The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตอนเข้าห้องจินตะหรา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wngsphrmmaciraphachr, 2023-01-30 08:35:54

อิเหนา

ตอนเข้าห้องจินตะหรา

อิเหนา ตอน เข้าห้องจินตะหรา


นางสาว วาสนา ใจดี ๒๕ นางสาว จรรยาภรณ์ ดาศรี ๑๘ นางสาว พิมพ์มาดา ใสรังกา ๑๙ นางสาว อรย์วี ยาดี ๒๐ นางสาว จตุพิมพร ชินบุต ๒๒ นางสาว ชิดชนก ใจภูมิ ๒๓ นางสาว วนัชพร เฮมสะมัน ๒๘ นางสาว จิราพัช วงศ์พรมมา ๓๒ เรื่อง อิเหนา จัดทำ โดย ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ ปี ที่ ๔/๓ รายวิชานี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ภาษาไทย ภาคเรียนที่๒ ปีการศึกษา๒๕๖๕ โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงกเสนี) สมุทรปราการ ๑ เสนอ คุณครู สุนารี บุญรัตน์ เลขที่


คำ นำ รายงานเล่มล่นี้จันี้ดจัทำ ขึ้น ขึ้ เพื่อเป็น ป็ ส่วส่นหนึ่ง นึ่ ของวิชวิาภาษาไทย ชั้นชั้ มัธมัยมศึก ศึ ษาตอนปลายปีที่ปี๔ที่ เพื่อให้ไห้ด้ศึด้ก ศึ ษาหาความรู้ใรู้นเรื่อรื่ง อิเอิหนา ตอนเข้าข้ห้อห้งจินจิตะหรา และได้ศึด้ก ศึ ษาอย่าย่งเข้าข้ใจเพื่อเป็น ป็ประโยชน์แน์ก่กก่ารเรียรีน นักนัศึก ศึ ษาที่สที่นใจ หวังวัว่าว่รายงานฉบับบันี้จนี้ะให้คห้วามรู้ และเป็น ป็ประโยชน์แน์ก่ผู้ก่อ่ผู้ าอ่นทุก ทุ ๆ ท่าท่น ที่กำที่ กำลังลัหาข้อข้มูล มู เรื่อรื่งนี้อนี้ยู่ หากมีข้มีอข้แนะนำ หรือรืข้อข้ผิดผิพลาดประการใด ผู้จัผู้ดจัทำ ขอน้อน้มรับรัไว้แว้ละขออภัยภัมา ณ ที่นี้ที่ด้นี้วด้ย จัดทำ โดย นางสาว วาสนา ใจดี ๒


สารบัญ เรื่อง หน้า คำ นำ ๒ เนื้อเรื่องอิเหนา ๑๖ ตัวละครในเรื่อง ๕ คำ นำ เรื่องอิเหนา ๓ ตอนเข้าห้องจินตะหรา-ตัดอาไลยบุษบา ๑๖-๓๒ ประวัติความเป็นมา ๔ ประวัติตัวละคร ๖-๙ แยกตัวละคร ที่มาที่ไปของตัวละคร ๑๐-๑๒ การบอกตำ แหน่งต่างๆ จากสูงสุด-ต่ำ สุด ๑๒-๑๓ อิเหนามีทั้งหมดกี่ตอน ๑๔ คำ ศัพท์จากเรื่องอิเหนา ๓๓ แหล่งอ้างอิงทั้งหมด ๓๔


อิเหนาคำ ฉันท์ตอนเข้าห้องจินตะหรานี้ กรมพระราชวังบวช วิชัยชาญ ทรงพระนิพนธ์เมื่อในราชการที่๔ สมเด็จพระเจ้า บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำ รงราชานุภาพ ได้ทรงพระ นิพนธ์อธิบายไว้ในฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๗๑ คำ นำ อินเหนา ในงานฌาปนกิจศพ นายเที่ยง ตรีสุวรรณ ณ เมรุวัด สังเวชวิศยาราม พระนคร กำ หนดวันที่๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช๒๕๑๔ นายประยูร ตรีสุวรรณ ผู้เป็นบุตร ได้ ติดต่อกรมศิลปากร ขออนุญาตจัดพิมพ์หนังสือ อิเหนาคำ ฉันท์ ตอน เข้าห้องจินตะหรา พระบวรราชนิพนธ์ กรม พระราชวังบวรวิชัยชาญ เพื่อแจกเป็นอนุสรณ์ในงานนี้ กรมศิลปากรยินดีอนุญาตให้จัดพิมพ์ได้ตามความประสงค์ ๓ กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ทรงพระบวรราชนิพนธ์ ผู้จัดทำ


ประวัติความเป็นมา เรื่องอิเหนามีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มี เรื่องเล่ากันว่าพระราชธิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ คือ เจ้าฟ้าฟ้กุณฑลและเจ้าฟ้าฟ้มงกุฎ ทรงได้นางข้าหลวงมา จากปัตตานี นางข้าหลวงคนนี้ได้เล่านิทานปันหยีหรือเรือง อิเหนาของชวาถวาย เจ้าฟ้าฟ้หญิงกุณฑลทรงนำ เค้าเรื่อง มาแต่งเป็นบทละครเรื่องดาหลัง (อิเหนาใหญ่) ส่วนเจ้าฟ้าฟ้ มงกุฎทรงแต่งเรื่องอิเหนา (อิเหนาเล็ก) ต่อมาในสมัย รัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนาเป็นบทละครสำ หรับใช้ แสดงละครรำ ในตอนท้ายของบทพระราชนิพนธ์ได้อ้าง ถึงเรื่องอิเหนาในสมัยอยุธยา ว่า เรื่องอิเหนา หรือที่เรียกกันว่านิทานปันหยีนั้น เป็นนิทานที่ เล่าแพร่หลายกันมากในชวา เชื่อกันว่าเป็นนิยายอิง ประวัติศาสตร์ของชวา ในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ปรุง แต่งมาจากพงศาวดารชวา และมีด้วยกันหลายสำ นวน พงศาวดารเรียกอิเหนาว่า “ ปันจี อินู กรัตปาตี” (Panji Inu Kartapati) แต่ในหมู่ชาวชวามักเรียกกันสั้น ๆ ว่า “ปันหยี” (Panji) ส่วนเรื่องอิเหนาที่เป็นนิทานนั้น น่าจะ แต่งขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐–๒๑ หรือในยุคเสื่อม ของราชวงศ์อิเหนาแห่งอาณาจักรมัชปาหิต และอิสลาม เริ่มเข้ามาครอบครอง นิทานปันหยีของชวานั้น มีด้วยกัน หลายฉบับ แต่ฉบับที่ตรงกับอิเหนาของเรานั้น คือ ฉบับ มาลัต ใช้ภาษากวีของชวาโบราณ มาจากเกาะบาหลี ๔


ตัวละครในเรื่อง อิเหนา ตอน เข้าห้องนางจินตะหรา ๕


ประวัติตัวละคร อิเหนาหรือระเด่นมนตรี เป็นโอรสของท้าวกุเรปันและประไหมสุหรีนิหลา อระตา แห่งกรุงกุเรปัน อิเหนาเป็นชายรูปงาม มีเสน่ห์ เจรจาอ่อนหวาน นิสัยเจ้าชู้ มีความ เชี่ยวชาญในการใช้กริชและกระบี่เป็นอาวุธ ท้าวกุเรปันได้สู่ขอบุษบาหนึ่งหรัดธิดาของท้าว ดาหาเป็นคู่ตุนาหงันของอิเหนาตั้งแต่เด็ก ครั้นอิเหนาโตเป็นหนุ่มได้พบ จินตะหราวาตี และหลงใหลนางมาก จึงปฏิเสธไม่ยอม แต่งงานกับบุษบา แต่พอได้พบกับบุษบาก็ หลงรักนาง จนกระทั่งลักพา ตัวนางไปขณะที่นางกำ ลังจะเข้าพิธวิวาห์กับ ระตูจรกา ทำ ให้องค์ปะตาระกาหลาโกรธอิเหนา จึงบันดาลให้ลมหอบนางไปเสีย อิเหนาก็ ปลอมตัวเป็นโจรป่าชื่อ มิสารปันหยี ออก ติดตามหานางจนทั่วแผ่นดินชวาก็ไม่พบ จึง ตัดสินใจบวชเป็นฤาษี ใช้ชื่อว่า กัศมาหรา ได้ รับความทุกข์ทรมานใจแสนสาหัสกว่าจะไดเพ บนางบุษบาอีกครั้ง ภายหลังอิเหนาได้เป็น กษัตริย์ครองเมืองกุเรปันมีมเหสีถึง ๑๐ องค์ จินตะหรา เป็นธิดาของระตูหมันหยากับประไหมสุหรีชื่อสุห รีจินดาส่าหรี แห่งเมืองหมันหยา รูปโฉมงดงาม มีนิสัยเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตัวเองแสนงอน ช่างพูดประชดประชัน บางครั้งก็ก้าวร้าวหยาบ คาย จนแม้แต่อิเหนาเองยังนึกรำ คาญใจ ทั้งๆ ที่ได้พบนางครั้งแรกก็หลงรัก จนไม่ยอมกลับ กรุงกุเรปันและปฏิเสธการแต่งงานกับบุษบา อย่างสิ้นเชิง ครั้งอิเหนาได้รับคำ สั่งจากท้าว กุเรปันให้ไปช่วยทำ ศึกที่เมืองดาหา ทำ ให้นางไม่ ได้พบอิเหนาอีกเลย จวบจนเวลาผ่านไปนาน หลายปี ท้าวกุเรปันจะจัดพิธีแต่งงานให้อิเหนา จึงทรงมีสาส์นมาถึงระตูมันหยาให้พาจินตะหรา ไปเขาพิธีด้วยในตำ แหน่ง ประไหมสุหรีฝ่าย ขวา ๖


ท้าวกะหมังกุหนิง เป็นกษัตริย์ที่มีความหยิ่ง ในเกียรติและศักดิ์ศรีของตน รักลูกมาก ท้าวกะหมังกุหนิง ..ผู้หยิ่งอย่างทระนง ท้าวกะหมังกุหนิง เป็นกษัตริย์ครองเมืองกะหมังกุหนิง มีโอรสชื่อวิ หยาสะกำ มีพระอนุชา ๒ องค์คือ ระตูปาหยัง และระตูประหมัน (คำ ว่า "ระตู" ใช้ เรียกเจ้าเมืองเล็กๆ ) ท้าวกะหมังกุหนิง รักลูกมาก ยอมทำ ทุกอย่างเพื่อลูก และยอมตาม แทนลูกได้ ดังคำ พูดที่ยืนยันกับพระอนุชาทั้งสองว่า "พี่ดังพฤกษาพนาวัลย์ จะอาสัญเพราะลูกเหมือนกล่าวมา" เปรียบตนเองเหมือนต้นไม้ที่ยอมตามเพราะลูก (ต้นไม้บางชนิด เมื่อ ออกลูกแล้ว ก็จะตัดต้น เช่นต้นกล้วย ข้าวโพูด ฯลฯ) ดังนั้น เมื่อวิหยาสะกำ เก็บภาพนางบุษบาได้ และหลงใหล นางใน ภาพ จนไม่เป็น อันกินอันนอน ท้าวกะหมังกุหนิงก็ถึงกับต้องส่งราชทูตไปสู่ขอนาง บุษบา ครั้นสู่ขอไม่ได้ ก็ตัดสินใจทำ สงคราม ทั้งที่เมื่องกะหมังกุหนิงเป็นเมืองเล็ก ดังคำ พูด ของพระอนุชาทั้งสอง ที่เตือนสติว่า "ดั่งหิ่งห้อยหรือจะแข่งแสงอาทิตย์ เห็นผิดระบอบบุราณมา" แต่ท้าวกะหมังกุหนิงก็ไม่เชื่อ เพราะความรักลูก ลักษณะนิสัย ๑. มีความเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมฟังฟัเหตุผลและเปลี่ยนแปลงความคิด ง่ายๆ ตั้งใจจะทำ ศึก เพื่อชิงนางบุษบาให้แก่วิหยาสะกำ โอรส ไม่ยอมเลิกล้มความตั้งใจ น้อง ชายจะยกเหตุผลมาแวดล้อมต่างๆ มาชี้แจงว่าไม่สมควร อีกทั้งไม่ฟังฟัคำ ทัดทานของโหร ที่ว่าชะตากำ ลังร้าย ให้งดยกทัพไว้ ๗ วัน ๒. รักลูกยิ่งชีวิต ยอมตายเพื่อลูกได้ ๓. มีความกล้าหาญยอมตายในการสู้รบ เมื่อทราบว่าเมืองเทวาทั้ง ๓ และเมืองจรกา ยกทัพมาช่วยเมืองดาหาก็ไม่เกรงกลัว เร่งสั่งรบทันที ๔. มีฝีมือในการต่อสู้ป้องกันตัวในการใช้อาวุธต่างๆและอยู่ยง คงกระพัน การที่ต้องเสียที่แกอิเหนาเพราะใช้กริซวิเศษ ที่ประตาระกา หลาประทานเป็นอาวุธ ๕. ขาดวิจารณญาณในการคาดคะเนการศึก มีความแน่ใจว่าอิเหนา จะไม่ยกทัพมาช่วยป้องกันเมืองดาหา และมีความมั่นใจ จะได้ต่อสู้กับ ระตูจรกาและระตูล่าสำ ซึ่งด้อยฝีมือกว่าตน ท้าวกาหลัง เป็นกษัตริย์ผู้ครองกรุงกาหลัง เป็นน้องของท้าวกุเรปันและท้าวดาหามีมเหสี ๕ องค์ ครบตำ แหน่งตามประเพณีประเพณีของวงศ์อสัญแดหวา พระองค์มี ธิดาที่เกิดจากประไหมสุหรี หนึ่งองค์ คือ ระเด่นสะการะหนึ่งหรัด และมีธิดากับลิ กูอีกหนึ่งองค์ คือ บุษบารากา ท้าวกาหลังทรงมีจิตใจเมตตากรุณากับทุกคน เช่น ทรงยอมรับคนแปลกหน้าที่เพิ่งจะพบกันครั้งแรก คือ ปันหยี,อุณากรรณ และย่าหรัน ไว้เป็นโอรสบุญธรรมให้การเลี้ยงดูอย่างดี ทั้งที่ไม่ทรงทราบว่าเป็น หลานแท้ๆ ของพระองค์เอง ท้าวกุเรปัน กษัตริย์ผู้ครองกรุงกุเรปัน มีมเหสี 5 องค์ ท้าวกุเรปันมีโอรสองค์ แรกกับลิกู คือ กะหรัดตะปาตี และมีโอรสธิดากับประไหม สุหรีใน เวลาต่อมาคือ อิเหนากับวิยะดา ท้าวกุเรปันมีน้องชายร่วมพระบิดา มารดาเดียวกันอีก 3 องค์ ซึ่งได้เป็นกษัตริย์ครองเมืองต่างๆ คือ ท้าวดาหา , ท้าวกาหลัง และท้าวสิงหัดส่าหรี ท้าวกุเรปันนั้นทรง หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีของวงศ์อสัญแดหวา ลักษณะนิสัย - ถือยศศักดิ์ไม่ไว้หน้าใคร ไม่เกรงใจใคร เช่น ในราชสาส์นถึงระตู หมันหยา กล่าวตำ หนิระตูหมันหยาอย่างไม่ไว้หน้าว่า เป็นใจให้จินตะ หราแย่งคู่หมั้นบุษบา สอนลูกให้ยั่วยวนอิเหนา เป็นต้นเหตุให้บุษบา ร้างคู่ตุนาหงันในพระราชสาส์นของท้าวกุเรปันถึงอิเหนาได้ยกความ ผิดให้จินตะหรา จึงมีลักษณะเป็นผู้ใหญ่ที่มีอำ นาจ แต่ไม่มีเมตตา ถือยศศักดิ์ และที่ต้องช่วยดาหานั้น เพราะถ้าดาหาแพ้หมายถึง กษัตริย์วงศ์เทวาพ่ายแพ้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอายอย่างยิ่ง ๗


ท้าวดาหา เป็นกษัตริย์ผู้ครองกรุงดาหา ท้าวดาหามีโอรสและธิดา กับประไหมสุหรี 2 องค์คือ บุษบาหนึ่งหรัดกับสียะตรา ท้าวดาหาเป็นผู้มีใจยุติธรรม ลักษณะนิสัย - หยิ่งในศักดิ์สรี ใจร้อน เช่น ตัดสินใจรับศึกกะหมังกุ หนิงโดยไม่สนใจว่าจะมีใครมาช่วยหรือไม่ - เป็นคนรักษาสัจจะ รักษาเกียรติยศชื่อเสียงเป็นอย่าง ยิ่ง เมื่อได้ยกนางบุษบาให้จรกาไปแล้ว เมื่อกะหมังกุหนิ งมาสู่ขออีกจึงปฏิเสธ บุษบา เป็นธิดาของท้าวดาหาและประไหมสุหรีดาหราวาตี แห่งกรุงดาหา ท้าวกุเรปันก็ขอตุนาหงันให้กับอิเหนา บุษบาเป็นหญิงที่งามล้ำ เลิศ กว่านางใดในแผ่นดินชวากิริยามารยาทเรียบร้อย คารมคมคาย เฉลียวฉลาดทันคนใจกว้างและมีเหตุผล จึงผูกใจให้อิเหนารักใคร่ใหล หลงนางยิ่งกว่าหญิงอื่นนอกจากนั้นบุษบายังเป็นลูกที่ดีอยู่ในโอวาท ของพระบิดา พระมารดา ยอมแต่งงานกับระตูจรกา แม้ว่าจะไม่ พอใจในความขี้ริ้วขี้เหร่ของระตูจรกาก็ตาม นางถูกเทวดา บรรพบุรุษ ของวงศ์อสัญแดหวาคือ องค์ปะตาระกาหลาบันดาลให้ ลมพายุหอบไป ทำ ให้นางต้องพลัดพรากจากอิเหนา และพระบิดา พระมารดาเป็นเวลาหลายปี กว่าจะได้พบอิเหนาและวิวาห์กัน โดย นางได้ตำ แหน่งเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย ประสันตา เป็นพี่เลี้ยงหนึ่งในสี่ของอิเหนา ซึ่ง ท้าวกุเรปันเลือกแต่ ครั้งอิเหนาประสู ติใหม่ๆ บิดาของประสันตาเป็น เสนาบดีตำ แหน่ง ยาสา(ฝ่ายตุลาการ) ของกุเรปัน ประสันตามีนิสัยตลก คะนอง ปากกล้า เจ้าอารมณ์ ชอบ พูดเย้าแย่เสียดสีผู้อื่นอยู่เสมอ และ ยัง เจ้าเล่ห์อีกด้วย - องค์ปะตาระกาหลา หรือบางทีเรียกว่า องค์ อสัญแดหวา เป็นเทวดาบรรพบุรุษ ของ ราชวงศ์อสัญแดหวา ซึ่งมีอ ยุ่ด้วยกัน 4 เมือง คือ กรุงกุเรปัน กรุงดาหา กรุงกาหลังและกรุงสิง หัดส่าหรี องค์ปะตาระกาหลาจะ คอยดูแลทุกข์สุขของบุคคลใน ราชวงศ์อสัญแดหวาอยู่เสมอ -มาหยารัศมี เป็นธิดาของระตูปักมาหงันนาง มีน้องชายคือ สังคามาระตา รูป โฉมของมาหยารัศมีงดงามมาก เป็นกุลสตรีที่สงบเสงี่ยม เรียบร้อยไม่เห่อเหิมทะเยอทะยาน เชื่อฟังฟัและยอมปฏิบัติตามคำ สั่ง ฃองบิดามารดาและสามีแต่โดยดี มีตำ แหน่งเป็นมะเดหวีฝ่ายซ้าย ของอิเหน ๘


ระตูประหมัน เป็นอนุชาของท้าวกะหมังกุ หนิง ครองเมืองประหมัน ระตูประหมันได้ช่วยพระ เชรษฐาในศึกกะหมังกุหนิง ระตูปาหยัง เป็นอนุชาของท้าวกะหมังกุหนิง ครอง นครปาหยัง ระตูปาหยังได้ช่วยพระ เชษฐาในศึกกะหมังกุหนิง ระตูหมันหยา โอรสของท้าวมังกัน พระบิดาได้ ขอตุหนาหงัน ระเด่นจินดาส่าหรี ธิดาองค์สุดท้ายของระตูหมันหยา ซึ่งสิ้นพระชนม์ไปแล้ว เมื่อ แต่งงานกัน พระมารดาของ ระเด่นจินดาส่าหรีได้อภิเษกให้ ครองเมืองหมันหยา โดยให้ระเด่น จินดาส่าหรีเป็นประไหมสุหรี ระตูห มัยหยาและประไหมสุหรีจินดา มี ธิดาเพียงองค์เดียว คือจินตะหรา วาตี ระตูหมันหยามีจิตใจอ่อนแอ ไม่มีความเป็นนักสู้ วิหยาสะกำ เป็นลูกของท้าวกะหมังกุหนิง เป็นผู้มีความเอาแต่ใจ ตน และลุ่มหลงในรูปรสภายนอก ดูได้จาก การให้ พ่อของตนไปสู่ขอนางบุษบามาแต่งงานกับตน ทั้งที่ รู้ว่านางบุษบามีคู่หมั้นแล้ว แต่ก็ยังต้องการแต่งกับ นางบุษบาอยู่ เพราะเกิดลุ่มหลงในรูปรสที่ได้เห็น สังเกตได้จากกลอนที่วิหยาสะกำ บรรยายถึงความ สวยของนางบุษบา ดังนี้ พระทนต์แดงดังแสงทับทิม เพริศพริ้มเพรา พักตร์คมขำ ผิวพรรณผุดผ่องเพียงทองคำ วิไลลักษณ์เลิศล้ำ อำ ไพ สะการะวาตี เป็นธิดาของท้าวปันจะรากันผู้เป็นพระเชษฐา ของท้าวปักมาหงัน นางถูกพระชนกถวาย ให้อิเหนาโดยการยินยอมของจินตะหราวาตี ตอนที่อิเหนาจะยกทัพไปช่วยรบป้องกัน เมืองดาหานั้นได้ฝากนางและมาหยารัศมีไว้ กับจินตะหราวาตี สังคามาระตา โอรสของระตูปรักมาหงัน และเป็นน้องของมาหยารัศมี สังคา มาระตาเป็นหนุ่มรูปงาม มีความเฉลียว ฉลาด รอบคอบ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ได้ เก่ง และกล้าหาญ ทั้งยังมีความ ซื่อสัตย์ และชำ นาญในการใช้ทวนเป็น อาวุธ เป็นคู่คิดคู่ปรึกษาและช่วยเตือน สติอิเหนาได้หลาย สุหรานากง โอรสของท้าวสิงหัดส่าหรีที่เกิดจากประไหมสุหรี พระบิดาได้สู่ขอ สะการะหนึ่งหรัด ธิดาท้าวกาหลังให้เป็นคู่ตุหนาหงันตั้งแต่เด็ก สุหรานา กงปฏิบัติตนเป็นลูกที่ดีอยู่ในโอวาทของพระบิดาและพระมารดาอยู่เสมอ มีความกล้าหาญ และวางตนได้ย่างเหมาะสม ๙


๑๐


๑๑


๑๒


๑๓


อิเหนาพบจินตะหราวาตี อิเหนารบกับท้าวบุศสิหนา อิเหนาได้นางมาหยารัศมีและนางสการะวาตี ช่างเขียนลอบวาดรูปบุษบา วิหยาสะกำ สลบบนหลังม้า ท้าวกะหมังกุหนิงเคลื่อนทัพ อิเหนาจากจินตะหราวาตี อิเหนายกทัพจากหมันหยา อิเหนารบท้าวกระหมังกุหนิง อิเหนาพบบุษบา อิเหนา มีทั้งหมด๒๐ตอน อิเหนาไม่ยอมกลับเมือง อิเหนาทำ เหตุในวิหารพระปฏิมา อิเหนาแต่งถ้ำ อิเหนาเผาเมือง อิเหนาได้บุษบา อิเหนาแก้สงสัย ลมหอบ อิเหนามะงุมมะหงาหราเข้ามะละกา อิเหนาบวช อิเหนาพบบุษบา ๑๔


แกล้งจะให้คนหมิ่นถิ่นแคลน มาทแม้นว่าพระเมตตา น้องว่าสิ่งไรจะผ่อนผัน นี่ทรงธรรม์หาญหักหนักหนา นางสบัดปัดกรไปมา กัลยาค้อนควักภูวไนย เนื้อเรื่อง ตอนเข้าห้องนางจินตะหรา โอ้โลม๏ ว่าเอยว่าพลาง โอนแอบแนบนางเกษมศรี ถอยหนีพี่ไยณเทวี มารศรีอย่าสลัดตัดใจ ร่าย๏ พระเอยพระผ่านฟ้าฟ้มารัดรึงตรึงตราไม่ปราไส ยิ่งห้ามยิ่งลามลวนไป เปนใจของใครจะไม่แค้น น้ำ คำ ดังอำ มฤตย์ฟ้าฟ้แต่หยาบช้าสามาญเปนเหลือแสน โอ้โลม๏ เจ้าเอยเจ้าพี่ มารศรีผู้ยอดพิศมัย พี่รักนางพ่างเพียงดวงใจ สิ่งใดจงได้เมตตา พี่นี้เหมือนสารอันมัวมัน หุนหันไปด้วยเสนหา แต่ร้อนรุ่มกลัมกลัดอยู่อัตรา พึ่งได้สุธาทิพมายาใจ แต่ผินหน้าผินหลังขึ้งขัด จะสบิ้งสบัดไปถึงไหน เมื่อได้แนบเนื้อแนมใน จงหยุดยั้งชั่งใจนางเทวี ว่าพลางพระทางเชยชม จูบแก้มแนมนมมารศรีี เอนองค์อิงแอบแนบยวนยี พาทียั่วเย้าไปมา ๑๖


ร่าย๏ น้อยเอยน้อยใจ แกล้งจะให้อายชาวดาหา ยิ่งว่ายิ่งทำ หยาบช้า เพราะเหตุผ่านฟ้าฟ้ไม่เกรงใจ ฉนี้แลฤาว่าเมตตา อนิจามาทำ แต่โดยได้ เจ็บจิตรเปนสุดคิดไป จะใคร่กลั้นใจให้มรณา โอ้โลม๏ สาวเอยสาวสวรรค์ ขวัญเมืองอย่าได้กังขา คำ มั่นพี่ได้สัญญา แก้วตาตรึกดูข้างในใจ เจ้าอย่าฉงนสนเท่ห์ พี่จะแต่งเล่ห์ลวงก็หาไม่ พลางกอดประทับกับอกไว้ ปลื้มใจของพี่จงเมตตา เมื่อได้ถึงเพียงนี้แล้ว ควรฤาน้องแก้วไม่ผ่อนหา ปรานีพี่เถิดนางกัลยา ช่วยชูชีวาของพี่ไว้ ว่าเอยว่าพลาง โอบอุ้มองค์นางพิศมัย ทรวงแอบแนบทรวงทรามไวย ฤไทยด่าวดิ้นแดดาล จูบแก้มแนมแก้มประกิจ ยิ่งรัญจวนคิดถึงสงสาร ภุมรียั่วเย้าดวงมาลย์ บุษบาตระการก็คลี่คลาย กรเกี่ยวกระหวัดรัดองค์ ชมดวงบุษบงโฉมฉาย พระพิรุณรังสรรค์ก็โปรยปราย โกสุมกระจายอรชร ภุมราร่อนลงประจงจด ขมรศสุคนธเกสร บดบังทั้งแสงทินกร ภมรบรรเทิงเริงรื่นใจ ทั้งสองพระองค์ทรงสวัสดิ์ กำ หนัดด้วยความพิศมัย ดังได้ฟากฟ้าฟ้สุราไลย ศุขเกษมเปรมใจทั้งสองรา ร่าย๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยงนางนมทั้งซ้ายขวา แต่ปรับทุกข์กันไปมา ด้วยกลัวอาญาพระภูวไนย คิดแล้วก็ชวนกันขึ้นมา ทูลแจ้งกิจจาแถลงไข ว่าระเด่นมนตรีชาญไชย เสด็จไปปราสาทพระบุตรี ๑๗


เมื่อนั้น ท่านท้าวหมันหยาเรืองศรี ทั้งประไหมสุหรีเทวี มิได้มีพจมานประการใด ต่างองค์ก็เสด็จลีลาศ จากอาศน์สุวรรณแจ่มใส เข้าที่บรรธมภิรมย์ใจ ที่ในห้องศิริไสยา เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีรุ่งฟ้าฟ้ ครั้นล่วงสามยามนาฬิกา ปักษีตื่นตาหากัน ไก่ขันกระชั้นเสียงก้อง พระสร้วมสอดกอดน้องแล้วรับขวัญ พระสท้อนถอนใจจาบัลย์ ซบภักตร์ลงพลันกับภักตรา ความพี่หนักทรวงบัดนี้ แม้นคิรีทับอยู่ก็เบากว่า จะจากไปฉันใดณอกอา คิดมาฤๅหนึ่งมิใคร่ไป แต่ถอนฤไทยมิใคร่จาก โอ้ลำ บากอกพี่จะมีไหน จำ จิตรจำ จากจะจำ ไกล จะทนทุกข์ไปในราตรี ๏ น้องเอยน้องแก้ว จะใกล้รุ่งขึ้นแล้วณเจ้าพี่ พี่ยาจะลานางเทวี ค่อยอยู่จงดีณนวลน้อง แต่สั่งแล้วพระซ้ำ สั่งเล่า ขวัญเจ้าอย่าทุกข์ทนหม่่นหมอง บัดนี้จวนแจ้งแสงทอง จำ เปนจากห้องภิรมยา แล้วกลับภักตรามาสั่ง ร้อยชั่งเจ้าอย่าละห้อยหา วันนี้แต่พลบพี่จะมา ค่อยท่าพี่เถิดณดวงใจ ๏ สั่งเสร็จก็เสด็จออกมา จากห้องไสยาพิศมัย พระรีบลีลาคลาไคล จวนสุริยแสงใสสว่างฟ้าฟ้ ๏ ครั้นถึงจึงเข้าที่สรง ทรงสุคนธรศโอ่อ่า ดาดกลบรอยเล็บนางกัลยา ทรงภูษาวิจิตรพิศพรรณ ทรงอุบะแล้วถือเช็ดหน้า พระปรีดาภิรมย์หฤหรรย์ ออกหมู่เสนาบังคมคัล เกษมสันต์เสสรวลสำ ราญ ๑๘


๏ บัดนั้น ประสันตายิ้มรับเกษมสานต์ จึงทูลไปด้วยใจสามาญ พระภูบาลเสด็จไปแห่งไร พิศภักตร์ดังดวงจันทรา เมื่อจวนรุ่งโรยราไม่แจ่มใส พระกรก็เปนริ้วรอยไป เห็นแปลกตาแปลกใจกว่าทุกวัน ดีร้ายต้องปิศาจเมืองนี้ จึงแรงร้ายราวีกวดขัน ว่าแล้วจับเบี้ยขึ้นบนพลัน เป็ดไก่สารพันจะบูชา ขอให้พระไปดีมาดี อย่ามีริ้วเลยคุ้งวันน่า ให้ไปจนรุ่งแรงแสงสุริยา ยิ่งกว่าวันนี้จงทุกวัน ให้ได้เสด็จทุกราตรี จะแต่งเครื่องพลีจงกวดขัน ข้าจะกินถวายเทวัญทุกเทพ รังสรรค์จงเมตตา ๑๙ ๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีรุ่งฟ้าฟ้ ทั้งพระพี่เลี้ยงแลเสนา ก็สรวลประสันตาแซ่เซงไป พระเอาพลูรอยกัดซัดมา สารพันจะว่าไม่นิ่งได้ แล้วเสด็จลีลาคลาไคล เข้าในที่ศิริไสยา ๏ เมื่อนั้น ท่านท้าวเจ้ากรุงหมันหยา ครั้นพวยพุ่งรุ่งแสงพระสุริยา พระราชาอ่าองค์อำ ไพ ครั้นสร็จเสด็จยาตรา กับอรรคชายาศรีใส เสด็จออกท้องพระโรงไชย จึงสั่งเสนาในไปพลัน ๏ เร่งเอยเร่งเร็ว ให้หาตำ มะหงงกุเรปัน ทั้งพี่เลี้ยงนัดดามาพลัน ให้ทันกูสั่งบัดนี้ ๏ บัดนั้น จึงมุขอำ มาตย์ทั้งสี่ ก้มเกล้ารับสั่งพระภูมี กราบสามทีแล้วก็แล่นไป ๏ ครั้นมาถึงตำ หนักพระราชา เอากิจจานั้นแจ้งแถลงไข รับสั่งให้หาท่านเข้าไป เร่งเร็วแต่ในบัดนี้ ๏ บัดนั้น ตำ มะหงงกุเรปันกรุงศรี กับสี่พี่เลี้ยงเสนี รีบขมีขมันเข้ามา ๏ มาเอยมาถึง ปราสาทท่านท้าวหมันหยา ถวายบังคมคัลวันทา ทั้งสองกษัตราเลิศไกร ๏ เมื่อนั้น ท่านท้าวหมันหยาเปนใหญ่ แสร้งเสด้วยเล่ห์กลใน ท้าวไทจึงแจ้งกิจจา


๏ คืนเอยคืนนี้ ระเด่นมนตรีขึ้นลอบหา จินตะหราวาตีกัลยา ข้ามิได้รู้เห็นเปนใจ เราจะบอกไว้เปนพยาน พระภูบาลมิรู้จะสงไสย ว่าเราปลดปลงจงใจ ยกบุตรีให้กับนัดดา ๏ บัดนั้น ตำ มะหงงบังคมเหนือเกษา ทั้งสี่พี่เลี้ยงพระราชา ก้มหน้าลงยิ้มทันใด ตำ มะหงงจึงสนองพระวาจา พระนัดดามาจากกรุงใหญ่ ด้วยกำ ลังรักองค์อรไทย ภูวไนยจึงหักหาญมา ก็ย่อมแจ้งใจอยู่ด้วยกัน ถึงสององค์ทรงธรรม์ผู้เชษฐา แม้นพระได้แจ้งแห่งกิจจา ก็จะไม่ว่าไรพระองค์นัก แม้นพระมิให้นางจินตะหรา พระนัดดาจะแสนโศกเพียงอกหัก ด้วยตั้งใจจำ นงจงรัก หาญหักมาจนถึงเพียงนี้ ๏ เมื่อนั้น ท่านท้าวหมันหยาเรืองศรี จึงตอบคำ ตำ มะหงงเสนี เรามิรู้แห่งที่จะคิด มิใช่จะหวงบุตรีไว้ ครั้นจะให้ก็กลัวความผิด เห็นความทั้งนี้จะมิมิด สององค์ทรงฤทธิ์จะรู้ไป ครั้นจะมิให้ก็เอนดู มิรู้ที่จะทำ เปนไฉน สุดแต่เราจะนิ่งดูไป ทั้งปวงจงได้เปนพยาน ๏ บัดนั้น ตำ มะหงงได้ฟังฟับรรหาร กับสี่พี่เลี้ยงก็กราบกราน ลาพระภูบาลมาทันที ๏ มาเอยมาถึง จึงกราบประนตบทศรี แล้วทูลระเด่นมนตรี ตามพระภูมีตรัสมา ๒๐


๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีรุ่งฟ้าฟ้ ครั้นได้จะแจ้งแห่งกิจจา พระโสมนัศาเปนพ้นไป แต่งองค์แล้วทรงอาชา มาปราสาทจินตะหราศรีใส ทั้งกลางวันกลางคืนภูวไนย เข้าไปอยู่ด้วยนางกัลยา แต่คลึงเคล้าประกิจชิดชม บรรเทิงภิรมย์หรรษา สำ รวลสรวลศุขทุกเวลา ในห้องไสยาบรรธมใน ยามสรงยามเสวยก็เชยชิด แสนสนิทไม่ห่างนางได้ ด้วยเริ่มแรกรู้รศใจ งวยงงหลงใหลด้วยเทวี ๏ เมื่อนั้น โฉมนางจินตะหรามารศรี ภิรมย์สมศุขเปรมปรีดิ์ ด้วยระเด่นมนตรีชาญไชย องค์อ่อนนอนแนบแอบองค์ แสนสนิทพิศวงหลงใหล ปรีดิ์เปรมเกษมสานต์บานใจ ด้วยพระภูวไนยทุกราตรี ๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีเรืองศรี อยู่สบายมาหลายราตรี พระคิดถึงสองศรีโสภา ซึ่งอยู่ในดงพงไพร จะเปลี่ยวเปล่าเศร้าใจเปนหนักหนา ๒๑ โอ้เอนดูนางกัลยา จะรับเข้ามายังเวียงไชย คิดแล้วจึงมีพระวาจา แต่แรกพี่มาจากกรุงใหญ่ เร่งรีบเดินทางกลางไพร พี่จึงแก้สงไสยแก่ไพร่พล ครั้นออกป่าทุ่งจึงอุบาย ทำ เปนแยบคายสายสน ควบแข่งอาชากับสามนต์ จึงค่อยเปลืองหนทางเร็วมา ครั้นถึงภูผาปราปี พี่ชื่นชมยินดีเปนหนักหนา ด้วยใกล้บุรีแก้วแววตา จึงให้ตั้งพลับพลาหยุดพัก พอสามระตูมาพบ ได้รับรุกโรมโหมหัก ระตูผู้น้องโอหังนัก หาญหักพี่ก็ฆ่าให้บรรไลย ยังแต่สองระตูผู้พี่ จึงเอาสองบุตรีมาให้ กับกุมารแน่งน้อยพึงใจ ทั้งบรรณาการก็ให้มา ขอเปนเมืองออกแก่พี่ แล้วฝากสองบุตรีโอรสา พี่ก็มีจิตรคิดเมตตา แต่ว่ามิได้ต้องสองอรไทย พี่ตั้งสัตย์ตัดตรงจงมา จะเลี้ยงดวงยิหวาให้เปนใหญ่ แม้นมิสมดังจิตรที่คิดไว้ อันนางใดพี่ไม่ไยดี พี่จึงให้อพยพทั้งนั้น ตั้งมั่นอยู่ด่านกรุงศรี กลัวสองพระองค์ทรงธรณี จะว่าพี่มีภรรยามา จะมิให้แก้วตายาจิตร พี่จะชวดสนิทเสนหา จะเสียทีที่พี่หักมา ใช่จะไม่เจตนาแก่นางใด


๏ เมื่อนั้น. นางจินตะหราวาตีศรีใส จึงทูลพระองค์ทรงไชย ขอให้ไปรับสองนางมา นางไกลบิตุเรศมารดาแล้ว ไกลทั้งน้องแก้วเสนหา เห็นแต่พระองค์ดังบิดา ก็มาไกลเล่าจะเศร้านัก ๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีมีศักดิ์ ได้ฟังฟันางโฉมยงนงลักษณ์ ความรักภูลเพิ่มเพียงดวงใจ ๏ ครั้นเอยครั้นแล้ว พระคลาศแคล้วจากห้องพิศมัย จึงสั่งพระพี่เลี้ยงให้เร่งไป รับสองอรไทยเข้ามา กับเหล่าอพยพทั้งนั้น . พี่จัดสรรที่อยู่ให้พร้อมหน้า อันสองนวลน้องกัลยา. พี่พามาติกาหรังเรา ๏ บัดนั้น. ยะรุเดะบังคมก้มเกล้า รับสั่งพระองค์ผู้ทรงเยาว์ มาจัดเหล่าทหารชาญไชย ทั้งที่ฐานจัดเสร็จก็ไคลคลา. ยกมายังด่านกรุงใหญ่ ถึงบอกพี่เลี้ยงนางอรไทย พระภูวไนยให้รับเข้าธานี ๏ บัดนั้น นางพี่เลี้ยงครั้นแจ้งถ้วนถี่ จึงมาทูลสองราชเทวี พระภูมีให้มาเชิญเข้าเวียงไชย ๏ เมื่อนั้น สองสุดานารีศรีใส ฟังฟัพี่เลี้ยงทูลก็แจ้งใจ จึงไปเข้าที่สรงคงคา ชมตลาด๏ต่างองค์ชำ ระสระสนาน. สุคนธารอุรับจับมังษา ผัดผ่องภักตร์เพียงจันทรา ทรงภูษาพื้นสุวรรณพรรณราย ทรงสไบวิไลยโอฬาร์. บุหงาแซมเกษเฉิดฉาย ทองรอบขอบภักตร์จำ หลักลาย. กระจังรายรัดมวยบรรจงเกลา ทรงทั้งทองกรธำ มรงค์ วินิจพิศทรงโฉมเฉลา มาทรงวอสุวรรณอันพรายเพรา พี่เลี้ยงนงเยาว์ก็ตามมา ร่าย๏ อิกทั้งนักสนมกรมใน แหแหนแน่นไปทั้งซ้ายขวา ธงทิวปลิวระยับจับตา มิช้าก็ถึงพระนคร ๏ จึงประทับวอแก้วกับเกยมาศ ยุรยาตรดังเทพอับศร ตรงไปที่อยู่พระภูธร ทั้งสองบังอรค่อยคลายใจ ๒๒


๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีศรีใส จึงกล่าวแก่จินตะหราทรามไวย พี่จะลาดวงใจไคลคลา ไปหานางมาหยารัศมี แก้วพี่อย่าละห้อยคอยหา แต่นางมาก็หลายวันมา พี่จะลาไปหาทรามไวย สั่งเสร็จมาขึ้นอาชา ไปยังติกาหรังที่อาไศรย ครั้นถึงจึงลงมโนไมย เข้าในที่สรงคงคา โทน๏ พระจึงชำ ระสระสนาน อุรับสุคนธารโออ่า ทรงภูษิตกุมกฤชเทวา ทรงอุบะบุหงาปะกัน บรรจงจับชายกรายกร บทจรย่างเยื้องผายผัน เข้าในห้องแก้วแพรวพรรณ เห็นบรรธมสนิทนิทรา ร่าย๏ ยอกรพาดเอวอรไทย จะให้สงไสยกังขา ว่าระเด่นสังคามารตา ซึ่งเปนอนุชาร่วมใจ แล้วค่อยกระซิบถามพลาง พระพี่นางตื่นอยู่ฤๅหลับใหล ไม่ผินมาหาน้องนี้ว่าไร ขัดแค้นสิ่งใดจงบอกมา ๏ เมื่อนั้น นางมาหยารัศมีเสนหา ได้ยินแว่วเสียงจำ นรรจา กัลยาฟื้นฟื้องค์ขึ้นทันใด สำ คัญว่าพระอนุชา เห็นผิดเวลาจึงถามไถ่ ดึกดื่นปานนี้แล้วมาไย เหตุการสิ่งไรจงบอกมา ๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีรุ่งฟ้าฟ้ ค่อยกระซิบบอกนางกัลยา ว่ามิได้มีเหตุสิ่งไร แต่จากกันมาเป่นหลายวัน น้องนั้นมีจิตรคิดฝันใฝ่ จึงมาเฝ้าองค์อรไทย ว่าพลางกอดไว้ไม่เคลื่อนคลา ๏ เมื่อนั้น นางมาหยาเฉิดโฉมเสนหา เห็นผิดที่ใช่เสียงอนุชา รู้ว่าอิเหนามาก็ตกใจ ลุกเลื่อนพระองค์ลงมาพลัน ฤไทยประพรั่นหวั่นไหว สั่นทรุดให้หลุดพระหัดถ์ไป ความกลัวภูวไนยเปนพ้นนัก ๒๓


๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีมีศักดิ์ สรวลพลางรับขวัญนางนงลักษณ์ น้องรักอย่าประหวั่นพรั่นใจ พี่แสนคนึงเจ้าหนักหนา จึงมาด้วยความพิศมัย อนิจาแก้วตายาใจ เคียดแค้นสิ่งไรไม่พาที เจ้าไม่เล็งเห็นอกที่พี่รัก นงลักษณ์ทรุดสั่นถอยหนี เวลาดึกดื่นถึงเพียงนี้ มารศรีจะไปแห่งใด ร่าย๏ เมื่อนั้น นางมาหยารัศมีศรีใส ยอกรบังคมพระภูวไนย อรไทยจึงกล่าววาจา ๏ พระเอยพระเจ้า พระจงโปรดเกล้าเกษา พระเสด็จมาไยพระราชา แม้นนางจินตะหรารู้ไป ก็จะทรงพระโกรธโกรธา โทษาจะมีเปนข้อใหญ่ ข้าน้อยซัดลอยมาเมืองไกล ไร้พระบิตุเรศชนนี พร่ำ รักษาตัวกลัวผิด คิดเจียมใจว่าเปนทาษี ไม่ควรจะเสด็จมาพาที ภูมีจะพาผิดมาติดไว้ โอ้โลม๏ น้องเอยน้องรัก นงลักษณ์ผู้ยอดพิศมัย ถึงจินตะหราวาตีจะรู้ไป จะทำ สิ่งใดได้อย่าสงกา พี่จะปราบปรามไม่ตามใจ มิให้ขัดขึ้งหึงษา ถึงจะรักจินตะหราเท่าแผ่นฟ้าฟ้อันความอาธรรม์ไม่ให้มีี พี่มิให้ดูหมิ่นถิ่นแคลนเจ้า โฉมเฉลาอย่าหม่นหมองศรี จะปรารมภ์ใจไปไยมี สายสุดสวาดิพี่จงเมตตา อันเจ้าว่ามิควรณน้องรัก ด้วยพี่เปนศักดิโจรป่า ตัวเจ้าเปนราชธิดา ชรอยวาศนาเคยคู่ครอง พี่รักนางพ่างเพียงดวงใจ มิให้ระคายขุ่นข้อง ว่าพลางกางกรเกี่ยวตระกอง โอบอุ้มองค์น้องใส่ตักไว้ จูบแก้มแนมคางพลางชม เกลียวกลมภิรมย์พิศมัย กรกระหวัดรัดแนบอุระไว้ ฤไทยปั่นป่วนยวนยี ๒๔


ร่าย๏ เมื่อนั้น ระเด่นมาหยารัศมี เคลื่อนองค์ลงมาแล้วพาที พระไม่โปรดเกษีก็ว่าไป อันพระเสนหาอย่างนี้ น้องจะยินดีก็หาไม่ แม้นพระเสด็จกลับไป จะเห็นว่าภูวไนยเมตตา โอ้โลม๏ แสนเอยแสนเฉลียว อย่าเลี่ยงเลี้ยวประหงิดประงอนว่า ด้วยแสนคำ นึงพี่จึงมา เจ้าอย่าขับเลยพี่ไม่ไป ถึงเจ้าจะให้อนุชา ฆ่าเสียก็ตามอัชฌาไศรย ทรากผีจะไว้แก่อรไทย อันพี่จะไปอย่าสงกา แต่ได้เห็นเจ้าวันนั้น เปนนิรันตร์ครุ่นครวญหวนหา มาขัดด้วยความสัจจา จึงมิได้เสนหาดังใจคิด ว่าพลางเชยนมชมภักตร์ แสนสุดรักพี่ล้ำ ดวงจิตร โอบอุ้มองค์แอบแนบชิด อย่าบิดพลิ้วไปเลยกัลยา ร่าย๏ พระเอยพระเจ้า พระจงโปรดเกล้าเกษา อันถ้อยคำ พระพร่ำ พรรณา ข้าน้อยแจ้งอยู่ภูวไนย พระองค์จงทรงพระเมตตา ค่อยอัธยาอาไศรย ตัวน้องเปนข้าช่วงใช้ จะไปไหนพ้นพระบาทา ยังคิดประหวั่นพรั่นใจ สิ่งไรจงโปรดเกษา ใช่จะกล่าวแกล้งแสร้งมารยา เมตตาบ้างเถิดพระพันปี โอ้โลม๏ สาวเอยสาวสวรรค์ ขวัญเมืองผู้มั่งมีศรี เจ้าว่าไยไฉนฉนี้ ไม่เห็นอกพี่ที่เดือดร้อน แต่วันแรกเจ้ามาจนบัดนี้ กี่ราตรีแล้วจงคิดก่อน แต่ร้อนรุ่มกลุ้มใจดังไฟฟอน สายสมรจะห้ามพี่กลใด แม้นเจ้าห้ามอื่นไม่ขืนขัด จะห้ามความปดิพัทธนี้ไม่ได้ ว่าพลางโอบอุ้มอรไทย อิงแอบแนบไว้ไม่เคลื่อนคลา จูบแก้มแนมในไรเกษ จูบเนตรแนมนมทั้งซ้ายขวา จูบกรกรเกี่ยวกัลยา เสนหาเกลื่อนกลุ้มรุมรึง อากาศสเทือนเลื่อนลั่น พระสุเมรุป่วนปั่นสนั่นถึง บาดาลสท้านอึงคนึง ได้ยินถึงพิภพนาคินทร์ นาคราชก็ผาดผุดเถลิง สำ เริงฟาดฟุ้งฟุ้ ฟองสินธุ์ นองละลอกกระฉอกฝั่งฟูมดิน ด้วยเดชนาคินทร์อันเกรียงไกร ทั้งสองพระองค์ผู้มีศรี ศุขเกษมเปรมปรีดิ์แจ่มใส พึ่งแรกรู้รศรักประจักษ์ใจ งวยงงหลงใหลทั้งสององค์ พระเทียมบรรธมชมชิด เร่งแสนสนิทพิศวง อยู่จนรุ่งแสงพระสุริยง พระองค์จึงเสด็จไคลคลา ๒๕


ร่าย๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงท้าวกุเรปันนาถา รู้ว่าพระราชบุตรา ไปอยู่หมันหยาธานี พระจึงสั่งเสนาทันใด ให้เร่งแต่งราชสารศรี ไปหาอิเหนามาบัดนี้ ให้กลับบุรีจงฉับไว ๏ บัดนั้น เสนารับสั่งบังคมไหว้ รีบมาแต่งสารทันใด แล้วขึ้นมโนไนยไคลคลา ๏ มาเอยมาถึง ยังพิไชยบุรีหมันหยา จึงไปยังติกาหรังพระราชา เสนากราบเกล้าดุษฎี ทูลว่าองค์ศรีปัตหรา ให้ข้าจำ ทูลสารศรี มาเชิญเสด็จพระภูมี กลับไปบุรีกุเรปัน ๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีเฉิดฉัน ฟังฟัข่าวผ่าวร้อนดังเพลิงกัลป์ พระเร่งปั่นป่วนรัญจวนใจ จำ เปนจึงรับเอาสาร ถือไว้จะอ่านก็หาไม่ จึงสั่งว่าถวายบังคมไป ที่ในยุคลบาทา จะทูลลาอยู่ก่อนจึงจะไป พระจงได้โปรดเกษเกษา สั่งแล้วก็ขึ้นอาชา มาปราสาทจินตะหราวาตี ๏ บัดนั้น เสนากุเรปันกรุงศรีิ ยอกรถวายอัญชลี ขึ้นพาชีกลับไปเวียงไชย ๏ มาเอยมาถึง จึงกราบบังคมประนมไหว้ ทูลแถลงให้แจ้งหฤไทย ตามพระภูวไนยสั่งมา ๏ เมื่อนั้น ท่านท้าวกุเรปันรุ่งฟ้าฟ้ แต่ให้ไปหาพระบุตรา เปนหลายครั้งไม่มาเวียงไชย พระเร่งร่านร้อนรำ คาญ ด้วยจวนจะทำ การใหญ่ อยู่อยู่แล้วให้อักษรไป จนถึงสี่ใบก็ไม่มา ๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีรุ่งฟ้าฟ้ ภิรมย์สมศุขทุกเวลา ด้วยระเด่นจินตะหรายาใจ แต่ยั่วเย้าเฝ้าแอบแนบชิด ด้วยความสนิทพิศมัย ชมชื่นรื่นรวยด้วยอรไทย ครั้นจะใกล้สิ้นแสงพระ สุริยา จึงมีวโรรศพจนาดถ์ สายสวาดิพี่ยอดเสนหา ร่วมจิตรร่วมคิดร่วมชีวา วันนี้พี่จะลาอรไทย ไปหานางสการวาตี มารศรีอย่าร้อนรนหม่นไหม้ สั่งแล้วมาขึ้นอาชาไนย ไปยังติกาหรังพระราชา ๒๖


ตลาด๏ ครั้นถึงจึงเข้าที่สรง ทรงสนานชำ ระสระเกษา ทรงสุคนธ์เฟื่อฟื่งฟุ้งฟุ้ โอฬาร์ สำ อางอ่ากลิ่นเกลี้ยงเกลาผจง แล้วทรงภูษาเลื้อยชาย อุบะประสุคนธ์กลายกลิ่นส่ง พระกรกรายกฤชฤทธิรงค์ จับชายบรรจงคลาไคล ร่าย๏ มาเอยมาถึง จึงเข้าในไพชยนต์แสงใส พระเผยม่านทองห้องใน ขึ้นไปบนแท่นไสยา ๏ เมื่อนั้น นางสการวาตีเสนหา ครั้นเหลือบเห็นองค์พระราชา กัลยาตระหนกตกใจ ถอยองค์ลงจากแท่นแก้ว แล้วถวายบังคมประนมไหว้ เร่งขวยเขินสเทินเปนพ้นไป อรไทยกรานก้มภักตรา ๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีรุ่งฟ้าฟ้ ยุดมือไว้แล้วจึงกล่าวมา อย่าวันทาพี่เลยณทรามไวย ตัวพี่นี้ชาติชาวดง แต่ทนงจงรักที่ศักดิใหญ่ ว่าพลางโอบอุ้มอรไทย ขึ้นไปบนแท่นไสยา พระพลางจูบแก้มแนมนม บรรเทิงภิรมย์หรรษา เกี่ยวกระหวัดรัดรึงตรึงตรา เสนหาเฟื่อฟื่งฟุ้งฟุ้จรุงใจ ๏ เมื่อนั้น นางสการวาตีศรีใส ถอยลงจากตักแล้วทูลไป ทำ อะไรฉนี้ไม่ปรานี พระจงวางมือน้องเสียก่อน ภูธรได้โปรดเกษี ข้ากลัวนางจินตะหราวาตี จะมีความพิโรธโกรธา โอ้โลม๏ สายเอยสายสมร จงดำ ริห์ดูก่อนจึงว่า ถ้าพี่มิรักไม่หักมา ใช่ว่าจะไร้ที่ยาใจ พี่แสนคำ นึงอยู่เปนนิจ มิได้สมสนิทพิศมัย ด้วยพี่ได้ออกวาจาไว้ จึ่งเนิ่นช้าไปถึงเพียงนี้ ซึ่งว่ากลัวนางจินตะหรา ข้อนั้นเจ้าอย่าหมองศรี พี่จะปราบปรามความข้อนี้ มิให้มีสิ่งระคายกัน ๏ ว่าเอยว่าพลาง จูบแก้มแนมคางทางรับขวัญ ปลื้มจิตรอย่าคิดฉนั้น เราระร่วมรักกันคุ้งบรรไลย ร่าย๏ พระเอยพระโฉมยง น้องยังพะวงสงไสย ซึ่งพระจะปราบปรามทรามไวย เกลือกจะมิได้ดังจินดา อันอย่างนี้ย่อมเปนที่เดียดฉัน แจ้งอยู่ด้วยกันถ้วนหน้า สืบไปมิได้ดังสัญญา ข้าน้อยรักตัวกลัวไภย โอ้โลม๏ โฉมเอยโฉมศรี ว่าไยฉนี้หาควรไม่ พระบิดาเจ้าฝากฝังไว้ พี่ก็ได้รับต่อเสนี พี่จะรักมิได้ลำ เอียง จะเลี้ยงให้ควรด้วยศักดิศรี ความอัปรยศใจไม่ ให้มีพี่ได้ไว้คำ มั่นสัญญา ๏ ว่าเอยว่าพลาง เชยนมชมปรางทั้งซ้ายขวา นิ่มเนื้อนวลน้องดังทองทา เจ้าอย่ายุดมือพี่ไว้ ร่าย๏ พระเอยพระพันปี จะปรานีบ้างก็หาไม่ น้องยังประหวั่นพรั่นใจ สิ่งไรจงทรงพระเมตตา พระว่ามาทั้งนี้ก็แจ้งใจ จะรับใส่ไว้เหนือเกษา พระคุณพ่างเพียงพระบิดา จะเปนข้ากว่าจะสิ้นชีวี พระจงงดก่อนผ่อนไป ตัวน้องอยู่ในบทศรี จะไปไหนพ้นพระภูมี โปรดเกษีเถิดพระราชา ๒๗


ตลาด๏ ครั้นถึงจึงเข้าที่สรง ทรงสนานชำ ระสระเกษา ทรงสุคนธ์เฟื่อฟื่งฟุ้งฟุ้ โอฬาร์ สำ อางอ่ากลิ่นเกลี้ยงเกลาผจง แล้วทรงภูษาเลื้อยชาย อุบะประสุคนธ์กลายกลิ่นส่ง พระกรกรายกฤชฤทธิรงค์ จับชายบรรจงคลาไคล ร่าย๏ มาเอยมาถึง จึงเข้าในไพชยนต์แสงใส พระเผยม่านทองห้องใน ขึ้นไปบนแท่นไสยา ๏ เมื่อนั้น นางสการวาตีเสนหา ครั้นเหลือบเห็นองค์พระราชา กัลยาตระหนกตกใจ ถอยองค์ลงจากแท่นแก้ว แล้วถวายบังคมประนมไหว้ เร่งขวยเขินสเทินเปนพ้นไป อรไทยกรานก้มภักตรา ๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีรุ่งฟ้าฟ้ ยุดมือไว้แล้วจึงกล่าวมา อย่าวันทาพี่เลยณทรามไวย ตัวพี่นี้ชาติชาวดง แต่ทนงจงรักที่ศักดิใหญ่ ว่าพลางโอบอุ้มอรไทย ขึ้นไปบนแท่นไสยา พระพลางจูบแก้มแนมนม บรรเทิงภิรมย์หรรษา เกี่ยวกระหวัดรัดรึงตรึงตรา เสนหาเฟื่อฟื่งฟุ้งฟุ้จรุงใจ ๏ เมื่อนั้น นางสการวาตีศรีใส ถอยลงจากตักแล้วทูลไป ทำ อะไรฉนี้ไม่ปรานี พระจงวางมือน้องเสียก่อน ภูธรได้โปรดเกษี ข้ากลัวนางจินตะหราวาตี จะมีความพิโรธโกรธา โอ้โลม๏ สายเอยสายสมร จงดำ ริห์ดูก่อนจึงว่า ถ้าพี่มิรักไม่หักมา ใช่ว่าจะไร้ที่ยาใจ พี่แสนคำ นึงอยู่เปนนิจ มิได้สมสนิทพิศมัย ด้วยพี่ได้ออกวาจาไว้ จึ่งเนิ่นช้าไปถึงเพียงนี้ ซึ่งว่ากลัวนางจินตะหรา ข้อนั้นเจ้าอย่าหมองศรี พี่จะปราบปรามความข้อนี้ มิให้มีสิ่งระคายกัน ๏ ว่าเอยว่าพลาง จูบแก้มแนมคางทางรับขวัญ ปลื้มจิตรอย่าคิดฉนั้น เราระร่วมรักกันคุ้งบรรไลย ร่าย๏ พระเอยพระโฉมยง น้องยังพะวงสงไสย ซึ่งพระจะปราบปรามทรามไวย เกลือกจะมิได้ดังจินดา อันอย่างนี้ย่อมเปนที่เดียดฉัน แจ้งอยู่ด้วยกันถ้วนหน้า สืบไปมิได้ดังสัญญา ข้าน้อยรักตัวกลัวไภย โอ้โลม๏ โฉมเอยโฉมศรี ว่าไยฉนี้หาควรไม่ พระบิดาเจ้าฝากฝังไว้ พี่ก็ได้รับต่อเสนี พี่จะรักมิได้ลำ เอียง จะเลี้ยงให้ควรด้วยศักดิศรี ความอัปรยศใจไม่ให้มี พี่ได้ไว้คำ มั่นสัญญา ๏ ว่าเอยว่าพลาง เชยนมชมปรางทั้งซ้ายขวา นิ่มเนื้อนวลน้องดังทองทา เจ้าอย่ายุดมือพี่ไว้ ๒๘


ร่าย๏ พระเอยพระพันปี จะปรานีบ้างก็หาไม่ น้องยังประหวั่นพรั่นใจ สิ่งไรจงทรงพระเมตตา พระว่ามาทั้งนี้ก็แจ้งใจ จะรับใส่ไว้เหนือเกษา พระคุณพ่างเพียงพระบิดา จะเปนข้ากว่าจะสิ้นชีวี พระจงงดก่อนผ่อนไป ตัวน้องอยู่ในบทศรี จะไปไหนพ้นพระภูมี โปรดเกษีเถิดพระราชา โอ้โลม๏ โฉมเอยโฉมเฉลา ทรงเยาว์ยั่วยวนเสนหา ต้องจิตรทั้งจริตกิริยา วาจาเจ้าปลื้มอาไลย พระอุ้มนางวางให้บรรธม เกลียวกลมชมชิดพิศมัย ภักตราแนบหน้าอรไทย เน้นแนบเข้าไว้กับกายา พระสุเมรุมาศก็หวาดไหว แขไขระรองส่องเวหา ต้องดวงโกสุมประทุมา บุษบาตูมกลัดก็คลี่คลาย ภุมราร่อนลงประจงย้ำ กลีบกล้ำ เกสรก็เผยผาย รศคนธ์ตระหลบอบอาย เบิกบานกระจายทั้งสาคร ทั้งสองพระองค์ผู้ทรงลักษณ์ แรกรักสมัคสโมสร ตราบเท่าสางแสงทินกร พระจึงบทจรจากห้องใน ร่าย๏ แต่เวียนรไวไปมาอยู่หลายวัน ทรงธรรม์ร่ายร่วมพิศมัย จะใคร่ให้สามนางรักร่วมใจ พระจึงใช้สังคามารตา เจ้าไปบอกพี่นางทั้งสองศรี วันนี้พี่จะให้เข้าไปหา จินตะหราวาตีกัลยา อนุชาจงไปบัดนี้ ๏ เมื่อนั้น สังคามารตาเรืองศรี รับสั่งแล้วแล่นจรลี ถึงที่อยู่สององค์นงคราญ ๏ จึงทูลว่าระเด่นมนตรี ให้พี่นางเข้าไปในราชฐาน หาระเด่นจินตะหรายุพาพาล จงเสด็จไปกาลบัดนี้ ๏ เมื่อนั้น ระเด่นมาหยารัศมี ทั้งระเด่นสการวาตี ครั้นแจ้งคดีก็กลัดใจ แม้นไหว้ระเด่นบุษบา จะมีความน้อยใจก็หาไม่ ควรเราจะเปนข้าช่วงใช้ ด้วยเปนในสุริวงษ์เทวา นี่เราจะบังคมกะไรได้ นางจะเปนกะไรมาหนักหนา แม้นอยู่เมืองเราเจ้าพี่อา เห็นหน้าจะพอเสมอกัน มิร้างที่จะได้เปนน้อย ทีนี้คนจะพลอยหยามหยัน อัปรยศจะอยู่แก่พงษ์พันธุ์ อันเราจะได้ช้ำ ระกำ ใจ นางเด็กฤาใหญ่ไม่รู้ที่ เราจะอัญชลีกะไรได้ นางเร่งละห้อยน้อยใจ ชลไนยไหลหลั่งถั่งลง ๏ บัดนั้น พี่เลี้ยงพระบุตรีนวลหง จึงกราบทูลนางโฉมยง อย่าทรงโศกเศร้าโศกา พระบิดามารดรพร่ำ สอนสั่ง จะมิฟังฟั ไม่ชอบหนักหนา อันระเด่นจินตะหรากัลยา ร่วมชัณษากับระเด่นมนตรี ถ้ามิฟังฟัรับสั่งภูวไนย เจ้าข้าจะได้หมองศรี จะบ่ายหน้าไปพึ่งใครได้มี น่าที่จะได้เดือดร้อน พระบิดาก็เปนเมืองออกอยู่ โฉมตรูจงตรึกดูก่อน แม้นพระจะห้ำ หั่นบั่นรอน ดวงสมรจะคิดประการใด ๒๙


๏ เมื่อนั้น สองราชบุตรีศรีใส ได้ฟังฟัพี่เลี้ยงผู้ร่วมใจ คิดได้จึงตอบวาจา อันพี่ว่าขานการทั้งนี้ ก็ชอบท่วงทีเปนหนักหนา เปนข้าท่านแล้วเจ้าพี่อา จะก้มหน้าไปตามกรรมมี แม้นมิคิดถึงพระบิดา ถึงจะม้วยมรณาให้รู้ที่ ขัดสนจนใจด้วยข้อนี้ พี่น้องมาจะไปด้วยกัน ชมตลาด๏ นางจึงแต่งองค์ทรงภูษา ทรงสไบรจนาเฉิดฉัน สอิ้งประดับทับทรวงพรายพรรณ แล้วบรรจงทรงทองกร ทรงธำ มรงค์แลมงกุฎ ผุดผาดดังเทพอัปศร แล้วสองสุดาก็บทจร กุมกรอนุชาคลาไคล ร่าย๏ ทั้งสามองค์ทรงวอเดียวกัน แห่แหนแน่นนันมาไสว สาวสรรค์สพรึบพร้อมตามไป บัดใจเข้าในทวารา ๏ มาเอยมาถึง จึงประทับเกยมณีมีค่า แล้วสั่งสังคามารตา เจ้าไปทูลจินตะหราให้แจ้งใจ ๏ เมื่อนั้น สังคามารตาศรีใส รับคำ กัลยาแล้วคลาไคล เข้าในปราสาทรัตน์มณี ๏ มาเอยมาถึง จึงทูลนางจินตะหรามารศรี รับสั่งระเด่นมนตรี ให้พี่นางมาเฝ้าอรไทย ๏ เมื่อนั้น จินตะหราวาตีศรีใส จึงสั่งพี่เลี้ยงให้เร่งไป เชิญสองทรามไวยมาบัดนี้ ๏ บัดนั้น พี่เลี้ยงรับสั่งใส่เกษี บังคมแล้วรีบจรลี ไปยังเกยมณีรจนา ๏ ครั้นถึงจึงทูลสองเทวี พระบุตรียินดีเปนหนักหนา ให้มาเชิญสองพระธิดา เสด็จไปปราสาทอันรูจี ๏ เมื่อนั้น ทั้งสองสุดามารศรี ได้แจ้งแห่งอรรถคดี จรลีลงจากเกยลา ๏ ครั้นถึงในปรางคปราสาท เห็นกำ นัลเดียรดาษทั้งซ้ายขวา จึงเข้าไปในห้องรจนา เห็นระเด่นจินตะหราก็ป่วนใจ จำ จนจำ จิตรเปนหนักหนา กัลยาจำ บังคมไหว้ แล้วกรานก้มภักตรอยู่แต่ไกล ฤไทยร่านร้อนดังอัคคี ช้า๏ เมื่อนั้น ระเด่นจินตะหรามารศรี จึงเรียกสองราชบุตรี เจ้ามานั่งถึงนี่นางอรไทย แล้วยกพานหมากมาสู่ โฉมตรูโอภาปราไส เจ้าพลัดพรากมาจากเวียงไชย ไกลพระบิตุเรศมารดา อย่าคิดรังเกียจเดียดฉัน เราจะเปนเพื่อนกันไปวันน่า เหมือนพี่น้องร่วมอุทรมา เราจะเปนยิหวาเดียวกัน ๓๐


ร่าย๏ เมื่อนั้น สองศรีมีศักดิเฉิดฉัน ค่อยเหือดหายคลายความจาบัลย์ ประนมบังคมคัลแล้วทูลไป น้องไกลบิตุเรศมารดา ญาติวงษ์พงษาก็หาไม่ แม้นใครว่าขานประการใด จงถามไถ่ให้แท้แน่นอน ตั้งแต่ในวันนี้ไป สิ่งไรผิดพลั้งจงสั่งสอน จะขอเอาเปนพี่ร่วมอุทร จะเปนเพื่อนร้อนกันสืบไป ๏ เมื่อนั้นืระเด่นจินตะหราศรีใส ให้เครื่องเงินทองสองอรไทย ทั้งภูษาสไบนานา แล้วชวนพระน้องทั้งสองศรี เข้ามาอยู่กับพี่จะดีกว่า จงไปจัดเรือนรัตน์รจนา ให้สองขนิษฐาบัดนี้ ๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยงรับสั่งใส่เกษี ไปจัดเรือนหลวงใกล้พระบุตรี ก็ได้ที่ฐานครบครัน ๏ ครั้นเอยครั้นเสร็จสรรพ ก็กลับมาทูลขมีขมัน อันที่สองพระน้องจะอยู่นั้น จัดสรรเสร็จแล้วนางอรไทย ๏ เมื่อนั้น สองภัควดีศรีใส บังคมลาจินตะหราทรามไวย ออกไปที่อยู่กัลยา ๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีรุ่งฟ้าฟ้ แสนสนุกศุขเกษมเปรมปรา ด้วยสามสุดายาใจ พระปันเวรบรรธมชมชิด จะลำ เอียงสักนิดก็หาไม่ สามนางรื่นรวยด้วยกันไป ไพบูลย์ภูลศุขทุกเวลา ช้า๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงพระองค์ทรงพิภพดาหา ครั้นถ้วนกำ หนดสามเดือนตรา จึงสั่งดะหมังเสนาใน ท่านจงไปทูลพระเชษฐา ซึ่งมานัดจะทำ การใหญ่ บัดนี้เสร็จตามกำ หนดไว้ พระจะมาเมื่อไรก็ตามที ร่าย๏ บัดนั้น ดะหมังรับสั่งใส่เกษี แล้วออกมาขึ้นพาชี ดั้นดงพงพีไปฉับพลัน ๏ มาเอยมาถึง ยังกรุงกุเรปันเขตรขัณฑ์ จึงแจ้งคดีเสนีนั้น ครั้นเวลาเฝ้าก็เข้ามา ๏ เมื่อนั้น ท่านท้าวกุเรปันรุ่งฟ้าฟ้ ครั้นรุ่งรางสว่างเวลา พระสำ อางกายาอ่าองค์ ครั้นเสร็จเสด็จยาตรา ลีลาดังพระยาราชหงษ์ กับอรรคชายาทั้งห้าองค์ ออกพระโรงบรรจงอลงการ์ ๓๑


๏ บัดนั้น ดะหมังฝ่ายกรุงดาหา ก้มเกล้ากราบงามสามลา ทูลว่าพระอนุชาธิบดี ให้มาทูลด้วยการสยมพร ตกแต่งพระนครไว้ถ้วนถี่ พร้อมมูลตามบูรพ์ประเพณี ขอแจ้งธุลีพระบาทา ช้า๏ เมื่อนั้น ท่านท้าวกุเรปันรุ่งฟ้าฟ้ พระจึ่งกล่าวมธุรศพจนา ว่าอิเหนาลาไปเล่นไพร เราจะให้ไปหาตัวมา จึงจะว่ากำ หนดการได้ อย่าช้าแต่งสารแล้วรีบไป บอกให้โอรสเร่งกลับมา ร่าย๏ บัดนั้น ยาสารับสั่งใส่เกษา ออกมาแต่งสารมิทันช้า ครั้งเสร็จขึ้นม้าคลาไคล ๏ มาเอยมาถึง หมันหยาธานีกรุงใหญ่ ไปยังติกาหรังทันใด เข้าไปกราบเกล้าดุษฎี จึงทูลว่าท้าวดาหา ให้เสนามาทูลด้วยกรุงศรี ตกแต่งครบตามประเวณี พระบิดาให้เชิญภูมีไป ๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีศรีใส ได้ฟังฟัร้อนรนสกนธ์ใน จึงดำ ริห์ตริไตรไปมา อันนางบุษบานงเยาว์ ฤๅจะงามเท่าโฉมจินตะหรา คิดแล้วจึงกล่าววาจา ว่าข้าขอถวายบังคมไป โทษตัวนี้ผิดเปนหนักหนา จะกลับไปภารากะไรได้ อนึ่งท้าวดาหาฤทธิไกร เห็นจะแจ้งอยู่ในพระบาทา ว่ามาเลี้ยงจินตะหราวาตี จะอยู่ในบุรีหมันหยา ท้าวฤาจะให้นางบุษบา อันแสนเสนหาดังดวงใจ มาเปนน้อยแก่คนต่ำ ศักดิ เห็นผิดทีนักที่จะให้ ครั้นเราจะไปบัดนี้ไซ้ เกลือกมิได้ก็เครื่องจะป่วยการ กลับมาข้างนี้จะหมางจิตร คิดเห็นไม่เปนแก่นสาร สำ หรับแต่จะได้อัปรมาณ ท่านจงไปทูลพระบิดา อันการทั้งปวงที่ทำ ไว้ อย่าอาไลยเลยแก่ตัวข้า แม้นใครมาขอนางกัลยา ก็ให้ตามปราถนาเขานั้น จงจำ คำ นำ เอาวาจา ไปแต่งสาราอย่าแบ่งบั่น ให้สิ้นคำ ทำ ตามเราสั่งนั้น ไปถวายให้ทันท่วงที ๏ บัดนั้น ยาสารับสั่งใส่เกษี รับสารแล้วขึ้นพาชี คืนยังบุรีกุเรปัน ๏ มาถึงจึงถวายบังคม พระบรมปิ่นเกล้าไอสวรรย์ ถวายสารระเด่นมนตรีพลัน ทุกอันทูลแจ้งแก่ภูวไนย ๓๒


คำ ศัพท์จากเรื่องอิเหนา กระทรวง หมู่ กระยาหงัน สวรรค์ กราย เคลื่อนไหวอย่างมีท่าทีหรือลีลาในการใช้อาวุธ กลับกลอก พลิกไปพลิกมา ที่นี้หมายถึงขยับอาวุธ กล่าว ที่นี้หมายถึง สู่ขอ กะระตะ กระตุ้นให้ม้า้เดิน หรือ วิ่ง กั้นหยั่น อาวุธ สำ หรับเหน็บติดตัว กัลเม็ด ปุ่มที่ฝักอาวุธ กิดาหยัน ผู้รับใช้ใกล้ชิดพระเจ้าแผ่นดิน กิริณี ช้าง แกว้วพุกาม แก้วมีค่าจากเมืองพุกามในพม่า่ เขนงปืน เขาสัตว์ที่ใช้ใส่ดินปืน โขลนทวาร ประตูป่า งาแซง ไม้เสี้ยมปลายแหลม สำ หรับวางเรียงป้องกันข้าศึก จตุรงค์ ทัพสี่เหลา่าคือ ช้าง ม้า รถ และ พลเดินเท้้า ชักปีกกา จัดกองทัพเป็นรูปปีกกา ชีพอ่ นักบวช/พราหมณ์ ดวงยิหวา ผู้เป็นที่รักยิ่ง ดะหมัง ตำ แหน่ง ขุนนางผู้ใหญ ในชวา มี ๔ ตำ แหน่ง คือ ยาสา ตำ มะหงง ปูนตา และดะหมัง ดัสกร ศัตรู ดูผี เยี่ยม เคารพศพ ตุนาหงัน หมั้นหมาย ถอดโกลน ชักเท้าจากโกลน (ห่วงที่ห้อยลงมาจากอานม้า) ไถ้ ถุงสำ หรับใส่เงิน และสิ่งของ มักคาดไว้ที่เอว นามครุฑ การตั้งค่ายเป็นรูปครุฑ บุหรง นก บางครั้งหมายถึง นกยูง ประเจียด ผ้าที่ใช้ลงอาคม ใช้ในการป้องกันอันตรายในการสู้รบ ประเสบัน ตำ หนัก ป่วยขา บาดเจ็บที่ขา ปักมาหงัน ชื่อเมืองของระตูผู้เป็นบิดาของสังคามาระตา พหลพลขันธ์ กองทัพใหญ่ ฟันฟั ไม้ข่มนาม พิธีที่ทำ ก่อน ออกรบเพื่อเป็นการบำ รุงขวัญทหาร โดยนำ เอาต้นไมที้่มีชื่อร่วมตัวอักษรกับชื่อข้าศึกมา ฟันฟั ให้ขาดประหนึ่งว่าได้ฟันฟัข้าศึก ม่านสองไข ม่า่น ๒ ชาย ที่แหวกกลางไปรวบไว้ที่ด้านข้้าง มุรธาวารี ภิเษก น้ำ ที่ผ่าน พิธีกรรมเพื่อทำ ให้ศักดิ์สิทธิ์ ย่่างที สะเทิน การเดิน อย่่างเร็วของช้า้ง ระเด่น มนตรี คำ เรียก อิเหนา ระตู คำ เรียก เจ้้าเมืองที่ไม่ใช่วงศเ์เทวัญ ล่าสำ ระตูผู้ เป็นพี่ชายของจรกา เลี้ยง ที่นี้ หมายถึง รับเป็นภรรยา วงศเ์เทวัญ อสัญหยา เชื้อสายกษัตริย์ที่่สืบมาจากเทวดา วิหลั่น ค่ายที่ขยับเข้าใกล้ข้าศึกทีละนิด ศรีปัตหรา กษัตริย์ผู้เป็นใหญ่ ที่นี้คือ ท้า้วดาหา ศัสตรา อาวุธ ส่งสการ พิธีกรรม เกี่ยวกับการปลงศพ สามนต์ เจ้าเมือง ที่เป็นเมืองขึ้น เสาตะลุง เสาใหญ่สำ หรับผูกช้าง อะหนะ ลูก อัธยา อัธยาศัยหรือความประสงค์ อัปรา ยอมแพ้ อาสัตย์ ไม่ซื่อตรง องอุตม์ เสียงดังมาก ชื่อปืนโบราณ ฉัตรชัย มณฑก นกสับ ชื่ออาวุธ กริช(อิเหนา) ทวน กระบี่ กั้นหยั่น เสน่า เครื่องประดับตัวละคร สังวาล ทองกร ธำ มรงค์ ชฎา กรรณเจียกจอน เจียรบาด ปั้นเหน่ง ตาบทิศ ทับทรวง ชื่อต้นไม้ ต้นแก้ว ต้นแค ต้นจาก ต้นเต่า ร้าง ชื่อนก บุหรง(นกยูง) เบญจวรรณ นก นางนวล ตกตระเวนไพร ๓๓


แหล่งอ้างอิงทั้งหมด ความเป็นมา https://th.m.wikipedia.org/wik รูปภาพ http://bbtonline.school/wp-content/uploads ประวัติของตัวละคร https://www.thaigoodview.com/knowledge/2663/adoni s-characters บทประพันธ์ https://vajirayana.org ๓๔ คำ ศัพท์ http://supawadee127222560.blogspot.com/p/blogpage_63.html?m=1


Click to View FlipBook Version