เรื่อง พอลิเมอร์
จัดทำโดย
1.นางสาว พิมพ์ชนก วงษา
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/10 เลขที่ 25
2..นางสาว ปรียาภัทร์ สิริคุตจตุพร
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/10 เลขที่ 32
เสนอ
คุณครู รัตนา หมู่โยธา
เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ว30102
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
โรงเรียนสตรีราชินูทิศ
พอลิเมอร์
พอลิเมอร์ (Polymer) คือ สารประกอบที่มีโมเลกุลขนาด
ใหญ่ และมีมวลโมเลกุลมากประกอบด้วย หน่วยเล็กๆ
ของสารที่อาจจะเหมือนกันหรือต่างกันมาเชื่อมต่อกัน
ด้วยพันธะโคเวเลนต์
มอนอเมอร์ (Monomer) คือ หน่วย
เล็ก ๆ ของสารในพอลิเมอร์
พอลิเมอร์ แบ่งตามเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้
แบ่งตามการเกิด
พอลิเมอร์ธรรมชาติ เป็นพอลิเมอร์ที่เกิดขึ้นเองตาม
ธรรมชาติ เช่น โปรตีน แป้ง เซลลูโลส ยางธรรมชาติ
พอลิเมอร์สังเคราะห์ เป็นพอลิเมอร์ที่เกิดจากการ
สังเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ต่าง ๆ เช่น พลาสติก
ไนลอน ดาครอนและลูไซต์
การเกิดพอลิเมอร์
การเกิดพอลิเมอร์ เรียกว่า ปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชัน
( Polymerization ) คือกระบวนการสร้างสารที่มี
โมเลกุลขนาดใหญ่ จากสารที่มีโมเลกุลเล็ก
( Monomer ) ปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชันจะเกิดภาย
ใต้สภาวะต่าง ๆ เช่น ตัวเร่งปฏิกิริยา อุณหภูมิ ความ
ดัน เป็นต้น ทำให้เกิดพอลิเมอร์ชนิดต่าง ๆ ขึ้น
มากมาย ทั้งที่เป็นพอลิเมอร์ในธรรมชาติ และพอลิเม
อร์สังเคราะห์
1.ปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซชั่นแบบเติม ( Addition polymerization ) ปฏิกิริยานี้เกิดกับมอนอเมอร์ที่
ไม่อิ่มตัว เช่น เอทิลีน โพรพิลีน อะไครโลไนทริล สไตรีน โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยา และอุณหภูมิที่เหมาะสม
ทำให้พันธะคู่แตกออก แล้วเกิดการสร้างพันธะกับโมเลกุลข้างเคียงต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งโมเลกุล
ขนาดใหญ่ขึ้น สายพอลิเมอร์ยาวขึ้น ปฏิกิริยาจะเกิดไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมอนอเมอร์หมดไป ปฏิกิริยา
แบบนี้จะเกิดปฏิกิริยาที่พันธะคู่ของคาร์บอน ไม่มีการสูญเสียของอะตอมใด ๆ ทำให้ไม่มีผลิตภัณฑ์อื่น
ๆ ข้างเคียงเกิดขึ้น ตัวอย่าง พอลิเมอร์ที่เกิดจากปฏิกิริยาชนิดนี้ได้แก่ Polyethylene, Teflon,
Polyvinyl Choride
2.ปฏิกิริยาพอลิเมอร์ไรเซชั่นแบบควบแน่น ( Condensation polymerization )
ปฏิกิริยานี้เกิดกับมอนอเมอร์ที่มีหมู่ฟังก์ชั่น 2 หมู่ อยู่ด้านซ้ายและขวาของมอนอเมอร์ เพื่อ
ให้สามารถเกิดปฏิกิริยาควบแน่นกับโมเลกุลข้างเคียงได้ทั้งสองด้าน และต่อขยายความยาว
สายโมเลกุลออกไป โดยในปฏิกิริยาจะกำจัดโมเลกุลขนาดเล็กออกมาจากปฏิกิริยา เช่น
H2O NH3 HCl หรือ CH3OH เป็นต้น ตัวอย่าง พอลิเมอร์ที่เกิดจากปฏิกิริยาชนิดนี้ได้แก่
Polyester, Polyurethane, polyamide
โครงสร้างพอลิเมอร์
แบบเส้น แบบกิ่ง แบบร่างแห
เกิดจากมอนอเมอร์ต่อกันเป็นเส้นยาว ๆ เกิดจากมอนอเมอร์ต่อกันเป็นสายยาวและ เกิดจากมอนอเมอร์ต่อกันเป็นสายยาวและ
ใน 2 มิติ เช่น เซลลูโลส เกิดจากกลูโคสต่อ บางจุดมีการแตกกิ่ง จึงทำให้สายพอลิเม มีการเชื่อมโยงแต่ละสายพอลิเมอร์เข้าหา
กันเป็นเส้นตรง และ ( Polyethylene ) อร์มีกิ่งก้านสาขา ไม่สามารถเรียงชิดติดกัน กัน โครงสร้างพอลิเมอร์ชนิดนี้ทำให้พอลิ
แบบพอลิเมอร์แบบเส้น เช่น พอลิเอทิลีน เมอร์มีความแข็งมาก จึงมีความทนทาน
ที่นำมาใช้ทำเป็นขวด กล่องพลาสติก ชนิดความหนาแน่นต่ำ ที่นำมาใช้ทำเป็น ไม่หลอมเหลว และไม่ยืดหยุ่นเช่น เมลามีน
หีบห่ออาหาร ของเล่น เกิดจากเอทิลีนต่อ ถุงเย็น ฟิล์มหดฟิล์มยืด ขวดน้ำ ฝาขาด
ที่ใช้ทำภาชนะบรรจุอาหาร
กันเป็นเส้นตรง
5.4ผลิตภัณฑ์จากพอลิ
เมอร์
พอลิเมอร์มีทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือสังเคราะห์ขึ้นมนุษย์ได้นำพอลิเมอร์มาใช้ทำ
ผลิตภัณฑ์เพื่อใช้งานในรูปแบบต่างๆเช่น รองเท้า ยางรถ เสื้อผ้า ถ้วยชาม ผลิตภัณฑ์จากพอลิเมอร์มี
มากมาย แต่ก็มีพอลิเมอร์ที่สำคัญสามประเภทได้แก่ พลาสติก ยางและเส้นใย
5.4.1)พลาสติก
เป็นวัสดุที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากสามารถนำไปใช้ทำ
ผลิตภัณฑ์ต่างๆได้หลายรูปแบบ เนื่องจากมีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่าง เช่น มีความ
เหนียวยืดหยุ่น น้ำหนักเบา ทนทานต่อการสึกกร่อน อ่อนตัวได้เมื่อถูกความร้อน เป็น
ฉนวนไฟฟ้า กันน้ำได้ เป็นต้น
สมบัติทางกายภาพที่สำคัญอย่างหนึ่งของพลาสติก คือ การอ่อนตัวหรือ
หลอมเหลวเมื่อได้รับความร้อน การเปลี่ยนแปลงเมื่อได้รับความร้อนของพลาสติกจะ
จำแนกพลาสติกได้เป็นสองประเภทคือ เทอร์มอพลาสติก[Thermoplastic]และ
พลาสติกเทอร์มอเซต[Thermosetting plastic]
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากเทอร์มอพลาสติก เ ท อ ร์ม อ พ ล า ส ติ ก
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากพลาสติกเทอร์มอเซต เป็นพลาสติกที่ได้รับความร้อนจะอ่อนตัว เมื่ออุณหภูมิลดตัวลงจะแข็ง
ตัว สามารถทำให้กลับเป็นรูปร่างเดิมหรือเปลี่ยนรูปร่างได้โดยสมบัติ
ของพลาสติกจะไม่เปลี่ยนแปลง สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ประเภทนี้
มีโครงสร้างแบบเส้นหรือแบบกิ่ง มีการเชื่อมต่อระหว่างโซ่พอลิเมอร์
น้ อยเช่น พอริเอทิลีน พอนีโพรพิลีน และพอลิไวนิลคลอไรด์เป็นต้น
พ ล า ส ติ ก เ ท อ ร์ม อ เ ซ ต
เป็นพลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยการผ่านความร้อนหรือแรงดัน ไม่สามารถนำ
กลับมาขึ้นรูปใหม่ได้แต่จะเกิดการแตกหัก พลาสติกประเภทนี้มี
โครงสร้างแบบร่างแห เมื่อแข็งตัวแล้วจะมีความแข็งมาก ทนต่อความ
ร้อนและความดันได้ดีกว่าเทอร์มอพลาสติก ถ้าทำให้มีอุณหภูมิสูงมากจะ
แตกและไหม้เป็นเถ้า เช่น เมลามีน ซิลิโคน เบกาไลต์เป็นต้น
5.4.2)ยาง
เป็นพอลิเมอร์ประเภทหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มาก มีผลิตภัณฑ์
หลายชนิด เช่น ของเล่นเด็ก รองเท้า กระเป๋าน้ำร้อน ในปัจจุบันมีความต้องการใช้ยาง
มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น ทางการแพทย์ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม อุปกรณ์การ
ศึกษาเป็นต้น
ยางเป็นสารพอลิเมอร์ที่มีสมบัติพิเศษ คือ มีความยืดหยุ่นสามารถยืดออกหรือ
เปลี่ยนขนาดได้เมื่อถูกดึงและกลับคืนสู่สภาพเดิมได้เมื่อปล่อย จึงมีการนำยางมาใช้เป็น
วัตถุดิบในการทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยางแบ่งได้ 2 ประเภท คือ ยางธรรมชาติและยาง
สังเคราะห์
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่มักนำยางสังเคราะห์ไปใช้ ยางธรรมชาติ
เป็นพลาสติกที่ได้รับความร้อนจะอ่อนตัว เมื่ออุณหภูมิลดตัวลงจะแข็ง
ตัว สามารถทำให้กลับเป็นรูปร่างเดิมหรือเปลี่ยนรูปร่างได้โดยสมบัติ
ของพลาสติกจะไม่เปลี่ยนแปลง สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ประเภทนี้
มีโครงสร้างแบบเส้นหรือแบบกิ่ง มีการเชื่อมต่อระหว่างโซ่พอลิเมอร์
น้ อยเช่น พอริเอทิลีน พอนีโพรพิลีน และพอลิไวนิลคลอไรด์เป็นต้น
ยางสังเคราะห์
เป็นพลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยการผ่านความร้อนหรือแรงดัน ไม่สามารถนำ
กลับมาขึ้นรูปใหม่ได้แต่จะเกิดการแตกหัก พลาสติกประเภทนี้มี
โครงสร้างแบบร่างแห เมื่อแข็งตัวแล้วจะมีความแข็งมาก ทนต่อความ
ร้อนและความดันได้ดีกว่าเทอร์มอพลาสติก ถ้าทำให้มีอุณหภูมิสูงมากจะ
แตกและไหม้เป็นเถ้า เช่น เมลามีน ซิลิโคน เบกาไลต์เป็นต้น
5.4.3)เส้นใย
ผลิตภัณฑ์สิ่งทอต่างๆ เช่นเครื่องแต่งกายเสื้อผ้ารองเท้าถุงเท้าคนแปลง
ต่างๆผลิตมาจากเส้นใหญ่ในชีวิตประจำวันเราเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจาก
เส้นใหญ่มากมายหลายชนิดบางชนิดเป็นเส้นใหญ่จากธรรมชาติบ้างเป็นเส้นใยที่
สังเคราะห์ขึ้น
เส้นใยจัดเป็นพอลิเมอร์ประเภทหนึ่งที่ประกอบด้วยมอนอเมอร์จำนวน
มากเชื่อมต่อกันด้วยพันธะเคมีเป็นเส้นยาว และมีโครงสร้างที่เหมาะสมต่อการรีด
และปั่นเป็นเส้นด้าย แบ่งออกเป็นสามประเภทคือ เส้นใยธรรมชาติ เส้นใย
สังเคราะห์และเส้นใยกึ่งสังเคราะห์
เส้นใยธรรมชาติ เส้นใยสังเคราะห์ เส้นใยกึ่งสังเคราะห์
ฝ้าย ไนลอน เรยอน
เป็นเส้นใยที่อาจจะเกิดจากพืช สัตว์ เกิดจากการนำพอลิเมอร์สังเคราะห์มาปั่น เป็นเส้นใยที่ได้จากการนำจากธรรมชาติ มา
หรือแร่ธาตุต่างๆ เช่น เส้นใยที่ได้จากพืช ยก โมเลกุลของเส้นใยต้องมีขนาดยาวและมีการเรียง ปรับปรุงโครงสร้างให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น
ตัวอย่างเช่น ฝ้าย,นุ่น เส้นใยที่ได้จากสัตว์ ตัวของโมเลกุลเป็นระเบียบตามแนวแกนของเส้นใย เซลลูโลสแอซีเตต ได้มาจากปฏิกิริยาระหว่าง
เช่น เส้นใยจากรังไหม เส้นใยที่ได้จากแร่ธาตุ เช่น ไนลอน พอลิเอสเทอร์ เซลลูโลสจากพืชกับกรดแอซีติก โดยมีกรดซัลฟิวริก
เช่น ใยหินที่เป็นเส้นใยที่ได้จากสินแร่ เข้มข้นเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เซลลูโลสแอซีเตตใช้ผลิต
เส้นใยสังเคราะห์มีสมบัติไม่ยับง่าย ไม่ดูดน้ำ แผ่นพลาสติก ทำแผงสวิตซ์ และหุ้มสายไฟ นอกจาก
ซักง่าย แห้งเร็ว ทนต่อเชื้อรา แต่มีข้อเสีย คือ การ นี้ เซลลูโลสยังใช้ผลิตเส้นใยกึ่งสังเคราะห์ได้ เช่น เร
ระบายความร้อนไม่ดี จึงไม่เหมาะที่จะนำมาทอ ยอน
เป็นเสื้อผ้า
5.5ผลที่เกิดจากการผลิตและการใช้
พอลีเมอร์ต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันพอลิเมอร์เข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของเรามากขึ้น แม้ว่าจะมีประโยชน์มากแต่การใช้
พอลอเมอร์โดยเฉพาะพอลีเมอร์สังเคราะห์ก็สามารถก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ เช่น ปัญหาขยะพลาสติก
และขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นต้น หากไม่รู้จักวิธีการจัดการหรือเก็บรักษาได้อย่างถูกต้องก็สามารถทำให้
เกิดมลพิษแก่สิ่งแวดล้อมได้
เพราะปัญหาขยะพลาสติกเป็นปัญหาร่วมกันทั่วโลกนักวิทยาศาสตร์จึงพยายาม
คิดค้นพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ(biodegradable)มาใช้แทน และสามารถ
เปลี่ยนพลาสติกบางชนิดที่ไม่ย่อยสลายเป็นชนิดที่ย่อยสลายได้ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้
ปัญหาได้ โดยวิธีการที่ดีที่สุดในการลดขยะพลาสติกคือลดปริมาณการใช้ให้เหลือเท่าที่
จำเป็นและพยายามนำกลับมาใช้ใหม่ ในหลายประเทศจึงมีในหลายประเทศจึงมีการ
รณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าหรือตะกร้าแทนการใช้ถุงพลาสติก
พลาสติกบางชนิดเมื่อใช้แล้วสามารถนำกลับไปผ่านขั้นตอนในกระบวนการผลิตทำให้
นำกลับมาใช้ใหม่ได้เรียกพลาสติกเหล่านี้ว่าพลาสติกรีไซเคิล(recycled plastic)
ดังนั้นสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติก ประเทศสหรัฐอเมริกา(The Society of The
Plastic Industry)จึงได้กำหนดสัญลักษณ์เพื่อบ่งชี้ประเภทของพลาสติกรีไซเคิลเพื่อ
สะดวกต่อการนำไปแปรรูปเพื่อให้นำกลับมาใช้ใหม่ ดังนั้นประเภทของพลาสติกรีไซเคิล
จึงแบ่งออกเป็น 7 ประเภท
ภาพสัญลักษณ์แสดงประเภทของพลาสติกรีไซเคิล
กลุ่มที่ 1 PETE (polyethylene terephthalate) กลุ่มที่ 2 HDPE (high density polyethylene)
เป็นพลาสติกที่ส่วนใหญ่มีความใส มองทะลุได้ แข็งแรง เป็นพลาสติกที่มีความหนาแน่นสูง ค่อนข้างนิ่ม
ทนทานและเหนียว ป้องกันการผ่านของแก๊สได้ดี เช่น ขวด เหนียวไม่แตกง่าย มักใช้ทำขวดใส่แชมพูถุงร้อนชนิดขุ่น
น้ำดื่ม ขวดน้ำมันพืช บรรจุภัณฑ์น้ำยาทำความสะอาด
กลุ่มที่ 3 PVC (polyvinyl chloride) กลุ่มที่ 4 LDPE (low density polyethylene )
เป็นพลาสติกที่มีลักษณะทั้งแข็งและนิ่ม สามารถ เป็นพลาสติกที่มีความหนาแน่นต่ำมี ความนิ่ม
ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายรูปแบบ เช่น ท่อพีวีซี ท่อ กว่าHDPE มีความเหนียว ยืดตัวได้ในระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่
น้ำประปาสายยางใสฟิล์มห่ออาหาร แผ่นกระเบื้อง ใสมองเห็นได้ นิยมนำมาใช้ทำแผ่นฟิล์มห่ออาหาร ถุงใส่
ยาง ขนมปัง ถุงเย็นสำหรับบรรจุอาหาร
กลุ่มที่ 5 PP (polypropylene) กลุ่มที่ 6 PS (polystyrene) กลุ่มที่ 7 อื่นๆ
เป็นพลาสติกที่ส่วนใหญ่มีความหนาแน่นค่อนข้างต่ำ เป็นพลาสติกที่มีความใส แข็งแต่เปราะง่าย เป็นพลาสติกที่นอกเหนือจากพลาสติกทั้ง
มี ความแข็งและเหนียวคงรูปได้ดี ทนต่อความร้อนและ สามารถทำเป็นโฟมได้นำมาใช้ทำบรรจุภัณฑ์ เช่น หกกลุ่มพบมากมายหลากหลายรูปแบบ
สารเคมี นิยมนำมาใช้ทำภาชนะบรรจุอาหาร เช่น กล่อง กล่องไอศครีม เทปเพลง กล่องโฟมใส่อาหาร
จาน ถังกระบอกใส่น้ำเย็น ถุงร้อนชนิดใส อุปกรณ์ไฟฟ้า
บางชนิด
ปัญหาที่เกิดจากการใช้พลาสติกเป็นปัญหาที่ใหญ่มากเนื่องจากพลาสติกสลายตัวได้
ยาก โดยทั่วไปพลาสติกเกือบทุกชนิดไม่ละลายในน้ำ ถ้ามีปริมาณพลาสติกอยู่ในดินมาก
จะทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ พืชเจริญเติบโตได้ไม่ดีเพราะน้ำและแร่ธาตุซึมผ่านไม่
ได้ หากทิ้งสู่แหล่งน้ำอาจกีดขวางการจราจรทางน้ำโดยเฉพาะหากทิ้งลงสู่ท่อระบายน้ำ
พอลิเมอร์สังเคราะห์นอกเหนือจากพลาสติกแล้ว คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ
อุปกรณ์ไฟฟ้า สิ่งเหล่านี้ต้องใช้งบประมาณสูงมากในการจัดการ ดังนั้นในฐานะผู้บริโภค
สินค้าจึงควรตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมควรใช้สิ่งของต่างๆอย่าง
ประหยัด ตามความจำเป็นและใช้งานอย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ควรร่วมกันรับผิดชอบดูแล
สิ่งแวดล้อมให้อยู่ในสภาพดี ช่วยกันแยกขยะออกเป็นประเภทต่างๆ เพื่อความสะดวกใน
การกำจัดการนำมาใช้ใหม่หรือการแปรรูปเพื่อลดปริมาณขยะลง
ข้อสอบ
1.ข้อความเกี่ยวกับพอลิเมอร์ในข้อใดไม่ถูก
ต้อง
ก.หน่วยย่อยของพอลิเมอร์เป็นหน่วยซ้ำ ๆที่เรียกว่า มอนอเม
อร์ เช่น ไวนิลคลอไรด์เป็นมอนอเมอร์ของพอลิไวนิลคลอไรด์
เป็นต้น
ข.พันธะที่เชื่อมต่อระหว่างมอนอเมอร์ในสายโซ่พอลิเมอร์
เรียกว่า พันธะโคออร์ดิเนชัน
ค.แรงดึงดูดระหว่างสายโซ่พอลิเมอร์ เช่น พันธะไฮโดรเจน
แรงดึงดูดระหว่างขั้ว แรงแวนเดอร์วาลส์ เป็นต้น ล้วนแต่มีผล
ทำให้สมบัติของพอลิเมอร์แตกต่างกัน
ง.พอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างแบบเส้นจะมีความหนาแน่นสูง
กว่าพอลิเมอร์ชนิดเดียวกันที่มีโครงสร้างแบบกิ่ง
2.พอลิเมอร์แบ่งตามเกณฑ์ในข้อใด
ก.ตามขนาด
ข.ตามการเกิด
ค.ตามรูปร่าง
ง.ตามสี
3.พอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างแบบใดที่มี
ความแข็งมากแต่ ไม่ยืดหยุ่น เมื่อได้รับ
ความร้อนสูงจะแตก
ก.โครงสร้างแบบกิ่ง
ข.โครงสร้างแบบเส้น
ค.โครงสร้างแบบร่างแห
ง.โครงสร้างแบบกิ่งและแบบร่างแห
4.การเกิดพอลิเมอร์เรียกว่าอะไร
ก.ปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชัน
ข.ปฏิกิริยาออกซิเดชัน
ค.ปฏิกิริยาสะปอนิฟิเคชัน
ง.ปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชัน
5.รูปใดคือพอลิเมอร์แบบร่างแห
ก. ข. ค.
6.ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของพลาสติก
เทอร์มอเซต
ก.สามารถรักษาสภาพความเป็นของ
แข็งได้อย่างถาวร
ข.นำกลับไปหลอมละลายใหม่ได้
ค.มีโครงสร้างแบบร่างแห
ง.ถ้าอุณหภูมิสูงจะแตกและไหม้
กลายเป็นขี้เถ้า
7.ข้อใดไม่ใช่ข้อเสียของเส้นใย
ธรรมชาติ
ก.เกิดราได้ง่าย
ข.หดตัวเมื่อได้รับความร้อนและ
ความชื้น
ค.เส้นใยมีคุณภาพไม่ดี
ง.เส้นใยมีความเหนียวสูง
8.พลาสติกรีไซเคิลที่มีสัญลักษณ์ดังนี้ ควรเป็น
พลาสติกประเภทใด ตามลำดับ
ก.HDPE , PVC และ LDPE ข.LDPE , PP และ PS
ค.HDPE , LDPE และ PS ง.HDPE , LDPE และ PP
9.ข้อใดเป็นข้อแตกต่างระหว่าง
ยางธรรมชาติกับยางสังเคราะห์
ก. มีโครงสร้างไม่เหมือน
ขกั.นมีจำนวนมอนอเมอร์ไม่เท่ากัน
ค. มีความทนต่อสารเคมี ความร้อน
และตัวทำละลายไม่เท่ากัน
ง. ยางสังเคราะห์มีกระบวนการเกิดที่
ซับซ้อนมากกว่ายางธรรมชาติ
10.ข้อความเกี่ยวกับเส้นใยในข้อใดผิด
ก. เส้นใยสังเคราะห์จะมีสมบัติทนต่อความร้อน
ไม่ยับง่ายและมีความต้านทานต่อจุลินทรีย์ได้ดี
ข. ลินินเป็นเส้นใยธรรมชาติที่ได้จากเปลือกไม้
ค. เซลลูโลสแอซีเตตเป็นเส้นใยกึ่งสังเคราะห์ เกิด
จากเซลลูโลสกับกรดแอซีติก
ง. เส้นใยธรรมชาติมีคุณสมบัติทนต่อเชื้อรา
รีดง่าย และทนต่อตัวทำละลาย
เฉลยคำตอบ
1.ค 6.ข
2.ข 7.ง
3.ง 8.ก
4.ค 9.ค
5.ข 10.ง
อ้างอิง
1.อนุสิษฐ์ เกื้อกูล. (2560). พอลิเมอร์. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2565.(20.54)
จาก:https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7095-2017-06-04-02-45-14
2.ศุภาวิตา จรรยา. (2561). พอลิเมอไรเซซัน. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2565.(21.20)
จาก:https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/9631-1-9631
3.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ผลิตภัณฑ์จากพอลิเมอร์
และผลที่เกิดจากการผลิตและใช้พอลิเมอร์ต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม. สืบค้นเมื่อวันที่8 มกราคม 2565.(20.30)
จาก:หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์สารและสมบัติของสาร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4-6