง กําหนดเกณฑ์ให้ข้าราชการ และประชาชนถือปฏิบัติอย่างมีแบบแผน ตั้งแต่การ สวมหมวก สวมเกือก และการใช้ภาษา แต่ดูเหมือนจะมีสิ่งหนึ่งที่แปลกแยกออกมา จนทําให้เกิดข้อสงสัยว่า ท่านผู้นํากําหนดขึ้นมาทําไมคือ “รำ วง” ทั้งที่ดูจะไม่ไปในยุคนั้น ซึ่ง ประชาชนทั้งอดอยาก ทั้งเครียด ทั้งยังต้องคอบหลบระเบิดที่มา ทักทายอยู่เสมอๆ ญี่ปุ่นเองก็เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด นี่เองที่ทำ ให้ ประชาชนหันมาคลายเครียดกันด้วยการ “รำ โทน” ท่านผู้นำ จอมพล ป.พิบูลสงคราม อาศัยแนวคิดที่ว่า เมื่อแสนยานุภาพ สู้ไม่ได้ ก็ต้องสู้กันด้วยวัฒนธรรม จึงกำ หนดให้เอาการร้องรำ ทำ เพลง ในลักษณะนี้เป็นการบำ รุงขวัญราษฎรเพื่อมิให้หวาดหวั่นทุกข์ร้อนจน เกินไป ผลพลอยได้ก็คือ ทำ ให้ญี่ปุ่นเองเห็นว่าคนไทยไม่ได้วิตกกังวล อะไรนักกับการยึดบ้านยึดเมืองในครั้งรั้นี้ ถือเป็นการลดความตึง เตรียดให้กับทั้งสองฝ่าย เมื่อกําหนดออกมาเป็นนโยบายแล้ว ก็ต้องทําให้เป็นแบบแผนขึ้นมา งานนี้ตกเป็นของนายธนิต อยู่โพธิ์ อธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งได้เขียน บรรยายไว้ในคํานําหนังสือรำ วงของกรมศิลปากร สรุปความว่า ชาว บ้านในพระนครและธนบุรีพากันนิยม “รำ โทน” แต่เป็นการรําแบบชาว บ้านเอาสนุกเข้าว่า ทางการได้มอบหมายให้กรมศิลปากรพิจารณา ปรับปรุงการเล่นรำ โทนเสียใหม่ในปีพ.ศ. 2487 โดยนําเอาแบบฉบับ ของนาฏศิลป์ไป์ทยมาทำ ให้งดงามและมีแบบแผนยิ่งขึ้น เช่น สอดสร้อย มาลา ชักแป้งแต่งหน้า เป็นต้น โดยถือเอาท่าเหล่านี้เป็น “แม่ท่า” นอกจากนั้นผู้รำ สามารถดัดแปลงเอาตามถนัด แล้วเปลี่ยนชื่อเรียก เสียใหม่ว่า “รำ วง” เพราะผู้รำ มักเล่นกันเคลื่อนไปรอบๆ เป็นวงกลม 8


คณะผู้จัดทำ นายจารุวิทย์ ชูพงศ์ เลขที่ 8 นายวศิน สุขโข เลขที่ 10 นายธตรฐ รอดคล้าย เลขที่13 นายภาคิน จันทลักขณา เลขที่17


Click to View FlipBook Version