๑๘๑
ไดแ้ ก่ ระบบวทิ ยทุ วนสญั ญาณยา่ นความถีส่ งู และพฒั นาสายอากาศชนิดพกพาด้วยพระปรีชาสามารถ
และพระราชอัจฉริยภาพทางด้านโทรคมนาคม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร ไดพ้ ระราชทานความช่วยเหลือแก่ประชาชน โดยเฉพาะราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดาร
อย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย จึงได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระ
เกยี รติ Telecom Man of the Nation เมอ่ื วันท่ี ๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๙
๔.โครงการจัดทำเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริเกอื บทกุ แห่งตั้งอยูใ่ นพื้นทีซ่ ึ่งเป็นแหลง่
เสื่อมโทรมมาก่อนและอยูห่ ่างไกลจากตัวเมืองหรือชุมชนขนาดใหญ่ ไม่มีการสื่อสารโทรคมนาคม
พ้นื ฐานและขาดแคลนอุปกรณ์เกี่ยวกบั การติดต่อสอื่ สาร โดยเฉพาะไมม่ เี ครือขา่ ยอินเทอร์เน็ตไร้สาย
ให้บรกิ ารแก่ประชาชน แมบ้ างศนู ยศ์ ึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำรจิ ะมีระบบเครือข่าย
อนิ เทอร์เน็ตแล้ว แต่ก็มีใชเ้ พยี งในบางส่วนงานและมีเฉพาะบางจุดสำหรบั การทำงานของศูนย์ศึกษา
การพัฒนาฯ เท่านนั้ ไม่มีสำหรับผู้เขา้ ชมศนู ยศ์ กึ ษาการพัฒนาฯ ทำให้กลมุ่ เยาวชนและคณะบุคคลท่ี
เข้าร่วมกิจกรรมไม่ได้รับความสะดวกในการสื่อสารหรือส่งข้อมลู ให้ผู้เก่ียวข้อง รวมทั้งไม่สามารถ
ถ่ายทอดเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์อื่นๆ ให้
รับทราบไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และกว้างขวาง จึงมกี ารจดั ทำเครือขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ ไรส้ าย ณ ศนู ย์ศึกษาการ
พัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเชื่อมโยงและสืบค้นข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและมี
ประสิทธิภาพ ทง้ั ๖ ศนู ย์ ไดแ้ ก่
๑. ศนู ย์ศึกษาการพัฒนาเขาหนิ ซอ้ นอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา
๒. ศนู ย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดเพชรบุรี
๓. ศูนย์ศกึ ษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดจันทบุรี
๔. ศนู ยศ์ กึ ษาการพัฒนาห้วยฮ่องไครอ้ ันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั เชียงใหม่
๕. ศนู ยศ์ ึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดสกลนคร
๖. ศนู ยศ์ ึกษาการพฒั นาพิกุลทองอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั นราธิวาส
จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ
บพิตร ทรงเนน้ เสมอวา่ การสอนควรยึดรากฐานเดมิ ของสังคมไทยไว้ ไม่ควรคดั ลอกจากต่างประเทศ
มากเกินไป แตอ่ าจนำหลักการมาเปรียบเทยี บได้ เพราะไมเ่ ชน่ นั้นจะทำให้ขาดความเป็นตวั ของตัวเอง
และท่ีผ่านมาพระองค์พระราชทานโครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดำริตา่ งๆ เปน็ จำนวนมาก ซ่ึงถ้า
สนใจศกึ ษาโครงการฯ ทีพ่ ระองค์พระราชทานจะไดร้ บั ความรทู้ ่ีก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย
๑๘๒
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศ
ปัญหาเรื่องส่ิงแวดลอ้ มเป็นปัญหาที่มีความสำคัญทีม่ ักจะเกิดควบคกู่ ับการพัฒนาเศรษฐกิจ
และความเจริญกา้ วหน้า ซึ่งเป็นปญั หารว่ มกันของทุกประเทศ ปัญหาเหล่าน้ีส่งผลกระทบต่อความ
เป็นอยู่ของประชาชนและระบบนิเวศ จงึ ทรงให้มกี ารดำเนินโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ซ่ึง
ส่วนใหญ่จะเปน็ วิธกี ารทจ่ี ะทำนุบำรุงและปรับปรงุ สภาพทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมให้ดีข้ึน
ในด้านต่างๆ โดยในด้านการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้น ทรงเน้นงานการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพ
สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในเรอื่ งของปัญหาน้าํ เนา่ เสีย (คณะกรรมการโครงการเฉลิมพระเกียรติ
ของสภานิตบิ ญั ญัตแิ หง่ ชาต:ิ ๒๕๖๐, ๒๕๐-๒๕๘)
๑.แนวพระราชดำริ “นํา้ ดีไล่นา้ํ เสยี ”
“น้าํ ดไี ล่นาํ้ เสีย” เปน็ ทฤษฎีการบำบดั น้ําเสียทใ่ี ช้หลกั การสำคญั คือทำให้เจอื จาง และอาศัย
แรงโนม้ ถ่วงของโลก ซงึ่ เป็นวธิ กี ารธรรมชาตใิ นการใช้นํ้าทม่ี ีคุณภาพดีช่วยผลกั ดันนํ้าเน่าเสียออกไป
ชว่ ยใหน้ ํา้ เน่าเสียในลำคลองมีสภาพเจอื จางลงและมคี ณุ ภาพดีข้นึ
๒.แนวพระราชดำริ “การบำบดั นํ้าเสียบึงมักกะสัน”
หลักการบำบัดนํ้าเสียโดยการกรองนํ้าเสียด้วยผักตบชวา ตามแนวทฤษฎีการพัฒนาอัน
เนื่องมาจากพระราชดำริ “บึงมักกะสัน” คือ ให้มีการทดลองใช้ผักตบชวา ซึ่งเป็นวัชพืชที่ต้องการ
กำจดั อยู่แลว้ นีแ้ ตส่ ามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยนำมาทำหน้าทดี่ ดู ซับความโสโครก รวมทงั้ สารพิษ
จากนํ้าเน่าเสีย โดยทรงเน้นให้ทำการปรับปรุงอย่างประหยัดและไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแ ก่
ประชาชนท่อี ยอู่ าศัยริมบงึ
๓.แนวพระราชดำริ “การบำบัดนํ้าเสยี ด้วยการผสมผสาน”
ระหวา่ งพืชนํ้ากับระบบเตมิ อากาศ” พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช บรม
นาถบพติ ร ทรงห่วงใยปญั หาน้าํ เนา่ เสยี ในหนองหาน เขตเทศบาลเมืองสกลนคร จงั หวดั สกลนคร ซ่ึง
เปน็ แหล่งรบั น้ําเสียจากครัวเรือน จงึ พระราชทานแนวพระราชดำรใิ ห้ทำโครงการบำบัดนํ้าเสียโดยวิธี
ธรรมชาติผสมผสานกับเทคโนโลยแี บบประหยัด คือ จดั สรา้ งบ่อดักสารแขวนลอย ปลูกต้นกกอียิปต์
เพื่อใช้ดบั กล่ิน และปลูกผกั ตบชวาเพื่อดดู สงิ่ โสโครกและโลหะหนัก ต่อจากน้ันจงึ ใช้กังหันนาํ้ ชัยพัฒนา
และแผงท่อเตมิ อากาศใหก้ ับน้ําเสยี ตามความเหมาะสมให้ตกตะกอน แลว้ ปล่อยนา้ํ ลงหนองสนมเพื่อ
๑๘๓
ปรับสภาพนํา้ ใหด้ ขี ึ้น นอกจากนี้ผกั ตบชวายังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านตา่ งๆ ไดอ้ กี ด้วย เช่น
ทำปุย๋ หมัก ทอเสื่อ ทำเช้ือเพลิงได้เป็นอย่างดี เป็นตน้
๔.แนวพระราชดำริ “กงั หนั นาํ้ ชยั พฒั นา”
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดชบรมนาถบพติ ร สนพระราชหฤทยั เกย่ี วกับ
การบำบัดนาํ้ เสียทเี่ กดิ จากแหล่งชมุ ชนและแหลง่ อุตสาหกรรมโดยใชอ้ ปุ กรณ์การเติมอากาศพระองค์มี
พระราชดำรใิ ห้มลู นิธชิ ยั พัฒนาดำเนินการวิจัยและพัฒนากงั หันนา้ํ เร่มิ จากการสร้างต้นแบบครั้งแรก
ในปี พ.ศ.๒๕๓๒ ตอ่ มา วนั ท่ี ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๖ “กังหันนํา้ ชยั พฒั นา” ได้รับสิทธบิ ัตรจากกรม
ทรัพย์สินทางปัญญา นับเป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยของพระมหากษตั ริย์พระองค์แรกของไทย
และคร้ังแรกของโลก
๕.แนวพระราชดำริ “การกำจดั ขยะชมุ ชนด้วยการทำปยุ๋ หมัก”
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดชบรมนาถบพติ ร พระราชทานพระราชดำริ
เม่ือวนั ท่ี ๑๒ กนั ยายน พ.ศ.๒๕๓๓ ความวา่ “...ปญั หาสำคัญคือ เรือ่ งสงิ่ แวดล้อม เรื่องนํ้าเสียและ
ขยะได้ศกึ ษามาแล้วเหมือนกัน ทำไมย่ ากนัก ในทางเทคโนโลยที ำได้ แลว้ ในเมืองไทยเองก็ทำได้...”
ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ใหห้ น่วยงานทเี่ กี่ยวขอ้ งศึกษา วจิ ยั และพฒั นาเทคโนโลยีการกำจัดขยะท่ี
เหมาะสมกับประเทศไทย การกำจัดขยะด้วยการทำปุย๋ หมัก เป็นเทคโนโลยีอย่างง่าย ที่ใช้หลักการ
ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ และใชว้ สั ดุท้องถิน่ เพ่ือสร้างเทคโนโลยีที่ราคาถกู หรือไม่เสียค่ าใช้จา่ ยแนว
พระราชดำริ “มลพิษทางอากาศและการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู ิอากาศ
๖.โครงการศูนย์ศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ”
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงตระหนักถึง
ความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งด้านนํ้าเสียและขยะชุมชนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ได้
พระราชทานแนวทางการแกไ้ ขปัญหาดว้ ยการใชเ้ ทคโนโลยอี ย่างง่ายโดยใช้กระบวนการธรรมชาติช่วย
ธรรมชาติ และใช้วัสดุท้องถ่ินเพอื่ สรา้ งเทคโนโลยีทรี่ าคาถูกหรอื ไมเ่ สยี คา่ ใชจ้ ่าย
โครงการศูนย์ศึกษาวิจยั และพัฒนาส่ิงแวดลอ้ มแหลมผกั เบ้ยี อันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็น
แหลง่ ผลติ องคค์ วามรทู้ างส่ิงแวดล้อมมากกว่า ๔๐๐ องคค์ วามรู้ ทั้งที่เป็นของใหม่และที่ปรับเปลี่ยน
เพ่อื ประยกุ ต์ใช้ไดเ้ ฉพาะทเ่ี ฉพาะแหง่ อกี ท้งั ยังเป็นแหล่งผลิตบุคลากรระดับบัณฑติ มหาบณั ฑติ และ
ดษุ ฎีบัณฑิต อันเป็นกำลงั สำคัญของประเทศชาติ ถ้าพิจารณาใหถ้ ่องแท้จะพบว่า มหี ลายองค์ความรู้
และหลายผลงานทีน่ ำไปใช้สำหรับการพัฒนาท้องถ่ินและพัฒนาประเทศ ด้วยเหตุนี้โครงการศูนย์
๑๘๔
ศกึ ษาวิจัยและพัฒนาส่ิงแวดลอ้ มแหลมผกั เบ้ยี อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงึ กลายเป็นสถานท่ีเรียนรู้
ด้านการบำบัดนํ้าเสียและการกำจดั ขยะ ตามแนวพระราชดำริ มีผู้เข้าเยี่ยมชมในแต่ละปีมากกวา่
๗๐,๐๐๐ คน ส่วนมากเป็นนักเรียนนกั ศึกษา นักวิชาการ นักบริหาร และนักการเมืองท้องถ่นิ อกี ท้ังมี
นกั วชิ าการและนักบรหิ ารจากตา่ งชาติเขา้ ศึกษาดูงาน ไมน่ ้อยกว่า ๓,๐๐๐ คน
การบำบดั นํา้ เสียและการกำจดั ขยะชมุ ชนตามแนวพระราชดำริน้ี สามารถประยุกต์ใช้ได้กับ
ทกุ สถานการณแ์ ละทุกสภาพภูมสิ ังคม ได้มกี ารนำไปใช้ปฏบิ ตั ใิ นประเทศในเขตร้อนแล้วพบว่าได้ผลดี
จึงทำให้เชื่อได้ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ เทคโนโลยีบำบัดนํ้าเสียและกำจัดขยะชุมชนตามแนว
พระราชดำริจะได้รับการประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายเพราะพื้นที่สาธารณะที่ใชก้ ำจัดขยะมีน้อยลง
เทคโนโลยกี ำจัดขยะตามแนวพระราชดำริสามารถใช้พ้ืนทีเ่ ล็กๆ กำจัดขยะได้ ย่ิงไปกว่านี้ เมื่อน้ําขาด
แคลน การนำน้าํ เสยี ท่ีบำบดั แล้วมาใชป้ ระโยชน์ยอ่ มมีความเป็นไปไดส้ งู โครงการศูนยศ์ กึ ษาวิจัยและ
พัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้คิดค้นเทคโนโลยีเพื่อการนี้แล้วจึง
พร้อมที่จะนำไปใชป้ ระโยชน์ไดท้ ันท่วงที
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรดิ ้านนวตั กรรม
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพติ ร ทรงได้รบั การถวายพระ
ราชสมัญญาจากองค์กรการประดิษฐ์นานาชาติว่า ทรงเป็นพระบิดาแห่งการประดิษฐ์โลก โดย
สมาพันธน์ กั ประดษิ ฐ์นานาชาติ (International Federation of Inventors’ Associations: IFIA) ได้
รว่ มกนั กำหนดให้วันที่ ๒ กมุ ภาพันธข์ องทุกปี ซ่งึ เปน็ วันท่ที รงได้รบั การจดสทิ ธิบตั รกงั หันน้าํ ชัยพัฒนา
เป็น “วนั นักประดิษฐ์โลก” ต้งั แต่ปี พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นตน้ มา เพ่ือเทิดพระเกียรตพิ ระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพติ ร เนอ่ื งในวโรกาสท่ีมีพระชนมพรรษาครบ ๘๐ พรรษา
และเพือ่ เปน็ การยกย่องพระอัจฉรยิ ภาพด้านการประดิษฐค์ ิดค้น ประธาน IFIA ได้เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ
ถวายรางวัล IFIA CUP พร้อมใบประกาศนียบัตรเกียรติคุณ และเหรียญรางวัล Genius Prize
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการสมาคมส่งเสริมการประดิษฐ์ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ หรือคิปา (KIPA) ได้
ทลู เกลา้ ฯ ถวายรางวัล Special Prize พร้อมประกาศนยี บัตรแดพ่ ระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิ
พลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร ด้วย
คณะรฐั มนตรมี ีมติ เมื่อวันท่ี ๒๐ มถิ ุนายน พ.ศ.๒๕๔๙ เห็นชอบให้ดำเนินโครงการเฉลิมพระ
เกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่ทร งเป็น
“พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัตคิ รบ ๖๐ ปี เป็นการ
รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถด้านนวัตกรรมจากโครงการ
แกลง้ ดนิ และไดก้ ำหนดให้วันที่ ๕ ตุลาคม ของทุกปีเปน็ “วนั นวตั กรรมแหง่ ชาต”ิ เน่อื งจากในวันท่ี ๕
๑๘๕
ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จฯไป
ทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการศูนยศ์ กึ ษาการพัฒนาพิกลุ ทองอันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ และ
ได้มพี ระราชดำรสั เกยี่ วกบั โครงการแกล้งดนิ อย่างเปน็ ทางการ
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านนวัตกรรมที่สำคัญ ที่จะกล่าวถึงมี ๒ โครงการ
(คณะกรรมการโครงการเฉลมิ พระเกยี รตขิ องสภานติ ิบญั ญตั แิ หง่ ชาติ: ๒๕๖๐, ๒๗๐-๒๗๔) ได้แก่
๑. โครงการกังหันนํ้าชยั พฒั นา
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงตระหนักถึงความ
รนุ แรงของปญั หานํา้ เนา่ เสยี ในเขตเมอื งที่มปี ระชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทรงห่วงใยราษฎรและ
ได้เสด็จฯทอดพระเนตรสภาพนํ้าเสียในหลายพื้นที่และหลายครั้ง ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร เขต
ปริมณฑลและตา่ งจงั หวัด ในระยะแรกระหวา่ งปี พ.ศ.๒๕๒๗ ถงึ ปี พ.ศ.๒๕๓๐ ทรงแนะนำให้ใช้น้ําท่ี
มคี ุณภาพดชี ว่ ยบรรเทาน้าํ เสยี และใช้วิธีกรองนํ้าเสียด้วยผักตบชวาและพชื น้าํ ตา่ งๆ ซ่ึงก็สามารถช่วย
แก้ไขปัญหาได้ผลในระดับหนึ่ง ต่อมาในช่วงปี พ.ศ.๒๕๓๑ เป็นต้นมา สภาพความเน่าเสียของนํา้
บรเิ วณต่างๆมีแนวโนม้ รุนแรงมากข้ึน การใชว้ ธิ ีธรรมชาตไิ ม่อาจบรรเทาความเน่าเสียของนํ้าอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงพระราชทาน
พระราชดำริใหป้ ระดษิ ฐ์เคร่อื งกลเติมอากาศแบบประหยดั ค่าใชจ้ ่ายสามารถผลิตได้เองในประเทศ ซึ่ง
มีรูปแบบ “ไทยทำไทยใช”้ โดยทรงได้แนวทางจาก “หลุก” ซึ่งเป็นอุปกรณ์วดิ นํ้าเข้านาอนั เปน็ ภมู ิ
ปัญญาชาวบ้านเป็นจุดคิดค้นเบื้องต้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มูลนิธิชัยพัฒนาสนับสนุน
งบประมาณ เพือ่ การศึกษาและวิจยั สิง่ ประดิษฐใ์ หม่นี้ โดยดำเนินการจดั สร้างเครอ่ื งมือบำบัดน้ําเสีย
ร่วมกับกรมชลประทาน และได้มีการผลติ เครื่องกลเติมอากาศข้ึนในเวลาต่อมารู้จักกันแพร่หลายคือ
“กังหันนํา้ ชยั พฒั นา”
“กังหันชัยนํ้าพัฒนา” เป็นเครื่องกลเติมอากาศที่เป็นกังหันนํ้าแบบทุ่นลอยซึ่งใช้ในการ
บำบดั นํ้าเสยี โดยใช้กังหนั วิดนํา้ ไปบนผวิ น้าํ แลว้ ปลอ่ ยให้ตกลงบนผวิ นา้ํ ตามเดมิ นํ้าจะถูกสาดกระจาย
สัมผัสอากาศทำให้ออกซเิ จนละลายในนํ้า นํ้าเสียจึงมีคณุ ภาพดีขึ้นสามารถนำไปใช้บำบัดนํ้าเสียท้ัง
จากแหล่งชุมชนอุตสาหกรรมและการเกษตร“กังหันนํ้าชัยพัฒนา” จดทะเบียนสิทธิบัตรเป็น ๒
สิทธบิ ัตรการประดิษฐ์ สทิ ธบิ ัตรการประดษิ ฐ์ เลขที่ ๓๑๒๗ เรือ่ ง เครื่องกลเติมอากาศทผ่ี ิวนํ้าหมุนช้า
แบบท่นุ ลอย (กงั หนั นา้ํ ชยั พัฒนา) เป็นเครือ่ งกลเติมอากาศท่ีใช้ในการเติมออกซเิ จนลงในน้ําท่ีระดับ
ผวิ นํ้า และไดท้ ูลเกล้าฯ ถวายสทิ ธิบตั รแด่พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถ
บพติ ร เมื่อวันที่ ๒ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๖ นับเปน็ สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์
พระองคแ์ รกของไทยและครั้งแรกของโลก และสทิ ธบิ ัตรการประดิษฐเ์ ลขที่ ๑๐๓๐๔ เรื่อง เคร่ืองกล
๑๘๖
เติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดนํ้า ซึ่งเป็นเครื่องกลเติมอากาศใช้ในการเติมออกซิเจนลงในนํ้าที่
ระดับลึกลงไป ใต้ผิวนํ้าจนถึงด้านล่างของแหล่งนํ้าและได้ทูลเกล้าฯถวายสิทธิบัตร เมื่อวันที่ ๑๙
เมษายน พ.ศ.๒๕๔๔ นอกจากน้ี “กงั หนั น้ําชยั พัฒนา” ยงั ได้รบั รางวัลเหรยี ญทองจาก The Belgian
Chamber of Inventors ในงาน “Brussels Eureka ๒๐๐๐” ซ่ึงเปน็ งานแสดงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของ
โลกวิทยาศาสตร์ ณ กรงุ บรัสเซลส์ ประเทศเบลเยยี ม
๒. โครงการแกลง้ ดิน
สภาพพืน้ ท่ที างภาคใต้มีสภาพเป็นดินเปรี้ยวจัดไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้เน่ืองจากมีกรด
กำมะถัน นับเป็นครั้งแรกในโลกทีส่ ามารถปรับปรุงสภาพพ้ืนดินที่มีความเปรี้ยวจนไม่สามารถทำการ
เพาะปลกู ไดใ้ ห้กลบั มาใช้ประโยชน์ได้อกี ครัง้ แนวพระราชดำริน้ีเป็นการใช้กรรมวิธี “แกล้งดิน” คือ
การทำดนิ ให้เปรย้ี วด้วยการทำให้ดินแหง้ และเปียกสลบั กันเพื่อเรง่ ปฏิกิริยาทางเคมีของดินให้มีความ
เป็นกรดจัดมากข้ึนจนถงึ ท่ีสุด จากนั้นจึงมีการทดลองปรับปรุงดินเปรีย้ วโดยวธิ กี ารต่างๆ เช่น การ
ควบคุมระบบนํา้ ใต้ดินเพ่ือป้องกันการเกิดกรดกำมะถันการใช้วัสดปุ ูนผสมประมาณ ๑-๔ ตันต่อไร่
การใช้น้ําชะลา้ งดิน จนถึงการเลอื กใช้พืชที่จะเพาะปลูกในบริเวณน้ันและทำการศึกษาวิเคราะห์เพ่ือ
หาวิธกี ารปรับปรงุ ดินเปรี้ยว ใหส้ ามารถกลับมาใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งเต็มท่ี
“โครงการแกล้งดิน” เป็นโครงการนวัตกรรมใชเ้ ทคโนโลยีเพอ่ื แกป้ ัญหาดินเปรี้ยวอันเกิดมา
จากป่าพรุในประเทศเขตร้อน ยังไม่มีที่ใดในโลกใช้วิธีการดำเนินงานในลกษณะดังกล่าว แนว
พระราชดำรไิ ดเ้ นน้ ให้เห็นถึงการประสมประสานนวตั กรรมด้านเทคโนโลยีควบค่กู ับนวตั กรรมด้านการ
บริหารจดั การจนได้วธิ ีที่เหมาะสมในการแก้ไขดินเปร้ยี วโครงการตามแนวพระราชดำรดิ ้านนวัตกรรม
ทั้ง ๒ โครงการนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการใช้องค์ความรู้และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และนวตั กรรมมาแกป้ ัญหาเดือดร้อนของพสกนกิ ร ซ่งึ องคค์ วามรแู้ ละความกา้ วหน้าเหล่าน้ี
เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานา
ประเทศอีกท้ังช่วยใหเ้ ศรษฐกิจเจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพยัง่ ยืน และส่งเสริมให้มภี มู ิคุม้ กันจาก
กระแสโลกาภิวัตน์อีกด้วย
๑๘๗
บทสรปุ
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นพระมหากษตั ริย์
ผู้ทรงธรรม พระองค์ทรงครองแผน่ ดินและครองหัวใจชาวไทยทงั้ มวล พระองค์ทรงงานด้วยความเพียร
เป็นเวลายาวนานถึง ๗๐ ปี ทรงรอนแรม ทรงตรากตรำ แตไ่ ม่ทรงท้อถอย ไมม่ ที ่ใี ดในผนื แผ่นดินไทย
ทพี่ ระบาทยาตราไปไม่ถงึ การเสดจ็ ฯ เย่ยี มราษฎรอย่างใกล้ชิดเพือ่ รับฟังเร่ืองเล่าต่างๆ อนั เป็นข้อมูล
ท่ีสำคัญกอ่ ให้เกดิ โครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริตามมา เพ่ือช่วยให้ราษฎรของพระองค์สามารถ
พงึ่ พาตนเองได้ มีชวี ติ ท่ีดีขน้ึ รวมทง้ั ช่วยให้ชุมชนมคี วามเข้มแขง็ และพัฒนาตนเองได้อยา่ งยั่งยืน การ
ทรงงานหนักของพระองคไ์ ดเ้ ปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้งกันดาร มาเป็นพื้นทีท่ ำมาหากิน พร้อมทั้งเปล่ยี น
ชวี ิตคนไทยสว่ นใหญข่ องประเทศไทย จากคนยากไร้ให้ “พอมี พอกนิ ”และกา้ วไปสูก่ าร “กินดี อยดู่ ”ี
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงใช้พระตำหนัก
จติ รลดารโหฐาน ท่ีเปน็ ทั้งบ้านและเป็นท่ีทำงานของพระองค์ เปน็ ศูนย์ศกึ ษาวิจัยโครงการตา่ งๆ โดย
ใช้พระราชทรัพย์สว่ นพระองค์ ทรงใช้ทง้ั ศาสตร์และศลิ ป์อย่างเชย่ี วชาญมาเป็นกลยทุ ธ์ในการพัฒนา
ประเทศอย่างย่ังยืน ในการสร้างการเรียนรเู้ พ่ือให้ประชาชนพึ่งพาตนเองไดอ้ ย่างคอ่ ยเป็นค่อยไปและ
พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอัน
เน่ืองมาจากพระราชดำรกิ ว่า ๔,๖๐๐ โครงการ ข้นึ ตามภูมภิ าคต่างๆ จำนวน ๖ ศนู ยท์ ่ัวประเทศ เพ่ือ
เป็นแหล่งเรยี นรูส้ ำหรบั พสกนิกร ในการพฒั นาประเทศดงั นั้น ศนู ยศ์ กึ ษาการพัฒนาอันเน่ืองมาจาก
พระราชดำริ จึงเป็นโครงการที่ทรงใชห้ ลักการของการพัฒนาทีต่ ้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอน และ
คำนึงถึงสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และสังคมวิทยาของแตล่ ะทอ้ งถิ่นที่มีความแตกตา่ งกัน โดยมี
จดุ ประสงค์ในการส่งเสริมความรู้และเทคโนโลยอี ันทันสมัย เรยี บงา่ ย และประหยัด สอดคลอ้ งกับภูมิ
ปญั ญาท้องถิน่ และการอนรุ กั ษแ์ ละพัฒนาทรัพยากรส่งิ แวดลอ้ มอย่างค้มุ ค่าและย่งั ยืน ทง้ั น้ี เพือ่ ความ
เปน็ อยูท่ ี่ดขี น้ึ ของราษฎร ศูนยศ์ กึ ษาการพัฒนาอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริจงึ นบั เป็นแหล่งรวมศาสตร์
ต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งรู้จักกันในนาม
“ศาสตร์พระราชา”
นอกจากนั้น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ผ่านการพัฒนามาถึง
ปจั จุบัน ก่อเกดิ ความสำเรจ็ ในทกุ ภูมิภาค เน่ืองจากเปน็ การสรา้ งองค์ความรู้ควบคู่กับการบูรณาการ
แก้ปัญหาของประเทศไทยอย่างมีประสิทธภิ าพ ทำให้แผ่นดินไทยกลับคนื สู่ความสมบูรณ์ เป็นตน้ แบบ
ของการฟ้ืนฟทู รัพยากรดิน นา้ํ และปา่ ไม้ ด้วยความเพยี รและการรว่ มแรงร่วมใจกันของราษฎรและ
หนว่ ยงานทุกฝา่ ยทเ่ี ก่ยี วข้อง ดังนนั้ ศูนย์ศกึ ษาการพฒั นาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงเป็นศาสตร์
พระราชาที่สำคัญ เพราะทำหน้าที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีและเทคนิควิธีที่สำคัญของพระราชาในการ
ช่วยเหลอื ราษฎรให้สามารถพ่งึ พาตนเองไดส้ มบรู ณอ์ ย่างยั่งยนื บนพ้ืนฐานของความพอเพียง