The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by donlada77, 2021-03-02 22:46:49

หนังสืออ่านเพิ่มเติมนาฏยศัพท์พื้นฐานและภาษาท่าทางนาฏศิลป์

นาฏยศัพท์พื้นฐานและภาษาท่าทางนาฏศิลป์

Keywords: นาฏยศัพท์พื้นฐานและภาษาท่าทางนาฏศิลป์

44
4) นาฏยศัพท์ทีใ่ ชเ้ รยี กชื่อท่ารำ มีดงั นี้

นาง พระ

ภาพท่ี ๔๕ สอดสร้อยมาลา
ท่มี า : ดลดา อมิ่ จติ , 2559.
สอดสร้อยมาลา ปฏบิ ัตโิ ดย สอดสร้อยมาลาด้านขวา คอื มือขวาตงั้ วงบน มอื ซ้ายจีบหงายชายพก
ศรี ษะเอียงซ้าย
หมายเหตุ : ถ้าจะปฏบิ ตั ทิ ่าสอดสร้อยมาลาดา้ นซา้ ย ปฏิบตั ิสลับมือในลกั ษณะเชน่ เดียวกนั
สอดสร้อยมาลา พระและนาง มีลักษณะระดับวงแตกต่างกนั ดังนี้
พระ : ต้งั วงบนระดับแง่ศรี ษะ
นาง : ต้ังวงบนระดับหางคว้ิ

หนังสอื อา่ นเพ่มิ เตมิ วิชานาฏศลิ ป์

45

นาง พระ

ภาพท่ี ๔๖ ผาลา (จังหวะท่ี 1)
ที่มา : ดลดา อ่มิ จิต, 2559.

หนงั สอื อา่ นเพิ่มเตมิ วิชานาฏศิลป์

46

นาง พระ

ภาพท่ี ๔๗ ผาลา (จังหวะท่ี 2)
ทมี่ า : ดลดา อ่ิมจติ , 2559.
ผาลา ปฏบิ ตั ไิ ด้ทั้งขวาและซ้าย ถา้ จะผาลาขา้ งขวา มือขวาจบี ปรกขา้ งสงู ระดับศรี ษะ มอื ซา้ ยต้ังวง
กลางระดับไหล่ เอียงศีรษะข้างซ้าย กดไหล่ซ้าย แล้วค่อย ๆ กลับเอียงขวา มือขวาที่จีบม้วนจีบออกขึ้น
ตง้ั วงบน มือซา้ ยท่ีตงั้ วงพลิกข้อมือหงายมอื ให้ปลายน้วิ ชลี้ งพน้ื งอแขนอยู่ข้างลำตัว
หมายเหตุ : ถ้าจะปฏบิ ัติผาลาด้านซา้ ย ปฏิบตั ิสลบั มอื ในลกั ษณะเชน่ เดยี วกนั
ผาลา พระและนางจะมีลักษณะระดบั วงแตกตา่ งกนั ดงั นี้
พระ : ต้งั วงบนระดับแง่ศรี ษะ
นาง : ตง้ั วงบนระดับหางคว้ิ

หนังสอื อา่ นเพม่ิ เติม วิชานาฏศิลป์

47

นาง พระ

ภาพที่ ๔๘ เรียงหมอน
ท่มี า : ดลดา อมิ่ จติ , 2559.
เรียงหมอน ปฏบิ ัติได้ ทั้งขวาและซ้าย ถ้าเรยี งหมอนข้างขวา มือทงั้ สองข้างจีบเข้าอก เอียงศีรษะ
ทางขวา กดไหล่ขวา แล้วค่อย ๆ กลับเอียงซ้าย มือขวาที่จีบม้วนจีบออกขึ้นตั้งวงบน มือซ้ายที่จีบมว้ นจีบ
ออกเปน็ ตัง้ วง แขนซา้ ยเหยยี ดตงึ ระดบั ไหล่
หมายเหตุ : ถ้าตอ้ งการเรยี งหมอนขา้ งซา้ ยใหป้ ฏบิ ัติเชน่ เดยี วกบั ข้างขวา ปฏิบัติสลบั มือใน
ลกั ษณะเช่นเดียวกัน
ลกั ษณะเรียงหมอนของพระและนางมีความแตกตา่ งกัน ดังนี้
พระ : มือท่ตี งั้ วงบนจะอยูร่ ะดับแง่ศีรษะ
นาง : มอื ทีต่ ้งั วงบนจะอยู่ระดบั หางควิ้

หนังสืออา่ นเพิม่ เติม วิชานาฏศลิ ป์

48

นาง พระ

ภาพท่ี ๔๙ กระบ่สี ่ีท่า
ท่มี า : ดลดา อมิ่ จิต, 2559.
กระบ่สี ี่ท่า ปฏิบัติโดยมอื ซ้ายตั้งวงบน สว่ นมอื ขวาจีบหงายหกั ขอ้ มือเข้าหาลำแขน แขนขวาเหยยี ดตงึ
หมายเหตุ : กระบสี่ ่ีทา่ พระและนางจะมีลกั ษณะแตกต่างกัน ดังนี้
พระ : วงบนอย่รู ะดับแงศ่ รี ษะ และประสมเท้าหนั ปลายเทา้ ทั้งสองเฉยี งออกด้านข้าง
เลก็ น้อยพร้อมกบั กนั เขา่ และย่อเข่าลงเลก็ น้อย
นาง : วงบนระดับหางคิ้ว และประสมเท้าทั้งสองรวมชิดติดกันทั้งส้นเท้าและปลาย
เทา้ ตรงไปด้านหน้า เขา่ ชดิ กันย่อเขา่ ลงเล็กน้อย

หนังสอื อ่านเพิม่ เตมิ วิชานาฏศิลป์

49

นาง พระ

ภาพท่ี ๕๐ อัมพร
ทีม่ า : ดลดา อม่ิ จติ , 2559.
อัมพร ปฏิบัติได้ทั้งขวาและซ้าย ถ้าจะปฏิบัติข้างขวา ให้ใช้มือขวาจีบคว่ำงอแขนอยู่ข้างลำตัว
มือซ้ายตงั้ วงพลิกขอ้ มอื ใหป้ ลายนิ้วช้ีลงด้านลา่ งงอแขนข้างลำตวั เอียงศีรษะขา้ งขวาจากนน้ั สอดมือท่ีจีบขึ้น
แบมือออก หักข้อมือ งอศอกตั้งฉากสูงระดับศีรษะ มือซ้ายพลิกข้อมือขึ้นตั้งวงแขนตึงไม่งอศอกยกสูง
ระดับไหล่ แล้วกลบั เอยี งศีรษะมาข้างซา้ ย เทา้ ซ้ายก้าวหน้า เปิดส้นเท้าขวา ศรี ษะเอยี งซ้าย
หมายเหตุ : ปฏบิ ัตเิ ชน่ เดยี วกนั ทง้ั พระและนาง

หนังสอื อา่ นเพ่มิ เติม วิชานาฏศิลป์

50

นาง พระ

ภาพท่ี ๕๑ เฉดิ ฉิน
ที่มา : ดลดา อ่ิมจิต, 2559.
เฉดิ ฉิน ปฏิบัตไิ ด้ ท้งั ขวาและซ้าย ถ้าจะปฏิบัตขิ ้างขวา ใหใ้ ช้มือขวาตัง้ วงบน มือซา้ ยจบี หงายระดบั
วงหน้า เอียงศีรษะข้างซ้าย จากนั้นม้วนมือซ้ายที่จีบออกกลับเป็นตั้งวงหน้า ส่วนมือขวาที่ตั้งวงบนอยู่
คอ่ ย ๆ ตะแคงมือไปทางนิ้วกอ้ ย กลับมาหงายมือเสมอศีรษะ งอแขนเสมอไหล่ไว้ข้างตวั แล้วกลับเอียงศีรษะ
มาขา้ งขวา
หมายเหตุ : หากต้องการปฏิบัติขา้ งซ้ายให้ปฏิบัติเช่นเดยี วกับปฏิบัติข้างขวา ปฏิบัติสลับมือใน
ลกั ษณะเช่นเดยี วกนั ทัง้ พระและนาง

หนงั สืออ่านเพมิ่ เติม วชิ านาฏศลิ ป์

51

ภาษาทา่ นาฏศลิ ป์

“ภาษาท่านาฏศิลป์” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้เรียน ประกอบกับการเรียนนาฏยศัพท์ที่ได้เรียนมาแล้ว
นั้น เป็นพื้นฐานที่สำคัญของการแสดงนาฏศิลป์ไทย เพื่อสื่อความหมายให้ผู้ชมการแสดงนาฏศิลป์ไทย และ
มุง่ หวงั ให้ผ้เู รยี นให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ และมที ักษะในการใช้ภาษาท่านาฏศิลป์ในการนำ จากการศึกษาค้นคว้า
ตำรา ที่ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทยได้รับการถ่ายทอดและสืบสานการแสดงนาฏศิลป์ไทย อธิบายความหมายของ
ภาษาท่านาฏศิลป์ ดังน้ี

1.5 ความหมายของคำวา่ “ภาษาท่านาฏศิลป”์

อมรา กลำ่ เจรญิ (2542: 112) ได้ใหค้ วามหมายของ “ภาษาท่านาฏศิลป์” กลา่ ววา่ ลีลาของการใช้
ท่ารำ หมายถึง ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ เสมือนเป็นคำพูดโดยไม่ตอ้ งเปล่งเสียงออกมาแต่ต้องอาศัยอวัยวะ
สว่ นประกอบของรา่ งกาย แสดงออกมาเป็นทา่ ทางสอื่ ให้ผู้ชมได้เข้าใจ

สุมนมาลย์ นิม่ เนตพิ ันธ์ (2543: 211) ไดใ้ หค้ วามหมายของ “ภาษาทา่ นาฏศิลป”์ หมายถงึ การแสดง
ท่ารำแทนคำพดู มีความหมายต่าง ๆ รวมทั้งการแสดงอารมณ์ด้วย การรำทำบทนี้เป็นการใชภ้ าษาบทหนึง่
วิวัฒนาการมาจากธรรมชาติ เพราะการแสดงความหมายจากความคิด ความรู้สึก ให้ผูอ้ ืน่ เข้าใจน้ัน มไิ ด้
แสดงด้วยคำพูดอย่างเดียว มนุษย์ย่อมใช้ท่าทางการออกไม้ออกมือตลอดจนสีหน้าประกอบด้วย ใน
การแสดงละครรำก็ได้เก็บทา่ ทางจากธรรมชาติมาปรงุ แต่งใหง้ ดงาม เปน็ ภาษาทางนาฏศลิ ป์

เรณู โกศินานนท์ (2545: 98) ได้อธิบาย “ภาษาทา่ นาฏศลิ ป์” และกลา่ วถงึ การรำบทอีกวา่ “รำบท”
หมายถึง การแสดงทา่ ทางแทนคำพูด

จากที่กล่าวมา สรุปได้ว่า “ภาษาท่านาฏศิลป์” หมายถึง การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
เช่น มือ แขน ขา หรืออารมณ์ เป็นการแสดงกิริยาโดยใช้ลีลาท่ารำหรือการรำบทแสดงออกเป็นท่าทาง
คำพูด เพ่อื สอื่ ความหมายให้ผชู้ มเข้าใจ

1.6 ประเภทของ “ภาษาทา่ นาฏศิลป”์

“ภาษาท่านาฏศลิ ป์” ใช้สื่อความหมายแทนคำพูด กริ ยิ า อริ ิยาบถ อารมณ์ แบ่งออกไดด้ ังนี้
1) ภาษาทา่ นาฏศิลป์ท่ีใช้แทนคำพดู เชน่ ท่าฉนั ท่าทา่ น เป็นต้น
2) ภาษาท่านาฏศิลป์ที่แสดงกิริยาอาการ(อิริยาบถ) เช่น ท่ายืน ท่านั่ง(คุกเข่า) ท่าไหว้ ท่าโลมบน
ท่าโลม มอื เดยี ว เป็นต้น
3) ภาษาท่านาฏศลิ ป์ที่แสดงอารมณ์ภายใน เชน่ ทา่ ดีใจ ท่ารัก ทา่ อาย ท่าโกรธ เปน็ ต้น

เกร็ดความรู้

ในการแสดงนาฏศิลป์ไทยใหส้ วยงามไดม้ าตรฐาน ผูแ้ สดงตอ้ งเคลือ่ นไหวร่างกายให้สอดคล้อง
กลมกลนื กันไปทกุ ส่วนของร่างกาย มใี จรกั มคี วามสขุ และสนกุ กบั กายแสดง

หนังสอื อ่านเพิม่ เตมิ วชิ านาฏศิลป์

52

1.7 ตวั อย่างภาษาท่านาฏศลิ ป์

1) ภาษาท่านาฏศิลป์ทใี่ ช้แทนคำพูด มดี งั นี้

นาง พระ

ภาพท่ี ๕๒ ท่าฉัน
ทม่ี า : ดลดา อมิ่ จติ , 2559.
ทา่ ฉนั
พระ : มือซา้ ยจีบหงายท่ีอก มือขวาทา้ วสะเอว เท้าซา้ ยก้าวข้าง ยอ่ เข่าและกันเข่าออก
ศรี ษะเอียงซ้าย
นาง : มอื ซ้ายจีบหงายทอ่ี ก มือขวาจบี หลังสง่ ลำแขนให้ตึง เทา้ ขวากา้ วหน้า เท้าซา้ ยเปดิ
ส้นเทา้ หลัง ศีรษะเอียงซา้ ย
หมายเหตุ : ท่าฉัน ตามแบบนาฏศลิ ปไ์ ทย (เปน็ ทา่ รำทบ่ี งั คบั คือ จะใชม้ อื ซา้ ยเทา่ นั้น)

หนงั สืออ่านเพ่ิมเติม วชิ านาฏศิลป์

53

นาง พระ

ภาพท่ี ๕๓ ทา่ ท่าน
ทมี่ า : ดลดา อิม่ จติ , 2559.
ทา่ ทา่ น
พระ : ยกมือขวาตง้ั สนั มอื ข้นึ เฉยี งออกเลก็ นอ้ ย มือซ้ายทา้ วสะเอว เทา้ ขวาก้าวข้าง ยอ่ เข่าและ
กนั เข่าออก ศรี ษะเอยี งซ้าย
นาง : ยกมอื ขวาตัง้ สนั มือข้นึ เฉียงออกเลก็ น้อย มอื ซ้ายจบี หลังสง่ ลำแขนใหต้ ึง เท้าซา้ ยกา้ วหน้า
เปดิ สน้ เท้าหลัง ศรี ษะเอียงซ้าย

หนังสอื อา่ นเพมิ่ เตมิ วิชานาฏศิลป์

54
2) ภาษาทา่ นาฏศลิ ป์ทแี่ สดงกริ ยิ าอาการ(อริ ยิ าบถ) มดี ังน้ี

นาง พระ

ภาพท่ี ๕๔ ทา่ ยนื
ท่มี า : ดลดา อ่ิมจติ , 2559.
ทา่ ยนื
พระ : มอื ขวาทา้ วสะเอว มือซา้ ยแบมอื วางฝ่ามือท่ีหน้าขาขา้ งซา้ ย เท้าขวายืนเต็มเทา้
เท้าซา้ ยวางดว้ ยจมูกเท้าเปิดส้นเท้า ศีรษะเอียงขวา
นาง : มือขวาจีบหงายชายพก มือซ้ายแบมอื วางฝ่ามอื แปะท่ีหน้าขาข้างซ้าย เท้าขวายนื เต็มเทา้
วางเทา้ ซ้ายเหลือ่ มไปข้างหนา้ ปลายเท้าเชิดขึ้น ศีรษะเอียงซ้าย

หนังสืออา่ นเพม่ิ เตมิ วิชานาฏศลิ ป์

55

นาง พระ

ภาพที่ ๕๕ ท่าน่งั (คุกเข่า)
ท่ีมา : ดลดา อ่มิ จิต, 2559.
ทา่ นั่ง(คกุ เขา่ )
พระ : วางมือทั้งสองบนหน้าขา นั่งคุกเข่าลงกับพื้น ส้นเท้าทั้งสองชิดกัน หัวเข้าทั้งสองต้อง
ห่างกันประมาณ 2 คืบ นั่งให้ก้นตั้งอยู่บนส้นเท้าทั้งสองข้าง และน้ำหนักให้เท่า ๆ กัน
ดันเอวพอประมาณ ตั้งตัวให้ตรง เปิดไหล่ทั้งสองให้ผึ่ง หน้าตรง เปิดปลายคางพอสมควร
ศรี ษะตรง
นาง : วางมือทั้งสองบนหน้าขา นั่งคุกเข่าลงกับพื้น ส้นเท้าทั้งสองชิดกัน หัวเข้าทั้งสองชิดกัน
นั่งให้ก้นตัง้ อยู่บนส้นเท้าท้ังสองขา้ ง และน้ำหนกั ให้เท่า ๆ กัน ดันเอวพอประมาณ ตั้งตัว
ใหต้ รง เปิดไหลท่ งั้ สองให้ผ่ึง หน้าตรง เปิดปลายคางพอสมควร ศรี ษะตรง

หนังสอื อา่ นเพม่ิ เตมิ วชิ านาฏศลิ ป์

56

นาง พระ

ภาพท่ี ๕๖ ท่าไหว้
ท่ีมา : ดลดา อ่มิ จติ , 2559.
ทา่ ไหว้
พระ : ยกมือทั้งสองขึ้นทำท่าไหว้ระดับอก ให้นิ้วมือตึงและชิดติดกัน ส่วนปลายนิ้วมือทั้งสอง
แยกออกจากกัน เท้าซา้ ยตัง้ เขา่ เฉียงเทา้ ไปด้านซ้าย ยกก้นขึ้น เทา้ ขวาวางหลังเปิดส้นเท้า
ศรี ษะตรง
นาง : ยกมือทั้งสองขึ้นทำท่าไหว้ระดับอก ให้นิ้วมือตึงและชิดติดกัน ส่วนปลายนิ้วมือทั้งสอง
แยกออกจากกัน เท้าซ้ายตั้งเข่าตรงไปด้านหน้า ยกก้นขึ้น เท้าขวาวางหลังเปิดส้นเท้า
ศรี ษะตรง

หนงั สืออ่านเพม่ิ เตมิ วชิ านาฏศลิ ป์

57

นาง พระ

ภาพท่ี ๕๗ ท่าโลมบน
ทีม่ า : ดลดา อม่ิ จิต, 2559.
ท่าโลมบน
พระ : มือทั้งสองข้างจีบคว่ำซ้อนบนข้อมือทั้งสองข้างของตัวนาง ระดับไหล่ สะบัดจีบออกเป็น
ตง้ั วง เท้าซา้ ยกา้ วขา้ ง นำ้ หนกั อยูท่ เี่ ท้าซ้าย เอยี งศรี ษะข้างซา้ ย กดไหล่ซา้ ย
นาง : มือทั้งสองข้างจีบคว่ำตรงหัวไหล่ สะบัดจีบออกเป็นตั้งวง เท้าซ้ายก้าวข้าง น้ำหนักอยู่ท่ี
เทา้ ซ้าย เอียงศีรษะข้างซ้าย กดไหลซ่ า้ ย

หนงั สอื อ่านเพ่ิมเติม วชิ านาฏศิลป์

58

นาง พระ

ภาพที่ ๕๘ ทา่ โลม มอื เดียว
ท่มี า : ดลดา อิม่ จิต, 2559.
ทา่ โลม มอื เดยี ว
พระ : มอื ซ้ายจีบซอ้ นบนข้อมอื ซา้ ยของตวั นาง มอื ขวาวางทาบดา้ นหลงั ตวั นางระดบั เอว เทา้ ซ้าย
ก้าวข้าง น้ำหนกั อยู่ที่เท้าซ้าย เอยี งศรี ษะข้างซ้าย มองหน้าตัวนาง
นาง : มอื ซา้ ยจบี หงายระดบั คาง หักขอ้ มอื เขา้ หาลำตัว ปัดมือตวั พระ มือขวาท้าวสะเอว เท้าซ้าย
กา้ วหนา้ น้ำหนักอย่ทู ี่เท้าซา้ ย ศีรษะเอยี งซ้าย หน้ามองตัวพระ

หนังสืออ่านเพิ่มเตมิ วชิ านาฏศิลป์

59

3) ภาษาทา่ นาฏศิลปท์ ี่แสดงอารมณ์ภายใน มดี งั นี้

นาง พระ

ภาพท่ี ๕๙ ท่ายิม้
ทีม่ า : ดลดา อม่ิ จติ , 2559.
ทา่ ยม้ิ
พระ : มือซ้ายจีบหงายไว้ที่ระดับปาก หักข้อมือเข้าหาลำตัว มือขวาท้าวสะเอว เท้าซ้ายยืนเต็ม
เท้า เท้าขวาวางดว้ ยจมูกเท้าเปดิ สน้ เทา้ ศีรษะเอียงซ้าย
นาง : มือซ้ายจีบหงายไว้ที่ระดับปาก หักข้อมือเข้าหาลำตัว มือขวาจีบหงายชายพก เท้าขวา
ยนื เตม็ เท้า วางเท้าซ้ายเหลื่อมไปขา้ งหนา้ ปลายเท้าเชิดขึ้น ศรี ษะเอียงซา้ ย
หมายเหตุ : ท่าย้มิ ตามแบบแผนนาฏศิลป์ไทย เป็นท่ารำทบ่ี ังคบั ใช้มือซา้ ยเทา่ นนั้

หนังสืออ่านเพ่ิมเติม วิชานาฏศิลป์

60

นาง พระ

ภาพที่ ๖๐ ทา่ รัก
ท่มี า : ดลดา อ่มิ จิต, 2559.
ทา่ รัก
พระ : มือท้ังสองแบมือ โดยไขวม้ อื ทาบที่ฐานไหล่มือซา้ ยทับมือขวา เทา้ ซ้ายก้าวข้าง ย่อเข่าและ
กนั เข่าออก ศีรษะเอยี งขวา
นาง : มือทั้งสองแบมือ โดยไขว้มือทาบทีฐ่ านไหล่ มือซ้ายทับมือขวา เท้าขวาก้าวหน้า เท้าซ้าย
เปดิ สน้ เทา้ ย่อเขา่ ลง ศีรษะเอยี งขวา

หนงั สืออ่านเพ่มิ เติม วิชานาฏศลิ ป์

61

นาง พระ

ภาพท่ี ๖๑ ท่าอาย
ทีม่ า : ดลดา อิ่มจติ , 2559.
ทา่ อาย
พระ : มือขวาท้าวสะเอว ฝ่ามือซ้ายแตะข้างแก้มซ้าย เท้าขวาก้าวข้าง ย่อเข่าและกันเข่าออก
ศีรษะเอยี งซ้าย
นาง : มือขวาจีบหลังส่งลำแขนให้ตึง ฝ่ามือซ้ายแตะข้างแก้มซ้าย เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวา
เปิดส้นเทา้ หลงั ศีรษะเอยี งซ้าย

หนงั สอื อา่ นเพ่มิ เตมิ วชิ านาฏศิลป์

62

นาง พระ

ภาพท่ี ๖๒ ท่าโกรธ
ทม่ี า : ดลดา อม่ิ จติ , 2559.
ทา่ โกรธ
พระ : ปลายนิ้วมือซ้ายถูบริเวณหลังใบหูซ้าย ถูขึ้น-ลงไปมาแล้วกระชากมือลงถ้ากระชากเบา ๆ
ก็เพียงเคืองใจ ถ้ากระชากแรง ๆ แสดงว่าโกรธจัด มือขวาท้าวสะเอว เท้าซ้ายยืนเตม็ เทา้
เท้าขวาวางด้วยจมกู เท้าปลายเท้าเชิดขนึ้ ศีรษะเอียงซา้ ย
นาง : ปลายนิ้วมือซ้ายถูบริเวณหลังใบหซู ้าย ถูขึ้น-ลงไปมาแล้วกระชากมือลงถา้ กระชากเบา ๆ
ก็เพียงเคืองใจ ถ้ากระชากแรง ๆ แสดงว่าโกรธจัด มือขวาจีบหงายชายพก เท้าขวายืน
เตม็ เทา้ วางเทา้ ซา้ ยเหล่อื มไปขา้ งหน้า ปลายเทา้ เชดิ ขน้ึ ศีรษะเอยี งซ้าย

หนังสอื อา่ นเพม่ิ เตมิ วชิ านาฏศิลป์

63

1.8 สรุป

นาฏยศัพท์ หมายถึง ศัพทท์ ี่ใชใ้ นวงการนาฏศิลป์ไทย เปน็ ศพั ทเ์ ฉพาะท่ีใช้เรียกลักษณะท่ารำไทย
ในการฝกึ หัดทางดา้ นนาฏศิลป์ไทย เชน่ โขน ละคร ระบำ รำ ฟ้อน เพอื่ ใช้สื่อความหมายใหเ้ กิดความเข้าใจ
และสามารถปฏิบัติได้ตรงกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เรียนควรเรียนรู้ และควรฝึกหัดท่านาฏศิลป์เบื้องต้น
เพราะจะทำใหผ้ ู้เรยี นสามารถรำได้ออ่ นช้อยงดงามตามแบบนาฏศิลป์ไทย ซ่ึงแบง่ ออกเป็น 4 ประเภท ดงั นี้

1) นาฏยศัพทท์ เี่ กี่ยวกับมอื เช่น ตงั้ มอื วงบน วงกลาง วงลา่ ง วงหนา้ จีบคว่ำ จบี หงาย จีบ
หงายชายพก จีบหลัง จีบปรกหน้า จีบปรกข้าง จีบล่อแก้ว ม้วนจีบ สะบัดจีบ จีบยาว ส่ายแขนข้างเดียว
ส่ายแขนสองขา้ ง เป็นตน้

2) นาฏยศัพท์ทเ่ี กยี่ วกับเทา้ เช่น ประเท้า ยกเท้า กระท้งุ เท้า กระดกเทา้ ก้าวหน้า ก้าวข้าง จรด
เท้า ถัดเทา้ โขยกเทา้ ซอยเท้า ประสมเทา้ กระทบกน้ เปน็ ต้น

3) นาฏยศัพทท์ เี่ ก่ยี วกบั ศรี ษะ เชน่ เอยี งศีรษะ ลักคอ ตีไหล่ เป็นต้น
4) นาฏยศัพท์ที่ใช้เรียกชื่อท่ารำ เช่น สอดสร้อยมาลา ผาลา เรียงหมอน กระบี่สี่ท่า อัมพร
เฉิดฉิน เปน็ ต้น

ภาษาท่านาฏศิลป์ หมายถึง การเคลื่อนไหวกิริยาท่าทางต่าง ๆ รวมถึงอารมณ์ที่แสดงออกมา
แตกตา่ งกันของมนุษย์ มาประดิษฐ์เป็นท่าทางให้สวยงาม มรี ูปแบบมาตรฐาน ทำให้สามารถส่ือความหมาย
ให้ผ้ชู มเขา้ ใจได้ ซง่ึ ภาษาทา่ นาฏศลิ ป์ แบง่ ออกได้ ดังนี้

1) ภาษาท่านาฏศิลป์ที่ใชแ้ ทนคำพูด เช่น ท่าฉนั ท่าท่าน เปน็ ตน้
2) ภาษาท่านาฏศิลป์ท่ีแสดงกิริยาอาการ(อิริยาบถ) เช่น ท่ายืน ท่านั่งคุกเข่า ท่าไหว้ ท่าโลมบน
ทา่ โลม มือเดียว เป็นต้น
3) ภาษาท่านาฏศลิ ป์ท่ีแสดงอารมณ์ภายใน เช่น ท่าดใี จ ทา่ รกั ทา่ อาย ทา่ โกรธ เป็นต้น

คำถามทา้ ทาย

นกั เรียนคิดว่าภาษาทา่ มีประโยชนอ์ ยา่ งไร

ศพั ทท์ ค่ี วรรู้ กิจกรรมพัฒนาความสามารถในการอา่ น

ให้นักเรยี นอา่ นคำและความหมายของคำตอ่ ไปน้ี

คำศพั ท์ คำอา่ น ความหมาย

ฟนื้ ฟู ฟนื้ -ฟู ทำให้กลบั เจรญิ งอกงามขน้ึ มาใหม่

ปรับปรงุ ปรับ-ปรุง แกไ้ ขใหเ้ รยี บร้อยยิ่งขนึ้

ออ่ นชอ้ ย อ่อน-ชอ้ ย มีกริ ยิ าทา่ ทางงดงามละมุนละไม มีลักษณะงอนงาม

หนังสอื อ่านเพ่ิมเติม วชิ านาฏศลิ ป์

64

บรรณานุกรม

ราณี ชยั สงคราม. (2544). นาฏศิลป์ไทยเบือ้ งต้น. กรุงเทพฯ: ครุ ุสภา.
เรณู โกศินานนท.์ (2545). นาฏศิลปไ์ ทย. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช .
______. (2546). นาฏยศัพท์ ภาษาทา่ นาฏศิลปไ์ ทย. กรงุ เทพฯ: ไทยวัฒนาพานชิ .
วิทยาลยั นาฏศิลป. (2552). เอกสารประกอบการสอนนาฏศลิ ป์ไทย(ละคร) เร่ือง นาฏยศพั ท์พนื้ ฐาน

การฝึกหดั เบ้ืองต้น หมวดวิชานาฏศิลปไ์ ทย(ละคร) ภาควิชานาฏศลิ ป์ วทิ ยาลัยนาฏศิลป์
สถาบนั บัณฑติ พฒั นศลิ ป์ กระทรวงวฒั นธรรม. (ม.ป.ท.).
สมุ นมาลย์ น่ิมเนติพันธ.์ (2543). การละครไทย. กรุงเทพฯ: ไทยวฒั นาพานิช.
อมรา กลำ่ เจริญ. (2542). สุนทรียนาฏศิลป์ไทย. พมิ พ์ครั้งท่ี 3. กรุงเทพฯ: โอ.เอส.พร้นิ ต้ิง เฮา้ ส์.
อรวรรณ ขมวัฒนา. (2546). หนงั สือประกอบการเรยี นรู้พ้นื ฐานกลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ สาระ
นาฏศิลป์ 12 ชั้นปี. กรุงเทพฯ: ครุ สุ ภาลาดพรา้ ว.
อาคม สายาคม. (2545). รวมงสนนิพนธ์. พมิ พค์ รง้ั ท่ี 2. กรงุ เทพฯ: ร่งุ ศิลปก์ ารพมิ พ(์ 1977) จำกดั .
อุดม กุลเมธพนธ์. (2556). นาฏยศพั ท์ฉบับครูลมุล. กรงุ เทพฯ: สเุ ทพการพิมพ.์

หนังสืออา่ นเพมิ่ เติม วชิ านาฏศิลป์

65

ประวัติผ้จู ดั ทำ

ชอื่ นางสาวดลดา อิ่มจติ
ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะครชู ำนาญการพิเศษ
การศึกษา
พ.ศ. ๒๕35 ประถมศกึ ษาปีที่ 6 โรงเรยี นวดั ทงุ่ ครุ(พึ่งสายอนุสรณ์)
Email พ.ศ. ๒๕38 หลักสูตรนาฏศิลป์ชัน้ ต้น วทิ ยาลยั นาฏศลิ ป กรมศลิ ปากร
ที่อยู่
สถานทที่ ำงาน พ.ศ. ๒๕๔1 หลกั สตู รนาฏศิลป์ช้ันกลาง วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร
พ.ศ. ๒๕๔3 หลักสูตรนาฏศิลปช์ ั้นสงู วิทยาลยั นาฏศิลป กรมศลิ ปากร
พ.ศ. ๒๕๔๕ ศึกษาศาสตรบัณฑิต (ศษ.บ) นาฏศิลปไ์ ทยศึกษา

สถาบันบณั ฑติ พฒั นศลิ ป์
donlada2523 @hotmail.co.th

278 ซอยประชาอทุ ิศ 84 แขวงทงุ่ ครุ เขตทง่ ครุ กรุงเทพมหานคร ๑๐14๐
โทรศัพท์บ้าน ๐๒ - ๘158536 โทรศัพทเ์ คลื่อนที่ ๐8 – 04469556
โรงเรยี นวดั ทุ่งคร(ุ พ่งึ สายอนุสรณ)์ สำนกั งานเขตท่งุ ครุ กรุงเทพมหานคร

หนงั สืออา่ นเพมิ่ เติม วิชานาฏศิลป์


Click to View FlipBook Version